นักปฏิบัติ ที่ไม่เคยผ่าน อ่านแล้วอย่าเพิ่งหัวเราะ !!

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปราบเทวดา, 15 พฤษภาคม 2017.

  1. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    เกร็ดธรรม
    หลวงปู่พุธ ฐานิโย
    วัดป่าสาละวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

    *********************

    จิต สมาธิ
    ที่เริ่มต้น ตั้งแต่ ฌานที่ 1
    ซึ่งประกอบลงไปด้วยองค์
    คือ วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกกัคคตา

    ขั้นนี้สภาพจิต ของผู้ปฏิบัติ
    ได้หายขาดจากสัญญาเจตนาไปแล้ว
    มีแต่จิตมีแนวโน้ม ไปสู่ความสงบเองโดยอัตโนมัติ
    จะป่วยกล่าวไปใย ถึงจิตอยู่ในขั้นอัปนาสมาธิอย่างละเอียด
    ที่เราจะสามารถน้อมจิต ไปสู่อารมณ์แห่ง วิปัสนาได้ ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้

    ที่อาตมะพูดอย่างนี้

    ถ้าผู้ที่มีภูมิจิตยังไม่เคยผ่าน ฟังแล้วก็น่าหัวเราะเยาะอีกเหมือนกัน
    เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติทั้งหลาย พึงทำความเข้าใจว่า

    สภาพจิตที่เข้าก้าวไปสู่ ความสงบ นับตั้งแต่
    ขั้น ฌานที่ 1 คือปฐมฌาน

    ต่อจากนั้น

    จิตจะดำเนินไปสู่ ฌานที่ 2 ที่ 3 ที่ 4
    เค้าจะดำเนินไปเองโดยอัตโนมัติ โดยพลังแห่งสมาธิ
    เช่นจะเป็นไปเอง

    สัญญาเจตนา ที่จะน้อมนึก ให้เป็นไปอย่างนั้นย่อมไม่มีแล้ว

    ในเมื่อเรายังมีสัญญาเจตนาที่จะน้อมนึกอยู่
    จิตก็เปลี่ยนจากอารมณ์ที่ยึดมั่นในขณะนั้น
    ในเมื่อ จิตเปลี่ยนแปลงจากอารมณ์ที่ยึดมั่นเป็นอารมณ์ฌาน
    เอาอารมณ์อื่นเข้ามาแทรก จิตจะถอดออกจากฌานทันที

    เพราะฉะนั้น

    การที่ทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ
    ตั้งแต่ ฌานที่ 1 ถึง ฌานที่ 4
    นักปฏิบัติจึงไม่มีโอกาส หรือไม่มีทางที่จะน้อมจิตน้อมใจ ให้ไปสู่ วิปัสนาได้

    นอกจากว่า

    สมรรถภาพทางจิตของท่านผู้นั้น
    จะบันดาลให้เกิดความรู้ ความคิด ความอ่าน ขึ้นมาเอง
    ซึ่งผู้ปฏิบัติ มิได้มี สัญญาเจตนา ที่จะให้เป็นไปอย่างนั้น
    แต่จิตเค้าจะปรุงเป็นความรู้ ซึ่งเราเรียกกันโดยทั่วไปว่า

    " ธรรมะอุทานเกิดขึ้นในสมาธิ "


    อ่านต่อที่นี่ http://palungjit.org/threads/วิธีฝึก-สมถะภาวนา-โดย-หลวงปู่-พุธ-ฐานิโย.287864/
     
  2. pitra

    pitra สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2017
    โพสต์:
    78
    ค่าพลัง:
    +30
    ท่านปราบ คะ ฌานสาม จิตสงบแล้ว เกิดปิติ แบบ ขนลุกตลอดเวลา เป็นแบบนี้มาสามครั้งแล้วค่ะ นั่งประมาณครั้งละ ทำไงจะไปต่อได้ หรือกลับมาที่ลมหายใจ แล้วไปเริ่มต้น ที่ร่างกาย ตาย หรือจะไปต่อย่างไร ตอนนี้ภาพเริ่มชัดขึ้น ในรอบแรก แต่รอบสองได้ครึ่งเดียว มันไม่เอาภาวนา เอานิ่งและปีติอย่างเดียว และมีอาการตัวเบา มากแขนน่าจะลอยขึ้น (หรืออุปทาน ก็ไม่แน่ใจแต่เป็นทุกครั้ง ตอนนี้ พอลมหายใจตรงนิ่งแล้วก็ค่อนข้างลงไปที่ ฌาน สามเร็ว ( คือ ตามอาการคือ ภาวนาหาย ลมหายใจหาย ขนลุก นิ่งมาก ) บางทีไม่รู้สึกว่าตัวเองมีแขน จยถึงไหล่ไม่มี แต่ถ้ามีเสียงอะไรลั่นบนหลังคา (ไม่รู้ว่าคืออะไร ช่วงหลังนี้บ่อย) จะสดุ้ง แต่ก็ลงไปที่ฐานเดิมไวอยู่
    ถึงตรงนี้เอาไงต่อคะ

