ธรรมะจากเพจต่างๆ พระสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย ธรรมะสายหลวงปู่มั่น, 6 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  2. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  3. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    ยากนักที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์พบพุทธศาสนา

    เรื่อง “เร่งปฏิบัติตามธรรมของพระพุทธเจ้า อย่าให้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา”

    (คติธรรม หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)

    อนึ่งยากนักที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์ คือ ศีล ๕ และกุศลกรรมบถ ๑๐ จึงจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ชีวิตที่เป็นมานี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก เพราะอันตรายชีวิตทั้งภายใน ภายนอกมีมากต่างๆ การที่ได้ฟังธรรมของสัตตบุรุษ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ก็ได้ยากยิ่งนัก เพราะกาลที่ว่างเปล่าอยู่ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกยืดยาวนานนัก บางคาบบางสมัยจึงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกสักครั้งสักคราวหนึ่ง เหตุนั้นเราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด อย่าให้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานี้เลย

    .jpg

    ที่มา ธรรมะพระป่ากรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น
     
  4. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    “สัมมาทิฐิ” “ความเห็นชอบ” เห็นว่า “นี่ทุกข์”
    “นี่เหตุให้เกิดทุกข์” “นี่ธรรมอันเป็นข้อดับทุกข์”
    “นี่คือข้อปฏิบัติให้ถึงธรรมอันเป็นที่ดับทุกข์” เห็นชัดลงไป
    “ทุกข์” คืออะไร คือการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
    “เหตุให้เกิดทุกข์” คืออะไร คือ “ตัวสมุทัย” “ตัวตัณหา”
    “ธรรมอันเป็นที่ดับทุกข์” คืออะไร คือ การละตัณหา วางตัณหา
    “ข้อปฏิบัติให้ถึงธรรมอันเป็นที่ดับทุกข์” เป็นอย่างไร พากันเจริญให้มาก
    พิจารณาให้มาก บำรุงให้มาก คือตัว “สติ ปัญญา” เท่านั้นเอง
    ถ้า “สนับสนุน” ตัว “สติปัญญา” ให้มาก “จิตก็พ้น” ไปนั่นเอง
    “ปัญญาบริสุทธิ์” “สติของตนจะบริสุทธิ์” “ศีลของตนจะบริสุทธิ์”
    สติของตนจะบริสุทธิ์ “หลุดพ้น” ไปเพราะ “ปัญญา” มันเป็นอย่างงั้น
    เมื่อถอนออกจากรากนี้แล้ว ก็จะเป็น “สัมมาสมาธิ” ตามขั้น
    “ถอนสังโยชน์” ได้ เป็น “อกาลิโก”
    ไม่มีกาล เวลา ไม่มีการเข้าการออก ไม่มีเสื่อม
    ไม่เหมือนสมาธิกระรอกกระแต

    *** หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ***
    วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก)
    เทิดไว้เหนือเศียรเกล้า ด้วยเกล้า สาธุ.

    (ขออนุญาตนำมาเผยแผ่เป็นธรรมทาน แก่ผู้ที่มี
    ความศรัทธา)

    -ความเห็นชอ.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  5. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  6. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  7. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  8. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  9. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  10. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    “ถ้าสงบแล้ว อยู่ในบ้านก็สงบ อยู่ในวัดก็สงบ
    อยู่ในป่าในรกก็สงบ อยู่ในถ้ำในเหวก็สงบ
    สงบหมดทุกหนทุกแห่ง
    เราสงบคนเดียวเท่านั้นแหละ
    สิ่งอื่นๆ ทั้งหมดในโลกอันนี้มันจะวุ่นวายสักเท่าไร
    มันก็ไม่เอาเรื่องเอาถ่าน เรื่องคนอื่นก็เป็นเรื่องของคนอื่น”

    หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

    -อยู่ในบ้านก็.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  11. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    เชิญร่วม กิจกรรมเจริญธรรม วันอาทิตย์ 14 ก.ค.62 เปิดตามปกติ ณ.อาศรมธรรม โอภาโส

    ลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 08.00น.เป็นต้นไป

    ———————————-

    ช่วงเช้า เราจะถ่ายทอด

    รายการดวงใจเปล่งแสง
    ———————————
    พบกับท่านอ.อุบาสก
    ทองทิพย์โอภาโส
    และพิธีกรคนเก่ง
    คุณหนูนา บงกช ศรีมังคละ ผู้ช่วยพิธีกร รุ่นจิ๋ว น้องชัญญ่า – น้องโคดี้

