ทำใจก่อนถวายทาน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Neoworld, 16 เมษายน 2019 at 22:08.

  1. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    8,953
    ค่าพลัง:
    +9,972
    พระสงฆ์ถือว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลก ผู้ที่ถวายทานท่าน จึงได้ชื่อว่าปลูกบุญนิธิไว้ในศาสนา แต่จะได้ผลมากน้อยนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างได้แก่ "พระ" ซึ่งเป็นตัวเนื้อนาบุญ หากเป็นพระดี ก็เปรียบดังที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ "วัตถุ" หรือวัตถุทานนี้ หากได้มาโดยความบริสุทธิ์ ไม่ได้ไปลักชิงของใครเขามา ก็ย่อมเป็นวัตถุทานที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การบริโภคใช้สอย"เจตนา" ความตั้งใจและความศรัทธามากน้อยเพียงใด บุญก็ย่อมมากน้อยไปตามเพียงนั้น

    องค์ประกอบทั้ง 3 นี้ เป็นสื่อผูกพันเพื่อให้เกิดบุญสมความปรารถนา มีศรัทธาญาติโยมบางท่านเกิดความไม่แน่ใจในตัวพระสงฆ์ จึงได้มาเรียนถามหลวงปู่ (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ) เพื่อให้หายข้องใจ ซึ่งหลวงปู่ก็ได้เมตตาตอบดังนี้ "อธิษฐานก่อนถวายทาน ทำจิตใจของเราให้ไปถวายกับพระพุทธเจ้าเลย จะได้บุญสูง พระที่รับเป็นเพียงผู้อุปโลกน์ ถ้าท่านไม่ดีจริง ท่านก็ไปนรก"
    คำสอนหลวงปู่ดู่ วัดสะแกจ.อยุธยาฮับ
     
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,758
    ค่าพลัง:
    +33,165
    ความเห็นส่วนตัว
    สำคัญที่ต้นบุญครับ
    ว่าบารมีท่านมากน้อยแค่ไหน
    และท่านเอาไปทำอะไรต่อครับ


    ที่เพิ่มเติมในเรื่องการวางอารมย์
    ที่ควรมีแม้กระทั่งในตอน
    ที่โมทนาบุญร่วมกับบุคคลอื่นๆครับ
    ต้องด้วยใจจริงๆครับ(ต้องฝึกครับ)
    ไม่งั้นได้ ๑๐ % จากร้อยเปรียบ
    พอให้เห็นภาพครับ




    ปล.ที่พูดคือกรณีต้องการผลของบุญนะครับ
     
  3. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +17
    ทำไมไม่เปิดตัว ลต. ซะทีคะลุง
    กลัวใครมาทำให้ลุงสาวแตกรึป่าวคะ
     
  4. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    498
    ค่าพลัง:
    +664
    ลุงแมวกลัวขาดทุน จากคนที่ส่งคืนสินค้าครับ

    อิอิ
     
  5. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    8,953
    ค่าพลัง:
    +9,972
    คับ ถ้าไม่ใช่เคยเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์
    ที่เคยเกื้อหนุนกันมาก่อน
    ก็จะไม่รับผลิตภัณฑ์นี้ ถึงจะคุณภาพดี
    แค่ไหนก็อยากคืนเป็นกำลัง
    เพราะฟังไม่เข้ารูหู 555
     
  6. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    498
    ค่าพลัง:
    +664
    จริงๆแล้ว ลุงแมวน่าจะระบุรายละเอียดไปเลยนะครับ
    ว่า กิน หรือ ทา ใช้ก่อนหรือหลังอาหาร กี่เวลา

    แต่พอเข้าใจนะครับ ว่าเป็นเบื้องปลาย ก่อนจะย้อนสอบภายใน ในเวลาต่อมา ซึ่งที่กล่าวมาต้องคลายออกบ้างแล้ว
    เมื่อมีความชำนาญ ก็จะไม่กำหนดด้วยอะไรเป็นเจตนาอีก

