ทำอย่างไรไม่ให้เวทนาเกิด

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย โรบิน123, 1 กรกฎาคม 2020.

  1. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    ทำอย่างไรไม่ให้เวทนาเกิด หรือถ้าเวทนาเกิดพากันหลบเวทนากันอย่างไร หรือมีวิธีจัดการเวทนากันแบบใหนที่สากลใช้กันเจ้าคะ
     
  2. kokoro❤️

    kokoro❤️ ด ว ง ใ จ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    990
    ค่าพลัง:
    +524
  3. กระร่อน

    กระร่อน สุขโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    5,594
    ค่าพลัง:
    +652
    นับถือ55
     
  4. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    เป็นอันสลบ ....
     
  5. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    862
    ค่าพลัง:
    +346
    เวทนาทางกายหรือทางใจคับ
     
  6. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    เป็นอันสลบบบบบบบ
     
  7. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    เพราะอะไรธรรมถึงเป็นใหญ่
     
  8. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    862
    ค่าพลัง:
    +346
    ถามผมใช่ไหมคับ
     
  9. hbrsjdat

    hbrsjdat สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 เมษายน 2020
    โพสต์:
    95
    ค่าพลัง:
    +41
    1. เข้าสมาธิ ตามประสบการณ์ อุปจารจิตก็หลบเวทนาได้แล้ว ไม่รู้สึกว่าร่างกายหาย ลมหายใจยังมีอยู่ แต่รู้สึกว่ากายกับจิตแยกออกจากกันเป็นคนละส่วน เพราะอยู่ได้นานเป็นชั่วโมงๆไม่เจ็บแข้งเจ็บขา ไม่เป็นเหน็บชาครับ

    2. ใช้ยาเคมีทางวิทยาศาสตร์ เช่น Opioids ยานอนหลัับ เป็นต้น

    แต่ทั้งสองวิธีไม่ทำให้เกิดสติปัญญาใดๆขึ้นมา กำจัดกิเลสเวทนูปาทานขันโธไม่ได้ครับ ก็ยังไม่พ้นทุกข์พ้นวัฏสงสารเด้อ
     
  10. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    เชิญท่านไร้คมชี้แนะด้วย
     
  11. โรบิน123

    โรบิน123 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +13
    เล่นกับอวิชชาไปเรื่อยๆ คงถึงจุดมุงหมายเองรึเปล่า บอกที
     
  12. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,467
    ค่าพลัง:
    +987
    เมื่อไหร่ มีจิต เมื่อนั้น มีเวทนา

    เหมือน เมื่อไหร่มี ไฟ เมื่อนั้น
    ต้องมีแสง

    การตั้งขึ้นของจิต กับ เวทนา
    เหมือน จะตั้งไม้กระดานสอง
    แผ่น จะต้องเอามันมาพิงกัน
    เปนสามเหลี่ยมหน้าจั่ว หาก
    ขาดด้านใด อีกด้านก้ต้องล้ม
    ลง ตั้งขึ้นไม่ได้

    จิต ทุกดวง จึงมี อุเบกขา หรือ
    ต้องอาสัย กำลังเอกัคตาในการ
    ปรากฏของ นาม รูป แต่ละขณะ

    วิธีออกจาก เวทนา ละ จิต ก้คือ
    ให้ตามเหนว่า

    เวทนา เที่ยง หรือ ไม่เที่ยง

    จิตเที่ยง หรือ ไม่เที่ยง

    สัญญาเที่ยง หรือ ไม่เที่ยง

    รูป....

    สังขาร.....


