ธรรมะ จากเพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย สายหลวงปู่มั่น, 4 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “…วิญญาณหญิงสาวมาขอส่วนบุญ…กับหลวงปู่จันทา ถาวโร…”

    “…มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกจากบ้านเฉลียงลับมาถึงก็กราบแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ ดิฉันหมดเกษียณภพชาติมนุษย์จะได้ไปสู่เมืองนรก ใจร้อนเหมือนไฟ ขออนุโมทนาส่วนบุญกับท่านบ้างเถอะ”

    ก็เลยอุทิศส่วนบุญให้ว่า “แม่หนูน้อย จงตั้งใจรับส่วนบุญกับหลวงพ่อนะ บุญกุศลที่ได้บำเพ็ญมาขอแบ่งครึ่งให้นะ แม่หนูน้อยจงรับเอาไปเถิด”

    “สาธุ…!” แล้วเขาก็ว่า “ใจร้อน ๆ เมื่อได้รับส่วนบุญจากหลวงพ่อแล้ว ใจก็เย็นสบายดี จะไปตกนรกไหมหนอ ?”

    “ไม่ตกหรอกแม่หนูน้อย จงบริกรรม พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไปเสมอนะ อย่าได้ลดละ อย่าได้ประมาท เมื่อไปถึงนรกแล้ว จ่ายมบาลเขาจะซักไซ้ไต่ถามเรื่องเทวทูต ๕ นะ และอำนาจของ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ที่ฝังอยู่ที่ใจของแม่หนูน้อยนั้น จะตอบได้โดยเร็วพลัน สมบัติทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดขึ้นจาก พุทโธ ธัมโม สังโฆ ทั้งนั้น”

    เขาก็ว่า “เจ้าค่ะ” จากนั้นก็กราบ ๓ ที แล้วขอลาออกเดินทางตามนายนิริยบาลไป

    ก็จดจำ รูปร่างลักษณะของแม่หนูน้อยคนนั้นไว้ เป็นคนผิวขาว ไว้ผมยาว ใบหน้ารูปใบโพธิ์ สวมเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ มีผ้าขาวเฉลียงบ่า นุ่งผ้าซิ่นมีลวดลายที่ปลายทั้งสอง

    ขณะนั้นเป็นเวลาตี ๓ กว่าแล้ว จิตก็เลยถอน เมื่อจิตถอนออกแล้วได้ยินเสียงร้องไห้มาจากบ้านเฉลียงลับ วัดกับบ้านอยู่ไม่ไกลกันนะ พอตื่นเช้าก็ออกภิกขาจารบิณฑบาต พอกลับมาถึงวัด ก็มีโยม ทายกนำอาหารมาถวาย แล้วก็พูดว่า…

    “ท่านอาจารย์ เมื่อคืนนี้ลูกสาวข้าพเจ้าขาดใจตายแล้วตอนตี ๓ ”
    ตอนที่หญิงสาวไปหาในนิมิตนั้นก็เป็นเวลาตี ๓ พอดีถูกต้องตรงกันนะ ก็เลยพูดกับโยมไปว่า…

    “อาตมาเพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่เคยพบเห็นลูกสาวของโยม แต่ก็จะแถลงไขให้ทราบ ลูกของโยมคนนั้นหมดเกษียณภพชาติเพียงแค่นั้น เพราะบุญเก่าเขาเอามาน้อย มีนายนิริยบาล ๘ คนมาเอาตัวไป พวกนายนิริยบาลก็มาสนทนากับอาตมาอยู่ที่วัดนี่แหละ เขาบอกว่าหญิงสาวอายุ ๑๖ ปีหมดเกษียณภพชาติเพียงแค่นั้น ทีนี้ลูกสาวของโยมเป็นคนผิวขาว ไว้ผมยาว ใบหน้ารูปใบโพธิ์ สวมเสื้อกลางเก่ากลางใหม่ มีผ้าเฉลียงบ่านุ่งผ้าซิ่นมีลายคล้ายงูเหลือม ใช่ไหม ?”

    “ใช่แล้ว…ไม่ผิดหรอก”

    “ลูกของโยมเป็นคนมีกิริยามารยาทเรียบร้อย ท่าทางเป็นนักปราชญ์ ใช่ไหม ?”

    “ใช่แล้ว…ลูกของข้าพเจ้า เมื่อเกิดมาพอรู้เดียงสา ถ้าไม่ได้ทำบุญแล้ว จะไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ว่าจะมีงานบุญบวช บุญกฐินหรือบุญอะไร ที่ไหน ใกล้หรือไกล ที่บ้านน้อยเมืองใหญ่ เป็นต้องไปร่วมทั้งนั้น บางทีก็ไปนานเป็น ๑๐ วัน ๒๐ วัน แล้วกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร เคยถามเขาว่า ทำไมจึงทำอย่างนี้ ?”

