นิทานพลังจิตมิติที่๕ "เดชกัลยา" by กลิ่นราตรี

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย กลิ่นราตรี, 5 มิถุนายน 2017.

  1. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    ทิวาสวัสดิ์....วันเปิดกระทู้ ;):)

    ไม่เคยเข้าห้องวิทย์ฯอย่างจริงจังมาก่อนเลย วันนี้ครั้งแรกค่ะ และจะเป็นการเข้ามาเสมอบ่อยๆ
    หากมีเพื่อนพ้องทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี :D

    :p ดังนั้นจึงวานขอ...ฝากเนื้อ ฝากตัว ฝากกระทู้ ด้วยค่ะ
     
  2. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    :) กัลยา...หนึ่งหญิงชาวมนุษย์โลก
    นางมีในสิ่งที่ไม่แปลกแตกต่างไปจากมนุษย์อื่นทั่วไป นั่นคือ "ฝัน"

    ความฝันของนางนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในนิทานพลังจิตมิติที่๕นี้
    ฝันของนางช่างเป็นเรื่องเป็นราว เป็นจริงเป็นจัง หรือพอจะเรียกได้ว่า นางฝันเป็นตุเป็นตะ :eek::p

    :D:D:D มาค่ะมา มาตามนางไปในฝันกันเถอะนะ
     
  3. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    Once again...........

    ค่ำคืนหนึ่งกับแสงดาวที่พราวเต็มฟ้า กลิ่นดอกไม้ราตรีโปรยฟุ้งระเหยผ่านช่องหน้าต่าง
    เข้ามาถึงฟูกนอน กัลยานอนเอียงตะแคงกายพลิกสลับไปมาซ้ายขวา นางข่มหลับตาไม่ลง
    ใจหวนนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงเย็นที่ผ่านมา

    กัลยาพบเจอกับพ่อลูกครอบครัวหนึ่งยืนโบกรถขอเรี่ยรายเงินอยู่ข้างทางถนนในซอยก่อนถึงบ้าน
    ไม่มีรถคันไหนจอดให้ความช่วยเหลือ

    แต่แล้วเหตุการณ์ระทึกก็เกิดขึ้นกับนาง เมื่อด็กหญิงรุ่นสาวหนึ่งในกลุ่มครอบครัวนั้น
    กระโดดจากทางเดินเท้าลงสู่ถนน ร่างของเธอเซถลาเข้าตัดหน้ารถของกัลยาในระยะกระชั้นชิด
    กัลยาเหวี่ยงพวงมาลัยรถหักหลบในทันที รถยนต์คันงามของนางเสียหลักพุ่งทะยานตกสู่ไหล่ทางข้างถนนด้านซ้าย
    นางยกเท้ากระทืบแป้นคันเบรคอย่างรวดเร็ว รถของนางเซซ่ายไถลต่อไปอย่างไรการควบคุมได้
    เนื่องจากภาวะวงล้อล็อค!

    อันตรายเหลือเกินกับเหตุการณ์เช่นนี้

    หลังผ่านนาทีระทึกขวัญ นางตัดสินใจลงจากรถเพื่อเจรจาถามความแก่ครอบครัวนั้น
    กัลยาให้การช่วยเหลือแก่พวกเขาอย่างเต็มที่สุดความสามารถในขณะนั้น
    แต่..นางกลับรู้ึกว่า มันยังไม่เพียงพอ..........

    นางนอนไม่หลับ ข่มตาลงไม่ได้ง่ายๆ เฝ้าคิดถึงแต่หน้าเด็กสาวคนนั้น น้องชายของเธอ
    แล้วยังเด็กน้อยวัยหัดเดินอีกคนที่พ่อเด็กอุ้มเข้าสะเอวไว้ตลอดเวลา

    'จะทำยังไงดี จะช่วยยังไงดี' คือประโยคที่นางคิดวนเวียนในใจไม่หยุดยั้ง
    คิดวนไปมากระทั่งเผลอผล็อยหลับไปในที่สุด
    และเมื่อนางพลิกกายตื่น สิ่งแรกที่กระทำอย่างตั้งใจคือการท่องบทแผ่อุทิศกุศลตน
    ส่งไปสู่เขาทั้งหลายในครอบครัวนั้น นางเพียรทำอยู่เช่นนั้นเรื่อยไป

     
  4. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    ๑.ในฝัน

    "เอ็งช่วยเขาไม่ได้หรอก"

