ธรรมะจากเพจต่างๆ พระสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย ธรรมะสายหลวงปู่มั่น, 6 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
    เรื่อง “สมถวิปัสสนา ฉลาดในการพักจิตเดินจิต”

    (โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

    การนอน การสงบเข้าฌาณ เป็นอาหารของจิตและร่างกายอย่างหนึ่ง สมถะ ต้องพักจิตสอบอารมณ์ ส่วน วิปัสสนา จิตเดินไตรลักษณ์ให้รู้อริยสัจ เหนื่อยแล้วเข้าพักจิตพักจิตหายเหนื่อยแล้ว จิตตรวจอริยสัจอีกดังนี้ ฉะนั้นให้ฉลาดการพักจิต การเดินจิต ทั้งวิปัสสนาและสมถะ พระโยคาวจรเจ้าทิ้งไม่ได้ ชำนิชำนาญทั้งสองวิธี จึงเอาตัวพ้นจากกิเลสทั้งหลายไปได้ เป็นมหาศีล เป็นมหาสมาธิ เป็นมหาปัญญา มีศีลทั้งอย่างหยาบอย่างกลาง อย่างละเอียด พร้อมทั้งจิตเจตสิก พร้อมทั้งกรรมบถ ๑๐ ไม่กระทำผิดในที่ลับและที่แจ้ง สว่างทั้งภายในและภายนอก มีมหาสติรอบคอบหมด วิโมกข์ วิมุติ อกุปธรรม จิตบริสุทธิ์ จิตปกติเป็นจิตพระอรหันต์ สว่างแจ้งทั้งภายนอก ภายในสว่างโร่ ปุถุชนติเตียนเกิดบาป เพราะพระอรหันต์บริสุทธิ์ กายเป็นชาตินิพพาน วาจา ใจ เป็นชาตินิพพาน นิพพานมี ๒ อย่าง นิพพานยังมีชีวิตอยู่ ๑ นิพพานตายแล้ว ๑

    บันทึกธรรมโดย หลวงปู่หลุย จันทสาโร
    พ.ศ. ๒๔๘๓ ณ วัดป่าโนนนิเวศน์ จ.อุดรธานี
    จากหนังสือ “บูรพาจารย์”
    โดยมูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
    พิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๔

    [​IMG]

    ที่มา ธรรมะพระป่ากรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น
     
  2. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  3. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  4. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  5. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  6. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
    “พ่อแม่” คือ…

    พระพรหมของลูก

    เพราะเหตุใด..??

    ถาม ..? ทั้งๆที่พ่อแม่มีแต่ความทุกข์
    ต่อลูก แล้วทำไมถึงกล่าวว่าเป็นพรหม
    ของบุตรล่ะขอรับ

    หลวงตา ..? “พรหมของบุตร” ก็คือ ..
    เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

    เมตตา

    นี้รักลูกล้วนๆ ไม่มีสิ่งเป็นพิษมาเจือปนเลย
    รัก รักล้วนๆ พลีชีพเพื่อลูกได้ทุกอย่าง

    กรุณา

    ก็ขวนขวายอยากให้ลูกได้รับความสุข
    ความเจริญ ให้ลูกมีความเฉลียวฉลาด
    สิ่งใดที่จะเป็นความดีเหมือนดังโลกเขา
    มีกัน พ่อแม่อยากให้ได้มีหรือยิ่งกว่านั้น
    ไปอีก

    ุทิตา

    เมื่อลูกได้รับความดีความชอบ มีฐานะ
    หรือมีความรู้วิชา สามารถที่จะเลี้ยงตัว
    ได้แล้ว ตลอดถึงการบำเพ็ญศีลธรรม
    ให้เป็นที่ไว้วางใจพ่อแม่ได้แล้ว พ่อแม่
    ก็พลอยยินดีไปด้วยเมื่อลูกได้รับความดี
    คือทำตัวเป็นคนดี ทางโลกก็ทำตัวเป็น
    คนดี ทางธรรมก็บำเพ็ญตัวเป็นคนดี
    แล้วพ่อแม่ก็พลอยยินดีไปด้วย เรียกว่า
    “มุทิตา”

