เรื่องเด่น นิมิต - กรรมฐาน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 11 พฤษภาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    231003-1-jpg.jpg

    มีญาติโยมหลายรายที่มาสอบถามเกี่ยวกับลักษณะของการทรงฌาน อยากจะบอกกับท่านทั้งหลายว่า การทรงฌานนั้น บางท่านก็มีสภาวะที่แตกต่างไปจากคนอื่นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ท้ายสุดแล้วอาการส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกัน จึงได้ตักเตือนท่านทั้งหลายเหล่านั้นไปว่า การปฏิบัติของเรานั้น ไม่ได้สำคัญตรงที่ว่าทรงสมาธิระดับไหนได้ ไม่สำคัญตรงที่ว่าจะรู้เห็นอะไรได้ แต่สำคัญตรงที่ว่าสามารถละกิเลสได้หรือไม่

    ถ้าสามารถละกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ได้ จะเป็นสมาธิระดับไหนก็ใช้ได้ และจะรู้เห็นหรือไม่..ไม่สำคัญ ขอให้สามารถทำใจให้ผ่องใสปราศจากกิเลสได้ แม้จะชั่วครั้งชั่วคราวก็ยังดีกว่าทำไม่ได้เสียเลย

    ในเรื่องของการทรงฌานนั้น ถ้าหากว่ากันตามแบบในวิสุทธิมรรคแล้ว ปฐมฌานคือฌานที่ ๑ (ความเคยชินระดับที่ ๑) นั้น ท่านบอกว่าประกอบไปด้วยองค์ ๕ คือ วิตก คิดนึกตรึกอยู่ว่าจะภาวนา วิจาร เรากำลังภาวนาอยู่ ลมหายใจจะแรงจะเบา จะยาวจะสั้น กำหนดรู้ตามไปด้วย ปีติ มีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย ๕ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คือ ขนลุก น้ำตาไหล ร่างกายโยกโคลงหรือดิ้นตึงตัง ลอยขึ้นไปทั้งตัว หรือว่ารู้สึกตัวพอง ตัวใหญ่ ตัวรั่วเป็นรู ตัวแตก ตัวระเบิดไปก็มี

    สุข คือความเยือกเย็นทั้งกายและใจ ที่ไม่สามารถจะอธิบายเป็นภาษามนุษย์ได้ถูก เนื่องจากว่าปกติแล้วเราจะโดนไฟใหญ่ ๔ กอง คือไฟจากความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง เผาผลาญอยู่ตลอดเวลา การที่สมาธิเริ่มทรงตัวไปถึงระดับหนึ่ง ไฟใหญ่ ๔ กองนี้จะโดนอำนาจของสมาธิกดดับลงไปชั่วคราว บุคคลที่โดนไฟเผาอยู่ตลอดเวลา อยู่ ๆ ไฟดับไป ถามเขาว่าสุขสบายอย่างไร เขาไม่สามารถจะอธิบายเป็นคำพูดได้ และท้ายสุดคือ เอกัคตารมณ์ อารมณ์ที่ตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว

    อาตมาเองเคยเจอขั้นตอนทั้งหลายเหล่านี้มาแล้ว และคิดว่าขั้นตอนทั้ง ๕ อย่างนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน แต่ความจริงแล้วมีก่อนมีหลัง ถ้าจิตของเราละเอียดไม่พอ เราก็จะไปคิดว่าเกิดขึ้นพร้อมกัน เพราะว่าในชั่วขณะนั้น วิตก คิดอยู่ว่าจะภาวนา วิจาร กำลังภาวนาอยู่ ลมหายใจแรงหรือเบา ยาวหรือสั้น ใช้คำภาวนาอย่างไรก็รู้ ปีติ มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๕ อย่างดังกล่าวมา สุข มีความสุขมีความเยือกเย็นทั้งกายและใจอย่างบอกไม่ถูก และเอกัคคตารมณ์ อารมณ์ที่ตั้งมั่นอยู่กับการภาวนา จดจ่อแน่วนิ่งอยู่ในอารมณ์เดียว

    ถ้าหากว่าเกิดขึ้นเร็วมาก เราจะแยกไม่ออก คิดว่าเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน แต่ถ้าหากสภาพจิตเราละเอียดพอ จะเห็นว่าเกิดขึ้นเป็นขั้น ๆ ไป จนกระทั่งอารมณ์ทรงตัวเต็มที่ก็เป็นเอกัคคตารมณ์ นี่คือความเคยชินระดับที่หนึ่ง หรือสมาธิระดับที่หนึ่ง ที่เรียกเป็นภาษาบาลีว่าปฐมฌาน

    ในฌานที่ ๒ นั้น พอจิตแน่วนิ่งอยู่กับเอกัคคตารมณ์ไปสักระยะหนึ่ง สภาพจิตที่ทรงตัวมากขึ้น ลมหายใจก็รู้สึกว่าเบาลงหรือไม่มีไปเลย คำภาวนาบางทีก็หายไปเฉย ๆ หูได้ยินเสียงเบามาก หรือไม่ได้ยินเลยก็มี ถ้าอาการอย่างนี้เกิดขึ้นให้รู้ว่า เริ่มเข้าสู่ความเคยชินขั้นที่ ๒ หรือสมาธิขั้นที่ ๒ ตามภาษาบาลีที่เรียกว่าทุติยฌาน

    ลำดับถัดไป บางท่านก็จะรู้สึกว่าปลายมือปลายเท้าชาแข็ง เย็นเข้ามา ๆ จนกระทั่งบางทีเนื้อตัวแข็งทื่อไปหมด เหมือนถูกสาปให้เป็นหินก็มี เหมือนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปแล้วก็มี กลายเป็นรูปสลักไปแล้วก็มี บางท่านก็รู้สึกเหมือนโดนมัดตัวแน่นจนตึงเป๋ง เหมือนติดแน่นอยู่กับเสาก็มี ตอนนั้นลมหายใจก็ไม่มี คำภาวนาก็ไม่มี ถ้าอาการอย่างนี้เกิดขึ้นให้รู้ว่าเป็นกำลังของสมาธิระดับที่ ๓ เป็นความเคยชินระดับที่ ๓ หรือเรียกตามบาลีว่า ตติยฌาน