    ที่อาศรม ผ่าน facebook liveสด ทางจอโซเชียล
    ใน ทางช่อง
    อ. ทองทิพย์ โอภาโส
    fanpage ในเวลา 9.00
    ท่านสามารถเข้าร่วม
    การถ่ายทอดสดได้ค่ะ

    ….การถาม-ตอบ ปัญหาธรรมสด จากผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม
    และผู้รับชมทางfacebook live

    เสร็จจากจบรายการ
    ก็จะปฏิบัติธรรมต่อเลยนะคะ

    ท่านที่จะขึ้นพานครู โปรดเตรียม…

    -ดอกไม้ ดอกเดี่ยว ๓ ดอก ๓ สี (ถ้าหาไม่ได้ อนุโลม ให้ใช้พวงมาลัยดอกมะลิ หรือดอกดาวเรือง หรือดอกบัว๑ ดอก

    -เทียนเหลืองหรือขาว น.น.๑บาท ๑ คู่

    -ธูป ๓ ดอก

    -เหรียญบาท ๙ เหรียญ

    -ข้าวสาร-อาหารแห้ง (ใส่ถุงเล็กน้อยเพื่อเป็นพิธี…เป็นทานบารมี)

    -แผ่นทองคำเปลวแท้ จำนวน ๙ แผ่น (ร่วมโครงการเปลี่ยนบูรณะองค์พระเป็นสีทองทั้งแผ่นดิน! เพื่อสร้างมหาบารมี เป็นพุทธบูชา)

    ……………………………………………

    ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น พร้อมอาหาร-ขนมหวาน จากโรงทาน เลี้ยงฟรี!

    แต่งกายสุภาพ ชุดขาว หรือ
    เสื้อขาวสุภาพ

    สามารถเตรียมบัตรประจำตัวมาลงทะเบียนได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เริ่มกิจกรรม 09.00-12.30 น.
    (ไม่ต้องแจ้งจองล่วงหน้า สามารถเดินทางมาได้เลย)

    ที่ตั้ง “อาศรมธรรม โอภาโส” หมู่บ้านเมืองเอกรังสิต(โครงการ1) ซ.เอกอุดร 2 ถ.พหลโยธิน87 จ.ปทุมธานี / ทางเข้าม.รังสิต จากสนามบินดอนเมือง – เข้าเส้นถ.พหลโยธิน

    …ผ่านห้างเซียร์รังสิต ชิดซ้ายเข้าเลนในสุด -ผ่านตลาดสี่มุมเมือง – ปั้มเอสโซ่- สังเกตุป้ายธ.ทหารไทย ป้ายม.รังสิต-สนามกอล์ฟเมืองเอก เลี้ยวซ้าย ตรงเข้า หมู่บ้านเมืองเอก- ผ่านวัดรังสิต- เข้าหมู่บ้านเมืองเอก – สี่แยกศาลพระพรหม -เลี้ยวขวา วิ่งตรงตลอด สุดซอยตันในสุด หมู่บ้าน ซ้ายมือ “อาศรมธรรม โอภาโส)

    ให้สังเกตุป้ายอาศรมธรรมโอภาโส ตั้งแต่สี่แยกศาลพระพรหม (สามารถถามวินมอเตอร์ไซด์ปากซอย 87 ให้เข้ามาส่งถึงที่ได้สะดวก)

    สามารถคลิ้ก google map ( นำทางเข้าถึง อาศรมธรรม
    โอภาโส)

    “อาศรมธรรม โอภาโส”

    ได้ข้อมูลและรูปภาพ จาก อาศรมธรรม โอภาโส

    -กิจกรรมเจริญธร.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  12. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    พระธรรมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เมตตาให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรสมาธิชั้นสูง รุ่นที่ 3 โดยให้ชื่อรุ่นว่า “เมตตาฌาน” เริ่มเรียนวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562 สิ้นสุดวันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 18.00 – 20.00 น.

    คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี และไม่เกิน 70 ปี ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพ และต้องผ่านการเรียนจบหลักสูตรครูสมาธิ คุรุสาสมาธิ หรือวิทันตสาสมาธิ แล้ว

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ CCG : 0-2311-1387 , 0-2311-3903

    หรือสามารถติดต่อสมัครเรียนได้ที่ สถาบันพลังจิตตานุภาพ สำนักงานใหญ่ วัดธรรมมงคล หรือ ที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ ใกล้บ้านท่าน ซึ่งในขณะนี้ มีสาขาที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรสมาธิชั้นสูง รุ่นที่ 3 กว่า 200 สาขาแล้ว ดูรายละเอียดสาขาที่เปิดสอนได้ที่ http://www.samathi.com/2016/news-detail.php?actid=191

    ได้ข้อมูลและรูปภาพ จาก สถาบันพลังจิตตานุภาพ

    -วิ-หลวงพ.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  13. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    สถาบันพลังจิตตานุภาพเปิดรับสมัครนักศึกษาหลักสูตรครูสมาธิ รุ่นที่ 45 (รัตนญาณ)

    ศึกษาวิธีการทำสมาธิแบบไฮเทค ใครก็เรียนได้ โดยมีระบบการเรียนการสอนเป็นขั้นตอน
    เขียนหลักสูตรโดย พระธรรมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต (ผู้เป็นบูรพาจารย์สายพระป่า)
    ข้อมูลหลักสูตรครูสมาธิเพิ่มเติม : [https://1th.me/D2mf]

    สมัครได้แล้วที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ สำนักงานใหญ่ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ หรือที่สาขาใกล้บ้านท่าน
    สามารถเช็คสถาบันพลังจิตตานุภาพใกล้บ้านท่าน : [https://1th.me/5ct4]

    ปฐมนิเทศพร้อมกันทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.

    สอบถามรายละเอียด 02-311-3903, 02-311-1387
    หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.samathi.com

    หลักสูตรครูสมาธิ

    ก่อตั้งโดยพระเดชพระคุณพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) มีจุดประสงค์ในการเผยแผ่สมาธิ เพื่อเพิ่มพลังจิตแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ โดยท่านคำนึงว่า “ชาวโลกได้พัฒนาก้าวไปไกลถึงยุคโลกาภิวัฒน์ เขาได้ลงทุนสร้างวัตถุต่าง ๆ ทั้งแหล่งบันเทิงเริงรมย์ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายทั้งหลายทั้งที่อยู่อาศัย รถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ สามารถย่นระยะทางไกลให้ใกล้ ไปมาได้ง่าย ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และอีเมล์ ก็ย่นระยะการติดต่อ สื่อสารกันได้อย่างสบาย ทั้งหมดเป็นเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน เขาก็ยังลงทุนกันได้ แล้วทำไมเราจะลงทุนสร้างนครธรรมให้ทันสมัยด้วยไฮเทคต่างๆ เพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติธรรมะบ้างมิได้หรือ?”

    ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้สร้างนครธรรมและเปิดสอนสมาธิ ให้กับประชาชนเพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติธรรมะโดยสร้างเป็นสถาบันพลังจิตตานุภาพ จัดทำหลักสูตรครูสมาธิขึ้น เพื่อสอนสมาธิระยะเวลา 6 เดือน หลักสูตรครูสมาธิเป็นหลักสูตร ที่สอนสมาธิให้กับประชาชน เพื่อสามารถที่จะเป็นครูสอนสมาธิได้ ตามหลักการของ พระธรรมมงคลญาณ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเรียนการสอน มาตั้งแต่ วันที่ 24 กรกฎาคม 2540 ใช้ระยะเวลาในการเรียน 6 เดือน (หลักสูตร 200 ชั่วโมง) เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ พร้อมทั้งนำไปสอบปฏิบัติ ภาคสนาม ณ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน จึงจะจบหลักสูตรครูสมาธิและจัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตร

    จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง : จิตที่ฝึกฝนดีแล้ว นำความสุขมาให้

    พระอาจารย์หลวงพ่อกล่าวว่า

    ประโยชน์ของสมาธิ มีทั้งหมด 12 ข้อคือ

    1. ทำให้หลับสบายคลายกังวล

    2. กำจัดโรคภัยไข้เจ็บ

    3. ทำให้สมอง ปัญญาดี

    4. ทำให้รอบคอบก่อนทำงาน

    5. ทำให้ระงับความร้ายกาจ

    6. บรรเทาความเครียด

    7. มีความสุขพิเศษ

    8. ทำให้จิตอ่อนโยน

    9. กลับใจได้

    10. เวลาจะสิ้นลม พบทางดี

    11. เจริญวาสนาบารมี

    12. เป็นกุศล

    A SIMPLE AND POWERFUL

    MEDITATION TECHNIQUE FOR EVERYONE

    เปิดสอนสมาธิแก่บุคคลทั่วไป เรียนฟรีตลอดหลักสูตร

    • จากประสบการณ์การทำสมาธิมากกว่า 70 ปี พระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินฺธโร ได้เขียนเป็นหลักสูตรครูสมาธิ ใช้เวลาน้อยร่ำเรียนเพียงแค่ 6 เดือน ก็มีความเข้าใจสามารถนำไปสอนผู้อื่นได้

