นิทานขี้โม้ by SAMA

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย วงกรตน้ำ, 5 สิงหาคม 2017.

  1. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    อาณาจักร แอตแลนติส ตอนที่1 :

    สมัยวัยรุ่นผมเองก็เหมือนทุกๆคนที่ฝึกสมาธิเพื่อหวังจะไปเห็นโน่นนี่นี่นั่น จนมาได้ท่องเที่ยวไปด้วยญาณ๘โดยอาศัยบารมีครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทั้งหลายท่านสงเคราะห์ ก็ได้มานึกสมเพชใจว่า โอ้หนอ เรานี่เที่ยวไปรู้โน่น ดูนี่ เลอะเทอะมากมาย แต่ว่ากิเลสตัณหาที่มันท่วมหัวใจเราอยู่นี้ไม่เคยเหลียวดูเลย หรือเห็นก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นซะงั้น รู้เรื่องภายนอกรู้เท่าไรก็ไม่จบไม่สิ้น รู้เรื่องภายในจิตในใจของเราเองต่างหากเล่า จึงจะจบสิ้นได้ นับแต่นั้นมาก็เลิกสนใจการไปรู้ไปเห็นเรื่องภายนอก คงจะเฝ้าระวังสิ่งชั่วในดวงใจที่ผุดขึ้นมาอยู่เนืองๆ
    เมื่อไม่สนใจจะไปรู้เรื่องภายนอกแล้วก็สบายใจมากขึ้น เพราะถ้าสิ่งไหนบังเอิญว่าจะรู้จะเห็นขึ้นมาเองเราก็ไม่ได้ตื่นเต้น สงสัย ดีใจได้ปลื้มอะไรกับใครเขา มันก็จะเฉยๆ ก็จะ อืมมมมม.... มันก็เท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไร เช่น อยู่มาวันหนึ่ง ลูกสาวมาถามว่า ป๊าๆๆๆ...อาณาจักรแอตแลนติส มีอยู่จริงๆไหม? ป๊าเล่าให้ฟังหน่อยสิ.... ทีนี้พอเวลานั่งสมาธิ กราบพระเรียบร้อย พอใจสบายๆ มันก็ไปปรากฏตัวอยู่ใต้ทะเล ลึกลงไปสัก50-60 เมตร รอบๆบริเวณมืดหมดแล้ว มีประตูหินหนาสักฟุตหนึ่ง กว้างสัก 6 ฟุต สูง ได้สัก 10 กว่าฟุต มีอยู่3 บาน หินนี้ยังสะอาดอยู่ไม่มีตะไคร่ปกคลุม ไม่มีเปลือกหอยหรือปะการังเกาะ เสียงพระท่านก็บอกว่า นี่อาณาจักรแอตแลนติสไง....
    พอเข้าไปใกล้ๆ ใช้มือดันประตูบานกลาง ก็ยุบเข้าไปสักฟุตหนึ่ง อีก2บาน ผลักเบาๆก็เปิดออกได้ กะประมาณจากสายตา บานประตูบานหนึ่งต้องหนักกว่า 5-6 ตัน แต่ว่าอาศัยแรงเท่าเด็ก 5-6 ขวบก็ผลักออกได้ จะว่าอาศัยเครื่องทุ่นแรงเหมือนระบบไฮโดรลิก ก็ไม่เห็นมี จะว่าเพราะแรงดันน้ำประคองหินเอาไว้ทำให้น้ำหนักลดลง ก็ไม่น่าจะเกี่ยวเพราะนี่เป็นแรงผลัก ไม่ใช่แรงยกที่จะใช้ความเค็มของน้ำทะเล หรือความถ่วงจำเพาะมาช่วยได้ ก็ได้ยินเสียงท่านผู้มีพระคุณบอกว่า นี่เป็นผลจากพลังงานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีใช้กันทั่วไปในสมัยแอตแลนติส ประเทศนี้หรือทวีปนี้ รู้จักรูปแบบพลังงานชนิดนี้กันเป็นอย่างดี ใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งให้ความสว่าง ความร้อนก็ได้ ให้ความเย็นก็ได้ ใช้ควบคุมประตูหินให้ทำงานก็ได้
    ส่วนตัวผมจบสายพลังงานมานะครับ นับว่าเป็นผู้มีความชำนาญด้านพลังงานคนนึงทีเดียว จะพูดถึงพลังงานที่มองไม่เห็น ทั้งสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า ที่อยู่ในรูปคลื่น หรืออนุภาค ควอนตัมฟิสิคก็เรียนมาหมดเหมือนกัน แม้แต่เรื่องพลังจิต พลังจากคลื่นสมอง ก็ศึกษามาเหมือนกันนะครับ แต่ว่าพลังงานที่ใช้ในการควบคุมก้อนหินที่เป็นอโลหะแบบนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อน จิตนาการก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ เสียงจากท่านผู้มีพระคุณก็เล่าให้ฟังว่า นอกจากนี้แล้ว พลังงานที่ว่านี่ยังสามารถรักษาอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยได้อีกด้วย เช่นเวลาปวดท้อง ก็เอามาวางไว้บนท้อง รวบรวมกำลังใจเพียงเล็กน้อย ก้อนพลังงานนี้ก็จะสว่างขึ้น แสงจากก้อนพลังงานนี้ก็จะแผ่ออกไปแล้วช่วยทำให้อาการปวดท้องกลับหาย เป็นปกติได้ มาถึงตรงนี้ก็ยิ่งงงกันไปอีกนะครับ ชักจะกลายเป็นลูกแก้ววิเศษ นาคี นาคาเข้าไปทุกที แต่ว่าแร่ธาตุอันนี้เป็นวิทยาศาสตร์ครับ เพราะหลังจากผลักประตูเข้าไป ในห้องนั้นทั้งห้อง ก็มืดไปหมด มีเพียงก้อนกลมๆก้อนเท่าขนาดลูกฟุตบอล เปล่งแสงสีขาว สว่างไสว อยู่ตรงกลางห้องนี้เท่านั้น
     
  2. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    อาณาจักร แอตแลนติส ตอนที่2 :

