ธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์

ในห้อง 'วัดและศาสนสถาน' ตั้งกระทู้โดย สนังกุมารพรหม, 7 ตุลาคม 2010.

  1. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    [​IMG]


    [​IMG]



    พระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร


    ...........................................................





    สำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์


    (วัดสาขาสำรองที่ 41 ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี)


    หมู่ 10 บ้านไร่สมบูรณ์ ต.โนนสุวรรณ



    อ.โนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ 31110


    โทรศัพท์ 08-1071-9326, 08-4411-8852



    พระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร ประธานสงฆ์



    สำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ ซึ่งพระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน อบรมพระภิกษุ-สามเณร ผู้มุ่งสู่ความพ้นทุกข์ให้เป็นผู้มักน้อย สันโดษ เสียสละ พากเพียรเพื่อมรรคผลนิพพาน และนำพาไปสู่การเป็นสมณะที่งดงาม ด้วยการรักษาวัตรปฏิบัติตามธรรมวินัย อันจะเป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น ร่วมประคองค้ำชูพระศาสนาให้มีอายุยืนยาว เจริญรุ่งเรือง เพื่อหวังให้ต่อไปจะได้เป็นศูยน์กลางการอบรมสั่งสอนตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ให้กับนักปฎิบัติธรรมทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่สนใจทุกคนต่อไป



    สำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศเหนือของหมู่บ้านไร่สมบูรณ์ และหมู่บ้านน้อยอุบล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 150 ไร่ ทางวัดมุ่งในการปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐาน จึงไม่ได้แบ่งแยกนิกาย



    สำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์ เป็นสาขาที่สำรองที่ 41 ของวัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี อยู่ในความดูแลของหลวงพ่อโสภา อุตฺตโม เจ้าอาวาสวัดธุดงค์กรรมฐานเขาวันชัยนวรัตน์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา




    [​IMG]






    การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอหนองกี่ ก่อนถึงอำเภอนางรอง ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงบ้านหัวถนน แล้วเลี้ยวขวา มุ่งตรงไปสู่ตัวอำเภอโนนสุวรรณ



    ขอให้สังเกต อำเภอโนนสุวรรณ ถนนทางเข้าจะอยู่ระหว่างอำเภอหนองกี่กับนางรอง จากหนองกี่มาถึงปากทางเข้าอำเภอโนนสุวรรณ 15 กิโลเมตร จากอำเภอนางรอง มาปากทางเข้าอำเภอโนนสุวรรณ ก็ 15 กิโลเมตร เช่นกัน




    เมื่อถึงตัวอำเภอให้เดินทางตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอโรงพยาบาลโนนสุวรรณ จะอยู่ด้านซ้ายมือ และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 600 เมตรจะเจอสามแยก ให้เดินทางไปทางแยกซ้าย ห้ามไปแยกขวาเด็ดขาด จากสามแยกจะมีธงปักเป็นสัญลักษณ์จนถึงวัดป่าศิริสมบูรณ์ (โรงพยาบาลโนนสุวรรณจะอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ สามถึงสี่ กม )



    เว็บวัดครับผม http://www.sirisombon.com/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2011
  2. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    หลวงพ่อพระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร
    เจ้าอาวาสสำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์

    ประวัติโดยย่อพระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร
    พระใบฎีกาวิศวาธาร นามเดิมชื่อ พรมมา โอทะเกตุ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ปีมะแม สถานที่เกิด ณ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ โยมบิดาชื่อ นายสมบูรณ์ โยมมารดาชื่อ ทองมาก มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 6 คน พระใบฎีกาวิศวาธาร เป็นคนที่ 3 คือ
    1. นางทองพูน โอทะเกตุ
    2. นายสุดตา โอทะเกตุ
    3. พระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร
    4. นางลัดดา โอทะเกตุ
    5. นายโสภา โอทะเกตุ
    6. นายสงกา โอทะเกตุ


    รูปโยมพ่อและโยมแม่ของหลวงพ่อพระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร
    การศึกษา
    พระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร ท่านจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนดงอีจานบ้านดงบัง ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์

