นิทานขี้โม้ by SAMA

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย วงกรตน้ำ, 5 สิงหาคม 2017.

  1. nan_nori

    nan_nori สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +14
    รอต่อไปเห็นชื่อนิทานขี้โม้ ดูน่าอ่านสุดๆ:p;)
     
  2. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    ตอนใหม่รอนานจังคับ แต่ก็จะรอ
     
  3. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
    ช่วงนี้คุณSAMA ไม่ค่อยมีเวลาติดภาระกิจทั้งงานราชงานหลวง อ่านลิ้งค์ต่างๆ ของคุณ SAMA ไปพลางๆก่อนได้นะคะ ถ้ามีการupdate จะรีบนำมาลงให้ได้อ่านกันค่ะ



    https://palungjit.org/threads/หลงทาง-หลงธรรม-by-sama.618251/
     
  4. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
    มาแร้วค่ะ ...^_^ ได้ตามคำขอ

    คุณSAMA อัพตอน 5 มาแล้ว ท่านที่ติดตามสามารถเข้าอ่าน ได้ตามลิ้งค์ที่แปะมาให้นี้เลยจ้า.. จะได้เข้าถึงบล๊อคต้นฉบับได้เลย ^_^

    http://raming2555.blogspot.com/?m=1
     
  5. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบคุณมากครับ
     
  6. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    ราชันย์ทะเลใต้ตอน 6 กับตอน 7 มาเแล้วนะครับ ตามอ่านได้ที่บล๊อกต้นฉบับได้เลยครับ
     
  7. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
  8. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบคุณครับ
     
  9. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
    ผีหมาผีแมวผีมดผียุง :