    ลูกก็ตอบว่า “พ่อแม่นี้เป็นสมบัติเบื้องหน้า สมบัติข้าวของเงินทองก็เป็นสมบัติหามาได้ใหม่ ไม่ใช่เป็นสมบัติติดตามมาแต่ภพชาติปางก่อนโน้น ภพชาติปางก่อนโน้นของฉันเป็นเหตุ ถ้าฉันดีแล้วอะไรก็ดีหมด พ่อแม่ก็ดี ถ้าฉันชั่วแล้ว อะไรก็ชั่วหมดทั้งนั้น
    ฉะนั้น ฉันจึงไม่หวั่นไหว เห็นว่าบุญกุศลให้ผลเป็นสุขพาให้พ้นทุกข์ นั่นแหละจะส่งผลมาให้ได้พ่อแม่ที่ดี ไม่อดไม่อยาก ไม่ยากไม่จน เพราะกรรมดีของฉันสะสมไว้แต่ปางก่อนโน้น มาชาตินี้จึงได้พ่อแม่ที่ดี ส่วนสมบัติข้าวของเงินทองก็เป็นสมบัติมาหาได้ใหม่ ไม่นานก็จะจากกันไปเท่านั้น เมื่อจากกันแล้วก็ทอดทิ้งไว้ เอาไปด้วยไม่ได้ทั้งสมบัติภายในและสมบัติภายนอก”
    นั่นแหละ พอฉันเช้าเสร็จแล้ว เขานิมนต์ไปทำพิธีเผาศพลูกสาวที่ป่าช้า ไปแต่เช้าเลยนะ ถามเขาว่า…

    “ทำไมจึงรีบเผาแต่เช้า ?”

    เขาก็ว่า “ต้องรีบปลงภาระหนัก เจ้าของร่างเขาปลงภาระหนักไปแล้ว เราผู้ยังอยู่ก็รีบปลงภาระหนัก เมื่อเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างหมดภาระหนัก”

    เมื่อไปถึงป่าช้า เปิดฝาโลงดูก็เห็นศพมีรูปร่างเหมือนอย่างที่เขาไปหาในนิมิตเมื่อคืนนั้นแหละ พอทำกิจพิธีทุกอย่างเสร็จแล้วก็เผาทิ้ง ไม่มีอะไร หมดเพียงแค่นั้น ถูกไฟเผาแล้วก็หมดทุกอย่าง”

    นี่แหละ ไปเห็นเป็นอย่างนั้น ก็น่าอัศจรรย์ใจนะ เห็นว่านรกนั้นมีแท้แน่นอน เพราะได้เห็น ทูตานุทูต คือ นายนิริยบาลเป็นผู้ส่งข่าวสารให้ทราบ พร้อมทั้งมีคนตายให้เห็นเป็นพยานอีกก็สิ้นสงสัย…”

    หนังสือ “ชีวประวัติ หลวงปู่จันทา ถาวโร” ที่ระลึกงานถวายเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ หน้า ๓๗ – ๓๘

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  2. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    เรื่อง “รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดพระพุทธชินราช”

    (จาก เรื่องเล่า “พระพุทธชินราช”)

    พระพุทธชินราช มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเลิศ ในพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ได้เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร สุโขทัย สวรรคโลก อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๐

    พระองค์ทรงกล่าวถึงพระพุทธชินราชว่า

    “ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธรูปมานักแล้ว ไม่ได้เคยรู้สึกว่า ดูปลื้มใจจำเริญตาเท่าพระพุทธชินราชเลย ที่ตั้งอยู่นั้นก็เหมาะนักหนา วิหารพอเหมาะกับพระ มีที่ดูได้ถนัด องค์พระก็ตั้งต่ำพอดูได้ตลอดองค์ไม่ต้องเข้าไปดูจนจ่อเกินไป และไม่ต้องแหงนคอตั้งบ่าแลดูแต่พระนาสิกพระ ยิ่งพิศไปรู้สึกยินดีว่า ไม่เชิญลงมาเสียจากที่นั้น พระพุทธชินราชยังคงอยู่ที่เมืองพิษณุโลกตราบใด เมืองพิษณุโลกจะเป็นเมืองที่ควรไปเที่ยวอยู่ตราบนั้น ถึงในเมืองพิษณุโลกจะไม่มีชิ้นอะไรเหลืออยู่อีกเลย ขอให้มีแต่พระพุทธชินราชเหลืออยู่แล้ว ยังคงจะอวดได้อยู่เสมอว่า มีของควรดูควรชมอย่างยิ่งอย่างหนึ่งในเมืองเหนือ หรือจะว่าในเมืองไทยทั้งหมดก็ได้”

    [​IMG]

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  3. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    เรื่อง “อัศจรรย์เทวดาช่วยสร้างพระพุทธชินราช”

    (ประวัติความเป็นมา การสร้างพระพุทธชินราช)

    หลักฐานจากพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์พระองค์ที่ ๗ ของกรุงสุโขทัย ทรงสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองพิษณุโลกในราว พ.ศ.๑๙๐๐ พระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก ทรงรอบรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก และทรงนิพนธ์วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเรื่อง “ไตรภูมิพระร่วง” เมื่อทรงสร้างเมืองพิษณุโลกขึ้นแล้ว มีพระราชประสงค์จะสร้างพระพุทธรูปให้งดงามกว่าพระพุทธรูปทุกเมืองเป็นพระเกียรติยศ จึงเสาะหาช่างฝีมือดีจากทั้งสุโขทัย เชียงแสน หริภุญไชย มาช่วยกันปั้นหุ่นพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ มีรูปทรงสัณฐานคล้ายคลึงกัน แต่ต่างขนาด

