ทำไมสมาธิแล้วรู้สึกแถวหัวคิ้วขวาคะ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย DharmaJaree, 27 พฤษภาคม 2013.

  1. DharmaJaree

    DharmaJaree เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2013
    โพสต์:
    61
    ค่าพลัง:
    +107
    ปกติจะนั่งสมาธิเอาลมหายใจจับอยู่ที่ 3 ฐาน จมูก อก ท้อง บริกรรมไปเรื่อยๆ บางครั้งก็รู้สึกที่แถวๆคิ้วขวาค่ะ ความรู้สึกมันเหมือนเราหลับแต่แล้วมีใครเอานิ้วมาจ่อตรงหน้าเราแต่มันไม่มีค่ะ

    อันนี้เกิดจากอะไร ดีหรือไม่ดีคะ?
     
  2. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,938
    ค่าพลัง:
    +1,253
    อาการทางกาย หากจิตเราไม่มี กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก

    จิตของเรา ขณะ ไปเห็น อาการของกาย การมีกาย เราจะเห็นทันที
    เลยว่า อาการเหล่านี้ อยู่เหนือการบังคับบัญชา แต่ มันก็ไม่ได้เกิด
    ขึ้นเพราะคนอื่นบัญชา แต่ มีเหตุมันก็เกิด หมดเหตุมันก็ดับ

    คุณลองพิจารณาดูดีๆ

    สมมติว่า เราทำความรู้สึกเข้าไปที่ ฟัน หรือ ลิ้น ... แค่ วาง
    ความรู้สึกไปที่ ฟัน หรือ ลิ้น บางที น้ำลายมันก็ไหล กล้ามเนื้อ
    ปากมันขยุกขยิก เกิดการเคลื่อนไหว

    หากเราความรู้สึกไปที่ ปลายเส้นผล ขนแขนมันก็แสตนด์อัพ

    นั่นคือ สภาพทางกายทั่วๆไป ที่เกิดจาก การจดจ่อใส่ใจ ในสิ่งที่เราสังเกต

    ถ้าจิตเรา สงัดจากกาม สงัดจากปฏิฆะ ..... การเข้ามาเห็นอาการทาง
    กายจะละเอียด ปราณีต คนอื่นเข้ามารู้เห็นอย่างเจ้าตัวไม่ได้

    เรียกว่า มีปิติ ....อาการปิติ ก็มีตั้งแต่ ตัวส่าย ตัวโคลง เกิดอาการจี้
    เป็นจุด แสบเป็นวง หรือ แสบไปทั้งกาย คันไปทั้งกาย สารพัด

    ( อาการ ปิติ เหล่านี้ หากจิตเราไม่สงัดจาก กามวิตก พยาบาทวิตก
    วิหิงสาวิตก เราจะ ตกใจ เกิดความกลัว เกิดความกระสัน ละอาย
    ในการมีอาการกระสัน ว่ากันไปตามชนิดของ วิตก ว่าเป็น กาม พยาบาท
    หรือ วิหิงสา )

    ดังนั้น

    เวลาเห็น อาการอะไรก็ตาม

    o ให้พิจารณา จิตยินดี ยินร้าย ว่ามีขึ้นมาหรือไม่ และ มี ด้วยอำนาจของ
    วิตกชนิดใด กามวิตก พยาบาทวิตก หรือ วิหิงสาวิตก

    พิจารณาอย่างนี้ เนืองๆ จนเห็น เหตุของการสิ้นไป การดับรอบ ของ วิตกทั้ง 3

    ถ้า วิตกทั้ง 3 ไม่ปรากฏเลย ...........ธรรม จะปรากฏ แก่ผู้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม

    ****************

    อนึ่ง การไปสดับธรรม ที่ไม่ใช่เรื่องว่า ด้วยสุญญตา เป็นเรื่องการพอกพูล สะสม
    เป็นเรื่องการคลุกคลี เวลา มาปฏิบัติธรรม แล้วเห็น สภาวะ เราจะหลุดตาข่าย
    วิตก 3 ไม่ได้เลย ..... เพราะ ธรรมที่ไม่ใช่ธรรม ย่อมพาให้ติดข้องในข่ายทิฏฐิ
    เหมือน ปลาที่ติดตาข่าย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤษภาคม 2013
  3. DharmaJaree

    DharmaJaree เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2013
    โพสต์:
    61
    ค่าพลัง:
    +107
    ขอบคุณนะคะ
     
  4. firstini

    firstini เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    1,213
    ค่าพลัง:
    +3,771
    มันไม่เป็นไรหรอกครับ

    สมาธิให้สนใจแต่จิตเท่านั้น อาการทางกายเขาไม่สนใจกัน
    ทางที่ดี ก่อนนั่งกรรมฐาน ให้ตั้งจิตอธิษฐานถวายร่างกายนี้แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
     
  5. อินทรบุตร

    อินทรบุตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    2,511
    ค่าพลัง:
    +7,320
    ไม่ต้องไปตีความ ว่า ดี หรือ ไม่ดี ไม่ต้องไปสงสัย ว่ามันคืออะไร

    มีสติ ระลึกรู้ไปเรื่อยๆ สิ่งใดเกิด ก็รู้ว่าสิ่งนั้นเกิด สิ่งใดดับไป ก็รู้ว่าสิ่งนั้นดับไป

    บางทีมันเป็นเรื่องของความเคยชินของจิต หรือว่าจิตเคยทำสิ่งใดมาก่อนในอดีต พอปัจจุบันมาปฏิบัติ มันกลับไปคุ้นๆ คล้ายๆ ของเก่า จิตมันก็เดินตามรอยเก่าไป

    แต่นั่นไม่ใช่สาระ ที่พระพุทธองค์สอน
    พระพุทธองค์สอน ให้มีสติ รู้อยู่ในปัจจุบัน ตามความเป็นจริง เพื่อให้พ้นจากนิสัยเก่าๆ และ การเดินแบบหลงทางของจิตตามแบบเก่า เพื่อให้พบกับความรู้แจ้ง
     
  6. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    3,684
    ค่าพลัง:
    +3,015
    อาการอย่างนี้ดีครับ เป็นนิมิตอย่างหนึ่ง ที่เกิดอยู่ในช่วงปิติ ถ้าอยากรู้ว่ามันจริงไหม ให้ท่องปิติๆๆๆๆ ไว้ขณะที่มันเกิด ถ้ามันทรงอยู่ไม่หายไป ก็ใช่ครับ

    ทีนี้ถ้าคุณนั่งสมาธิก็ไม่ต้องภาวนาเลย ให้นึกถึงอาการอย่างนี้พอมันเกิดขึ้นก็แสดงว่า คุณข้ามขั้นมาที่ ปีติ เลย ไม่ต้องเข้าขั้น หนึ่ง สอง อีก มันเป็นประมาณขั้นสามหรือญานสามนั่นเอง ให้ภาวนาว่าปิติๆๆๆ คือคงญานสามไว้ให้นานๆ
    พอเบื่อญานสามแล้วให้ภาวนาว่า สุขๆๆๆๆๆๆ แล้วอธิษฐานขอขยับขั้นขึ้นไปที่ญานสี่ ให้ละปิติเสีย ไม่อยากได้แล้ว อยากได้สุขอย่างเดียว


    แต่ถ้าภาวนาแล้วหายไป ก็แสดงว่าญานสี่ตันแล้วครับ เพราะมันถึงที่สุดแล้ว มันจะเกิดอาการตันๆ ตื้อๆ ตั้งแต่กลางหัวขึ้นไป เหมือนตามที่สามจะเปิด ก็ให้ต่อด้วยวิปัสสนาครับ ไม่งั้นก็ ลองถอดจิตดู
     

แชร์หน้านี้

Loading...