    ความรู้ทางธรรมจบนักธรรมเอกในปีพ.ศ.2534 อุปสมบท เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ วัดหนองกี่ ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ วันที่ 8 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2530 เวลา 12.49 น. โดยมีท่านพระครู กิตฺตวโรภาส เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสำรอง อินฺทวณฺโณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระเสาร์ อินฺทปญฺโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปภสฺสโร แปลว่าผู้มีความผ่องใส
    สถานที่เคยอยู่จำพรรษาหลังจากอุปสมบทแล้ว
    พ.ศ. 2530 วัดป่าประชามิตร อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์
    พ.ศ. 2531 วัดเขาวันชัยนวรัตน์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
    พ.ศ.2532-33วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    พ.ศ. 2534 วัดป่าเขาวันชัยนวรัตน์อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
    พ.ศ. 2535 วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
    พ.ศ. 2536 วัดเขาปลายบัด อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
    พ.ศ. 2537 วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคมอ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    พ.ศ. 2538-39วัดเขาปลายบัด อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
    พ.ศ. 2540 วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคมอ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    พ.ศ. 2541 วัดป่าหนองขาย่าง อ.ภูเมือง จ.บุรีรัมย์
    พ.ศ.2542-ปัจจุบัน ธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์ จ.บุรีรัมย์
    ปฏิปทา
    ปฏิปทาของท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร นั้น ท่านเป็นผู้มักน้อย สันโดษ บิณฑบาตเป็นวัตร เดินจงกรมเป็นวัตร ชอบให้ทานและเมตตาสูง อยู่ง่าย ขบฉันง่าย ชอบกระทำให้เห็นมากกว่าการพูด ชอบฟังผู้ที่มาหาท่านพูด มากกว่าจะเป็นฝ่ายให้ท่านพูด ชอบธุดงค์ไปตามถ้ำเขาเพียงผู้เดียว ไม่ชอบสะสมสิ่งอันไม่ใช่ของจำเป็นแก่สมณะ แม้อาหารบิณฑบาตที่มีอยู่แค่พออิ่มก็ยังสละได้ทุกเวลา และเคยมีผู้ขอท่านหลายครั้งทั้งๆ ที่ท่านยังไม่ได้ฉัน ท่านก็ยกให้เป็นทานได้ พออุปสมบทเป็นพระภิกษุได้อยู่ถือนิสัยกับครูบาอาจารย์เพียง 4 พรรษา ก็กราบลาท่านพระอาจารย์เพื่อออกธุดงค์เพียงลำพัง ตอนนั้นท่านถือนิสัยอยู่กับท่านพระอาจารย์เผ่า จิตฺตคุโณ วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคม ท่านพระอาจารย์เผ่าเห็นว่า ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร สามารถที่จะรักษาตัวเองรอดจากภัยร้ายต่างๆ ได้แล้ว เพราะเป็นผู้ได้ฝึกหัดทางด้านการเจริญสมาธิภาวนามาหลายปี และความรู้ทางปริยัติธรรมก็จบนักธรรมเอกแล้ว จึงอนุญาตให้ออกธุดงค์เพียงลำพังได้ เส้นทางที่ท่านได้เที่ยวจาริกไปนั้น เป็นเส้นทางตะเข็บชายแดน โดยตัดป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มุ่งตรงขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศไทย ผ่านทั้งป่าดงดิบ ภูเขา อดบ้างอิ่มบ้าง ไปจนถึงถ้ำผาผึ้ง บ้านเปลิ่งเคลิ่ง จึงหยุดพักทำความเพียรประมาณสองเดือน ท่านก็ออกจาริกต่อไปทางเหนือมุ่งไปอย่างไม่ลดละ ไม่พักที่ใดเกินหนึ่งคืน และไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจของความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า รวมทั้งความกลัวต่างๆ ทั้งสัตว์ร้าย คนร้าย ผีร้าย จนบรรลุถึง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้หยุดพัก บำเพ็ญเพียรภาวนาในถ้ำแห่งหนึ่ง อาศัยการบิณฑบาตจากชาวเขาเลี้ยงชีพ พอพักอยู่เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จึงได้ออกจาริกต่อไป มุ่งตรงไป ทางตอนเหนือสุดของไทยคือ จ.เชียงราย แล้ววกกลับลงมาทางเชียงใหม่ ได้ผ่าน อ.เชียงดาว จึงได้แวะไปพักภาวนาอยู่กับท่านหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาป่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และได้อุบายธรรม จากท่านหลวงปู่เป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงได้เดินต่อลงมาจนบรรลุถึงเขตของภาคอีสาน ในตอนนั้นมีอยู่คืนหนึ่ง ในระหว่างที่ท่านพักภาวนาอยู่นั้น จิตได้รวมลงสู่ความสงบดังเช่นเคยเพราะท่านได้เคยฝึกสมาธิ จนจิตสงบมาแล้วจนชำนาญ ท่านได้เกิดภาพนิมิตขึ้นเห็น อุบาสกท่านหนึ่งมากราบแล้วอาราธนานิมนต์ ท่านให้รีบกลับวัดหนองป่าพง พอท่านออกจากสมาธิ จึงใคร่ควรดูถึงนิมิตนั้น วันรุ่งขึ้นหลังจากท่านทำภัตรกิจ (ฉัน) แล้ว จึงได้จาริกมุ่งสู่อีสานใต้ แต่เนื่องจากต้นสังกัดของท่านอยู่ที่วัดเขาวันชัยนวรัตน์อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพระครูภาวนา อุดมคุณ (โสภา อุตฺตโม) เป็นเจ้าอาวาส ด้วยอุปนิสัยของพระใบฎีกาวิศวาธาร เป็นผู้ที่มีความเคารพต่อครูบาอาจารย์ของตน เป็นอย่างยิ่งจึงได้เดิน ทางไปพำนักที่ วัดเขาวันชัยนวรัตน์ เพี่อกราบรายงานเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา และได้อยู่จำพรรษาที่วัดนี้นาน 1 พรรษา หลัง จากออกพรรษาพระราชภาวนาวิกรม (เลี่ยม ถิตธฺมโม) เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้ส่งหนังสือขอตัวพระภิกษุ สามเณร ตามสำนักสาขาต่างๆ ของวัดหนองป่าพง เพื่อให้ไปช่วยเตรียมงาน พระราชทานเพลิงศพ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่ใหญ่ คือ ท่านพระโพธิญาณเถระ (ชา สุภทฺโท) ดังนั้นหลวงพ่อพระครูภาวนา อุดมคุณ จึงได้มีคำสั่งให้พระใบฎีกาวิศวาธาร เดินทางไปร่วมช่วยงานพระทานเพลิงศพของหลวงปู่ใหญ่ เนื่องจากการเตรียมงานนั้นมีกิจที่จะ ต้องทำมากมาย ถึงแม้ว่าพระสงฆ์และสามเณร ที่วัดหนองป่าพงจะมีจำนวนมาก แต่ในการเตรียมงานก็ต้องใช้เวลานานถึง 1 ปีเต็มจึงสำเร็จ หลังจากที่งานพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ใหญ่เสร็จสิ้นลงในปี 2536 ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้จาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ในเขตภาคอีสาน จนไปถึงวัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เพื่อที่จะไปศึกษาข้อวัดปฏิบัติที่วัดหินหมากเป้ง หลังจากนั้นท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้เดินทางต่อไปยังที่พักสงฆ์บ้านนางาม ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เพื่อเยี่ยมเยือนสหธรรมมิกที่พำนักอยู่ และอยู่บำเพ็ญภาวนา ที่พักสงฆ์บ้านนางาม ประมาณ 2 เดือน ซึ่งสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะต่อการเจริญภาวนาอย่างยิ่ง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เชิงเขาภูพาน มีโขดหินน้อยใหญ่ และเพิงหินที่สามารถบังแดดบังฝนได้ จึงใช้เป็นกุฎิชั่วคราว เพื่อปักกลดบำเพ็ญภาวนา หลังจากนั้นจึงได้ออกเดินทางต่อ ผ่าน จ.ขอนแก่น แล้วลงไปสู่ จ.บุรีรัมย์ และได้ไปพักที่วัดเขาปลายบัด ซึ่งในปีนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระปลัดบัวหล้า คัมภีรปญฺโญ ได้มรณภาพลง ซึ่งในตอนนั้นวัดเขาปลายบัด จึงขาดเจ้าอาวาสที่จะดูแลรักษาวัดวาอาราม หลวงพ่อพระครูภาวนา อุดมคุณ จึงได้มีคำสั่งให้ พระบุญรอด ปภากโร (ปัจจุบันได้ลาสิกขาบทไปแล้ว) ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันกับท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ให้มารั้งตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อปกครองดูแลวัดเขาปลายบัด และ หลวงพ่อพระครูภาวนา อุดมคุณ ได้มีคำสั่งให้ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารอยู่ช่วยงาน ดังนั้นท่านพระใบฎีกาวิศวาธารจึงได้อยู่จำพรรษาอีก 1 พรรษา หลังจากออกพรรษา พระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้รอนแรมไปตามสถานที่ต่างๆ แถบ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ และต่อลงไปจนถึง กาญจนบุรี ก็พอดีถึงฤดูกาลพรรษา จึงได้อยู่จำพรรษาที่วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคม พอออกพรรษามา ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้จาริกธุดงค์ต่อไป ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งที่เคยไปและที่ไม่เคยไปจนกระทั่งลุถึงวัดถ้ำขาม อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ในปีนั้นพระเดชพระคุณรังสี คัมภีร์เมธาจารย์ (เทศน์ เทสรังสี) ได้มรณภาพลง และได้มีงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารได้อยู่ช่วยงานจนแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจึงได้จาริกธุดงค์ต่อมายังแถบอีสาน ในขณะนั้นญาติโยมชาวบ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้เกิดศรัทธาต่อท่านพระใบฎีกาวิศวาธารเป็นอย่างยิ่ง จึงได้อารธนาท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ให้ไปพัฒนาที่พักสงฆ์วัดป่าไผ่สารีธรรม บ้านค้อขุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งญาติโยมชาวบ้านโคกเพชรนี้ ได้พยายามนิมนต์ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารมาแล้วหลายครั้ง ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร เห็นความพยายาม ที่ประกอบไปด้วยพลังศรัทธาของญาติโยมจึงได้รับคำนิมนต์แล้วเดินทางไปยังวัดป่าไผ่สารีธรรม แต่ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ได้ไปพำนักอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน หลังจากที่ทำการก่อสร้างศาลาอเนกประสงฆ์ และกุฏิเสร็จโดยใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ท่านก็ได้จาริกออกจากสำนักสงฆ์แห่งนั้นเพื่อแสวงหาความวิเวก จนกระทั่งลุถึงวัดบึงเขาหลวงบ้านกลางใหญ่ ต.กลางใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ผ่านมายังศรีษะเกศ สุรินทร์ บุรีรีมย์ จึงได้แวะไปพำนักที่เขาปลายบัด เพื่ออยู่เตรียมงาน พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ปลัดบัวหล้า คัมภีร ปญฺโญ และในปีนั้นก็อยู่จำพรรษาที่วัดเขาปลายบัด จนกระทั่งลุถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 เพื่อเตรียมงานพระราชทานเพลิงศพ แต่มีเหตุให้มีการเลื่อนกำหนดงานพระราชทานเพลิงศพไปเป็นปี 2539 ในระหว่างที่งานพระราชทานเพลิงมีการเลื่อนออกไปนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาเรื่องหนึ่งคือ เจ้าอาวาสของธุดงค์กรรมฐานวัดป่าภูวัด ต.ข้าวสาร อ.บ้านนางงาม จ. อุดรธานี ได้ลาสิกขา ท่านพระครูภาวนาอุดมคุณ จึงได้มีคำสั่งให้ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ไปรั้งตำแหน่งประธานสงฆ์ที่ธุดงค์กรรมฐานวัดป่าภูวัดแห่งนั้น ต่อมาพระวัน (ปัจจุบันได้ลาสิกขาบทไปแล้ว) ได้ไปพำนัก อยู่ที่ธุดงค์กรรมฐานวัดป่าภูวัดแห่งนั้น ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารจึงมอบให้พระวัน ได้เป็นประธานสงฆ์ดูแลธุดงค์กรรมฐานวัดป่าภูวัดต่อจากท่าน ส่วนตัวท่านเองได้เดินทางต่อมาที่วัดเขาปลายบัด เพื่อจัดการงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ปลัดบัวหล้า คัมภีรปญฺโญ และได้อยู่จำพรรษที่วัดเขาปลายบัดนั้นอีกครั้งจนถึงเดือนธันวาคม 2539 พอเสร็จงานจึงได้จาริกธุดงค์ต่อไป การจาริกธุดงค์ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนๆ คือ มีสหธรรมมิกติดตามไปด้วย 2 รูปคือ ท่านพระพิชิด วิชิโต และ สามเณรเมธชนัน อเนชากุล ซึ่งเป็นไปตามที่ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ได้ตั้งอธิษฐานไว้ว่า ขอให้พบสหธรรมมิก ที่จะให้การอุปถัมภ์ค้ำชูทั้งทางโลกและทางธรรม ซึ่งต่อมาได้เกิดเหตุการณ์มากมายที่บ่งชี้ให้ทราบว่า ท่านทั้งสองที่ร่วมเดินทางนั้น เป็นผู้ที่ได้เกื้อกูลต่อกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ทั้งทางการเผยแผ่พระศรัทธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า และสิ่งก่อสร้างต่างๆ มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ท่านทั้งสามถือได้ว่าเป็นศิษย์ ที่มีครูบาอาจารย์องค์เดียวกันคือ หลวงพ่อพระครูภาวนา อุดมคุณ การเดินทางจาริกครั้งนี้ ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารได้นำพระทั้งสองท่านนี้ไปทาง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เข้าไปในทุ่งใหญ่นเรศวรทะลุไปทาง อ.