    องค์หนึ่งนั้นตั้งพระนามตั้งแต่เริ่มสร้างว่า
    “พระพุทธชินราช”
    หน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว

    อีกองค์หนึ่งพระนามว่า “พระพุทธชินสีห์”
    หน้าตัก ๕ ศอก ๑ คืบ ๔ นิ้ว

    และอีกองค์หนึ่งพระนาม “พระศรีศาสดา”
    หน้าตัก ๔ ศอก ๑ คืบ ๖ นิ้ว

    พระองค์เลือกลักษณะตามพระทัยให้ช่างทำ คือไม่ยึดรูปแบบสุโขทัย สวรรคโลก ศรีสัชนาไลย หรือเชียงแสน แต่เป็นแบบปนๆกัน เช่นนิ้วพระหัตถ์ของแบบสุโขทัยและสวรรคโลกจะเหมือนกับมือคนทั่วไปไม่เสมอกัน แต่พระองค์รับสั่งให้ทำเสมอกันตามที่ทรงทราบว่าเป็นพุทธลักษณะ เมื่อปั้นเสร็จทั้ง ๓ องค์แล้วจึงให้บรรดาช่างและคนทั้งปวงดู เห็นว่างามดีหาที่งามเสมอมิได้แล้ว จึงให้ทำหุ่นแล้วเททองสัมฤทธิ์ในวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีเถาะ พ.ศ.๑๘๙๘

    เมื่อแกะหุ่นปรากฏว่าสมบูรณ์ดีเพียง ๒ องค์ คือพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชินราชทองเดินไม่เต็มองค์ ช่างต้องทำหุ่นใหม่และหล่อถึง ๓ ครั้งก็ไม่สำเร็จ พระมหาธรรมราชาลิไทจึงตั้งจิตรอธิษฐาน เอาบุญพระบารมีของพระองค์เป็นที่ตั้ง และให้พระอัครมเหสีทรงอธิษฐานด้วย ในการทำหุ่นใหม่ครั้งนี้ปรากฏว่ามีชีปะขาวคนหนึ่งมาช่วยด้วยอย่างแข็งขัน ไม่พูดไม่จากับใครคล้ายคนใบ้ ครั้นหุ่นสำเร็จเข้าดินพิมพ์แห้งแล้ว เททองตามมงคลฤกษ์ในวันพฤหัส ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง พ.ศ.๑๙๐๐ ทองก็แล่นดีทั่วหุ่น องค์พระสมบูรณ์ดี ชีปะขาวผู้มาช่วยก็เดินออกไปทางประตูด้านเหนือ ถึงตำบลหนึ่งก็หายตัวไป ตำบลนั้นจึงได้ชื่อ “ตำบลปะขาวหาย” ต่อมา พระมหาธรรมราชาลิไทรับสั่งให้ตามหาจะพระราชทานรางวัลก็หาไม่พบ เชื่อกันว่า “เทวดา” ได้แปลงกายเป็น “ปะขาว” เพื่อมาช่วยหล่อพระพุทธชินราช จนสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

    [​IMG]

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  4. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “…วิบากกรรม…ของคนเชียงดาว…”

    “…ในระยะที่ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และคณะศิษย์ ไปพักภาวนาและจำพรรษาที่ถ้าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในปีนั้นได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงเกิดแก่ชาวบ้านอย่างรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ในขณะเดียวกันก็มีพวกที่ประกอบมิจฉาชีพด้วยการลักขโมย ปล้น ฆ่า กันอย่างไม่เกรงกลัวบาปกรรม และไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

    การลักขโมย ปล้น ฆ่า มีขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะการลักโคกระบือของชาวบ้านเอามาฆ่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนโรคระบาดร้ายแรงทำให้มีผู้คนต้องเจ็บป่วยล้มตายกันทุกวัน วันละ ๒ – ๓ ศพ ชาวบ้านต้องประสบกับความเดือดร้อนทุกข์ยากลำบาก ต้องทนอยู่กันอย่างหวาดผวา ก่อให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจเป็นอันมาก และก็ไม่รู้ว่าจะพึ่งใคร เพราะอยู่ในที่กันดารห่างไกลจากทางราชการ

    เมื่อชาวบ้านขาดที่พึ่ง ต่างก็พากันหันมาพึ่งพระ หลวงปู่มั่นท่านบอกให้พระช่วยกันแผ่เมตตาช่วยชาวบ้านให้มากๆ ซึ่งต่างองค์ต่างก็ส่งกระแสจิตแผ่เมตตาจากที่พำนักของตนเพื่อให้เหตุการณ์ต่างๆ จะได้คลี่คลายไปในทางที่ดี แต่เป็นที่น่าประหลาดใจ คือ ยิ่งแผ่เมตตาช่วยมากเท่าไร ความวิบัติของชาวบ้านกลับยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ

    หลวงปู่มั่น ท่านได้นั่งพิจารณาหาสาเหตุจึงทราบว่า กรรมที่พวกเขาเคยก่อไว้หนักเหลือเกิน แผ่เมตตาเท่าไรก็ช่วยไม่ได้ เป็นกรรมของเขาเอง แต่หลวงปู่มั่นก็บอกพระให้ช่วยกันแผ่เมตตาต่อไปอย่าได้ลดละ

    โรคระบาดร้ายแรงครั้งนั้นเกิดอยู่เป็นเดือนจึงค่อยสงบลง คร่าชีวิตชาวบ้านไปหลายสิบคน

    สำหรับเรื่องการลักขโมย ปล้น ฆ่า หลวงปู่มั่นท่านได้พยายามเทศนาแนะนำสั่งสอนประชาชนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ให้ประกอบอาชีพสุจริต เพื่อจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข

    แต่เหตุการณ์ก็ไม่ดีขึ้น คือ ถึงท่านจะแนะนำสั่งสอนอย่างไร ก็เท่ากับเอาน้ำไปรดตอไม้ พวกเขาหาเชื่อฟังไม่ ยังคงประกอบมิจฉาชีพกันอยู่อย่างเป็นล่ำเป็นสันต่อไป

    ต่อมาทางราชการได้ส่งกำลังตำรวจมาทำการปราบปรามพวกมิจฉาชีพอย่างหนัก บรรดามิจฉาชีพจึงค่อยๆ หมดไป แล้วความสงบสุขจึงกลับมาสู่เชียงดาวอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่เชียงดาวในช่วงที่หลวงปู่มั่นและคณะศิษย์ไปพำนักอยู่ในระยะแรก…”

    หนังสือ “ประวัติ ท่านพระอาจารย์ตื้อ อจลธมฺโม” มูลนิธิพระสงบ มนสฺสนฺโต ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หน้า ๑๓๗

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -ของคนเชียงดา.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  5. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “…ร่างกายเป็นของผสม เมื่อถึงคราว
    จะแตกดับ ก็ต้องแตกดับเป็นธรรมดา
    ทุกคน คือ ต้องตายด้วยกันทั้งนั้น.
    บางคนตายดี บางคนตายร้าย
    ตายดี หมายถึงตาย ด้วยความดี
    ตายแล้วก็ ยังดีอยู่ตลอดไป
    ตายร้ายหมายถึง ตายด้วยความชั่ว
    ตายแล้วคนด่ากัน ทุกวัน คนเหล่านี้
    เป็นคนขาดความละอายต่อบาป เขา
    ตายไปกับความชั่ว ความตายที่ไม่ดี…”

    หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -เมื่.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  6. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “…ไปอยู่ถ้ำไหน ๆ ก็หนีไม่พ้นถ้ำกายถ้ำใจนี้เองจะได้พิจารณากัน สัตว์ป่าที่อยู่ในถ้ำนี้มานมนาน จนตั้งบ้านตั้งเมืองได้ มีอิสระ ก็คือสัตว์กิเลส ราชสีห์ตัวที่หนึ่ง – สอง – สาม ก็คือโลภ โกรธหลง ไฟก็ว่า อวิชชาก็เรียก ได้ยศได้นามหลายชื่อแท้ ๆ เพราะเป็นเจ้าใหญ่นายโตประจำกายประจำใจ เป็นเจ้าโลกเจ้าสังขารมานมนาน เขากลัวแต่กองทัพธรรมอริยมรรคอริยผลเท่านั้น ต่ำกว่านั้นลงมาเขาไม่กลัวหรอก คล้ายกับริ้นกับยุงไปกัดช้างเท่านั้นแหละ หรือมิฉะนั้นคล้ายกับเอาไม้จิ้มฟันไปงัดภูเขา กิเลสก็ไม่หวั่นไหวได้ง่าย ๆ…”

    หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -ๆ-ก็หนีไม่.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  7. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    ” อาตมามันถูกกับ พุทโธ
    ตั้งใจเอาไว้ ปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
    กำหนดเอาสติ รักษาใจเอาไว้
    เอาพุทโธ ไม่ให้เผลอสติ
    ให้พุทโธ…
    ตั้งอยู่ กลางใจนี้

    อาตมานิสัยถูกกับ พุทโธ
    บริกรรมอัฐิ กระดูก บางครั้งมันก็ถูก
    ถูก มันจะปรากฏเห็นกระดูกหมด
    ทั้งสกนธ์กาย

    พระพุทธเจ้าต้องการให้…
    จิต มันเห็น
    จิต มันไม่เห็น
    ให้บริกรรม ให้มันเห็น

    ต้องให้มัน เบื่อหน่าย
    ให้มันเห็นว่า มิใช่ตนสิ่งเหล่านี้
    ธาตุทั้ง ๑๘ ก็ดี
    ล้วนตกอยู่ในไตรลักษณ์ ทั้งนั้น

