ทำกรรมฐานจับภาพพระได้แล้ว ทำยังไงต่อ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ฮักตัวน้อย, 11 ตุลาคม 2019.

  1. ฮักตัวน้อย

    ฮักตัวน้อย สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤศจิกายน 2017
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +25
    ผมทำกรรมฐานแบบจับภาพพระ เป็นภาพหลวงปู่ทวด แล้วใช้สวดคาถาจักรพรรดิ จับภาพพระได้แล้วทั้งหลับตาและลืมตา แต่ยังสื่อกับพระไม่ได้ ต้องทำยังไงต่อครับ เพิ่งเริ่มมาได้ประมาณ3เดือน
     
  2. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    361
    ค่าพลัง:
    +154
    ก้ แนะนำ เบื้องต้น ว่า....

    อย่าให้ รู้สึกว่า สามเดือน

    ควร เหนลงเปน เริ่มต้นใหม่ทุกเช้า

    หลังจากนั้น เริ่มต้นใหม่ ทุกลม
    หายใจหาก รู้สึกว่าเกิน สองปึ๊ด
    สะสมเปน สามสี่ คาบลมหายใจ .
    ให้สังเกต ตัณหา

    เราจะใช้ ตัณหา เพื่อละตัณหา

    เหน การฝึกมีสะสมเปน สามสี่คาบ
    ลมหายใจ ล่วงเปน สามเดือนผ่าน

    นี่แปลว่า ยังไม่ได้สังเกต ตัว ตัณหา

    ถ้า สังเกต ตัณหา เจอ ปั๊ป

    เริ่มต้นใหม่ ทุกลมหายใจ

    เก่งกว่านั้น จะเปน ขณะจิต

    ซึ่ง หนึ่งคาบลมหายใจ จิต
    เกิดดับ สะสม ตัณหา มา
    นานแสนโกฏิขณะ

    ทุกขล้วนๆ
     
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,618
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +11,664
    เข้าสมาธิ ครับ ถ้ายังเข้าสมาธิไม่ได้ ก็ ทำสมาธิให้จิตเข้าสมาธิให้ได้ก่อน ต่อไปครับ

    ทำสมาธิได้เมื่อไหร่ จิตเป็นสมาธิ เข้าสมาธิได้แล้ว ถ้าคุณมีบุญอยู่ในสายกรรม ท่านจะมาเมตตาให้เองครับ

    ถ้ายังทำสมาธิไม่ได้ จิตไม่มีกำลัง เข้าสมาธิไม่เป็น เราก็เหมือนเปรียบเหมือนวิทยุ กำลังรับไม่ดี สื่อสารไม่ได้ ก็ติดต่อไม่ได้นั้นเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2019
  4. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    201
    ค่าพลัง:
    +101
    ตั้ง ทิฏฐิ เรียกว่าความเห็นที่ถูกต้อง

    นับ 1 ใหม่ ทุกวัน

    ของความเปลี่ยนแปลง เรียนรู้กายใจ
     
  5. big2006

    big2006 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +40
    ลองตั้งคำถามกับพระหลวงปู่ทวด ดูครับ
     
  6. big2006

    big2006 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +40
    ของผมใช้วิธีกำหนดวงสีขาวสว่าง ไว้กลางหน้าผาก แต่ช่วงที่ผมเผลอ แล้วมารู้อีกที จะมองเห็นดวงแสงสีทองส่องสว่าง ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับก้อนเมฆครับ ตอนนั้นผมแปลกใจมากว่า น่าจะเห็นที่หน้าผาก แต่ไหงดันขึ้นไปอยู่บนก้อนเมฆ ตรงนี้แหล่ะครับ ที่เสียสมาธิ แต่ดีตรงที่เห็นความสงสัยของตัวเอง ก็เลยกำหนดดูความสงสัยแทน ผลที่ตามมาคือ เห็นดวงสีขาว แต่มันไม่ได้ขาวสนิทอะไรมากมาย ตั้งอยู่ในความมืด ดวงสีขาวที่ผมเห็น นิ่งสนิทอยู่นานมากๆครับ ไม่เคลื่อนไหว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เลยออกจากสมาธิครับ
    ป.ล. ไม่ได้ฝึกบ่อยครับ นานๆครั้ง ส่วนมากจะดูรู้อารมณ์ ที่เกิดกับตัวจิตมากกว่าครับ
     
  7. big2006

    big2006 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +40
    จะมีอีกครั้งนึง ที่กำหนดดวงสีขาวไว้กลางหน้าผาก เสร็จแล้วพักนึงดวงสีขาวจะเปลี่ยนเป็นรูปร่าง คล้ายๆมนุษย์อะไรประมาณนั้น เพราะผมเห็นคล้ายมีแขน มีขา งอกออกมา มันสามารถกระดุกกระดิกได้ โดยที่เรานั่งดูอย่างเดียวจะเป็นเหมือนแก้วใสๆครับ ไม่มีสี
     
  8. สัมปัจจิฉามิ

    สัมปัจจิฉามิ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 สิงหาคม 2019
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +25
    ขออนุญาตแชร์ตามประสบการณ์ครับ
    วัตถุประสงค์ของโพสนี้คือต้องการสื่อกับพระท่าน

    กำลังสมาธิต้องได้ถึงอุปจาระสมาธิ เสียก่อน และต้องเคยทำสมาธิให้เข้าถึงณาน 3 หรือ 4 แล้ว