    " ธรรมหนึ่งอย่าง ควรละ
    คือ อัสมิม่นะ "

    ( อย่า ภาวนา เอา ธรรมเข้า
    ตัว เหน เปนตน ของตน )
     
  13. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    862
    ค่าพลัง:
    +346
    น่าจะเพราะสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง
    อยู่ภายใต้กฏของธรรมชาติคับ
    เกิดเจ็บแก่ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
    ไม่ทราบว่าท่านโรบินเป็นชายหรือหญิงคับ
     
  14. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    862
    ค่าพลัง:
    +346
    เล่นกับอวิชชาก็เหมือนเล่นอยู่ในอากาศที่มีพิษคับ
    หากไม่ดับอวิชชาก็เหมือนไม่ออกจากอากาศที่มีพิษคับ จุดมุ่งหมายถึงเองไม่ได้คับ
    จุดมุ่งหมายหากถึงเองได้ก็ไม่มีการเดินทางคับ
    ว่าแต่จุดมุ่งหมายของท่านโรบินคือที่ใดคับ
     
  15. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,187
    ค่าพลัง:
    +34,163
    เวทนามีทั้งสุขเวทนา
    และทุกข์เวทนานะครับ
    และมีทั้งกายและจิต
    แก้สุขเวทนาที่เกิดกับจิตและกายไม่ยาก
    (ส่วนมากมักไม่คิดว่าเป็นเวทนาเพราะมันรู้สึกดี)
    เพราะเดี๋ยวมันก็หายเอง
    แก้ทุกข์เวทนาทางจิต
    ก็มาหลังจากใช้จิตจนจิตรู้สึกเกิดเวทนา
    แก้กายเวทนานี่ต้องระดับโปรหน่อย
    (ลองเอาอะไรคมๆกรีดแขนเล่นดูครับ)
     
  16. ชมทรัพย์

    ชมทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2015
    โพสต์:
    495
    ค่าพลัง:
    +219
    มนุษย์ - รูปพรหม

    มีรูปจึงมีเวทนา ทั้งหมดเกิดจากจิต เวทนาเกิดร่วมกับจิต

    จิตรู้ที่จิต รูปจะไม่ปรากฏ เวทนามีก็เหมือนไม่มี

    ดับ คือมีอยู่ คือสักว่ารู้ ไม่ยึดว่าเป็นตนของตน

    ดับสนิทคือ หมดเหตุวิบากรูปจึงดับ เวทนาจึงดับ จิตดับตามเพราะเหตุดับ สลัดคืนสู่ความเป็นธาตุ คงธรรมล้วนๆ เป็นธรรมธาตุ


    จินตามย ผิดถูกประการใดตืบได้ไม่ต้องยั้ง
     
  17. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,872
    ค่าพลัง:
    +2,352
    งั้น ติ๊ป ก่อนเลย

    จิตรู้ที่จิต รูปนามปรากฎ เป็นปกติครับ แต่อุปาทานไม่มี
    รูปนามอาศัยเพียง สักแต่ว่ารู้ อาศัยแค่ระลึก

    ดับสนิท ทั้งหมด ก็ ปรินิพพาน นิพพานสุก
     
  18. kokoro❤️

    kokoro❤️ ด ว ง ใ จ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    990
    ค่าพลัง:
    +524
  19. อากาโส

    อากาโส สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +3
    เจ้าของกระทู้ เบื่อกามแล้วหรือยังครับ
     
