ธรรมคำสอนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เทศน์สอนในอดีต พ.ศ. 2483

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย vibe, 19 สิงหาคม 2005.

  1. vibe

    vibe เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +3,145
    [​IMG]


    เป็นธรรมโอวาทที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เทศน์สอนในอดีต พ.ศ. 2483 ณ วัดป่าโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเก่าแ่ก่ และ มีคุณค่าสูงส่งมาก ผู้จดบันทึกธรรมคำสอนไว้ คือ หลวงปู่หลุย จันทสโร

    1. ในโลกนี้เป็นธาตุทั้งนั้น ให้รู้เท่าทันกับธาตุอย่าหลงตามธาตุ

    2. ให้เห็นปัจจุบันธรรม อย่าส่งจิตอนาคต และ อดีต

    3.ธาตุ 84,000 ธาตุออกมาจากจิตหมด

    4.นิโรธเป็นของดับเพราะรู้เท่าทันแล้ว จิตไม่เกิดยินดี ยินร้าย ดับไปเช่นนี้ ชื่อว่านิโรธ

    5.แสดงฌานเป็นที่พักชั่วคราวแล้วเจริญจิตต่อ ๆ ไป

    6.ให้เอากาย วาจา ใจนี้ยกขึ้นพิจารณา อย่าเพิ่ม อย่าเอาออก ให้เห็นเป็นปรกติ

    7.มรรค 8 นั้น สมาธิมรรค์เป็นองค์ 1 นอกนั้นเป็นปริยาย

    8.ให้รู้ธรรมะและอาการของธรรมถึงขั้นละเอียด แล้วก็จะรู้เอง เห็นเอง

    9.ถ้าส่งจิตรู้เห็นภายนอกกายเป็นมิจฉาทิฐิ ให้รู้เห็นอยู่ในกายกับจิตนั้น เป็นสัมมาทิฐิ

    10.นักปฏิบัติใจต้องเด็ดเดี่ยวกล้าหาญที่สุด จึงจะรู้ธรรมเห็นธรรม

    11.เกิดตาย เกิดแล้วตาย ชมแต่หนังของเก่า ไม่หันไปหาที่จะพ้นทุกข์

    12.ทำจิตให้เสมออย่าขึ้นอย่าลง อย่าไปอย่ามา ให้รู้เฉพาะปรกติของจิต

    13.แสดงฐานของธรรมเป็นบ่อเกิดอริยสัจของจริง

    14.แสดงตนดูถูกท่านว่าท่านเป็นคนโกรธ เพราะผู้ฟังไม่เห็นตามความเป็นจริง เพราะยุ่งแต่จิตของตัวเท่านั้น

    15.เกิดความรู้อย่างวิเศษ แล้วย่อมหาอานิสงส์ประมาณไม่ได้

    16.อัตตาหิ...ฯลฯ เป็นของลึกลับเหลือที่สุด

    17.ให้รู้ธาตุเห็นธาตุ จิตจึงไม่มติดทางราคะ

    18.คนเราจะดีจะชั่วต้องเกิดวิบัติเสียก่อน

    19.ท่านแสดงไม่อ้างสวรรค์ นิพพาน ไม่อ้างทุคติ อ้างความเป็นไปทางปัจจุบันอย่างเดียว เพราะชั่วดีก็ปัจจุบันที่ยังเป็นชาติมนุษย์

    20.ความรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นอนันตนัย มากมายยิ่งกว่า 84,000 พระธรรมขันธ์เป็นอุบายที่จะทรมานสัตว์
    พ้นวิสัยของสาวกที่จะรู้ตามเห็นได้ สาวกกำหนดรู้แต่เพียง 84,000 เท่านี้ก็เป็นอัศจรรย์

