ทำบุญวันเกิด

ในห้อง 'บุญ-อานิสงส์การทำบุญ' ตั้งกระทู้โดย มงคล, 31 ตุลาคม 2004.

  1. มงคล

    มงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +1,047
    ผู้ถาม
    หลวงพ่อคะ การทำบุ_วันเกิด เราจะทำหลังวันเกิดดี หรือก่อนวันเกิดดีคะ...?


    หลวงพ่อ
    ตอนไหนก็ได้ การทำบุ_วันเกิด เราถือว่าปีหนึ่งนโยบายของพระ ท่านให้เรามีจิตเป็นกุศลไว้ ถ้าถึงวันเกิดเราตั้งใจจะทำบุ_ เราจะทำอะไรบ้าง มีการเตรียมการไว้ในใจ ถ้าจิตมันนึกอย่างนี้ เวลาจะตายอานิสงส์ได้ทันที
    อย่าง สาตกีเทพธิดา เธอจะเอาดอกบวบขมไปบูชาเจดีย์ที่เขาบรรจุกระดูกของพระอรหันต์ แต่พอจัดดอกไม้ยังไม่ทันพ้นบ้าน ถูกวัวขวิดตาย อาศัยที่เธอจะตั้งใจบูชาพระด้วยดอกไม้ดอกนั้น ยังไปไม่ถึง พอตายแล้วก็เกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีวิมานทองคำเป็นที่อยู่ มีนางฟ้า 1,000 เป็นบริวาร

    อย่างนี้เขาถือว่าเป็น ฺอนุสสติ ถ้าเรานึกจะถวายเป็นสิ่งของก็เป็นจาคานุสสติ คิดว่าเราจะทำบุ_กับพระองค์นั้นองค์นี้ นึกถึงพระสงส์ ก็เป็น สังฆานุสสติ ถ้าเราคิดจะทำบุ_กับพระสงฆ์ แต่ให้มีพระพุทธรูปตั้งอยู้ด้วย นึกถึงพระพุทธเจ้าก็เป็น พุทธานุสสติ ถือว่าเป็นการเจริ_พระกรรมฐานไปในตัว แต่พระท่านไม่ได้บอกตรงๆ เท่านั้นเอง


    ผู้ถาม
    หลวงพ่อคะ แล้วอย่างทำบุ_แค่เพียงเล็กน้อยเช่นการสร้างประตูไม้ เขามาเรี่ยไรก็ร่วมทุบุ_ไปกับเขาค่ะ อย่างนี้บุ_คงน้อยกว่าการทำบุ_ทั้งหลังใช่ไหมค่ะ...?


    หลวงพ่อ
    ถ้าเราทำบุ_สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างกุฏิ สร้างศาลา ทั้งหมดนี่เราไม่ได้ทำเต็มหลัง คือราคาไม่เต็มหลังแต่ว่าไม่ใช่เราได้นิดเดียวนะ เราก็ได้เต็มหลัง วิมานจะปรากฏเลย ถ้าเราได้นิดเดียวนะ เราก็ได้เต็มหลัง วิมานจะปรากฏเลย ถ้าเราได้มโนมยิทธิจะสามารถไปเที่ยวดูได้


    ผู้ถาม
    รู้สึกว่าสมบัติที่เราทำไปมันน้อย ก็คิดว่าบุ_คงได้น้อยค่ะ


    หลวงพ่อ
    สมบัติมันเล็กน้อยก็จริง แต่ว่าอานิสงส์มันไม่เล็กน้อย ก็แบบซื้อล๊อตเตอรี่ใบเดียวถูกรางวัลที่หนึ่งน่ะอย่างทำบุ_สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างอาคาร สร้างส้วม เขาเรียกว่า วิหารทาน อันนี้จัดเป็นบุ_สูงสุด
    ตัวอย่างตอนที่พระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็น มาฆมานพ ท่านกับเพื่อนอีก 32 คน ช่วยกันทำศาลาหลังหนึ่งไว้เป็นที่พักของคนเดินทาง มีช้างสำหรับลากไม้หนึ่งเชือก มีนายช่างหนึ่งคน

    เวลาตายไปแล้ว ท่านมาฆมานพ ก็ไปเป็นพระอินทร์ เพื่อนอีก 32 คน ก็ไปเป็นเทวดา มีวิมานคนละหลัง นายช่างไปเป็น วิษณุกรรมเทพบุตร ช้างที่ลากไม้เป็น...สร้างศาลาหลังเดียวก็มีวิมานคนละหลัง นี่เรื่องของอานิสงส์นะ


    ผู้ถาม
    หลวงพ่อครับ กุศลชนิดใดที่มีอานิสงส์มากกว่าวิหารมานบ้างครับ....?


