ธูป! ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างไร ให้ถูกสี ถูกจำนวน ถูกกาลเทศะ?

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย คนขายธูป, 4 สิงหาคม 2007.

  1. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    มีคนสงสัยกันมากมายเลยครับ เวลาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างชนิดกัน
    ว่าต้องใช้เครื่องบูชาอย่างไร หากบางท่านได้รับคำแนะนำจากพราหมณ์
    เกี่ยวกับการบูชเทพองค์ต่างๆ อย่างถูกประเพณี หรือได้รับคำแนะนำจาก
    หมอดู ก็พอทำได้ แต่หากต้องไหว้เองทุกวัน แล้วบูชาเครื่องรางของขลัง
    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไว้มากมาย


    บางทีก็ปวดหัวนะครับว่าไหว้อย่างไร
    บทความนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2007
  2. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    1. จำนวนธูป

    การใช้ธูปจำนวนต่างๆ กันนั้น แตกต่างตามความเชื่อและประเพณีแนวคิด
    ต่างๆ อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมไทยเป็นวัฒธรรมผสม จำต้องจัดระบบไม่
    เช่นนั้นก็งงแย่ ปวดหัว จะหยิบธูปบูชาครั้งหนึ่งก็กระดากอาย กลัวหยิบผิด
    ดังนั้น จำต้องเข้าใจแก่นสาร และเปลือกนอก อันเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามครับ

    แนวคิดที่หนึ่ง "ธูป หนึ่ง ดอก แทนหนึ่งสิ่ง"

    เช่น หากไหว้สามดอก ก็แทน พระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์ เป็นต้น

    แนวคิดที่สอง "จำนวนธูป ตามกำลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์"

    เช่น ทางโหราศาสตร์ อาจจะใช้ ธูป ๘ ดอก เป็นกำลังของราหู เมื่อ
    ไหว้ราหู หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในข่ายของราหู เช่น จตุคาม รามเทพ ก็ใช้
    ธูป ๘ ดอก จึงนับว่าถูกต้องตามหลักกำลังของโหราศาสตร์

    แนวคิดที่สาม "จำนวนธูป ตามประเภทสิ่งศักดิ์สิทธิ์"

    เช่น คนตายไหว้เพียงหนึ่งดอก (แทนคนๆ นั้น) แต่หากเป็นพระมหากษัตริย์
    ที่จากโลกไปแล้ว จะใช้ธูป ๗ ดอก ด้วยถือเคล็ดว่า พระมหากษัตริย์จะใช้
    เลข ๗ เท่านั้น เช่น ฉัตรก็ใช้ ๗ ชั้น เป็นต้น นอกจากนี้ ทางพราหมณ์ อาจ
    กำหนดให้จำนวนธูปในการไหว้เทพแต่ละองค์แตกต่างกัน ซึ่งก็ควรไหว้ตาม
    นั้นให้ถูกจารีตประเพณี

    ทั้งนี้ สามารถผสมผสานเลือกใช้แนวคิดทั้งสามในการเลือกจำนวนธูปได้
    อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าผิดครับ เพราะถือหลักอะไรก็ได้ เป็นประเพณี
    เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องแก่นสารธรรม ที่จะมาบอกว่าถูกหรือผิดประการใดครับ

    แต่หากมั่วมา ไม่ใช้หลักใดเลย อันนี้เรียกว่าไม่มีวัฒนธรรมนะครับ อิๆๆ
     
  3. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    2. สีของธูป

    ปกติเรามักเห็นธูปมีสีเดียวนะครับที่ขายอยู่ทั่วไป แต่หากเราถือเคล็ดตาม
    โหราศาสตร์แล้วละก็ เราใช้สีเดียวกับทุกอย่างไม่ดีนะครับ เช่น การบูชา
    ราหู ทุกอย่างควรเป็นสีดำ เท่านั้นนะครับ หรือการไปงานมงคลสมรสของ
    ชาวจีน ทุกอย่างควรเป็นสีแดงนะครับ ดังนั้น ธูป ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะละเลย
    ไมได้ เพื่อให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี ต้องมีทำความเข้าใจกันนะครับว่า
    ควรเลือกสีธูปให้เหมาะกับกิจการต่างๆ อย่างไร ดังนี้ครับ

    ๑. ธูปสีทอง ใช้บูชาสิ่งสูงสุด คือ พระรัตนตรัย, พระอรหันต์, พระพุทธเจ้า
    การไหว้ด้วยธูปทีสองนี้ ใช้ไหว้ได้ทุกวันยิ่งดี เพราะทำให้จิตใจบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

    ๒. ธูปสีม่วง ใช้บูชาดวงวิญญาณลึกลับที่คุ้มครองเรา เช่น เจ้าที่, พระภูมิ
    การไหว้ด้วยธูปสีม่วงนี้ เพื่อขออำนาจสิ่งลี้ลับที่อยู่ใกล้ชิดเรามากกว่าพระพุทธ
    ซึ่งเข้านิพพานแล้ว ให้ท่านมาสะสมบุญบารมีโดยช่วยเหลือเราในกิจงานต่างๆ

    ๓. ธูปสีดำ ใช้บูชาเฉพาะราหูเท่านั้น หรือในงานศพ ก็นับว่าใช้ได้ หรือเทพ
    บางองค์ที่นับว่าชงเข้ากับสีดำ (ไม่แน่ใจว่าพระแม่กาลีด้วยหรือไม่?) การไหว้
    ด้วยธูปดำนี้ ใช้กรณีดวงตก มีคราวเคราะห์ ก็ให้บูชาราหูเพื่อลดหย่อนผ่อนโทษ

    ๔. ธูปสีเขียว ใช้บูชาเทพต่างๆ ที่ไม่ใช่พระพุทธศาสนา และไม่ใช่ราหู
    แต่ใช้ในกรณี ขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองงอกงาม หรือสุขภาพดี

    ๕. ธูปสีชมพู ใช้บูชาเทพต่างๆ ที่ไม่ใช่พระพุทธศาสนา และไม่ใช่ราหู
    แต่ใช้ในกรณี ขอพรให้มีความรักใคร่สามัคคีปรองดอง ให้สิ่งดีๆ ยั่งยืนยาวนาน

    ๖. ธูปสีเหลือง ใช้บูชาเทพต่างๆ ที่ไม่ใช่พระพุทธศาสนา และไม่ใช่ราหู
    แต่ใช้ในกรณี ขอพรให้มีความคิดสร้างสรรค์, ฉลาด, มีปัญญาเฉียบแหลม

    ๗. ธูปสีแดง ใช้งานในมงคลสมรสของชาวจีนเท่านั้น ไม่ใช้ในกรณีของงาน
    อื่นๆ นอกจากเทพบางองค์ที่ชงกับสีแดงจริงๆ ก็สามารถเลือกใช้ได้ตามวาระ

    ๘. ธูปสีปกติ มักใช้ทั่วไปไม่เฉพาะเจาะจง และไม่จำกัดว่าไหว้อะไร บางครั้ง
    ทำให้สับสนเองเล็กน้อย หากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านบูชาหลายอย่าง จนสับสน
    และไม่เกิดผลดี ไม่ได้ดังใจปรารถนาเป็นต้น (อนุโลมไหว้พระพุทธได้ตามปกติ)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2007
  4. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    3. โอกาสในการไหว้ (กาลเทศะ)

    บางครั้งที่บ้านท่านอาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากมายก่ายกอง กองรวมกัน
    ให้หิ้งพระ ซึ่งไม่ดีเลย ทั้งในแง่ของการรับและแผ่พลังจะมั่วกันไปหมด บาง
    ท่านแนะนำให้เลือกบางอย่างที่ชงกับเราจริงๆ แต่มันก็อดใจไม่ได้ที่จะบูชา
    อย่างอื่นด้วย หรือบางครั้งก็ได้รับมาจากญาติโยมมอบให้ไม่รับก็ไม่ได้ ทำ
    อย่างไรดี? จึงจะบูชาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ

    ๑. ประเภทที่ควรบูชาทุกวัน คือ พระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ, พระธรรม
    พระสงฆ์ อันหมายรวมถึง พระอรหันต์องค์ต่างๆ เช่น หลวงปู่ทวด เป็นต้น

    ให้ใช้ธูป สีธรรมดา หรือ สีทอง เพื่อเน้นว่าบูชาอย่างสูงสุด

    ๒. ประเภทที่มักบูชาทุกวัน คือ ศาลพระภูมิ, เจ้าที่, ดวงวิญญาณพ่อแม่
    บรรพบุรุษ ที่มักมีศาลเล็กๆ ไว้ในบ้าน และชาวเชื้อสายจีนมักไหว้ทุกวัน

    ให้ใช้ธูป สีม่วง เพื่อดึงพลังอำนาจลึกลับมาช่วยในกิจการงานต่างๆ

    ๓. ประเภทบูชาเมื่อดวงกำลังขึ้น ใช้บูชาเทพเจ้าได้ทุกองค์ ตามต้องการ
    เรื่องอะไร ให้เลือกเทพให้ถูกองค์ เช่น เทพที่เน้นค้าขายก็ขอเรื่องค้าขาย เทพ
    ที่เน้นสุขภาพก็ให้ขอเรื่องสุขภาพ ต้องขอเรื่องที่ถูกกับหน้าที่ของเทพองค์นั้นๆ
    หากบูชาตรีมูรติ ให้บูชาองค์พระศิวะ หรือพระพรหมก็ได้ ให้หนุนสร้างสิ่งใหม่ๆ
    เช่น เปิดกิจการใหม่, บริษัทใหม่, เริ่มงานใหม่ ฯลฯ

    ให้ใช้ธูปสีเขียวแสดงถึงความเจริญงอกงาม รุ่งเรือง มีสขภาพดี สดใส แรกแย้ม

    ๔. ประเภทบูชาเมื่อดวงดีอยู่แล้ว ให้บูชาเทพที่ช่วยปกปักษ์รักษาเช่น หาก
    เป็นตรีมูรติ ให้บูชาพระวิษณุ เพื่อขอให้สิ่งดีงามที่มีอยู่แล้ว ยั่งยืนถาวรต่อไป
    มีความรักความอบอุ่น ในครอบครัว มีความสามัคคีปรองดอง ให้ยั่งยืนสืบนาน

    ให้ใช้ธูปสีชมพูแสดงถึงความรักความผูกพันสามัคคีปรองดองการปกปักษ์รักษา

    ๕. ประเภทบูชาเมื่อดวงกำลังตก ให้บูชา "ราหู" เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ขอให้
    ท่านลดหย่อนผ่อนโทษให้เรา ให้วิบากกรรมผ่านไปเร็วๆ และเบาบางลง บาง
    ท่านอาจบูชาราหูอยู่แล้ว หรือมีราหูไว้บูชา เช่น จตุคาม รามเทพ ก็จัดเป็นราหู

    ให้ใช้ธูปสีดำ เท่านั้น จึงจะถูกหลักการบูชาราหูที่ถูกต้อง


    จำง่ายๆ ดังนี้ครับ

    ๑. ไหว้ทุกวัน

    -ไหว้บนฟ้า เช่น พระรัตนตรัย ใช้ธูปสีทอง
    -ไหว้บนดิน เช่น ศาลพระภูมิ ใช้ธูปสีม่วง

    ๒. ไหว้ตามวาระดวง

    - ดวงกำลังขึ้น ไหว้เทพที่หนุนกิจในเรื่องที่กำลังทำอยู่ ใช้ธูปสีเขียว
    - ดวงดีอยู่แล้ว ไหว้เทพที่คุ้มครองในเรื่องที่กำลังทำอยู่ ใช้ธูปสีชมพู
    - ดวงกำลังตก ไหว้เทพราหู หรือ จตุคาม-รามเทพ ก็ได้ ใช้ธูปสีดำ

    ๓. ไหว้ตามวาระโอกาสพิเศษ

    - งานแต่งงานชาวจีน ใช้ธูปสีแดง เท่านั้น
    - ต้องการความฉลาดมีปัญญา ใช้ธูปสีเหลือง
     
  5. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    หาซื้อธูปสีต่างๆ เหล่านี้ได้ที่ไหน?


    ผมขายอยู่ครับ ราคาและแพคเก็จมีดังนี้

    ๑. แพค ๙๙ บาท รวมแพ็คเก็จ ๗ สี

    คือ ดำ, แดง, ชมพู, เขียว, เหลือง, ทอง, ม่วง
    บรรจุแพคย่อยละ ๓๐ กรัม (ประมาณ ๓๓-๓๕ ดอก)
    รวมทั้งสิ้น ๗ แพค ๗ สี น้ำหนักรวม ๒๑๐ กรัม

    **แพ็คนี้ใช้ได้ทุกงาน ทุกเทศกาล ทุกฤดู เลือกใช้ได้ถูก ไม่ถูกไล่ออกจากงานพิธีครับ**

    ๒. แพค ๖๙ บาท รวมแพคเก็จ ๕ สี

    คือ ดำ, ชมพู, เขียว, ทอง, ม่วง
    บรรจุแพคย่อยละ ๓๐ กรัม (ประมาณ ๓๓-๓๕ ดอก)
    รวมทั้งสิ้น ๕ แพค ๕ สี นำหนักรวม ๑๕๐ กรัม

    **แพ็คนี้ใช้ได้ทุกวัน ทั้งไหว้พระไหว้เทพ ดวงดี, ดวงกลาง, ดวงตก ฯลฯ ครับ**

    ๓. แพคใหญ่ ๕๙ บาท แยกสีให้เลือก ๘ สี

    คือ ดำ, แดง, ชมพู, เขียว, เหลือง, ทอง, ม่วง, สีปกติ (แบบธูปทั่วไป)
    บรรจุแพคย่อยละ ๑๕๐ กรัม (ประมาณ ๑๘๐-๑๘๕ ดอก)
    เลือกเพียงสีใดสีหนึ่ง ไหว้ทุกวัน ใช้ได้นานสองเดือน (วันละ ๓ ดอก)

    **แพ็คนี้ใช้ได้นานและคุ้มค่า เหมาะกับผู้บูชาที่มีเทพเฉพาะสีเฉพาะองค์**

    ๔. แพคย่อย ๑๕ บาท แยกสีให้เลือก ๘ สี

    คือ ดำ, แดง, ชมพู, เขียว, เหลือง, ทอง, ม่วง, สีปกติ (แบบธูปทั่วไป)
    บรรจุแพคย่อยละ ๓๐ กรัม (ประมาณ ๓๐-๓๕ ดอก)
    เลือกเพียงสีใดสีหนึ่ง ขนาดทดลองใช้ หรือใช้ตามวาระพิเศษ

    **แพ็คนี้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชาเป็นประจำ แต่ต้องแก้ดวงบางคราว**
     
  6. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    คุณสมบัติพิเศษของธูป แปดสีแปดกลิ่น

    เนื่องจากเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งปัจจุบัน เราเกรงกลัวว่าจะมีสาร
    เจือปนเหมือนในข่าวต่างๆ ทว่าเราก็สนใจสินค้าจีนเพราะราคาถูก แต่เนื่องจาก
    ธูป ไม่ใช่อาหาร จึงไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเรา แล้วยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ คือ

    ๑. เนื้อธูป ไม่ฟุ้งกระจายเหมือนธูปบ้านเรา ทำให้ไม่เสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้อากาศ
    คนที่เป็นโรคภูมิแพ้สามารถใช้ได้ เพราะไม่ต้องคอยหลบเนื้อธูปที่มักฟุ้งกระจาย

    ๒. กลิ่นธูป ใช้หัวน้ำหอมพิเศษจากเมืองจีน จึงมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใน
    ประเทศไทย แตกต่างกันทั้ง ๘ สี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน ไม่รุนแรง เหมือน
    กำยาน เมื่อจุดแล้วก็ลองนึกถึงบรรยากาศสปาดูนะครับ