    • มีการสอนเป็นระบบ มีตำรา มีบทเรียน เป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย มีการเรียนภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

    • ที่เรียนสะดวกสบาย มีห้องบรรยาย นั่งสมาธิในห้องแอร์ ไม่มียุง ไม่ต้องไปหลีกลี้หนีเข้าป่า เข้าดงเพื่อปฏิบัติสมาธิ มีหลายสาขาทั่วประเทศ ในเขตชุมชน เดินทางสะดวก

    • ทำน้อย ได้ผลมาก ใช้ระยะเวลาการนั่งสมาธิไม่นานเกินไป อาศัยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นประจำเป็นมัชฌิมาปฏิปทา คือ ปฏิบัติแต่พอดี ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่บุคคลทั่วไปจะทำได้ครั้งละ 30 นาที เป็นความพอเหมาะพอดี ได้ประโยชน์เต็มที่

    • เห็นผลชัดเจน กว่า 95% ของผู้ที่เรียนจบหลักสูตรครูสมาธิ ยืนยันว่ามีความสุขมากขึ้นนอนหลับง่าย มีความเครียดน้อยลง ควบคุมอารมณ์ได้ดี ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    • เป็นการปฏิบัติสมาธิ ที่เหมาะกับชีวิตคนทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ คือ ไปทำงานได้อยู่กับครอบครัวได้ เข้าสังคมได้ และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

    หลักสูตรครูสมาธิ เปิดรับสมัครปีละ 2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม

    ระยะเวลาในการเรียน 6 เดือน การเรียนการสอน มี 2 รูปแบบ ได้แก่

    1. การเรียนภาคจันทร์ – ศุกร์ ตอนเย็น เวลา 18.00 – 20.00 น.

    2. การเรียนภาคเสาร์ – อาทิตย์ เต็มวัน เวลา 9.00 – 16.30 น.

    สามารถเลือกเวลา และสถานที่ในการเรียน ให้เหมาะสมกับความสะดวกสบาย

    มีระบบการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

    ภาคทฤษฎี มีการเรียนจากคณาจารย์ และฟังเทปบรรยายของพระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินฺธโร

    ภาคปฏิบัติ มีการเดินจงกรม 30 นาที และนั่งสมาธิ 30 นาที

    เมื่อจบการศึกษา มีการสอบวัดผลทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ ตลอดจนการสอบปฏิบัติ ภาคสนาม ณ ดอยอินทนนท์

    ติดต่อสอบถาม สถาบันพลังจิตตานุภาพ สำนักงานใหญ่ วัดธรรมมงคล โทรศัพท์ : 02-311-1387, 02-311-3903

    ได้ข้อมูลและรูปภาพ จาก สถาบันพลังจิตตานุภาพ

    .jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  14. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ มีธรรมะรุ่งสว่าง เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ศาลา ๘๔ ปี วัดธรรมมงคล

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่ข่าวสารงานบุญนี้ ทุกๆท่าน

    -๑๔-กรกฎาคม.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  15. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    เรื่อง “อิทธิฤทธิ์อภิญญาของหลวงพ่อเภา พุทธสโร”

    (ธรรมประวัติ หลวงพ่อเภา พุทธสโร)

    หลวงพ่อเภาเมื่อบวชแล้วก็ได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ได้พบและศึกษาวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาการต่างๆ กับพระเกจิผู้มากด้วยวิทยาอาคมหลายรูป จนมีวิทยาคมเข้มขลัง

    สมัยที่ท่านไปอยู่ในดงอิสลาม ได้มีชาวมุสลิมขอทดสอบท่านโดยเอาเทียนไขจุดไฟลนคางท่าน ท่านนั่งให้ลนเฉยโดยไม่เป็นไร จนชาวมุสลิมบริเวณนั้นยอมรับนับถือถึงกับใส่บาตรท่านทุกวัน