    หลวงพ่อ
    สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง ให้ธรรมทานซิคุณ หนังสือเรียนของเด็ก หนังสือเรียนของผู้ให_่ หนังสือของพระหนังสือธรรมะต่างๆ
    ดูตัวอย่าง พระสารีบุตร ให้ปั__ากับประชาชนทั้งหลาย เพราะอานิสงส์ได้เคยสร้างพระธรรมซึ่งเป็นถ้อยคำที่มีประโยชน์ ถวายพระพุทธเจ้า เกิดมาชาติหลังสุดเป็นพระที่มีปั__ามาก

    อย่างเงินที่เขาถวายฉันไว้นี่ พอกลับไปถึงวัดก็เรียบร้อย เลี้ยงอาหารพระบ้าง ค่ากระแสไฟฟ้าบ้าง ค่าก่อสร้างบ้าง โดยเฉพาะเทปคาสเซทที่ขายม้วนละ 25 บาท ถ้าเอาทุนจริงๆ แล้วมันไม่พอ รวมความว่า ที่ท่านตั้งใจนี่มีผล 4 อย่าง

    1.สร้างพระพุทธรูป 2. วิหารทาน
    สังฆทาน 4. ธรรมทาน


    ทังหมดนี้ใช้ทุนไม่ต้องมากก็ได้ เอาสัก 50 สตางค์เป็นอันว่าการทำบุ_เอาแค่พอควรนะ แต่ให้มันเป็นบุ_ให_่ เขามุ่งแบบนั้นนะ คือเราเอาไปผสมกับเขาก็แล้วกัน ไม่ต้องสร้างทั้งหลัง


    ผู้ถาม
    กระผมสงสัยเรื่องการทำบุ_ บางคนก็ทำช้า บางคนก็ทำไว อยากเรียนถามหลวงพ่อว่า การทำบุ_ช้าบ้าง เร็วบ้าง ยืดยาดบ้าง อานิสงส์จะต่งกันหรือไม่ขอรับ....?


    หลวงพ่อ
    ต่างกัน คือได้ช้าได้เร็ว ก็เหมือน ท่านจูเฬกสาฎก ท่านฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้า ตั้งใจถวายทานตั้งแต่ยามต้น และยามที่ 2 จิตเป็นห่วงยายที่บ้านไม่มีโอกาสจะฟังเทศน์เพราะไม่มีผ้าห่ม พอยามที่ 3 ใกล้สว่าง จึงตัดสินใจถวายแล้วประกาศว่า ชิตัง เม ชิตัง เม พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ยินก็ทราบว่า ชนะความตระหนี่ จึงนำผ้าสาฎกและทรัพย์สินต่างๆ มาให้มีฐานะเป็นคหบดีคนหนึ่ง
    ต่อมาพระพุทธเจ้าตรัสว่า "ถ้าพราหมณ์นี้ถวายในยามต้นจะได้เป็นมหาเศรษฐี ถ้าถวายยามที่ 2 จะได้เป็นอนุเคราะห์ ยามที่ 3 จะได้เป็นคหบดีให_่ ที่ได้น้อยเพราะถวายช้าเกินไป" พระองค์จึงตรัสว่า การบำเพ็_กุศลผลความดีในพระพุทธศาสนาเรานี้จงอย่าให้เนิ่นช้า ต้อง ตุลิตะ ตุลิตะ สัฆะ สัฆัง คือเร็วๆ ไวๆ


    จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปั_หาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 1

    http://www.praruttanatri.com/member/htm/tbvk.html
     
  2. doungkamon

    doungkamon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    162
    ค่าพลัง:
    +674
    สาธุค่ะ _/|\_
    ทำบุญได้ทุกวันยิ่งดีค่ะ วันละเล็กละน้อย ก็สร้างสมให้ใหญ่มากขึ้นได้
    เคยไปถวายผ้าจีวรพร้อมอาหารเพล พระท่านถามเลยว่า ทำบุญวันเกิดหรือ
    ก็คิดว่า เป็นวันอยากจะทำบุญเฉยๆ แต่ตอบไปว่า เปล่าค่ะ
    ต้องเรียกว่า "วันเกิดอยากจะทำบุญ" ค่ะ อิอิ ^_^
     
  3. เลือดเย็น

    เลือดเย็น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กันยายน 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +262
    ทำบุญกันเข้าไว้
     
