เรื่องเด่น นิมิต - กรรมฐาน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 11 พฤษภาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    th446.jpg

    ในเรื่องการปฏิบัติเพื่อละกิเลส หลวงพ่อเล็กท่านเล่าให้ฟังถึงตอนที่ท่านอยู่วัดท่าซุงว่า มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากที่ท่านนอนไป ๒ ชั่วโมงแล้วก็ลุกขึ้นมาภาวนาต่อ ปรากฏว่าวันนั้นอารมณ์จิตดีมาก เบาสบาย แทบจะเหาะได้บินได้อยู่เดี๋ยวนั้นเลย ท่านก็คิดว่า ท่านเองคงได้บรรลุคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว

    แต่โชคดีที่หลวงพ่อฤๅษีท่านสอนอยู่เสมอว่า อารมณ์การปฏิบัตินั้น ให้ยกสังโยชน์ ๑๐ ขึ้นมาเทียบก็จะรู้ หลวงพ่อเล็กท่านก็ไล่เทียบสังโยชน์ตั้งแต่ต้นยันปลาย สรุปว่ายังมีครบ ๑๐ ตัวเลย..!

    ท่านก็บอกว่า วันนั้นอารมณ์ดีมาก กิเลสบางอย่างเบาลง เราคิดว่าหมดแล้ว พอพิจารณาเข้าจริง ๆ ยังมีซ่อนอยู่เต็ม เพียงแต่มันหลบไปนอนอย่างที่หลวงพ่อฤๅษีท่านบอกไว้ กิเลสหลบไปนอนนี่ น้ำใสปิ๊ง ไม่มีขุ่นเลย

    หลวงพ่อเล็กท่านแนะนำมาว่า ในการพิจารณาเทียบกับสังโยชน์ ให้พิจารณาแบบห้ามเข้าข้างตัวเอง ประเภทที่รู้ว่าต้องตอบอย่างนี้ถึงจะถูก นั่นยังไม่ใช่ จะต้องเป็นคำตอบที่ออกมาจากใจจริง

    คัดลอกข้อความมาจาก
    กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ > เล่าสู่กันฟัง ภาค ๑
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    สมาธิเป็นคำตอบในการปฏิบัติเกือบทุกอย่าง

    พระอาจารย์กล่าวว่า "วันนี้หลวงพี่มหาเอถวายทองคำ น่าจะประมาณ ๒๕ บาท ให้เนื่องในวันเกิด ถ้ารู้ว่าวันเกิดเขาให้อะไรเยอะขนาดนี้อาตมาคงเกิดไปนานแล้ว เพราะว่าจนป่านนี้ยังไม่ได้กลับวัดไปดูเลย เมื่อคราวงานวัดรับมาก็แยก ๆ ใส่กะละมังไว้ จำได้ว่ามีพระเลี่ยมทองหลายองค์ ยังไม่ได้ดูว่ามีอะไรบ้าง เวลาจะดูยังไม่มีเลย ถ้าอยู่ถึงก็พบกันอีกทีตอนอายุ ๗๒ ปี จะจัดงานวันเกิดอีกรอบหนึ่ง พยายามกัดฟันหายใจไว้ เดี๋ยวก็ถึงเอง แค่อีก ๑๒ ปีเท่านั้น..!

    พอถึงเวลาวีซ่าหมด ถ้าต่อไม่ทัน ก็ขอบ๊ายบายไปก่อน #อาตมาสร้างเวรสร้างกรรมไว้เยอะ ตั้งแต่อายุ ๒๗ ปีก็หมดวาระแล้ว #ที่อยู่มาจนบัดนี้ใช้วีซ่ามาตลอด ตอนตายเพื่อนผู้หญิงเห็น โอ๊ย...ใจคอไม่ดี จะขาดใจตายแทน #พออาตมาฟื้นคืนมาใหม่ #ดันหัวเราะเยาะอาตมาเหมือนคนบ้าเลย..!

    จริง ๆ แล้วเพื่อนหญิงคนนี้เขาเป็นนักปฏิบัติที่สุดยอดมาก เป็นคู่แข่งกัน คราวนี้อาตมารู้ว่าบอกไปแล้วเขารับได้ #ก็เลยบอกว่าวันนี้หมดอายุ #จะตายวันนี้แหละ เขาก็เฝ้าดู ตอนไปเขาทำท่าจะตายแทน พอฟื้นคืนมาใหม่ ดีใจเป็นไอ้บ้าไปเลย #สรุปว่าไล่อาตมาไม่ทัน ยินดียินร้ายมากเกินไป กำลังใจไม่มั่นคง โดนอาตมาแซงเลย #ไม่อย่างนั้นปกติแล้วหนีกันไม่พ้น อาตมาได้อะไรเขาก็ได้อย่างนั้น เขาได้อะไรอาตมาก็ได้อย่างนั้น

    ที่ชอบที่สุดก็คือ เวลาไปหาท่านที่ทำได้มากกว่า ทั้งสองคนนิสัยขโมยเหมือนกัน #ถ้าคนที่ทำได้มากกว่าเล่าให้ฟังว่าทำแบบไหน #พวกเราจะทำได้เดี๋ยวนั้น ขโมยกันต่อหน้าต่อตา ทั้งสองคนเป็นเหมือนกัน ฟังอารมณ์ปฏิบัติของรุ่นพี่หรือรุ่นอาจารย์ เขาทำถึงตรงไหน อาการเป็นอย่างไร จะขโมยมาต่อหน้าต่อตาเลย #ทำได้เหมือนเขาเดี๋ยวนั้นเลย