    เสียงก้องดังสำเนียงไทยชัดเจนดังขึ้นเรียกกัลยาให้เหลียวมอง นางพยามเพ่งมองในความมืด
    ที่เห็นยังเบื้องหน้า ที่ที่นางมั่นใจว่าเป็นต้นกำเนิดที่มาของเสียงนั้นอย่างแน่นอน

    "ช่วยเขาไม่ได้หรอก ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง เอ็งก็มี เขาก็มี"

    เสียงเดิมย้ำขึ้น พร้อมกับภาพลางเลือนของมนุษย์ร่างผ่ายผอมค่อยปรากฏขึ้น
    นางมองเห็นภิกษุชราท่านหนึ่งนั่งขัดสมาธิเพชร มือวางขวาทับซ้ายที่เหนือรอยทับของฝ่าเท้า

    "มีวิธีเดียวที่จะช่วยได้คือ กรรมฐาน" ภิกษุชราเอ่ยทั้งยังคงปิดหลับดวงตาเช่นเดิม

    "กรรมฐาน" นางทวนคำพึมพำบอกกับใจที่ไม่คิดศรัทธา นางไม่ชอบการสร้างสมาธิทำกรรมฐาน

    "เอ็งต้องอุทิศบุญผ่านกรรมฐาน เขาจะได้รับมากกว่าที่ทำอยู่" ภิกษุชราเอ่ยพร้อมเปลือกตา
    ที่ค่อยเผยอเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ประโยคต่อมาจึงเกิดขึ้น

    "ให้เริ่มฝึกสมาธิแบบพระป่า ไปเริ่มมาแล้วเราจะพบกัน
    ถึงเวลาของเอ็งแล้ว อย่ามัวชักช้าให้เวลามันเสียไปเปล่าๆ เร่งมือฝึกกรรมฐาน
    จำไว้ทางเดินของพระป่าเท่านั้นสำหรับเอ็ง" สิ้นเสียงสุดท้าย ภาพพระภิกษุชราค่อยเลือนหาย
    อย่างช้าๆจนเหลือเพียงความมืด

    กัลยานางตกใจสะดุ้งตื่น มือควานหานาฬิกายกดูเวลา แสดงบอกว่า ๐๑.๓๐น.
     
  5. tumdidi

    tumdidi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +413
    ล็อคอินเข้ามาทักทายคุณกลิ่ราตรี คิดถึงและติดตามอ่านเสมอค่ะ
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,363
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,960
    แวะมาทักทายเช่นกันค่ะ คิดถึงนะ
    GoodMorning1.jpg
     
  7. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    :) อรุณ..สวัสดิ์.........

    ยินดีและดีใจ..กับคำทักทายอย่างมากทีเดียวกับเช้าวันนี้นะคะ
    ก็ตั้งมั่นในใจไว้อย่างดิบดีค่ะ ว่าจะมาเขียนเล่านิทานพลังจิตต่อให้อ่านกัน

    งั้นไปกันเลยค่ะ ตามกัลยาไปดูนางด้วยกัน :D:D:D
     
  8. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    ๒.สัญญานแห่งการเริ่มต้น

    กัลยาเริ่มต้นค้นหาข้อมูลการฝึกกรรมฐานหลายหลากวิธีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
    ที่สุดนางเลือกเรียนรู้อานาปานสติ แต่อานาปานสติก็มีหลายสำนัก หลายครูอาจารย์
    อ่านเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง หมดเปลืองเวลาไปก็หลายชั่วโมงยามนัก

    ในอึดใจนางจึงตั้งจิตอธิษฐานขอชะตาจงนำไปหากตนมีวาสนาทางธรรม
    ช่างน่าแปลกที่หัวข้อวิธีกรรมฐานพระอาจารย์ลี ธมฺธโร แห่งวัดอโศกการาม ที่อยู่ด้านล่างท้ายสุด
    ดูจะลอยเด่นชัดในสายตานางกว่าเพื่อน

    เมื่อลองอ่านเกิดแรงศรัทธาบันดาลใจให้เริ่มต้นผิดไปจากพระอาจารย์ท่านอื่นๆ
    ยิ่งอ่านยิ่งสัมผัสได้ถึงอำนาจพลังจิตของท่าน กัลยาจึงปลงใจตน นางตัดสินใจที่จะมุ่งหาความรู้
    จากกรรมฐานจากท่านพ่อลี เวลาครึ่งชั่วโมงกับการอ่านสองรอบพร้อมทำความเข้าใจ