    อ่าว.. เผลอพิมพ์ไปละ

    อิอิ อย่าถือสา คนเผลอนะครับ

    (ยิ้มมๆ)
     
  7. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +17
    แชร์ธรรมะแนวๆ ฝึก แนวๆ เตือน แบบนี้ให้อ่านบ่อยๆ นะคะ เป็นประโยชน์มาก
     
  8. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    8,953
    ค่าพลัง:
    +9,972
    ใช่คับใช่คับใช่คับ
    ถ้าเป็นการกำหนดรู้จะใช้ในขั้น
    สมถะ
    ส่วนวิปีสสนาปัญญาจะเป็นความเข้าใจ
    และมีสติสัมปชัญญะ รู้ ละ ปล่อยวางในทุก
    ขณะจิต ลุงแมวเข้าใจแบบนี้คับ
    ได้โปรดกรุณาตรวจการบ้านด้วยครับโผม
     
  9. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    498
    ค่าพลัง:
    +664
    ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นนั้น แต่ก็จะผ่านที่ลุงแมวกล่าว

    มาแล้วในเบื้องต้น

    รู้ก็มีอยู่ ดูก็ดูอยู่ แต่ไม่ได้อยู่กับสองสิ่งแรก

    มาอยู่กับอย่างหลัง ผมขอเรียกว่า ธรรมารมณ์ละกันเนอะ

    ในรายละเอียดตรงนี้ จะรู้ได้ ก็ไม่รู้จะเทียบเคียงอะไรดี

    ค้นเอาเองเนอะ ส่วนนี้ ปัจจัตตังแล้ว

    สุดเบื้องปลายสำหรับผมก็เป็นเช่นนี้

    (ขออภัย ถ้าทำให้หลายท่านมีทิฐิ) ขออโหสิ ในเบื้องต้นนี้ด้วยครับ

    ยิ้มมๆ..
     
  10. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอถามอีกนิดนะคะ ยาวหน่อย สำหรับประโยคลุงแมว

    "ถ้าเป็นการกำหนดรู้จะใช้ในขั้น
    สมถะ
    ส่วนวิปีสสนาปัญญาจะเป็นความเข้าใจ
    และมีสติสัมปชัญญะ รู้ ละ ปล่อยวางในทุก
    ขณะจิต"

    ปวีเข้าใจว่า การกำหนดรู้ก็เป็นการใส่สติไปสุ่วิปัสสนา จะเป็นวิปัสสนาที่แท้ทรูคือต้องเห็นไตรลักษณ์เท่านั้น

    อย่างปวีใช้คำบริกรรมตลอดไม่ว่าจะสมถะหรือวิปัสสนา แต่ของปวีเป็นการฝึกสมถะที่ไม่ใช่เพ่ง ไม่ใช่วิปัสสนาที่ไม่มีสมถะรองรับด้วย ปวีก็ไม่เห็นว่าการมีคำบริกรรมจะไม่สามารถพาเราไปสู่ประตูวิปัสสนาญาณได้ตรงไหน

    อย่างแยกรูปนาม ญาณ 1 นามรูปปริเฉท ที่เขาบอกว่ารูปนามจะแยกออก ตัวเราจะเป็นก้อนธาตุ สัตว์ก็ไม่มองว่าสัตว์ คู้เหยียดยืนเดินนั่งนอน ถ้าเห็นว่าเป็นเรา เขา ก็ยังไม่ใช่ ปวีฝึก ตัวสภาวะมันก็พาเราพิจารณาว่าคู้ นั่งยืนเดินไม่ใช่เรา ไม่ใช่เราเลย ไม่มีชายหญิง ไม่มีสัตว์ ร่างกายนี้ก็ด้วย มีแต่รูปนามๆ เรา เขา สัตว์ เป็นแค่ก้อนธาตุเท่านั้น ที่ต้องคืนกลับไปสู่โลก สภาวะนี้อยู่กะเราตลอดเวลา 24 ชม ไม่เคยหายไป