    เชื่อกันว่าท่านเป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุคุณธรรมชั้นสูง มีอภิญญาแก่กล้ามาก ถึงขนาดที่ว่าท่านสามารถเพ่งปรอทเหลวๆ ให้แข็งตัวได้ในพริบตา เวลาท่านจะทำพระพิมพ์แจกให้กับผู้ใด ท่านจะหยิบก้อนตะกั่วดิบมาวางไว้บนฝ่ามือแล้วเพ่งให้ตะกั่วดิบนั้นเหลวคามือของท่าน เมื่อตะกั่วดิบเหลวเป็นน้ำแล้ว ท่านก็จะเทลงสู่แม่พิมพ์ เมื่อสำเร็จเสร็จเป็นองค์พระก็ยื่นให้กับผู้นั้นได้ในเดี๋ยวนั้นเลย

    วิธีสร้างลูกอมของท่านก็พิสดารอยู่เช่นกัน กล่าวคือ ท่านจะหยิบก้อนดินสอพองมาบดขยี้ให้ป่นละเอียดบนฝ่ามือของท่าน แล้วท่านก็สามารถปั้นดินสอพองป่นๆ นั่นให้แข็งเป็นก้อนขึ้นมาได้ในฉับพลัน

    [​IMG]

    ที่มา ธรรมะพระป่ากรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น
     
  16. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  17. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  18. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
  19. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
    วิธีทำใจเมื่อใกล้ตาย

    ในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
    ท่านพระมหากัจจายนะอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งในชายแดนบ้านนอก
    สมัยนั้น พระเจ้าอัสสกราชครองราชสมบัติในโปตลินคร แคว้นอัสสกะ พระราชกุมารพระนามว่า สุชาตะ
    เป็นพระโอรสของอัครมเหสีของพระเจ้าอัสสกราช มีพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา
    ออกจากเมือง เพราะยื้อแย่งราชสมบัติกับพระเทวีน้อย จึงเข้าป่า อาศัยอยู่กับพวกพรานในป่า

    เล่ากันว่า พระราชกุมารนั้นเคยบวชเป็นภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ
    ดำรงอยู่ในคุณเพียงแค่ศีล ได้ตายอย่างปุถุชน บังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วท่องเที่ยวอยู่ในสุคตินั้น
    เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้ได้ ๓๐ พรรษา ได้บังเกิดในพระครรภ์ของอัครมเหสีของพระเจ้าอัสสกะ

    เมื่อพระอัครมเหสีสิ้นพระชนม์ พระเจ้าอัสสกราชได้ตั้งพระเทวีองค์อื่นเป็นพระอัครมเหสี
    ต่อมาพระนางได้ประสูติพระโอรส พระราชาทรงเอ็นดูโอรสของพระนาง
    ได้ประทานพรให้พระนางถือเอาสิ่งที่ปรารถนา พระนางรับพรไว้ แต่ไม่ขอพรในทันที

    เมื่อสุชาตกุมารมีชันษาได้ ๑๖ พรรษา พระนางอ้างถึงพรที่ประทานไว้ กราบทูลขอราชสมบัติให้แก่โอรสของตน
    พระราชาทรงปฏิเสธ พระเทวียืนคำบ่อยๆ ก็ไม่อาจผูกพระทัยพระราชาได้

    วันหนึ่ง พระเทวีกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่เทวะ ถ้าพระองค์ยังดำรงอยู่ในสัจจะ ก็โปรดพระราชทานเถิด

    พระราชาทรงเสียพระทัยที่นางพูดเช่นนี้ แต่ก็ทรงปฏิเสธไม่ได้

    สุชาตกุมารทราบเรื่องก็ทูลลาไปอยู่ในป่า พระราชาไม่ทรงเห็นด้วย
    แต่พระกุมารยืนยันว่าจะไป พระราชาจึงทรงอนุญาตทั้งน้ำพระเนตร

    พระราชกุมารเข้าป่าอาศัยพวกพรานอยู่ วันหนึ่ง ไปล่าเนื้อ
    เทพบุตรองค์หนึ่งเคยเป็นสหายกันในครั้งที่เขาเป็นสมณะ จำแลงรูปเป็นเนื้อมาล่อเขาด้วยความหวังดี
    วิ่งไปใกล้ที่อยู่ของท่านพระมหากัจจายนะแล้วหายไป พระราชกุมารวิ่งไล่จับเนื้อตัวนั้นไป
    จนถึงที่อยู่ของพระมหากัจจายนะ ไม่เห็นเนื้อ เห็นแต่พระมหากัจจายนะนั่งอยู่นอกบรรณศาลา
    จึงได้ยืนถือธนูอยู่ในที่ใกล้พระมหากัจจายนะ