    นางพร้อมแล้ว...........
    กัลยานั่งขัดสมาธิประนมมือกลางอก พึมพำนอบน้อมถึงพระรัตนตรัย

    อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา, พุทธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ (กราบลงไหว้พระพุทธ)

    สวากขาโต ภควตา ธัมโม, ธัมมัง นมัสสามิ (กราบลงไหว้พระธรรม)

    สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ, สังฆัง นมามิ (กราบลงไหว้พระสงฆ์)

    จากนั้นตั้งใจปฏิบัติบูชาด้วย กาย วาจา ใจ กล่าวคำนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ หน)

    แล้วปฏิญาณตนถือเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกของตน ที่เรียกว่า พระไตรสรณคมน์

    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉมิ
    ตติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ตติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ตติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
     
  9. กึกก้อง

    กึกก้อง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2009
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +3,472
    สมัยก่อนที่ป้ายังอยู่ เขาไปวัดอโศฯ บ่อย ๆ ทันหลวงพ่อลี นับถือท่านมาก สมัยก่อนป้าเขาเรียกท่านว่า ท่านพ่อลี ก็เลยติดปากเรียกท่านว่า ท่านพ่อลีไปกับเขาเหมือนกัน
     
  10. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    ต่อจากนั้นนางนึกถึงลมหายใจเข้าออก นับลมเป็นคู่ๆ
    พุท ลมเข้า โธ ลมออก อย่างนี้ไปจนถึง ๑๐ ครั้ง จึงตั้งต้นใหม่อีกครั้ง
    ลมเข้าภาวนา พุทโธ หนหนึ่ง ลมออกภาวนา พุทโธ หนหนึ่ง ไปจนถึง ๗ หน

    แล้วตั้งต้นใหม่อีก ลมเข้า ลมออก ภาวนา พุทโธ หนหนึ่ง ทำอย่างนี้ ๕ หน

    ต่อนั้นตั้งต้นใหม่อีก ลมเข้าลมออกหนหนึ่ง นางภาวนา พุทโธ ๓ คำ
    ทำอย่างนี้ไปจนครบ ๓ วาระของลมเข้าและลมออก

    ต่อนั้นบริกรรมเพียง พุทโธ คำเดียว ไม่นับลมหายใจ ปล่อยลมตามสบาย
    ไม่สะกดบังคับจิตให้มากเกิน ทำใจนิ่งๆไว้ที่ลมหายใจเข้าออกที่ผ่านในช่องจมูก

    เมื่อจิตนิ่งสงบนางจึงหยุดคำภาวนา พุทโธ กำหนดความรู้สึกไว้เฉพาะลมหายใจ แล้วค่อยขยับ
    จิตเลื่อนไปตามกองลม

    ฐานที่ ๑ นางตั้งจิตไว้ที่จมูก แล้วค่อยเลื่อนไปกลางหน้าผากอันเป็นฐานที่ ๒
    ทำความรู้สึกขยายกว้างขวาง ทำจิตให้นิ่งไว้ที่หน้าผากแล้วกลับมาที่จมูก เพ่งขึ้นเพ่งลงระหว่าง
    จมูกกับหน้าผาก ทำ ๗ เที่ยว แล้วนิ่งไว้ที่หน้าผาก พยามไม่ให้จิตลงมาที่จมูกได้

    ต่อนั้นนางตามลมเข้าไปฐานที่ ๓ กลางกระหม่อมด้านนอก นางหยุดอยู่กลางกระหม่อม ทำความรู้สึกขยายกว้างขวาง สูดลมหายใจเข้าในศรีษะ กระจายลมจนทั่วแล้วจึงกลับลงมา
    ที่หน้าผาก ทำกลับไปกลับมาเช่นนี้ระหว่างหน้าผากกับกลางกระหม่อม ๑๐ เที่ยว
    แล้วนิ่งไว้กลางกระหม่อม จากนั้นจึงตามเข้าไปในฐานที่ ๔ ลงในสมอง
    เข้าไปใจกลางกระโหลกศรีษะ นิ่งอยู่สักครู่ จึงเบ่งเลื่อนจิตให้ออกไปที่กลางกระหม่อมด้านอก
    ทำกลับไปกลับมาระหว่างกลางสมองด้านในกับกลางกระหม่อมด้านนอก
    แล้วมาหยุดนิ่งอยู่ที่สมอง ทำความรู้สึกขยายกว้างขวาง กระจายลมจากสมองลงไปเบื้องต่ำ

