ท่องไปในแดนธรรม:ตามรอยบุเรงนองมองหาจะเด็ด

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 23 มิถุนายน 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    ท่องไปในแดนธรรม:ตามรอย'บุเรงนอง'มองหา'จะเด็ด'

    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top></TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG][/IMG] -->
    [​IMG]




    "เมืองหงสาวดี" เดิมทีเป็นเมืองหลวงของมอญ แต่โดนพระเจ้าตองอู ตะเบงชะเวตี้ ซึ่งคนไทยคงคุ้นกับชื่อนี้กันดี ทั้งจากเรื่องผู้ชนะสิบทิศ เรื่องสุริโยทัย การเสียกรุงครั้งที่ ๑ รวมทั้งพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรกับพระพี่นางสุพรรณกัลยา แต่ทางพม่าจะไม่สอนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทยพม่าเลย



    พระเจ้าบุเรงนอง หรือที่คนพม่าเรียกว่า บายินนอง เป็นกษัตริย์พม่าที่ได้รับความชื่นชมจากคนไทยมากที่สุดในบรรดากษัตริย์ที่ปกครองประเทศพม่ามาหลายร้อยพระองค์ ฝีมือการรบและการสงครามที่เก่งกาจประดุจเทพยดา นั่นคงจะเป็นคำจำกัดความของวีรบุรุษพม่าที่ได้รับสมญานามว่า "ผู้ชนะสิบทิศ" ในความรับรู้ของคนไทยหลายๆ คน ที่อาจจะเคยอ่านนวนิยายชื่อดังของ ยาขอบ หรือ โชติ แพร่พันธ์ หรือแม้แต่ดูหนังชมละครที่ถ่ายทอดจากบทประพันธ์ดังกล่าว
    แม้แต่ในพงศาวดารของไทยก็ยังกล่าวในเชิงยกย่องพระเจ้าชนะสิบทิศผู้นี้ว่าเป็นกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการ แม้ทำสงครามกับสยามก็กระทำตามธรรมเนียมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ หาได้ปล้นเมืองทำลายบ้านดังสงครามครั้งอื่นๆ ไม่
    ขณะเดียวกัน ในพงศาวดารของพม่าเองก็บันทึกเรื่องราวของพระเจ้าหานตาวดีเซ็งพยูเช็ง หรือพระเจ้าช้างเผือกแห่งหงสาวดี โดยได้เชิดชูความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ตองอูในสมัยพระองค์ไว้ว่า แต่เดิม หม่องจะเต็ต หรือนายปลวกไต่ เป็นสามัญชนที่ได้เข้าไปรับราชการพระเจ้าตองอูเม็งจินโย (มังกยินโย) จนกระทั่งได้รับการสถาปนาเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้น บายินนองจอเดงโนรธา ซึ่งแปลว่า พระเชษฐาธิราช หรือที่ไทยเรียก บุเรงนองกยอดินนรธา
    ในปัจจุบันทางพม่าดูเหมือนจะให้ความสนใจกับพระเจ้าชนะสิบทิศพระองค์นี้มากกว่าที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้ว่า หากใครข้ามฟากไปเที่ยวเมืองชายแดนฝั่งประเทศพม่าแถวแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก แม่สอด-เมียวดี หรือเกาะสองทางระนอง จะได้เห็นรูปปั้นของกษัตริย์นักรบที่ทรงเครื่องออกศึก บึกบึนกำยำล่ำบึ้กพระองค์นี้
    นอกจากนี้แล้วสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระองค์ จะมีการบูรณะปรับปรุงรวมทั้งสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างภาพความยิ่งใหญ่รุ่งเรืองจากอดีตให้ปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังที่เมืองหงสาวดีราชธานีในสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง ได้มีการขุดค้นพระราชวังที่มีนามว่า กัมโพชะธานี และดำเนินการสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่คร่อมทับบนซากรากฐานเดิม โดยอาศัยหลักฐานปะติดปะต่อจากเอกสารของต่างชาติและของพม่ามอญเองที่มีไม่มากนัก แต่ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่โตสวยงามที่คนไทยทั้งหลายต่างก็แห่พากันไปชม