    คนตายกลายเป็นผี แล้วหมาตาย แมวตาย มดตาย ยุงตาย นกหนูงูกระต่าย ตายแล้วเป็นผีด้วยหรือเปล่า ทำไมเราไม่เคยถูกผีนก ผียุง ผีไส้เดือน หลอกเอาบ้างเลย น่าสงสัยยิ่งนัก เวลาทำสมาธิไปก็เที่ยวไปดูเหมือนกันนะว่า มีผีหมา ผีแมว ผียุง ผีนก หรือเปล่า ก็มีเรื่องบางครั้งบางคราวที่เอามาเล่ากันพอเป็นนิทานขี้โม้ครับ สมัยก่อนตอนหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านเล่าว่าวันสารทจีน มีเป็ดไก่ เป็นแสนๆตัว ไปรอฟ้องอยู่ที่สำนักพระยายมราช พวกเราก็ตามไปดูครับ ไปที่สำนักพระยายมราชก็ไปกราบสวัสดีลุงพุฒิก่อน มองไปก็เห็นเป็ดตัวขาวๆ ไก่ทั้งขาว น้ำตาล ดำ กำลังตั้งท่าโวยวายเป็นการใหญ่ เอาเรื่องมาก บอกว่าถูกฆ่าตาย ด้วยคนใจโหด ใจร้าย มันฆ่าพวกเรา เราไม่ยอม เวลาพูดมันพูดกันเป็นภาษาคน แต่ว่าตัวเป็นเป็ด เป็นไก่ เป็นหมู โทษปาณาติบาต ย่อมเกิดแก่ผู้ฆ่า และก็เกิดกับเจ้าของบริษัทฯที่สั่งฆ่า แม้ว่าจะเป็นธุรกิจก็เป็นธุรกิจบาป บั้นปลายท้ายสุดยังไงก็หนีไม่พ้น หมดผลบุญเมื่อไหร่ สยองแน่นอน ดูท่าพวกนี้ไม่ยอมกันง่ายๆ
    สมัยนึงที่ผมนั่งรถไปกับนักการเมืองท้องถิ่น เขาอาสาเป็นคนขับ เวลากลางคืนก็ดึกแล้ว ถนนมืดๆจู่ๆก็มีเป็ดตัวสีขาว ยืนอยู่กลางถนน เบรคไม่ทันเสียแล้ว เสียงชนดังควับผ่านไปอย่างรวดเร็ว คนขับก็เสียใจว่าฆ่าสัตว์เสียแล้ว ผมก็บอกว่าเจตนาฆ่าไม่มี มันเป็นกรรมของสัตว์เอง คงตกจากรถที่จะส่งไปโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องตายอยู่ดี เวลานั้นก็มองไปดูที่เป็ดตัวดังกล่าว ว่าเวลานี้ผีเป็ดตัวนี้จะเป็นยังไง มองไปไม่เห็นผีเป็ด แต่เห็นเป็นผู้ชายคนนึงยืนทำท่างงๆอยู่ นุ่งกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว ซากเป็ดยังอยู่ที่พื้นถนนแต่ว่าอาทิสมานย์กายของเป็ดกลายเป็นคนผู้ชาย ทำให้รู้มาว่า ร่างกายเนื้อถึงจะเป็นสัตว์ใดๆก็ตามแต่ว่าอาทิสมานย์กายเป็นรูปร่างคล้ายคน จะมด ยุง นก หนู งู กระต่าย แมลงสาป ตายไปแล้วอาทิสมานย์กายก็เป็นคน สัตว์หลายๆชนิดฟังภาษาคนรู้เรื่อง บางตัวยังมีความเป็นคนมากกว่า หลายๆคนที่ร่างกายเป็นคนเสียอีก