    ๓. ก้านธูป เหลากลมอย่างดี ไม่บาดมือ ไม่มีเสี้ยน และสีก้านธูปไม่เลอะเปื้อน
    มือ ซึ่งแตกต่างจากธูปในประเทศไทยที่สีมักเลอะเปื้อนติดมือและล้างออกยาก

    ๔. สีธูป มีให้เลือกครบทั้ง ๘ สี ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น คือ ดำ, แดง, ชมพู
    เขียว, ทอง, เหลือง, ม่วง และสีปกติ (ออกสีน้ำตาลอ่อน)

    ๕. ขนาดธูป มีขนาดเล็ก เบา กะทัดรัด สวยงามน่ารัก สามารถซื้อเป็นของ
    ฝากให้ญาติธรรม เพื่อให้เกิดความรู้สึกอยากไปวัด ไหว้พระได้อีกด้วย ทำให้
    นอกจากจะได้บุญจากการซื้อของฝากแล้ว ยังได้บุญจากการเชิญชวนไปวัด
    ด้วย ดีกว่าของฝากอย่างอื่น ซื้อใช้เอง ใช้ได้ทุกวัน ซื้อฝากญาติธรรมยิ่งดี

    ๖. ขี้ธูป ไม่กระจายมาก เพราะเนื้อธูปแน่นเล็ก ขี้ธูปจึงน้อย และประหยัดที่ปัก
    หรือกระถางธูป หากบ้านใดมีกระถางธูปขนาดเล็ก ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่เปลือง
    เนื้อที่ อีกทั้งไม่เกิดขี้ธูปกระจายมากแบบธูปที่ใหญ่และเนื้องานหยาบ

    ๗. ความประณีต มีความประณีตสูง เหลากลม ไม่มีเหลี่ยมมากแบบธูปในไทย


    พิเศษ ในงานวันที่ ๕ ส.ค. ๕๐ ที่ชมรมโลกทิพย์ ผมจะพกติดตัวไปแนะนำด้วยครับ (งานอาจารย์อาชวิน)
     
  7. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การจัดโต๊ะหมู่บูชา


    หลายครั้งที่เรามักกองเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้รวมๆ กัน เหมือนกองขยะและกอง
    อะไรไม่ทราบ จนทำให้พลังต่างๆ นั้น สับสนปนเป อลหม่านและไม่เกิดข้อดี
    มีแต่ข้อเสียคือ บั่นทอนกันเองบ้าง, แปรปรวนบ้าง ฯลฯ

    การจัดโต๊ะหมู่บูชาที่ดีและถูกต้อง โดยคำนึงถึงหลักพลังที่ถูกต้องจะช่วยได้ดีครับ


    ดังจะทยอยกล่าวต่อไปนี้
     
  8. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    ลำดับที่หนึ่ง "โต๊ะบูชาพระพุทธเจ้า"

    แน่นอนว่าต้องเลือกโต๊ะในกลุ่มโต๊ะหมู่บูชาที่สูงที่สุด
    แต่ก็มีบางท่านบูชาพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ในเรียง
    อย่างนี้ครับ

    ๑. พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ให้อยู่สูงสุด
    ๒. พระพุทธเจ้าสามพระองค์ เรียงลำดับเดียวกัน
    ได้แก่ พระไภสัชคุรุพุทธเจ้า, พระศากยมุนีพุทธเจ้า, พระอมิตาภพุทธเจ้า

    หากมีหลายปาง แต่เป็นองค์เดียวกัน ให้เลือกปางใดบางหนึ่ง เป็นองค์ประธาน
    ของพระพุทธรูปทั้งหมดทุกปาง เลือกองค์ที่ชงกับดวงของเรา หรือสวยงามถูก
    ใจเราก็ได้ครับ ในกรณีนี้ สามารถจัดลำดับสูงต่ำต่างกันได้ตามความสวยงาม
    เหมาะสม ซึ่งเป็นการจัดแบบ "อนุโลม" นะครับ เพราะจริงๆ แล้ว หากเป็นพระ
    พุทธเจ้าระดับเดียวกัน ไม่ว่าปางไหนๆ ก็ควรจัดระดับเดียวกันนะครับ

    บางท่านมีพระบรมสารีริกธาตุอีก ตามความเห็นของผม หากโต๊ะบูชามีพระบรม
    สารีริกธาตุ ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่พระพุทธรูป แต่นับว่าสูงกว่า เพราะวัตถุ
    นั้นเป็นพระธาตุจากองค์พระพุทธเจ้าโดยตรง อาจจัดไว้ในพานและรองด้วยบัว
    แก้วอย่างสูงสุด แล้วจำลองพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายลงไปก็ได้ครับ


    อันนี้ มีหลายแนวคิดและหลักการ ก็อนุโลมตามสะดวก ตามควร...
     
  9. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    ลำดับที่สอง "โต๊ะบูชาพระอรหันต์ หลวงพ่อ หลวงปู่ต่างๆ ฯลฯ"


    ให้จัดรองลงไปจากพระพุทธเจ้าครับ โดยเรียงลำดับต่างกัน ดังนี้

    ๑. พระมหาโพธิสัตว์ใหญ่ ให้อยู่สูงสุดรองจากพระพุทธเจ้า
    ๒. พระอสีติมหาสาวก ให้อยู่รองลงไปจากพระมหาโพธิสัตว์
    ๓. พระอรหันต์ผู้เป็นเอตทัคคะในด้านต่างๆ แต่ไม่ใช่อสีติ ให้รองลงมา
    ๔. พระอรหันต์ทั่วไป หลวงพ่อและหลวงปู่ต่างๆ อนึ่ง หลวงพ่อและหลวง
    ปู่บางองค์ ก็เป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์ จำต้องศึกษาให้ดีและจัดให้ถูก
    ๕. พระสงฆ์ที่ไม่ใช่อรหันต์ แต่อาจมีคุณวิเศษ หรือเรานับถือท่าน เช่น รูป
    ปั้น, รูปเคารพ เจ้าอาวาสวัดใกล้บ้าน ให้จัดอยู่ลำดับท้ายสุด


    ให้เรียงลำดับในการจัดจากสูงลงต่ำ ตามลำดับเลขที่นะครับ...
     
  10. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    ลำดับที่สาม "โต๊ะบูชาเทพพรหมณ์องค์ใหญ่ๆ และวัตถุมงคล"


    ต้องไม่ลืมว่าเทพพรหมของฮินดูทั้งหมดล้วนนับถือพระพุทธเจ้าเป็นที่สุดนะครับ
    หากไม่ทราบลองถามจากประสบการณ์จากท่านที่ได้เจอเทพพรหมณ์เหล่านี้ได้
    ที่สำคัญ เราไม่จัดว่าท่านอรหันต์นะครับ ท่านเป็นเทพที่ช่วยคนเพื่อบำเพ็ญเพียร
    สะสมบุญบารมี ตามกำลังและความปรารถนาของท่านเหล่านั้น


    สามารถจัดกลุ่มได้เป็น

    ๑. พระตรีมูรติ ได้แก่ พระศิวะ, พระวิษณุ, พระนาราย ควรบูชาครบสามองค์
    จะครบองค์ครับ เพราะท่านจะช่วยทั้งยามเริ่มต้น สร้างสิ่งใหม่ๆ (พระศิวะ)
    ช่วยรักษาสิ่งที่สร้างไว้หรือแล้วอยู่แล้วนั้น เช่น ครอบครัวอบอุ่น (พระวิษณุ)
    และอีกท่านจะช่วยปราบมารร้าย ไม่ให้มารร้ายมาทำลายสิ่งดีงาม (พระนาราย)