    พระมหากัจจายนะทราบเรื่องของเขาทั้งหมด แต่ทำเป็นไม่รู้ เพื่อจะอนุเคราะห์เขา จึงถามเขาว่า
    ท่านสะพายธนูซึ่งทำด้วยไม้แก่น อันมั่นคง ท่านเป็นใครหนอ

    พระราชกุมารตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าชื่อ สุชาตะ เป็นโอรสของพระเจ้าอัสสกะ
    เที่ยวลัดเลาะไปในป่าใหญ่แสวงหาหมู่เนื้อ ไม่เห็นเนื้อ เห็นแต่ท่าน จึงได้ยืนอยู่

    พระมหากัจจายนะทูลว่า ท่านผู้มีบุญมาก การมาจากที่ไกลของท่านชื่อว่า มาดีแล้ว
    ขอจงตักน้ำล้างเท้าของท่าน แล้วเชิญดื่มน้ำอันเย็นใสสะอาด และขอเชิญนั่งบนพื้นอันปูลาดไว้แล้วเถิด

    พระราชกุมารตรัสว่า ข้าแต่พระมหามุนี วาจาของท่านช่างไพเราะ จับใจ มีแต่ประโยชน์
    ท่านอยู่ในป่า ยินดีอะไร โปรดบอกทีเถิด

    พระ มหากัจจายนะทูลว่า ดูก่อนพระราชกุมาร เราชอบการไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง การไม่ลักขโมย
    การไม่ประพฤติล่วงเกินทางกาม การไม่เสพของมึนเมา และชอบการไม่ทำบาป ความประพฤติสงบ
    ความเป็นพหูสูต ความกตัญญู เพราะธรรมเหล่านี้วิญญูชนสรรเสริญ

    จากนั้นพระมหากัจจายนะได้ตรวจ ด้วยอนาคตังสญาณ เห็นอายุของพระราชกุมารเหลืออีก ๕ เดือนเท่านั้น
    เพื่อให้เขาสลดใจแล้วตั้งอยู่ในสัมมาปฏิบัติ จึงทูลว่า ดูก่อนพระราชกุมาร ความตายของท่านใกล้เข้ามาแล้ว
    ท่านจักตายใน ๕ เดือน ขอท่านจงรู้แล้วรีบปลดเปลื้องตนเถิด

    พระราชกุมารถามถึงอุบายหลุดพ้นว่า
    ข้าพเจ้าพึงไปที่ไหน ทำการงานอะไร ทำกิจอะไรของบุรุษ หรือพึงเล่าเรียนวิชาอะไรหนอ จึงจะไม่แก่ ไม่ตาย

    พระมหากัจจายนะ ทูลว่า ดูก่อนพระราชกุมาร ไม่มีสถานที่ใดที่สัตว์ไปแล้วจะไม่แก่ไม่ตาย
    ไม่มีการงาน กิจของบุรุษ หรือวิชา ที่สัตว์กระทำหรือเล่าเรียนแล้วจะไม่แก่ไม่ตาย

    ผู้มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก เป็นกษัตริย์ปกครองแว่นแคว้น มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย
    ท่านเหล่านั้นจะไม่แก่ ไม่ตาย ก็หาไม่

    ท่านที่มีเพลงอาวุธอันได้ศึกษาแล้ว แกล้วกล้า อาจหาญ สามารถประหารฝ่ายศัตรู
    แม้ท่านเหล่านั้นก็ถึงความสิ้นอายุ จะดำรงยั่งยืนเหมือนพระอาทิตย์พระจันทร์ ก็หาไม่

    กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล คนขนขยะ และชนชาติอื่นๆ แม้คนเหล่านั้น จะไม่แก่ ไม่ตาย ก็หาไม่

    ท่านที่เรียนมนต์พรหมจินดาอันมีองค์ ๖ ท่านที่เรียนวิชาอื่นๆ แม้ท่านเหล่านั้น จะไม่แก่ ไม่ตาย ก็หาไม่

    อนึ่ง พวกฤาษีผู้สงบ สำรวมตน บำเพ็ญตบะ แม้ท่านเหล่านั้น ก็จำต้องละทิ้งร่างกายไปตามกาล

    แม้พระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้อบรมตนแล้ว เสร็จกิจแล้ว ไม่มีกิเลส สิ้นบุญและบาป ก็ยังต้องทอดทิ้งร่างกายนี้ไป