    21.ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

    22.ให้แก้ปัจจุบัน เมื่อแก้ปัจจุบันได้แล้ว ภพ 3 นั้นหลุดหมดไม่ต้องส่งอดีต อนาคตให้ลบอารมณ์ภายนอกให้หมด จึงจะเข้าอารมณ์ภายในได้ เพ่งนอกเป็นตัวสมุทัย เป็นทุักข์ และเป็นตัวมิจฉาทิฐิ
    เพ่งในเป็นตัวสัมมาทิฐิ เพ่งในตัวเป็นสัมมาทิฐิ

    23.เล่นนิมิตก็ดี ยินดียินร้ายก็ดี เรียกว่าคุ้มเงาตน เชื่อนิมิตเป็นบ้า
     
  2. Attawat_Rx

    Attawat_Rx เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    2,183
    ค่าพลัง:
    +18,398
    โมทนานะครับ
     
  3. สมิทธิ์

    สมิทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    177
    ค่าพลัง:
    +749
    ... โมทนาให้คุณ vibe ด้วยครับ ... สาธุ
     
  4. kittham

    kittham สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +9
    อนุโมทนาด้วยครับ
    ผมจะนำไปปฏิบัติ ขอบคุณมากครับ
     
  5. Mario

    Mario Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2004
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +30
    อนุโมทนาครับ ขอบคุณครับ
     
  6. olj

    olj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    213
    ค่าพลัง:
    +2,440
    โมทนาครับ
     
  7. varanyo

    varanyo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    925
    ค่าพลัง:
    +3,371
    ขออนุโมทนาครับ...สุดยอดยากที่อธิบาย
    ----------------------------------------
    [b-wai] ผู้ปฏิบัติดี ...ประพฤติดี ...ย่อมมีผู้สรรเสริญ...[b-wai]
     
  8. REdSHirt

    REdSHirt เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    65
    ค่าพลัง:
    +382
    อนุโทธนาสาธุ
     
  9. vibe

    vibe เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +3,145
    " ธรรมมะ ธัมโม เรียนมาจากธรรมชาติ เห็นความเกิด ความแปรปรวนของสังขาร ประกอบด้วยไตรลักษณ์"

    "อย่าเชื่อหมอมากนัก ให้เชื่อธรรมมากจึงดี เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม"

    "อรหันต์ก็เป็นคุณอนันต์ นับหาประมาณมิได้ พระอรหันต์ ตรัสรู้ในตัว เห็นในตัว มีญาณแจ่มแจ้งดี ล้วนแต่เล่าเรียนธรรมชาติทั้งนั้นฯ"

    "ธรรมะชี้เข้ากายกับจิตเป็นคัมภีร์เดิม"

    "ภูเขาสูงที่กลิ้งมาบดสัตว์ให้เป็นจุรณไปนั้น อายุ 70 ปีแล้วไม่เคยเห็นภูเขา เห็นแต่ชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณทุกข์ เท่านั้นแล ทิฐิมานะเป็นภูเขาสูงหาที่ประมาณมิได้"

    "ธรรมะเป็นต้น เอโกมีอันเดียว แต่แสดงอาการโดยนัย 84,000 ธาตุ 4 ธาตุ 6 ธาตุ18 ให้เห็นด้วยจักษุด้วย ให้เห็นด้วยญาณ คือปัญญาด้วย "นโม" ดิน น้ำ บิดา มารดา ปั้นขึ้นมา"

    "84,000 เป็นอุบายที่ให้พระองค์ทรมานสัตว์ สัตว์ย่อมรู้แต่ 84,000 เท่านั้น จะรู้ยิ่งไปกว่านั้นเป็นไม่มี เว้นแต่นิสัยพุทธภูมิฯ รู้อนันตนัย หาประมาณมิได้ พ้นจากนิสัยของสาวก สาวกรู้แต่ 84,000 เท่านั้น จะรู้ยิ่งไปกว่านั้นมิได้"

    "ให้รู้ ..นโม.. *นะ* น้ำ *โม* ดิน (อิ อะ) อิติปิโสฯ อรหัง เมื่อรู้แล้ว ความรู้หาประมาณมิได้ อะ อิ สำคัญนัก เป็นคุณสมบัติของพระอรหันต์ฯ"