    ๒. เทพที่เป็นเชื้อสายจากตรีมูรติ ต่างๆ เช่น พระขันธกุมาร, พระพรหม
    (บางท่านคิดว่าพระพรหม คือ พระศิวะ จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะพระพรหมไม่ใช่
    กลุ่มพระผู้ช่วยในการสร้างสิ่งต่างๆ ในมนุษย์ แต่พระพรหม เป็นผู้บรรลุฌานได้
    ฌาน เจริญพรหมวิหารจึงได้จุติในชั้นพรหม โดยปกติ พระพรหมในพราหมณ์จะ
    หมายถึง ท้าวมหาพรหมณ์ (ซึ่งมีหลายองค์) เช่น ท้าวมหาพรหมชินปัญจระ)
    โดยหน้าที่แล้ว เทพเหล่านี้ จะนับว่าสำคัญรองลงมาจากตรีมูรติทั้งสิ้น ให้จัด
    ลำดับรองลงมา (ยกเว้นท่านท้าวมหาพรหมชินปัญจระ ซึ่งได้อรหันต์แล้ว)

    ๓. เทพพิเศษเฉพาะอื่นๆ เช่น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ, โป๊ยเซียน, เทพกวนอู
    เทพโอสถ ฯลฯ เทพเหล่านี้ ไม่ควรจัดลำดับสูงเหลื่อนล้ำกัน หากไม่รู้ไม่ทราบ
    ลำดับของท่านบนสวรรค์แล้ว จะส่งผลให้เสียมารยาทต่อท่านได้ (อย่าลืมว่า
    เทพนั้นยังมีกิเลสยังไม่บรรลุธรรม) ดังนั้น นิยมจัดตามทิศ หรือแยกไว้ส่วน
    ต่างๆ ตามจุด ตามหน้าที่ของเทพองค์นั้นๆ มากกว่า เช่น แยกไว้หน้าบ้านบ้าง
    หลังบ้านบ้าง หน้าร้านขายของบ้าง ฯลฯ แต่หากจัดร่วมโต๊ะหมู่บูชาเป็นคณะ
    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นบริษัทแล้ว ก็ควรรองจากตรีมูรติ และเทียบเท่าเทพที่สืบเชื้อ
    สายจากตรีมูรติได้ (จริงๆ ไม่ควรมีมากเกินไป จะสับสนได้)

    ๔. สัตว์กึ่งเทพต่างๆ ให้รองลงมาอีกเช่น บางท่านนับถือ ครุฑ, นาค, ฯลฯ
    ก็ให้วางเรียงเท่ากันทั้งหมด ตามตำแหน่งทีถูกต้อง เช่น ครุฑกับนาคไม่ควร
    ชิดกัน คนธรรพ์กับยักษ์ก็ไม่ควรชิดกัน หากมีครบทั้งสี (จตุโลกบาล) ให้เรียง
    เช่น ครุฑ, คนธรรพ์, นาค, ยักษ์ เป็นต้น เพราะสี่ประเภทนี้มีคู่ตรงข้ามสองคู่

    ๕. วัตถุมงคล เช่น แก้วจักรพรรดิ์, ไหลน้ำพี้, ตะกรุด, ยันต์เกราะเพชร ฯลฯ
    ให้ใส่พานไว้ด้านล่างสุด เพราะจะรับพลังที่ดึงจากด้านบนสุด แล้วไหลถ่ายลง
    มาอีกที แบบนี้จะซึมซับและรับพลังจากพุทธคุณ, เทพ, พรหมณ์ ฯลฯ ได้มาก
    ทั้งยังหยิบง่ายใช้สะดวกอีกด้วย อนึ่ง วัตถุมงคลไม่ควรใส่ตลอดเวลา ควรให้
    ได้รับพลังบริสุทธิ์ด้วยวิธีนี้บ้าง จะทำให้มีความขลังมากขึ้น
     
  11. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    ลำดับที่สี่ "โต๊ะวางดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะบูชา"


    แบ่งได้เป็นสองแบบ คือ

    ๑. แบบประดับโต๊ะหมู่บูชาให้โดยรวมออกมาสวยงาม
    ๒. แบบใช้ในการกราบไหว้บูชาโดยเฉพาะ


    ในกรณีตกแต่งให้ความสวยงามโดยรวมนั้นไม่ยาก เลือกตามความ
    เหมาะสมและควรใช้สีดอกไม้ที่เข้ากับโต๊ะหมู่บูชา ดูแล้วก่อให้เกิด
    เอกภาพ ไปกันได้ทั้งชุด

    ในกรณีเครื่องสักการะบูชาเฉพาะ ก็ควรเป็นโต๊ะที่วางต่ำลงจากสิ่งศักดิ์
    สิทธิ์องค์นั้นๆ เพื่อเลือกเครื่องสักการะบูชาที่เหมาะสมสอดคล้องกับแต่
    ละองค์ (เนื่องจากปัจจุบันคนรวย มีวัตถุมงคลเยอะมาก สับสนไปหมด)

    เช่น โต๊ะ ที่รองจากพระพุทธเจ้า มีกระถางธูปเล็กๆ สวยงาม ไว้ปักธูปสีทอง
    โต๊ะที่รองจากคณะเทพต่างๆ มีกระถางธูปเล็กๆ สวยงาม ไว้ปักธูปสีม่วง
    (เลือกจำนวนธูปเท่ากับจำนวนเทพที่มีทั้งหมดก็ได้ ถือว่าถูกหลักเหมือนกัน)


    โดยภาพรวม วัตถุมงคลของท่านที่มีอยู่มากมายก็จะถูกจัดได้อย่างมีระเบียบ
    เรียบร้อย เกิดความเป็นเอกภาพ, เหมือนคณะทำงานในบริษัท ที่จะคอยช่วย
    ส่งกำลังให้ท่าน ไล่ลำดับลงมาอย่างถูกต้อง ถูกระเบียบแบบแผนประเพณี


    หนุนดวงได้ดีขึ้นครับ...
     
  12. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การบริหารสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดอิทธิฤทธิ์สูงสุด


    หากท่านเป็นนักสะสมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วละก้อ
    อย่าให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่มากมายนั้น กองรวม
    กันจนรกบ้านเหมือนขยะไร้ค่า ทั้งที่ซื้อมาแพง
    อยากจะชวนมาลองจัดการบริหารสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    ที่มีไว้ในครอบครองดูนะครับ ดังนี้ครับ


    ๑. หาข้อมูลประวัติและทำความเข้าใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    ต่างๆ อย่างถูกต้อง ทั้งที่มา กิจหรือหน้าที่ของเทพ
    วิธีการกราบไหว้บูชาที่ถูกต้อง รวมทั้งลำดับชั้นเทพ

    ๒. จัดหาโต๊ะหมู่บูชาขนาดพอเหมาะกับห้องพระ
    เพื่อจัดระบบศักดิ์สิทธิ์บริษัท ให้อยู่ในตำแหน่งที่ส่ง
    พลังสนับสนุนส่งเสริมกันได้ดี ไม่ต้านหรือลดทอน
    พลังกันเอง และยังดูสวยงามน่ามองอีกด้วย

    ๓. จัดเรียงลำดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าชุดโต๊ะหมู่บูชาให้
    ถูกต้องเรียบร้อยและสวยงาม เพื่อเสริมดวงตนเอง

    ๔. จัดหาเครื่องบวงสรวงบูชาที่เหมาะสม เช่น ควร
    หาธูปสีต่างๆ ที่เหมาะสมกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่
    ละชนิด แต่ละประเภท ทำให้เราไม่สับสนงุนงง ทุกครั้ง
    ที่หยิบธูปก็จะเข้าใจว่าไหว้อะไร ไหว้ทำไม ไหว้ระดับไหน



    ลองทำดูนะครับ จะเห็นสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นครับ...
     