    อนุโมทนา สาธุคะ
    antagligen
     
  3. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459

    ดีแล้วครับ

    ทำต่อแบบเดิมครับ
    หากชำนาญกว่านี้ มันจะเริ่มดำเนินไปเอง
    จะไล่ฌานไปเป็นลำดับของมันเอง

    เพียงแต่ว่า ตอนนี้ ความชำนาญยังไม่เกิดขึ้น
    หากมีเวลาวิเวก ได้ต่อเนื่อง ตลอด 7 วัน
    แล้วทำตารางเวลาให้อยู่กับการปฏิบัติ อย่างต่อเนื่องตลอด

    เช่น ตื่นเช้า อาบน้ำ
    เช้า สวดมนต๋ไหว้พระ
    ทานอาหาร
    เดินพักย่อย
    สวดมนต์ ทำสมาธิ
    พักเที่ยง
    พักย่อย
    สวดมนต์ทำสมาธิสลับเดินจงกรม

    เย็น น้ำนมถั่วเหลือง น้ำเปล่า

    สวดมนไหว้พระ
    ทำสมาธิ
    นอนสมาธิ
    ตื่นตีสอง สวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ
    นอนสมาธิตอนตี สี่


    ตื่น หกโมงเช้า อาบน้ำ สวดมนต์
    ทานอาหารเช้า ทำวนไปเรื่อยๆ ตลอดเจ็ดวัน



    ถ้าเป็นครูโบราณนะ ท่านจะให้ถามแค่ครั้งเดียว ต่อเจ็ดวัน
    การทำซ้ำต่อเนื่อง จะเห้นช่องโหว่ การเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละลำดับ
    ของตนเอง แล้วจะเป็นจุดพัฒนา ของเรา ว่าตรงกับตอนขึ้นกรรมฐานครั้งแรกมั้ย
    มันจะได้จังหวะ ของตัวเอง
    เช่นว่า ตอนที่เหมือนจิตจะดิ่งตัวจะเกร็งเหมือนจะล๊อคมือ
    เกิดว่ากายขยับ มันจะจิ๊ดไปที่ท้ายทอย ทำให้ปวดหัวได้ อันนี้ก้เป็นตัวอย่างนึง
    หากฝึกซ้ำๆ เราจะเห็นจังหวะตรงนี้แล้วปรับประครองจิต ประครองจังหวะกายของเรา
    ให้เห็นความพอดีได้ จะเริ่มคล่องขึ้น


    ส่วนสำหรับ เวลาที่จิตจะเอาไปแต่นิ่ง
    สำหรับการฝึกแรกๆ หากจิตจะเข้าไปนิ่งดิ่ง
    ก็ปล่อยไปก่อนให้มัน นิ่ง อย่าไปฝืน
    ให้กำหนดรู้ความนิ่ง จนกว่าความรู้สึกจะออกมา
    ก็ให้นึกภาพพิจารณาใหม่ สลับกันไปอย่างนี้






    อีกอย่าง
    อย่าทิ้งการสวดมนต์เป็นวัตร
    การสวดมนต์เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก
    แม้จะเป็นแค่ยาทา
    หากชำนาญเมื่อไหร่ จะเป็นทั้งใช้ภายในภายนอก
    จะให้ดีให้สวดออกเสียง ยิ่งดังยิ่งดี
    หากไม่ไปรบกวนข้างห้อง ก้เอาแต่พอได้ยิน


    บทธรรมจักร จะเปิดตาทิพย์ ตาธรรม
    บทนะโม8บท ครูอาจารย์จะส่งเสริม
    บทยันทุน ป้องกันสารพัดสิ่งไม่ดี
    บทกรณียเมตราสูตร มีเพื่อนโอปปาติกะเป็นมิตร
    บทโพธิบาท เปิดทาง 8 ทิศ(สามโลก)
    บทบารมีสามสิบทัศ เสริมพลังจิตให้กล้า
    อิติปิโส พาหุง มหากา ชนะมาร
    (หากจะสวด 108 ให้สวดเฉพาะ เวลาที่มีปัญญาเรื่องงานทางโลก
    หรือเสริมวันพระใหญ่ก็พอ)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤษภาคม 2017
  4. pitra

    pitra สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2017
    โพสต์:
    78
    ค่าพลัง:
    +30
    สาธุ
    สำหรับการ สวดมนต์นั้น คงไม่ทิ้งแล้วค่ะ ทิ้งไม่ได้ ตอนนี้สวดทั้งเช้าและก่อนนอน ตอนเช้าจะสวดสั้น กลางคืนก็ยาวครบทุกบทค่ะ