    "ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ นี้เอง ทำให้บุคคลเป็นพระอรหันต์"

    "..ญาณ.. ของพระพุทธเจ้า ท่านหมายเอา สกนธ์กาย เช่น นิมิตธาตุไฟ ธาตุลม ธาตุน้ำ ธาตุดิน และอาการ 32 เป็นนิมิต ท่านบอกว่า รู้เห็นเช่นนี้ บรรดาท่านเจ้าคุณทั้งหลายไม่คิดค้านเลยฯ

    "สัตว์เกิดในท้องมารดาทุกข์แสน กามเป็นของต่ำช้า เป็นของที่นำทุกข์เดือดร้อนฯ"

    "โลกสันนิวาส มีความแปรปรวนตั้งเที่ยงอยู่เช่นนั้น แต่จิตของเรารักษาไว้ให้ดี อย่าให้ติด ถ้าไม่ติดก็ได้ชื่อว่าเป็นสุข ในตอนนี้ ท่านแสดงทบไปทบมาเพื่อให้ศิษย์รู้"

    "พิจารณาค้นกาย ตรวจกายถูกดีแล้ว ไม่เป็นปัญหาขึ้นมาได้ ถ้าไม่ถูกย่อมเป็นปัญหาขึ้นมา"

    "ค้นดูกายถึงหลัก แลเห็นอริยสัจของจริงแล้ว เดินตามมรรค เห็นตัวสมุทัย เห็นทุกขสัจ"

    "ต้องทำจิตให้เป็นเอก ต้องสงเคราะห์ธรรมให้เป็นเอกเสมอฯ"

    "อริยสัจ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มรรคคือ กาย วาจา ใจเป็นมรรค เข้าไปดับทุกข์ ดับสมุทัย ดับนิโรธ นิโรธดับไม่เอา เอาที่ไม่ดับ คือดับนั้น ยังเป็นตัวมรรค เอาสิ่งที่ไม่ดับ สิ่งที่ตั้งอยู่นั้นแหละเป็นตัวให้สิ้นทุกข์"

    "ปฏิภาค.. นั้นอาศัยผู้ที่มีวาสนา จึงจะบังเกิดขึ้น ..อุคหนิมิต.. นั้นเป็นของที่ไม่ถาวร พิจารณาให้ชำนาญแล้วเป็น ..ปฏิภาคนิมิต.. ชำนาญทาง.. ปฏิภาค.. แล้วทวนเข้ามาเป็นตน ปฏิภาคนั้นเป็นส่วนวิปัสสนาฯ"

    "ท่านพิจารณาร่างกระดูกได้ 500 ชาติมาแล้ว ตั้งแต่เกิด เป็นเสนาบดีเมืองกุรุราช เป็นอุบาสก ถึงพระรัตนตรัย"

    "เจริญทางจิตอย่างเดียว ตั้งแต่ ..อุปจารสมาธิ.. รู้วาระจิตของผู้อื่นได้ แก้นิวรณ์ได้ แต่โมหะคุมจิต ถ้าเจริญวิปัสสนา ถึง..อัปปนาสมาธิ.. ท่านอาจารย์บอกเช่นนั้น และบอกว่าทำความรู้ให้พอเสียก่อนจึงไม่หวั่นไหว"

    "ให้รู้ที่จะแก้จิตของตน ให้รู้จักภพของตนที่จะไปเกิดฯ ท่านอาจารย์ได้พิจารณาวัฏฏะ 500 ชาติ"

    "ต้องผ่านความผิดมาเสียก่อน จึงปฏิบัติถูก ความผิดเป็นเหตุความถูกเป็นผลของความดีทั้งหลาย ต้องเดินมรรค 8 ให้ถูกจึงจะแก้ได้ เดินตามสายหนทางของพระอริยเจ้า ใช้ตบะอย่างยิ่งคือความเพียร จึงจะสอนตนได้โลกีย์ โลกุตระ 2 อย่างประจำอยู่ในโลก 3 ภพ"