    อายตนะ ก็ดี
    ตกอยู่ในไตรลักษณ์ หมดทั้งนั้น
    เรามาสำคัญว่าหู ว่าตา ว่าลิ้น ว่ากาย
    ว่าใจ เป็นของเรา
    เป็นเหตุให้ยึดมั่น ถือมั่น

    นั่ง ก็ให้มีความเจ็บ
    เจ็บบั้นเอว ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขาอะไรนั้น
    สมาธิ ก็ต้องออก

    ท่านให้สู้…
    กับมัน ไม่ต้องหลบมัน
    เรา จะสู้กับข้าศึก ก็ต้องอย่างนั้นแหละ
    ต้องมีขันติ ความอด ความทน
    ทนสู้ กับความเจ็บปวด ทุกขเวทนา

    ดูมัน…จิต
    มันถูกอันใด อันหนึ่ง
    เมื่อเราสกัดกั้น ไม่ให้มันแส่ส่าย
    ไปกับ อารมณ์ภายนอก
    มีรูป เสียง กลิ่น รส เครื่องสัมผัส เป็นต้น
    เรียกว่า กามคุณ ๕

    ไม่ให้จดจ่อ กับสิ่งเหล่านั้นแล้ว
    มันจะ อยู่กับที่
    มันจะ ว่างจากอารมณ์
    ไม่มี อารมณ์มาคลุกคลี กับ ดวงจิตแล้ว

    จิต…ตั้งมั่น
    เรียกว่า จิตว่าง
    ไม่มี อะไรมาพลุกพล่าน
    เหมือนกับน้ำที่อยู่ในขัน หรือ อยู่ที่ไหนก็ตาม
    เมื่อไม่กระเพื่อมแล้วมันก็…นิ่ง
    ก็เหมือนสิ่งทั้งปวง ที่อยู่ก้นขัน
    ต้อง…เห็น

    เห็น…อันนี้
    เห็นแล้วเราต้องสละ…ปล่อยวาง
    มันจะเห็น โลภะ โทสะ ราคะ
    ก็ละถอน สิ่งเหล่านี้ออก

    ปล่อยจิต…ว่าง
    แล้วจิต สบาย
    เพราะ …จิตเป็นหนึ่ง ไม่ขุ่นมัว
    เพราะ …ไม่มีอารมณ์มาฉาบทา ดวงจิตแล้ว
    ดวงจิตใส ดวงจิตขาว
    จิตก็…เย็น
    มีแต่ความสบาย มีความสุข

    รู้เท่า สังขาร
    รู้เท่า สิ่งทั้งปวง
    รู้เท่า ความเป็นจริงแล้ว
    เกิดอันใด อันหนึ่งก็ดี
    หรือ ไม่ครบรอบก็ดี

    เมื่อ … พิจารณาแล้ว
    จิตเรา จะไม่หวั่นไหวต่อสิ่งทั้งปวง
    ถึงมรณะ จะมาถึงก็ตาม
    ทุกขเวทนาความเจ็บปวด มาถึงก็ตาม
    ก็ไม่หวั่นไหว…
    ต่อ…สิ่งเหล่านั้น…”

    หลวงปู่ขาว อนาลโย

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -พุทโธ.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  8. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    ถ้าในขณะที่จิตใจของเรามันยังโกรธอยู่ใจยังร้อนรนอยู่
    ในขณะนั้นเราใช้ขันติคืออดไว้ซะก่อน อย่าเพิ่งพูด

    หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  9. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “…คำว่าพระอริยเจ้าคือว่างจากกิเลส ว่างจากความชั่วทั้งหลาย จิตใจว่างจากกิเลส ธาตุบริสุทธิ์ ใจบริสุทธิ์ เพียงอยู่หายใจเข้าหายใจออก เราละมานานแล้ว เราทำมานานแล้ว ไม่ใช่ทำวันนี่เมื่อวาน ครูบาอาจารย์สอนมาอย่างนี้ให้บริสุทธ์ เราเคยเห็นอัฐิธาตุของครูบาอาจารย์ท่านใสเหมือนกับแก้ว ไม่ต่างไปจากแก้วมีสีต่างๆกัน ส่อว่าท่านมีใจบริสุทธิ์จริงๆไม่เหมือนคนธรรมดา กระดูกดำๆ ธรรมดา น่ารังเกียจ แต่พระอริยเจ้าท่านใสหมดเลย กระดูกท่านใสหมดเลยเป็นอัฐิธาตุ ส่อถึงว่าท่านบริสุทธิ์จริงๆ น่าเลื่อมใส