    ฝึกไปเรื่อยๆครับ การกำหนดมุ่งหมายเพื่อให้สื่อกับพระได้ตั้งไว้เป็นเป้าหมายไกลๆ แต่ต้องปรับอารมณ์ใจให้อย่าอยากได้มากเกินไปเพราะจะเป็นเครื่องกั้นไม่ให้เราเข้าถึง

    ภาพพระ ภาพพระสงฆ์ หรือ กสิณ เป็นเหมือนเครื่องโยงใจให้ได้สมาธิ และปลูกศรัทธาในพระรัตน์ไตร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

    เวลาทำสมาธิให้เราค่อยสั่งเกตุเปรียบเทียบให้ใจเราเห็นความต่างคือก่อนทำสมาธิก่อนจะสงบ สภาวะทางใจเราหยาบลำดับไหน แล้วเวลาที่กำลังใจอารมณ์ใจเราเริ่มระเอียดอ่อนกว่าก่อนทำ ยิ่งทำให้ระเอียดมาก ยิ่งได้เปรียบเวลาใช้งาน เพราะการใช้งานจริง กำลังใจ หรืออารมณ์ใจที่เป็นทิพย์ เวลาจะใช้สะท้อนสัมผัส ผีก็ใช้กำลังความระเอียดระดับนึง เทวดาก็ระดับนึง พรหมก็ระดับนึง เหมือนคลื่นวิทยุ

    ดังนั้นส่วนตัวผมจะทำให้อารมณ์ใจระเอียดตามกำลังของภาพพระที่เห็นในใจ ระเอียดตามกำลังแสงที่เห็นในใจ และปรับลดลงมาที่อุปจาระ คือ อารมณ์คิด ไม่ใช่ใช้สมองคิด น่ะแต่ใช้ใจพิจารณาธรรม หรือพิจารณาเหมือนใจพูดกับพระท่าน เวลาที่ได้แล้วจะคล้ายกับเสียงตัวเองพูดกับตัวเองขึ้นมา แต่แท้จริงเราไม่ได้พูด เพราะเรากำหนดสติและสมาธิ ว่างจากการคิดไว้ก่อน

    เมื่อได้ข้อธรรมมาแล้ว จดจำไว้แล้วเอามาตรวจสอบหลังเลิกสมาธิแล้วว่าถูกต้องตรงตามคำสอนหรือเปล่า เพราะที่รู้เห็นมีทั้งจริงและหลอก คือมารในใจหลอกต้องใจสติ และการพิจารณาก่อนจะเชื่อ

    เมื่อถึงจุดนึงที่เรามีสติมาก สมาธิมากและเราอยู่ในสภาวะนั้นระเอียด สว่างมาก เห็นองค์พระชัดมาก สวยมากเป็นลักษณะคล้ายเพชรที่มีแสงสะท้อนออกจากองค์พระเรา เมื่อสอบสมาธิดู กายไม่มี ลมหายใจเข้าออก น้อยมาก ตามธรรมชาติน่ะ ไม่ปรุงแต่งลมหายใจ ไม่สุข ไม่ทุกข์ สติรู้ตัวสูงมากๆ สมาธิมีมาก ตามตำราคือเราเข้า ณาน 4 ได้แล้ว จำอารมณ์ในณาน 4 นั้นและใช้อารมณ์เดียวกันนี้ ถอยลงมาพิจารณา คือถอยลงมาที่อุปจาระสมาธิ เราจะมีกำลังเยอะในการสื่อสาร กับพระท่านครับ

    หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิบัติ และผมขอโมทนาผลของความดีในการปฎิบัติบูชาของทุกท่านเพื่อประโยชน์ในการตัดกิเลสครับ สาธุ
     
  9. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    823
    ค่าพลัง:
    +1,288
    ก็จับภาพพระ ต่อไปครับ ให้ภาพพระ สงบนิ่ง สว่างสไหว
    พร้อมกับใจเรา ที่สงบ นิ่ง มีปิติ มีสุข เบาโปร่ง ไม่กังวล สงสัย
    เมื่อสงสัยเอะใจ สมาธิที่กำลังจะเข้า จะตกทันที

    สังเกตุ ที่ใจ ที่โปร่ง เบา สะบาย อย่าไปพยายามไป ติดต่อหรือพูดคุยกับนิมิตที่เราตั้ง
    ในการจับภาพ ควรใช้นิมิตที่เราตั้งในการจับภาพ
    เพียงเพื่อ ให้เห็นถึงคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    ให้เห็นใจที่ สงบ มีปีติ มีความชุ่มช่ำ แจ่มใส ในจิต

    ถ้าพระสงฆ์ ที่ล่วงลับไปแล้ว
    ท่านจะมาสื่อสาร แม้จะมาให้เห็นในสมาธิ ลืมตาก็จะเห็นเป็นปกติ
    ลืมตาเห็นได้เมื่อไรแบบคนปกติ อันนี้ มาจริง

    ของในนิมิต เอาเป็นเพียงเครื่องน้อมใจ ไปในคุณความดี
    และการเพ่งเพื่อความสงบของใจ ให้มี ปิติ สุข เอกัคคตา เป็นเบื้องต้นพอ


    การพยาม จะไปติดต่อสื่อสาร กับนิมิต ในสมาธิ มันจะทำให้ตกสมาธิ ของผู้กำลังฝึก
    และความเพี้ยนของจิต ก็จะ เข้ามาหาให้เพี้ยนมากขึ้นเป็นโดยลำดับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...