    ุเบกขา

    นั้น ปล่อยวางจิตใจลงได้เมื่อเห็นว่า
    ลูกเป็นผู้ที่ดีเรียบร้อยแล้ว ปล่อยวาง
    จิตใจในภาระทั้งหลายที่พ่อแม่หนักหน่วง
    ถ่วงจิตใจมาตลอดเวลานั้น ลูกได้ทำ
    คุณงามความดีที่จะสนองความรักของ
    พ่อแม่แล้ว พ่อแม่ก็ปลงใจลงได้สบาย

    แต่อย่างไรก็ตาม “อุเบกขา” นี้ต้อง
    “อุเบกขาด้วยความเหลียวแล” สอดส่อง
    ตลอดเวลา “อุเบกขาพระพุทธเจ้า” ไม่ใช่ “อุเบกขาแบบจืดจาง” นะ คือว่าปลงลงได้
    แต่ยังอยู่ในความรับผิดชอบดูแลตลอดเวลา
    นี่ละ “อุเบกขาโดยธรรม” เป็นอย่างนั้น

    ิสัชนาธรรม โดย..

    ***หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน***

    ******************************************

    -คือ.jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  7. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  8. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  9. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  10. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  11. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  12. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  13. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
    หลวงพ่อเล่าเรื่องเมืองนิพพาน

    โดย:พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

    วันหนึ่งสมเด็จท่านพามาที่วิมาน
    นิพพานนี่มันกว้างลิ่ว
    และบ้านนี่นะนานๆ จะได้มาสักที ส่วนมากก็ไปนั่งไปป๋ออยู่ที่วิมานพระพุทธเจ้า ถ้าเราไปอยู่ที่นั่นแล้ว เวลาเราตายมันจะไปไหน อาตมาเป็นคนเกาะพุทธานุสสติกรรมฐาน
    เป็นอารมณ์ตลอดเวลา ถ้าวันไหนไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้าวันนั้นตายดีกว่า มันจะเป็นยังไงก็ตาม ยิ่งป่วยยิ่งไข้ยิ่งหนัก ป่วยนิดเดียวจิตจะไม่ยอมคลาดพระพุทธเจ้า เราถือว่าถ้าเราเกาะพระพุทธเจ้าอยู่ มันจะตายลงนรกก็ยอม ท่านคงไม่ยอมให้ลง แล้วท่านก็พาไปดูที่วิมาน ชี้ให้ดูบอกว่า

    “คณะของคุณมันมาก เพราะคุณใช้เวลา
    บำเพ็ญบารมีถึง ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป
    และเป็นฝ่ายวิริยาธิกะ”

    เป็นอันว่าคณะของเราที่ตามกันมาเป็นระยะ ไอ้ที่เขาหนีไปนิพพานแล้วนับไม่ถ้วน พวกนั้นขี้ขลาดสู้เราไม่ได้ ไอ้เราต้องมาตกระกำลำบาก ช่วยกันวิ่งโน่นวิ่งนี่ ไอ้ที่จะกินก็ยังไม่มี แต่ก็ยังพยายามหาเลี้ยงคนอื่น ใช่ไหม

    วันนี้มีเวลาลองสอบดูนิดหนึ่ง ถามว่า

    “คณะของข้าพระพุทธเจ้ามีกี่สาย จากหลังบ้านไปนี่”
    ท่านบอกว่า “มี ๓๗ สาย”
    ถามว่า “สายหนึ่งมีระยะยาวเท่าไร”
    ท่านบอกว่า “สองแสนโยชน์ของนิพพาน”