  20. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,557
    ค่าพลัง:
    +9,855
    +++ อือ.... คำถามแปลกดี
    +++ เหมือนกับถามว่า ทำอย่างไรไม่ให้ความเป็นธรรมดาเกิด
    +++ อือ... นี่ก็แปลก
    +++ เหมือนกับ ถ้าธรรมดาเกิด พากัน "หนี" กันอย่างไร
    +++ แปลกดี ๆ
    +++ มีวิธีจัดการธรรมดากันแบบใหนที่สากลใช้กัน
    =============================
    +++ เอ... ที่สากลเขาใช้ วิธีจัดการกับ "ธรรมดา"
    +++ ก็คือ พยายามทำให้มัน "ไม่ธรรมดา" หนะซี...
    +++ แต่หลัก ๆ แบบสากลที่รู้มาก็ใช้วิธี "หลบ/หนี/ลืม" ฯลฯ
    +++ แต่สรุปได้สั้น ๆ ก็คือ "ถอนสติมั่น หลบธรรมเฉพาะหน้า"
    +++ ปล่อยให้ความ "ซึมมึนเข้าครอบงำ" แล้ว "เพ่ง" ไปที่อื่น
    +++ บางทีก็ใช้ "คำหรู ๆ" ว่า "อย่าไปสนใจมัน" บลาๆๆๆ....
    +++ จนกลายเป็น "ไม่รับรู้" สภาวะธรรมเฉพาะหน้านั้น ๆ
    +++ ถ้า "ชอบอย่างที่ สากลนิยม ก็ตามสะดวก"
    +++ ก็ต้อง "ถอนสติมั่น หลบธรรมเฉพาะหน้า" ทุกครั้งที่เกิดนะ

    +++ เป็นงัยบ้าง จากการ "ได้คำตอบ ที่ตรงกับ คำถาม" ที่ถามมา
    +++ ถามมาอย่างไร ก็ ได้คำตอบไปอย่างนั้น ดีม่ะ
    =============================
    +++ แต่ถ้า "มีคำตอบ ที่สวนทาง กับสากล" ล่ะ จะเอาป่ะ
    +++ มันจะ "ตรงกันข้ามกับสากล แบบ ชนประสานงากันเลย"
    +++ แต่เป็นแบบ "พระพุทธศาสนา" นะ คงจะ "ไม่ชอบ" มั้ง...

    +++ ของพระพุทธศาสนา จะเป็นแบบ "ดำรงค์สติมั่น รู้ ธรรมเฉพาะหน้า"
    +++ ซึ่ง "ตรงกันข้ามกับ สากล" ที่ต้อง "ถอนสติมั่น หลบธรรมเฉพาะหน้า"

    +++ วิธีทำง่าย ๆ คือ "1. รู้สึกทั้งตัว ภายใต้ผิวหนัง"
    +++ ปล่อยให้ "ความรู้สึกทั้งตัว ดำรงค์อยู่" จากนั้น
    +++ "2. รู้ทั้งตัว ภายนอกผิวหนัง" อีกที
    +++ ปล่อยให้ "ความ รู้สึกทั้งตัว+รู้ทั้งตัว" ดำรงค์อยู่

    +++ 3. เมื่อทั้ง 2 ส่วน คือ "รู้+รู้สึกทั้งตัว" ดำรงค์คงสภาพได้
    +++ ก็ถือว่า "พร้อม ที่จะเผชิญหน้า กับ เวทนา" แบบซึ่ง ๆ หน้าได้
    +++ ตรงนี้เป็น "ดำรงค์สติมั่น เผชิญธรรมเฉพาะหน้า" (จนกว่าจะรู้)
    +++ ปล่อยให้ "ดำรงค์ สติ/สัมปชัญญะ อย่างยั่งยืน" อยู่อย่างนั้น

    +++ 4. ร้องเพลง "รอ" ให้ไอ้เจ้า "เวทนา" มันเกิด
    +++ คราวนี้ "เอาจริงกับมัน" แบบให้ "สิ้นสงสัยกันไปเลย"
    +++ จังหวะที่ดีที่สุด คือ "รู้สึกกายอยู่ข้างใน ส่วน รู้กายอยู่ข้างนอก"
    +++ จน "รู้" ถึงสภาวะทั้ง 2 ส่วน

    +++ 5. เมื่อ "เวทนาเริ่มเกิด" จะปรากฏสภาวะแทรกซ้อน มาก่อน
    +++ คือ "เนื้อของความรู้สึกทั้งตัว จะปรากฏ สิ่งแปลกปลอม แทรกเข้ามา"
    +++ จะรู้ได้ชัดเจนว่า "มันเหมือน หินกับปูน ที่มันมี เนื้อต่างกัน" ตรงนั้นแล...
    +++ ไอ้ "ก้อนที่มัน แน่นกว่า แข็งกว่า นั่นแหละ" คือ ก้อนเวทนา

