ทางสายกลาง สำหรับศาสนาพุทธ

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย telwada, 2 มกราคม 2006.

  1. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,863
    ค่าพลัง:
    +1,816
    ข้าพเจ้าเคยเขียนเรื่องทางสายกลางไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเรื่องทางสายกลางสำหรับศาสนาพุทธ แต่คงมีคนอ่านน้อย จึงยังมีคนถามอีก
    ที่ข้าพเจ้าเขียนใหม่อีกครั้ง ก็มิใช่หมายความว่า จะเล็งผลเลิศ หรือเพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลายได้เชื่อ แต่ข้าพเจ้าเขียนก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้อ่าน ได้คิด ได้พิจารณา ซึ่งก็นับได้ว่า เป็นการหมุนกงล้อพระธรรมจักรแห่งข้าพเจ้าไปข้างหน้าแม้จะต้องถอยหลังบ้าง ก็ตามที
    อันทางสายกลางนั้น นับได้ว่า เป็นคำพูดหรือเป็นประโยคที่ต้องตีความให้ตรงจุด ตรงประเด็น ในทางพุทธศาสนา หากจะตีความหมายตามตัวอักษร ตามคำ ตามประโยคแล้ว ทางสายกลางย่อมหมายถึง การอยู่ตรงกลางระหว่างทาง 3 สาย คือ
    สายที่ 1 คือ สายแห่งความดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
    สายที่ 3 คือ สายแห่งความไม่ดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
    สายที่ 2 คือ ทางสายกลาง (เขียนไม่ผิดนะขอรับ) คืออยู่ระหว่างตรงกลาง ของความดี กับความชั่ว ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่ง ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต
    ในทางธรรมะหรือในทางศาสนา ย่อมต้องสอนสรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ ให้หลุดพ้นจากวัฎจักร แห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง นั่นก็คือ รู้ว่า อย่างไหนเป็นทางสายที่ดี และอย่างไหนเป็นทางสายที่ไม่ดี เพราะการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ย่อมมีการปฏิสังคม ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันอยู่เกือบตลอดเวลา ดังนั้น ศาสนา(ในที่นี้กล่าวเฉพาะในศาสนาพุทธ)จึงสอนให้สรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ แนะนำได้ ได้รู้ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมีพฤติกรรมทางกาย ทางวาจา และทางใจอย่างไรบ้าง และจะไม่จำเพาะเจาะจงว่า ศาสนาหรือธรรมะแห่งศาสนามุ่งเน้นสอนให้คนทำแต่ความดี ทว่า ธรรมะแห่งศาสนา จะสอนให้รู้ต้นตอแห่งพฤติกรรมทางกาย วาจา และใจ ของสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่สอนได้ และสอนไม่ได้ ว่ามีหัวข้อหลักหรือต้นตออย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น
    สรรพสิ่งทั้งหลาย ล้วนย่อมมี การคิด และการระลึกนึกถึง อันนี้นับเฉพาะสิ่งที่มีชีวิต และการคิด รวมถึงการระลึกนึกถึง ย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความดี และย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความไม่ดี
    อันนี้เป็นหลักการแห่งศาสนาที่แท้จริง อย่างนี้เป็นต้น ที่ข้าพเจ้ายกตัวอย่างให้ได้ศึกษากันแม้เป็นเพียงข้อเดียว แต่ก็แบ่งเป็นสอง คือ คิด อย่างหนึ่ง ระลึกนึกถึงอย่างหนึ่ง หรือหากจะหมุนไปอีก การคิด และระลึกนึกถึง ก็ย่อมเกิดจากสรีระร่างกาย และ การคิด และระลึกนึกถึงจะเกิดขึ้นได้ เพราะการได้สัมผัสพบเห็น อย่างนี้เป็นต้น
    ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ก็ย่อมสามารถทำให้ท่านทั้งหลายคิดพิจารณาเป็นวงรอบ และต้องคิดพิจารณาให้มีที่สิ้นสุด อย่าคิดในทางที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ไก่กับไข่ อันไหนเกิดก่อนกัน โดยไม่มีข้อสรุป ข้อสรุปจะต้องเป็นข้อสรุปที่มีเหตุและผลที่ใครจะคัดค้านไม่ได้ เพราะเป็นหลักความจริง
    เอาละขอรับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน หวังว่า คงมีประโยชน์ต่อพระสงฆ์ ต่อบุคคลากรทั้งหลาย ให้ไปคิดพิจารณาให้ดี ก็แล้วกัน ขอรับ
     
  2. ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5

    ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2004
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +64
    ....

    ...
     
  3. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,863
    ค่าพลัง:
    +1,816
    การพ่ายแพ้ คือการเริ่มต้น หากไม่ท้อแท้
    องค์แห่งการสำเร็จธรรมนั้น บางอย่างก็ล้าสมัย ไม่เข้ากับยุคสมัย หรืออาจจะไม่ค่อยถูกหลักการมากนัก
    อนึ่ง ความหมายแห่งทางสายกลางนั้น ยังมีอีกหลายรูปแบบ หากว่างมากๆ ก็จะนำมาลงให้ได้ศึกษากันอีก
     
  4. ลูกหลานหลวงปู่

    ลูกหลานหลวงปู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    551
    ค่าพลัง:
    +3,580
    ทางสายกลางน่าจะหมายถึงการรักษาจิตให้เป็นกลางๆโดยการใช้สติ ให้รู้เท่าทันเวทนาความรู้สึกและรู้เท่าทันความเป็นไป การไหวไป และการปรุงแต่งของจิต ......
    ----------------
    การพัฒนาสติในการภาวนา
    http://www.vimokkhadhamma.com
     
  5. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,863
    ค่าพลัง:
    +1,816
    ทางสายกลางในทางศาสนาทั้งหลายนั้น มีความหมายหลายอย่างหลายคำ
    ถ้าเป็นไปในทางศาสนาพุทธ ก็ย่อมหมายถึงความคิด ฯลฯ อันจักนำไปสู่พฤติกรรมต่างๆ
    ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว หมายถึงการประพฤติ และละเว้นการประพฤติ 10 อย่าง
    ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนาคริสต์ แล้ว ย่อมหมายถึง ข้อบัญญัติ ทั้ง 10 ประการ
    ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนา อิสลาม ย่อมหมายถึง ข้อปฏิบัติ หรือศีล ทั้ง 5
    และยังมีศาสนา ซิกส์ ในที่นี้ไม่ขอกล่าวถึง
     
  6. อักขรสัญจร

    อักขรสัญจร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    4,519
    ค่าพลัง:
    +27,182
    ทางสายกลางคือ ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป
    หมายถึงความหนักเบาในการปฏิบัติ

    ถ้ากลางไปหมดทุกเรื่องคงต้องขับรถคร่อมเกาะกลางถนน
     
  7. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,863
    ค่าพลัง:
    +1,816
    ความเป็นทางสายกลาง หรือความเป็นกลางไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรือเข้าใจแล้วเขียนมา
    การขับรถอย่างเป็นกลาง คือ ไม่ดื่มสุรา หรือเมาแล้วขับรถ ไม่ขับเร็วเกินไป รู้จังหวะในการใช้ความเร็ว รู้กฎจราจร และอื่น ๆ ไม่ใช่จะต้องขับคร่อมเกาะกลางถนน อย่างคุณว่า ถ้าเป็นอย่างคุณเขาเรียกว่า ปัญญาอ่อนนะคุณ
     

แชร์หน้านี้

Loading...