    แล้วก็ไปดูเห็นหมดทั้ง ๓๗ สาย สองฝั่งของถนนวิมานเต็มหมด มันไม่มีจุดพร่อง
    สายหนึ่งประมาณ ๒ แสนโยชน์
    แต่ละสาย ๓๗ คูณด้วย ๒ วิมานมันจะตั้งสายละ
    สองฝั่งถนน ๓๗ ถนนยาวเหยียด
    ถนนกลายเป็นแก้วแพรวเป็นประกาย
    สวยสดงดงามไปหมด บอกไม่ถูก วิมานแต่ละหลังก็แพรวพราวหาที่ติไม่ได้เลย หัวหน้าทีมตั้งบ้านใหญ่อยู่ด้านหน้า ต่อไปก็มีถนนซอยเข้าไป

    ทางด้านของนิพพานนี่เขาอยู่กันเป็นกลุ่มๆ อย่างกลุ่มของ พระกกุสันโธ ท่านก็อยู่กลุ่มหนึ่ง วิมานของพระพุทธเจ้าก็ตั้งอยู่ข้างหน้า บริวารก็เป็นสายอยู่ข้างหลัง
    พระโกนาคม ท่านก็อยู่กลุ่มหนึ่ง
    พระพุทธกัสสป ก็ตั้งอยู่จุดหนึ่ง
    ของ สมเด็จพระสมณโคดม ท่านก็ตั้งอยู่จุดหนึ่ง

    ตอนนี้ของอาตมาก็เป็นจุดที่แปลก
    วิมานตั้งอยู่ในเกณฑ์เรียงของพระพุทธเจ้า
    แต่ใหญ่คล้ายคลึงกัน แต่สวยสู้ของท่านไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่พระพุทธเจ้า

    ***แต่ในฐานะที่ปรารถนาพุทธภูมิมาสิ้นระยะเวลา
    ๑๖ อสงไขยกับแสนกัปพอดี แต่ว่าต้องเกิดไปอีก ๗ ที ทนไม่ไหว ไม่เอา แค่นี้พอ รอเกิดอีก ๗ ครั้ง ก็ในกัปนี้แหละ และต้องไปรอองค์ที่ ๒๒ หลังจาก
    พระศรีอาริย์ ต้องไปนั่งรออยู่ชั้นดุสิต
    ไม่ไหวเปิดดีกว่า

    ฉะนั้นกลุ่มของพวกเราจึงมีวิมาน ตั้งอยู่ในระหว่างกลุ่มของ พระพุทธกัสสปและกลุ่มของ พระสมณโคดม

    เป็นอันว่าหาจุดพร่องไม่ได้ตามสายของพวกเราวิมานสวยไม่เต็มที่มีอยู่มากพอสมควร แต่ก็ไม่เต็มสาย ที่วิมานสวยไม่มากก็เพราะว่าจิตของบุคคลใด
    ถ้ารักพระนิพพาน วิมานจะปรากฏที่นั่น แต่ถ้าจิตใจของท่านผู้นั้น
    ยังไม่ถึงอรหันต์เพียงใด
    วิมานจะสวยไม่เต็มที่
    ไอ้จิตกับวิมานมันสวยเท่ากัน
    เดินไปจึงรู้ เป็นอันว่าวิมานมันนั่งคอยอยู่
    เป็นอันว่าคนที่ติดตามมาไม่พลาดพระนิพพาน

    ที่มา:บันทึกธรรมเพจคำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง

    .jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  14. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
    ปรารภเรื่องธรรมปฏิบัติ