    พระราชกุมารตรัสว่า
    ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพเจ้าโล่งใจเพราะวาจาอันท่านกล่าวดีแล้ว ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าเถิด

    พระเถระกล่าวว่า
    ท่านอย่าถึงอาตมภาพเป็นที่พึ่งเลย จงถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระมหาบุรุษที่อาตมาถึงเป็นที่พึ่ง ว่าเป็นที่พึ่งเถิด

    พระราชกุมารตรัสถามว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของท่าน เวลานี้ประทับอยู่ในชนบทไหน
    ข้าพเจ้าจักไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้หาบุคคลเปรียบปานมิได้

    พระเถระตอบว่า
    พระพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครู ทรงเป็นบุรุษอาชาไนย ประทับอยู่ทางทิศตะวันออก แต่พระองค์ปรินิพพานเสียแล้ว

    พระราชกุมารตรัสว่า ถ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของท่านพึงยังดำรงพระชนม์อยู่ไซร้
    ถึงจะประทับอยู่ไกลพันโยชน์ ข้าพเจ้าก็จะไปเฝ้าให้จงได้ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว
    ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จปรินิพพานแล้ว กับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์สาวกเป็นที่พึ่ง
    ข้าพเจ้าของดเว้นจากการฆ่าสัตว์และการลักขโมย ไม่ประพฤติล่วงเกินในทางกาม ไม่พูดเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา

    เมื่อพระราชกุมารตั้งอยู่ในสรณะและศีลแล้ว พระเถระก็ทูลว่า ดูก่อนราชกุมาร ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในป่านี้
    ท่านจักสิ้นพระชนม์ใน ๕ เดือน ฉะนั้น ท่านควรไปยังสำนักพระราชบิดาของท่าน
    ทำบุญทั้งหลายมีทาน เป็นต้น พึงเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า

    จากนั้น พระเถระได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้พระราชกุมาร

    พระราชกุมารตรัสว่า ข้าพเจ้าจักไปตามคำของท่าน แม้ท่านก็พึงไปในที่นั้น เพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า

    เมื่อพระเถระรับนิมนต์แล้ว พระราชกุมารก็ทำความเคารพ แล้วเสด็จกลับไปนครของพระบิดา
    กราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ

    พระราชาทรงสดับแล้ว มีพระราชประสงค์จะอภิเษกให้พระราชกุมารครองราชสมบัติ

    พระราชกุมารกราบทูลว่า ข้าพระองค์มีอายุน้อย อีก ๔ เดือนก็จักตาย
    ประโยชน์อะไรด้วยราชสมบัติ ข้าพระองค์จักอาศัยพระองค์ทำบุญเท่านั้น

    จากนั้นพระราชกุมารได้ตรัสสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย และคุณของพระมหากัจจายนะ

    พระราชาสดับแล้วทรงเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและพระเถระ
    โปรดให้สร้างวิหารใหญ่แล้วทรงส่งทูตไปรับพระมหากัจจายนะ นิมนต์ให้เข้าวิหาร
    บำรุงด้วยปัจจัยสี่โดยเคารพ ตั้งอยู่ในสรณะและศีล

    พระราชกุมารสมาทานศีล บำรุงพระเถระและภิกษุทั้งหลายโดยความเคารพ ให้ทาน ฟังธรรม
    ล่วงไปสี่เดือนก็สิ้นพระชนม์ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

    ..จาก (จูฬรถวิมานวัตถุ ๒๖/๖๓)

    เรื่องของพระราชกุมารนี้ มีสาระที่ควรกล่าวถึง ดังนี้

    *๑. คุณค่าของคนอยู่ที่ความดี สุชาตกุมารแม้อายุจะสั้น แต่มีโอกาสทำความดี เช่น ให้ทาน รักษาศีล ฟังธรรม
    ก็ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ดีกว่าบุคคลประเภท โตเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะเกิดนาน
    ซึ่งแก่แค่อายุ ไม่แก่ด้วยคุณงามความดี ปล่อยให้ชีวิตล่วงเลยไปเปล่าๆ ไม่ได้สร้างความดีไว้เลย

    *๒. พระมหากัจจายนะให้การต้อนรับอย่างดี ครบถ้วนด้วยธรรมและอามิส ทำให้สุชาตกุมารทรงเลื่อมใส
    ในทางโลกก็เช่นกัน ห้างร้านใดให้การต้อนรับดี ลูกค้าก็มาอุดหนุนมาก
    ดังนั้น การต้อนรับจึงเป็นเหตุอย่างหนึ่ง แห่งความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