    "ปัญญามีสัมปยุตทุกๆภูมิ กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ เหล่านี้ ล้วนแต่มีปัญญาประกอบ ควรที่เป็นเสียมก็เป็น ควรที่เป็นขวานก็เป็น ส่วนที่เฉยๆ เรื่อยๆนั้น เช่นเหล็กเป็นแท่งกลม จะเอามาใช้อะไรก็ไม่ได้ นี้ฉันใด"

    "จะบอกการดำเนิน วิปัสสนา และ สมถะ โดยเฉพาะนั้นมิได้ เพราะมันไปหน้าเดียว จริตของคนต่างๆกัน แล้วแต่ความฉลาด ไหวพริบของใคร เพราะดำเนินจิตหลายแง่แล้วแต่ความสะดวก"

    "อย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัว เห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้ว รู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ"

    "เทศน์เรื่องมงคลวิเสส ที่มนุษย์ เทวดามีความสงสัย มิได้แก้อัตถะแปลได้เหมือนพระพุทธองค์ มนุษย์เป็นสถานกลาง อะไรดี หรือชั่วก็ต้องกลั่นออกไปจากมนุษย์นี้ทั้งนั้น ทำให้เป็นดีก็มนุษย์ ทำให้ชั่วก็มนุษย์ จะเป็นบุถุชนก็มนุษย์ จะเป็นพระพุทธเจ้าก็มนุษย์"

    "ท่านเทศน์ให้สงเคราะห์เข้าตนทั้งนั้น สุภะ เป็นธาตุบูดเน่า เป็นธรรมชาติของเขา ร้ายแต่มนุษย์ จิตติดสุภะ ดื่มสุรา ท่านยกพระโพธิสัตว์ ยศเป็นกษัตริย์ มีเมีย 6 หมื่น บุตรราหุล ท่านก็ไม่เมา ไหนเรามีเมียตาเปียกคนเดียว ติดกันจนตาย ธาตุเมาอันนี้เป็นธรรมชาติไม่ให้คนสิ้นทุกข์ไปได้"

    "บุคคลรักษาจิต ได้แล้วทั้งศีล แม้รักษาทางปัญญา ได้แล้ว ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ดุจข้าวสุกที่สำเร็จแล้ว เราจะตวงกิน ไม่ต้องไปกังวล ทำนาเก็บเกี่ยว และข้าวเปลือก ข้าวสารเลย กินข้าวสุกแล้วก็เป็นพอนี้ก็ฉันนั้น เป็นสถานที่สำรวม"
     
  10. vibe

    vibe เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +3,145
    "ภายนอกให้ละเอียดเสียก่อน แล้วภายในจึงละเอียด"

    "ครั้งพุทธกาล บางองค์ติดทางสมาธิ 50 ปี จึงได้สำเร็จก็มี"

    "พระอานนท์ เป็นคลังแห่งพระธรรม อะไรท่านรู้หมด ทำเนิ่นช้า เพราะท่านติดพระสูตร อภิธรรม ไม่น้อมลงมาปฏิบัติ จึงสำเร็จช้า อายุ 80 ปี หลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือน"

    "พระอานนท์ทำความเพียรในกายวิปัสสนา กำหนดจิต โดยมิได้ละ จนขาตรงทีเดียว จึงได้ทอดกายด้วยสติ หัวยังไม่ถึงหมอน จิตก็เข้าสู่ภวังค์ ภวังค์หายไป เกิดความรู้ เญยธรรม ทั้งหลาย ฯ"

    "พระโมคคัลลาน์ สารีบุตร ล้วนแต่เกิดในตระกูลมิจฉาทิฐิ โมคคัลลาน์ สั่งสอนแม่ไม่ได้เลยทีเดียวฯ"

    "เหตุปจจโย โหติ ธรรมทั้งหลายเกิดเพราะเหตุ ดับเพราะเหตุฯ"