    “วันหนึ่ง พระอาจารย์มั่นหวนพิจารณาว่า
    ความรู้ของท่านที่ได้แนะนำสั่งสอนผู้อื่นนั้น
    อันที่จริงอริยธรรมเหล่านี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้วอย่างชัดเจน แต่เพราะเหตุที่ผู้ศึกษาไม่ได้ทำให้เป็นขึ้น จึงปรากฏว่าเป็น
    สิ่งที่ลึกลับยากแก่การจะรู้จริงได้ แม้ว่าพระพุทธองค์จะทรงแสดงแจ้งชัดสักเท่าใดก็ตาม เช่น พระองค์แสดงอนัตตลักขณสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ให้ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์นั้น พระองค์ก็ทรงแสดงชี้ลงที่กายคือรูปของปัจวัคคีย์นั่นเอง ได้แสดงว่า รูป ภิกฺขเว อนฺตตา รูปไม่ใช่ตน แม้รูปของปัญจวัคคีย์ก็มีอยู่แล้ว แต่ทำไมปัญจวัคคีย์จึงไม่พิจารณาเอาเองเล่า มารู้แจ้งเห็นจริงเอาตอนที่พระพุทธเจ้าทรงชี้
    ให้ดู จึงค่อยมาได้สำเร็จ”

    “ข้อนี้ก็เป็นเช่นตัวเรานั่นเอง ได้อุตส่าห์เที่ยว
    ไปแสวงหาอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิกระทั่ง
    ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ แต่ครั้นจะ
    มารู้จริงได้ก็คือการมาศึกษาปฏิบัติเอาด้วยตนเองตามแนวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง แต่ว่าเท่าที่เราเองได้เข้าใจนั้น ก็
    เพราะเราไปเห็นความจริงเท่านั้น ทั้งๆ ที่
    ความจริงก็อยู่ใกล้นิดเดียว แต่ว่าการปฏิบัติ
    เพื่อความรู้จริงนี้มันเป็นสิ่งที่แปลก เพราะ
    เหตุว่าการทำจิตเป็นนามธรรม เมื่อเกิดความอัศจรรย์หรือความสบายก็ไปเข้าใจว่าดีเสีย
    แล้ว จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถจะรู้ยิ่งขึ้นได้
    จึงไม่ควรตำหนิผู้ที่เขาพากันทำสมาธิแล้วหลงใหลไปตามโลกียฌานหรือตามวิปัสสนูปกิเลส เพราะเขาเหล่านี้นก็ได้รับความสงบความเย็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก”

    “แต่ควรตำหนิก็เพราะว่าเขาไม่พยายามหา
    โลกุตตรธรรมนั่น แม้แต่เราในเบื้องแรกเรา
    ก็ได้พบโลกียฌาน ฌานมากมาย ซึ่งมันก็ทำ
    ให้เราต้องหลงใหลมันไปพักใหญ่ แต่เราพยายามที่จะแสวงหาให้ยิ่งขึ้น เราจึงไม่ติด
    อยู่เพียงแค่นั้น อันการติดอยู่หรือเข้าใจผิด
    ในธรรมปฏิบัติจิตอันเป็นภายในนี้ มันไม่ไป
    นรกดอก แต่ว่าการที่ไปติดมัน มันทำให้ต้องล่าช้าต่อการรู้ยิ่งเห็นจริงต่างๆ หากเราเอง
    เมื่อได้ความรู้แจ้งนี้แล้ว จึงได้พยายามเพื่อความที่จะทำจิตให้ก้าวหน้าโดยไม่หยุดยั้ง”