  13. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    ทิศสี่กับการจัดตั้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    หลักการแนวคิดมีหลายสำนัก ไม่ถือว่าผิดนะครับถ้าจะต่างกัน
    เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นจารีตประเพณีแตกต่างกันได้ครับ เป็นผล
    งานศิลปะของสังคมจึงไม่มีถูกผิด

    หากจะใช้เคล็ดทิศสี่แบบผมก็มีดังนี้ครับ


    ๑. ทิศตะวันออก ให้วางตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทดีงาม มีเมตตา
    พร้อมเปิดรับ เพราะทิศตะวันออกนั้นเสมือนที่มาของแสงอาทิตย์แรกของวัน
    หากสร้างหรือตั้งพระให้องค์พระหันหน้าทางทิศตะวันออกด้วย เพราะหากคน
    กราบไหว้พระต้องหันหน้าเข้าหาองค์พระเวลาทำบุญตอนเช้า แสงอาทิตย์จะ
    ไม่ทะแยงตาครับ ดังนั้น ทิศนี้จึงสงวนไว้สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสากล

    ๒. ทิศเหนือ ให้วางตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทเคียงข้างอย่าง
    ทะนุถนอม เป็นตำแหน่งของครอบครัวและภรรยา เหมือนเวลาเราหันหน้าเข้า
    หาพระอาทิตย์ตอนเช้า มือซ้ายซึ่งเป็นมือข้างที่ทำงานไม่หนัก จะอยู่ทิศเหนือ
    จึงเป็นตำแหน่งของสิ่งศักดิ์ที่คุ้มครองครอบครัวและคนรัก

    ๓. ทิศใต้ ให้วางตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทเคียงข้างอย่าง
    สมบุกสมบัน เช่น เพื่อนร่วมงาน, การทำงาน, การเรียน หรือหนุนสิ่งที่เราต้อง
    ใช้กำลังมาก ที่จัดเช่นนี้ เพราะเมื่อเราหันหน้าเข้าหาอรุณรุ่ง มือขวาที่เราใช้ทำ
    งานหนักจะอยู่ทางทิศใต้ จึงถือเคล็ดให้วางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หนุนการทำงานหรือ
    กิจใดๆ ของเราที่เป็ฯกิจที่ต้องฝ่าพันต่อสู้กับภายนอก

    ๔. ทิศตะวันตก ให้วางตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทอุดหนุนหลัง
    ระวังภัย, ปกป้อง, คุ้มครอง เมื่อเราหันหน้าหาอรุณรุ่ง เบื้องหลังของเราคือทิศ
    ตะวันตก เปรียบเหมือนทัพหลัง ที่คอยระวังภัย และคุ้มครองให้เรา ดังนั้น เรา
    สามารถเลือกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิ์ฤทธิ์ด้านการปราบมาร ไล่มารร้าย วิญญาณ
    ชั่วร้าย และปกป้องคุ้มกันภัยไว้ในทิศตะวันตก เพื่อค้ำยันเราจากด้านหลัง
     
  14. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การจัดตั้งค่ายกลพลังศักดิ์สิทธิ์


    เมื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากในบ้านก็ดี หรือในการวางผังแปลงเมืองก็ดี
    จำต้องมีการจัดระเบียบเพื่อรับและส่งผสานพลังงานเหล่านี้ให้อยู่ในรูปที่
    เกื้อหนุนกัน ไม่ใช่หักล้างลดทอนทำลายกันเอง มีวิธีการวางค่ายกลพลัง
    ศักดิ์สิทธิ์หลายวิธีดังนี้

    ๑. ค่ายพลังสี่ฐาน หรือ "พลังพีรามิด"

    ใช้ลักษณะของฐานพีรามิดสี่ด้าน ค้ำยันและกระจายพลังจากจุดยอดไปทั่ว
    บริเวณต่างๆ ทั้งบ้าน ทั้งเมือง โดยใช้หลักทิศทั้งสี่ประกอบการวางพลังรูป
    แบบต่างๆ ที่มาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างชนิดกัน

    ๒. ค่ายพลังหกฐาน หรือ "Star of David"

    ใช้วงกลมเป็นเครื่องวัดความสมดุลของพลัง แล้วแบ่งจุดวางตามเส้นรอบวง
    เป็นหกจุด ตามหลัก Star of David การวางพลังเช่นนี้ นิยมใช้ในการที่คน
    คนหนึ่งจะส่งพลังหรือรับพลังจากภายนอก หรือใช้ปกป้องกันบุคคลนั้นจาก
    พลังรอบด้าน สามารถใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทต่างๆ วางทั้งหกทิศได้เช่นกัน

    ๓. ค่ายพลังแปดฐาน หรือ "ค่ายพลังเต๋า"

    สายเต๋าจะช้หลักการค้ำยันและแบ่งพลังต่างๆ ออกเป็นแปดส่วน หรือแปด
    ฐาน หากเราเคยเห็นสัญลักษณ์ไท่จี๋ (หยิน-หยาง) ที่ครบสมบูรณ์จะสังเกตุ
    เห็นว่ามีกระจกแปดเหลี่ยม หรือมีแปดเหลี่ยมล้อมรอบอีกที โดยใช้ทิศแทน
    ฤดูกาล, ธาตุ, และแปลสัญญลักษณ์เป็นเทพประจำทิศต่างๆ

    ๔. ค่ายพลังสิบสองฐาน หรือ "ค่ายสิบสองนักษัตร"

    ใช้ตามหลักการของนักษัตรประจำราศรีและปีทั้งสิบสองนักษัตร ซึ่งเชื่อว่า
    มีอำนาจแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน, ฤดู และปี ดังนั้น การจัดค่ายพลัง
    แบบนี้ จึงเป็นค่ายพลังระยะยาว อาจเป็นวางวางผังเมือง แล้วส่งผลังต่อให้
    ค่ายพลังอื่นๆ ชั้นรองๆ ลงไปอีกขั้นหนึ่ง เสริมกับกำลังเดิมที่มีอยู่แล้ว


    การวางผัง จัดตั้งตำแหน่ง เพื่อให้พลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนนำกันไม่ลดทอน
    ทำลายกันเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ควรจัดการดีๆ


    ลองนำไปใช้ดูครับ...
     
  15. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การวางตำแหน่งเพื่อกระจายพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างถูกประเภท


    จำต้องเข้าใจหลักการก่อนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชนิดต่างๆ มีพลังประเภทต่างๆ แตก
    ต่างกันไป การนำมารวมกันไว้พลังอาจลดทอนกันเอง เช่น พลังหยินกับหยาง
    พลังชายกับหญิง, พลังร้อนกับเย็น, พลังเทพกับมาร, พลังนาคกับครุฑ ดังนี้
    จะนำมาขยำกองรวมกันไว้บนหิ้งไม่ได้ จำต้องมีการจัดจำแนกแยกแยะพลัง
    ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ และจัดวางให้ถูกต้อง อาจจะใช้หลักการของฮวงจุ้ย
    หรือหลักการอื่นๆ ได้อีกมากมาย ซึ่งเข้าถึงเรื่องพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้ดี


    ตำแหน่งพลังที่สำคัญ

    ๑. ตำแหน่งยอด, หัว, หรือหน้า

    จำต้องอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มี "พลังบริสุทธิ์" ไว้ในตำแหน่งนี้เสมอ อย่างอื่น
    ที่ไม่ใช่พลังบริสุทธิ์ (อรหันต์) ไม่สามารถใช้วางตำแหน่งนี้ได้ เพราะถือว่าเป็น
    มวลพลังสู่สุดไร้ประมาณประเภทเดียวเท่านั้น พลังอื่นๆ ไม่อาจมีพลังหนุนไร้
    ประมาณแบบนี้ได้ ซึ่งพลังนี้จะถ่ายลงหรือถ่ายทอดไปยังส่วนอื่นๆ ต่ออีกด้วย

    ๒. ตำแหน่งศูนย์กลาง

    หมายถึงตัวเรา หากเป็นการวางผังเมือง ควรเป็นตัวเมืองอยู่ตรงกลาง หาก
    เป็นการนั่งสมาธิ ตัวเราต้องอยู่ตรงกลางของมวลพลังที่รายล้อมรอบกาย

    ๓. ตำแหน่งระดับเดียวกับเรา

    จะสามารถแบ่งแยกได้เป็น "ซ้าย" กับ "ขวา" ของเรา ข้างขวาเราใช้ทำงาน
    หนัก ข้างซ้ายเราใช้เพื่อพักผ่อน จำต้องจัดพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ถูก จึงจะ
    หนุนนำเราได้ดี และถูกต้องตามกิจต่างๆ ในชีวิตของเรา