    อย่างแยกเวทนาในสมาธิ ตัวรู้มันจะแยกออกจากเวทนา แยกชัดเจนมาก ความปวดไม่หายยังอยู่ครบ แต่จิตไม่เกาะ ไม่ทุรนทุราย ในตอนนั้นเราเคยนั่ง 1 ชม ถ้าตัวนี้มา เรานั่ง 3 ชม ไม่เข้าฌาน เพราะไม่ปล่อยให้จิตตามความว่างไปเข้าฌาน เอาคำบริกรรมกำหนดรู้ตลอด

    ถามคุณฟอลว่า คำบริกรรมมันคือสมถะจริงๆ หรอคะ จากประสบการณ์ ปวีว่ามันอาจหมายถึงสติด้วยรึป่าวคะ
     
  11. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    498
    ค่าพลัง:
    +664
    คำถาม ที่มีคำตอบในใจแล้วมั้งครับ?

    ส่วนตัวแล้ว เมื่อมีสติดำรงอยู่ จะบริกรรมหรือไม่ ก็ยังคงมีสติอยู่ เป็นปกติ

    อืม...คำบริกรรม ไม่จำเพาะว่า สมถะ หรอกจ้ะ

    (เริ่มที่ใด ทำอะไรอยู่ ดำเนินอย่างไร ยังผลอะไร) แบบนี้ น่าจะให้คำตอบที่ชัดเจนกับคำถามนี้หนอ....

    อิอิ (อย่าเพิ่งเม้มปาก เมื่ออ่านเสร็จแล้ว)

    ยิ้มมๆ...
     
  12. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    916
    ค่าพลัง:
    +619
    สติที่พึงมี มีสองตัวสติ ตัวที่ใช้ทุกวันเราก็เรียกสติ เป็นตัวเดียวกับตัวที่ใช้ในการทำสมถะ กับอีกตัวเป็นสติที่ใช้เพื่อติดตามและระลึกในเหตุที่เกิดขึ้นในจิต หรือเรียกใช้ในวิปัสสนา สองสติทำงานเหมือนกันแต่ต่างเฉพาะสติแรกเราจะเป็นผู้กำหนดให้สติควบคุมให้เป็นไปตามที่เรากำหนด จนคมชัดกรือละเอียดจนถึงที่สุด ส่วนอีกสติ เราใช้โดยไม่ได้กำหนดสิ่งใดเป็นแต่ตอบสนองกับจิตในขณะพิจารณาหรือเรียกง่ายๆในตอนแรกคือปล่อยให้คิดไป แต่ต่อมาสติที่เราใช้ในตอนนี้จะเห็นบางสิ่งที่ต้องศึกษามาก่อนบ้างจากสติข้างบนหรือไม่ก็ตามที่พระศาสดากล่าว แรกๆก็จะหลงไป พอสติตัวนี้ทำงาน มันจะเป็นไปในอีกแบบ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิง สรุปคือ เขาทำให้เราเห็นหรือว่าเราทำเองเลยเห็นเอง เป็นจุดวัดใจ ในทางจิตและก็สติ
     
  13. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +17
    ใช่มะคะ มันไม่จำเป็นต้องเป็นสมถะอย่างเดียวนี่นา เพียงแต่มันใกล้กันมากๆ ถ้าเผลอก็เข้าฌาน จิตตื่นทั้งคืน ไม่ต้องนอน

    เข้าใจที่อธิบายแนวๆ ต้องถอดรหัสค่ะ ได้ประโยชย์มาก ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

    ช่ายยค่ะ เป็นจุดวัดใจทางจิตและสติจริงๆ มันจะมีทั้ง 2 อย่างระหว่างฝึกเข้ามาตลอด พอฝึกมากๆ ความสงบก็เริ่มเข้ามาซัพพอร์ต สมมุติฝึก 6 ชม ก็ได้ 6 ชม เต็มๆ ไม่ฟุ้งไปอดีตอนาคตเลย แต่ความสงบนี้ไม่มาทุกวัน ..ขอบคุณที่ช่วยแนะนำเพิ่มค่ะ
     
  14. ศิษย์โง่ 10 11 12

    ศิษย์โง่ 10 11 12 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2019
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +64
    ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุเป็นผู้สติ เป็นอย่างไรเล่า?

    ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุใน กรณีนี้ เป็นผู้ตามเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลสมีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก ; เป็นผู้ตามเห็นจิตในจิตอยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก ; เป็นผู้ตามเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก.

    ภิกษุทั้งหลาย ! อย่างนี้แล เรียกว่า ภิกษุเป็นผู้มีสติ.

    ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุเป็นผู้มีสัมปชัญญะ เป็นอย่างไรเล่า?

    ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้เป็นผู้รู้ตัวรอบคอบในการก้าวไปข้างหน้า การถอยกลับไปข้างหลัง การแลดู การเหลียวดู, การคู้ การเหยียด, การทรงสังฆาฏิบาตร จีวร,การฉัน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม, การถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ, การไป การหยุด การนั่ง การนอน การหลับ การตื่น การพูด การนิ่ง

    ภิกษุทั้งหลาย ! อย่างนี้แล เรียกว่า ภิกษุเป็นผู้มีสัมปชัญญ
     
  15. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    916
    ค่าพลัง:
    +619
    ใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่า จะได้ตามปรารถนา หลวงปู่อินทร์ถวาย ผมเองก็ยังไม่มีโอกาสพบ หลวงพ่อสงบก็ไม่ได้พบตัวเป็นๆ ทางใต้ก็มีไม่มากแต่วัดหลังศาล ภูเก็ตหลวงพ่อทุกรูป บำเพ็ญแบบถึงธรรม จริงๆมีเยอะ แต่ถ้าไปถึงไหนก็เข้าไปกราบเลยขอธรรมและความรู้จากท่านเลย
     
  16. ศิษย์โง่ 10 11 12

    ศิษย์โง่ 10 11 12 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2019
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +64
    1.ไม่เสพของมึนเมาจนขาดสติ
    2.หรือ มีโมหะ หลงในโลก หลงในอวิชา กิเลส3 = ขาดสติ

    เมื่อรู้เช่นนี้ จึง "เจริญสติ"

    สติมีอย่างเดียว จะเจริญสติ หรือ ไม่เจริญสติ แค่นั้น
    เพราะสัตว์ในสังสารวัตร ร้อยละ 99.99999
    ก็ขาดสติอยู่แล้ว

    จบปิ๊ง


    ปล ไม่ค่อยอยากจะพิมพ์เท่าไร คนฟังมันน้อย
    แค่เห็นชื่อ มันก็อยากกดสยองแล้ว.....
     
  17. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    916
    ค่าพลัง:
    +619
    มีคนเคยถามผมว่า การเล่นการพนันกับการติดยา สุราเมรัย อันไหนบาปกว่ากัน ผมมีคำตอบแล้ว แต่อยากลองฟังว่าผลสรุป คือ ในโลก หรือ ในธรรม ทั้งหมดมาจาก โมหะ อยากทราบความเห็นจากคนอื่นๆคับ
     
  18. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    916
    ค่าพลัง:
    +619
    ที่อยากทราบความคิดเห็นนี่ ไม่ใช่เรื่องของความรู้คับ เพราะความรู้ยังไงก็ต้องหา แต่ก่อนจะหาต้องมีความคิดเห็น หรือ สมุตติฐาน ไม่อย่างนั้นก็กลายเป็นความรู้ที่ไร้ค่า
     
  19. Supop

    Supop เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    514
    ค่าพลัง:
    +3,048
    ขออนุโมทนาในธรรมของทุกท่านด้วยความเคารพครับ