อุ้งผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นการย้อนรอยธรรมของท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ในการจาริกธุดงค์ครั้งนี้ได้เกิดอุปสรรค์มากมาย ทั้งเรื่องการหลงป่า และความอดอยาก เพราะเมื่อก่อนในทุ่งใหญ่นเรศวรมีความกันดาร และไม่มีถนนตัดผ่าน มีเพียงรถถัง เท่านั้นที่เข้าไปได้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2540 จวนเจียนจะเข้าพรรษา ท่านทั้งสามจึงได้วกกลับไปจนถึงหมู่บ้านช่องแป๊ะ ต.แม่จันทร์ อ. อุ้งผาง จ.ตาก และได้แยกย้ายอยู่พักจำพรรษาตามหมู่บ้านต่างๆ ในตอนนั้นท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้เดินย้อนกลับทางเดิม เพื่อไปพักรักษาอาการอาพาธที่เกิดขึ้น และได้อยู่จำพรรษา ที่วัดเขาถ้ำสหกรณ์นิคมอีกครั้งหนึ่ง พอออกพรรษาก็ได้จาริกธุดงค์ต่ออีกโดยเดินทางไปทาง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และเดินเรื่อยเข้าไปผ่านหมู่บ้านเกาะสะเดิง แล้วก็เข้าไปที่บ้านไร่ป้า ในระยะนั้นได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนโดยเกิดสงครามระหว่าง พม่ากับรัฐกระเหรี่ยง ทหารของพม่าได้บุกยึดเขตแดนของรัฐกระเหรี่ยง และได้ล้ำเข้ามาถึงเขตไทย ลูกปืนและลูกระเบิด ได้ข้ามเขตมาฝั่งไทย ชาวบ้านได้หนีสงครามไปหลบอยู่ตามถ้ำ และซอกของภูเขาต่างๆ ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร จึงได้เดินทางต่อจากบ้านไร่ป้า ไปยังบ้านวาจุคุ และได้ข้ามดอยก่องก๊องจนทะลุถึงหมู่บ้านตะละโค่ง และได้ไปพักบำเพ็ญภาวนาที่ต้นน้ำตะละโค่ง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านตะละโค่ง ประมาณ 4-5 กิโลเมตรอยู่ประมาณ 1 เดือน จึงดำริที่จะเดินทางต่อ ในขณะนั้นก็พอดีสามเณรเมธชนัน อเนชากุล จึงได้มาพบกับท่านพระอาจารย์ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร และได้ยินข่าวว่า พระพิชิดกำลังจะเดินทางต่อไปทาง อ.อุ้งผาง สามเณรเมชนัน อเนชากุล จึงรับอาสาที่จะเดินไปหาพระพิชิด เพื่อให้หยุดรอและร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาทั้งสามรูปจึงเดินทางไปสมทบกันที่ หมู่บ้านแม่จันทะ ต.แม่จัน อ.อุ้งผาง จ.ตาก แล้วจึงร่วมเดินทางต่อไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ในตอนนั้นท่านพระพิชิด จึงได้ขอแยกเดินทางไปอีกเส้นทางหนึ่งโดยลำพัง ส่วนท่านพระใบฎีกาวิศวาธารและสามเณร ได้จาริกต่อไปตามส้นทางแม่สอด ผ่านแม่ระมาด จึงลุถึง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ณ ที่นั่นได้พบกับสหธรรมมิกอีก 8 รูป แต่สหธรรมมิกทั้ง 8 นั้น ถือได้ว่าเป็น ลูกศิษย์ของท่านพระใบฎีกาวิศวาธารเพราะอายุยังน้อย และได้ไปพำนักที่สำนักสงฆ์ใน ต.ขุนแม่ต้าน อ. ท่าสองยาง จ.ตาก ต่อมาพระภิกษุในกลุ่มนั้นได้ไปติดต่อกับฤาษีตนหนึ่ง เป็นคนชาวพม่าที่มาอาศัยพักบำเพ็ญภาวนาอยู่ตามป่า แถบตะเข็บชายแดนไทย-พม่า และได้มีการตกลงที่จะให้ฤาษีตนนั้น นำทางเพื่อเดินเข้าไปในเขตพม่า พอถึงวันเวลาที่ได้นัดหมายไว้ ทั้งท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร สามเณร และพระภิกษุกลุ่มนั้นได้เดินทางไปพบกับฤาษีที่ใกล้ๆ ด่านไทย-พม่า ริมแม่น้ำเมย บังเอิญไปเจอโยมคนหนึ่ง โยมคนนั้นได้ถามขึ้นมาว่า พวกท่านจะไปไหน พระภิกษุกลุ่มนั้นจึงตอบไปว่าจะข้ามไปฝั่งพม่า โยมคนนั้นจึงได้บอกไปว่า อย่าได้ข้ามไปเลย เพราะผมเคยเห็นพระภิกษุที่ข้ามไปฝั่งโน้น แต่ไม่เคยเห็นพระ ภิกษุองค์ใดกลับออกมาเลย ถ้าไม่โดนระเบิดมรณภาพก็ถูกจับ และยังพรรณนาถึงเรื่องราวต่างๆ ที่น่ากลัวอีกหลายเรื่อง ผลปรากฏว่าพระภิกษุสหธรรมมิก 8 รูป จึงเกิดอาการกลัวและไม่ยอมลงเรือที่จะข้ามไปฝั่งพม่ากัน ซึ่งขณะนั้นฤาษีได้ลงไปนั่งรอในเรือแล้ว ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารกับสามเณร จึงได้ปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี สามเณรมองไปเห็นใบหน้าของฤาษี ที่แสดงออกถึงความจริงใจในการที่จะนำทาง จึงเกิดความสงสารในฤาษีนั้น ห่วงว่าเขาจะเสียความรู้สึก จึงได้กราบเรียนท่านพระใบฎีกาวิศวาธารว่า ควรจะไปกับฤาษีตนนั้น สรุปลงว่าคณะเดินทางข้ามแม่น้ำเมย เพื่อไปแสวงบุญในเขตพม่า จึงเหลือแค่ 3 ชีวิตเท่านั้น พอข้ามไปถึงฝั่งพม่า ก็ได้เห็นซากรถของทหารที่โดนระเบิดอยู่แถบตะเข็บชายแดน ก็พอจะทราบได้ว่าในแถบนั้น เต็มไปด้วยระเบิด แต่ก็ยังเดินทางต่อไปจนลุถึงหมู่บ้านกระแต ซึ่งอยู่ภายในเขตของพม่า และได้พบกับทหาร ซึ่งก็ให้ความเคารพ เลื่อมใส และคอยดูแล ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร กับ สามเณร อยู่ตลอดเวลา โดยทั้งสองรูปได้จาริกธุดงค์ อยู่นาน 1 เดือน โดยได้เข้าไปพำนักอยู่ในวัดต่างๆ ในเขตพม่า เพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ แล้วจึงได้กลับเข้ามา สู่เขตประเทศไทยตามเดิม จึงได้จาริกธุดงค์ต่อไปจนถึงแม่ฮ่องสอน และกลับไปจำพรรษาที่บุรีรัมย์ที่วัดป่าหนองขาย่าง ส่วนสามเณรก็แยกไปปฏิบัติภาวนาตามป่าเขาพอถึงฤดู ออกพรรษา ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารจึงได้จาริกธุดงค์ต่อไปอีก ได้ไปพบกับสามเณรในเขตของ จ.แม่ฮ่องสอน และได้จาริกธุดงค์เจริญพระกรรมฐาน จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2542 ซึ่งตอนนั้นได้ไปภาวนาอยู่ที่ ถ้ำพระสิวลีบ้านเมืองแพรม ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ได้มีสหธรรมมิกได้เดินทางมาที่บ้านเมืองแพรม เพื่อทำการสวดพระปาติโมกข์ ในขณะที่พระภิกษุกำลังทำสังฆกรรมนั้น สามเณรได้ไปนั่งที่โขดหิน ปรากฏว่าได้ยินเสียงสวดมนต์ดังไพเราะที่แตกต่างจากเสียงของบุคคลทั่วไป ในครั้งแรกสามเณรนึกว่าเป็นเสียงของสำนักปฏิบัติธรรมในละแวกนั้น แต่พอพิจารณาดูแล้ว ในแถบนั้นไม่น่าจะมีสำนักปฏิบัติธรรมที่อยู่ใกล้ๆ นั้นเลย ถึงมีก็ไม่น่าจะได้ยินเสียงมาไกลถึงที่นี้ได้ เพราะแต่ละหมู่บ้านอยู่ห่างไกลกัน และไม่มีไฟฟ้าทุกหมู่บ้าน ในคืนนั้นขณะที่ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ได้เจริญพระกรรมฐานอยู่นั้น ได้เกิดนิมิตเห็นอุบาสิกาผู้หนึ่งนุ่งห่มผ้าขาวร่างกายสะอาด ได้มากราบท่านแล้วกล่าวอาราธนาให้กลับ ไปยังภูมิลำเนาเดิม เพื่อได้โปรดญาติโยม ผู้ที่เคยได้สร้างกรรมร่วมกันมาในอดีต ชาติ และได้เกิดภาพเห็นผืนป่าแห่งหนึ่งเขียวขจีสวยงามมาก พอออกจากสมาธิ ท่านได้พิจารณาถึงการจาริกธุดงค์ของท่าน และการบำเพ็ญบารมีต่างๆ ก็พอที่จะรักษาตัวเองให้อยู่รอดจากเหล่ามารร้ายได้แล้ว ท่านจึงตัดสินใจกลับสู่ถิ่นกำเนิดของตน โดยได้อธิษฐานจิตไว้ว่าหากจะเป็นจริงดั่งนิมิตนั้นแล้วก็ให้เดินทางให้ถึงสถานที่นั่น ก่อนเข้าพรรษาเถิด เราจะขอถอนการสมาทานการเดินเท้าหากมีใครขับรถมา แล้วมีผู้จอดรับก็จะขึ้นรถนั้นไปด้วย (ท่านไม่รับปัจจัย การเดินทางจะเป็นการเดินเท้า) พอท่านเดินออกมาถึงถนนลาดยาง สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนก็มีรถจอดรับไปจนถึงเชียงใหม่ และยังได้ซื้อตั๋วรถเชียงใหม่-บุรีรัมย์ถวายอีก เป็นอันว่าท่านได้ใช้เวลาใน การเดิน ทางสู่บุรีรัมย์ เพียง 1 วัน กับอีก 1 คืน เท่านั้น พอถึงบุรีรัมย์ ท่านจึงไปพักกับเพื่อนสหธรรมมิกของท่านรูปหนึ่ง ซึ่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่ป่าช้าแห่งหนึ่งใกล้ๆกับ อ.เมืองบุรีรัมย์ และได้ไปแวะพักกับเพื่อนสหธรรมมิกอีกหลายท่าน บางท่านเห็นหน้าท่านพระใบฏีกาวิศาวาธาร แล้วจำไม่ได้นึกว่าหลวงตาที่ไหนมา เพราะท่านผอมมาก จนแก้มตอบลงไปลึกทีเดียว แต่พอถามไถ่กันแล้วจึงจำได้ต่างก็เอ่ยขึ้นทันทีว่านึกว่าตายแล้ว แล้วก็หัวเราะกันไป จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน ปี 2542 นั้นท่านพร้อมกับสามเณรเมธชนัน อเนชากุล จึงได้เดินเท้ามุ่งมาทาง อ.โนนสุวรรณ จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2542 จึงถึงป่าแห่งหนึ่ง มีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ เป็นป่าไม้รุ่น 2 แต่มีความสมบูรณ์พอสมควร จึงได้หยุดพักปักกลด ณ ที่ป่าแห่งนั้นตกดึกมาในขณะที่ท่านพระใบฎีกาวิศวาธารได้นั่งสมาธิ ท่านได้เห็นนิมิตเป็นร่างชายกับหญิงแก่ นุ่งห่มผ้าขาว ถือจานใส่เครื่องบูชามาถวายท่าน แล้วกราบลงกับพื้นดิน ยิ้มและหายไป ท่านจึงออกจากสมาธิเวลาประมาณ 00.36 น. ในทางทิศตะวันออกได้มีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมา เป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างหนึ่งนั่นก็คือ มีดวงไฟดวงใหญ่ขนาดเท่ากับโอ่งมังกรขนาดใหญ่ ลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 3 เมตร ซึ่งกองไฟนี้ท่านสามเณรเมธชนัน ก็เห็นเช่นเดียวกัน ลอยอยู่อย่างนั้นประมาณ 20 นาที ก็ได้แตกออกเป็น 7 สี หมือนกับพุที่เขาจุด แต่ไม่มีเสียงใดๆ เลย พอรุ่งเช้ามาท่านพระใบฎีกาวิศวาธารจึงได้ออกไปโปรดสัตว์ พร้อมกับสามเณรเมธชนัน ญาติโยมพอได้เห็นพระไปรับบิณฑบาตก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ในเช้านั้นชาวบ้านได้พร้อมใจกันอาราธนา ให้พระใบฎีกาวิศวาธารอยู่ในป่าแห่งนั้น เพื่อเป็นผู้นำทางด้านจิตใจของชาวบ้านต่อไป จึงได้เกิดเป็นธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์ขึ้นมา ในระยะแรกของการก่อตั้งวัด ได้มีปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ้าง เช่น การไม่เข้าใจกันเกี่ยวกับประเพณีบางอย่าง ซึ่งท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ท่านไม่ยอมให้กระทำ เช่น การกินเหล้าในวัด การมีมหรสรรพเวลามีงานวัด การฆ่าสัตว์เพื่อทำบุญ อย่างนี้ท่านจะไม่อนุญาตให้ทำเป็นเด็ดขาด คนที่จะมาเป็นทายกวัด หรือเป็นผู้นำทางด้านศาสนา ท่านจะให้เลิกอบายมุขเสียก่อน ถ้าเลิกไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับการดูแลกิจ กรรมต่างๆ ของวัดเด็ดขาด เพราะจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ผู้อื่น ท่านพยายามคัดสรรค์บุคลากร ที่มีคุณภาพทั้งทางความรู้ และคุณธรรม เข้ามาทำงานในส่วนที่ไม่เหมาะสมกับสมณะสารูป เช่น การดูแลปัจจัยเงินทอง เป็นต้น สอนให้ชาวบ้าน ลด ละ เลิกอบายมุขทุกชนิด และหมั่นสร้างความดีทุกๆ ประการ ท่านพระใบฎีกาวิศวาธาร ท่านมีอุปนิสัยส่วนตัวคือ รักความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย จึงได้มอบหมายหน้าที่บางอย่างให้กับ สามเณรเมธชนัน ซึ่งต่อมาได้บวชเป็นพระภิกษุมีฉายาว่า พระเมธชนัน อนาลโย เป็นผู้ดูแลแทน เช่น การปฏิสัณฐาน การอบรมต่างๆ และการปฏิบัติธรรมของสาธุชนทั่วไป
    ตำแหน่งหน้าที่
    1. เป็นพระฐานนุกรมของท่านพระครูสิริปริยัติธาดา
    2. ประธานสงฆ์ธุดงค์สถานป่าศิริสมบูรณ์
    ธรรมะคำสั่งสอนสั้นๆ ของท่าน พระใบฎีกาวิศวาธาร ปภสฺสโร

