ท่องเที่ยวไปยังโลกพระจันทร์ใน ลาดักห์

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย ✪•ศิษย์ตถาคต•✪, 13 กันยายน 2018.

  1. ✪•ศิษย์ตถาคต•✪

    ✪•ศิษย์ตถาคต•✪ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    532
    กระทู้เรื่องเด่น:
    477
    ค่าพลัง:
    +2,805
    ท่องเที่ยวไปยังโลกพระจันทร์ใน ลาดักห์
    coverladak-696x365.jpg
    ธงมนตร์ถูกแขวนต้อนรับนักเรียนของโรงเรียน Lamdon เมืองเลห์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดของลาดักห์
    ณ ผืนดินอันกว้างใหญ่ทางตอนเหนือของอินเดีย ในภูมิภาค ลาดักห์ มีดินแดนที่ขึ้นชื่อว่า “โลกพระจันทร์” (Moonland) จากภูมิประเทศแห้งแล้ง ขรุขระ สถานที่ซึ่งวัฒนธรรมแบบทิเบตดั้งเดิมยังคงพบเห็นได้ แดนมหัศจรรย์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก หลังทางการอินเดียเปิดให้ลาดักห์เป็นแหล่งท่องเที่ยวในทศวรรษ 1970 ลาดักห์กลายมาเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากมาย รวมไปถึง Yuri Andries ช่างภาพชาวเบลเยียม ที่ต้องการบันทึกความผิดแผกที่เกิดขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้ ในชุดภาพถ่ายที่มีชื่อว่า Moonland

    “ลาดักห์รับความตึงเครียดมากมายจากประเทศที่ตั้งอยู่รอบๆ” Andries กล่าว “แต่ในขณะเดียวกันมันคือสถานที่สุดมหัศจรรย์”

    ดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงการาโครัมนี้ ตั้งอยู่เคียงข้างกับเส้นทางการค้าโบราณ ทั้งยังเป็นชุมทางค้าขายสำคัญของพ่อค้าวาณิชที่เดินทางมาพบปะค้าขายกันบนเส้นทางสายไหม ต่อมาเมื่ออินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ลาดักห์ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชัมมูและแคชเมียร์ และเมื่อจีนรุกรานทิเบต ลาดักห์กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของผู้อพยพชาวทิเบต จนปัจจุบันได้รับสมญานามว่าเป็น “ทิเบตน้อย” เนื่องจากมีความเป็นทิเบตมากกว่าดินแดนทิเบตเดิมเสียอีก

    1-3-1024x768.jpg
    พระพุทธรูปกลางทะเลทรายของลาดักห์
    4-4-1024x768.jpg
    Meme Lay พระชาวทิเบตโพสท่าถ่ายภาพข้างหน้าต่าง
    ด้วยความที่ลาดักห์คือเบ้าหลอมรวมวัฒนธรรมมากมาย Andries จึงเช่ามอเตอร์ไซค์เพื่อตามหาชุมชนของพระชาวทิเบต, ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ไปจนถึงชุมชนเล็กๆ ของชาวมุสลิมนิกายซุนนี และชาวคริสต์ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ถนนเชื่อมต่อหมู่บ้านยังคงเป็นกรวดหิน ในขณะที่สัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือปั๊มน้ำมันนั้นหาได้ยากมาก

    “เมื่อคุณขับเข้าไปในชุมชนของชาวพุทธ พวกเขาจะเชื้อเชิญให้เข้ามาเยี่ยมบ้าน รินชาให้คุณดื่ม บางครั้งอาจเสิร์ฟโมโม่ ชื่อของเกี๊ยวที่เป็นอาหารท้องถิ่นให้ด้วย แม้การสื่อสารจะติดขัดด้วยอุปสรรคทางภาษา แต่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่แสดงออกมา”

    การถ่ายภาพบุคคลที่ขัดแย้งกับฉากหลังของสถานที่ คือธีมในการถ่ายภาพของ Andries “ผมต้องการสดุดีแก่โลกที่พวกเขาอยู่” เขาอธิบาย ทว่าในภาพของความเชื่องช้า และวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม สถานที่แห่งนี้กำลังเผชิญกับปัญหาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการที่พวกเขาพึ่งพาแหล่งน้ำเดียวจากธารน้ำแข็ง อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศคือสิ่งที่น่ากังวล