    "อย่าเชื่ออภิญญาฯ ปฏิบัติเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นอาบัติทุกกฏ"

    "ธรรมเป็นของเย็น พระกรรมฐานอยู่ที่ไหน สัตว์ป่าต้องอาศัยอยู่ หมูป่าเห็นคฤหัสถ์เป็นยักษ์เป็นมาร เบียดเบียนสัตว์ ยิงจนไม่มีเหลือ เสือภูวัว ท่านอาจารย์ทำอุโบสถ มันมาร้อง เมื่อฟังปาติโมกข์ จบแล้วมันก็หายไป ท่านอาจารย์มั่นคุ้นเคยสัตว์เหล่านี้ ท่านรู้วาระจิตสัตว์เหล่านี้ เป็นมิตรสหายกันด้วยธรรมเครื่องเย็นใจ"

    "สัตว์เดจัจฉาน เขาก็มีสัญญา ปัญญา นามธรรม รู้เหมือนกับมนุษย์ แต่เขาพูดไม่ได้"

    "ธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นนั้นอย่าย้าย มันเต็มแล้วมันย้ายเอง ท่านเตือนท่านมหาบัว ฉะนั้นพระโยคาวจรเจ้า ละกิเลสส่วนใดได้แล้ว ท่านไม่กลับมาละอีก เพราะมรรคประหารสิ้นไปแล้ว เดินหน้าแก้กิเลสใหม่เรื่อยไป จนละกิเลสรอบ ไม่เกิดอีก นี้ก็เป็นอัศจรรย์"

    "ให้ม้างกายเป็นนิจนั้นดี อย่าให้มันหุ้ม"

    "สถานที่เข็ดขวาง ท่านบอกว่าเป็นพวกเปรต ต้องทำบุญให้ทานอุทิศถึง เขาก็ได้รับ อนุโมทนา หายไปเกิด ณ ที่อื่นฯ"

    "ท่านไม่ชอบฤทธิ์ ชอบภาวนาให้สิ้นกิเลส ฤทธิ์ทั้งหลายเกิดด้วยกำลังสมถะ ฌานสมาบัติทั้งนั้น ใช้วิปัสสนาอย่างเดียวไม่มีฤทธิ์ สำเร็จอรหันต์"

    "ฝึกหัดจิตดีแล้ว จิตเข้มแข็งมีอำนาจมาก ย่อมกระทำจิตสารพัดได้ทุกอย่าง เมื่อเห็นอำนาจของจิตแล้ว และเห็นกายเป็นของอ่อน จิตบังคับกายได้ฯ"

    "เขาโกรธเรา แต่เราอย่าตอบ ให้พิจารณาความบริสุทธิ์ละลาย แล้วยกธงชัยขึ้น และ มีอะไรก็สงเคราะห์เขาผู้ประมาท ไม่นาน เขากลับคืนดี ไม่กลับคืนดีก็วิบัติถึงตายทีเดียว"

    "ใครจะไปบังคับจิต นั้นไม่ได้เลย ต้องสอนจิตให้อยู่ด้วยอุบาย แม้คำสั่งสอนของพระองค์ ล้วนแต่เป็นนโยบายทั้งนั้น เหตุนั้น ท่านจึงไม่ชี้อุบายตรงๆ ลงไปทีเดียว จึงชักอื่นมาเปรียบเทียบฯ"

    "นิมิตทั้งหลายเกิดด้วยปีติสมาธิอย่างเดียว ที่แสดงเป็นนิมิตออกมา อย่าหลงตามนิมิต ให้ทวนกระแสเข้าจิตเดิม เพราะนิมิต เป็นของไม่เทียง หลงเชื่อนิมิต ประเดี๋ยวเป็นบ้า"

    "ปฏิภาคนิมิตเกิดเฉพาะผู้ที่มีวาสนาอย่างเดียว การภาวนาอย่าให้ทิ้งกายกับจิต นี้เป็นกรรมฐานเดิม แต่ให้จิตเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด จึงเป็นผู้ที่รู้ธรรมในธรรมฯ"