    “ เกิดเป็นคนต้องรู้จักอดทน การอดทนที่ดี คือการอดทนต่อความอยากที่ผิดศีลธรรม ”
    “ ศีล ทาน ภาวนา คือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้คนประเสริฐกว่าสัตว์เดียรฉาน ”
    “ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คุณธรรมทั้งสี่ข้อนี้ หากทุกคนมีกันจริงๆ แล้วย่อมทำให้ ศีลบริสุทธิ์ ทานบริบูรณ์ ภาวนา เจริญงอกงามถูกทาง ในด้านกลับกันหากว่า ศีลดี ทานบริบูรณ์ดี ภาวนาถูกทาง ย่อมสนับสนุนให้คุณธรรมทั้งสี่นั้น เจริญงอกงาม บริบูรณ์ขึ้นในหัวใจของคนเรา ”
    “ คนดีไปอยู่ไหนก็ดี จะมีอะไรชั่วได้อีกหละ หากใครคนไหนไปอยู่ที่แห่งใดแล้วยังมีแต่เรื่องวุ่นวาย มองไปทางไหนมีแต่คนเลวๆ อยู่เต็มไปหมด คนดีที่เห็นมีแต่ตัวเองคนดียว คนๆ นั้นสมควรที่จะพิจารณาตัวเองได้แล้วว่า แท้จริงความเลวอยู่ที่ใดกัน ”
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2011
  3. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ข้อวัตรปฏิบัติพระสงฆ์
    ข้อกติกาสงฆ์ในสำนัก