    “ทุกหมู่ทุกจำพวกในบรรดาผู้บำเพ็ญจิตในกรรมฐานทั้งหลายนั้น ต่างก็มุ่งหวังเพื่อ
    ความดีความเจริญทุกหมู่ทุกคณะ แต่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเองที่ทำให้เขาต้องเสียประโยชน์ ท่านได้ปรารภถึงอาฬารดาบสกาลามโคตร และอุทกดาบสรามบุตร ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “ฉิบหายเสียจากคุณ
    อันใหญ่” เนื่องด้วยดาบสทั้ง ๒ นั้นได้มรณะ
    ไปเสียก่อนที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้
    ความจริงดาบสทั้งสองเป็นผู้สำเร็จฌาน
    ชั้นสูงกันทั้งนั้น อันว่าฌานชั้นสูงนี้ ก็เป็นการ
    ให้ความสุขอันยิ่งแก่ผู้ได้สำเร็จอยู่มากแล้ว
    แต่เพราะเหตุใดเล่าพระพุทธองค์จึงทรง
    แสดงว่า “ฉิบหายเสียจากคุณอันใหญ่” ก็
    เพราะว่ายังไม่หมดจากกิเลส เพราะเพียงแต่
    ข่มกิเลสไว้ เหมือนกับศิลาทับหญ้าเท่านั้น
    อันที่จริงฌานชั้นสูงนั้น ก็เป็นเบื้องต้นแห่ง
    การดำเนินไปสู่ความหมดจดจากกิเลส แต่เพราะความที่ดาบสนั้นไม่เข้าใจวิธีการอันจะ
    พึงทำจิตเข้าสู่อริยสัจจ์เท่านั้น ข้อนี้เป็นประ
    การสำคัญนัก เพราะการตรัสรู้เป็นพระ
    พุทธเจ้าก็เพราะอริยสัจจ์นี้”

    “แต่ท่านได้พิจารณาต่อไปอีกว่า การบำเพ็ญ
    จิตต้องอาศัยปัญญาจึงจะรู้ถูกผิด และมิใช่
    แต่จะเอาแต่ทำจิตอย่างเดียว ต้องมีสิ่งแวด
    ล้อมภายนอกอีก อาทิเช่น ธรรมวินัย ทั้ง
    อย่างหนักและอย่างเบา แม้ว่าจะพยายาม
    ทำจิตสักเท่าใดก็ตาม ถ้าประพฤติผิดพระธรรมวินัยน้อยใหญ่แล้ว จะทำจิตย่อมไม่บังเกิดผล พร้อมกันนั้นต้องเป็นผู้สันโดษมักน้อย รักษาธุดงควัตรต่างๆ อันเป็นเครื่องขัดเกลากิเลสหยาบ ด้วยว่าสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่จะต้อง
    พยายามปฏิบัติให้เป็นอันดีเท่ากับเป็นเครื่องบำรุงส่งเสริม เช่นกับรถยนต์ เครื่องยนต์
    กลไกต่างๆ ถึงเป็นเครื่องดีมากสักเท่าใด
    ก็ตาม ถ้าขาดการบำรุงรักษาก็ไม่สามารถที่
    จะให้ผลแก่ผู้ใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือเช่นต้นไม่ต่างๆ ถ้าเราจะปลูกให้ได้ผลก็ต้องบำรุงรักษาจึงจะได้ผลแก่เจ้าของได้”

    “การบำเพ็ญจิตก็เช่นเดียวกัน ควรจะได้
    กำหนดข้อปฏิบัติอันเป็นการสันโดษมักน้อย
    เอาไว้ โดยการฉันหนเดียว การฉันในบาตร การบิณฑบาต การปัดกวาดทำความสะอาดเสนาสนะ การอยู่โคนต้นไม้ การอยู่ป่า การมีจีวรเพียงแต่ไตรจีวร การรักษาวัตรทั้งหลาย
    มีเสขิยวัตรและอาจาริยวัตร เป็นต้น”

    -: พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต :-

    ี่มา การเจริญสมาธิด้วยกรรมฐาน ๔๐ วิธี

    ***พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต***

    ******************************************
    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่าน
    เจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมใน
    การเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ทุกๆท่าน..
    ******************************************

    .jpg
    .jpg
    .jpg
    .jpg

    ที่มา ธรรมะพระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
     
  15. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  16. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
    ปรารภเรื่องธรรมปฏิบัติ