  4. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,550
    กระทู้เรื่องเด่น:
    149
    ค่าพลัง:
    +147,634
    [​IMG]
    การทำบุญวันเกิด
    ความเป็นมา
    อันประเพณีที่จะ ทำบุญวันเกิด ขึ้นนี้เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้ มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา​
    การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว

    สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า “หล่อพระชนมพรรษา” ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้นและมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้ แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้


    วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด
    วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดอาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้
    ๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
    ๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
    ๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
    ๔. ถวายสังฆทาน
    ๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
    ๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
    ๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
    ๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรั


    อานิสงส์หรือผลดีของการทำบุญวันเกิด
    การทำบุญวันเกิด คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดีหรืออานิสงส์ ตอบแทน ดังมีพุทธภาษิตความว่า “ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา” (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔ ) และพระพุทธภาษิต ความว่า “ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด “ (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า ๖๖)



    ข้อเสนอแนะในการทำบุญวันเกิด
    ๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและทำบุญตามศรัทธา
    ๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่นการบริจาคทาน สมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม
    ๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือย
    ๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ
    ๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่ นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร ส่วนของขวัญที่จะให้นั้น ควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผุ้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร




    ทำบุญอายุ

    การทำบุญอายุ มักนิยมทำกัน เมื่ออายุ ๒๕ ปี ซึ่งเรียกว่าเบญจเพสแผลงมาจาก ปัญจวีสะ คำว่าเบญจเพส ก็แปลว่า ๒๕ นั่นเอง ถือกันว่าตอนนี้เป็นตอนสำคัญ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะย่างขึ้นสู่สภาวะผู้ใหญ่ ตั้งตนให้เป็นหลักเป็นฐาน ถ้าดีก็ดีกันในตอนนี้ ถ้าเอาดีไม่ได้ก็อาจจะเสียคน ด้วยเหตุนี้จึงมีการทำบุญเมื่ออายุ ๒๕ ปีเพื่อส่งให้เจริญงอกงามต่อไป ต่อจากนั้นก็ทำเมื่ออายุ ๕๐ หรือ ๖๐ ปีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือกันว่าตอนนิอายุย่างเข้ากึ่งหนึ่งของศตวรรษแล้ว และเจริญมากถึงที่สุดแล้ว ต่อไปร่างกายก็มีแต่จะทรุดโทรมลงทุกวัน การทำบุญที่อายุปูนนี้จึงเป็นการทำโดยไม่ประมาท ร่างกายเสื่อมลงไปๆ จึงควรทำบุญไว้ เพื่อเป็นประกันในเมื่อจวนจะหมดลมจะได้นึกว่าทำดีไว้มากแล้ว ถึงตายก็ตายอย่างสงบ อนึ่งการทำบุญอายุนี้ บางทีทำกันเมื่อมีอายุครบ ๒ รอบ ๓ รอบ ๔ รอบ ไปจนถึง ๕ -๖ รอบฯลฯ รอบหนึ่งมี ๑๒ ปีถ้าบรรจบปีเกิดในรอบไหนก็ทำในรอบนั้น วิธีปฏิบัติ อานิสงส์ผลดีหรือข้อเสนอแนะ เช่นเดียวกับการทำบุญวันเกิด


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
     
  5. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,550
    กระทู้เรื่องเด่น:
    149
    ค่าพลัง:
    +147,634
    [​IMG]
    ทำ บุ ญ วั น เ กิ ด
    ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ ๒ คนผัวเมีย
    พาลูกน้อยของตนไปหาพราหมณ์ที่เป็นสหายซึ่งถือพรตบำเพ็ญตบะ

    เมื่อพราหมณ์ ๒ ผัวเมียทำความเคารพ
    พราหมณ์ที่บำเพ็ญตบะได้กล่าวอำนวยพรว่า

    “ขอจงจำเริญอายุยืนนาน”

    แต่เมื่อให้บุตรของตนทำความเคารพ
    พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะหาได้กล่าวอวยพรให้ตามธรรมเนียมไม่
    โดยบอกเหตุผลบอกว่า
    ลูกน้อยของพราหมณ์ ๒ ผัวเมียจะต้องตายภายใน ๗ วัน

    พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะ ได้แนะนำให้พราหมณ์ ๒ ผัวเมีย
    พาลูกไปหาพระพุทธเจ้า