    พวกเราทั้งหลายจงเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะว่าธรรมขัดเกลา เจียระไน เหมือนเขาเจียระไนเพชร เอากรวดหินออกจากเพชรหมด เป็นเพชร ๑๐๐% ฉันใด เหมือนกับเราเจียระไนกรวดหินออกจากใจของเรา ด้วยใจก็ดี กายก็ดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีธาตุขันธ์ทุกอย่างก็ดี ให้บริสุทธ์ไม่มียินดียินร้าย ใจของพระพุทธเจ้าท่านสม่ำเสมอ ไม่ต่ำๆไม่สูงๆอย่างจิตใจเรา ปุถุชนทั้งหลายสม่ำเสมอทุกอย่างส่อว่าท่านดีหมด ท่านปฏิบัติ ทำมานาน เราก็เหมือนกันนะเมื่อไร ถึงจะทำดี ดีก็ยังไม่ถึงที่สุด ครั้งไม่ใช่ตายก็ยังคากิเลสอยู่ กายตายกิเลสไม่ตายก็มาเกิดอีกเป็นวัฏสงสาร ตายเกิดอยู่นี่ละไม่จบสิ้น ตราบใดมีกิเลสอยู่ก็เกิดอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา จะเกิดที่ต่ำที่สูงนะ แล้วแต่บุญกรรมของเราและต้องมาเกิดแน่นอน…”

    โอวาทคำสอนหลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม บ.หนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  10. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  11. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  12. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  13. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  14. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพรวันสงกรานต์ ๒๕๖๒

    “สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน
    มีการแสดงออกทางกาย และทางวาจาที่น่าชื่นใจต่อกัน
    ผู้น้อยก็แสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่
    ผู้ใหญ่ก็แสดงความเอื้อเฟื้อเอ็นดูต่อผู้น้อย ด้วยความจริงใจ
    นับเป็นวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของไทย
    ที่เราทั้งหลายต้องช่วยกันสืบสานต่อไป อย่าให้สิ้นสูญ ..”

    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
    ประทานพรวันสงกรานต์ ๒๕๖๒

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  15. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  16. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    ชีวประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ๑

    เรียบเรียงโดย

    พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส)

    พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ อาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนา มีศิษยานุศิษย์มาก มีคนเคารพนับถือมาก มีชีวประวัติควรเป็นทิฏฐานุคติแก่กุลบุตรได้ผู้หนึ่ง ดังจะเล่าต่อไปนี้

    ชาติสกุล

    ท่านกำเนิดในสกุล แก่นแก้ว นายคำด้วง เป็นบิดา นางจันทร์ เป็นมารดา เพียพระยา๑แก่นท้าวเป็นปู่ ชาติไทย นับถือพุทธศาสนา เกิดวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๒๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๑๓ ณ บ้านคำบง ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม๒ จังหวัดอุบลราชธานีมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๙ คน ท่านเป็นบุตรคนหัวปี บุตร ๖ คนตายเสียแต่เล็ก ยังเหลือน้องสาว ๒ คน คนสุดท้องชื่อ หวัน จำปาศิลป

    อุโบสถวัดศรีบุญเรือง บ้านคำบง ต.สงยาง
    อ.ศรีเชียงใหม่ (เดิมคือ อ.โขงเจียม)
    เป็นวัดที่ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถระ
    บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๕ ปี
    โดยมี ญาท่านโคตร บ้านตุงลุงกลาง
    เป็นบรรพชาจารย์ พ.ศ. ๒๔๒๘

    รูปร่างลักษณะและนิสัย

    ท่านเป็นคนร่างเล็ก ผิวขาวแดง แข็งแรง ว่องไว สติปัญญาดีมาแต่กำเนิด ฉลาด เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่ายในทางที่ถูก ไม่ยอมทำตามในทางที่ผิด

    การศึกษาสามัญ

    ท่านได้เรียนอักขรสมัยในสำนักของอา คือ เรียนอักษรไทยน้อย อักษรไทย อักษรธรรมและอักษรขอม อ่านออกเขียนได้ นัยว่าท่านเรียนได้รวดเร็ว เพราะมีความทรงจำดีและมีความขยันหมั่นเพียร ชอบการเล่าเรียนศึกษา

    การบรรพชา

    เมื่อท่านอายุได้ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักวัดบ้านคำบง ใครเป็นบรรพชาจารย์ไม่ปรากฏ ครั้นบวชแล้วได้ศึกษาความรู้ทางพระศาสนา มีสวดมนต์และสูตรต่าง ๆ ในสำนักบรรพชาจารย์ จดจำได้รวดเร็ว อาจารย์เมตตาปรานีมาก เพราะเอาใจใส่ในการเล่าเรียนดี ประพฤติปฏิบัติเรียบร้อย เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เมื่ออายุท่านได้ ๑๗ ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาเพื่อช่วยการงานทางบ้าน ท่านก็ได้ลาสิกขาออกไปช่วยการงานของบิดามารดาเต็มความสามารถ

    ท่านเล่าว่า เมื่อลาสิกขาไปแล้วยังคิดที่จะบวชอีกอยู่เสมอไม่ลืมเลย คงเป็นเพราะมีอุปนิสัยในทางบวชมาแต่ก่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เพราะติดใจในคำสั่งของยายว่า “เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายก็ได้เลี้ยงเจ้ายาก” คำสั่งของยายนี้คอยสะกิดใจอยู่เสมอ

    พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ที่ท่านพระอาจารย์เสาร์ และท่านพระอาจารย์มั่น ได้ร่วมกันหล่อขึ้น โดยองค์ใหญ่เป็นฝีมือหล่อของท่านพระอาจารย์เสาร์ และองค์เล็กเป็นฝีมือหล่อของท่านพระอาจารย์มั่น