    เมื่อเข้าไปดูก้อนที่เปล่งแสงสว่างนี้ใกล้ๆ ก็เห็นสภาพเหมือนก้อนหินปกติธรรมดาๆ มีเกล็ดระยิบระยับบ้างเท่านั้นเอง แสงสว่างที่เปล่งออกมาก็ไม่ได้ทำให้ระคายเคืองตาแต่อย่างใด พอจะจับก็เกรงว่าจะร้อนหรือเปล่า ลองจับดูก็ไม่ร้อน เรื่องแบบนี้ไปเล่าให้ใครฟังเขาก็จะหาว่าบ้า ขนาดเล่าเป็นนิทานยังบ้าเลยนะ อาศัยว่าเป็นวิศวกรเพี้ยนๆ เป็นนักวิจัยบ้าๆบอๆ พอมาเจอแบบนี้เข้าก็งงเหมือนกัน หันกลับไปกราบท่านผู้มีพระคุณทั้งหลายแล้วก็ถามว่า อาณาจักรแอตแลนติส เวลานั้นเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?
    ก็ปรากฏมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาทางด้านหน้า รูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน หน้าตาหล่อมาก เหมือนคนกรีกโบราณ สูงกว่า 3 เมตรเห็นจะได้ ใส่เสื้อแขนสั้นคอกลมสีขาวตุ่นๆ กับกางเกงขายาวเกือบถึงตาตุ่ม หน้าตาคม ผิวขาว เดินมาถึงก็บอกว่าพวกผมเป็นชาวแอตแลนติสครับ จะอาสาพาไปดูว่าในยุคนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งต้องนับเวลาย้อนหลังไปเมื่อ 12000-13000 ปีก่อน แอตแลนติสเป็นทวีปเล็กๆที่มีน้ำล้อมรอบ มีช่องแคบใกล้แผ่นดินใหญ่ ภูมิอากาศค่อนข้างหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีเมฆหมอกมากด้วยกัน บางวันอากาศแจ่มใสจะเห็นแสงแดดได้ มีทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สีเหลืองๆ กระจัดกระจายไป จัดว่าสวยงามมาก เรื่องการเดินทางนั้น ถ้าระยะใกล้ก็อาศัยเดินเท้า ระยะไกลก็อาศัยยานยนต์ หรือบางพวกก็เรียกว่า พยนต์ รูปร่างคล้ายๆเรือแคนู แต่ว่าลอยได้ เคลื่อนที่ได้เร็ว โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องยนต์สันดาปเหมือนปัจจุบัน เป็นการอาศัยก้อนพลังงานที่ว่านี้ เคลือบเอาไว้ที่ตัวยาน การบังคับควบคุมก็อาศัยเอามือวางไว้ที่ด้านหน้า หรือที่กาบเรือ แล้วนึกให้ลอยก็ลอย นึกให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ยานพาหนะพวกนี้มีหลายรูปแบบ บางลำเหมือนแคปซูล บางลำกลมๆเหมือนจานก้นลึก บ้างก็รีๆเหมือนลูกรักบี้ สีสันไม่ค่อยมี มีแต่สีออกเทาๆหรือบรอนเงิน
    ประสาลูกอีช่างเถียงมาเอง ก็นึกในใจว่า สมการของอีตาแมกส์เวล 4 สมการนั้น ระบุถึงขั้วสนามไฟฟ้า ประกอบด้วยเส้นแรงไฟฟ้า มีขั้วบวก ขั้วลบ แต่สนามแม่เหล็กยังไม่มีขั้ว มีแต่ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็ก มีแต่เพียงทฤษฎีว่า หากสามารถหาหรือสร้างสนามแม่เหล็กให้มีขั้วได้ เราจึงจะสามารถบังคับวัตถุให้ลอยอยู่กลางอากาศได้ โดยมีสภาพต้านสนามแม่เหล็กของโลก หรือต้านแรงดึงดูดของโลกได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นสารกึ่งตัวนำยิ่งยวด หรือ supper conductor ซึ่งก็ต้องใช้อุณหภูมิที่ 0 องศาเคลวิน หรือ -273 องศาเซลเซียส มันคืออุณหภูมิของไฮโดรเจนเหลว ถ้าจะทำให้ใช้งานได้ในอุณหภูมิปกตินั้น ยังเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่นะครับ ตรงนี้ไม่มีใครมาเถียงกับผม ปล่อยผมเถียงกับตัวเองไปคนเดียว
    ผมอยากรู้จริงๆครับว่า แร่ธาตุที่ว่านี้คือแร่ธาตุอะไร หาได้จากที่ไหน จะผลิตหรือสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร สองท่านนั้นก็บอกว่าเป็นแร่ธาตุที่มีเฉพาะที่ทวีปแอตแลนติสเท่านั้น มีอยู่มากพอสมควร แต่ละบ้านก็มีแร่ธาตุชนิดนี้ใช้กันอยู่ทั่วไป อาศัยกำลังใจนึกขึ้นมาก็สามารถควบคุมให้แร่ธาตุชนิดนี้ปรากฎเป็นพลังงานรูปแบบต่างๆได้ตามต้องการ ว่าไปแล้วก็ไปดูผู้หญิงคนนึง หยิบก้อนแร่วางไว้ในภาชนะคล้ายๆเตา พอเอาหม้อใส่น้ำวางลงไป สักพักก้อนแร่นี้ก็เปล่งเป็นพลังงานความร้อนออกมา ทำให้ในหม้อเดือดได้อย่างรวดเร็ว นี่เขาสาธิตให้ดูแบบนี้
     
  3. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ ขอบคุณครับ
     
  4. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    อาณาจักร แอตแลนติส ตอนที่3 :

    ชาวเมืองแอตแลนติส ไม่ค่อยมีคนแก่ มีเด็ก มีวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว แต่ละคนก็หน้าตาสวย หล่อ ไม่มีใครหน้าตาขี้เหล่ คนแก่ก็มีเหมือนกันแต่ว่ามีน้อยมาก เขาก็บอกว่าพอคนที่เริ่มจะแก่ ก็ใช้ก้อนแร่ที่ว่านี้วางลงไปบนหัว สักพักนึงก็จะค่อยๆกลับกลายเป็นหนุ่มเป็นสาวเหมือนเดิม เว้นแต่ว่าใครไม่ต้องการกลับเป็นหนุ่มสาวอีก ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติก็จะแก่ลงไปเรื่อยๆ ส่วนอายุขัย ผู้ที่พาไปนี่ก็บอกว่า อายุขัยปกติจะอยู่ที่ 600-800 ปี ก็ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นนิทาน ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่แค่นิทานธรรมดาๆ แต่เป็นนิทานขี้โม้ ดังนั้นท่านผู้อ่านอย่าได้ถือเอาเป็นจริงเป็นจังนะครับ
    ชาวเมืองแอตแลนติสนี่มีศีล๕ใช่ไหม ท่านตอบว่าไม่ใช่ศีล๕ เพราะชาวแอตแลนติสไม่เคยมีใครมาสอนเรื่องศีล๕ แต่จะมีคำสอนว่าไม่ให้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตนเอง มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อทุกๆชีวิต ดังนั้นชาวเมืองแอตแลนติสจึงเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม ไม่โกรธ ทะเลาะ ตบตี แย่งชิงกัน มีการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ อาหารส่วนมากก็เป็นเมล็ดพันธุ์ธัญพืชและผลไม้ นมที่ได้จากสัตว์ มีการไปมาหาสู่กับคนต่างทวีป เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากัน โดยอาศัยยานเหาะ หรือพยนต์ เดินทางได้รวดเร็วมาก
    ก็ในเมื่อชาวแอตแลนติสแสนดี มีเทคโนโลยีล้ำสมัย แล้วจู่ๆทำไมล่มสลายหายไปในพริบตาได้ ท่านทั้งสองก็เล่าให้ฟังว่า ที่ใจกลางทวีปมีแร่พลังงานใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ3ฟุตเศษๆ ก้อนนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะให้พลังงานได้ทั้งทวีป ถือเป็นแหล่งพลังงานหลัก การดูแลมีผู้ดูแลทั้งหมด 4 คน มีการควบคุมให้พลังงานในก้อนแร่เกิดความสมดุล เหตุเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง ชายที่เป็นผู้คุม 1 ใน 4 นี้ เกิดความต้องการที่จะเปล่งพลังงานของก้อนแร่นี้เพื่อให้ทำลายโลกทั้งใบ คืนนั้นขณะที่ชาวแอตแลนติสเริ่มเข้านอน ชายผู้นี้ยืนกางขา ชูสองแขนขึ้น แสงสว่างจากก้อนแร่เจิดจ้า มีลำแสงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นท้องฟ้า ก่อนจะมีลำแสงพุ่งลงใต้ดิน จากนั้นจึงมีเสียงระเบิดดังกึกก้อง เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ทั่วทั้งทวีปสว่างไสวไปหมด ใต้ดินเกิดลาวาปะทุขึ้น ทวีปแอตแลนติสแตกออกจากกันแล้วยุบตัวลงไปในผิวโลก พร้อมกับน้ำทะเลท่วมจมมิดหายไป ภายในชั่วพริบตา
    ท่านผู้อ่านที่เคารพ เดี๋ยวจะลืมกันไปเสียก่อนว่า นี่เป็นนิทานขี้โม้ คือว่าไม่ใช่เรื่องจริง ขอได้โปรดอย่าถือสาผู้เขียน เป็นคนบ้าๆบอๆ เอาเป็นว่าให้อ่านเป็นแต่เพียงความบันเทิงเท่านั้นก็พอนะครับ
    หลังจากทวีปแอตแลนตีส ที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศออสเตรเลียเล็กน้อย จมหายไป แรงสั่นสะเทือนครั้งนั้นถึงกับทำให้แกนของโลกเอียงไปเล็กน้อย เกิดภูเขาไฟปะทุทั่วโลก น้ำทะเลปั่นป่วนเกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่ คนที่รอดชีวิตมีเพียงสองกลุ่มคือ กลุ่มหนึ่งซึ่งเดินทางโดยพยนต์ หรือยานยนต์ไปติดต่อค้าขายกับต่างเมือง และอีกกลุ่มหนึ่งที่เดินทางโดยพยนต์ขนาดใหญ่ ไปยังดวงดาวอื่นๆ คนสองกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทางไปตัวเปล่าๆ แต่ได้นำเอาเทคโนโลยี โดยเฉพาะก้อนแร่นี้ติดตัวไปด้วย
     