    ตรงจุดนี้ต้องบอกว่า #เกิดจากคุณูปการที่ฝึกสมาธิไว้มาก เหมือนคนมีเงินเยอะ พอจะซื้ออะไร ถ้าเขาซื้อได้ บอกว่าซื้อได้ด้วยวิธีนี้ พวกเราก็ควักกระเป๋าซื้อเลย #ถึงได้กล้ายืนยันว่าสมาธิเป็นคำตอบในการปฏิบัติเกือบทุกอย่าง ยกเว้นตอนเปลี่ยนอารมณ์เป็นพระอริยเจ้าเท่านั้น

    ฉะนั้น...ใครบอกว่าฝึกสมาธิมากจะติดในสมาธิ #คนพูดประเภทยังทำไม่ได้จริง #ถ้าทำได้จริงต้องรู้ว่าสมาธิมีคุณค่าอย่างไร ขนาดพระพุทธเจ้ายังยืนยันว่าถ้าทรงฌานได้ มารจะมองไม่เห็น รัก โลภ โกรธ หลง โดนกดดับชั่วคราว กิเลสต่าง ๆ เกิดไม่ได้ชั่วคราว แล้วมารที่ไหนจะครอบงำได้ ? #หลังจากนั้นก็อาศัยกำลังสมาธิมาช่วยในการพิจารณาตัดกิเลส

    ถ้าหากว่าพวกเรามีคู่แข่งในการปฏิบัติลักษณะเดียวกับอาตมา จะทำอะไรได้เร็วมาก เพราะว่าไม่อย่างนั้นเราจะตามเขาไม่ทัน มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือหนีเขาได้ไหม ? ถ้าหนีเขาไม่ได้ก็ต้องตามเขาให้ทัน #พอดีอาตมาโชคดีเจอคู่แข่งลักษณะนั้นเข้า #เจอหน้ากันแต่ละทีก็มาไล่อารมณ์การปฏิบัติกัน ที่หลวงพ่อฤๅษีท่านใช้คำว่า ถึงเวลาแล้วยันกัน ก็คือความรู้เท่ากัน ไม่มีใครได้มากกว่า ของอาตมาก็หมดกระเป๋าพอดี ของเขาก็หมดกระเป๋าพอดี มีคู่แข่งแล้วเราจะกระตือรือร้น #ถ้าไม่มีก็ต้องแข่งกับตัวเอง

    จริง ๆ แล้วสมาธิในการเล่นเกมส์ บางคนระดับนิโรธสมาบัติเลย เห็นเด็กฝรั่งคนหนึ่งที่เล่นเกมส์จนตาย เล่นต่อเนื่องกันเป็นเดือน #กำลังระดับนั้นถ้าเอามาตัดกิเลสก็บรรลุไปนานแล้ว

    ถึงเวลาอาตมากับเขาก็นั่งคุยนั่งไล่อารมณ์การปฏิบัติกัน พ่อเขาก็สงสัย #มาจีบลูกสาวทำไมไม่เอ่ยปากขอเสียที ถึงเวลาก็หิ้วกาน้ำชา ถือถ้วยมา นั่งซดน้ำชาไป ๒ กา "#คุยอะไรกันวะ ? #ฟังไม่รู้เรื่อง #ไปดีกว่า" ก็พ่อเขาไม่ใช่นักปฏิบัติ คิดว่าอาตมาไปจีบลูกสาวเขา

    พวกเราถ้าไม่มีใครเป็นคู่แข่ง ก็ให้แข่งกับตัวเอง"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ถาม : หนูไม่รู้ทำอะไรผิดมา ขณิกสมาธิยังไม่ได้เลยค่ะ กำหนดภาพพระดูลมแล้วเหมือนนิวรณ์ ๕ มาครบค่ะ แม้กระทั่งจัดเทียนหอมถวายพระก็หงุดหงิด กำหนดภาพพระก็โดนความคิดเบียดค่ะ ?

    ตอบ : ไปวิ่งสัก ๓-๔ กิโลเมตร พอเหนื่อยใจก็จะกลับมาอยู่กับพระเอง คือคนเราถ้าไม่ใกล้ความตาย ใจจะไม่เกาะความดี กิเลสจะพาเราเตลิดเปิดเปิง

    คราวนี้เราไปกดเอาไว้นาน พอกดเอาไว้นานมีช่องแม้แต่นิดเดียว กิเลสก็จะดิ้นสุดชีวิต เพราะเขารู้ว่าเขาจะตาย เมื่อกิเลสใกล้ตายก็จะอาละวาดอย่างนั้น

    คราวนี้ทำอย่างไรที่เราจะสู้ได้ ? ในเมื่อเราสู้ตรงนี้ไม่ได้...ก็พากิเลสวิ่ง พอเหนื่อยหายใจไม่ทัน รู้ว่าตัวเองใกล้ตายจนกระทั่งหายใจไม่ทัน ใจจะวิ่งกลับมาอยู่กับการภาวนาเอง วิ่งไป ๘-๑๐ กิโลเมตร หรือสมัครวิ่งมาราธอนไปเลยก็ได้