    2-3-1024x768.jpg

    เมื่อ Yuri Andries พบเข้ากับคนเลี้ยงสัตว์กับฝูงแกะ หลังขับรถมาอย่างโดดเดี่ยวหลายชั่วโมง เขาตัดสินใจหยุดทันที “ชายคนนี้อาจไม่ได้พบใครมานานมาก แต่เขามีท่าทางสงบนิ่ง เราตัดสินใจนั่งลงกับพื้นดินเช่นเดียวกับเขา และผมตัดสินใจถ่ายถาพโดยวางตำแหน่งให้เขาอยู่ตรงกลาง”
    3-4-1024x768.jpg
    เจดีย์น้ำแข็งช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกได้รับน้ำเพียงพอในช่วงฤดูร้อน
    แต่ถึงกระนั้นวิถีชีวิตแบบชาวลาดักห์ก็สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ชนชาติอื่นทั่วโลกได้ เมื่อพูดถึงความยั่งยืน พวกเขาสร้างบ้านจากดินด้วยเทคนิคแบบโบราณที่ช่วยให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว การอาศัยอยู่บนที่สูงช่วยผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้มาก ทั้งยังใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักในฟาร์ม แลกกับการใช้แรงงาน

    ในระหว่างการเดินทางในลาดักห์ Andries พักอยู่ในโรงเรียนและหมู่บ้านนิเวศวิทยา SECMOL ก่อตั้งขึ้นโดยวิศวกรนาม Sonam Wangchuk ผู้คิดค้น “เจดีย์น้ำแข็ง” นวัตกรรมใหม่ในผลิตแหล่งน้ำให้เพียงพอแก่บรรดาเกษตกร จากการต่อท่อลำน้ำบนภูเขา และปล่อยให้มันพุ่งขึ้นและแข็งตัวจนเป็นรูปทรงเจดีย์ ด้วยรูปทรงนี้ช่วยให้ผิวสัมผัสของน้ำแข็งละลายจากแสงอาทิตย์น้อยกว่า ช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกได้รับน้ำเพียงพอ

    ที่ลาดักห์ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะพบกับธงมนตร์อยู่เสมอ พวกเขามีความเชื่อว่าสายลมจะช่วยพัดพาคลื่นคำอธิษฐานจากหมู่บ้านอันเงียบสงบให้ขึ้นไปยังสรวงสวรรค์ Andries เล่าว่าตัวเขาได้แรงบันดาลใจมากมายจากดินแดนแห่งนี้ “และภาพถ่ายของผมจะแสดงให้เห็นว่าสวรรค์บนโลกเป็นอย่างไร”

    เรื่อง Christine Blau

    ภาพถ่าย Yuri Andries

    5-4-1024x768.jpg
    มันยากที่จะหาตรรกะอธิบาย แต่แอพริคอตเติบโตขึ้นได้บนผืนทะเลทรายที่มีภูมิประเทศไม่ต่างจากผิวดวงจันทร์นี้
    6-4-1024x768.jpg
    พื้นที่แยกตัวโดดเดี่ยวใกล้กับหมู่บ้าน Chumathang นี้ คือบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ
    7-3-1024x768.jpg
    โรงเรียน Druk White Lotus ในหมู่บ้าน Shey ของแคว้นลาดักห์นี้ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์
    8-4-1024x768.jpg
    ฝูงจามรีกำลังเล็มหญ้าภายใต้เทือกเขาสูงตระหง่าน
    9-3-1024x768.jpg
    สองหนุ่มน้อยกำลังเดินกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการเรียนในโรงเรียนพุทธทิเบต ของหมู่บ้าน Shey
    10-3-1024x768.jpg
    นกกาภูเขาปากแดงบินผ่านเนินทราย
    11-4-1024x768.jpg
    เด็กนักเรียนจากโรงเรียน Lamdon ออกมาศึกษานอกสถานที่ เนื่องในหัวข้อการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของลาดักห์
    13-3.jpg
    นักเรียนหญิงจากโรงเรียน Druk White Lotus กำลังนั่งสมาธิ ในลาดักห์ เด็กทุกคนเรียนรู้การทำสมาธิตั้งแค่เล็กๆ
    14-3.jpg
    พระหนุ่มจากวัด Karma Dupgyud Choeling เป่าแตรแบบทิเบตที่มีชื่อเรียกว่า dungchen
    15-2.jpg
    ทหารอินเดียที่ประจำอยู่ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งด้านดินแดนระหว่างอินเดีย, ปากีสถาน และจีน
    16-2.jpg
    กระบอกมนตร์หรือกงล้อมนตร์แบบชาวทิเบต เชื่อกันว่าเมื่อหมุนจะกระจายศึลและพรไปทั่วบริเวณ
    17-2.jpg
    คนงานจากรัฐพิหารในอินเดีย
    18-2-1024x768.jpg
    คู่รักท่ามกลางทัศนียภาพของลาดักห์



    ขอบคุณที่มา
    http://ngthai.com/cultures/13813/photos-of-life-in-ladak/
     

แชร์หน้านี้

Loading...