  5. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    อ่านแล้วครับ รออย่างใจจดใจจ่อที่จะอ่านตอนต่อไป ขอบคุณคุณวงกรดน้ำมากนะครับที่่โพสเรื่องดีๆให้ได้อ่านกัน
     
  6. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,569
    ค่าพลัง:
    +3,996
    เวรกรรมทำลายตัวเองซะงั้น สงสัยอยากทำลายเพื่อครองโลก
     
  7. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    ในเรื่องของ ธรรม ตามไปอ่านในกระทู้
    "หลงทาง หลงธรรม " ห้องจักรวาลได้นะคะ
     
  8. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    อาณาจักรแอตแลนติส ตอนที่ 4 :

    เล่ามาถึงตอนที่แอตแลนติสถล่มจมหายไปในชั่วคืนเดียว ผีสองท่านนี้ก็หันมายิ้มให้แล้วถามว่า เวลานี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมก้อนแร่นี้ พวกมนุษย์โลกในปัจจุบันถึงไม่สมควรจะได้ครอบครอง เวลานั้นผมก็เข้าใจได้ในทันทีเช่นกัน ถ้าอานุภาพมากขนาดนี้ คุณอนันต์ โทษมหันต์ กับมนุษย์โลกที่ยังมีจิตใจเลวร้ายเช่นทุกวันนี้ ถ้าได้ครอบครองก้อนแร่ที่ว่านี้แล้ว คงจะวุ่นวาย เลือดท่วมนองแผ่นดิน แล้วโลกทั้งใบก็จะพังพินาศอย่างแน่นอน
    ผมก็สงสัยต่อไปอีกว่า พวกที่ไปติดต่อค้าขายยังทวีปอื่นๆนั้น หลังจากทวีปแอตแลนติสถล่มหายไปแล้ว เขาไปทำอะไรที่ไหนยังไงต่อ รวมทั้งพวกที่ไปยังนอกโลกด้วย เป็นยังไงกันบ้าง แล้วพวกที่ตายๆไปนั้น ไปนรก หรือไปสวรรค์ หรือไปเกิดใหม่ แล้วทำไมทั้งสองท่านถึงยังไม่ยอมไปเกิด นี่ไงครับ... เพราะแบบนี้มั๊งครับ ตอนเด็กๆผมโดนครูด่าประจำแล้วให้ฉายาว่า ไอ้มนุษย์เจ้าปัญหา สมัยอยู่กับหลวงพ่อก็โดนด่าเป็นประจำเช่นกัน คือลูกอีช่างสงสัย ไม่รู้จบรู้สิ้น คนจำพวกผมนี่เวลาฝึกกรรมฐานก็จะมีความก้าวหน้าระดับเดียวกับ หอยทากเป็นตะคิว ความจริงแล้วเรื่องการสงสัยในสิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมก็เลิกสงสัยไปตั้งแต่อายุ 21 ปีแล้ว เพราะรู้ไปแล้วมันพ้นทุกข์ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อยเดียว หันมาพิจารณาอาการ 32 ธาตุ 4 อสุภ10 มีประโยชน์กว่านะครับ
    แต่เนื่องจากตรงนี้เป็นนิทานขี้โม้ ก็โม้กันต่อไปก่อนละกันครับ ผีทั้งสองท่านนี่เห็นใจไอ้มนุษย์เจ้าปัญหา ไม่ใช่มนุษย์เจ้าปัญญา ก็เล่าให้ฟังว่า พวกที่ไปค้าขายทวีปอื่น พอกลับมาถึงพบว่าทุกอย่างสลายหายไปหมด เหลือแต่ท้องทะเลขุ่นๆ ปั่นป่วนด้วยคลื่นขนาดใหญ่ คนพวกนี้ก็เดินทางไปยังทวีปตะวันออก แล้วเริ่มสร้างสิ่งปลูกสร้าง โดยเอาก้อนแร่ที่พกมาด้วยติดไว้บนท่อนไม้ เหมือนไม้เท้า แต่ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งพิเศษ ข้างในเป็นรูกลวง ด้านบนที่ต่อกับก้อนแร่จะมีขนาดใหญ่กว่าด้านปลายที่ปักลงดิน แล้วเขาก็ทำให้ดูว่า แค่เพียงกำหนดจิต ให้ก้อนแร่สว่างขึ้น ลำแสงก็จะพุ่งไปตามรูกลวงๆของด้ามไม้ลงที่พื้นดิน เขาก็เดินขีดเป็นเส้น ตีกรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดสัก 2x5 เมตร เห็นจะได้ ตรงที่ไม้เท้าลากไป ก็จะเป็นร่องลึกลงไป ดูแล้วก็พอจะเข้าใจได้ว่า เขาต้องการจะเอาหินไปทำการก่อสร้างอาคารสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ แต่ว่ากรีดไปแบบนี้แล้ว จะเอาก้อนหินมาได้ยังไง?
    เห็นเขาเอาไม้เท้าที่เปล่งแสงก้อนแร่เต็มที่แล้ว กระแทกลงไปภายในกรอบที่ขีดเอาไว้ เพียงแค่นั้น ก้อนหินตรงนั้นก็หายไป กลายเป็นช่องว่างๆ ขนาด 2x5 ม. ลึก 2 เมตรกว่า จากนั้นก็เริ่มกรีดใหม่ จากขอบตัดตรงนั้นไป เป็นก้อนขนาด 2x3 เมตร จากนั้นก็ลงไปในหลุม กรีดตามแนวนอนที่ความลึกประมาณ2เมตร รอยตัดนี่เรียบคมดีมาก แต่ว่าหนักขนาดนั้นแล้วจะยกยังไง? เขาเอาตรงหัวไม้เท้า ที่เป็นก้อนแร่ เคาะเบาๆที่ก้อนหิน ก้อนหินมันก็ลอยสูงจากพื้นขึ้นมา จากนั้นก็เอามือประคองให้หินเคลื่อนที่ไป เหมือนยังกะฟองน้ำ ไร้น้ำหนัก คือ ก้อนหินขนาดหลายตัน มันลอยได้แบบนั้นเลยเหรอ? ผีสองท่านนี้คงจะรำคาญพอสมควร แกว่ามันสามารถทำได้กับหินบางชนิด ที่มีส่วนผสมของแร่ที่พวกคุณเรียกว่าเฟอร์ไลท์ และเนื้อหินจะมีความแข็งแกร่ง แบบเดียวกับหินแกรนิต ก็เอาล่ะครับ เพราะแร่ธาตุในหินที่ท่านกล่าวมาอีกหลายรายการ ผมไม่รู้จักน่ะครับ เป็นอันว่าต้องเป็นหินที่มีคุณสมบัติเฉพาะบางอย่าง จึงจะใช้กับก้อนแร่นี้ได้ด้วย ไม่ใช่ว่าหินอะไรก็ได้
    ท่านก็เล่าต่อว่า หินพวกนี้ก็เอาไปสร้างเป็นปิรามิดนี่แหละครับ เป็นที่พักด้วย ที่ประชุมด้วย เป็นจุดสังเกตให้กับพวกที่เดินทางไปนอกโลกได้มองเห็นแต่ไกล แล้วก็เดินทางกลับมาสมทบกันที่นี่ ผ่านไปหลายสิบปี ก็มาเจอกันจนครบ แล้วก็อพยพไปอยู่ดาวดวงอื่น ซึ่งผมว่าคงต้องมีคนสงสัยอย่างผมนี่แหละว่า ดาวดวงไหนบ้าง...
    ก็มีดาวเสาร์ กับดาวศุกร์ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก้อนแร่นี้มีที่ดาวดวงอื่นบ้างไหมครับ....
    ท่านก็ว่าที่วงแหวนดาวเสาร์มีแร่ชนิดนี้อยู่ ที่ดาวศุกร์ก็มีด้วยเช่นกัน นี่ไปๆมาๆพวกที่เราว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวมาสร้างปิรามิดบ้าง มนุษย์ต่างดาวเดินทางมาเยี่ยมโลกบ้าง กลายเป็นว่าชนชาวแอตแลนติสนี่หรือเปล่าที่เดินทางโดยยานบินที่ว่านี้
    สุดท้ายนี้ก็ขอจบนิทานขี้โม้ เรื่องแอตแลนติส ไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน ไม่ต้องถามนะครับว่าทวีปนี้จมอยู่ตรงไหน ท่านทั้งสองห้ามไว้ว่าบอกไม่ได้ เพราะก้อนแร่ยังคงมีอยู่ ก็เอาเป็นว่าอ่านกันสนุกสนาน ไม่มีสาระอะไร ต่อไปก็อยากจะเล่าให้ฟังเรื่องเทพองค์นึง ที่ผมทั้งเคารพรักแล้วก็หวาดเกรงพอสมควร ไว้ว่างๆจะมาโม้ให้ฟังกันนะครับ
     