    ถาม : เป็นเรื่องปกติใช่ไหมคะ เพราะว่าเราไปกดไว้ ?
    ตอบ : ถูก...เรากดกิเลสไว้แล้วเราก็เผลอไปปล่อย มีช่องแม้แต่นิดเดียวกิเลสก็แทรกมาแล้ว อย่างเช่น เราปล่อยให้มีช่องเพราะไปจุดเทียนหอม กิเลสก็ฉวยโอกาสอาละวาดเลย

    ถาม : ธรรมดาใช่ไหมคะ ?
    ตอบ : ธรรมดา ถ้าไม่เป็นสิประหลาด ไปสู้ใหม่ อย่าเพิ่งท้อ
    ............................................
    ๖๐ ปี พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๓
    ที่มา : เว็บวัดท่าขนุน
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    +++ สภาพจิตเริ่มเข้าสู่อุปจารสมาธิ +++

    ถาม : เวลาเราฟังคนเขาพูดอะไรกัน เรารู้ว่าเขาจะพูดอะไรก่อน ตรงนี้เป็นญาณหรือคะ ?
    ตอบ : เป็นสภาพจิตที่เริ่มเข้าสู่อุปจารสมาธิ #จะเกิดความเป็นทิพย์ขึ้นมา #ความเป็นทิพย์นี้สามารถบอกได้ทุกเรื่อง แต่รู้ไปก็เท่านั้น ที่เราต้องการคือรู้เท่าทันสภาพจิตของเราว่ามี รัก โลภ โกรธ หลง อย่างไรบ้าง การรู้ทันในเรื่องของคนอื่น ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น #เป็นการที่พิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้าสอนเรานั้นมีผลจริง แล้วก็สร้างความเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ไปสนใจใคร่รู้ตามแต่เรื่องนั้นเรื่องเดียว ก็จะเสียผล #ถ้านานไปโทรศัพท์ดังก็จะรู้ว่าใครโทรมา #บางทีได้ยินเสียงโทรศัพท์ก่อนเป็นนาทีเลยนะ ...(หัวเราะ)...

    ถาม : ตั้งนาฬิกาปลุกและเราก็จะตื่นก่อน ?
    ตอบ : ส่วนใหญ่จะตื่นก่อนประมาณ ๕ นาที จะตรงเวลาเป๊ะเลย และก็ตื่นขึ้นมาเพื่อปิดนาฬิกา #แต่ถ้าเราไม่ห่วงนาฬิกาปลุก #ตั้งใจจะตื่นตอนนั้นก็จะตื่นตรงเวลา แต่ถ้าเราห่วงนาฬิกาปลุกมักจะตื่นก่อน ๕ นาที

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQlHoprqWBaxPJUzcpaVDOGNd3B6PbsU07SJ9QMg8hVgCPjSNZdr1lZi86V9Tt4FThk&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    กำลังใจเห็นคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแท้จริง


    ถาม : ทีนี้ผมมาสังเกตตัวผมเอง เมื่อสักปี ๓๗ ผมขึ้นไปนั่งสมาธิ ตอนทุ่มหนึ่งแล้วผมนั่งสมาธิแบบภาวนา “พุทโธ” ไปเรื่อย ๆ ก็มาเห็นสว่างเหมือนกับกลางวัน แล้วก็เห็นเป็นพระพุทธองค์ใหญ่อยู่ในอากาศ ก่อนหน้านั้นผมมานั่งพิจารณาว่า เกิดเป็นทุกข์ เจ็บเป็นทุกข์ ตายเป็นทุกข์ อะไรทั้งหลายไล่ไปเรื่อย ทำหลังทำวัตรเช้า เกิดความเข้าใจซาบซึ้งจนร้องไห้ว่า เออ ! เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่เห็นดีตรงไหนเลย ก็บอกว่าไม่น่าเกิดแล้ว เชื่อตอนนั้น ตรงนั้นก็ร้องไห้ และตั้งแต่วันนั้น ผมก็เลยว่า จะถือศีล ๕ ตลอดชีวิตเลย จะเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ?

    ตอบ : นั่นเป็นประสบการณ์ในการปฏิบัติ ซึ่งคนที่ทำถึงตรงจุดนั้นแล้วจะมีกำลังใจ เพราะว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น เขาได้รู้เห็น

    ถึงเคยบอกว่า คนเราถ้าหากว่าทำได้ถึงปฐมฌาน ถ้ารู้จักคิดจะไม่มีการตกต่ำอีก เพราะว่าทันทีที่จิตเข้าสู่ระดับของปฐมฌาน ตัวรัก โลภ โกรธ หลง ที่เป็นไฟใหญ่ ๔ กอง เผาเราอยู่นั้น จะ โดนอำนาจของฌานกดดับลงชั่วคราว จะเกิดความสุขเยือกเย็นอย่างชนิดที่พรรณนาเป็นคำพูดไม่ถูก

    คราวนี้ถ้าคนมีปัญญา เขาจะคิดว่า โอหนอ..แค่ปฐมฌานที่เราทรงได้ยังมีความสุขขนาดนี้ คนที่ได้ ฌาน ๒ ฌาน ๓ ฌาน ๔ เขาจะสุขขนาดไหน ?
    บุคคลที่ได้ฌาน ๒ ฌาน ๓ ฌาน ๔ ได้สมาบัติ ๘ ถึงสุขขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่ได้เศษหนึ่งส่วนสิบหกของความเป็นพระโสดาบัน
    เป็นพระโสดาบันสุขมากขนาดนั้นแล้ว พระสกิทาคามีที่เหนือกว่าจะสุขขนาดไหน ? พระอนาคามีที่เหนือยิ่งขึ้นไปจะสุขขนาดไหน ?

