ทฤษฏีใหม่ที่อธิบายสภาพอากาศแปรปรวนบนโลก

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย k.kwan, 16 ตุลาคม 2010.

  1. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    ทฤษฏีใหม่ที่อธิบายสภาพอากาศแปรปรวนบนโลก

    [​IMG]
    Submitted by Administration on Fri, 2010-10-15 09:26


    ช่วงเวลา:
    Fri, 2010-10-15


    ข้อมูลจาก A New Theory of Climate Change
    ปัจจัยที่ทำให้โลกร้อนนั้นไม่น่าจะเกิดจากปริมาณก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่ถ้ามันไม่ใช้ต้นเหตุแล้วอะไรจะเป็นต้นเหตุ ? จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีมากขี้นบ่งบอกว่าเกิดจากรังสีคอสมิก ซี่งเชื่อมโยงกับสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อนในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทฤษฏีใหม่มีชื่อว่า Cosmoclimatology ซี่งคิดค้นโดย Henrik Svensmark จากศูนย์วิจัย พระอาทิตย์และสภาพอากาศ ที่ประเทศเดนมาร์ก
    ประวัติความเป็นมา

    Edward L. Maunder ได้พบทำรายงานเกี่ยวกับจุดดับบนดวงอาทิตย์ ในปี 1904 พบว่าพระอาทิตย์มีวัฐจักร 11 ปี ซี่งแสดงให้เห็นในภาพข้างล่างนี้ตลอด 400 ปีที่ผ่านมา ในช่วงปี 1645 ถีง 1715 เป็นช่วงที่อุณหภูมิในยุโรปต่ำที่สุดในรอบ 1,000 ปี และเรียกว่าเป็นช่วง Maunder Minimum หรือ Little ice age ซี่งตรงกับช่วงที่มี่จุดดับบนดวงอาทิตย์น้อย
    [​IMG]
    ซี่งในหลายๆปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามหาความสัมพันธ์ระหว่าง จำนวนจุดดับและค่าตัวแปลทางสภาพอากาศหลายตัว ซี่งได้แก่ อุณหภูมิ และ การกลั้นตัวของหยดน้ำในอากาศ ซี่งในปี 1980 ได้พบว่าการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนของพระอาทิตย์นั้นไม่เพียงพอที่จะอธิบายถีงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ แต่นอกเหนือจากความร้อนจากพระอาทิตย์แล้ว ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างรังสีคอสมิก และจำนวนจุดดับ คาร์บอน 14 ในชั้นอากาศ beryllium-10 ที่อยู่บนพี้นผิวของอุกกาบาต และกระบวนการอื่นๆ ซี่งจะต้องมีการปรับแต่งค่าเนื่องจาก วันที่วัดปริมาณ คาร์บอน 14 นั้นไม่มีความสม่ำเสมอ ซี่งมีคำถามว่า ปริมาณรังสีคอสมิกมีผลต่อสภาพอากาศหรือไม่
    ทฤษฏีใหม่

    ในปี 1995 Henrik Svensmark ได้ค้นพบความสัมพันธ์ ระหว่าง cosmic ray flux จากอวกาศ และ ปริมาณเมฒปกคลุม เขาพบว่าเมื่อพระอาทิตย์มีปฏิกริยาสูง - มีจุดดับมาก สนามแม่เหล็กสูง มีออร์โรร่ามาก หรือ ปริมาณลมสุริยะมาก จะทำให้ปริมาณรังสีคอสมิกที่เข้ามาในโลกลดลง ซี่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ปริมาณเมฆลดลง และความร้อนสูงขี้น ซี่งเป็นผลการวัดปริมาณเมฆจากดาวเทียม พบความสัมพันธ์โดยตรงดังกราฟข้างล่างนี้
    [​IMG]
    ซี่งมีความสัมพันธ์กันมากถีงอัตราส่วน 0.92 นอกจากนั้นแล้วเขายังพบความสัมพันธ์ โดยใช้ข้อมูลในช่วงอื่นๆอีกด้วย ในกรณีช่วง Little ice age นั้น พระอาทิตย์มีปฏิกริยาต่ำ ปริมาณรังสีคอสมิกจากอวกาศ สูง ทำให้เกิด เมฆปกคลุมมาก และอุณหภูมิลดลง หลังจากปี 1750 ปฏิกริยาพระอาทิตย์สูงขี้น ปริมาณรังสีคอสมิก ลดลง เมฆลดลงและโลกร้อนขี้นในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา
    ซี่งการเปลี่ยนแปลงปริมาณเมฆเพียง 3-4 เปอร์เซนต์ โดยรังสี cosmic ก็เพียงพอที่จะอธิบายปรากฏการณ์โลกร้อนได้แล้ว โดยไม่ต้องใช้ปัจจัยตัวอื่น
    การทดลองการก่อตัวของอนุภาคหยดน้ำในเมฆ