  9. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    หนุกหนานครับ แล้วมาเล่าต่อนะครับ
     
  10. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    ตอนใหม่มาช้าจัง แต่ก็จะรอครับ
     
  11. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397

    ราชันทะเลใต้ ตอนที่ 1 :

    Halo-01-2.3.001-bigpicture_01_12.jpg
    ประมาณปี 2548 ช่วงนั้นกำลังจะทำบุญเลี้ยงพระประจำปีที่สำนักงาน จะว่าไปแล้วสำนักงานแห่งนี้ก็มีอะไรแปลกๆพอสมควร ทั้งๆที่ตั้งอยู่กลาง กรุงเทพฯ แหล่งที่มีความเจริญมากๆ มีรถไฟฟ้ามาตั้งสถานีให้ด้วย พวกรุ่นพี่ๆชวนให้มาอยู่ มาช่วยแชร์ค่าเช่าสำนักงาน ก่อนหน้านี้พี่ๆพวกนี้มีฐานะรายได้ดีงามมาก จนภายหลังยิ่งอยู่ยิ่งหายนะ จนในที่สุดก็ต้องย้ายออกไป ทำให้เราเป็นผู้ดูแล รวมไปถึงทำบุญเลี้ยงพระ จัดไหว้ตามเทศกาล
    ครั้งแรกเลยที่ต้องจัดโต๊ะไหว้เจ้าที่ ก็ไม่รู้ว่าจะจัดจะไหว้ตรงไหนยังไง อันนี้ก็เหมือนทุกที กราบพระแล้วก็ขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ หลวงปู่หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ท่านช่วยเหลือ ก็ไปเห็นเจ้าที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมที่ถ้าหันหน้าเข้าสำนักงานก็จะอยู่ทางซ้ายมือ ใส่ชุดเทวดา มีชฎา เครื่องประดับตกแต่งวับๆแวมๆ ข้างๆทางซ้ายมือของท่าน มีอสุรกายยืนรับใช้อยู่ตนนึง ไม่รู้ยิ้มหรือเปล่าแต่เหมือนจะสยะปาก น้ำลายยืดๆ ตัวเตี้ยๆ ล่ำๆ เสื้อไม่ใส่ นุ่งเหมือนผ้าเตี่ยวตัวเดียว ก็บอกท่านว่า ผมจะไหว้บวงสรวงท่านเจ้าที่ แต่ทีนี้ไม่รู้จะไหว้อะไรดี ท่านอยากให้ทำยังไงก็บอกมาได้เลยครับ
    ท่านก็ว่าให้จัดไหว้2ที่ อาหารมีอะไรก็ได้แล้วแต่จะจัดมา แต่ว่าห้ามไหว้หมู แล้วก็ห้ามไหว้เหล้า ถ้ามีดอกไม้ก็ให้เป็นสีเหลือง ขนมหวานก็ขอเป็นทองหยิบทองหยอดฝอยทอง ผลไม้อะไรก็ได้ ไอ้เราก็จัดไปตามนั้นแหละนะ ไม่รู้ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ว่าไงมาก็แบบนั้นไป
    ก่อนจะไหว้เจ้าที่ ตามธรรมเนียมผมเองนี่จะต้องไหว้พระรัตนตรัยก่อน ก็จุดธูปบูชาพระ ระหว่างที่กำลังไหว้พระอยู่ก็ได้ยินครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า เวลาบวงสรวงจะทำให้ฝนตก เพื่อให้รู้ว่าไอ้นี่มันก็ศิษย์มีครูอยู่บ้าง พวกเราก็รู้กันอยู่ว่าหน้าที่ทำฝนตก พระพรหมท่านจะทำ ถ้าลมพัด มีแสงแว๊บๆวับๆนี่เทวดาท่านจะทำ ส่วนครูบาอาจารย์ท่านยืนอยู่เฉยๆ ก็สว่างไสวด้วยบารมีท่านมากมายอยู่แล้ว ถึงเวลาลงไปไหว้ ก็เอาเลข 9.59 น. แดดกำลังดีเชียว เปิดเทปชุมนุมเทวดาของหลวงพ่อฤษีสิครับ สบายใจดีมาก ไม่ต้องอัญเชิญเอง แล้วก็เอาใจไปจับพระรูปพระโฉมองค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤษี ก็นึกว่า เวลาที่หลวงพ่อฤษีกล่าวคำชุมนุมเทวดา จะมีพรหมเทวดาองค์ใดที่เคยมา จะมากมายเพียงใด ขอให้ท่านได้มาในกาลนี้ เสมือนหนึ่งเมื่อครั้งหลวงพ่อฤษีท่านเคยอัญเชิญมา ง่ายดีนะครับ อาศัยมีอาจารย์ฉลาด ศิษย์โง่ๆมันก็พอเอาตัวรอดได้แหละนะ ใช้วิธีง่ายๆแบบนี้แหละครับ แต่ว่าอย่าไปมักง่ายก็แล้วกัน เพราะระหว่างบทสวดที่เปิดเทปหลวงพ่อนั้น เราก็ต้องทรงฌาณเต็มกำลังด้วย ไม่ใช่พูดคุยกัน เพ้อเจ้อ ฟุ้งซ่าน แบบนั้นมันใช้ไม่ได้น่ะครับ