    “วันหนึ่ง พระอาจารย์มั่นหวนพิจารณาว่า
    ความรู้ของท่านที่ได้แนะนำสั่งสอนผู้อื่นนั้น
    อันที่จริงอริยธรรมเหล่านี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้วอย่างชัดเจน แต่เพราะเหตุที่ผู้ศึกษาไม่ได้ทำให้เป็นขึ้น จึงปรากฏว่าเป็น
    สิ่งที่ลึกลับยากแก่การจะรู้จริงได้ แม้ว่าพระพุทธองค์จะทรงแสดงแจ้งชัดสักเท่าใดก็ตาม เช่น พระองค์แสดงอนัตตลักขณสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ให้ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์นั้น พระองค์ก็ทรงแสดงชี้ลงที่กายคือรูปของปัจวัคคีย์นั่นเอง ได้แสดงว่า รูป ภิกฺขเว อนฺตตา รูปไม่ใช่ตน แม้รูปของปัญจวัคคีย์ก็มีอยู่แล้ว แต่ทำไมปัญจวัคคีย์จึงไม่พิจารณาเอาเองเล่า มารู้แจ้งเห็นจริงเอาตอนที่พระพุทธเจ้าทรงชี้
    ให้ดู จึงค่อยมาได้สำเร็จ”

    “ข้อนี้ก็เป็นเช่นตัวเรานั่นเอง ได้อุตส่าห์เที่ยว
    ไปแสวงหาอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิกระทั่ง
    ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ แต่ครั้นจะ
    มารู้จริงได้ก็คือการมาศึกษาปฏิบัติเอาด้วยตนเองตามแนวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง แต่ว่าเท่าที่เราเองได้เข้าใจนั้น ก็
    เพราะเราไปเห็นความจริงเท่านั้น ทั้งๆ ที่
    ความจริงก็อยู่ใกล้นิดเดียว แต่ว่าการปฏิบัติ
    เพื่อความรู้จริงนี้มันเป็นสิ่งที่แปลก เพราะ
    เหตุว่าการทำจิตเป็นนามธรรม เมื่อเกิดความอัศจรรย์หรือความสบายก็ไปเข้าใจว่าดีเสีย
    แล้ว จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถจะรู้ยิ่งขึ้นได้
    จึงไม่ควรตำหนิผู้ที่เขาพากันทำสมาธิแล้วหลงใหลไปตามโลกียฌานหรือตามวิปัสสนูปกิเลส เพราะเขาเหล่านี้นก็ได้รับความสงบความเย็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก”

    “แต่ควรตำหนิก็เพราะว่าเขาไม่พยายามหา
    โลกุตตรธรรมนั่น แม้แต่เราในเบื้องแรกเรา
    ก็ได้พบโลกียฌาน ฌานมากมาย ซึ่งมันก็ทำ
    ให้เราต้องหลงใหลมันไปพักใหญ่ แต่เราพยายามที่จะแสวงหาให้ยิ่งขึ้น เราจึงไม่ติด
    อยู่เพียงแค่นั้น อันการติดอยู่หรือเข้าใจผิด
    ในธรรมปฏิบัติจิตอันเป็นภายในนี้ มันไม่ไป
    นรกดอก แต่ว่าการที่ไปติดมัน มันทำให้ต้องล่าช้าต่อการรู้ยิ่งเห็นจริงต่างๆ หากเราเอง
    เมื่อได้ความรู้แจ้งนี้แล้ว จึงได้พยายามเพื่อความที่จะทำจิตให้ก้าวหน้าโดยไม่หยุดยั้ง”