    กำลังใจก็จะเห็นคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแท้จริง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถ้าหากว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นการเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยกาย วาจา ใจ อย่างเที่ยงแท้ ไม่สักแต่ว่ากราบด้วยมือ ด้วยกาย ตอนนี้ปากว่าไปใจก็จะน้อมตามไปด้วย

    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้ายึดพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ก็ยึดจริง ๆ ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
    ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้ายึดพระธรรมเป็นที่พึ่ง ก็ยึดจริง ๆ ด้วยกาย วาจา ใจ
    สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอยึดพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ก็ยึดจริง ๆ ด้วยกาย วาจา ใจ
    ในเมื่อยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแน่นแฟ้น ไม่ล่วงเกินด้วย กาย วาจา ใจ แล้ว แค่ไล่ศีลให้บริสุทธิ์ก็เป็นพระโสดาบันแน่แล้ว เพราะว่าเขาต้องคิดอยู่แล้วว่า เราเคารพ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะเราต้องการไปพระนิพพาน เรารักษาศีล เพราะต้องการไปพระนิพพาน สรุปแล้วที่เขาบอกว่า ถ้าหากว่าเข้าถึงปฐมฌานสามารถเป็นพระโสดาบันได้จริง ๆ ก็คือในลักษณะอย่างนี้ ใช้ปัญญาเพิ่มขึ้นนิดเดียวเท่านั้นเอง

    ที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเคยเทศน์ว่า พระโสดาบันมีสมาธิเล็กน้อย ปัญญาเล็กน้อย แต่มีศีลบริสุทธิ์ หลักเกณฑ์การเป็นพระโสดาบัน คือ
    ๑. ต้องเคารพพระพุทธเจ้าจริง ๆ
    ๒. เคารพพระธรรมจริง ๆ
    ๓. เคารพพระสงฆ์จริง ๆ
    ๔. มีศีลบริสุทธิ์
    ๕. คิดว่าตายแล้วจะไปพระนิพพาน

    คราวนี้เราก็สรุปรวบยอดลงมาว่าเรารักษาศีลเพราะเราเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรารักษาศีลเพราะจะไปพระนิพพาน ก็เลยกลายเป็นว่า มีปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อยแต่มีศีลบริสุทธิ์ ยิ่งสรุป ยิ่งง่าย เดี๋ยวก็เป็นพระโสดาบันกันหมดเท่านั้นเอง..!

    สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
    เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนตุลาคม ๒๕๔๕
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    +++ ถ้ากำลังใจมั่นคง ความจำจะเหมือนภาพถ่าย +++

    พระอาจารย์กล่าวว่า “บางคนเขาไม่นึกหรอกว่า #คนเป็นร้อยเป็นพันอาตมาจะจำได้หมด ตอนที่อยู่วัดเวลาแจกวัตถุมงคล ต้องบอกว่าคนนี้รอบที่ ๓ คนนี้รอบที่ ๔ #เขาไม่นึกว่าอาตมาจะจำได้

    #ถ้ากำลังใจมั่นคง #ความจำจะเหมือนภาพถ่าย สามารถย้อนหลังกลับไปดูได้อีกด้วย #คราวนี้ถ้าเป็นเรื่องของสมาธิจิต #จะย้อนได้เร็วมาก สมมติว่าเราถ่ายวิดีโอเอาไว้ครึ่งวัน ต้องเสียเวลาย้อนไป ๖ ชั่วโมง #แต่ถ้าเรื่องของสมาธิจิต #จิตมีสภาพจำ #ย้อนไปถึงตรงนั้นจะรู้ได้ทันทีเลย เพราะฉะนั้น..จะกี่ชาติก็ย้อนไปตามกำลังของตัว บำเพ็ญบารมีมาน้อยก็ระลึกได้น้อย บำเพ็ญบารมีมามากก็ระลึกได้มาก”

    "#มีพระพุทธเจ้าระลึกชาติได้ไม่จำกัด #พระโมคคัลลานะ #พระสารีบุตร #พระอนุรุทธ #พระมหากัสสปะ #นางภัททากัจจานาเถรีหรือพระนางพิมพา #ท่านเหล่านี้ระลึกชาติได้ไม่จำกัด ท่านอื่น ๆ ก็ระลึกชาติได้จำกัด แต่ว่าเป็นเรื่องที่คนเขาทำกันได้มาก สมัยพุทธกาลบรรดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ ระลึกชาติกันเป็นว่าเล่น เขาบอกว่าได้ร้อยชาติบ้าง พันชาติบ้าง ๑ กัป ๒ กัป ๓ กัป ๕ กัป ๑๐ กัป ๑๐๐ กัป ได้กันขนาดนั้นเลย”