    พอเสียงชุมนุมเทวดาของหลวงพ่อขึ้นมาปุ๊บ แดดเปรี้ยง ฝนตกลงมาทันที ตกมาไม่มาก ตกแบบปรอยๆ พอให้เปียกกันคนละนิดๆ แต่ว่าตกไม่หยุด จนกระทั่งบทชุมนุมเทวดาจบ ฝนก็หยุด ทีนี้ล่ะสิ ทั้งพนักงานและคนมาร่วมงานต่างพากันตกกะใจกันใหญ่ นึกว่าไอ้เจ้าพิธีมันแน่ บวงสรวงทีนึงนี่ฝนตกได้ ไอ้เราก็คิดว่าจะสวมรอยทำยืดซะหน่อย แต่ว่าข้อเท็จจริงคือหลวงพ่อและท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย ท่านสงเคราะห์ให้ ไม่ใช่ความดีหรือความสามารถของกระผมแต่อย่างใด จะยืดก็เลยยืดไม่ค่อยออก
    หลังจากไหว้เจ้าที่เสร็จ ก็จัดฮวงจุ้ยใหม่ วางกำลัง สี่ประสาน เสร็จแล้วก็มาหารือกันว่า เราจะทำบุญเลี้ยงพระ ช่วงปลายปีนี้ดีกว่า จะนิมนต์พระอาจารย์รูปไหนมาอย่างไร ระหว่างกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ ก็เหลือบไปเห็น ท่านผู้หนึ่ง ร่างกายใหญ่โต เป็นแก้วใสเปล่งประกายเจิดจ้ามาก ขนาดว่าสมาธิห่วยๆอย่างเรานี่ยังเห็นแสงสว่างสาดมาจ้าขนาดนั้น ลอยมาอยู่ทางซ้าย เหนือหัวขึ้นไปสักเมตรกว่าๆ จะถามว่าท่านเป็นใคร ก็เปล่าประโยชน์เพราะท่านไม่บอก แต่ว่าเดาเอาเองจากการแต่งกายและวรรณะแล้ว แบบนี้ก็ต้องอยู่ในชั้นพรหม เพราะกายเป็นแก้วใส เปล่งประกายสว่างไสวไปทั่ว แบบนี้เทวดาไม่มีแน่ แต่ว่าในใจเวลานั้นมีความรู้สึกว่า ท่านผู้นี้น่ากลัวมาก มีอำนาจมาก มีฤทธิ์มาก ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายตายโหงทีเดียว
    นั่งดูท่านสั่งการ เรียกผีสางคางแดงละแวกนั้นมาหมด บอกว่าพวกมึงฟัง ที่นี่จะทำบุญเลี้ยงพระ พวกมึงทั้งหมด จงมาโมทนาบุญกับมันด้วย มันจะทำบุญเลี้ยงพระ วันที่.... บอกหมดเสร็จสรรพ ไอ้เราเองยังไม่รู้จะเอาวันไหนเลย ตกลงเลยเอาตามวันที่ท่านว่ามา แบบงงๆ จะขัดจะแย้ง ก็รู้สึกเกรงใจ ด้วยว่าองค์นี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ แต่ท่านเป็นใคร ก็ผ่านไปอีก ครึ่งปี ถึงได้เจอ...
     
  12. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    ช่วงนี้อาจห่างหายเป็นครั้งคราวค่ะ เนื่องจากคุณSAMA ติดภาระกิจ อ่านตอนแรกของราชันทะเลใต้ไปพลางๆก่อนนะคะ
     
  13. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    ขอบคุณครับ ผมตามเช็คตอนใหม่ทุกวันเลยครับ
     
  14. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    ราชันย์ทะเลใต้ ตอนที่2 :


    ต่อมาไม่นานนักได้ไปเที่ยววัดแถวอยุธยา จึงได้รู้จักเทพที่เคยมาปรากฏกายที่ออฟฟิตว่าคือ องค์ชายจันทราภาณุ ราชันย์ทะเลใต้ พระโพธิสัตย์ ที่ขอได้ ทุกอย่าง ดลบันดาลให้เกิดผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ เวลานั้นยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเทพองค์นี้ ผมก็ได้รับคำท้าทายจากพระอาจารย์ผู้สร้างว่า ถ้าสมเด็จวัดระฆังองค์ละหลายสิบล้าน ขอแล้วไม่ได้อะไร สู้ขายเอาเงินมาใช้ดีกว่า แล้วถ้าบูชาเทพองค์นี้องค์ละ 10 บาท 100 บาท ถ้าขอไม่ได้ ไม่มีผลอะไร ก็ขว้างทิ้งไปซะ ไม่ต้องมานับถืออะไรก็ได้ ไอ้เรามันก็เป็นพวกชอบลอง ถ้า พอจ.ท่านท้าทายกันขนาดนี้ ก็ต้องไปเช่ามาบูชาก่อนครับ ที่สำคัญเวลา พอจ.ท่านพูดคุยนั้น ก็เห็นเทพองค์นี้มาลอยอยู่เหนือหัว เยื้องๆไปข้างหลังท่าน แบบนี้ก็น่าจะลองกันสักตั้งนึงนะ ว่าแล้วด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยม ข้าพเจ้าสู้สุดใจ เช่าองค์ละ10บาทมา10องค์ คือจะเช่าองค์เดียวก็ไม่ได้ เพราะห่อนึงมี10องค์

