นิทานธรรมะ ตำนานกำเนิดสมบัติพระจักรพรรดิ

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย เพชรฉลูกัน, 12 กุมภาพันธ์ 2011.

  1. เพชรฉลูกัน

    เพชรฉลูกัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    18,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +23,186
    สิ่งแรกที่นักปกครองทุกท่านต้องเข้าใจก่อนคือ “ครองใจคนก่อนจึงจะครองแผ่นดินได้” ดังนั้น จึงมีนักปกครองมากมายที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ใจคนทั่วหล้า” ก่อนที่จะได้อำนาจครองทั้งแผ่นดิน ทว่า สิ่งนี้ล้วน ผิด ทั้งสิ้น กล่าวคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนทุกคนรักเรา, เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้มีคนมาเกลียดหรือต่อว่าเรา ดังนั้น คำว่าครองใจคน จึงไม่ได้หมายความว่า ต้องครองใจคนทุกคนก็หาไม่ แต่คือ การยอมรับและเข้าใจธรรมชาติความจริงว่าคนทั่วหล้าย่อมต้องมีคนที่รักและเกลียดเรา แต่เราต้องเลือกเฟ้นออกมาให้ได้ว่าคนประเภทไหนที่ควรจะต้องทำให้เขาซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเรา และคนประเภทไหนที่เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลยก็ได้ เพราะถ้าใส่ใจไปหมดทุกคน, ทุกคำพูดของคน ก็คงเป็นผู้ปกครองคนทั่วหล้าที่มีคนอยู่ร่วมกันมากมาย ไม่ได้ ดังนั้น คำว่า “ครองใจคนก่อน จึงครองแผ่นดินได้” จึงไม่ได้หมายความว่าให้ครองใจคนทุกคนทั้งแผ่นดิน (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) แต่หมายถึง ครองใจคนบางคนที่มีความสำคัญ (Key men) ในตำนานสมบัติพระเจ้าจักรพรรดิได้บอกไว้ว่า สมบัติของท่านนั้นมี ๗ ประการ ซึ่งก็หมายถึง “คนทั้งเจ็ด” ที่ผู้ปกครองควร “ครองใจให้ได้ก่อน” ที่จะครองแผ่นดิน นั่นเอง ซึ่งสมบัติทั้ง ๗ ประการหรือคนทั้ง ๗ คนนั้น จะอธิบายดังต่อไปนี้

    ๑) นางแก้ว (ภรรยา)
    คือ ภรรยาที่เข้าใจสามีและสามารถหนุนให้สามีสำเร็จดังปรารถนาได้ โดยยอมเป็นผู้ตาม ไม่ใช่เป็นผู้นำแซงหน้าสามี อย่างนั้น ก็ไม่เรียกว่า “นางแก้ว” อนึ่ง นางแก้วนี้ ต้องเลือกให้เป็นก่อนว่าเป็นใคร จากนั้น จึงครองใจให้เขายอมซื่อสัตย์ภักดีต่อเราผู้เดียวจึงสำเร็จ
    ๒) มณีแก้ว (ลูกสาว)
    คือ ลูกสาวที่ปกป้องดูแลมาอย่างดี จนมีบารมีมากพอปกป้องดูแลประเทศของตนได้ ไม่เป็นหญิงที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่พ่อแม่ จึงเปรียบได้ดังดวงแก้วมณีที่ล้ำค่าแต่ถ้าไม่ระวังก็ตกแตกกลายเป็นเศษแก้วได้ ซึ่งเมื่อลูกสาวแต่งงานแล้วก็ยังภักดีต่อประเทศเดิม ส่วนพ่อที่ไม่กล้าให้ลูกแต่งกับเมืองอื่น เพราะไร้สามารถไม่อาจครองแก้วมณีได้ นั่นเอง
    ๓) จักรแก้ว (ลูกเขย)
    คือ ลูกเขยที่มีอำนาจมีบุญบารมีมาเกิด ซึ่งจะต้องเลือกเฟ้นหาอย่างดี แล้วยังต้องทำให้เขายอมจงรักภักดีอีกด้วย จึงจะเรียกว่า “ครองจักร” ได้อย่างแท้จริง อนึ่ง ในสมัยโบราณจะมีการแต่งงานระหว่างลูกของเจ้าเมืองต่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกหลานของตนต้องแต่งกันเอง จนเกิดปัญหาพันธุกรรม ดังนั้น เมื่อแต่งงานแล้ว หากครองใจลูกเขยได้ก็จะเท่ากับขยายดินแดนไปยังประเทศของลูกเขยด้วย แต่ถ้าทำไม่ได้ ลูกเขยจะทำเพื่อเมืองเดิมของตน
    ๔) ช้างแก้ว (ปรินายก)
    คือ คนที่มีพละกำลังมากมายมหาศาลแต่ขาดปัญญามีความเชื่อง, จงรักภักดีเหมือนช้าง ซึ่งเมื่อได้ครองใจคนผู้นี้แล้ว ก็จะใช้งานให้ทำงานที่ต้องใช้กำลังมาก มีงานเต็มไปหมด เหมือนช้างที่ต้องเข็ญลากชักซุง แต่เขาจะจงรักภักดีและเชื่อง แต่ต้องระวังเวลาโมโหก็จะตกมัน, อาระวาด, ทำลายข้าวของได้ ซึ่งคนประเภทนี้ให้เลี้ยงดูไว้ เขาจะหนุนเราได้
    ๕) ม้าแก้ว (ผู้ช่วย)
    คือ คนที่มีความสามารถทั้งด้านปัญญาและอภิญญา (ทั้งบู้และบุ๋น) แต่จะมีความรักอิสระและไม่ยอมก้มจำนนยอมใครง่ายๆ ต้องหาวิธีเลี้ยง และผูกใจให้เชื่องก่อน จึงจะครองใจได้ อนึ่ง พึงทราบว่าม้าดีจะดื้อก่อนแล้วยอมทีหลัง เมื่อได้ครองแล้วจะอยู่ข้างกายตลอด
    ๖) ขุนพลแก้ว (แม่ทัพ)
    คือ คนที่เก่งด้านอภิญญา (บู้) โดยตรง มักดำรงตำแหน่งด้านการดูแลกองทัพและกรมตำรวจ (ตำแหน่งกระทรวงกลาโหม) เป็นคนที่ไว้ใจได้ไม่เอากำลังตำรวจหรือทหารมาเล่นงานเรา ดังนั้น ครองใจคนประเภทนี้ จึงมีครองอำนาจแทบครองทั้งแผ่นดินได้แล้ว
    ๗) ขุนคลังแก้ว (อำมาตย์)
    คือ คนที่เก่งด้านการบริหารและการเงิน สามารถสนับสนุนการเงินให้แก่เราได้ การได้มีทรัพย์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้คนได้เป็นเจ้าจักรพรรดิได้ คนผู้นี้มักเป็นมหาอำมาตย์
    <!--End Main-->
     

แชร์หน้านี้

Loading...