    เมื่อทำจิตมาถึงลำดับนี้แล้ว เกิดนิมิตของลมขึ้นกับนาง
    กัลยาเกิดความรู้สึกเสียวๆ เย็นๆ ร้อนๆ ขึ้นในศรีษะ นางมองเห็นเป็นไอ หมอกสลัวๆขึ้น
    แล้วจึงเห็นกระโหลกศรีษะของตัวเอง นางขยายภาพไอหมอกที่คลุมทับกระโหลกศรีษะ
    ออกโตเท่าศรีษะตัวเองแล้วจึงเลื่อนลงไปไว้ยังฐานที่ ๕

    จากนั้นนึกนำไอหมอกสีขาวนั่นลงไว้กลางอกขยายออกจนเต็มอก แล้วขยายต่อแผ่ออกทั่วร่าง
    สักครู่หนึ่งภาพอวัยวะในร่างกายส่วนต่างๆภายในจึงปรากฏขึ้นมาเอง
     
  11. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    :eek: เฮียกึกก้องเคยเจอพระอาจารย์ลีมาแล้ว! !!
     
  12. ล้อเล่น

    ล้อเล่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    4,908
    ค่าพลัง:
    +18,629
    สาธุกะเฮียด้วยจร้า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มิถุนายน 2017
  13. กึกก้อง

    กึกก้อง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2009
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +3,472
    ไม่เคยเจอเด้อ แต่ป้าน่ะนับถือท่าน สมัยก่อนทำอาหารไปถวายพระที่วัดอโศฯ บ่อย ๆ พอแกตายเผาแล้ว ลูก ๆ ก็นำอัฐิไปฝังที่โคนต้นโพธิ์ในวัด
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,363
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,960
    LpLeeMontra.jpg
    วัดอโศการาม
    Wat AAsokaram.jpg
     
  15. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    :):):) ขอบคุณพี่supatorn กับภาพแห่งศรัทธาค่ะ
    วัดอโศการามงดงามมาก..............
     
  16. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    ๓.โลกใหม่

    กัลยามองดูการทำงานของอวัยวะต่างในร่างกายเนิ่นนานจนรู้สึกพอ นางสูดลมหายใจยาว ๒-๓
    ครั้ง ภาพทั้งหลายจึงเหือดหายจางไป นางทำจิตให้สงบนิ่งในความเงียบงันอยู่เช่นนั้น
    แม้มีภาพเรื่องราวใดผ่านมาทัก นางไม่ได้ให้ความสนใจ ยังคงประครองใจให้นิ่ง
    ตั้งจิตไว้เพียงลมหายใจอันละเอียด ขยายออกจนทั่วอย่างกว้างขวางจนเกิดความรู้สึกอ่อนเบา
    ใจนั้้นเกิดความอิ่มเอิบวิเวกสงัด
    ในวินาทีแห่งความวิเวก กัลยารับสัมผัสเสมือนตนเองขยับลอยอยู่ภายในร่างสังขารตนเอง
    ลงสู่เบื้องล่าง ความรู้สึกดิ่งวูบเกิดขึ้นด้วยความเร็ว นางรู้สึกอึดอัดคล้ายเบียดเสียดกับบางสิ่ง
    ก่อนหลุดพ้น

    ดั่งเสียวอึดใจความเบาบางจึงบังเกิด กัลยาพบว่าเสมือนตนเองกระเด็นออกจากร่าง
    นางออกมายืนร่วมในบรรยากาศแห่งความวิเวกสงัดเงียบนั้น นางไม่มั่นในความรู้สึกของตัวเอง
    จึงหันกลับมองด้านหลังแล้วจึงรู้ว่ามันเป็นเช่นนั้น นางหลุดออกมาจากร่างตัวเองที่ยังคงนั่งนิ่ง
    ในท่าทางฝึกกรรมฐานที่เรียนรู้จากการอ่านกรรมฐานพระอาจารย์ลี ธมฺมธโร

    กัลยาออกเดินในความมืด นางท่องเท้าล่องไปตามทางเดินที่ทอดยาวให้มองเห็นได้ทีละนิด
    เดินไปเรื่อยตามทางอย่างไร้จุดหมาย สองข้างทางที่นางสังเกตุเห็นนั้นเป็นทางโล่งมีเงาดำๆ
    ในหลากอริยาบท บ้างก็อยู่อย่างตะคุ่มๆ บ้างก็เดินเหินสวนกันไปมาอย่างปกติ บ้างก็วิ่งไล่กัน
    อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ทั้งนี้ต่างไม่มีใครเดินอยู่บนถนนทางเท้าแคบๆทางเดียวกับที่นางเดิน