    เพื่อนผมสองคนแต่งงานกันไม่มีลูก เปิดบูทขายของอยู่เซนทรัล จากที่เคยมี 11 สาขา ตอนนี้เหลือสาขาเดียว จากที่เคยขายได้วันละ2หมื่น เหลือวันละ2000บาท ก็เลยไปเล่าให้ฟังแล้วให้ไปลองบูชาองค์นึง ผ่านไป2อาทิตย์ก็แวะไปเยี่ยมอีกครั้ง เพื่อนเล่าให้ฟังว่า บูชาอาทิตย์แรก ลูกค้าหายหมดเลย บางวันขายของไม่ได้ คิดว่าถ้าแกมาหาที่ร้านจะยกคืนให้ไปซะ แต่ว่าเมื่อสัก2-3วันก่อนผมจะไปหา เขาเล่าว่า ตอนกลางคืนกำลังจะนอน เหมือนมีใครมายืนข้างๆเตียง ก้มหัวชะโงกมาดู เพื่อนคนนี้กลัวมาก บอกว่าถ้าใช่ท่านแล้วขอให้ช่วยให้การค้าการขายมีรายได้ดีด้วย แล้วลูกจะหาของมาไหว้มาบูชา เพื่อนเล่าว่า มาถึงห้างตอนเที่ยง พอเปิดร้านเสร็จ คนจากไหนไม่รู้ แห่มาซื้อของที่ร้าน วันนั้นได้เงินหมื่นกว่าบาทเกือบสองหมื่น ดีใจมาก กลับมาจุดธูปไหว้ มีดอกไม้มาลัยบายศรีฯลฯ แล้วก็บนขอว่า พรุ่งนี้เช้าให้ขายของได้4หมื่นบาทจะซื้อเหล้ารีเจนซี่มาแก้บน

    เพื่อนมาเปิดร้านแต่เช้า จนเที่ยงแล้วห้างฯก็ยังเงียบมาก แทบไม่มีคนเดิน ร้านอื่นๆก็เงียบมาก ก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว พอตกบ่าย ไม่รู้ว่าคนมาจากไหน แห่มาซื้อของที่ร้านเพื่อน ซื้อทุกอย่าง ขายจนของหมดแผงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ส่วนร้านอื่นๆนั้นก็ยังเงียบเหมือนเดิม คนขายร้านอื่นๆก็มองกันตาเป็นมันว่า อ้ายอีร้านนี้มันเล่นของอะไรทำไมขายดีแต่ร้านมันร้านเดียว ตกเย็นปิดร้าน นับเงินได้ 39,980 บาท ขาดไป 20 บาท แต่ก็ต้องถือว่าได้ตามนั้น อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทีนี้ก็เลยเคารพนับถือบูชากันเป็นการใหญ่ เงินทองไหลมาเทมา บางคืนก็เหมือนท่านจะมาหาเพื่อนคนนี้ด้วย ผมฟังแล้วก็ยินดีกับเพื่อนไปด้วย ระหว่างที่นั่งคุยกับเพื่อนผู้ชาย เพื่อนผู้หญิงก็ขาย มีลูกน้อง2คน ลิ้นชักเครื่องคิดเงินเด้งเข้าเด้งออกไม่มีหยุด ขายดีอะไรจะขนาดนั้น?

    ผมก็ต้องลองขอบ้างสิครับ ขอเรื่องงาน...ก็ไม่ได้ ขอเรื่องเงิน...ก็ไม่ได้ ขอเรื่องโชคลาภ...ก็ไม่ได้ ผมใช้เวลาพิสูจน์อยู่ปีนึงเต็มๆ บูชาทุกอย่างตามที่ พอจ.ท่านจะแนะนำมา เวลาผมลองนี่ผมทำสุดๆนะครับ เพื่อไม่ให้มีใครมาว่าผมได้ว่า เพราะเอ็งบูชาไม่ครบ บูชาไม่จริง ผมพิสูจน์อะไรนี่ผมทำเต็มเหยียด ครบ 1 ปีปุ๊บ ผมก็บอกได้เลยว่า “ไม่ได้ผลครับ” คือสำหรับคนอื่นจะได้ผลมากมายอย่างไรนั้นมันก็เรื่องของคนอื่น แต่สำหรับผมแล้ว ไม่ได้ผลก็คือไม่ได้ผล ผมพิสูจน์แล้ว เมื่อไม่ได้ผล ผมก็เลิกบูชา อันนี้ถือว่าจบแล้วตามคำท้าทายของ พอจ. ในเมื่อไม่ได้ผลก็ทิ้งซะ บูชาพระรัตนตรัยดีกว่า ช่วยขจัดกิเลส ตัณหา อุปทาน ช่วยให้ใจสงบร่มเย็น แต่ว่าแทนที่จะทิ้งไปเฉย เวลานั้นกระแสกำลังแรง ราคาพุ่งไป 10-100 เท่า ผมก็ขายหมดเลยครับ เช่ามา 100 ขายไป 5000 บ้าง 10000 บ้าง ไปหมดเลยครับ ใครจะเอาพระเครื่องมาแลกผมก็แลกหมด เวลานั้นพระเครื่องราคาตกมาก ขายไม่ออก เราก็รับแลก เก็บเป็นพระเครื่องดีกว่า สบายใจดี หยิบมามองดูก็ยังเป็นสังฆานุสติกรรมฐาน ระลึกถึงคุณงามความดีท่านแล้วก็สบายใจ นึกถึงคำสอนท่านแล้วก็มีกำลังใจในการละชั่ว ทำแต่ความดี เป็นอันว่ากับเทพองค์นี้ ก็เลิกบูชากันไปครับ เลิกแล้วก็เลิกจริงๆ

    เย็นวันหยุด ลูกน้องโทรมา ละล่ำละลัก เล่าว่า ระหว่างกำลังรื้อพระมาดูเผลอเอารูปหล่อเทพมาวางกับพื้นใกล้ๆหลังเท้า แล้วเกิดอาการวูบไป เพื่อนๆและเมีย รวมถึงพ่อแม่มาเล่าให้ฟังว่า จู่ๆก็ลุกขึ้นไปนั่งที่หน้าบ้าน ตบโต๊ะดังมาก แล้วพูดเป็นภาษาใต้ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างเพราะเป็นคนภาคกลางกันหมด แก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะ ก็เกิดระเบิดขึ้นแตกกระจาย ทั้งที่ไม่มีใครไปสัมผัส สิ้นคำประกาศชื่อว่า กูคือองค์ชายจันทรภาณุ แก้วน้ำใบที่สองก็ระเบิดอีกครั้ง แล้วพูดว่า “กูเสียใจมาก กูรักมันมาก ไปตามมันมา กูมีเรื่องคุยกับมัน(แล้วก็เอ่ยชื่อข้าพเจ้าซะชัดเจนเชียว)” กำหนดนัดวันเวลา ให้ตามเราไปหา มีเรื่องต้องเคลียร์กัน

    ไปก็ไปสิ กลัวอะไร เอากล้องวีดีโอที่พึ่งซื้อใหม่ไปด้วย จะไปอัดทั้งภาพและเสียงเอาไว้ อยากรู้เหมือนกัน ของจริง หรือรวมหัวกันแหกตาข้าฯ ถ้าจริง ก็มีหลายเรื่องที่สงสัย อยากจะถามอยู่เหมือนกัน ถ้าเก๊ก็คิดว่าไปเที่ยวสนุกสนาน
     
  15. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    แปลกจริงๆ ทำไมบูชาแล้วไม่ได้ผล ต้องติดตามอ่านตอนต่อไป
     
  16. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    ราชันย์ทะเลใต้ ตอนที่ 3 :

    ไปถึงก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว ในลานดิน มีผูกผ้ายันต์ที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่โดยตาขุนโหร มาทำการเขียนยันต์ให้แขวนทั่วบริเวณ คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตาขุนโหรมาเข้าสิง แล้วเอาปลายดาบปักที่หน้าผาก เอาด้ามดาบยันพื้นเอาไว้ แล้วหลับตาเขียนผ้ายันต์ หลายสิบผืนเสร็จในเวลาอันสั้น พร้อมกับบอกว่า เวลา สามทุ่มเศษ ราชันย์ทะเลใต้จะมา....