    บทสวดที่ท่านเขียนมานี่ คือให้สวดเพิ่มหรือคะ
     
  5. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459

    เป็นบทที่ต้องขึ้นใจให้ได้

    เวลาออกวิเวกคนเดียว ตามป่า ตามถ้ำ
    จะว่าไปก็มีอีกบทนึง หากออกวิเวกตามป่า
    บทสวด ขันธะปะริตตะคาถา
    แต่หากอยู่ที่บ้าน ตามนั้นก้เพียงพอ

    อีกอย่าง
    หากบทธรรมจักรขึ้นใจแล้ว ค่อยเพิ่มครับ


     
  6. pitra

    pitra สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2017
    โพสต์:
    78
    ค่าพลัง:
    +30
    สาธุ อยุโมทนาค่ะ งั้นคงอีกนานค่ะ ตอนนี้ได้แค่สวดเป็นทำนอง ไม่ อ่านแบบกุกกักเหมือนตอนแรก แต่จำได้ขึ้นใจ คงอีกนานค่ะ
     
  7. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    อสชฺฌายมลา มนฺตา

    อ่านว่า
    อะสัชฌายะ มะลา มันตา

    แปลว่า
    มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน
     
  8. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    997
    ค่าพลัง:
    +397
    มนต์คือมะนะ,มะนะคือมะโน,มโนไม่มีการท่องบ่นเป็นมลทินอย่างไรคับท่านปราบ
     
  9. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    มนต์ คือ หลักคำสอนประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

    สวดคือ คือ ท่องบ่น ด้วยกิริยาที่เป็นกุศล

    แต่โบราณมาไม่มี สมุดจด มีแต่ การพูดปากต่อปาก เพื่อให้จำคำสอนนั้น

    เมื่อจำได้แล้วก็นำไปปฏิบัติตาม

    ถ้าไม่หมั่น ท่องจำ ทวนคำสอน ท่องบ่น ก็จะลืมคำสอนนั้น

    และจะจำวิธีทำ หรือ หลักประพฤติไม่ได้ เมื่อจำไม่ได้ ก็จะ ฝึกแบบเพี้ยนๆไป

    คำสอนก้จะหายไป

    ถ้าเป็นหลักคำสอนในศาสนาพุทธ นั่นก็คือ มนต์ของศาสนาพุทธ

    การไม่จดจำท่องบ่นคำสอน จึงกลายเป็นสิ่งที่จะทำให้คำสอน สูญหาย

    จะกลายเป็นมลทิน สำหรับ คนที่มีคนสอนมา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 สิงหาคม 2020
  10. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    997
    ค่าพลัง:
    +397
    สวดท่องบ่นอย่างเดียวไม่รู้ความหมายไม่โยนิโมนสิการโดยแยบคายในคำที่สวดก็จะได้เพียงเปลือกเข้าไม่ถึงแก่น
    ท่องบ่นโดยไม่โยนิโสมนสิการให้แยบคายเข้าไม่ถึงแก่นของพระพุทธศาสนา
    ตรงนี้ต่างหากคับที่ถือเป็นมลทิล
    ผู้ที่เข้าถึงแก่นแล้วจะสวดมนต์หรือไม่สวดก็ไร้มนทิลคับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 สิงหาคม 2020
  11. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    ภาษาโบราณ เค้าใช้บาลี ท่องปากต่อปากเป็นการจำ

    พอคำสอนมาถึงไทย ก็สวดบาลีให้จำ แล้วก็สวดคำแปล

    คงมีคนฉลาดอยู่นะ คิดว่า พอมาถึงปะเทศไทย ก็ต้องไปหาคำแปล



    สมัยก่อน พระอรหันต์ ก็สอน อันเตวาสิก ก็คือภาษาบาลี
    เพราะบาลีคือภาษาที่เขาพูดกัน อันเตวาสิก ก็จำ ท่องบ่นเป็นประจำจนจำได้

    แล้วก็โคนไม้ว่าง เรือนป่าช้า ป่าวิเวก ไปปู้น
     
  12. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    ทีนี้ หาก ใครเข้าใจวิธีแล้ว

    แม้แต่การ ท่องบ่นสวดมนต์ ก็ปฏิบัติได้ สะบายๆ

    แต่ถ้าคนโง่หน่อย ก็จะ สวดทำแปะอะไร
     
  13. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    พระบ้านเราก็มี ยกตัวอย่างเช่น หลวงปู่มั่น