    1. พระเณรห้ามขอของแต่คนมิใช่ญาติมิใช่ปวารณา และห้ามติดต่อกับคฤหัสถ์ และนักบวชอันเป็นวิสภาคกับพุทธศาสนา
    2. ห้ามบอกและเรียนติรัจฉานวิชา บอกเลข ทำน้ำมนต์ หมอยา หมอดู ทำและแจกจ่ายวัตถุมงคลต่าง ๆฯ
    3. พระผู้มีพรรษาหย่อน 5 ห้ามไม่ให้เที่ยวไปแต่ลำพังตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือมีอาจารย์ผู้สมควรติดตามไปด้วย
    4. เมื่อจะทำอะไรให้ปรึกษาสงฆ์ หรือ ผู้เป็นประธานในสงฆ์เสียก่อน เมื่อเห็นว่าเป็นธรรม เป็นวินัย และจึงทำอย่าทำตามอำนาจตัวเองฯ
    5. ให้ยินดีในเสนาสนะที่สงฆ์จัดให้ และให้ทำความสะอาดเก็บกวาดกุฏิ ถนนเข้าออกให้สะอาด
    6. เมื่อกิจของสงฆ์เกิดขึ้นให้พร้อมกันทำ เมื่อเลิกให้พร้อมกันเลิก อย่าทำตนให้เป็นที่รังเกียจของหมู่คณะ คือ เป็นผู้มายาสาไถย หลีกเลี่ยง แก้ตัว
    7. เมื่อฉันบิณฑบาต เก็บบาตร ล้างบาตร กวาดวัด ตักน้ำ สรงน้ำ จัดโรงฉัน ย้อมผ้า ฟังเทศน์เหล่านี้ ห้ามมิให้คุยกันพึงตั้งใจทำกิจนั้นจริงๆ
    8. เมื่อฉันเสร็จแล้ว ให้พร้อมกันเก็บกวาดโรงฉันให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงกราบพระพร้อมกัน และ นำบริขารของตนกลับกุฏิโดยสงบฯ
    9. ให้ทำตนเป็นผู้มักน้อยในการพูด กิน นอน ร่าเริง จงเป็นผู้ตื่นอยู่ด้วยความเพียร และจงช่วยกันพยาบาล ภิกษุ สามเณร อาพาธด้วยความเมตตาฯ
    10. ห้ามรับเงินและทอง และห้ามผู้อื่นเก็บไว้เพื่อตน ห้ามซื้อขายแลกเปลี่ยนฯ
    11. เมื่อเอกลาภเกิดขึ้นในสงฆ์หมู่นี้ ให้เก็บไว้เป็นกองกลาง เมื่อท่านองค์ใดต้องการ ให้สงฆ์อนุมัติแก่ท่าน องค์นั้น โดยสมควร
    12. ห้ามคุยกันเป็นกลุ่มก้อนทั้งกลางวันและกลางคืนในที่ทั่วไป หรือในกุฏิ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นถึงกระนั้นก็อย่าเป็นผู้คลุกคลีและเอิกเกริกเฮฮา ห้ามสูบบุหรี่ กินหมากฯ
    13. การรับและส่งจดหมาย เอกสาร หรือวัตถุต่างๆ ภายนอกห้องแจ้งต่อสงฆ์ หรือผู้เป็นประธานสงฆ์รับทราบทุกคราวไป เมื่อสงฆ์หรือผู้เป็นประธานสงฆ์เห็นสมควรแล้ว จึงรับส่งได้ฯ
    14. พระเณรที่มุ่งเข้ามาปฏิบัติในสำนักนี้ เบื้องต้นต้องได้รับใบฝากจากอุปัชฌาย์อาจารย์ของตน และย้ายสุทธิมาให้ถูกต้องเสียก่อนจึงจะใช้ได้ฯ
    15. พระเณรที่เป็นอาคันตุกะมาพักอาศัย ต้องนำสุทธิแจ้งสงฆ์ หรือผู้เป็นประธานสงฆ์ในคืนแรก และมีกำหนดให้พักได้ไม่เกิน 3 คืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นฯ
    ข้อกติกาสงฆ์เหล่านี้เมื่อผู้ใดฝ่าฝืนสงฆ์มีอำนาจเต็มที่ที่จะบริหาร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 ตุลาคม 2010
  4. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    วัตร ๑๔
    วัตร ๑๔ คือ ระเบียบวิธีการปฏิบัติต่างๆในสังคมความเป็นอยู่ของภิกษุ อันส่งเสริมให้การบำเพ็ญสมณธรรม ดำเนินไปด้วยดีและเรียบร้อย
    ๑. อาคันตุกวัตร หน้าที่ของอาคันตุกะผู้เข้าไปสู่อาวาสอื่น ต้องมีความเคารพต่อสถานที่และประพฤติตัวให้เหมาะสม เช่น ถอดรองเท้า หุบร่ม ห่มเฉวียงบ่า เดินไปหาภิกษุผู้อยู่ในอาวาส ทำความเคารพท่าน ถามถึงที่พัก ห้องน้ำ ห้องส้วม น้ำใช้น้ำฉัน ทำความสะอาดที่พักอาศัย และประพฤติตนตามกฎกติกาของวัดเป็นต้น
    ๒. อาวาสิกวัตร หน้าที่ของเจ้าอาวาส(เจ้าถิ่น)ที่จะต้องปฏิบัติต่อพระอาคันตุกะ เช่น หากภิกษุอาคันตุกะพรรษาแก่กว่ามา ให้ปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ลุกไปรับบาตรจีวร ถวายน้ำฉันน้ำใช้ กราบไหว้ บอกเรื่องต่างๆ เช่นห้องน้ำ ห้องส้วม โคจรบิณฑบาต และกติกาสงฆ์...ฯลฯ
    ๓. คมิกวัตร หน้าที่ของผู้เตรียมจะไปที่อื่น ก่อนออกเดินทางพึงเก็บเครื่องใช้สอยเช่น เตียง เก้าอี้ เสื่อ หมอน ผ้าห่ม เป็นต้นไว้ให้ดี ปิดประตูหน้าต่าง ฝากหรือคืนเสนาสนะให้ภิกษุสามเณร อุบาสก หรือคนของวัด(ให้)ช่วยดูแลแล้วจึงเดินทาง...ฯลฯ
    ๔. อนุโมทนวัตร ทรงอนุญาตให้อนุโมทนาในที่ฉัน วิธีอนุโมทนา ให้พระภิกษุผู้เป็นเถระอนุโมทนา หากทายกนิมนต์ภิกษุหนุ่มให้อนุโมทนา ต้องบอกหรือขอโอกาสพระเถระก่อน ในขณะที่ภิกษุอื่นอนุโมทนาอยู่ หากมีเหตุจำเป็นเช่นปวดอุจจาระ ถ้าจะลุกไป ต้องลาพระภิกษุผู้นั่งใกล้ก่อน...ฯลฯ
    ๕. ภัตตัควัตร ธรรมเนียมในโรงฉัน หรือเมื่อไปฉันในบ้าน ต้องนุ่งห่มให้เรียบร้อย เดินไปตามลำดับอาวุโส ไม่เบียดกัน ปฏิบัติตามเสขิยวัตรทุกข้อ ไม่นั่งเบียดพระเถระ ฯลฯ
    ๖. บิณฑจาริกวัตร ระเบียบประพฤติในเวลาออกบิณฑบาต ให้ปฏิบัติตามเสขิยวัตร เช่น นุ่งห่มให้เรียบร้อย ซ้อนผ้าสังฆาฏิ ห่มคลุมกลัดรังดุม กลอกบาตร ถือบาตรในจีวร กำหนดทางเข้าออก ไม่ยืนใกล้หรือไกลจากผู้ให้นัก อย่ามองหน้าผู้ถวายรูปใดกลับก่อนปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั้งน้ำใช้น้ำฉัน...ฯลฯ
    ๗. อรัญญิกวัตร ระเบียบของผู้อยู่ป่า ก่อนออกบิณฑบาตเก็บเครื่องใช้สอยไว้ในกุฏิ ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย จัดหาน้ำใช้น้ำฉันมาเตรียมไว้ เรียนรู้ทิศต่างๆและการเดินทางของดวงดาว เพื่อป้องกันการหลงทาง...ฯลฯ
    ๘. เสนาสนวัตร วิธีดูแลที่อยู่อาศัย ให้ทำความสะอาดอยู่เสมอ ให้เคลื่อนย้ายบริขารด้วยความระมัดระวังอย่าให้กระทบครูดสีพื้นประตูหน้าต่าง ถ้ากุฏิเก่าให้ซ่อมแซม หากมีลมฝนแรงต้องปิดประตูหน้าต่าง...ฯลฯ
    ๙. ชันตาฆรวัตร ข้อปฏิบัติในเรือนไฟที่อบกายระงับโรค ทำความสะอาด ตั้งน้ำ ไม่เบียดชิดพระเถระ ไม่กีดกันอาสนะภิกษุหนุ่ม บีบนวดและสรงน้ำแก่พระเถระ...ฯลฯ
    ๑๐. วัจกุฎีวัตร ระเบียบปฏิบัติในเวลาเข้าส้วม ถ่ายอุจจาระปัสสาวะแล้วต้องทำความสะอาดส้วมให้เรียบร้อย เข้าห้องส้วมตามลำดับที่มาถึงก่อนหลัง พาดจีวรไว้ที่ราวข้างนอก อย่าเลิกผ้าเข้าไป อย่าเบ่งแรง อย่าเลิกผ้าออกมา นุ่งห่มเรียบร้อยแล้วจึงออก ถ้าส้วมสกปรกให้ทำความสะอาด ตักน้ำใส่ไว้ให้เต็ม...ฯลฯ
    ๑๑. อุปัชฌายวัตร วิธีปฏิบัติของสัทธิงวิหาริก(ลูกศิษย์)ต่ออุปัชฌาย์ เข้าไปรับใช้ถวายน้ำล้างหน้าบ้วนปาก ช่วยนุ่งห่มจีวรให้ ซักผ้า ล้างบาตร ทำความสะอาดกุฏิ รับย่าม ถ้าเดินทางร่วมกับท่าน ไม่ควรเดินใกล้หรือไกลเกินไป ไม่พูดสอดแทรกขณะท่านพูดอยู่ จะทำอะไรต้องถามท่านก่อน จะไปไหนต้องกราบลา ป้องกันอาบัติให้ท่าน เอาใจใส่ยามอาพาธ...ฯลฯ
    ๑๒. สัทธิงวิหาริกวัตร ข้อที่อุปัชฌาย์จะพึงมีต่อศิษย์ เช่น อนุเคราะห์ด้วยพระธรรมวินัย อบรมสั่งสอนอยู่เนืองๆให้บริขารเครื่องใช้ ถ้าศิษย์อาพาธให้อุปัชฌาย์ปฏิบัติต่อศิษย์ดังในอุปัชฌาย์เช่นกัน เป็นต้น
    ๑๓. อาจริยวัตร วิธีปฏิบัติต่ออาจารย์ อันเตวาสิก(ศิษย์)ผู้ถือนิสัยอยู่ด้วยอาจารย์ พึงปฏิบัติต่ออาจารย์ดังอุปัชฌายวัตร
    ๑๔. อันเตวาสิกวัตร วิธีปฏิบัติต่อ อันเตวาสิก(ศิษย์) อาจารย์ผู้ให้นิสัยพึงปฏิบัติชอบ สงเคราะห์ศิษย์ดังสัทธิงวิหาริกวัตรทุกประการ