    ถ้างั้นแล้ว ไก่ เป็ด หมู ที่ผมไปเจอที่สำนักพระยายมราช แบบนี้มันก็ขัดแย้งกันสิครับ ว่าแล้วก็ต้องไปกราบเรียนถามลุงพุฒิ เวลาไปเจอหน้าลุงพุฒินี่ยังไม่ทันต้องถาม ท่านจะรู้ก่อนแล้วว่า ไอ้นี่ลงมาหาสงสัยเรื่องอะไร ท่านบอกว่า อาทิสมานย์กายของเป็ด ไก่ หมู มันก็เป็นเหมือนคนนี่เอง แต่ที่เห็นเป็นเป็ด ไก่ หมู ตอนที่เขามาฟ้องที่สำนักพระยายม เขาต้องการแสดงว่า ภพก่อนหน้าเขาเป็นอะไรมาก่อน เพราะถ้าแสดงตัวเป็นคนทั้งหมด ก็ไม่รู้กันว่าเป็น ไก่ หรือ เป็ด หรือหมู มันก็กลายเป็นว่าคนถูกฆ่าน่ะสิ ฟังแบบนี้แล้วผมก็พอจะเข้าใจ เวลาฟังคำอธิบายจากท่านผู้มีพระคุณเหล่านี้นั้น ท่านไม่ได้มานั่งอธิบายทีละประโยค ทีละวลี แต่เวลาท่านตอบคือคำตอบมันพร่างพรูปรากฎขึ้นที่ใจของเราเองได้ทั้งหมด. คุยกันไม่ยาก ฟังก็เข้าใจง่ายกว่าภาษาคนเยอะ
    ว่าแล้วก็ขอวกกลับมาเรื่องที่น่าสงสัยของผีหมาอยู่อีกเรื่องนึง มันก็แปลกๆดี เป็นเรื่องราวของทางใต้ ของคนที่ใช้วิชาอาคม ใช้หมาดำตัวใหญ่ไปทำร้าย คล้ายๆพวกวัวธนู ควายธนู แต่อันนี้เขาใช้หมา เป็นหมาดำตัวใหญ่ ตาแดงก่ำ ตัวใหญ่ขนาดม้าหนุ่มๆ ใช้วิ่งตัดหน้าเพื่อให้รถเกิดอุบัติเหตุบ้าง พุ่งกระโจนใส่รถยนต์ที่วิ่งไปในเวลากลางคืนบ้าง พวกนี้เหมือนเป็นหมาผีแต่ว่าไม่ได้มีวิญญาณเหมือนอย่างอาทิสมานย์กายทั่วไป เหมือนจะเกิดขึ้นจากการใช้อาคมสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทำร้ายกันมากกว่า ก็เลยไม่ได้จัดเอาไว้ในผีหมา
    ส่วนพวกผีหมา ผีแมว ผีไก่ ผีเป็ด ผียุง ผีนก พอมันตายแล้วจะไปไหนบ้าง โดยมากก็จะกลับไปเกิดในภพภูมิเดิมของมันนี่เอง เพราะความติดอกติดใจในภาพภพของตน ตายจากเป็ดก็ไปเกิดเป็นเป็ด ตายซ้ำตายซ้อนไปจนกว่าจะหมดผลกรรม เมื่อหมดกรรม ผลบุญเข้าตามสนองก็จะไปเกิดเป็นคนบ้าง เป็นเทวดาบ้าง โอกาสจะกลับไปตกนรกอีกก็จะน้อยมาก เพราะสัตว์เดรัจฉานพวกนี้ผ่านภพนรก เปรต อสุรกาย มาแล้ว เหลือเศษของกรรม ก็มาเป็นสัตว์จะกี่ชาติก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วพอต้องมาเกิด ก็ไล่ลำดับจากคนชั้นต่ำบ้าง หรือต้องตายในท้องแม่บ้าง เกิดมาไม่นานก็เสียชีวิตบ้าง เป็นกรรมตามที่เคยทำปาณาติบาตเอาไว้
     