    ๔. ตำแหน่งหลังหรือล่างเรา

    เป็นพลังค้ำยัน พลังปกป้องคุ้มกัน หนุนด้านหลัง ปกติ ใช้เคล็ด "หนามยอก
    เอาหนามบ่ง" กล่าวคือ เราใช้ พลังด้านลบที่เข้าด้วยกับเรา หรือพลังที่ไม่
    ใช่พลังบริสุทธิ์ แต่อยู่ฝ่ายเดียวกับเรา เช่น พลังพระภูมิเจ้าที่, พลังวิญญาณ
    บรรพชน, พลังยักษ์ (ยักษ์คือมาร แต่ก็อยู่ข้างเราได้) คอยค้ำยันด้านหลัง

    ท่านอื่นๆ อาจมีเคล็ดหรือศิลปะในการจัดแบบอื่นก็ได้ครับ เพราะเรื่องของ
    พลังมันไร้ลักษณ์ เพียงแต่ใครจะจับเคล็ดได้หนักแน่นกว่าก็ได้ผลมากกว่าครับ
     
  16. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การหมุนเวียนและประเภทพลังของพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    พลังไม่ใช่ "อัตตา" มีภาวะ "อนัตตา" ไม่ได้ว่างเปล่าไม่มีตัวตนแบบอวกาศ
    แต่มีมวลพลัง ที่ไม่อาจถูกกักแยกเป็นของคนใดคนหนึ่งได้ตลอด จึงมีการไหล
    เวียนเข้าออกผ่านวัตถุชนิดต่างๆ กัน บางท่านมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมีพลังไหล
    เข้ามา แต่ไม่ถึงตัว กลับส่งผ่านต่อไปยังคนข้างๆ แทนก็ได้ ดังนั้น จำต้องเข้า
    ใจหลักการไหลเวียนของพลังงานด้วย ดังนี้

    ๑. พลังไหลจากลบไปบวก เหมือน อิเล็คตรอน (ขั้วลบ) วิ่งเข้าหาขั้วบวก
    ลบคือหยิน บวกคือหยาง หยินวิ่งเข้าหาหยาง เป็นวงรอบ เมื่อหยางได้รับจาก
    หยินมากๆ ก็ถ่ายออกสู่หยินอีกครั้งหนึ่งวนเวียนแบบนี้ เป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ
    ไม่ขัดแย้งไม่ทำลาย มีแต่ดีและส่งเสริม หากวางผิดจะขัดแย้งกันเอง


    พลังบริสุทธิ์ (อรหันต์) ไม่อยู่ในกลุ่มทั้งบวกและลบ แต่เป็นพลังสากลจักรวาล
    ที่ไหลออกมาไร้ประมาณสู่ทุกสรรพสิ่ง ดังนี้ จึงมักจัดวางไว้บนส่วนยอด


    สรุปการไหลเวียนของพลังงาน

    -ลบไปบวก
    -ขวาไปซ้าย
    -หญิงไปชาย
    -ใต้ไปเหนือ
    -ล่างขึ้นบน
    -ในออกนอก
    -ร้อนไปเย็น
    -มากไปน้อย
    -สูงไปต่ำ


    หากวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถูกตำแหน่งแล้ว การรับส่งทอดพลังจะประสานกันได้ขึ้น
     
  17. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    พื้นฐานความเกี่ยวข้องและซ้อนทับกันของภพต่างๆ



    เมื่อสัตว์ตายลงจะมียมทูตหรือเทวทูตอย่างใดอย่างหนึ่งมานำดวงวิญญาณ
    ไปนรกหรือสวรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่ผลบุญหรือบาปจะมากกว่ากัน
    แต่ก็มีมากเหมือนกันที่จุติเป็นโอปปาติกะแล้วหนีรอดการจับกุมของยมทูต
    แล้ววนเวียนอยู่บนโลกมากมายดังนั้นกายทิพย์ปริมาณมากมายเหล่านี้ค่อย
    เพิ่มจำนวนมากขึ้นอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตบนโลกและเริ่มมีความสัมพันธ์เกี่ยว
    ข้องต่อกันโดยขาดผู้ปกครองดูแลอย่างนรกหรือสวรรค์กายทิพย์เหล่านี้ก็
    อาศัยกฎเกณฑ์แบบมนุษย์มาเป็นกฎในการอยู่ร่วมกันเช่นจองที่เป็นเจ้าที่
    ไว้นานก็จะไล่วิญญาณเร่ร่อนออกไปให้พ้นเขตที่ดินนั้นๆนอกจากนี้กาย
    ทิพย์ในนรกและสวรรค์ยังสามารถติดต่อสื่อสารและช่วยมนุษย์โลกได้บ้าง


    นอกจากนี้ กายทิพย์ที่จุติในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกายังมีความเหลื่อมล้ำ
    ทับซ้อนกับโลกของเราอีกด้วย เช่น นาค, ครุฑ, ยักษ์, คนบังบด, เมืองลับแล


    ประเภทของสิ่งลี้ลับที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์


    ๑สัตว์นรกพาลคือสัตว์นรกที่หลุดออกมาหิวโหยทำร้ายคนได้
    ๒ผีเปรตคือผีเปรตที่ได้รับอนุญาตให้มาขอส่วนบุญคนได้
    ๓สัมภเวสีคือวิญญาณเร่ร่อนบนโลกมนุษย์ที่เหมือนขอทาน
    ๔เจ้าที่เจ้าทางคือกายทิพย์เจ้าของที่ทางจะช่วยเราเมื่ออยู่กับเรา
    ๕เจ้ากรรมนายเวรคือกายทิพย์ที่ถึงเวลาหรืออาฆาตเข้ามาทำร้ายเรา
    ๖เทวดาพาล(ยักษ์มาร)คือเทวดาที่มีบุญแต่มีจิตมารริษยา,อาฆาตเราได้
    ๗เทวดากึ่งสัตว์คือเทวดาร่างสัตว์เช่นนาคบ้างก็อยากช่วยคน
    ๘เทวดาร่างคนคือเทวดาชั้นสูงขึ้นมีหน้าที่เฉพาะไม่มั่วงานทำ
    ๙เทพพรหมสูงๆคือเทพชั้นสูงทรงฤทธิ์,มีเมตตามีหน้าที่เฉพาะ
    ๑๐วิสุทธิเทพ คือ ผู้บรรลุฯ ที่ช่วยคนแต่ไม่ละเมิดกฎแห่งกรรม


    ดังนี้ เราจำต้องแยกแยะพลังด้านบวกด้านลบ ด้านดีด้านร้าย
    อย่าโลภอยากได้พลัง โดยไม่ดูที่มาว่าใครให้เรา เพราะคนที่
    ต้องเป็นผีกะ ผีกระสือ ผีบอป ก็มักได้พลังพิเศษจากสัมภเวสี
    บางประเภทมา ตอนแรกก็ได้พลังดี หลังๆ ผีทวงบุญคุณ และ
    เข้าซ้ำยามวิบากกรรมมาถึง จนต้องกลายเป็นผีบอปผีกระสือ
    มากมาย เรื่องนี้มีจริง ไม่ใช่เรื่องโกหกเล่นๆ เตือนไว้ครับ


    สิ่งลี้ลับที่ให้คุณและโทษและช่วยมนุษย์ได้และไม่ได้


    สิ่งลี้ลับต่างๆเหล่านั้นเดิมก็เคยเกิดบนโลกและหากยังมีกิเลสตัดไม่ขาดก็
    จะยังมีวิสัยใกล้เคียงเดิมมีความอยากความหิวโหยมีความต้องการจับจอง
    เป็นเจ้าของฯลฯเมื่อคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ก็อาจให้คุณหรือให้
    โทษแก่คนได้บางครั้งวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้ก็แฝงมาร่วมผลประโยชน์กับ
    คนก็มีลักษณะที่กระทำเองโดยพละการนี้ล้วนกลายเป็นกรรมทั้งสิ้นและ
    ยังผลให้กายทิพย์นั้นๆตกต่ำลงไปอีกไม่อาจได้เกิดในภพภูมิที่เหมาะสม
    แต่สำหรับกายทิพย์ที่อยู่ในภพภูมิที่เหมาะสมมีผู้ปกครองสอนสั่งจะมีการ
    ขออนุญาตมีกฎระเบียบชัดเจนในการจัดการระหว่างภพและช่วยเหลือคน
    ทั้งนี้จิตอรหันต์เข้านิพพานแล้วจะช่วยคนน้อยเท่าที่จำเป็นตามกฎแห่งกรรม