    ท่านพระอาจารย์มั่นขณะเป็นฆราวาสอยู่นั้น ได้กราบนมัสการท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีลเถร ครั้งแรก พร้อมทั้งมอบตัวเป็นศิษย์กับท่าน ที่กุดเม็ก โดยอยู่ห่างจากบ้านคำบง ซึ่งเป็นบ้านเกิดท่านพระอาจารย์มั่น ๒ กิโลเมตร

    ท่านพระอาจารย์เสาร์ได้ขอท่านพระอาจารย์มั่นจากโยมพ่อโยมแม่ของท่านไปบวชด้วย ซึ่งผู้เล่าประวัติเล่าว่า

    สถานที่หล่อพระพุทธรูปที่กุดเม็ก
    ปัจจุบันได้สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้สักการะ

    “ท่านพระอาจารย์มั่น เทียวเข้าเทียวออกเป็นประจำที่กุดเม็ก บางคืนก็ไม่กลับเข้าไปนอนที่บ้าน อยู่ฝึกสมาธิและเพื่ออุปัฏฐากท่านพระอาจารย์เสาร์ คือล้างบาตร เช็ดบาตร ต้มน้ำร้อนน้ำอุ่น รับประเคนสิ่งของถวายท่านพระอาจารย์เป็นประจำ” ท่านพระอาจารย์มั่นอยู่ฝึกหัดกัมมัฏฐานกับท่านพระอาจารย์เสาร์ และได้ชวนท่านพระอาจารย์มั่นไปบวชด้วย โดยกล่าวว่า “โตไปบวชกับเฮาเน้อ”

    หลังจากที่ท่านพระอาจารย์มั่นอุปสมบทที่เมืองอุบลแล้ว ท่านได้ติดตามท่านพระอาจารย์เสาร์ไปธุดงค์ที่ฝั่งลาว ต่อมาท่านทั้งสองได้กลับมาเยี่ยมบ้านคำบงอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งปรารภสร้างพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ๒ องค์ ที่กุดเม็ก โดยทำเตาหลอมและเททองหล่อพระด้วยองค์ท่านเอง และสถานที่หล่อพระนั้น ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้ที่ศาลาสำนักสงฆ์กุดเม็ก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบูรพาจารย์ทั้งสองท่าน

    .png

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  17. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    พระครูวิเวกพุทธกิจ(หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล) “พระปรมาจารย์กรรมฐาน”
    วัดดอนธาตุ บ้านทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

    พระเดชพระคุณหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยน้อมไปในทางสมถะวิปัสสนา มีความเพียรเป็นเลิศ มีความสงบเสงี่ยม กิริยามารยาทอ่อนน้อมสุขุมพูดน้อย และพอใจแนะนำสั่งสอนผู้อื่นในทางนั้นด้วยเป็นผู้ใฝ่ใจในธุดงควัตร หนักแน่นในพระธรรมวินัย ชอบวิเวกและไม่ติดถิ่นที่อยู่ต้องเดินธุดงค์ไปหาวิเวกเจริญสมณะธรรมตามชายป่าดงพงเขาในที่ต่างๆทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว

    ปีพุทธศักราช ๒๔๓๔-๒๔๓๖ หลวงปู่เสาร์ได้ธุดงค์ผ่านหมู่บ้านคำบง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้เทศนาสั่งสอน ท่านพระอาจารย์มั่น สมัยยังเป็นฆราวาสจนเกิดศรัทธาเลื่อมใสติดตามออกบวช และจุดนี้ เป็นความยิ่งใหญ่ของวงศ์พระกรรมฐานตราบจนถึงปัจจุบันวงศ์พระกรรมฐานจึงขนานนามท่านพระอาจารย์เสาร์ว่า”พระปรมาจารย์กรรมฐาน”

    คราวหนึ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านข่าโดม เจ้าจอมมารดาทับทิม มีศรัทธานำผ้าป่ามาทอดถวายและนิมนต์ท่านขึ้นแสดงธรรมท่านขึ้นธรรมาสน์ตั้งนโม 3 จบ กล่าวเทศนาเพียงบทธรรมสั้นๆว่า “ทุกข์ สมุทัย นืโรธ มรรค” แล้วจบลงด้วยคำว่า”เอวังฯ” ท่านจึงก้าวลงจากธรรมาสน์ไปอย่างสบาย

    .png

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  18. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) ประทานวโรกาสให้ผู้บริหาร และข้าราชการพศ.เข้าเฝ้าถวายน้ำสรง เนื่องในวันสงกรานต์ จากนั้นทรงประทานพรเนื่องในวันสงกรานต์ ความตอนหนึ่งว่า

    -๑๐-เมษายน-๒๕๖๒-สมเ.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  19. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    พรพระอันเป็นมงคล

    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน

    รักขันตุ สัพพะเทวะตา
    ขอเหล่าเทวดาจงรักษาท่าน

    สัพพะพุทธานุภาเวนะ
    ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า

    สัพพะธัมมานุภาเวนะ
    ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม

    สัพพะสังฆานุภาเวนะ
    ด้วยอานุภาพแห่งพระอริยสงฆ์

    สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.
    ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ทุก
    ท่านทุกเมื่อเทอญ