    ถ้าหากว่าเราไม่กลัว เอาสติกำหนดตามดูตามรู้อยู่ว่าขณะนี้อาการเป็นอย่างนั้น สภาพจิตก็จะดำเนินต่อไป คล้าย ๆ กับว่ารวบเข้ามา ๆ จนสว่างโพลงอยู่จุดใดจุดหนึ่งเฉพาะหน้า อาจจะเป็นตรงหน้าของเราก็ได้ ในอกก็ได้ หรือบางทีเหนือศีรษะก็ได้

    ความสว่างไสวนั้นสว่างจนบอกไม่ถูก ยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยง แต่เป็นความสว่างที่เยือกเย็น ไม่ใช่ความสว่างที่ร้อนแบบแสงอาทิตย์ ความสว่างไสวสดใสเจิดจ้านั้นจะอยู่เฉพาะหน้าของเรา ตอนช่วงนั้นประสาทความรู้สึกของร่างกายจะโดนตัดขาดไปแล้ว ก็คือสภาพจิตส่วนจิต ร่างกายส่วนร่างกาย เมื่อประสาทเชื่อมโยงไม่ถึงกัน สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกับร่างกายเราก็ไม่รับรู้ เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว

    เสียงปืน เสียงประทัด เสียงระเบิดดังอยู่ข้างหู เสียงฟ้าผ่าลงมาข้างหู ก็ไม่ได้ยิน สภาพของร่างกายเหมือนกับไม่หายใจแล้ว แต่ความจริงยังมีลมละเอียดที่เรียกว่าปราณ วิ่งอยู่ระหว่างจมูกกับสะดือ สำหรับบุคคลที่ทำถึงระดับนี้จะเห็นว่าปราณเส้นนี้นั้น ใหญ่โตแข็งแรงมั่นคงมาก แต่ความจริงแล้วลักษณะเหมือนเส้นด้ายละเอียด ใส ๆ เหมือนกับสายเอ็นเบ็ดตกปลา ถ้าหากว่าสายนี้ขาดก็คือหมดลมตายไปเลย

    แต่ถ้าตราบใดสายเชื่อมโยงปราณเส้นนี้ยังอยู่ ก็จะไม่ตาย ดังนั้น..ท่านทั้งหลายถ้าทำมาถึงจุดนี้ไม่ต้องไปหวาดกลัว เพราะตอนนั้นสติสมาธิของเราจะละเอียดมาก ลมปราณละเอียดเล็ก ๆ นี้ เราจะรู้สึกว่าใหญ่โตเกาะติดได้มั่นคงมาก ถ้าอาการอย่างนี้เกิดขึ้นให้รู้ว่า นี่เป็นอาการของความเคยชินขั้นที่ ๔ สมาธิขั้นที่ ๔ หรือเรียกตามบาลีว่าจตุตถฌาน

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับเรา จะมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ ขอให้พวกเราตีราคาข้างต่ำไว้เสมอ อย่างเช่น ปฐมฌานละเอียดนั้น บางทีความรู้สึกของเราปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง สภาพจิตมีการรู้ลมเอง ภาวนาเองโดยอัตโนมัติ เป็นต้น แต่บางท่านก็ไปเข้าใจว่านี่เป็นอาการของฌาน ๒ ฌาน ๓ หรือฌาน ๔ ก็มี ท่านทั้งหลายจะถามคนอื่น ถ้าใช้คำถามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ผู้ที่รับฟังคำถามก็จะเข้าใจคลาดเคลื่อนและตอบผิดไปก็มี

    ดังนั้น..สำคัญก็คือศึกษาขั้นตอนเหล่านั้น แล้วเปรียบเทียบดูว่าสมาธิของเราตอนนี้อยู่ในขั้นไหนก็จะเข้าใจได้ แต่ก็อยากจะสรุปลงตรงที่ว่า สมาธิขั้นไหนก็ตามไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ว่าขณะนั้นจิตของเราปราศจากรัก โลภ โกรธ หลง หรือเปล่า ถ้าหากว่ารัก โลภ โกรธ หลง กินใจไม่ได้ ถือว่าสภาพจิตของเราตอนนั้นมีคุณภาพ

    แต่ถ้าหากมีความมั่นคงสูงถึงระดับอัปปนาสมาธิตั้งแต่ปฐมฌานละเอียดขึ้นไป ก็เป็นการประกันความเสี่ยงได้ค่อนข้างแน่ว่า ถ้าตราบใดที่เราไม่ทิ้งให้สมาธิของเราหลุดออกไปจากกำลังของฌานสมาบัติตรงหน้า กิเลสก็ยังกินใจเราไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีบุคคลอีกจำพวกหนึ่ง เมื่อเกิดความสุขสงบเยือกเย็นทั้งกายและใจขึ้น รัก โลภ โกรธ หลง โดนกำลังสมาธิกดนิ่งสนิทไป คิดว่าตนเองบรรลุมรรคผลแล้วก็มี..!

    ดังนั้น..จึงต้องระมัดระวังตรงนี้ให้มาก ๆ อย่าไปทึกทักเอาว่าเราได้ฌานนั้นฌานนี้ สมาธิขั้นนั้นขั้นนี้แล้ว ให้ประมาณการณ์ขั้นต่ำไว้เสมอว่าเรายังไม่ได้ แล้วตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติของเราต่อไป เมื่อกำลังใจทรงตัวเต็มที่แล้ว จะเป็นธรรมชาติของสมาธินั้น ๆ ว่า ถึงเวลาก็จะคลายตัวออกมาเองโดยอัตโนมัติ เมื่อสมาธิคลายตัวออกมาเราต้องระมัดระวังให้มาก ต้องรีบหาวิปัสสนาญาณให้คิดพิจารณาโดยด่วน ไม่อย่างนั้นแล้วสภาพจิตจะไปคว้าเอา รัก โลภ โกรธ หลง มาฟุ้งซ่าน เอามาคิดเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะฟุ้งซ่านอย่างเป็นงานเป็นการ เพราะมีกำลังของสมาธิหนุนเสริมอยู่

    สำหรับตอนนี้ก็ให้ท่านทั้งหลายกำหนดดูกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก พร้อมกับคำภาวนาของตนเองไปตามอัธยาศัย ถ้าหากว่ากำลังใจทรงตัวแล้ว จะถอยออกมาพิจารณาอย่างไรก็ได้ ตามที่ถนัดและเคยชิน จนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกว่าหมดเวลา

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
    วันศุกร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕



    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ?temp_hash=d0df46588a137e1c228e1a2031fd0610.jpg