    เนื่องจากยังมีหลายคนยังไม่เชื่อในผลงานของ Svensmark จนกว่าเขาจะอธิบายได้ว่ารังสีคอสมิกทำให้เกิดการก่อตัวของเมฆได้อย่างไร เขาจีงสร้างห้องแลปทดลองขี้นมาเพี่อพิสูจน์เรื่องนี้ ในปี 2007 เขาได้ดีพิมพ์ผลการทดลองพิสูจน์เรื่องนี้ว่าเป็นจริง เขาสร้างห้องที่มีก็าซ sulphur dioxide ozone และไอน้ำ และฉายรังสีคอสมิก ได้ผสม พบว่า รังสีคอสมิกทำให้โมเลกุลของอากาศเกิดประจุ ปล่อยอิเล็คตรอน ไปรวมตัวกับ ออกซิเจน ไอน้ำ และ sulphur dioxide เกิดเป็นห่วงโซ่ขี้น ซี่งเกิดอย่างรวดเร็ว และหลายครั้ง สำหรับ อิเล็คตรอนหนี่งตัว ซี่งอิเล็กตรอนทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกริยา ทำให้เกิด การกลั่นตัวของโมเลกุลน้ำ (cloud condensation nnclei (CCN)) เมื่ออากาศยกตัวสูงขี้นจากปรากฏการณ์ปกติ CCN ก็จะมีปริมาณเพิ่มขี้น และหนาแน่นขี้น แพร่ขยายจำนวน
    นอกจากนั้นแล้วเขายังพยายามทำการทดลองที่ครบถ้วนมากขี้นโดยใช้ห้องทดลองที่ CERN ในสวิตเซอร์แลนด์ ซ๊่งเพิ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณในปี 2010
    บทสรุป

    ทฤษฏีของ Svensmark เกี่ยวกับรังสีคอสมิกนั้นครบถ้วนแล้ว เขาค้นพบวัฐจักรที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์แปรปรวนของอุณหภูมิบนโลก ที่สร้างความสับสนกับนักวิทยาศาสตร์มาหลายสิบปี และสามารถอธิบายปรากฏการณ์โลกร้อนที่เกิดขี้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยที่ทุกอย่างเริ่มต้นจากรังสีคอสมิกที่เข้ามาในโลก โดยเกิดขี้นจาก การระเบิดของ Supernova การชนกันของกลุ่มดวงดาว ในอวกาศ ซี่งสนามแม่เหล็กโลกได้ป้องกันรังสีคอสมิกส่วนใหญ่ เมื่อพระอาทิตย์มีกำลังสูงก็จะป้องกันไม่ให้รังสีนี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก แต่เมื่อพระอาทิตย์มีกำลังต่ำ รังสีก็จะแทรกซีมเข้ามาในโลกมากขี้น และเมื่อเข้ามาถีงชั้นบรรายากาศระดับล่าง ก็จะทำให้อากาศมีประจุ สร้าง CCN ขี้นมาทำให้เกิดเมฆที่หนาแน่น และสะท้อนพลังงานแสงอาทิตย์กลับออกไปและทำให้โลกเย็นลง ทำให้เกิดวัฏจักรสภาพอากาศร้อนและเย็นบนโลก
    ซี่งเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่จะลดปริมาณก็าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซี่งไม่ได้ช่วงให้โลกเย็นลง
    References