    • สำหรับรายละเอียดดูหนังสืออริยวินัย
    พระวินัย - ศีลของสงฆ์


     
  5. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    กิจวัตรประจำวัน

    เวลา ๐๓.๐๐ น รวมที่ศาลา นั่งสมาธิ ทำวัตรเช้า
    เวลา ๐๕.๐๐น ทำความสะอาดโรงฉัน จัดอาสนะ ออกบิณฑบาต
    เวลา ๐๘.๐๐ น รับแจกอาหาร ฉันบิณฑบาต
    เวลา ๑๐.๐๐ น ทำความสะอาดโรงฉัน ฟังโอวาท กราบพระพร้อมกัน กลับกุฏิของตน ทำความเพียร เดินจงกรม นั่งสมาธิ
    เวลา ๑๔.๐๐ น นังสมาธิ เจริญกรรมฐานภาวนา

    เวลา ๑๕.๐๐ น ทำกิจส่วนรวมพร้อมกัน เช่น ทำความสะอาดศาลา โบสถ ลานวัด ถนน และปฎิสังขรณ์ ซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ
    เวลา ๑๖.๐๐ น ฉันน้ำปานะ สรงน้ำ

    เวลา ๑๘.๐๐ น เดินจงกรมพร้อมกันที่ลานจงกรม
    เวลา ๑๙.๐๐ น นั่งสมาธิ ทำวัตรเย็น ฟังพระธรรมวินัย
    ข้อวัตรปฏิบััติ