    *๓. คนดีกับคนชั่วย่อมยินดีต่างกัน คนดีย่อมยินดีในศีลธรรม เห็นของเขาลืมทิ้งไว้ แม้มีโอกาสก็ไม่ลักขโมย
    ส่วนคนชั่วย่อมตรงกันข้าม ของที่เขาเก็บซ่อนหรือรักษาไว้อย่างมั่นคงในบ้าน
    ยังพยายามหาทางลักของเขาไปจนได้

    *๔. ชีวิตคนเราไม่เที่ยง แม้เด็กก็อาจตายก่อนผู้ใหญ่ แม้ลูกก็อาจตายก่อนพ่อแม่
    เพราะคนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ก็แก่พอจะตายได้ทุกคน ดังนั้น จึงไม่ควรมัวเมาประมาทในชีวิตว่า เราจะอยู่ไปอีกนาน
    เรายังไม่ตายง่ายๆ ควรใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ อย่าปล่อยให้เวลาล่วงไปเปล่า
    แต่ละวันจะน้อยหรือมากก็ให้ได้อะไรบ้าง

    *๕. ทุกคนล้วนต้องตาย ไม่ใช่เราคนเดียว เมื่อความตายมาถึง ไม่มีทางหนีหรือป้องกันได้
    การดิ้นรนขัดขืนมีแต่ทำให้ทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น จึงควรยอมรับและเผชิญหน้ากับความตายอย่างมีสติ
    วิธีทำใจก่อนจะไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น มีดังนี้

    ๕.๑ ละความห่วงใยในบุคคล
    ต่างคนต่างเกิด ต่างคนต่างตาย ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง การมาอยู่ร่วมกันในโลกนี้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น
    เทียบได้กับจุดเล็กๆ จุดเดียวในสังสารวัฏอันหาที่สุดมิได้ เมื่อถึงเวลาทุกคนก็ไปตามยถากรรมของตน
    แม้จะห่วงใย เราก็ต้องจากไปสู่โลกหน้าเพียงลำพัง ไม่อาจช่วยเหลือใครได้ จึงควรละความห่วงใยคนอื่นๆ เสีย

    ๕.๒ ละความห่วงใยในทรัพย์สิน
    เมื่อเกิดก็มามือเปล่า เมื่อตายก็ไปมือเปล่า จะเอาทรัพย์สินติดตัวไปไม่ได้เลย
    วัตถุต่างๆ เป็นของคู่โลกที่ถูกยืมมาใช้ชั่วคราว ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
    ไม่ใช่สมบัติของเราหรือใครๆ จึงควรละความห่วงใยในทรัพย์สินเสีย

    ๕.๓ ลืมเรื่องเศร้าในอดีตเสีย
    เพราะผ่านไปแล้วแก้ไขไม่ได้ และอย่ากังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง จะเป็นอย่างไรก็ช่าง
    อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป จงทำปัจจุบันให้ดี แล้วอนาคตย่อมดีไปเอง

    ๕.๔ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ด้วยความเลื่อมใสอันมั่นคง
    เพราะเป็นที่พึ่งอันแท้จริง ทรัพย์สิน ญาติมิตร … หาใช่ที่พึ่งอันแท้จริงไม่

    ๕.๕ รับศีลจากพระหรือสมาทานศีลด้วยตนเองว่า
    “ข้าพเจ้า ขอสมาทานศีล ๕“ (สมาทาน = รับมาปฏิบัติ)

    ๕.๖ ระลึกถึงบุญกุศลหรือความดีที่เคยกระทำมา ก็จะเกิดปีติยินดี อิ่มใจ สุขใจ

    ๕. ๗ มีสติอยู่กับวิปัสสนากรรมฐาน
    เช่น ระลึกว่า ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น ต่างหาก มันแก่ มันเจ็บ มันตาย
    นึกจนใจเป็นกลาง ไม่ยินดีต่อความเป็น ไม่กลัวต่อความตาย

    เมื่อทำใจดังกล่าวมานี้ ได้ชื่อว่า ตายดี กล่าวคือ
    ๕.๑-๕.๖ ย่อมเป็นไปเพื่อสุคติ
    ข้อ ๕.๗ ย่อมเป็นไป เพื่อมรรคผลนิพพาน

    อนุโมทนาครับ

    .jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  20. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,423
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +335
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...