    "วังบุเรงนอง" แห่งนี้ และแฟนๆ ของจะเด็ดทั้งหลายก็ยังมองหาเลย หวังจะเจอตำหนักของตละแม่พระองค์ต่างๆ ที่เคยอ่านพบในนวนิยาย อีกด้านหนึ่งของเมือง พระมหาเซดีหรือมหาเจดีย์ที่พระเจ้าบุเรงนองสร้างขึ้น ว่ากันว่าเพื่อฉลองชัยที่ทำศึกชนะกรุงศรีอยุธยา แต่ไหนแต่ไรมาปล่อยเป็นสีขาวโล่งๆ ไม่เคยปิดทองด้วย เล่ากันว่าพระองค์ทรงวางตนว่ามาจากสามัญชนไม่ใช่เชื้อกษัตริย์ ถึงตอนนี้ก็ได้รับการบูรณะปิดทองทั้งองค์
    ที่พระราชวังเมืองมัณฑะเลย์ ก็ปรากฏรูปหล่อของพระเจ้าบุเรงนอง โดยมาพร้อมกับมหาราชองค์อื่นๆ ของพม่าในสมัยต่างๆ ตั้งแต่พระเจ้าอโนรธามังช่อสมัยพุกามเป็นต้นมา จับกลุ่มเป็นวงราวกับจะมาช่วยกันแก้เคล็ดที่เมืองมัณฑะเลย์ไปเสียท่าถูกอังกฤษยึดจนพม่าตกเป็นเมืองขึ้นอยู่หลายสิบปี
    ส่วนที่วัดมหามัยมุนีซึ่งมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มากชื่อเดียวกันกับวัด ก็มีรูปปั้นพระเจ้าบุเรงนองยืนโพสท่าอย่างสง่างามอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันพระองค์ยังนำรูปหล่อเครื่องสำริดที่ได้มาจากกรุงศรีอยุธยามาถวายแก่พระมหามัยมุนีที่แคว้นยะไข่ ซึ่งเป็นเมืองในราชอาณาจักรของพระองค์สมัยนั้น และเมื่อต่อมาพระมหามัยมุนีถูกอัญเชิญจากเมืองยะไข่มายังวัดแห่งนี้ ข้าวของที่ตั้งถวายเป็นพุทธบูชาก็ถูกนำมายังที่นี่ด้วย
    ท่านผู้สันทัดกรณีนั่งมองหนวดเข้มๆ ของท่านจะเด็ดแล้วให้ความเห็นว่า ทางพม่าคงจะหล่อรูปบุเรงนองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงแฟนๆ ของจะเด็ดในเมืองไทยให้เข้าไปชมกระมัง
    หรือเพราะต้องการจะแสดงความเกรียงไกรของพระองค์ในฐานะกษัตริย์ชนะสิบทิศผู้ยิ่งใหญ่เหนือดินแดนอุษาคเนย์
    เช่นเดียวกันกับที่ชาวไทยรักและเคารพเทิดทูนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ไว้หลายแห่งตามชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
    "แล้วใครเก่งกว่ากัน?" เสียงถามไม่ปรากฏสัญชาติดังขึ้น ท่านผู้สันทัดกรณีคนเดิมตอบ "ผมม่ายรู้หรอก ผมเกิดม่ายทัน! แล้วก็ตอนบุเรงนองหนุ่มๆ พระองค์ดำท่านก็ยังเด็ก พอพระองค์ดำโตบุเรงนองท่านก็สวรรคตไปเสียแล้ว แล้วจะไปรู้ได้ไงว่าตอนที่พระองค์เจอกันในวังหงสาวดีน่ะ ทั้งสองพระองค์อาจจะเป็นมิตรพูดจาโอภาปราศรัยกันถูกคอกว่าคนสมัยหลังที่อยู่คนละฝั่งแม่เมยตอนนี้ซะอีก" อดีตที่ฝังใจมาจ้องหาเรื่องหาราวกันแล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นคนชาติเดียวกันแค่ต่างความคิด ต่างความเชื่อก็ยังทะเลาะเบาะแว้งกันถึงบาดเจ็บล้มตายได้เลย แต่หากเราได้เข้าใจเรื่องราวในอดีต ใช้ประวัติศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจปัจจุบัน และสร้างความเข้าใจซึ่งกันในหมู่ชาวอุษาคเนย์ผู้ร่วมแผ่นดินเดียวกันนี้แล้ว แผ่นดินนี้ก็จะเป็นแดนทองสุวรรณภูมิที่ทุกคนทุกเชื้อชาติภาษาอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขกว่าแผ่นดินใดในโลก



    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    ที่มา : [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 มิถุนายน 2006
  2. nissanneo

    nissanneo สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +0
    ได้รับรูปหล่อองค์จิ๋วขนาดไม่เกิน 2 ซม.จากหลวงตาท่านหนึ่งท่านบอกว่าได้มากจากประเทศอินเดีย ขณะไปธุดงค์ที่อินเดีย ที่ฐานหล่อชื่ออ่านได้ว่า "บุเรงนอง" เพื่อเป็นการไขข้อสงสัยสัยอยากถามผู้รู้ช่วยพิสูจน์ว่าคืออะไร มาจากไหน ใครมีครอบครองบ้าง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...