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๓
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    นั่งสมาธิแล้วชอบง่วง

    ถาม :
    นั่งสมาธิชอบง่วงค่ะ ?
    ตอบ : แสดงว่าสมาธิเริ่มทรงตัว สมาธิทรงตัวก็จะเป็นปฐมฌานหยาบ ปกติถ้าสติขาดก็จะตัดหลับไปเลย ถ้าสติเรายังอยู่จะรู้สึกว่าง่วงมาก พยายามตามลมหายใจของเราให้ชิดกว่านั้น ถ้าก้าวข้ามไปได้ต่อจากนั้นก็จะไม่เป็นอีก

    ถาม : เป็นแล้วไม่รู้สึกตัว ?
    ตอบ : สมาธิกำลังดี ถ้าเริ่มดีจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่ายังไม่ดีเต็มที่ พอข้ามตรงนั้นไปได้ถึงจะดีจริง

    ถาม : ควรภาวนาบทอะไร ?
    ตอบ : อะไรก็ได้ คำภาวนาเป็นแค่เครื่องโยงให้ใจเป็นสมาธิเท่านั้น ฉะนั้น...อะไรที่ทำให้เป็นสมาธิใช้ได้ทั้งนั้น
    ....................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี

    ....................................
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQmgiK53TGCtRoTwK-dHHL3Wlg3jv6AZuoj2dHXfKE6tzJ68u0E1ucNMMH3UKmYw_SE&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    +++ ถ้าอวดว่าเราทำได้ จะหายไปนานเลย +++

    ถาม : หนูอ่านเจอมาว่าคาถาเงินล้าน ถ้าทำได้ผลแล้วอย่าโวยวายไป เดี๋ยวผลจะหด แต่หนูจะไปชวนคนอื่นเขา บางทีต้องมีการบอกว่าเราทำได้ผลอย่างนี้ ๆ
    ตอบ : บอกในลักษณะยกตัวอย่างให้ฟัง #อย่าบอกลักษณะอวดว่าเราทำได้ #ถ้าบอกในลักษณะอวดว่าเราทำได้ #หรือบอกด้วยความปลื้มใจภูมิใจ #อยากให้เขารู้ว่าเราทำได้ #จะหายไปนานเลย ฉะนั้น..ถ้าหากว่าวางใจเป็นกลางได้ จะยกตัวเองเป็นตัวอย่างก็ได้ ไม่เป็นไร

    ถาม : เคยได้ยินมาว่า ถ้าเกิดว่าคน ๒ คน คนหนึ่งมีอาชีพอิสระหรือมีกิจการส่วนตัว อีกคนหนึ่งเขารับเงินเดือน ถ้าทำเหมือนกันคนที่รับเงินเดือนจะได้ผลน้อยกว่า เพราะทางเข้าของเงินมันจำกัด
    ตอบ : ไม่ใช่หรอก #เดี๋ยวเขาก็ไปเดินสะดุดเงินที่ไหนสักแห่งล้มตายไปเอง

    ถาม : แม้จะไม่ได้ทำอาชีพอะไรเลยก็เหมือนกันหรือคะ ?
    ตอบ : อยู่ ๆ #อาจจะมีล็อตเตอรี่ปลิวมา เก็บเอาไว้ดูเล่นเฉย ๆ #ปรากฏว่าเป็นรางวัลที่#เขามาของเขาจนได้ เหมือนอย่างคุณแม่ของคุณประยงค์ ตั้งตรงจิต เป็นอัมพาตนอนอยู่ #ภาวนาไปเรื่อย อยู่ ๆ #เห็นแสงสว่างพุ่งเข้าไปในเซฟที่ทิ้งไว้ปลายเตียง เป็นเซฟเปล่า เลยบอกลูกเปิดดู #เปิดออกมาแบงก์อัดเต็มตู้เลย แบงก์ร้อยล้วน ๆ เหตุที่มีแต่แบงก์ร้อยล้วน ๆ เพราะว่าสมัยนั้นใบใหญ่ที่สุดคือแบงก์ร้อย

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQmVhLl3nU6FrnWZRqbxfuXRXKLiC2OGXxQszTCFlmhoj6XZAVCaJcST6zCuTMyDzXM&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    +++ พระปัจเจกพุทธเจ้ามาสงเคราะห์ +++

    พระอาจารย์กล่าวว่า "องค์พระปัจเจกพุทธเจ้าต้องการให้พวกเราทุกคน #เข้าใจถึงวิธีในการเจริญภาวนาคาถาเงินล้าน #เพื่อให้เกิดผลสูงสุด #ที่จะพึงมีพึงได้ตามวาสนาบารมีของแต่ละคน ดังนั้นขอให้ทุกท่านตั้งกายให้ตรง แต่ไม่ใช่เกร็ง เวลาหายใจเข้า นึกถึงคาถาเงินล้านที่เราภาวนา #ไหลตามลมหายใจเข้าไป #จนสุดลมหายใจของเรา ให้อยู่ตรงนั้น #นั่นคือศูนย์กลางกาย