    ท่านให้คำแนะนำเสนอแนะดังนี้

    .................................................
    การสวดมนต์เป็นการกล่าวสรรเสริญคุณอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย และบทสวดก็เป็นพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งศักดิ์สิทธิ์มากอยู่แล้ว ดังนั้น คนสวดมนต์เองเลยพลอยศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยเพราะกล่าวแต่คำที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

    การสวดมนต์ถ้าสวดด้วยความซาบซึ้งและเสื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยเปล่งเสียงออกมาเพื่อสรรเสริญพระคุณกล่าวถ้อยคำอันเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกไป เสียงที่เปล่งออกจากใจให้ดังกังวาลนั้นจะมีอานุภาพแผ่ไพศาลไปยังสวรรค์และพรหมโลก บนโลกมนุษย์ก็ครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณหรือทำใจแผ่ให้ครอบคลุมทั้งโลกส่วนในพื้นล่างก็แผ่ไกลถึงอเวจีมหานรก การสวดเสียงดังต้องออกจากจิตที่เลื่อมใสและกอรปด้วยท่วงทำนอง วรรคตอนที่ถูกต้องไพเราะ

    มาฟังพระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรมคุณวิเศษหลวงปู่มั่น (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ท่านได้เทศน์สอนและเล่าเรื่องราวประสบการณ์ตรงให้ฟังเกี่ยวกับเสียงสาธุการและอานุภาพเสียงสวดมนต์ว่าสวดแบบไหน มีอานุภาพแผ่ไปไกลถึงภพทั้งสาม

    อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ สมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น พักอยู่บนดอยปะหร่อง (เชียงใหม่) กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวสาธุพร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่าน (พระอาจารย์มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้น

    วันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า “เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตาม ๆ กัน” ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง

    พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า “เขาก็สาธุการด้วย” แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำอย่างนั้น ท่านพระอาจารย์มั่น เลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์เช้า เย็น หรือชาวพุทธทุกคน สวดมนต์ระลึกในใจมีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล สวดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล

    สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง ดีกว่า หาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล นี้คืออานิสงส์ของพระพุทธมนต์ ท่านพระอาจารย์มั่นว่าอย่างนี้

    คักลอกจากเพจ “พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น”
     
  14. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    997
    ค่าพลัง:
    +397
    ถกกันเรื่องมนต์ไม่ท่องบ่นเป็นมลทิล
    จุดเปลี่ยนอยู่ที่มีการจดบันทึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ที่เป็นมลทิลเพราะเมื่อก่อนไม่มีการจดบันทึก
    เมื่อมีการจดบันทึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    จะท่องบ่นหรือไม่ท่องบ่นก็ไร้เป็นมลทิลคับ
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องท่องบ่นมนต์
    ใครต้องการท่องก็ได้ไม่ต้องการท่องก็ได้ไม่เป็นมลทิล
     
  15. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    ก้เป้นเพียง เสนอแนะ ใครจะเอาไปใช้ ก็ลองดูได้

    อาหาร วิชชาและวิมุติ ดีดีนี่เอง
     
  16. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    317
    ค่าพลัง:
    +393
    ช่ายยยแล้ว... ใครจะสวดมนต์หรือไม่สวดก็ได้ หวีก็ขี้เกียจสวดมนต์ นั่งสมาธิเดินจงกรมแทนก็ได้เหมียนกัล
     
  17. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    997
    ค่าพลัง:
    +397
    คนที่ต้องการปฏิบัติธรรมแต่ไม่อยากสวดมนต์มีจำนวนมากคับ
    หากกล่าวว่าไม่บ่นท่องมนต์เป็นมลทิลจะมีคนปฏิบัติตามน้อยมาก
    ต่างจากท่องบ่นก็ได้ไม่ท่องบ่นมนต์ก็ได้
    คนจะปฏิบัติตามได้ง่ายทั้งหมดปฏิบัติได้ทุกคนคับ
     
  18. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    317
    ค่าพลัง:
    +393
    จขกท ประชดมั้ง
     
  19. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    คนไม่รู้ว่ามนต์คืออะไร

    ก้ขี้เกียจขี้คร้าน เป็นธรรมดาตามกิเลสตน
     
  20. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    3,056
    ค่าพลัง:
    +2,459
    ส่วนใครมีปัญญา ก้รู้จัก ว่ามนต์คืออะไร

    และใช้ได้อย่างมีประโยชน์
     

แชร์หน้านี้

Loading...