    พระพุทธองค์ได้ตรัสแถลงเช่นเดียวกัน และแนะนำอุบายป้องกัน
    โดยการนิมนต์พระสงฆ์สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน
    ซึ่งพราหมณ์ทั้งสองก็กระทำตามครั้นถึงวันที่ ๗

    พระพุทธองค์เสด็จไปด้วยพระองค์เอง
    ทำให้ยักษ์ผู้ได้รับพรมาเพื่อฆ่ากุมาร
    ไม่อาจทำอันตรายพระกุมารนั้นนอนฟังพระปริตรอยู่

    ด้วยพุทธานุภาพประกอบกับอายุไม่ถึงการดับแห่งขาร
    ทำให้ทารกนั้นรอดพ้นอันตราย และมีอายุยืนยาวถึง ๑๒๐ ปี


    • ประเพณีทำบุญวันเกิด

    เกิดขึ้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง

    ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่า

    การมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ
    ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี
    เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล
    ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท


    เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่
    ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง
    ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง
    เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิต

    นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่าเฉลิมพระชนมพรรษา

    การที่ทรงทำในครั้งนั้น
    ปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ


    ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น
    แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง
    เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก
    ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น
    และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน

    ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่

    พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย
    พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่

    เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว
    และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว

    สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ
    ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์
    ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น


    หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า “หล่อพระชนมพรรษา”
    ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง
    ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน

    ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา
    จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้น
    และมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล

    อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์
    และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี
    จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้

    • วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด

    อาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้

    ๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
    ๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า
    ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
    ๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
    ๔. ถวายสังฆทาน
    ๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ
    หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
    ๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
    ๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
    ๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรับ
    อานิสงส์หรือผลดีของการทำบุญวันเกิด


    • การทำบุญวันเกิด

    คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดี
    หรืออานิสงส์ตอบแทน


    ดังมีพุทธภาษิตความว่า

    “ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ
    ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา”

    (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔)

    และพระพุทธภาษิต ความว่า

    “ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ
    ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด”

    (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า

    • ข้อเสนอแนะ

    ๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ
    เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและ ทำบุญตามศรัทธา

    ๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่น
    การบริจาคทานสมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม

    ๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด
    จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือย

    ๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ
    เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน
    ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ

    ๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่
    นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร
    ส่วนของขวัญที่จะให้นั้นควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรง
    หรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง

    ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย
    กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผู้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร

    [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    ที่มา : http://www.panyathai.or.th/

    http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15684
     
  6. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +16,881
    </EMBED>

    [​IMG]


    <EMBED src=http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf width=315 height=80 type=application/x-shockwave-flash scale="noscale" FlashVars="Autoplay=1&songID=V2AGCA4P0" wmode="transparent"> ​
     
  7. SOMDEJ

    SOMDEJ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    611
    ค่าพลัง:
    +353
    บุญบันดาลวันเกิด

    อนุโมทนากับบันทึกดีดี
    ของเราก็ได้กระทำแล้วเช่นกัน ทั้งก่อนวันคล้ายเกิดและวันจริงวันจันทร์วันนี้
    ไปกันทั้งครอบครัวที่วัดป่าเขาพระนั่งและวันนี้ที่วัดใหม่อัมพวัน โคราช
    ขออานิสงส์ผลบุญได้บังเกิดแด่บิดา มารดาผู้ให้กำเนิดเรามา
    ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ ญาติธรรมทั้งปวง
    เทวดาที่ปกปักรักษาเรา
    ตลอดถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ได้ล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
    ขอได้รับอานิสงส์จงทั่วกันเทอญ..สาธุ
     
  8. อ้างว้าง

    อ้างว้าง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    430
    ค่าพลัง:
    +577
    อนุโมทนาด้วยครับ ที่ได้เผยแพร่เรื่องการทำบุญวันเกิดให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้กัน
     
  9. deksawi

    deksawi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    137
    ค่าพลัง:
    +139
    อนุโมทนาด้วยครับ
     
  10. nobitalk

    nobitalk สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +4
    อนุโมทนาด้วยครับ
    รับทราบแล้ว ตอนนี้พอมีไอเดีย เดี๋ยวผมจะไปแนะนำเพื่อนๆที่กำลังจะถึงวันเกิดในเร็วๆนี้ดีกว่า
     
  11. yutcmri

    yutcmri Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2009
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +27
    ทำบุญวันเกิดง่ายๆด้วย บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ

    นอกจากข้อมูลการทำบุญวันเกิด ด้านบนแล้วเรายังมีวิธีในการทำบุญวันเกิดแบบง่ายได้อีกหลายวิธีนะครับ
    ทำบุญวันเกิดง่ายๆด้วย บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ
    บุญแปลว่า ชำระ หมายถึง การทำให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ ตามพระไตรปิฏก เราสามารถสร้างบุญได้ถึง 10 วิธี หรือ 10 อย่าง โดยเรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ คือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ หรือกล่าวอย่างง่ายๆว่า การกระทำที่เกิดเป็นบุญ เป็นกุศล แก่ผู้กระทำดังนี้
    1. ทาน คือการให้ เช่นบริจาคทรัพย์ ตักบาตร ถวายสังฆทานเป็นต้น
    2. ศีล คือการตั้งใจรักษาศีล และการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล ไม่ว่าจะเป็นศีล 5 หรือศีล 8 ของอุบาสกอุบาสิกา ศีล 10 ของสามเณร หรือ 227 ข้อของพระภิกษุ เพื่อรักษากาย วาจา และใจ ให้บริสุทธิ์สะอาด พ้นจากกายทุจริต 4 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักทรัพย์ ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม และเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท วจีทุจริต 4 ประการ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดปด ไม่พูดเพ้อเจ้อ และไม่พูดคำหยาบ มโนทุจริต 3 ประการ คือ ไม่หลงงมงาย ไม่พยาบาท ไม่หลงผิดจากทำนองคลองธรรม
    3. ภาวนา คือการอบรมจิตใจในการละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบไป จนถึงกิเลสอย่างละเอียด ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้สมาธิปัญญา รู้ทางเจริญและทางเสื่อม จนเข้าใจอริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ บรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด เช่นนั่งสมาธิ (สมถะภาวนา) วิปัสนาภาวนา (สติรู้ถึงรูป - นาม)
    4. อปจายนมัย คือการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ 3 ประเภท คือ ผู้มี วัยวุฒิ ได้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้สูงอายุ ผู้มี คุณวุฒิ หรือคุณสมบัติ ได้แก่ ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้มี ชาติวุฒิ ได้แก่พระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์
    5. เวยยาวัจจมัย คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม
    6. ปัตติทานมัย คือ การอุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง การกรวดน้ำ การบอกให้ผู้อื่นได้ร่วมอนุโมทนาด้วย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ได้ทราบข่าวการบุญการกุศลที่เราได้กระทำไป
    7. ปัตตานุโมทนามัย คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า สาธุเพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดี และขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้กระทำ ก็ขอให้ได้มีโอกาสได้แสดงการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญกุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย
    8. ธัมมัสสวนมัย คือ การตั้งใจฟังธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟังเพื่อได้รับความกระจ่างมากขึ้น บรรเทาความสงสัยและทำความเห็นให้ถูกต้องยิ่งขึ้น จนเกิดปัญญาหรือความรู้ก็พยายามนำเอาความรู้และธรรมะนั้นนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ สู่หนทางเจริญต่อไป
    9. ธัมมเทสนามัย คือ การแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ชอบ ตามรอยบาทองค์พระศาสดา ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น หรือการนำธรรมไปขัดเกลากิเลสอุปนิสัยเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา มาประพฤติปฏิบัติธรรมต่อไป
    10. ทิฏฐชกรรม คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระหรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ ทางเจริญทางเสื่อม สิ่งอันควรประพฤติสิ่งอันควรละเว้น ตลอดจนการกระทำความคิดความเห็นให้ตรง หรือ สัมมาทิฏฐิ นั่นเอง


    ในวันคล้ายวันเกิดนี้ เราสามารถเลือกการทำบุญวันเกิดได้ถึง 10 วิธี เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราเอง ในการทำบุญวันเกิดนั้นนอกจากการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร หรือถวายสังฆทานแล้ว สิ่งที่ขอแนะนำในการทำบุญวันเกิดที่ขาดไม่ได้ก็คืออปจายนมัยคือการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ได้แก่พ่อแม่ ผู้ให้กำเนิดเรามานั่นเองอย่าลืมไปกราบขอพรท่านและกราบขอบพระคุณที่ท่านได้ให้กำเนิดเรามา เพียงเท่านี้การทำบุญวันเกิดของเราก็ถูกต้อง ครบถ้วน และเกิดสิริมงคลแก่ตัวเราแล้ว
    การทำบุญวันเกิด, ทำบุญวันเกิด, ทำบุญตามวันเกิด, ทำบุญ, พิธีทำบุญวันเกิด

    Swantonsuccess By Six
     

แชร์หน้านี้

Loading...