    ให้ทุกคนขยับโยกหน้าโยกหลัง หาความตรงพอดี ๆ ให้เป็นศูนย์กลางของเรา เสร็จแล้วคำภาวนาทั้งหมดของเรา #ให้กำหนดจดจ่อลงตรงนั้น #โดยใช้สมาธิเพียงเบา ๆ ท่านที่ทรงสมาธิในระดับใช้งานได้จะเข้าใจตรงจุดนี้เลย แต่ถ้าหากว่าท่านที่ยังไม่เข้าใจ ให้รู้สึกเหมือนลมหายใจแตะแผ่ว ๆ #อยู่ตรงศูนย์กลางกาย #แล้วภาวนาคาถาเงินล้านของเราไปเรื่อย

    องค์พระปัจเจกพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า "#ถ้าใครสามารถทำอย่างนี้ได้ต่อเนื่องกัน วันละประมาณ ๑ ชั่วโมง #จะมีความคล่องตัวมาก จะทำงานใหญ่ขนาดไหน #เงินทองก็จะไม่ขาดมือ ยิ่งถ้าเป็นบุคคลที่เริ่มด้วยทานบารมีมาตั้งแต่อดีต #ทรัพย์สินเงินทองจะไหลมาเทมามากเป็นพิเศษ"

    ดังนั้น..#ให้ทุกคนขยับหาจุดกึ่งกลางของเราที่พอดี โดยไม่ต้องเกร็งตัวเอง #กำหนดความรู้สึกทั้งหมด #พร้อมลมหายใจและคาถาเงินล้านของเรา #ให้ลงไปที่กึ่งกลาง #ให้ออกมาจากกึ่งกลาง โดยให้สัมผัสเพียงเบา ๆ เท่านั้น ให้รักษาอารมณ์ใจอย่างนี้ไว้จนกว่าจะได้ยินเสียงสัญญาณบอกหมดเวลา"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกงานหล่อพระ วัดเขาวง ๓๐ เมษายน- ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQlY4haLDC4eZqBp8xkeF5LQYF10a_raGZl5LFU-_T1UVO5wy-dzZ4M8you0FXtQuC8&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    #โทสะส่วนใหญ่มีพื้นฐานมากจากมานะ

    โทสะส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากมานะ การถือตัวถือตน พอกระทบเข้า ความถือตัวบังเกิดขึ้น ได้ยินแล้วหูร้อน ได้เห็นแล้วตาร้อน ส่วนใหญ่เอาตัวเองเข้าไปเปรียบ เอาตัวเองเข้าไปวัด แล้วกำหนดมาตรฐานขึ้นมาเอง

    ดังนั้น..เราจะต้องรู้เท่าทัน ต้องคิดให้เป็น ปล่อยให้เป็น วางให้เป็น ทันทีที่ตาเห็นแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่หูได้ยินแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่จมูกได้กลิ่นแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่ลิ้นได้รสแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่กายสัมผัสไม่ชอบใจ ก็อย่าให้เข้ามาในใจ จะได้ไม่กระทบ ชอบหรือไม่ชอบจะได้จบลงตรงนั้น

    ถ้ากระทบแล้วอารมณ์โทสะเกิด ก็ให้พิจารณาดู โดยเฉพาะสิ่งที่คนอื่นเขาทำให้เห็น สิ่งที่คนอื่นเขาพูดให้ได้ยิน ต้องแยกแยะ ต้องพิจารณาให้เป็น

    #อันดับแรกให้ดูว่า #สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นจริงไหม ? สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นจริงไหม ? ถ้าเป็นความจริง เราก็ไม่ควรที่จะไปโกรธ ไปเกลียดเขา เขาอุตส่าห์ลงทุนยอมเป็นกระจก ส่องให้เห็นหน้าตาอันน่าเกลียดน่าชังของเราเอง เราจะได้แก้ไขเพื่อให้ดีขึ้น

    เราควรจะโกรธกระจกหรือไม่ ? คนที่ทำให้เราเห็นตัวของเราเอง ก็จัดว่าเขาเป็นครู นักเรียนคนไหนเกลียดครู นักเรียนคนนั้นย่อมเอาดีไม่ได้ หาความก้าวหน้าไม่ได้ ดังนั้น..ถ้าเป็นจริง ควรจะรับไว้ด้วยความขอบคุณ แล้วพยายามแก้ไขตัวเราไป

    #ถ้าไม่มีความเป็นจริง บุคคลที่โง่เขลาเบาปัญญา แม้กระทั่งความจริงเป็นอย่างไรเขาก็ยังไม่รู้ คนแบบนี้น่าสงสารมากกว่าน่าโกรธ ให้อภัยเขาเถอะ สงสารเขาเถอะ คนที่อารมณ์ใจเป็นแบบนี้ กาย วาจา ใจ เป็นแบบนี้ เขายังต้องเกิดอีกนาน ยังต้องทุกข์ยากลำบากอีกนาน เราจะโกรธเขาหรือไม่โกรธเขา เบียดเบียนหรือไม่เบียดเบียน เขาก็ทุกข์อยู่แล้ว

    ถ้าเรารู้จักคิดดังนี้ อารมณ์โกรธก็จะไม่สะสมอยู่ในจิตของเรา ถ้าคิดไม่เป็นก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ ทีละเล็กทีละน้อย ท้ายที่สุด คนสุดท้ายนั้นจะโชคร้าย พอเขากระทบนิดเดียว เราก็ระเบิดตูมใส่หน้าเขา