    จำต้องสังเกตุและแยกแยะพลังด้านบวกและลบดีๆ ครับ เพราะบางทีพลัง
    ด้านลบก็แปลงกายเหมือนบวกได้ดีมาก พูดคุยกะเราดีทุกอย่าง เสียอย่าง
    เดียว อยู่ๆ มาวันหนึ่ง มันมาทวงบุญคุณเราครับ แล้วทำให้เราเป็นผีบอปนี่สิ


    หนาววววว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2007
  18. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การจัดจำแนกพลังของสิ่งลี้ลับด้วยการสัมผัส


    ทดลองสัมผัสด้วยมือเข้าใกล้หรือจับที่วัตถุต้องสงสัยว่ามีพลังแฝงอยู่พบว่า


    พลังพุทธคุณจะเย็นแผ่ซ่านซึมผ่านร่างอย่างต่อเนื่องช้าๆเรื่อยๆสบาย
    พลังเทพที่ดีจะเบาบางดูยาก,ละเอียด,มักปรากฏพร้อมนิมิตหมายที่ดี
    พลังมารจะอึดอัดแน่นหน้าอก,ร้อนวูบวาบ,หนัก,แรงแต่หมดเร็ว
    พลังอื่นๆจะแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดเช่นธาตุต่างๆ,แร่ต่างๆ


    นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสังเกตอื่นๆร่วมด้วยเช่นกลิ่นหอม,ดอกไม้หรือ
    พืชและสัตว์ที่ดีงามมาปรากฏเช่นต้นโพธิ์,เสียงระฆังนี่เป็นนิมิตหมายที่
    ดีส่วนกลิ่นเหม็นสาบ,แมวดำ,ซากสัตว์ตายฯลฯเป็นนิมิตหมายด้านร้าย
    ดวงตามารจะหมองหม่นดวงตาเทพจะสุกใส(ภายในไม่ใช่ภาพภายนอก)


    การจัดจำแนกพลังของสิ่งลี้ลับด้วยการถ่ายออร่า


    สีสว่างสดใส เป็นพลังด้านบวกที่ให้คุณทำให้สงบร่ม
    เย็นเป็นสุขช่วยในระยะยาวที่มองไม่เห็นชัดแต่จะต้องทำ
    กรรมดีร่วมด้วยอาทิเช่นพลังพุทธคุณ,พลังพระอรหันต์,
    พลังเทพต่างๆ สีขาวคืออรหันต์ขึ้นไป,สีทองคือทรงคุณ
    ธรรมฯลฯ

    สีหมองหม่น เป็นพลังด้านลบอย่ามองแต่สิ่งภายนอก
    แม้นจะเป็นรูปปั้นพระพุทธรูปแต่อาจมีวิญญาณร้ายเร่ร่อน
    มาสิงสถิตได้จึง ควรใช้การตรวจด้วยจิตสัมผัสหรือการถ่าย
    ออร่าก่อนว่าสิ่งที่นำมากราบไหว้บูชานั้นมีพลังอะไรด้าน
    ไหนสถิตอยู่


    พึงระวัง "จิ้งจอกเก้าหาง" (ยืมศัพท์มาใช้เฉยๆ) คือดวงจิต
    วิญญาณที่หลงภพซมซานมาหาที่พึ่ง แล้วเข้าไปสิงในวัตถุ
    มงคล พอมีคนกราบไหว้มันก็จะมีฤทธิ์มากขึ้น แล้วทำให้
    เราหลงใหล และเชื่อว่ามันคือพระพุทธเจ้าจริงๆ แล้วทำผิด
    มากมาย


    ดังนี้ พระพุทธรูปองค์สำคัญๆ จึงต้องมีเทวดามาคุ้มครองเสมอ
    หรือต้องมีการทำพิธีเบิกเนตร คือ อัญเชิญพุทธคุณมารักษาด้วย


    การสั่งเกตลักษณะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จอมปลอม


    บางครั้งคนต้องการลาภสักการะจึงหลอกลวงผู้อื่นว่าตนมีพลังวิเศษมีคุณ
    วิเศษและอวดอุตริและบางครั้งกายทิพย์เกเรหวังเครื่องเซ่นสรวงก็เข้ามา
    ปลอมตัวหลอกลวงผู้คนให้กราบไหว้บูชาอีกทีหนึ่งสามารถสังเกตได้คือ

    ๑ เรียกค่าตอบแทนเกินกว่าคนจนจะพอรับได้เพราะความโลภของคนผู้นั้น
    ๒ ไม่มีระเบียบเข้าทรงไม่เป็นเวลาไม่มีการตกลงกับร่างทรงอย่างแน่นอน
    ๓ ใช้ฤทธิ์มากกว่าปัญญาและข่มขู่ว่าอย่าลบหลู่แต่ไม่ได้แสดงความเมตตา
    ๔ ร่างทรงไม่มีศีลหรือศีลบกพร่องก็จะทำให้กายทิพย์ที่ดีงามไม่อาจอยู่ได้
    ๕ ยุ่งเรื่องผู้อื่นผิดสังเกตหรือใช้วิธีที่เป็นมิจฉาทิฐิในการแก้ปัญหาให้คน
    ๖ เรียกเครื่องเซ่นสรวงชั้นต่ำเช่นเลือดสด,บุหรี่เหล้า,เนื้อดิบ แบบนี้จัดเป็น
    ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า กายทิพย์ชั้นต่ำบ้างบำเพ็ญเพียรมานานแต่คิดอยากช่วย
    คนอย่างจริงใจก็มี แต่เขาจะมาเข้าร่างทรงได้ คนทรงต้องมีบุญกรรมที่พ่วง
    กันมาก่อน และถึงแก่วาระรับวิบากกรรมร่วมกัน จึงเข้ามาทรงร่างจริงๆ
    ๗ ไม่ได้ช่วยคนแบบจริงใจ คือ ช่วยโดยหวังผลตอบแทน ในลักษณะต่างๆ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2007
  19. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    การจัดการกับพลังลี้ลับแบบต่างๆ


    ๑ อะไรที่ไม่แน่ใจไม่รู้อย่าไปยุ่งถอยห่างและอยู่กับโลกปกติเสียจะดีกว่า
    เหมือนปู่ย่าตายยายเราสอนมาว่าอย่าไปยุ่งอะไรดังมาให้เฉยไว้นั่นแหละ

    ๒ สิ่งที่ให้คุณ ต้องรู้ว่าให้อะไรได้เท่าไรเงื่อนไขมีอะไรต้องทำอย่างไร
    หากกายทิพย์มายื่นให้คุณเฉยๆ ไม่ยอมบอกข้อแลกเปลี่ยชัดเจน จะเกิด
    ปัญหา "มารทวงหนี้บุญคุณ" ภายหลัง และคราวนี้คุณจะซวยและหนีไม่ได้

    ๓ สิ่งที่ให้โทษต้องเลี่ยงเลี่ยงไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้รู้ไม่มีใครช่วย
    ให้ปกป้องตนเองด้วยพุทธคุณหรือศีลธรรมปกป้องทำบุญอโหสิกรรมให้

    ๔ สิ่งที่ให้คุณสูงสุดคือพุทธคุณสูงเกินกว่านั้นแล้วไม่มีอย่าเชื่อผีขี้โกหก
    อย่าคิดว่าพวกกายทิพย์จะไม่หลอกคุณ มนุษย์ด้วยกันยังหลอกกันได้เลย
    เคยเจอไหม "ผีหลอก" ของแท้น่ะ หลอกให้เชื่อว่ามันดี แล้วมันทำร้ายเรา
    ทีหลัง เช่น วิมานิกเปรต ที่ให้พลังเรา แล้วทวงคืนจนเราต้องเป็นบอป