    ข้อวัตรปฏิบัติ กฎกติกาที่ตั้งไว้ คือทางแห่งมรรคผลนิพพาน
    ถ้าใครไปฝ่าฝืนข้อกติกานั้นแล้ว ก็ไม่ใช่พระ
    ไม่ใช่คนที่ตั้งใจมาปฏิบัติ
    เขาจะไม่ได้พบเห็นอะไรเลย
     
  6. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ธุดงควัตร ( ธุดงค์ ๑๓ )

    ข้อปฏิบัติเพื่อการขูดเกลาหรือกำจัดกิเลส เป็นข้อปฏิบัติอันบุคคลทำได้ยาก เป็นไปเพื่อการขูดเกลากิเลสอย่างยิ่ง (เป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้สมัครใจจะพึงสมาทานตามกำลัง)

    หมวดเกี่ยวกับจีวร
    ๑. การทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร (ปังสุกูลิกังคะ) “เรางดคฤหบดีจีวร สมาทานการทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร”
    ๒. การทรงเพียงจีวรสามผืนเป็นวัตร ( เตจีวริกังคะ)“ข้าพเจ้างดจีวรผืนที่ ๔ สมาทานการทรงเพียงจีวรสามผืนเป็นวัตร”

    หมวดเกี่ยวกับบิณฑบาตและการฉัน
    ๓. การเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ( ปิณฑปาติกังคะ)“ข้าพเจ้างดอติเรกลาภ สมาทานการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
    ๔. การเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับเป็นวัตร (สปทานจาริกังคะ) “ข้าพเจ้างดการเที่ยวตามใจอยาก สมาทานการเที่ยวบิณฑบาตไป ตามลำดับเป็นวัตร
    ๕. การนั่งฉัน ณ อาสนะเดียวเป็นวัตร. (เอกาสนิกังคะ) คือฉันวันละมื้อเดียว ลุกจากที่แล้วไม่ฉันอีก “ข้าพเจ้างดการฉัน ณ ต่างอาสนะ สมาทานการ...”
    ๖. การฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร (ปัตตปิณฑิกังคะ) คือ ไม่ใช้ภาชนะใส่อาหารเกิน 1 อย่างคือบาตร “ข้าพเจ้างดภาชนะที่สอง สมาทานการ...”
    ๗. การห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร (ขลุปัจฉาภัตติกังคะ) คือเมื่อได้ปลงใจกำหนดอาหารที่เป็นส่วนของตน ซึ่งเรียกว่าห้ามภัต ด้วยการลงมือฉันเป็นต้นแล้ว ไม่รับอาหารที่เขานำมาถวายอีก แม้จะเป็นของประณีต คำสมาทานว่า “อติริตฺตโภชนํ ปฏิกฺขิปามิ, ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดโภชนะอันเกิดภายหลังปลงใจ สมาทานการ...”

    หมวดเกี่ยวกับเสนาสนะ
    ๘. การอยู่ป่าเป็นวัตร (อรารัญญิกังคะ) อยู่ห่างบ้านคนอย่างน้อย ๕๐๐ ชั่วธนู คือ ๒๕ เส้น คำสมาทานว่า “คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปามิ, อารญฺญิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดเสนาสนะชายบ้าน สมาทานการ...”
    ๙. การอยู่โคนไม้เป็นวัตร (รุกขมูลิกังคะ) คำสมาทานว่า “ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปามิ, รุกฺขมูลิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มุงบัง สมาทานการ...”
    ๑๐. การถืออยู่ที่แจ้งเป็นวัตร (อัพโภกาสิกังคะ) คำสมาทานว่า “ฉนฺนญฺจ รุกฺขมูลญฺจ ปฏิกฺขิปามิ, อพฺโภกาสิกงฺคํ มาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มุงบังและโคนไม้ สมาทานการ...”
    ๑๑. การถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร (โสสานิกังคะ) คำสมาทานว่า “อสุสานํ ปฏิกฺขิปามิ, โสสานิกงฺคํ สมาทิยามิ“แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มิใช่ป่าช้า สมาทานการ...”
    ๑๒. การถืออยู่ในเสนาสนะแล้วแต่เขาจัดให้ (ยถาสันถติกังคะ) คำสมาทานว่า “เสนาสน-โลลุปฺปํ ปฏิกฺขิปามิ, ยถาสนฺถติกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดความอยากเอาแต่ใจในเสนาสนะ สมาทานการ...”

    หมวดเกี่ยวกับความเพียร
    ๑๓. การถือยืน เดิน นั่ง เป็นวัตร (เนสัชชิกังคะ) คือเว้นนอน อยู่ด้วยเพียง ๓ อิริยาบถ คำสมาทานว่า “เสยฺยํ ปฏิกฺขิปามิ, เนสชฺชิกงฺคํ สมาทิยามิ”แปลว่า “ข้าพเจ้างดการนอน สมาทานการ...”
     
  7. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ข้อปฏิบัติของแม่ชี
    1. ห้ามคลุกคลีหรือคุยกันเป็นกลุ่มก้อน ทั้งกลางวันและกลางคืน
    2. เวลาฉัน ล้างภาชนะ กวาดกราด สรงน้ำ ให้พร้อมเพรียงกัน ทำด้วยความสงบเรียบร้อยและมีสติ
    3. ให้รักษาความสะอาดบริเวณกุฏิ เช่นเก็บกวาด ไล่ปลวก ไล่มด เป็นต้น
    4. เป็นผู้มีความสันโดษ มักน้อย ในการกิน การนอน การพูด การร่าเริง เอิกเกริกเฮฮา
    5. เมื่อเวลาเอกลาภเกิดขึ้น ให้แบ่งกันบริโภคใช้สอยพอสมควร และเป็นธรรม
    6. เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นให้ช่วยกันรักษาพยาบาลด้วยความเมตตาจริงๆ
    7. เข้าไปตั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ประกอบด้วยเมตตาธรรมในเพื่อนชีด้วยกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    8. ต้องเคารพนับถือซึ่งกันและกันตามวัยวุฒิ
    9. รักษาศีลบริสุทธิ์เสมอ อย่าให้เป็นที่รังเกียจของหมู่คณะ
    10. ห้ามไม่ให้ชีคนใดคนหนึ่งมีอำนาจปกครองหรือตั้งกติกาใดๆ ด้วยอำนาจตนเอง
    11. เมื่อเกิดความขัดข้องประการใดๆ รีบแจ้งให้ประธานสงฆ์ทราบเพื่อที่จะได้แก้ไข
    12. เมื่อมาอยู่ในสำนักนี้แล้ว จะไปไหนมาไหนต้องบอกลาประธานสงฆ์ทุกครั้ง
    13. กุฏิที่ตนสร้างขึ้น เมื่อจากไปห้ามไม่ให้ถือสิทธิ์ ต้องเป็นหน้าที่ของสงฆ์
    14. ห้ามไม่ให้รับแขกที่เป็นเพศชายบนกุฏิของตน เว้นไว้แต่อาพาธเป็นบางครั้ง
    15. ห้ามแสดงโฆษณาสิ่งอันไม่เป็นธรรมไม่เป็นวินัย เพื่อเห็นแก่อมิส ซึ่งเป็นมิจฉาชีพ เป็นเหตุนำความเสื่อม เสียมาสู่พระศาสนา
    16. ห้ามทำตนเป็นผู้รับใช้คฤหัสถ์ ซึ่งจะเป็นการประทุษร้ายตระกูล
    17. มีความเห็นร่วมกัน อย่าวิวาทกับใครๆ เพราะความเห็นผิด
    18. ห้ามติดต่อกับภิกษุ สามเณร แม่ชี และคฤหัสถ์ ทั้งในและนอกวัดเว้นไว้แต่มีเหตุจำเป็นที่เป็นธรรม
    19. ห้ามสัญจรไปมา เที่ยวเรี่ยไรต่างๆ
    20. ห้ามชายที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปพันค้างคืนที่นี่ เว้นไว้แต่มีเหตุจำเป็นจริงๆ
    21. ผู้ประสงค์จะเข้ามาบวชหรือมาอยู่ในสำนักนี้ ต้องมีผู้ปกครองนำมาฝากเป็นหลักฐาน และมีผู้อุปัฏฐากพอสมควร

    ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกติกานี้ สงฆ์มีอำนาจบริหารได้เต็มที่
     
  8. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ข้อปฏิบัติฆราวาส วัดหนองป่าพง
    ๑. มั่นคงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    ๒. มีศีลห้าเป็นพื้น
    ๓. มีข้อปฏิบัติเป็นศีล๕ หรอศีล ๘
    ๔. ไม่ทำความสกปรกและช่วยกันรักษาความสะอาด ในที่อยู่ของตนและเขตส่วนรวม
    ๕. ตั้งใจทำความเพียร
    ๖. ช่วยเหลือกิจของสงฆ์ตามสมควรแก่กรณี

    “แดนเคารพ”
    พุทธศาสนิกชน ทุกเพศ ทุกวัย
    เพื่อหายพยศ ลดมานะ ละทิฐิ
    - ไม่มีกิจจำเป็น ห้ามเข้าไปคลุกคลีในกุฏิกับภิกษุและสามเณร
    - ต้องถอดหมวก ถอดรองเท้าก่อน จึงเข้าไปในวัดด้วยอาการสำรวม
    - จงสงบ กาย วาจา ใจ ให้มาก อย่าคะนองปาก มือ และเท้า
    - ห้ามเปิดวิทยุ และ การละเล่นต่างๆ ภายในบริเวณวัด
    - ห้ามนำสุราเข้ามาดื่ม และนำสัตว์มีชีวิตเข้ามาทำอาหารในบริเวณวัด
    - ห้ามเก็บผลไม้ และเข้ามากินในวัด จะเป็นการก่อกวนความสงบ
    - ห้ามขับรถเข้าออก เร็วเกินควร เพราะเสียงจะรบกวนผู้กำลังปฏิบัติ
    - ต้นไม้ และสัตว์ป่า เป็นสมบัติอันล้ำค่า จงช่วยกันรักษาเพื่อลูกหลาน
     
  9. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ทุกวันออกพรรษา พระท่านจะออกจากสมาบัติเพื่อรับบาตรในเช้าวันออกพรรษา ของทุกๆปี ในปีนี้ เป็นข้อปฏิบัติของพระสงฆ์ในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ที่ทำมาโดยตลอด หากท่านใดพอมีเวลาว่าง และอยากทำบุญตักบาตรกับพระที่ออกจากสมาบัติ ก็ขอเชิญได้ที่สำนักธุดงค์สถานศิริสมบูรณ์ ของทุกๆปี นะครับ ขอบคุณครับ


    การเดินทาง ถนนสายโชคชัย-เดชอุดม ปากทางเข้าอำเภอโนนสุวรรณจะอยู่ระหว่างกึ่งกลางอำเภอหนองกี่กับอำเภอนางรอง หากเดินทางมาจากทางกรุงเทพจะผ่านอำเภอหนองกี่ ห่างจากอำเภอหนองกี่ 15 กม จะถึงบ้านหัวถนน จะมีสามแยก แยกขวาจะไปอำเภอโนนสุวรรณ หรือ หากเดินทางมาจากทางอำเภอนางรอง ห่างจากนางรอง15 กมจะถึงบ้านหัวถนน จะมีสามแยก แยกซ้ายจะเป็นทางไปอำเภอโนนสุวรรณ เมื่อถึงตัวอำเภอให้เดินทางตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอโรงพยาบาลโนนสุวรรณ จะอยู่ด้านซ้ายมือ และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 600 เมตรจะเจอสามแยก ให้เดินทางไปทางแยกซ้าย ห้ามไปแยกขวาเด็ดขาด จากสามแยกจะมีธงปักเป็นสัญลักษณ์จนถึงวัดป่าศิริสมบูรณ์ (โรงพยาบาลโนนสุวรรณจะอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ สามถึงสี่ กม )



    <TABLE class=tborder style="MARGIN: 10px 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 425><THEAD><TR><TD class=tcat style="TEXT-ALIGN: center" colSpan=2>[ame="http://www.youtube.com/watch?v=eR8Wf943nYQ&feature=player_embedded#at=24"]YouTube - ???????????????????????????????????????? ??????1[/ame] </TD></TR></THEAD><TBODY><TR><TD class=panelsurround align=middle><EMBED src=http://www.youtube.com/v/eR8Wf943nYQ width=425 height=350 type=application/x-shockwave-flash allowfullscreen="true" wmode="transparent"></EMBED></TD></TR></TBODY></TABLE>




    <TABLE class=tborder style="MARGIN: 10px 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 425><THEAD><TR><TD class=tcat style="TEXT-ALIGN: center" colSpan=2>[ame="http://www.youtube.com/watch?v=z0jbQ7QPbdE&feature=player_embedded"]YouTube - ???????????????????????????????????????? ??????2[/ame] </TD></TR></THEAD><TBODY><TR><TD class=panelsurround align=middle><EMBED src=http://www.youtube.com/v/z0jbQ7QPbdE width=425 height=350 type=application/x-shockwave-flash allowfullscreen="true" wmode="transparent"></EMBED></TD></TR></TBODY></TABLE>





    <TABLE class=tborder style="MARGIN: 10px 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 425><THEAD><TR><TD class=tcat style="TEXT-ALIGN: center" colSpan=2>[ame="http://www.youtube.com/watch?v=4qirh9r3_eo&feature=player_embedded"]YouTube - ???????????????????????????????????????? ??????3[/ame] </TD></TR></THEAD><TBODY><TR><TD class=panelsurround align=middle><EMBED src=http://www.youtube.com/v/4qirh9r3_eo width=425 height=350 type=application/x-shockwave-flash allowfullscreen="true" wmode="transparent"></EMBED></TD></TR></TBODY></TABLE>​




    <TABLE class=tborder style="MARGIN: 10px 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 425><THEAD><TR><TD class=tcat style="TEXT-ALIGN: center" colSpan=2>[ame="http://www.youtube.com/watch?v=8LhetnyvED0&feature=player_embedded"]YouTube - ???????????????????????????????????????? ??????4[/ame] </TD></TR></THEAD><TBODY><TR><TD class=panelsurround align=middle><EMBED src=http://www.youtube.com/v/8LhetnyvED0 width=425 height=350 type=application/x-shockwave-flash allowfullscreen="true" wmode="transparent"></EMBED></TD></TR></TBODY></TABLE>​




    <TABLE class=tborder style="MARGIN: 10px 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 425><THEAD><TR><TD class=tcat style="TEXT-ALIGN: center" colSpan=2>[ame="http://www.youtube.com/watch?v=SlimYBkQeIY&feature=player_embedded"]YouTube - ???????????????????????????????????????? ??????5[/ame] </TD></TR></THEAD><TBODY><TR><TD class=panelsurround align=middle><EMBED src=http://www.youtube.com/v/SlimYBkQeIY width=425 height=350 type=application/x-shockwave-flash allowfullscreen="true" wmode="transparent"></EMBED></TD></TR></TBODY></TABLE>​


    <!-- google_ad_section_end -->​

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2011
  10. kikinlala

    kikinlala เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    4,940
    ค่าพลัง:
    +8,850
    ไม่ทราบว่าที่พักเป็นกุฏิหรือเป็นโรงนอนคะ ?
     
  11. สนังกุมารพรหม

    สนังกุมารพรหม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +992
    ทะเบียนสำนักในเครือข่ายวัดหนองป่าพงทั่วประเทศ

    ทะเบียนสำนักในเครือข่ายวัดหนองป่าพงทั่วประเทศ



    http://palungjit.org/threads/ข้อมูล...เดชพระคุณท่านพระโพธิญาณเถร-ชา-สุภทฺโท.269272/



    ตามลิงค์เลยครับผม ก๊อปมามันเยอะ เข้าไปอ่านเองดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...