    เมื่อได้อ่านพรพระนี้แล้ว
    ก็ขอให้มีความสุขความเจริญรุ่งเรือง
    คิดสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็ขอให้สำเร็จสมปรารถนาทุกประการเทอญ

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  20. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    พระเจ้าแผ่นดิน_ทรงเป็นเจ้าของแผ่นดิน
    พระเจ้าอยู่หัว_ทรงเป็นเจ้าชีวิตปวงชนชาวไทย

    เรื่อง “แผ่นดินนี้เป็นของพระองค์ ในหลวง ร.๙”

    (คัดจาก : หนังสือญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์)

    ในตอนเช้าของวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒ องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้สั่งกำชับพระเณรในวัดว่า

    ”วันนี้จะมีบุคคลสำคัญเข้ามา
    พวกท่านทั้งหลายจงพากันทำความสะอาด
    วัดวาอาวาสให้เรียบร้อยอย่าให้บกพร่อง ”

    พระทั้งหลายเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร ต่างก็ทำข้อวัตรปฏิบัติไปตามปกติ

    ในบ่ายวันนั้นเองชาวนาคนหนึ่งเดินสะพายแห เพื่อออกไปทอดแหหาปลามาเป็นอาหาร มีรถยนต์คันงามคันหนึ่งวิ่งบึ่งมาจอดเทียบ แล้วเรียกถามด้วยเสียงอันนุ่มนวลว่า ” ลุงๆ รู้ทางที่จะไปวัดหลวงตาบัวไปทางไหน ? ”

    ” ไปทางนี้เด้อ !!! ” เขากล่าวห้วนๆ แบบสำนวนชาวบ้าน พร้อมทั้งชี้มือและแหงนหน้าดูผู้ที่ถามไถ่

    เมื่อเขาเพ่งมองดูใบหน้าบุคคลที่ถามทางอย่างพินิจพิจารณา ภาพแห่งบุคคลผู้สง่ายิ่งใหญ่เทียมฟ้าในสมองเริ่มปรากฏในห้วงลึก เขาเริ่มเข่าอ่อนและทรุดตัวนั่งลงกับพื้นดิน พร้อมกับพนมมือขึ้นเหนือเศียรเกล้า กล่าวถ้อยคำแสดงความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้นล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สัมผัสสมมุติเทพ ด้วยตาเนื้อใกล้ๆเพียงแค่เอื้อม

    ” โอ !!! ในหลวง สาธุเด้อในหลวง สาธุ สาธุ ทางไปวัดป่าบ้านตาดของหลวงตา ตรงไปทางนี้ ” เขาอุทานเสียงดัง น้ำตาคลอเบาๆด้วยความตื้นตันใจอยากหยุดห้วงเวลานั้นเอาไว้

    หลังจากนั้น พระองค์ท่านจึงเสด็จไปที่วัดป่าบ้านตาด เพื่อกราบนมัสการองค์หลวงตามหาบัว เมื่อถามไถ่สนทนากัน ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมากับพระบรมวงศานุวงค์จากตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นการส่วนพระองค์ ไม่ได้บอกแม้กระทั่งทหารใกล้ชิด ทหารทั้งหลายต่างสืบข่าวเป็นการโกลาหล ว่าเวลาบ่ายโมงพระองค์ท่านทรงขับรถออกจากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ไม่รู้ว่าเสด็จไป ณ ที่ใด ถ้าบอกข่าวการเสด็จมาล่วงหน้ากลัวเป็นการเอิกเกริกรบกวน ต้องการเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์

    หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน จึงให้โอวาทว่า ” มหาบพิตรพระองค์เป็นถึงพระเจ้าอยู่หัวเป็นเจ้าชีวิตของชนทั้งชาติ หากพระองค์เสด็จมาโดยลำพังมีอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น จะเป็นความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง ถ้าพระองค์เป็นอะไรขึ้นมา คนทั้งชาติจะไม่เหยียบหลวงตาบัวมิดแผ่นดินล่ะหรือ ? ”

    ” กลัวจะเป็นการรบกวนองค์หลวงตา ” พระองค์กล่าว พร้อมพนมพระหัตถ์ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส

    ” รบกวนไม่รบกวนจะเป็นไร
    แผ่นดินนี้เป็นของพระองค์ พระองค์พึงมาได้ทุกเมื่อ ”

    ที่องค์หลวงตาเป็นห่วงมากเช่นนั้น เพราะในสมัยนั้นคอมมิวนิสต์มีอยู่ทั่วไป หลังจากนั้นอีกไม่นานเสียงรถทหารตำรวจที่สืบทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาวัดป่าบ้านตาด จึงติดตามมาอารักขาเป็นทิวแถว ชาวบ้านบางคนไม่รู้เรื่อง เห็นรถทหารตำรวจบึ่งมาเป็นทางยาวบางคนวิ่งหนีเข้าบ้านนึกว่าเกิดศึกสงคราม

    _ทรงเป็น.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...