    กัลยาเดินเข้าลึกไปเรื่อยจนเห็นว่าปลายถนนนั้นสิ้นสุดที่ชายป่า หูพลันได้ยินเสียงน้ำไหลหลากอย่างดังสนั่น พลางให้นึกถึงธารน้ำที่ไหลลงที่ต่ำ 'น้ำตก' นางนึกเช่นนั้น
    ไม่ทันที่จะนึกสิ่งใดต่อไป เท้าของนางก็ได้หยุดที่ปลายถนนสายแคบสีดำเทาสายเดียวที่เดินมา
    ด้านซ้ายมือนางพบพระภิกษุชรารูปหนึ่งยืนมองตรงมายังนางด้วยสายตาที่เสมือนท่านมารอนาง
    อย่างไม่รีรอนางประนมมือกลางอกไหว้ท่านขณะที่ก้าวเท้าตรงเข้าไปหา
    ภิกษุชราพยักหน้ารับคำแล้วเอ่ยกับนางให้เดินติดตามรอยเท้าท่านเข้าไปด้านใน

    ทางเดินนั้นเลี้ยวอ้อมหลังเนินเขาเตี้ยๆโค้งไปทางขวา กัลยามองเห็นว่ามีโขดหินใหญ่ราว ๓-๔
    ก้อนวางสลับเปะปะเรียงเฉียงกันเป็นแนวทางยาวเลาะลึกตรงไปในทางไกลข้างหน้า
    นางได้ยินเสียงสายน้ำตกจากที่สูงจำนวนมากจึงคาดเดาว่าที่สุดทางในแนวหินนั้นอาจคือน้ำตก
    เท้าของนางก้าวพรวดไปทันที ก่อนมีเสียงทักจากพระภิกษุชรา ที่บัดนี้จากเดิมท่านเดินนำหน้า
    กลับกลายเป็นอยู่ทางด้านหลังเฉียงไปทางซ้าย

    "มีใครบางคนรอเธออยู่ที่นั่นนานแล้วกัลยา จงเดินเข้าไปกราบท่านเสียก่อนคิดทำสิ่งอื่นใด"

    กัลยาชะงักฝ่าเท้าที่ก้าวเดินในทันที สำเนียงเสียงแหบด้วยความชรานั้นนุ่มนวลดังมีมนต์สะกด
    ให้ลุ่มหลง กลิ่นหอมที่ลอยออกจากริมฝีปากของท่านนั้นคล้ายกลิ่นควันเทียนหอมที่แม่ของนาง
    เคยใช้อบขนมกลีบลำดวนเมื่อครั้งในวัยเด็ก
    กัลยาจ้องมองหน้าภิกษุชราอีกครั้ง ในบัดนั้นให้ต้องยกมือทาบอกระงับอารามที่ตกใจ
    ด้วยเหตุภิกษุท่านมีใบหน้าเดียวกับรูปปั้นพระภิกษุในท่าขัดสมาธิหลับตากรรมฐานในห้องพระ
    ที่พ่อของนางจัดโต๊ะหมู่บูชาพระกราบไหว้ที่บ้านในวัยเด็ก
    ภิกษุนั้นผายมือออกไปทางด้านซ้ายซึ่งเป็นทางลอดเดินที่เกิดจากต้นไม้ใหญ่สองฝั่งโค้งน้อม
    กิ่งก้านลงปกคลุมเป็นซุ้มอุโมงค์มืด

    "ในนั้น..กัลยา เดินเข้าไปข้างในนั้น" ภิกษุท่านเอ่ยกำชับเสียงห้วนสั้นให้รู้ถึงการควรปฏิบัติตาม

    นางไม่ดื้อรั้นหน่วงเหนี่ยว ตัดใจละทิ้งความสนใจเสียงน้ำไหลที่ดังเรียกรอพิสูจน์ เดินเบี่ยงตรง
    เข้าทางลอดใต้ซุ้มต้นไม้ไปภายใน ที่นั่นมีสภาพเป็นอีกบรรยากาศ เพียงลอดทางอุโมค์ต้นไม้
    ก็พบว่าด้านในเป็นป่าดิบชื้น เป็นบริเวณเดียวกันกับด้านนอกทางลอดต้นไม้ มีเสียงน้ำไหล
    ดังสนั่นอยู่เช่นเดิม แต่ในนี้มีกลิ่นแห่งป่า กลิ่นของความชื้น เหมือนกลิ่นของสิ่งมีชีวิต
    ผิดกับด้านนอกที่เป็นกลิ่นสาปๆแห้งๆ คล้ายกับกลิ่นแห่งความตาย