    "ให้เป็นมหาสติ มหาปัญญา รอบกาย รอบจิต มรณะร้ายมาถึงแล้ว ต้องเข้าแย่งกันในช่องแคบ แม้โพธิสัตว์ชนะมาร ชนะในช่องแคบ"

    "สนิมมันเกิดในเนื้อเหล็ก กิเลสมันเกิดในดวงจิต ต้องประหารจิตให้เป็นธรรม"

    "ในโลกนี้เป็นอัตตาหมด ไม่มีต้นไม้และภูเขา วิปัสสนา ลบล้างหมด ไม่มีเชื้อโรคอยู่ในโลกชื่อว่า ..โลกุตระ.. "
     
  11. vibe

    vibe เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +3,145
    "เรื่อง กรรมฐาน 5 ภาวนาให้มาก ในร่างกาย เห็นอสุภะเป็นยาปรมัตถ์แก้จิต พระเณรที่บรรพชาอุปสมบท ล้วนแต่พระอุปัชฌายะให้กรรมฐาน 5 มาทั้งนั้น เป็นหลักสำคัญที่กุลบุตร จะภาวนารู้แจ้งในรูปธรรมเป็น สันทิฏฐิโก เห็นเอง เบื่อหน่ายรูปธรรม อรูปธรรม และเห็นนามธรรม ไปพร้อมกัน"

    "การนอน การสงบเข้าฌาน เป็นอาหารของจิต และร่างกายอย่างหนึ่ง สมถะ ต้องพักจิตสอบอารมณ์ ส่วน วิปัสสนา จิตเดินไตรลักษณ์ ให้รู้อริยสัจ เหนื่อยแล้วเข้าพักจิต พักจิตหายเหนื่อยแล้ว จิตตรวจอริยสัจอีก ดังนี้ ฉะนั้นให้ฉลาดการพักจิต การเดินจิต ทั้ง วิปัสสนาและสมถะ พระโยคาวจรเจ้าทิ้งไม่ได้ ชำนิชำนาญทั้งสองวิธี จึงเอาตัวพ้นจากกิเลสทั้งหลายไปได้ เป็นมหาศีล เป็นมหาสมาธิ เป็นมหาปัญญา มีศีลทั้งอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด พร้อมทั้งจิต เจตสิก พร้อมทั้งกรรมบถ 10 ไม่กระทำผิดในที่ลับและที่แจ้ง สว่างทั้งภายในและภายนอก มีมหาสติรอบคอบหมด วิโมกข์ วิมุติ อกุปธรรม จิตบริสุทธิ์ จิตปกติ เป็นจิตพระอรหันต์ สว่างแจ้งทั้งภายนอกภายในสว่างโร่ บุถุชนติเตียน เกิดบาป เพราะพระอรหันต์บริสุทธิ์ กายเป็นชาตินิพพาน วาจา ใจ เป็น ชาตินิพพาน นิพพานมี 2 อย่าง นิพพานยังมีชีวิตอยู่ 1 นิพพานตายแล้ว 1 พระอรหันต์รอขึ้นรถขึ้นเรือไปนิพพานฉะนั้น"

    "สุทโธทนะห้ามพระองค์ไม่ให้ไปบิณฑบาต กรุงกบิลพัสดุ์ เราไม่อด พระองค์ตอบว่าไปตามประเพณีพระพุทธเจ้า สุทโธทนะฟังโอวาทแล้วได้โสดาบัน"

    "ปัญญากับสติให้รู้เท่าทันกัน พิจารณากาย จิต ความไม่เที่ยงของสังขารเป็นธรรมะส่อให้เห็นเรื่อยๆ ทำความรู้ในนั้น เห็นในนั้นฯ"

    "มหาสติเรียนกายจิตให้มากๆ ให้เห็นจริง ธรรมะจริง สมมุติ อย่าหลงรูป เสียง กลิ่น รส ของอันนี้เต็มโลกอยู่เช่นนั้นฯ"