    เมืองไทยกับข่าวลือนี่มันของคู่กัน พอมีข่าวแบบนี้ออกไป ชาวบ้านแห่กันมาทันที นับได้สัก 30-40 คน มานั่งรอกันเรียบร้อย พอสักสามทุ่มเศษๆ ก็เกิดลมพัดแรง อื้ออึง สักพักก็มีคนบอกว่าท่านมาแล้ว ผมก็รีบยกกล้องวีดีโอไปตั้งถ่ายเลยครับ นึกว่าท่านจะลอยให้ดูซะหน่อย เสียงตวาดมาว่า ห้ามถ่าย กล้องวีดีโอดับไปเฉยๆ ปิดแล้วเปิดใหม่ ก็ไม่ทำงาน ถอดแบตออก ใส่กลับเข้าไปใหม่ก็ไม่ทำงาน ทั้งๆที่แบตชาร์จมาเต็ม มีแบตสำรองมาด้วย ลองหมดแล้ว เครื่องอัดวีดีโอไม่ทำงาน ต้องถอยออกมาตั้งหลักใหม่ ลองปิดเปิดใหม่ ทีนี้ทำงาน เอากลับเข้าไปอีกรอบนึง ดับอีก... ถอยกลับมาห่างไป 30กว่าเมตร ทำงานได้ ทีนี้ตั้งซูมภาพ ส่วนเสียงก็ติดไมค์ดูดเสียงสิครับ สันดานคนอย่างผมนี่ทำอะไรแล้วต้องพยายามให้มันถึงที่สุดไปข้างนึงครับ จะมาครึ่งๆกลางๆแล้วมาว่าปาฏิหาริย์อย่างงั้นอย่างงี้ ผมไม่เอาด้วยนะครับ ผมถือว่าของจริงมันต้องพิสูจน์ได้ แล้วถ้าพิสูจน์ซ้ำๆได้ผลเหมือนเดิม แบบนี้ค่อยเชื่อได้ มันก็เลยจะดูเหมือนคนขวางโลกไปหน่อย คนเขาก็จะเบื่อขี้หน้า ผีก็เบื่อขี้หน้าคนอย่างผมเหมือนกัน เฮ้อ...ตั้งถ่ายทั้งซูมทั้งดูดเสียง ภาพก็เบลอ เสียงอู้อี้ ฟังไม่รู้เรื่อง ก็เลยช่างมันละกัน ตั้งถ่ายมันไว้งั้นแหละ แล้วก็เข้าไปนั่งรวมกลุ่มฟังชาวบ้านมาซักถาม เทพท่านนี้มาสิงร่างคนก็ตอบ เราก็นั่งฟัง

    ผู้ชายคนแรก ยกมือไหว้แล้วก็บอกว่า ผมไม่มีเงินครับ อยากจะขายปืน ขายไม่ออก ช่วยผมด้วยครับ เสียงเทพในร่างคนก็บอกว่า อีก2วันกูให้มึงได้ขาย กูรู้แล้ว ตอนนี้ปืนมึงเก็บไว้ที่หน้ารถใช่ไหม คนถามก็ยอมรับว่าใช่

    ผู้ชายอีกคนโดนชี้หน้า บอกว่ามึงตกงานมา2ปีกว่า มึงเหลือเงินอยู่20บาท ได้องค์ขาวของไอ้นี่(แล้วก็ชี้หน้ามาที่ผมนี่แหละ) มึงยกมือท่วมหัวขอให้ได้งาน อีก2วันต่อมามึงก็ได้งานทำ ตอนนี้มึงทำงานมาได้ 3 วันแล้วใช่ไหม ผู้ชายคนนี้ก็ยกมือไหว้ ยอมรับว่าจริง

    ชี้หน้าไปที่ผู้หญิงคนนึง บอกว่าลูกเอ๋ย มึงรักกู กูก็รักมึงนะ กูจะบอกมึงไว้ว่า อายุ 35 แล้วให้เลิกอาชีพนี้ซะ ลูกผู้หญิงเหมือนกัน มึงอย่าทำเลย มึงเอายันต์แม่ทัพไป...(อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ฟังแล้วก็งง) ผู้หญิงคนนี้รับคำ แล้วก็นั่งคอตกไปพักนึง

    ที่มานั่งที่นี่มี 4 คนที่ชะตาขาด ต้องตายใน3วันข้างหน้า กูต่ออายุให้แล้ว สักพักก็มีคนถามขึ้นว่า พวกผมจะถูกหวยไหมครับ เสียงเทพในร่างคนก็ตอบว่า ถูกหมดทุกคน ยกเว้นอีนี่ แล้วก็ชี้ไปที่หญิงอ้วนคนนึง แต่งตัวดีมาทีเดียว เห็นว่าเป็นเมียนายทหาร พอถูกชี้หน้าว่าเป็นคนเดียวที่ไม่ถูกหวย ก็เสียงแหลมขึ้นมาทันทีว่า “แน่ไม่จริงนี่นา ถ้าแน่จริงต้องทำให้ชั้นถูกหวยด้วยสิ” ผ่างๆๆๆ.... เสียงตบเข่าดังฉาดใหญ่ บอกว่าอีนี่มึงกล้าท้ากู ... ได้...กูจะให้มึงถูกหวย...หลังจากถูกแล้ว มึงจะต้องได้รับผลกรรมจากที่มาท้าทายกู ซึ่งต่อมาผลก็ปรากฏว่าทุกคนที่มาคืนนั้นถูกหวยกันหมดทุกคน ที่ไม่ถูกคือคนที่เป็นร่าง เพราะมันไม่รู้ และข้าพเจ้าที่ไม่เคยสนใจจะซื้อหวยเลย เจ๊รายที่ไปท้าทาย ก็ถูกหวยด้วย 3หมื่น แต่โดนเจ้ามือหักหนี้ไปเกือบหมด เหลือทอนคืนมาให้ 500 บาท แล้วชีวิตก็บัดซบลง หายสาบสูญไปจากสารบบ....