    กัลยามองเห็นโขดหินสูงระดับเหนือเอวตั้งอยู่ใต้ต้นไม้สูงใหญ่เรียงกันไป ๔ ต้น แต่ละต้นมี
    หินใหญ่ตั้งวางด้านหน้าได้ร่มเงา ในต้นไม้ต้นแรกนางมองเห็นเงาตะคุ่มๆของใครนั่งอยู่ด้านใต้
    จึงเบิ่งขยายตามอง ได้ผลภาพนั้นค่อยชัดขึ้นทีละนิดจนนางมองเห็นชัดว่าท่านผู้นั้นคือพระภิกษุ
    นางมองเล่อนต่อไปยังโขดหินสูงระดับเดียวกันก้อนใต้ต้นไม้ถัดไปก็เห็นว่า ภิกษุชรารูปแรกที่
    นำพานางเข้ามายังที่นี้ได้เดินอ้อมหลังนางปืนขึ้นไปนั่งในท่าขัดสมาธิหลับตากรรมฐาน
    ในโขดหินก้อนถัดไปที่ ๓ และ ๔ ก็เช่นกัน มีภิกษุชรานั่งหลับตากรรมฐานอยู่เช่นกัน
    กัลยาขยับเท้าเข้าไปใกล้กับโขดหินก้อนแรกแล้วจึงยอบกายคุกเข่าลงพับเพียบ นางก้มกายลง
    กราบภิกษุรูปแรก ในทันทีที่วางฝ่ามือแทบผืนดินเสียงท่านก็เปรยทักมาดังก้องให้ได้ยิน

    "มาแล้วหรือ...กัลยา ข้าก็รอเอ็ง"

    เมื่อนางเสร็จสิ้นในขั้นตอนกราบพระแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงอย่างจริงจัง
    ก็พบใบหน้าเดิมชวนประหลาดใจพร้อมกีบเสียงหัวเราะดังร่วนของท่าน ก่อนจะเอ่ยคุยโต้มาอีก

    "ลำบากไหม มาที่นี่น่ะ รู้ไหมล่ะว่าที่นี่ที่ไหน"

    นางยังไม่ทันคิดตอบท่านในคำพุดใดๆ ด้วยใจอยู่ในความรู้ำฉงนตกใจที่ได้พบพระภิกษุชรา
    รูปเดิมนี้อีกแล้ว นับจากที่พบท่านในความฝันมาบอกให้ไปรีบฝึกกรรมฐานสายป่า
    นางฝันถึงท่านบ่อยครั้งนับจากนั้นมา ฝันว่าท่านมาสอบถามเมื่อไหร่จะลงมือฝึกกรรมฐานเสียที

    ภิกษุบนโขดหินหัวเราะขำในท่าทางของนาง แล้วจึงทวนคำถามพร้อมตอบเฉลยให้

    "เอ้า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอ็งมัวตะลึงข้าจนตาโต เอ็งรู้ไหมที่นี่มันที่ไหน ที่นี่น่ะ..มันโลกวิญญาณ"

    คำบอกเล่าภิกษุนั้นยิ่งทำให้นางนิ่งตลึงต่อไปมากกว่าเดิมด้วยตกใจจนจุกอกพุดสิ่งใดไม่ออก
     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,363
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,960
    nature-waterfall-animated-gif-7.gif
    walking14.jpg MeditationLady.jpg
     
  18. picko

    picko ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2014
    โพสต์:
    475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    92
    ค่าพลัง:
    +1,784
    รอติดตามค่ะ ชอบมากกกกกกค่า :):)
     
  19. ล้อเล่น

    ล้อเล่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    4,908
    ค่าพลัง:
    +18,629
    ก็รอกัลยาเหมือนกันคะ ว่านางจะเจออะไรอีกบ้าง.....อิอิ
     
  20. กลิ่นราตรี

    กลิ่นราตรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +5,151
    :):) ขอบคุณภาพประกอบเรื่องจากพี่supatornมากๆค่ะ
    มองเห็นน้ำไหลลงมาเป็นสายเลย เสียอย่างเดียว มันไม่มีเสียงนะคะน้ำตกน่ะ

    :D ขอบคุณ คุณpicko และคุณล้อเล่นอีกด้วยค่ะ ที่ชอบนิทานและรอติดตาม
     

แชร์หน้านี้

Loading...