    "พระอานนท์ทรงไว้ซึ่งพระสัทธรรม ว่าเป็นของภายนอก ต่อหันเข้ามาปฏิบัติภายในจึงสำเร็จฯ"

    "หนัง คนในโลกยินดีในหนังและเครื่องอุปโภคบริโภค หนังอันนี้ทำให้มนุษย์หลงยินดี พากันตกทุกข์กันมากฯ"

    "ธรรมธาตุ สัตว์หลงธาตุ ชมธาติ ยินดีธาตุ ยินร้ายธาตุ จึงได้กรรมไปต่างๆฯ"

    "เรียนแบบตำราเป็นของที่ไม่แน่นอน สู้เรียนทางกายและจิตให้เป็นธรรมชาติไม่ได้ ฉะนั้น ผู้เรียนกายวาจาจิตไม่ใคร่สึก ปฏิบัติแต่ธรรมที่รู้ยิ่งเห็นจริงฯ"

    "ปัจจุบันให้รู้ทางจิตฯ"

    "ปฏิภาคเป็นเรื่องของปัญญาฯ"

    "ให้เรียนทางจิตทวนกระแส ตัดรากเหง้าเครื่องผูกดุจรื้อเครื่องฟัก"

    "ปฏิภาคนิมิต เป็นปาฏิหาริย์ของจิต มีอำนาจทำให้เป็นอากาศว่างเปล่าได้ อันเป็นอัศจรรย์ใหญ่หลวงฯ"

    "ผู้มีราคะ ย่อมเศร้าโศกเสียใจเพราะราคะฯ"

    "ธรรมที่ลึกลับ ไม่ควรพูดให้คนอื่นรู้ เพราะคนอื่นไม่เห็นตามธรรมจะเสีย ต้องพูดต่อผู้ปฏิบัติเหมือนกัน"

    "ให้ถือตามมีตามได้ หันหาธรรมชาติ อย่าก่อความกังวลนั้นดีมาก เมื่อปฏิบัติได้แล้วก็ไม่ดีใจ เสียใจ"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มีนาคม 2006
  12. varanyo

    varanyo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    925
    ค่าพลัง:
    +3,371
    เป็นคำสั่งสอนที่ลึกซึ้งมากจริงๆ ครับ...ง่ายๆ แต่กินใจ...
    ปฏิบัติรู้...แต่ไม่เคยนำมาพิจารณาจึงไม่เห็นธรรม...
    ขออนุโมทนาครับ...สาธุ...สาธุ...สาธุ...ขอน้อมนำเอาไปปฏิบัติครับ...[b-wai]
     
  13. ชาญสมร

    ชาญสมร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +28
    ขอบพระคุณครับ
     
  14. อ_เอกวัฒน์

    อ_เอกวัฒน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    279
    ค่าพลัง:
    +270
    ขออนุโมทนาในธรรมที่ทานนำมาเผยแพร่ ซึ่งเป็นธรรมที่ดีมากๆในภาคปฎิบัติ ผมจะนำไปปฎิบัติตาม
     
  15. ttt2010

    ttt2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    1,754
    ค่าพลัง:
    +903
    อนุโมทนาสาธุ บุญนี้ ขอยกให้กับท่านเจ้าของกระทู้ด้วยเทอญ...
    ttt2010 ศิษย์พระอาจารย์บุญยง อภิลาโส ภิกขุ

    _____________________________________________________
    บอกบุญแหล่งทำบุญ
    เปิดดวง พิธีกรรมแก้ดวงชะตา (สำนักสงฆ์พรหมรังศรี)
    กฐินสามัคคีปฐมฤกษ์เบิกชัย ที่พักสงฆ์พรหมรังศรี
    ท่องวัดและศาสนสถานที่สำนักสงฆ์พรหมรังศรี<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end -->
     

แชร์หน้านี้

Loading...