    • ได้ยินเขาว่า ไม่ถึงที่ตายวายชีวาต ใครพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ ถึงที่ตายวายชีวัน ไม้จิ้มฟันจิ้มถูกเหงือกยังเสือกตาย
    • ขอให้ลูกอ่านคำสอนฟังคำสอนขององค์หลวงพ่อวัดท่าซุงเน้อ หรือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรมก็ได้เน้อ องค์ท่านจะบอกรายละเอียดให้เราได้หายสงสัยได้ เท่าที่ตุ๊พ่อจำมาโบราณว่า ผู้ที่ภาวนาจิตเข้าถึงฌาณ ๔ แล้ว ตกน้ำก็ไม่ไหลตกไฟก็ไม่ไหม้ เพราะมีเทวดาคอยช่วยเหลืออยู่ ถ้าไม่มีกรรมเก่ามาให้ผลก็ไม่แน่ แต่องค์หลวงพ่อแนะนำให้ฝึกตั้งเวลาไว้ ว่าเราจะเข้าสมาธิกี่นาที กี่ชั่วโมง ฝึกไว้ ถ้าจิตเข้าถึงฌาณ ๔ แล้ว จิตจะสงบเย็นสบาย เวลาผ่านไปเป็นวันก็เหมือนแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น
    • ถ้าเป็นกังวลก็บอกเพื่อนบอกญาติไว้ให้เขามาช่วยปลุกเวลานั้นเวลานี้เน้อ ถ้าบังเอิญจิตออกจากร่างไปถ้าไม่ประคับประคองจิตไว้ เรารู้ว่าจิตออกมาแล้วเราคิดว่า เอะ จิตเราออกมาแล้วหรือนี่ มันก็จะกลับเข้าร่างทันที
    • ถ้าฝึกถอดจิตออกจากร่างไปไปถึงต้นทางที่จะไปยมโลก เทวโลก พรหมโลก พระนิพพาน จะมีเทวดารักษาการอยู่ที่นั่นหนึ่งองค์ เราก็บอกเขาว่าจะไปเที่ยวที่โน้นที่นี้ ถ้าถึงเวลาสามชั่วโมง หรือ....แลัว ขอได้โปรดสงเคราะห์ไปเรียกให้กลับด้วย เพราะภพภูมิที่เราไปนั้นเวลาจะต่างกับเมืองมนุษย์ของเรามาก
    • ชั้นจาตุ ๕๐ วันของเราเท่ากับหนึ่งวันของเขา สวรรค์ชั้นดาวดึงร้อยวันของเรา เท่ากับหนึ่งวันของเขา ถ้าเราไม่ฝีกสมาธิเลย เราก็จะไม่ได้ความดีใด ๆ เลย พระโสดา พระสกิทาคาจะมีปฐมฌานเป็นฐานรองรับ ถ้าเป็นพระอนาคาก็มีฌานสี่รองรับ
    • ฝึกดูลมเข้าลมเข้าลมออกพอจิตมันหม่คิดเรื่องอื่นแล้วเราก็คิดถึงคำสอนองค์หลวงพ่อที่บอกว่า มีพระไตรรัตน์เป็นที่พึ่ง หมั่นรำพึงถึงความตาย รักษาศีลห้าไม่ให้ขาดหาย ชาตินี้ถ้าตายขอไปนิพพาน
    • พยายามคิดอย่างนี้เอาจิตทำตามนี้ ถ้าอารมณ์ทรงตัวได้ดีแล้ว เราจะไม่ได้ไปอบายภูมิทั้งสี่แล้ว เมื่อใดใกล้ ๆ จะตายจิตจะเป็นพระอรหันต์ไปนิพพานเลยเน้อ หมั่นฟังหมั่นอ่านคำสอนองค์หลวงพ่อเน้อ ลูกเน้อ อย่าไปกลัวความดี ให้กลัวความชั่วเท่านั้นเน้อ
    ขอเจริญพร
    ตุ๊พ่อพระมหาสิงห์ วิสุทฺโธ
    วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่
    อ.ลี้ จ.ลำพูน
    ที่มา เสียงธรรมจากถ้ำป่าไผ่
    ภาพจาก ภัทร์ษกรณ์ จิระประเสริฐสุข
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ยิ่งทุกข์ยากลำบากยิ่งเห็นง่าย วิปัสสนาญาณหลัก ๆ
    ที่สำคัญก็คือมองทุกข์ให้เห็นยอม
    รับสภาพว่าธรรมดาเป็นอย่างนั้น แล้วเราไม่ต้องการอีก
    ถาม : สมัยพุทธกาลเป็นต้นมา ไม่ว่าโยมหรือพระก็ได้รับวิบากกรรมเช่น มีอุบัติเหตุตาย แต่กำลังวิปัสสนาก็ทำให้บรรลุได้ ไม่เกี่ยวกันใช่ไหมครับว่าจะต้องมีบุญ จะต้องเจริญขึ้นแล้วต้องบรรลุ หรือต้องรับกรรมนั้น ?
    ตอบ : ยิ่งทุกข์ยากลำบากยิ่งเห็นง่าย วิปัสสนาญาณหลัก ๆ ที่สำคัญก็คือมองทุกข์ให้เห็น ยอมรับสภาพว่าธรรมดาเป็นอย่างนั้น แล้วเราไม่ต้องการอีก ถ้าหากว่ามีแต่ความเจริญโดยส่วนเดียว บางทีลืมทุกข์ไปเสียด้วยซ้ำ
    บางคนเป็นพระโสดาบันก็ติดอยู่แค่นั้นทั้งชีวิต เพราะว่าไปเพลินกับความสุขของอารมณ์ที่กิเลสลดน้อยลง