    ตีสาม ทุกคนกลับกันหมดแล้ว ได้เวลาเคลียร์กับโจทย์รายใหญ่ “กูมาครั้งนี้ มาแค่ครั้งเดียว มาเพื่อจะคุยกับมึงให้เข้าใจ กูรักมึงมาก คนอื่นเรียกกูองค์พ่อ แต่มึงเรียกกูองค์พี่ มึงเรียกถูกแล้วไอ้น้อง กูเสียใจมาก มึงขอสร้างกู กูก็ให้มึงสร้าง กูไม่เคยขออะไรมึงเลย มีแต่มึงขอกู มึงขอแล้วก็กำหนดวันด้วยว่าต้องได้ภายในวันนั้นวันนี้ ถ้าไม่ได้มึงจะเลิกเคารพนับถือกู
     
  17. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    รออ่านต่อครับ
     
  18. กบ0007

    กบ0007 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    48
    ค่าพลัง:
    +69
    รออ่านคะ สนุกมากเลยคะ
     
  19. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
    ราชันย์ทะเลใต้ ตอนที่4:

    46212.jpg

    จะว่าไปตอนที่ผมสร้างเพื่อบรรจุกรุนั้น ระหว่างรอฤกษ์เทวาภิเษกและพุทธาภิเษก ผมก็ตั้งไว้หน้าหิ้งพระ ทุกวันหลังสวดมนต์ไหว้พระเสร็จ เวลาทำสมาธิ ก็จะไปหาท่านขอให้มาประสิทธิประสาทกำลังบารมีให้กับวัตถุมงคลที่ผมสร้างขึ้น ให้ผู้ที่ได้รับไปนั้นประสบความสำเร็จความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยในทุกที่ทุกสถาน ในสมาธิก็เห็นท่านมา แผ่รังสีลงมาปกคลุมวัตถุมงคลจนสว่างแวววับหลากสีสัน ระหว่างนั้นก็ไปดูบุพกรรมที่เคยร่วมกันมา ก็เห็นว่าในสมัยหนึ่งเคยเกิดเป็นพี่น้องกัน ท่านเป็นพี่ชาย ผมเป็นน้องชาย ต่างก็เคารพรักใคร่กันดี มีการฝึกวิชาต่างๆด้วยกันมา เรื่องนี้รู้ไว้ในใจเฉยๆก็ไม่ได้เคยไปเล่าอะไรให้ใครฟัง

    สลับวันกันก็จะขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นประธาน หลวงปู่หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลายได้แผ่บารมีสงเคราะห์ให้ผู้ที่ได้รับวัตถุมงคลนี้ไปแล้ว มีจิตใจอันสงบร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ใครมีทุกข์ก็ขอให้ได้พ้นทุกข์ ใครมีสุขก็ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป เวลานั้นก็จะเห็นองค์สมเด็จฯเสด็จมา หลวงปู่ทวด หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤษี พรหมเทวดา มากันมากมาย เห็นเป็นละอองสีรุ้งโปรยปรายลงมายังวัตถุมงคลจนสว่างไสวไปทั่วทั้งห้องพระ ส่วนตัวเราเองก็ทรงกำลังสมาธิเอาไว้เฉยๆ เพราะไม่มีบุญญาบารมี ไม่มีปัญญา ไม่มีฤทธิ์อภิญญาอะไรเลย อีนี่กระจอกมากจริงๆ ได้แต่ขอพึ่งบารมีพระท่านสงเคราะห์ ครูบาอาจารย์ท่านมาสงเคราะห์ อาจจะมีดีอยู่สักอย่างนึงก็คือ เจตนาดี ทำเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ด้านนึงของวัตถุมงคลเป็นรูปองค์เทพ อีกด้านหนึ่งเป็นรูปสมเด็จองค์ปฐม โดยถือเอารูปพระพุทธชินราชย์เป็นองค์แทน ก็ทำแบบนี้ไปสลับไปคืนนึงขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ คืนนึงก็ขอบารมีเทพ

    การเคารพบูชาพระรัตนตรัยนั้น นับเอาศีลเป็นตัวตั้ง เป็นข้อถือสา ถ้าไม่มีศีลเสียแล้ว การทำสมาธิก็ทรงตัวไม่ได้ การทำทานก็ไม่เกิดผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับเอาอาหารอันโอชะไปใส่ไว้ในภาชนะอันโสโครก ดังนั้นการเคารพนับถือพระรัตนตรัย ไม่ใช่ทำกันแต่ปาก ต้องรักษาศีล ฆราวาสอย่างน้อยมีศีล๕ จะให้ดีก็มีกรรมบถ10เพิ่มเข้าไปด้วย แต่ว่าการนับถือเทพนั้น จะยึดถือเอาสัจจะเป็นสำคัญ ถ้ารับปากแล้วต้องทำตามนั้น ถ้าสั่งให้ยึดถือข้อสัจจะใดๆแล้ว ก็ต้องยึดถือตามนั้นไป ไม่ให้มีข้อแม้ ผิดศีลได้ แต่ห้ามผิดสัจจะ

    การบูชาพระรัตนตรัยแล้วไปขอให้ รวย มีลาภ มียศ มีตำแหน่งใหญ่โต ก็คงจะมีเฉพาะคนโง่เท่านั้นที่ทำเช่นนี้ เพราะองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระอริยสาวกนั้นทรงสละแล้วซึ่ง กิเสล ตัณหา อุปทาน หมดความยินดี ยินร้าย ในโลกธรรม 8 ท่านทรงสอนให้พวกเรารู้จัก ลด ละ เบื่อหน่าย คลายกำหนัด ออกจากกาม แล้วจะไปขอพระรัตนตรัยให้ ช่วยเพิ่มพูนลาภ ยศ กิเลส ตัณหา พระท่านจะส่งเสริมได้อย่างไรเล่า มันสวนทางกับคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ว่าเทพ หรือว่าพวกฤษีนี่ไม่เหมือนกัน ท่านเหล่านี้ยังมีกิเลส มีตัณหา มีพวกข้า พวกเอ็ง ดังนั้นถ้าพวกข้า ขอให้ช่วย ขอให้รวย ขอให้สำเร็จ เทพก็ดี ฤษีก็ตาม ท่านจะช่วยได้แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเหมือนกันนะ เพราะในโลกของกิเลส มันไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ มันก็ต้องมีของแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า แต่ในโลกของพระธรรมนั้น มีแต่ละ ไม่ต้องการสิ่งใดๆ มีแต่จะสลัดทิ้งออกไป แล้วจะเอาสิ่งตอบแทนมาเพื่ออะไรกัน

    ก็เลยแปลกใจนิดหน่อยกับสิ่งที่เราทำเรารู้อยู่คนเดียว แต่ว่าเทพในร่างคนกลับรู้ได้ทุกอย่างทั้งหมด พูดดักหน้าเอาไว้หมดเลยเหมือนกัน เหมือนๆกับที่ทักคนอื่นๆก่อนหน้านี้ทุกคน จากนั้นก็บอกต่อว่า กูช่วยได้หมดทุกคน ใครขอให้กูช่วยถ้ารักกูเคารพกู กูช่วยหมด จะดีจะเลวกูก็ช่วย ยกเว้นมึงคนเดียวที่กูช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้ามึงไม่เชื่อจะให้กูกราบมึงตรงนี้ก็ได้ แต่เฉพาะมึง ที่กูช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่ากูจะไม่ช่วย แต่ว่าถ้ามึงลาพุทธภูมิล่ะก็ กูช่วยมึงได้ แต่มึงมาไกลแล้ว มึงก็รู้ดีทุกอย่าง มีเรื่องอะไรจะถาม...ถามมา...
     
  20. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +29
    รอติดตามอย่างใจจดใจจ่อครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...