    บางคนก็จะสงสัยว่า เอ๊ะ..ทำนิดเดียวแค่นี้โกรธขนาดนี้เชียวหรือ ? บางคนแทบจะฆ่าให้ตายไปเลยก็มี เพราะว่าคิดไม่เป็น ปล่อยวางอารมณ์ไม่เป็น ตัดอารมณ์ทิ้งไม่เป็น เราต้องรู้จักวิเคราะห์ รู้จักวิจัย รู้จักดูความก้าวหน้าของตนเองด้วย

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    คัดลอกจากหนังสือกรรมฐาน ๔๐
    เรื่อง การปฏิบัติพระกรรมฐาน
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQnxqhkIOK7lhed0v2cgHvgZH5h6_paD85mppoDtl3PTLIRkAd60gJumN8368bB4nzM&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ++ ให้ตะเกียกตะกายเสียตั้งแต่ต้น +++

    ถาม : บุคคลที่บรรลุเป็นพระโสดาบัน แต่ยังไม่ได้สมาบัติ ๘ พอมาบรรลุเป็นพระโสดาบันแล้ว จะสามารถสร้างสมาบัติ ๘ แล้วเป็นพระอรหันต์แบบปฏิสัมภิทาญาณได้ไหมครับ ?

    ตอบ : #โอกาสมีน้อยมาก ถ้าท่านมีอารมณ์อยากทำก็เป็นไปได้ เหตุที่โอกาสมีน้อยมากเกิดจากเหตุสองอย่างด้วยกัน อย่างแรก คือ #พอเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน #ก็เร่งรัดตัดเข้าหาพระนิพพานในระยะสุดท้าย #ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น

    ประการที่สอง คือ พอเข้าถึงความเป็นพระโสดาบันแล้ว #การเข้าถึงความสุขในระดับนั้น ก็ทำให้ติดสุขอยู่อย่างนั้น #ไม่คิดที่จะทำอย่างอื่นอีก

    สรุปว่า ถ้าอยากเป็นพระปฏิสัมภิทาญาณ #ให้ตะเกียกตะกายเสียตั้งแต่ต้น หากไปรอเข้าถึงมรรคถึงผลแล้ว #ถ้าวิสัยไม่ได้มีมา #โอกาสที่จะเป็นมีน้อยมาก

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ?temp_hash=c0ff577729681ce7e33b1bf9e3bcbbb4.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQmVOBOfZtDxhIe_q_py46jEDQ5fdzey0KuSietAC8pY-c1W1fE556gr8aWbt5gq8L4&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    พระอาจารย์กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วการปฏิบัติธรรม พอปฏิบัติไปถึงระดับหนึ่ง ก็จะโดนหลอกว่าตัวเองมีความพิเศษอย่างนั้น มีความพิเศษอย่างนี้ กลายเป็นมานะถือตัวถือตน ก็เลยไม่หลุดพ้นเสียที

    อาตมาเคยเจอเด็กอยู่คู่หนึ่ง โดนหลอกว่าเป็นมนุษย์พิเศษ เกิดมาเพื่อกู้โลก กู้ประเทศชาติโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้น..ควรที่จะสร้างมนุษย์พิเศษประเภทนี้ให้มาก ๆ เขาก็เลยไปมีลูกเสีย ๔ - ๕ คน หลอกได้แสบมากเลย คราวนี้มัวแต่เลี้ยงลูกอยู่ จะเอาเวลาที่ไหนไปปฏิบัติธรรม..!

    ดังนั้นพวกกำลังใจดีอย่างหนึ่ง พวกสร้างบารมีมามากอย่างหนึ่ง เวลาทดสอบเขาก็ต้องทดสอบเจ็บ ๆ ถ้าฉลาดน้อย เจออะไรแล้วเชื่อเลยก็เป็นอันว่าเสร็จ ติดอยู่ตรงนั้น ไม่เป็นอันได้ไปไหนหรอก

    เรื่องของข้อมูลศึกษาแต่พอสมควร แล้วก็รีบทำ..มุ่งลัดตัดตรงไป ไม่อย่างนั้นข้อมูลนั้นแหละ จะย้อนกลับมาทำอันตรายเราเอง เพราะรู้มากเกิน

    พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอลคัททูปมสูตร ที่บอกว่าภิกษุบางรูปศึกษาพระไตรปิฎกเหมือนกับจับงูข้างหาง ไปคว้าหางงู จะโดนงูแว้งกัดเอาเมื่อไรก็ได้ จะไม่อาศัยตำราหรือไม่อาศัยพระไตรปิฎกก็ไม่ได้ อาศัยตำราอาศัยพระไตรปิฎก ก็อย่ายึดติดมากเกินไป ศึกษาแค่ส่วนที่จำเป็นแล้วเร่งรัดปฏิบัติให้เกิดผล ไม่ใช่เรียนรู้ทุกเรื่องแล้วก็ดีแต่เอาไปคุยอวดชาวบ้าน เพราะถ้าเป็นลักษณะอย่างนั้นจะเป็นการจับงูข้างหาง ตำราหรือพระไตรปิฎกจะย้อนกลับมาทำอันตรายเราทีหลัง

    โบราณเขาบอกว่ารู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ ก็เหลืออยู่อย่างเดียวคือต้องรู้พอดี ๆ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)