    ยิ่งลำบากยิ่งได้เปรียบ ถ้าตั้งใจปฏิบัติเพื่อบรรลุจริงๆ จะง่าย
    ก็แบบเดียวกับเรื่องของการสร้างวัดตอนแรกหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า ถ้าทำใจได้จะบรรลุเร็ว ผมเองก็สงสัยว่าอย่างไร ทำใจได้ บรรลุเร็ว ?
    พอไปเจอเข้าจริง ๆ สารพัดเรื่องสารพัดราว โดยเฉพาะพวกช่างรับเงินแล้วไม่ทำงาน อยากจะไปกระทืบพวกนี้ถึงบ้าน แต่พอเราทำใจได้ ปล่อยได้ วางได้ รู้สึกว่าอะไรต่อมิอะไรไหลมาเทมา ได้มากกว่าเดิมเยอะ ถ้าหากว่าเอาแต่สบาย โอกาสที่จะเข้าถึงธรรมกลับมีน้อย ต้องพวกสร้างบุญมาดีจริง ๆ เท่านั้น
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐
    SPydFawNIqHMVhAP4_ZwJ-XwDiGNteL1EdI5H8XGZdt&_nc_ohc=PB0bmAChlSkAX8S0y9i&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    #พระครอบ
    ผมขอแชร์ประสบการณ์การนั่งสมาธิภาวนาพระคาถาเงินล้านด้วยการนั่งกรรมฐานกำหนดลมหายใจและจับภาพพระหลวงพ่อทองคำ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 20:00 น กว่า ผมนั่งภาวนาไว้ 30 จบตอนกลางคืนจะภาวนาแค่ 30 จบในตอนกลลางคืนเป็นบางวันครับก็จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง นับประคำไปเม็ดที่ 28 เหลือเวลาอีก 2 นาที อยู่ๆผมก็พบว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในหลุมที่เป็นเหมือนครึ่งวงกลมบริเวณรอบข้างและเป็นสีดำทั้งหมดเห็นตัวเองนั่งสมาธิอยู่แล้วก็มีหลวงพ่อทองคำครอบอยู่เป็นแสงสีทองเป็นประกายสง่ามาก ในขณะนั้นมีความสุขมากไม่รับรู้ถึงร่างกายตัวเองเลยมันปิดตีจนไม่อยากออกแต่ก็ได้สมาธิแค่ถึง 30 จบก็ตัดออกมา แล้วก็มานั่งทบทวนถึงอารมณ์ที่ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้ก็คือตอนผมนั่งสมาธิผมปลงสังขารไปด้วยตัดสังขารออกมันไม่ได้แปลว่าเราจะทำได้อย่างนี้ทุกครั้งนะครับมันต้องตัดได้จริงๆถึงจะทำได้อีก ต้องเชื่อจริงๆว่าร่างกายไม่มีในเราเราไม่มีร่างกายร่างกายไม่ใช่ของเรา บุตรภรรยาสามีมิตรสหายทั้งหลายไม่ใช่ของเรา ทรัพย์สมบัติต่างๆเป็นสมบัติของโลก เป็นคำสอนตามหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงท่านสอนเอาไว้ก่อนจะนั่งมโนมยิทธิก็ให้ปลงประมาณนี้ ที่เหลือผมก็ปรุงแต่งไปตามสภาพจิตจริตของตัวเองครับ สภาพของอุปทานกับการเข้าถึงญาณนั้นมันแตกต่างกันจริงๆครับ มันอธิบายไม่ถูกถ้าทำถึงแล้วมันจะเข้าใจเอง ถ้าเราไม่ฝึกต่ออีกมันก็อาจจะเกิดกับเราได้แค่ครั้งเดียวในชีวิตนี้เท่านั้น
    ************
    มีน้องเขาถามว่าผมนั่งสมาธิได้นานได้ยังไงก็อยากจะแนะนำว่าเมื่อหลายปีก่อนผมก็เริ่มจากการที่ว่านั่งสมาธิได้ไม่นานก็เอาแบบนี้ก็เลยบอกตัวเองว่านั่งสมาธิแล้วก็จะคิดอะไรก็คิดไปส่วนภาวนาก็ภาวนาให้ครบมันคือหน้าที่ พอเราคิดแบบนี้มันก็ทรงกายได้ดี ทำแบบนี้อยู่ 7 วัน หลังจากนั้นก็ไม่คิดแล้วก็กำหนดลมหายใจเข้ากรรมฐานตามปกติ มีเผลอบ้างแต่ว่าเรารู้ว่าเราเผลอ ก็ดึงกลับมาอีก ส่วนเรื่องกำหนดลมหายใจนะผมซ้อมทุกวันอยู่แล้วตอนนอนก็กำหนดลมหายใจหลับไปมันก็ชีวิตปกติ
    ที่ผมแชร์มาเพื่อจะได้เป็นกำลังใจและก็อาจจะมีคำแนะนำจากท่านพี่ที่ปฏิบัติได้ดีกว่าแล้วก็ขอคำแนะนำให้ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ

    เครดิต https://www.facebook.com/kasemsuk.yodsrithong
     
  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    34K_gBTSpwu2eZcUQrxjuKCxngE_fdSa7Jj5PAEKfhe&_nc_ohc=YQ-mbP_U-h8AX8k9k1J&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg

    ***********************************************


    "...สมัยก่อนกระผม/อาตมภาพรักษาศีล ๕ เกือบเท่าศีล ๘ ก็คือนอกจากกินข้าวเย็นแค่ไม่กี่นาทีแล้ว นอกนั้นรักษาได้หมด ท้ายสุดก็เลยตัดสินใจว่า ในเมื่อทุกอย่างทำได้หมด เหลือแค่กินข้าวเย็นอย่างเดียว แล้วเอ็งจะกินไปทำไม ?
    เมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ก็เว้นจากอาหารเย็นตั้งแต่ก่อนบวช ๒ ปี แล้วก็ไม่ได้รู้สึกหิว ไม่ได้รู้สึกกระวนกระวาย สภาพร่างกายหลังเที่ยงเหมือนกับตัดระบบทิ้งไปเลย ไม่ได้ต้องการอาหารอะไรนอกจากน้ำดื่ม แม้กระทั่งพวกน้ำหวาน ของหวานอะไรก็ไม่ได้ต้องการ
    ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายสามารถยกระดับจากศีล ๕ ขึ้นมาเป็นกรรมบถ ๑๐ ใหม่ ๆ ก็อาจจะไม่คุ้นชิน เพราะว่ากรรมบถ ๑๐ นั้นนอกจากไม่ฆ่าสัตว์แล้ว ยังต้องไม่ทำร้ายสัตว์ให้ลำบากด้วยเจตนา ก็แปลว่าต้องประกอบไปด้วยเมตตา กรุณาอย่างสูง
    นอกจากไม่ลักขโมยแล้ว ยังไม่หยิบฉวยสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ นอกจากไม่ละเมิดคนรักของคนอื่นแล้ว ของที่คนอื่นเขารัก เราก็ไม่ละเมิดด้วย ก็แปลว่าจะเป็นข้าวของเงินทอง หรือว่าสามีภรรยา ลูกเขาเมียใครเราก็ไม่ไปยุ่ง
    นอกจากไม่พูดโกหกแล้ว ยังไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียดให้คนแตกร้าวกัน แล้วก็ไม่พูดวาจาที่เพ้อเจ้อไร้ประโยชน์ ซึ่งตรงวาจาเพ้อเจ้อนี้มีหลายระดับขั้น เพราะว่าบุคคลที่กำลังใจสูงกว่า ก็ย่อมเห็นบุคคลที่กำลังใจต่ำกว่านั้นกำลังพูดเพ้อเจ้ออยู่
    ข้อสุดท้ายไม่ดื่มสุราเมรัยยังไม่พอ แม้กระทั่งยาเสพติดหรือว่าสิ่งอื่น ๆ ที่ดึงดูดให้เรายึดให้เราติดอยู่ อย่างเช่นว่าอาหารที่รสชาติถูกใจ เราก็ตัด เราก็ละออกไป
    ถ้าหากว่ากำลังใจของท่านทั้งหลาย รักษากรรมบถ ๑๐ ได้โดยที่ไม่หนักใจเลย ขอให้รู้ว่ากรรมบถ ๑๐ นั้นเป็นคุณสมบัติของพระสกทาคามี
    ศีล ๕ บริสุทธิ์ ไม่ละเมิดศีลด้วยตนเอง ไม่ยุยงส่งเสริมผู้อื่นละเมิดศีล ไม่ยินดีเมื่อผู้อื่นละเมิดศีล เป็นคุณสมบัติของพระโสดาบัน กรรมบถ ๑๐ เป็นคุณสมบัติของพระสกทาคามี ซึ่งตรงนี้ไม่มีตำราบอกเอาไว้ ส่วนศีล ๘ นั้น เป็นคุณสมบัติของพระอนาคามี ใครสามารถที่จะรักษาศีล ๘ ได้ โดยไม่หนักใจ โอกาสที่ท่านจะเข้าถึงมรรคผลจะง่ายมาก เพราะว่าศีล ๘ เอื้อต่อการประพฤติพรหมจรรย์อย่างยิ่ง..."
    คำสอนหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๔
    OoidMEr1zmYRiFB3Zs8WFPzYjE_jqKZnzHhaftDfVp0&_nc_ohc=rtTANo91UDQAX_c_3od&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
    =AZWVlUb2yzeUZIKZ2HQoVtu7B1kkZNMRRP9ZnbWQ9-8MjR5PVAsLWK0wPPAE7NAbufr6E1BqdcSWX-baLMkKs0Fh3O7kBn2PTZWKxwL-oEF8Nnrw-PhuKkRPmdxBKqk-W6S7U93dHVOt4xQl_LrRD_JWu_f5YP-8xeGioc1OnczlN4oIEo0KcoYN8kP-kblFC1o&__tn__=EH-R']
    =AZWVlUb2yzeUZIKZ2HQoVtu7B1kkZNMRRP9ZnbWQ9-8MjR5PVAsLWK0wPPAE7NAbufr6E1BqdcSWX-baLMkKs0Fh3O7kBn2PTZWKxwL-oEF8Nnrw-PhuKkRPmdxBKqk-W6S7U93dHVOt4xQl_LrRD_JWu_f5YP-8xeGioc1OnczlN4oIEo0KcoYN8kP-kblFC1o&__tn__=EH-R']


    113113
    ความคิดเห็น 11 รายการ
    แชร์ 12 ครั้ง
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    bwTC3BmiKLgEecSArXmRBxT1XveUGpIIIPULVEHppyd&_nc_ohc=V3X4SkplEq4AX-QeRPP&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    “เพื่อความสำรวมอย่างยิ่ง”
    ขอแนะเทคนิค เพื่อการสำรวม ระวัง กาย วาจา ใจ สักหน่อย...ให้เรากำหนดภาพพระที่เรารัก เราชอบสักองค์ แยกไว้ที่สมององค์หนึ่ง ไว้ที่ปากองค์หนึ่ง นึกคลุมไว้ทั้งตัวเราองค์หนึ่ง เพื่อเป็นการเตือนสติให้ คิดดี พูดดี ทำดี เริ่มต้นถ้ายาก ก็ให้กำหนดไว้ตำแหน่งเดียวก่อน เอาตรงตำแหน่งที่คิดว่าเราพลาดมากที่สุด เมื่อชินแล้วให้กำหนดในตำแหน่งอื่นๆต่อไป เหล่านี้ถือเป็นการปฏิบัติให้เกิดความสำรวมไปในตัว แล้วพฤติกรรมของเรานั่นแหละ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงจิตภายในของเราเอง ลองทำดูนะ
    คำสอนของพระอาจารย์เอ
    OfIpzHfcDsnElxLs0FJ0poOLatlTMj4MPX3avw3C87B&_nc_ohc=wvU9fy_iMaoAX8wGIF0&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    v6HjdqgBbInfOkOd66CfSWZ7J7zxK4huiYMmR-WyPa8&_nc_ohc=Xa-CCry403IAX8a6WE9&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ถาม : สตรีที่บรรลุธรรมตั้งแต่พระอนาคามีขึ้นไปจะสามารถดำรงขันธ์อยู่ได้ หรือต้องละขันธ์ภายใน ๓ วัน ๗ วันคะ ? เพราะเรื่องการบรรลุธรรมเป็นเรื่องของจิตไม่เกี่ยวกับกาย หนูจึงไม่เข้าใจค่ะ ?
    ตอบ : ถ้าเป็นพระอนาคามีก็ยังอยู่ได้ แต่ก็คงอยู่ในลักษณะที่สร้างเวรสร้างกรรมให้กับคนที่ไม่รู้อีกมาก ถ้าใครมาถึงตรงจุดนี้ วิธีที่ปลอดภัยก็คือรีบบวชเป็นแม่ชีเสีย เพราะแม่ชีเป็นเพศที่คนทั่วไปให้การเคารพ จะได้ไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
    แต่ถ้าเป็นถึงพระอรหันต์ไม่เกิน ๗ วัน ตายแน่นอน เพราะว่าอยู่แล้วเป็นโทษใหญ่กับคนอื่น แค่เพื่อนที่ไม่รู้เรื่องอะไรตบหลังป้าบเดียว เจ้านั่นก็ซวยไป ๕๐๐ ชาติแล้ว เราลองคิดดูว่า การล่วงเกินเพียงเล็กน้อย โทษยังหนักขนาดนั้น ถ้าเป็นการล่วงเกินที่หนักกว่านั้น โทษจะขนาดไหน ? ดังนั้น...ความดีของท่านมีมากเกินไป จึงไม่สมควรจะอยู่เป็นโทษเป็นทุกข์แก่คนอื่น จึงต้องตัดให้ตายไป
    เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ☘️
     