    ด้วยธรรมที่ยังน้อย ข้าพเจ้าคงพอตอบคุณ kenny ได้มั่งนะครับ

    เสพสุรายาเมาน่าจะบาปกว่านะครับ เพราะในเรื่องศีลก็อยู่ในลำดับที่ 5 ซึ่งเหนือกว่าแล้ว เพราะศีลท่านกำหนดไล่ลำดับจากการกระทำที่ส่งผลต่อจิตที่มากกว่าลงไป

    แต่ทีนี้ข้าพเจ้ามีอีกมิติจะขอกล่าวสักเล็กน้อย
    การติดนั้น มันมีกายติดกับใจติด กายติดคือเสพจนยาเสพติดนั้นๆเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แม้ใจจะไม่เอาแล้ว แต่ก็ต้องให้กายเสพเพื่อประทังชีวิต
    กับใจติด แม้ว่าร่างกายจะเสพต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงลิมิตแล้ว แต่ใจอยากเสพ ก็เสพไปจนตายกันไปข้างนึง

    กิเลสอื่นๆก็เช่นกัน เช่น การติดในกาม คนที่ใจติด แม้กายจะหมดความรู้สึกทางเพศแต่ใจก็ยังไขว่คว้าหาอยู่เสมอ.

    ทีนี้ข้าพเจ้าเอง เป็นคนชอบการมีสติ แม้จะเจ็บป่วยมากขนาดไหน ก็ยังคงรักษาสติไว้ตลอด หรือแม้แต่ตอนฉีดยา ข้าพเจ้าก็จะมีสติรับรู้พร้อมกับจ้องมองตลอดที่พยาบาลแทงเข็มเข้าไป หรือจะเรียกอีกอย่างว่าจะเจ็บปวดจะทุกข์จะสุขจะเพลิดเพลิน ข้าพเจ้าจะต้องรู้ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนเช่นนี้มาตั้งแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมเสียด้วยซ้ำ

    ทีนี้เกริ่นนำไปแล้ว และสิ่งนี้ข้าพเจ้าเองก็เคยบอกไปนานแล้ว ข้าพเจ้าเมื่อสมัยวัยรุ่นจนถึงวัยหนุ่ม ข้าพเจ้าเข้าสังคม และในสังคมของคนวัยรุ่นจนถึงวัยหนุ่มส่วนใหญ่จะกินเหล้า ข้าพเจ้าเองก็อยู่กับสังคมอย่างนั้นมาร่วมสิบกว่าปี ตั้งแต่ประมาณ 16-27 ปี แต่ข้าพเจ้านั้นไม่เคยติดเหล้าเลย ทั้งที่เคยกินแบบเกือบทุกวันหรือทั้งแบบเมาหัวราน้ำ เมาจนหัวหมุนตาลาย แต่ทุกครั้งข้าพเจ้าจะมีสติและสัมปชัญญะอยู่ตลอด แม้จะเบาบางลงแต่ก็ไม่ขาด นอกจากหลับ ใจไม่เคยมีความรู้สึกว่าเกลียดหรือชอบเหล้า แต่ต้องกินเพราะอยู่กับสังคมนั้น และปฏิเสธไม่ได้ แต่ปัจจุบันข้าพเจ้าไม่ได้อยู่กับสังคมแบบนั้นแล้ว และกายกับใจก็ไม่ได้ติดเหล้า

    แม้กายจะเมาไปตามธรรมชาติของมันที่ได้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด แต่ใจไม่ได้เมาไปตามกายนั้น

    พอจะเข้าใจไหมครับ

    ขอให้เจริญในธรรมทุกท่านครับ.
     
  20. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    8,953
    ค่าพลัง:
    +9,972
    ใช่ใช่ใช่
    ค่าตัวแพงจึงพิมพ์ทั้งทีต้องคน
    อ่านท่วมท้นหน่อยสมศักดิ์ศรีซุปตาร์
    ไม่งั้นไม่คุ้มต่อการโชว์
     

แชร์หน้านี้

Loading...