  10. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
  11. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    สาธุครับ
     
  12. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
    ตอนกอร์ลัม และ ยาอายุยืน 1-2 พลาดอ่านถือว่า พลาดอย่างแรงค่ะ


    http://raming2555.blogspot.com/?m=1
     
  13. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    สนุกและได้สาระดี รออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ
     
  14. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
    อายุยืน เป็นอมตะ ตอนที่3 :

    นิทานขี้โม้นี่ก็โม้กันกระจัดกระจายทีเดียวเชียวนะครับ ท่านผู้อ่านก็อย่าได้ถือเอาเป็นจริงเป็นจัง เพราะผู้เล่าเป็นคนบ้าๆบอๆ เฮฮา สนุกสนาน จะเล่าลงยูทูปก็อายเสียงตัวเอง เท่าที่พิมพ์เอาไว้แบบนี้ เวลามาอ่านเองยังขำตัวเองอยู่เลยครับ แต่ก็จะบอกท่านทั้งหลายว่า การเจริญอิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้มีอายุยืนได้นั้น ข้อที่ ๑ ฉันทะ คือความพอใจในด้านอายุยืน ท่านจะเห็นว่า ผมนี่ก็ได้เริ่มต้นฉันทะ เอาไว้แล้วเหมือนกัน
    พี่ท่านหนึ่งเอาประสบการณ์ประหลาดมาเล่าให้ฟัง บอกว่าไม่ได้นอนหลับมา ๕ ปี ขนาดว่าโหนรถเมล์มาทำงานยืนหลับบนรถเมล์ก็ยังทำไม่ได้ เวลานอนหลับตอนกลางคืน ตามันไม่ยอมหลับ พอฝืนหลับตา ก็จะมีคล้ายๆแส้ มาฟาดใส่ที่ลำตัว สะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน นอนตัวงอ บางวันยืนรดน้ำต้นไม้จะหลับก็มีแส้มาฟาดใส่ ถึงกับทรุดลงไปนั่งงอตัวอยู่กับพื้นพักใหญ่ๆ แส้ที่ว่านี้ไม่เหมือนแส้ทั่วไป เป็นลำแสงสว่าง ตวัดสะบัดได้ ถ้าฟาดลงที่ลำตัว จะเจ็บมาก หากจะว่าเป็นอุปาทานหรือเป็นอาการทางจิต(เป็นบ้าหรือเปล่า) ก็ปรากฏว่าพอถอดเสื้อออกดูมันเป็นรอยแดงแบบโดนฟาดด้วยแส้จริงๆ
    การนอนไม่หลับนับเดือนนับปีนี่มันทรมานมากจริงๆ กลางคืนทั้งคืนไม่รู้จะทำอะไรก็เลยเอาพระไตรปิฏกขึ้นมาอ่าน อ่านไปอ่านมา ก็นั่งเข้าสมาธิไปด้วย เพราะอ่านไปก็ไม่หลับอยู่ดี พอนั่งเข้าสมาธิไปก็เห็นพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง มีรูปร่างสมสัดส่วน สวยงาม สง่า มีแสงสีทองเปล่งออกมาจากจีวร น่าเคารพเลื่อมใสมาก มาแนะนำในการฝึกสมาธิให้กับพี่ท่านนี้ พระภิกษุสงฆ์รูปนี้จะชื่ออะไรก็ไม่ทราบได้ กราบเรียนถามแล้วท่านก็ไม่ตอบ จึงได้เรียกท่านว่า “พระทองคำ” ตลอดระยะเวลา๕ปีที่ได้พบเห็นพระทองคำในนิมิต ได้รับคำแนะนำต่างๆหลายประการ แต่พี่ท่านไม่เล่าให้ผมฟังว่ามีอะไรบ้าง มาเล่าเรื่องต่อจากนั้นคือระหว่างที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ลำพังคนเดียว ก็มีความรู้สึกว่า มีก้อนเล็กอุ่นๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วดำ อยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังตรงแถวก้นกบ รู้สึกว่าเต้นตุ๊บๆอยู่ตรงนั้น เหมือนจะเคลื่อนที่ได้ พี่ท่านนี้นึกสนุกขึ้นมาจึงลอบเคลื่อนขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ก็ปรากฏว่าเคลื่อนขึ้นมาตามกระดูกสันหลังได้ด้วย จนมาถึงกลางหลัง ก็เกิดติดขัด เคลื่อนที่ต่อไม่ได้ จึงได้พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ แล้วในที่สุดก้อนอุ่นๆนี้ก็ผ่านจุดที่กลางหลังไปได้ เคลื่อนที่เรื่อยไปจนมาติดที่ท้ายทอย ก็ทำวิธีเดิมอีกนั่นแหละ แต่ทีนี้ดันยังไงก็ไม่ยอมผ่าน ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นการดึง ด้านนึงดันด้านนึงดึงก็ผ่านไปได้ ผ่านหลังหัว อ้อมมาที่จมูก ผ่านเพดานปาก มาที่ปลายลิ้น ตอนนี้คือลิ้นต้องดันเพดานปากเอาไว้ ผ่านลำคอ ลงมาที่กลางอก ผ่านท้องน้อย ผ่านหัวเหน่า เรื่อยไปจนผ่านฝีเย็บ มาบรรจบกลับที่จุดปลายกระดูกก้นกบอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน
    ฝึกลมหายใจ คนปกติเวลาหายใจเข้าท้องจะพองออก หายใจออกท้องจะยุบลง เป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเริ่มสังเกตจะเห็นว่า ปอดจะยุบเวลาหายใจเข้าในขณะที่ท้องพองออก ซึ่งเรื่องแบบนี้คนโบราณรู้กันมาก่อนนานแล้ว นิยายกำลังภายในเรื่องมังกรหยก ตอนที่จิวแป๊ะทง ติดอยู่ที่เกาะดอกท้อ ได้เจอก๊วยเจ๋งที่พกคัมภีร์เก้าอิมติดตัวมาด้วย เฒ่าทารกจิวแปะทงอ่านคัมภีร์เก้าอิมแล้วสอนให้ก๊วยเจ๋งฝึกตาม เริ่มต้นให้โคจรลมปราณย้อนกลับ ตอนนั้นคนเขียนบอกว่าจิวแป๊ะทงหายใจเข้ารูปจมูกข้างนึงหายใจออกใช้รูจมูกอีกข้างหนึ่ง ส่วนอาวเอี๊ยงฮงฝึกวิชาพลังคางคก โคจรลมปราณย้อนกลับก็เอาหัวอยู่ล่างเอาเท้าอยู่บนกลับตาลปัตรกัน แต่สูดลมหายใจเข้าทางจมูกหายใจออกทางปาก เลียนแบบท่าร้องของคางคก พี่ท่านนี้บอกว่าการโคจรลมปราณย้อนกลับไม่ใช่แบบนั้นครับ วิธีการโคจรย้อนกลับ คือการสูดลมหายใจเข้าให้ปอดพองออก หายใจเข้าทางจมูก แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปากปอดก็ยุบตามลงไป บางครั้งจะมีเสียงตอนสูดลมหายใจเข้า คนจีนจะออกเสียงว่า “เฮิง” หายใจออกทางปากจะออกเสียงว่า “ฮา” หรือคนไทยจะออกเสียงว่า ฮ่าแบบอาการถอนหายใจ การสูดปราณเป็นการสูดพลังเข้าสู่ร่างกาย ปราณไม่ใช่อากาศ แต่ก็ปะปนอยู่ในอากาศ ปราณมีมากในเวลาเช้ามืด ตามชายทุ่ง ชายป่า ชายทะเล ที่เราๆทั้งหลายเรียกว่า ไปสูดโอโซนกัน แต่ปราณก็ไม่ใช่โอโซนนะครับ โอโซนประกอบด้วยออกซิเจน 3 โมเลกุล เป็นไอโซโทปของออกซิเจน ที่ไม่มีความเสถียร อยู่ในอากาศได้ไม่เกิน 30 วินาทีก็สลายไปหมดแล้ว เรานิยมใช้โอโซนในการอบเพื่อฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นจะว่าไปแล้วโอโซนนั้นจัดว่ามีความเป็นพิษด้วยนะครับ ถ้าอยู่ในเมืองอยากสูดโอโซนบ้าง ก็ลองสังเกตดูครับ บริเวณที่มีสายไฟฟ้าแรงสูง กลางคืนจะได้ยินเสียง หึ่งๆๆๆ และมีประกายสีม่วงอ่อนๆบริเวณรอยต่อระหว่างสายไฟแรงสูงกับอุปกรณ์แรงสูง พวกหม้อแปลงไฟฟ้า เราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า โคโรน่า เสียงที่หึ่งๆนี้ เรียกว่า ฮีสซิ่ง เป็นเสียงเหมือนเสียงฮัมของผึ้ง สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อาจารย์ก็เล่ามาประมาณนี้ครับ ท่านที่ไปยืนสูดอยู่ใต้สายไฟฟ้าแรงสูงแบบนี้ จะได้กลิ่นคาวๆหน่อยๆ นั่นคือกลิ่นของโอโซนนั่นเองครับ
    ฉันทะคือความพอใจในสิ่งที่จะทำ วิริยะคือความพากเพียรมุมานะพยายามในการทำสิ่งที่หวังที่ตั้งใจเอาไว้ นั่นคือการฝึกเพื่อค้นหาชีวิตที่ยืนยาว นัดแลกเปลี่ยนวิชากัน เหมือนกับหนังจีนสมัยก่อนทีเดียวเชียวนะแก พี่ท่านนี้ให้ผมนั่งขัดสมาธิอยู่กับเบาะรองนั่ง แล้วบอกให้สูดลมหายใจเข้าจนสุด ดึงเอาพลังปราณจากภายนอกรวมลงสู่ปลายกระดูกสันหลังบริเวณก้นกบ กลั้นลมหายใจเอาไว้สักพัก แล้วค่อยผ่อนออกมาช้าๆ เอาสมาธิไปจดจ่ออยู่ที่ตรงปลายกระดูกก้นกบ เอาพลังรวมไปไว้ที่จุดนั้นเพียงจุดเดียว จนเกิดความรู้สึกอุ่นๆเป็นเหมือนก้อนพลังงานเล็กๆเกิดขึ้น