  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    การปฏิบัติไม่มีทางลัด มีแต่ทางตรงและลำบากทุกอย่าง เพียงแต่ว่าถ้าหากเราต่อสู้ ก็ไม่มีอะไรเกินความสามารถ ยกเว้นว่าเราไม่สู้เท่านั้น
    ในเมื่อเราเห็นว่านี่เป็นทางเดียวที่จะหลุดพ้นได้ ก็ต้องทุ่มเทจริงจัง
    รักษาศีลก็ต้องรักษาจริง ๆ ทำสมาธิก็ต้องทำสมาธิจริง ๆ ใช้ปัญญาพิจารณาก็ต้องพิจารณาจริง ๆ ฉะนั้น..ต้องทุ่มเทกับมัน ทำเล่น ๆ ไม่ได้ อันนี้เป็นการศึกการสงคราม ทำเล่นเมื่อไรก็ตายฟรี..!
    .........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    ........................................
    #รู้ว่าดีก็ทำ #รู้ว่าชั่วก็ละ #ไม่เกาะทั้งดีทั้งชั่ว
     
  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    รวมไฟล์เสียงคำสอนตั้งแต่เริ่มปฏิบัติสมาธิขั้นพื้นฐาน การฝึกกสิณกองต่างๆ รูปฌานทั้ง4 อรูปฌานทั้ง4 อสุภกรรมฐาน การยกจิตเข้าสู่วิปัสสนาและไปถึงการบรรลุธรรมเบื้องสูง ระดับอริยะขึ้นไป ของหลวงพ่อฤษีลิงดำ ขอแชร์ไปเป็นธรรมทานให้ทุกท่านได้มีโอกาสบรรลุด้วยกันนะครับ
    - พื้นฐานในการทำสมาธิ,กรรมฐานและกสิณทุกกอง ฝึกอานาปานสติกรรมฐาน เข้าสู่ฌาน 1- 4

    - การเลือกกสิณให้ตรงกับจริต

    -วิธีระงับอารมณ์ฟุ้งซ่าน (ใครนั่งสมาธิแล้วเจออาการนี้บ่อยๆควรฟัง)

    - พรหมวิหาร4 (สำคัญมากในการฝึกกสิณ)

    - ขณิกสมาธิ (กสิณ) ตอนที่1 – วิธีปฎิบัติเพื่อเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ)