    +++ 6. ให้ "ดำรงค์ สติ+สัมปชัญญะ อยู่อย่างนั้น"
    +++ จนกว่า "เนื้อหิน VS เนื้อปูน" แยกต่างระดับ อย่าง "ชัดเจน"

    +++ 7. ตรงนี้แล... ทำ LAB ของ "ธัมมะวิจัยสัมโภชฌงค์" ณ ขณะที่ "ไอ้ก้อนเวทนา ยังอยู่"
    +++ LAB 1. ให้ "ดู แบบแตะ ๆ เบา ๆ (เพ่งนิด ๆ)" ไปที่ "ก้อนเวทนานั้น" แล้วสังเกตุว่า
    +++ อิทธิพล ของเวทนา "เพิ่มขึ้น หรือไม่" จากนั้น ให้ "กลับคืนสู่ สภาวะ รู้/รู้สึก ทั้งตัว"
    +++ ณ ขณะที่ "กลับคืนสู่ สภาวะ รู้/รู้สึก ทั้งตัว" อิทธิพล จากเวทนาก้อนนั้น "ลดลงหรือไม่"
    +++ ให้ฝึก "ปรับระดับการ ดู/เพ่ง ที่มีต่อ ระดับ อิทธิพลของทุกข์ ที่เกิดขึ้น" สัก 4-5 ครั้ง

    +++ 8. เมื่อ "ชำนาญ" แล้ว ให้ทำ LAB 2 คือ
    +++ ระหว่าง "รู้คลุมนอกกาย กับ รู้สึกเต็มกาย"
    +++ ให้ฝึก "ปรับในการ อยู่" กับ "รู้นอกกายบ้าง รู้สึกในกายบ้าง"
    +++ ณ ขณะที่ "ไอ้เจ้า ก้อนเวทนานั้น ยังอยู่"
    +++ ขณะที่ "รู้สึกเต็มกาย" เจ้าก้อนเวทนานั้น "กลายเป็น ไม่ใช่กาย" หรือไม่
    +++ ขณะที่ "รู้นอกกาย" กาย รวมทั้ง ก้อนเวทนานั้น "กลายเป็น แยกออกจากกัน" หรือไม่
    +++ และ เกิดอาการ "มันไอ้ก้อนเวทนานั้น รวมทั้ง กายด้วยกัน" ล้วนไม่ใช่ "ตัวเรา/ของเรา" หรือไม่

    +++ 9. เมื่อได้อาการแล้ว ให้ทำ LAB 3 คือ
    +++ ไอ้เจ้า "สภาวะที่เรา รู้ นอกกายอยู่นี้" มันไม่มีกาย "ก็อยู่ได้" หรือไม่
    +++ กายมันจะ "เกิด แก่ เจ็บ ตาย รวมทั้งทุกข์" มันมี "อิทธิพล" ต่อ "สภาวะรู้" นี้ หรือไม่

    +++ เมื่อพอเข้าใจบ้างแล้ว ก็ให้ "ฝึก อยู่กับรู้" ตรงนี้ ไว้ให้ได้นิสัย
    +++ แล้วสิ่งต่าง ๆ อื่น ๆ ก็จะ "ค่อย ๆ คลี่คลาย เข้าใจ" ไปเองเรื่อย ๆ
    +++ และจะ "รู้" ได้เองว่า อาการ "นึก/คิด/เจตนา เกิด/ดับ"
    +++ มันเกี่ยวกับ "รู้" ตรงนี้หรือไม่
    +++ เพียงแต่ "อย่าปล่อยให้ นึก/คิด/เจตนา" มันมา "บดบังรู้" เท่านั้น

    +++ ลองทำ "เล่น ๆ" ดู ได้ประโยชน์ตามมา อีกมาก นะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...