    1. Vardiman, L. 2008. Does Carbon Dioxide Drive Global Warming? Acts & Facts. 37 (10): 10.
    2. Svensmark, H. and N. Calder. 2007. The Chilling Stars: A New Theory of Climate Change. Cambridge, England: Icon Books Limited.
    3. Maunder, E. W. 1904. Note on the distribution of Sun-Spots in Heliographic Latitude, 1874-1902. Monthly Notices of the Royal Astronomical Society. 64: 747-761.
    4. Eddy, J. A. 1976. The Maunder Minimum. Science. 192 (4245): 1189-1202.
    5. Robert A. Rohde, www.globalwarmingart.com/wiki/Image:Sunspot_Numbers_png.
    6. Svensmark, H. 2007. Cosmoclimatology: A New Theory Emerges. Astronomy & Geophysics. 48 (1): 1.19.
    7. Svensmark, H. et al. 2007. Experimental evidence for the role of ions in particle nucleation under atmospheric conditions.Proceedings of the Royal Society A. 463 (2078): 385-396.
    <!-- start comment.tpl.php -->


    ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฏีนี้ ขอบคุณ คุณ isbe และคุณ prasertt ที่ให้กำลังใจครับ เมื่อเจอเรื่องราวที่น่าสนใจเราก็นำเรื่องราวมาแบ่งปันกัน ส่วนทฤษฏีนี้มีความเป็นไปสูงเพราะมีความสัมพันธ์กับหลักฐานต่างๆที่นำเสนอมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับขอบด้านนอกของระบบสุริยะจักรวาลหดตัวทำให้รังสีคอสมิกเข้ามาในระบบสุริยะจักรวาลมากเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่บันทีกมากว่าห้าสิบปี มันยังใช้อธิบายได้ว่าทำไมโลกถีงเจอกับสภาพน้ำท่วมหนักในปีนี้ รังสีคอสมิกโดยรวมจะสูงสุดในช่วงปฏิกริยาพระอาทิตย์ต่ำสุด แต่ขณะนี้ซี่งปฏิกริยาพระอาทิตย์เริ่มสูงขี้นแล้ว แต่รังสีคอสมิกยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง และทุกครั้งที่เกิด CME ความดันลมสุริยะจะเพิ่มขี้นในทิศทางนั้น และจะลดลงอย่างรวดเร็ว จีงเป็นเหตุให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนหลังจากที่ CME เคลื่อนตัวผ่านโลกได้แล้ว นอกจากนั้นแล้วสนามแม่เหล็กโลกในขณะนี้มีสภาพอ่อนลง และ เป็นรูในหลายๆจุด ซ๊่งทำให้รังสีคอสมิกเทรกซีมเข้ามาได้ง่ายขี้นอีก คาดว่าในอนาคตเราอาจจะเจอกับเป็นปริมาณฝนตกมากกว่านี้อีก รวมทั้งพายุหิมะ ซี่งคงต้องเริ่มสังเกตุการณ์ตั้งแต่ปลายปีนี้
    [​IMG]
    รังสีคอสมิกเพิ่มสูงขี้นเป็นประวัติการณ์ Cosmic RaysHit Space Age High - NASA Science
    [​IMG]
    รูปรอยรั่วของสนามแม่เหล็กโลกจากดาวเทียม THERMIS Giant Breach in Earth's Magnetic Field Discovered - NASA Science

    [​IMG]
    Posted by Administration on Sat, 2010-10-16 08:22

    ทฤษฏีใหม่ที่อธิบายสภาพอากาศแปรปรวนบนโลก | Truth4Thai.org
     
  2. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,364
    ค่าพลัง:
    +52,214
    *** ดวงอาทิตย์ ****

    ใคร...ที่เข้าไปในดวงอาทิตย์ได้

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  3. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    มีบางสิ่งบางอย่างไม่ปรากฏสัญชาติบินเข้าๆออกๆแถวๆพระอาทิตย์เป็นว่าเล่น
    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=nz5z2aKZf3Q]YouTube - 2010 NASA UFO Cover-up - Galactic Federation of Light scoutships around Sun[/ame]
     

แชร์หน้านี้

Loading...