    ถ้าใครไม่ชอบดิน(ในไฟล์ข้างบนเป็นกสิณดิน) อยากฝึกกองอื่น เลือกเอาตามความชอบเลยนะครับ ฟังจบเเล้วค่อยตามไปฟัง ไฟล์เสียงชุดต่อไป
    การเล่นฤทธิ์ของกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=K4CpL_-_xHc
    ***กสิณธาตุทั้ง4***
    -วิธีฝึก อาโปกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=aVxLUoeQd7Q
    - วิธีฝึก เตโชกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=MwJSIhPUP98&t=103s
    วิธีฝึก วาโยกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=-8eLlbTBmrI
    ** กสิณสี ***
    วิธีฝึก โลหิตกสิณหรือกสิณสีแดง https://www.youtube.com/watch?v=JyiGT_otwaE
    -วิธีฝึก โอทาตกสิณ หรือ กสิณสีขาว https://www.youtube.com/watch?v=iyoH3NKqfBE&t=29s
    วิธีฝึก นีลกสิณ หรือกสิณสีเขียว https://www.youtube.com/watch?v=aQAAJAomOTk
    วิธีฝึก ปีตกสิณ หรือ กสิณสีเหลือง https://www.youtube.com/watch?v=YAUKEEDxKOY
    ****กสิณกองพิเศษ***
    วิธีฝึก อากาศกสิณ หรือ กสิณอากาศ https://www.youtube.com/watch?v=3dH4B29zlxk
    วิธีฝึก อาโลกสิณ หรือ กสิณแสงสว่าง https://www.youtube.com/watch?v=CIVkpq9mAXg&t=368s
    - อุปจารสมาธิ (กสิณ) อุคคหนิมิต,ปฎิภาคนิมิต ตอนที่2 https://www.youtube.com/watch?v=RrLRaCTdUEI
    - ฌาณที่1 (กสิณ) ปฐมฌาณ ตอนที่3 https://www.youtube.com/watch?v=CJdxqCm6b1U
    - องค์ของปฐมฌาณ อาการฌาณที่ 1 ของกสิณhttps://www.youtube.com/watch?v=2dA2NASmL-w
    - ฌาณที่ 2 (กสิณ) ทุติยฌาณ ตอนที่4 https://www.youtube.com/watch?v=2bVlhEnLGx0
    -องค์ของทุติยฌาณ อาการฌาณที่ 2 ของกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=4L6CkNQewec
    ฌาณที่ 3 (กสิณ) ตติยฌาณ ตอนที่5 https://www.youtube.com/watch?v=-RchznT8-es
    องค์ของตติยฌาณ อาการฌาณที่ 3 ของกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=-RO_ws4R4yM
    - ฌาณที่ 4 (กสิณ) จตุตฌาณ ตอนที่6 https://www.youtube.com/watch?v=ifweNEnj7HI
    - องค์ของจตุตฌาณ อาการฌาณที่ 4 ของกสิณ https://www.youtube.com/watch?v=XUYTil36wtk
    คำแนะนำ ช่วงปฎิบัติเพื่ออรูปฌาณอย่ายุ่งกับเรื่อง วิชา3 อภิญญา6 และแสงสี https://www.youtube.com/watch?v=dtvYIdQgSQY
    - อรุปฌาณที่ 1 อากาสานัญจายตนะ ตอนที่7 https://www.youtube.com/watch?v=p4fhJd9HBns
    -อรูปฌาณที่ 2 วิญญาณัญจายตนะ ตอนที่9 https://www.youtube.com/watch?v=hPF5s2AE_FQ
    - อรุปฌาณที่ 3 อากิญจัญญายตนะ ตอนที่8 https://www.youtube.com/watch?v=qYqqC_Tp9Z8
    -อรุฌาณที่ 4 เนวสัญญานาสัญญายตนะ ตอนที่10 https://www.youtube.com/watch?v=DMK4Ah5Aj-A
    เนวสัญญา(ต่อ) หลวงพ่อฤาษีลิงดำพูดถึงหลวงพ่อกบวัดเขาสาริกาhttps://www.youtube.com/watch?v=TIUOgjgGsdM
    ในส่วนของการแสดงฤทธิ์
    - วิธีฝึกจักทิพขุญาณ-หลักสูตรวิชา3 https://www.youtube.com/watch?v=yBqNIgvElSo
    - เคล็ดลับทิพจักขุญาณแจ่มใส https://www.youtube.com/watch?v=WQtksxdYBq8&t=602s
    - การฝึกอภิญญา 6 https://www.youtube.com/watch?v=RfvuxN8z8cI
    ****ในส่วนของวิปัสสนา ***ควรฟังมากๆ***
    - จับอารมณ์วิปัสสนาญาณ ตอนที่11 (จบ) – วิธีปฎิบัติเพื่อเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณhttps://www.youtube.com/watch?v=ExAJCa2LYiU
    - วิปัสสนาญาณ 9 https://www.youtube.com/watch?v=iAA3qmXcwLc&t=1447s
    -แนวทางปฏิบัติวิปัสสนาญาณ https://www.youtube.com/watch?v=1c-2_fNnjRw
    -วิปัสสนาญาณปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้อง https://www.youtube.com/watch?v=6VJhW6QB1_s
    - อารมณ์ของวิปัสสนาญาณ https://www.youtube.com/watch?v=KwpLJIKlQ14&t=1818s
    - วิปัสสนาญาณแจ่มใส https://www.youtube.com/watch?v=mk3GsreTzRc&t=635s
    - ปลงวิปัสสนาญาณ https://www.youtube.com/watch?v=f3x7YjNbTpU&t=480s
    - การใช้อานาปานสติเป็นวิปัสสนาญาณ https://www.youtube.com/watch?v=zg7rzbVPijI
    - อสุภกรรมฐาน 10 https://www.youtube.com/watch?v=_Iacjzk_L8g
    *****การบรรลุธรรมเบื้องสูง ระดับอริยะขึ้นไป****
    - นิพพิทาญาน เบื่อหน่ายในร่างกาย(ไม่มีจุดนี้ ไม่เริ่มจุดนี้ ไปต่อยาก)https://www.youtube.com/watch?v=gVAbVUS9wpg
    - ปฏิบัติวิปัสสนา3เดือนเป็นพระโสดาบัน https://www.youtube.com/watch?v=xn-Yd1SrxNM&t=28s
    - พระโสดาบันตัดสักกายทิฏฐิแบบเบาๆ https://www.youtube.com/watch?v=6hMyWqvOxrg
    - การสร้างบารมีเป็นพระโสดาบัน https://www.youtube.com/watch?v=XVlcnpup3fo
    - พระโสดาบันมีความดีแค่นี้ https://www.youtube.com/watch?v=XrPyQe2P2VU
    - วิธีฝึกจิตให้เป็น พระโสดาบัน https://www.youtube.com/watch?v=6qtgqvmHO1o
    -วิธีฝึกจิตให้เป็น พระสกิทาคามี https://www.youtube.com/watch?v=wnnbDLYSoxA
    -พระสกิทาคามีมีจิตเข้าถึง อภัยทาน https://www.youtube.com/watch?v=VRnBU7p8uGE
    - วิธีฝึกจิตให้เป็น พระอนาคามี https://www.youtube.com/watch?v=S-YguY4d2Bc&t=187s
    -พระอนาคามีเป็นผู้ตัดความรักและความชัง https://www.youtube.com/watch?v=k6TzX9IHqt0
    -พระอนาคามีเป็นผู้ไม่กลับมาเกิดอีก https://www.youtube.com/watch?v=M6el_Lswozg
    - วิธีปฏิบัติจนถึงพระอรหันต์ https://www.youtube.com/watch?v=vfQhWINDw3w
    - เส้นทางสู่พระอรหันต์ https://www.youtube.com/watch?v=sKphC-llTHM
    - เล่าเรื่องบรรลุพระอรหันต์ https://www.youtube.com/watch?v=jvozn4xyxbQ
    - ความละเอียดของจิตพระอรหันต์ https://www.youtube.com/watch?v=BTom4XZYoUo
    - เข้าถึงกระแสนิพพาน https://www.youtube.com/watch?v=U3iPS5DbaE0&t=1434s
    - ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน https://www.youtube.com/watch?v=M95a2esQoiU
    - ชี้ทางนิพพานในชาตินี้ https://www.youtube.com/watch?v=HGmRAXF51Hk
     
  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ?temp_hash=0f72ac5a2ada734b84305ce5154ac246.jpg