    ๕ สิ่งที่ช่วยคนได้บ่อยคือเทวดาประจำตัวเพราะมีหน้าที่ดูแลคนโดยตรง
    ขอให้ซื่อตรงและเชื่อว่ามีเทวดาที่ดูแลคุณ พวกเขาจึงจะช่วยเหลือคุณ
    อย่าปันใจ ไปพึ่งพาอะไรก็ไม่รู้ ที่คุณทดลองไปเรื่อยๆ จนลืมเทวดาของ
    คุณเอง ซึ่งดูแลคุณมาตั้งแต่เด็ก และจนตายไป

    ๖ หากเจ้ากรรมนายเวรให้โทษจำต้องอดทนรับอย่าตอบโต้จองเวรแล้ว
    ทำบุญให้เพื่อขออโหสิกรรมอย่าใช้อิทธิฤทธิ์ตนเองหรือใครทำร้ายกลับ

    ๗ พวกกายทิพย์ไม่ใช่ทาสเราเขาช่วยเพราะสงสารหรือเพราะทำบุญอย่า
    คิดว่าเขาต้องช่วยทุกครั้งที่เราอยากได้ดั่งใจและอย่ามัวโทษเทวดาฟ้าดิน
    การที่คุณจะเอานั่นเอานี่ แล้วไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นกรรมพ่วง ที่
    ยังผลให้คุณต้องข้ามภพข้ามชาติไปใช้หนี้เขาไม่สิ้นสุด อย่าคิดว่า เขาจะ
    ช่วยคนโดยไม่ไม่หวังผลตอบแทน หรือเอาแต่การติดสินบนบานของคุณ
    พวกเขาจะเอาร่างกายคุณก็ได้ เขาเอาที่เขาอยากเอา ไม่ใช่เอาที่คุณให้เขา
    ก็มี เจตนาแอบแฝงของกายทิพย์มีมาก ทางที่ดีอย่าไปยุ่ง อย่าไปขอเขา


    อย่าเป็นขอทานข้ามภพข้ามชาติครับ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2007
  20. คนขายธูป

    คนขายธูป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +2,961
    หลักการเบื้องต้นและกฎระหว่างภพโลกกับโลกทิพย์


    ๑เทวดาจะสร้างบุญบารมีได้ด้วยการทำบุญบนสวรรค์และช่วยมนุษย์โลก
    ๒เทวดาก็มีกิจเฉพาะในภพของตนดังนั้นจะไม่อาจมาช่วยมนุษย์ได้ตลอด
    ๓เทวดาช่วยมนุษย์ได้ในขอบเขตจำกัดต้องไม่ละเมิดกฎแห่งกรรมและภพ
    ๔การช่วยเหลือกันข้ามภพจำต้องมีบุญบารมีสัมพันธ์กันหรือสื่อตรงต่อกัน
    ๕การติดสินบน(บนบาน)สิ่งลี้ลับนั้นมีผลเป็นเงื่อนไขจำจะต้องชำระหนี้
    ๖จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลระหว่างภพแล้วจึงกระทำการข้ามภพได้
    ๗จะต้องไม่แอบอ้างตนเป็นผู้อื่นใดหรือป่าวประกาศชื่อคนภพอื่นๆผิดๆ
    ๘จะต้องมีมารยาทเข้าใจกฎระเบียบของแต่ละภพทุกที่มีเจ้าที่เจ้าของหมด
    ๙จะต้องไม่ทำตามความเคยชินรู้จักกาลเทศะและไม่ทำตัวเหมือนอยู่บ้าน


    หลักการเบื้องต้นในการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    บางท่านคิดว่าการได้ไปทัวร์นรกสวรรค์เป็นเรื่องโก้หรูแปลกใหม่และแอบ
    ภาคภูมิใจในตัวเองลึกๆก็มีแต่ทว่าการไปสถานที่ใดๆก็ตามในโลกทิพย์
    ล้วนแต่มีเจ้าของแม้แต่พระอรหันต์เดินธุดงค์ยังต้องขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง
    เมื่อต้องพักอ้างแรมในถ้ำดังนั้นการถอดกายทิพย์ไปนั่นไปนี่ใช่ว่าจะมา
    โอ้อวดหรือภาคภูมิใจอะไรเพราะเราต่างเคยอยู่บนสวรรค์มาแล้วทั้งสิ้นไม่
    ได้น่าแปลกอะไรเลยในการถอดกายทิพย์ควรต้องไม่ลืมมารยาทในโลก
    อาจมีมารยาทน้อยและกฎระเบียบหละหลวมแต่เมื่อไปสู่สวรรค์แล้วจะมี
    กฎระเบียบเคร่งครัดชัดเจนทำผิดก็ได้รับโทษจริงปกปิดไม่ได้ไม่ใช่ที่ที่
    จะไปเที่ยวเล่นแล้วมาคุยกันในวงเพื่อนขาเม้าท์ทั้งหลายจำต้องมีมารยาท


    หลักการเบื้องต้นในการพึ่งพาบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    ๑สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ทาสที่จะเรียกมาเมื่อไรก็ได้บางครั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มา
    ช่วยโดยเฉพาะจะต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อนแล้วยังจะต้องเจรจาต่อรอง
    กับคนที่จะช่วยว่าจะก้าวก่ายได้เท่าไรและจะต้องทำตามนั้นห้ามผิดสัญญา
    เช่นจะเข้าทรงได้กี่วันวันไหนได้วันไหนไม่ได้จะเก็บเงินคนได้เท่าไรฯลฯ
    ๒สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจิตใจสามารถคิดและตัดสินใจเองได้ว่าจะช่วยเมื่อไรหรือ
    ไม่ช่วยมนุษย์มีหน้าที่ทำความดีและสื่อจิตกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพ
    ที่เหลือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะพิจารณาว่าจะช่วยหรือไม่หรือจะทดลองใจก่อนช่วย
    ๓สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเราเพื่อบำเพ็ญบุญบารมีส่วนเราจะไม่ได้อะไรเลยนอก
    จากความช่วยเหลือดังนั้นเราจำต้องช่วยตนเองบำเพ็ญบุญบารมีเองด้วย


    มารยาทเบื้องต้นในการติดต่อโลกทิพย์


    ๑จำต้องรู้จักกฎระเบียบระหว่างภพไม่ทำเกินเลยกว่ากฎระเบียบจะเปิดให้
    ๒จำต้องรู้จักกาลเพราะทุกดวงจิตมีภารกิจของตนไม่ควรรบกวนทุกเวลา
    ๓จำต้องรู้จักบุคคลที่เราจะติดต่อพอควรมิใช่นับถือแบบผิดๆแต่ไม่รู้จริง
    ๔จำต้องรู้จักสถานที่ที่เราทำการติดต่อก้าวสู่ที่ใดจำต้องมีมารยาทอย่างสูง
    ๕จำต้องรู้จักการงานที่จะติดต่ออย่างชัดเจนไม่ใช่มัวไร้สาระเสียเวลาทั้งคู่
    ๖จำต้องรู้จักลำดับต่างๆแต่ละกายทิพย์จะถือเรื่องลำดับชัดเจนอย่าทำผิด
    ๗จำต้องรู้จักการทดสอบเพื่อหยั่งดูอีกฝ่ายโลกทิพย์สามารถแปลงกายได้
    ๘จำต้องยอมรับการทดสอบของอีกฝ่ายเพราะโลกทิพย์จะดูคนถึงแก่นแท้
    ๙เมื่อรู้สิ่งใดให้รับทราบเฉยไว้เทวดาก็โกหกได้จำจะต้องตรวจสอบก่อน
    ๑๐สัญญาไม่มีการเซ็นชื่อแต่มีผลด้วยสัจจะต้องทำตามและอย่าเปิดเผยมั่ว

     

แชร์หน้านี้

Loading...