    “ทุกหมู่ทุกจำพวกในบรรดาผู้บำเพ็ญจิตในกรรมฐานทั้งหลายนั้น ต่างก็มุ่งหวังเพื่อ
    ความดีความเจริญทุกหมู่ทุกคณะ แต่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเองที่ทำให้เขาต้องเสียประโยชน์ ท่านได้ปรารภถึงอาฬารดาบสกาลามโคตร และอุทกดาบสรามบุตร ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “ฉิบหายเสียจากคุณ
    อันใหญ่” เนื่องด้วยดาบสทั้ง ๒ นั้นได้มรณะ
    ไปเสียก่อนที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้
    ความจริงดาบสทั้งสองเป็นผู้สำเร็จฌาน
    ชั้นสูงกันทั้งนั้น อันว่าฌานชั้นสูงนี้ ก็เป็นการ
    ให้ความสุขอันยิ่งแก่ผู้ได้สำเร็จอยู่มากแล้ว
    แต่เพราะเหตุใดเล่าพระพุทธองค์จึงทรง
    แสดงว่า “ฉิบหายเสียจากคุณอันใหญ่” ก็
    เพราะว่ายังไม่หมดจากกิเลส เพราะเพียงแต่
    ข่มกิเลสไว้ เหมือนกับศิลาทับหญ้าเท่านั้น
    อันที่จริงฌานชั้นสูงนั้น ก็เป็นเบื้องต้นแห่ง
    การดำเนินไปสู่ความหมดจดจากกิเลส แต่เพราะความที่ดาบสนั้นไม่เข้าใจวิธีการอันจะ
    พึงทำจิตเข้าสู่อริยสัจจ์เท่านั้น ข้อนี้เป็นประ
    การสำคัญนัก เพราะการตรัสรู้เป็นพระ
    พุทธเจ้าก็เพราะอริยสัจจ์นี้”

    “แต่ท่านได้พิจารณาต่อไปอีกว่า การบำเพ็ญ
    จิตต้องอาศัยปัญญาจึงจะรู้ถูกผิด และมิใช่
    แต่จะเอาแต่ทำจิตอย่างเดียว ต้องมีสิ่งแวด
    ล้อมภายนอกอีก อาทิเช่น ธรรมวินัย ทั้ง
    อย่างหนักและอย่างเบา แม้ว่าจะพยายาม
    ทำจิตสักเท่าใดก็ตาม ถ้าประพฤติผิดพระธรรมวินัยน้อยใหญ่แล้ว จะทำจิตย่อมไม่บังเกิดผล พร้อมกันนั้นต้องเป็นผู้สันโดษมักน้อย รักษาธุดงควัตรต่างๆ อันเป็นเครื่องขัดเกลากิเลสหยาบ ด้วยว่าสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่จะต้อง
    พยายามปฏิบัติให้เป็นอันดีเท่ากับเป็นเครื่องบำรุงส่งเสริม เช่นกับรถยนต์ เครื่องยนต์
    กลไกต่างๆ ถึงเป็นเครื่องดีมากสักเท่าใด
    ก็ตาม ถ้าขาดการบำรุงรักษาก็ไม่สามารถที่
    จะให้ผลแก่ผู้ใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือเช่นต้นไม่ต่างๆ ถ้าเราจะปลูกให้ได้ผลก็ต้องบำรุงรักษาจึงจะได้ผลแก่เจ้าของได้”

    “การบำเพ็ญจิตก็เช่นเดียวกัน ควรจะได้
    กำหนดข้อปฏิบัติอันเป็นการสันโดษมักน้อย
    เอาไว้ โดยการฉันหนเดียว การฉันในบาตร การบิณฑบาต การปัดกวาดทำความสะอาดเสนาสนะ การอยู่โคนต้นไม้ การอยู่ป่า การมีจีวรเพียงแต่ไตรจีวร การรักษาวัตรทั้งหลาย
    มีเสขิยวัตรและอาจาริยวัตร เป็นต้น”

    -: พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต :-

    ี่มา การเจริญสมาธิด้วยกรรมฐาน ๔๐ วิธี

    ***พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต***

    ******************************************
    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่าน
    เจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมใน
    การเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ทุกๆท่าน..
    ******************************************

    .jpg
    .jpg
    .jpg
    .jpg

    ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น
     
  17. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  18. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  19. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
  20. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น

    ธรรมะสายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2017
    โพสต์:
    15,798
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +349
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...