นั่งทำไปสักสิบกว่าครั้งก็เริ่มรู้สึกว่ามีพลังงานอุ่นๆเกิดขึ้นที่ปลายกระดูกก้นกบจริงๆด้วยอ่ะ พี่ท่านก็บอกให้ลองเคลื่อนก้อนอุ่นๆนี้ขึ้นมาตามไขกระดูกสันหลัง ผมลองทำตามมันก็เคลื่อนที่ได้จริงๆ โดยการเอาจิตไปจับไว้ที่ก้อนอุ่นๆนี่แล้วกำหนดจิตให้มันเคลื่อนที่ผ่านขึ้นมาอย่างช้าๆ สักพักก็มาสะดุดติดอยู่ที่จุดๆหนึ่ง ต่ำกว่ากลางหลังลงมาสักคืบหนึ่ง พี่ท่านนี้เดินอ้อมเข้ามาทางด้านหลังแล้วเอานิ้วชี้จิ้มบอกว่า จุดนี้ใช่ไหม มันก็ใช่จริงๆด้วยนิ แสดงว่าเราไม่ได้บ้าคนเดียวแล้ว พี่ท่านนี้ก็บอกว่าคุณฝึกกสิณมา ลองใช้กสิณดันให้ทะลุจุดชีพจรตรงนี้ดูสิ เร็วกว่าความคิดคือกสิณแสงสว่างที่จับขึ้นมาเข้าฌาน๔ ดันทะลุออกไปทันที แล้วก็มาติดที่กลางหลังต่อ ทีนี้ดันยังไงก็ดันไม่ไป เหงื่อเริ่มซึมๆ ลองดึงด้วยดันไปด้วย กว่าจะผ่านก็ได้เหงื่อมาหน่อยๆ แล้วก็ดันผ่านจุดชีพจรต่างๆตลอดรายทางไปจนบรรจบมาครบรอบที่กระดูกก้นกบอีกครั้งหนึ่ง พอทำได้จบครบแบบนี้แล้วก็เปลี่ยนกันบ้าง เป็นผมแนะนำวิธีการเจริญสติ ในหมวดมหาสติปัฏฐาน๔ ให้คนที่ไม่เคยอ่านพระไตรปิฎกมาสอนคนที่อ่านพระไตรปิฎกจบแล้วเนี่ยนะ ท่านสงสัยว่าผมอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างไรก็หาอ่านได้ในกระทู้หลงทางหลงธรรม ที่บันทึกประสบการณ์ความเห็นในการเจริญสติเอาไว้ทั้ง๔ตอนครับ
    http://samathan999.blogspot.com/2018/04/blog-post.html?m=1
    http://samathan999.blogspot.com/2018/04/blog-post_24.html?m=1
    หลังจากได้ทดลองฝึกวิชาพลังภายในการโคจรลมปราณมาแล้วก็ลองฝึกลองใช้อยู่เรื่อยๆ ขับรถเดินทางไกลจากที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก็กลายเป็นว่าระหว่างขับรถสูดปราณไปด้วย ทำสมาธิเจริญสติไปด้วยพร้อมๆกัน ผลก็คือร่างกายสดชื่นแจ่มใสไม่อ่อนเพลีย มันน่าทึ่งจริงๆเชียว เวลาขับรถทางไกลตอนกลางคืนกว่าจะไปถึงที่หมายก็เช้ามืด ผมก็ออกมายืนสูดปราณกับบรรยากาศสดชื่นของชนบท ทำสมาธิ เจริญสติ สัมปชัญญะ ไปด้วยพร้อมๆกัน ก็พบว่า นอกจากปราณจะไหลเข้าทางการสูดลมหายใจแล้ว ผมยังสามารถดึงดูดปราณผ่านเข้ามาทางผิวหนังได้ทั่วทั้งร่างกาย ทำให้อดนึกถึงชอลิ้วเฮียง ที่หายใจทางจมูกไม่ได้ก็เปลี่ยนมาหายใจทางผิวหนัง แบบนั้นมันก็นิยายไปหน่อยนะครับ คนอ่ะนะไม่ใช่คางคก กบ เขียด จะได้หายใจทางผิวหนังได้ ย้อนกลับมาถึงพี่ท่านนี้อีกครั้ง ผมมาเล่าให้ฟังว่าปราณสามารถดูดผ่านทางผิวหนังได้ด้วยนะ แกก็ยืนยันว่าทำได้จริงๆ แต่ว่าคนที่จะทำแบบนั้นได้ต้องทรงฌาน๔และทรงสติสัมปชัญญะได้ดีแล้วจึงจะสามารถทำได้ และนั่นเป็นสาเหตุที่พี่ท่านนี้ต้องการให้ผมสอนเรื่องการเจริญสตินั่นเอง ประสบการณ์การฝึกพลังปราณของพี่ท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวมาเล่าต่อครับ
     
  15. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    รอตอนต่อไปอยู่นะครับ
     
  16. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
  17. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    รอตอนต่อไปอยู่นะครับ ่ขอบคุณครับ
     
  18. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,815
  19. anurut459

    anurut459 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +17
    อ่านแล้วมีประโยชน์มากจริงๆครับ โดยเฉพาะเรื่องฆ่าตัวตาย รบกวนคุณวงกรดน้ำนำเรื่องราวดีๆ มาลงให้อ่านกันอีกนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...