    ทำไม่ค่อยต่อเนื่อง จึงขาดความคล่องตัวไปโดยปริยาย
    พระอาจารย์กล่าวว่า "ระยะนี้เขาฮือฮาหาของที่มั่นใจว่ากันรังสีได้ #จะว่าไปแล้วถ้าสมาธิทรงตัว #เราสามารถที่จะกำหนดภาพพระครอบตัวเราไว้เพื่อป้องกันได้ แต่พวกเราพอเกิดอะไรขึ้นก็มักจะสมาธิเคลื่อน หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว อย่างเวลาถวายสังฆทาน พอพระพุทธรูปล้ม อาตมาก็รับไว้และให้พรไปเรื่อย แต่คนถวายนั้นหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว
    ถ้าสมาธิทรงตัวจริง ๆ จะเหมือนกับคนตายด้าน #ไม่มีความรู้สึกแต่ว่าสติจะรวดเร็ว #รู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไรถึงจะดีที่สุด ดังนั้น..ให้ทุกคนพยายามซักซ้อมเอาไว้ ทุกคนทำได้ ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเราเลย เพียงแต่ว่าญาติโยมจะอยู่ในลักษณะทำไม่ค่อยต่อเนื่อง จึงขาดความคล่องตัวไปโดยปริยาย
    ซักซ้อมบ่อย ๆ ซ้อมไว้ทุกวัน #สมัยก่อนอาตมาซ้อมเข้าออกสมาธิอย่างเดียว #ทั้งวันทั้งเดือนทั้งปีไม่ต้องทำอะไรเลย ขนาดเข้าเวรอยู่หน้ากุฏิหลวงพ่อวัดท่าซุง นั่ง ๆ นอน ๆ ซ้อมไปเรื่อย เอนลงไปนี่สมาธิลึกลงไปตามลำดับเลยนะ พอหงายผลึ่งก็เต็มที่เลย
    ตอนลุกขึ้นจะต้องบังคับกันก่อน #เพราะไม่อย่างนั้นแล้วร่างกายจะขยับไม่ได้ ต้องค่อย ๆ คลายลงโดยลุกขึ้นทีละน้อย #จนกระทั่งนั่งตัวตรงก็อยู่ที่อุปจารสมาธิพอดี คนอื่นเขาเห็นก็ว่า..บ้าหรือเปล่า นั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวัน.."
    "โบราณท่านบอกว่า วิทยาเกียจซ้อมหัด หายเสื่อม ในเรื่องความรู้นั้น ถ้าเราขี้เกียจซักซ้อมก็จะหายเกลี้ยง ท่านกล่าวไว้ว่า
    เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม.......ดนตรี
    ห้าวันอักขระหนี..........เนิ่นช้า
    สามวันจากนารี..........เป็นอื่น
    หนึ่งวันเว้นล้างหน้า......หม่นไหม้หมองศรี
    เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม...ดนตรี ถ้าไม่ได้ซ้อมดนตรีสักเจ็ดวันก็ลืมหมดแล้ว ต่อเพลงไม่ติด ห้าวันอักขระหนี..เนิ่นช้า สมัยก่อนเวลาฝึกเขียน ก.ไก่ ข.ไข่ ถ้าลองเลิกเขียนสัก ๕ วัน ก็ลืมแล้ว ต้องเริ่มต้นใหม่
    สามวันจากนารี...เป็นอื่น สมัยนี้ต้องบอกว่าผู้ชายเป็นอื่น ไม่ใช่ผู้หญิงเป็นอื่น หนึ่งวันเว้นล้างหน้า...หม่นไหม้หมองศรี วันเดียวไม่ล้างหน้าก็ขี้ตากรัง"
    ........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    ........................................
    ขอเชิญร่วมบุญผาติกรรมผ้าไตร กฐินสามัคคีสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ประจำปี ๒๕๖๔
    ได้ที่ลิงค์นี้นะคะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    jRdTnF3hNWK_5M0PAqPTuE_&_nc_ohc=TYWPtGvQhiUAX-Eny0R&tn=ntkX8_79axLjp9Cm&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ?temp_hash=945984a3d78231ffeaef2ef0204e0d5f.jpg



    #อารมณ์ดีวิถีพุทธจิตหยุดเข้าถึงธรรม: ตอนที่ ๔๙

    เพื่อชีวิตที่มีความสุขเพื่อการเดินทางเข้าสู่พระนิพพานท่านต้องเข้าใจว่าทุกวินาทีในโลกนี้ #ไม่มีเรื่องบังเอิญ...ไม่มีเรื่องบังเอิญแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างที่พึงบังเกิดขึ้นแก่เราย่อมมีความผูกพันเป็นไปตามผลของวิบากกรรมทั้งสิ้น
    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงตรัสสอนเราไว้ว่า...เราทุกคนมีวิบากกรรมเป็นของตัวเอง บุคคลที่เกิดมาแต่ละบุคคลล้วนมีบัญชีกรรมมาคนละเล่ม "ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเขียนมาเสร็จสมบูรณ์ ว่าเราจะเกิดกับใคร พ่อแม่คนไหน ชาติตระกูลอย่างไร มีเงินมากน้อยเพียงใด จะมีครอบครัวอย่างไร จะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร จะประสบความสำเร็จในรูปแบบใด และจะตายด้วยอายุเท่าใด" เปลี่ยนแปลงได้ด้วยกำลังบุญที่เราทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง หากมีวิบากกรรมก็จะทำให้เบาบางลง หากเป็นผลของความดีก็จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
    ฉะนั้น ในทุกช่วงเวลาที่ท่านทั้งหลายต้องพบเจอกับสิ่งต่าง ๆ ที่พึงบังเกิดขึ้นในโลกใบนี้ #ทั้งความสุขและความทุกข์หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงสลับกันไป ตามวาระโอกาสและสถานการณ์นั้น ๆ

    หากท่านทั้งหลาย ไม่อยากประสบพบเจอกับความทุกข์นานัปการ ขอให้เชื่อในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสสอนพวกเราไว้ว่า #ทุกสิ่งทุกอย่างที่บังเกิดกับเราไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราจึงควรพยายามสร้างบุญกุศลให้ต่อเนื่องรักษาจิตใจให้แจ่มใสไว้เสมอเพื่อผลบุญจะได้รักษาเราและทำให้วิบากกรรมเบาลง

    • อะไรที่เกิดขึ้นกับเราให้คิดเสียใหม่ว่ามันต้องเกิด มันต้องเป็น หากมีปัญหาเราก็ใช้ปัญญาใคร่ครวญคิดพิจารณาแก้ไขไป ในไม่ช้าความสุข ความร่มเย็นจะพึงเกิดแก่เรา
    • หากมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นกับชีวิตเราก็ถือเป็นรางวัลชีวิต เป็นผลของบุญที่เราทำมาไว้ตั้งแต่อดีตให้ผล

    ถ้าเราไม่ต้องการให้ความทุกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจเกิดขึ้นกับเรา ก็ขอให้เราทุกคนทุกท่านทำจิตใจให้แจ่มใส มีจิตตั้งมั่นอยู่ในบุญกุศลไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล ภาวนา อย่างหนึ่งอย่างใดไว้เสมอ
    ไม่ทำให้จิตใจของเราเศร้าหมอง เพราะเป็นการเปิดประตูให้เจ้ากรรมนายเวรเข้ามาถึงเราได้ เราปิดประตูไม่ให้กรรมมาถึง คือ "จิตของเราต้องตั้งมั่นอยู่ในความดี และทำจิตของเราให้แจ่มใสไว้เป็นปรกติยังถือเป็นการเปิดประตูบุญ ให้บุญที่เราทำตั้งแต่อดีตหลั่งไหลมาให้ผล ทำให้ชีวิตของเรานั้นประสบสุขสำเร็จได้ตามปรารถนา"
    หากเราต้องการปฏิบัติธรรมก็จะทำให้จิตของเรานั้นเข้าถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ คือ มรรคผลพระนิพพานได้ง่ายขึ้นด้วยกระแสบุญที่เราทำอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามปรารถนาที่เราตั้งจิตอธิษฐานบารมีตั้งแต่ต้นจึงทำให้สำเร็จได้โดยฉับพลันนะ
    พระอาจารย์เอกลักษณ์ ปญฺญาคโม
    วัดพุทธพรหมยาน เกาะลัด จังหวัดฉะเชิงเทรา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...