    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๕
     
  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    c_oc=AQkCTObPOy9DUdX6-IH7Qi_6rrxOOZtgjOmNo5G94J2q_2Zk-fBSIdBNF8fMihg2ou8&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    พระพุทธเจ้าท่านเทศน์บทใดบทหนึ่ง สูตรใดสูตรหนึ่ง บรรพใดบรรพหนึ่ง ถ้าตั้งใจทำตามก็เข้าถึงมรรคผลได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าที่ท่านต้องเทศน์เอาไว้เยอะต่อเยอะด้วยกัน ก็เพราะว่าจริตนิสัยของแต่ละคนไม่เสมอกัน คนหนึ่งพูดอย่างหนึ่งถึงจะเข้าใจ อีกคนหนึ่งต้องพูดอีกอย่างหนึ่งถึงจะเข้าใจ อย่างนี้เป็นต้น

    ท่านก็เลยต้องว่าเอาไว้ถึง ๘๔,๐๐๐ แบบด้วยกัน แต่ว่า ๘๔,๐๐๐ แบบที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้นี่ไม่ค้านกันเลย ทุกอย่างสอดคล้องกันไปหมด
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com
     
  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ?temp_hash=f2d2068338660c0df87da23311be6a69.jpg
    ถาม : พิจารณาอสุภะ โดยการจินตนาการถึงภาพศพ ?


    ตอบ : ไม่ทันกิน รับรองได้ว่าเสร็จกิเลสแน่ ถ้าพิจารณาแบบนั้นจะต้องฝึกมาในแบบคล่องตัว คล่องขนาดเห็นผู้หญิงสวย สามารถที่จะเอาอสุภกรรมฐานซ้อนไปได้เลย ถ้าเห็นแล้วค่อย ๆ ไปผ่าดู รับรองได้ ไม่กล้าผ่าหรอก ใจไม่แข็งพอ ได้แต่ตะลึงมองตาค้าง..!

    อันนี้เรื่องจริงขอยืนยัน ช่วงอาตมาฝึกอสุภกรรมฐานแรก ๆ ไปดูศพที่สถาบันนิติเวช พอเห็นศพและได้กลิ่นก็อาเจียน จนเฉาสนิทไปเลย แต่พอหลาย ๆ ครั้งเข้าเกิดความเคยชิน ทีนี้ดันไม่ดูที่เขาผ่า ไปเลือกดูที่เหลือดี ๆ นั่น...จิตเราด้านได้ขนาดนั้น

    เพราะฉะนั้น..จะต้องฝึกให้ได้ขนาดที่ว่าติดตา จนสามารถยกขึ้นมาใช้งานได้ในทุกขณะ และขณะเดียวกัน ถ้าเราเห็นแล้วให้หยุดความคิดของเราทั้งหมดอยู่ที่ลมหายใจในเดี๋ยวนั้นได้ วินาทีนั้นได้จะสุดยอด คือให้สักแต่ว่าเห็นก่อน อย่าไปคิดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย อย่าไปคิดว่าสวยหรือไม่สวย อย่าไปคิดว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าคิดเมื่อไรอันตรายจะเกิดขึ้นทันที แล้วก็จะพาเราเดือดร้อนมาก ๆ

    เพราะว่าการคิดทุกอย่าง ทำให้ รัก โลภ โกรธ หลง เกิดได้ ถ้าเราสักแต่ว่าเห็น (หยิบปากกาขึ้นมา) ปากกาอันนี้ก็สักแต่ว่าเป็นรูปนามหรือวัตถุที่ก่อเกิดมาจากธาตุสี่ แต่ถ้าเราไปคิดว่าเป็นปากกา เราจะเริ่มรู้เลยว่าใช้ประโยชน์อย่างไร ? ใช้เขียนได้ ถ้าเกิดอยากได้เงิน เกิดโลภขึ้นมาก็เขียนจดหมายไปเรียกค่าไถ่ นั่นเป็นโลภะ เห็นสาวสวยเขียนไปจีบสักหน่อย อ้าว..เป็นราคะไปอีกแล้ว

    เพื่อนบ้านเขาทำไม่ดีกับเรา ปล่อยหมามาอึข้างรั้ว ว่าเท่าไรก็ไม่ฟัง เขียนจดหมายไปด่าเลยดีกว่า ก็เป็นโทสะอีก เพราะปากกาแท่งเดียว..ใช่ไหม ? รัก โลภ โกรธ หลง ไปได้สารพัด..ก็เหมือนกัน ของทุกอย่างถ้าตาเห็นแล้วหยุดไม่ได้ จมูกได้กลิ่นแล้วหยุดไม่ได้ ลิ้นได้รสแล้วหยุดไม่ได้ กายสัมผัสแล้วหยุดไม่ได้ ก็จะเกิดโทษทันที แต่ถ้าเราหยุดได้ ก็จะไม่สามารถสร้างทุกข์สร้างโทษให้เราได้ เพียงก็สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้รส สักแต่ว่าสัมผัส หยุดอยู่ตรงนั้นให้ทันโดยไม่ไปปรุงแต่งคิดต่อ

    แล้วถามว่าจะเอาอะไรไปหยุด...ก็สติ สมาธิและปัญญาของเรานั่นเอง กลับไปซ้อมสมาธิให้หนัก ๆ เข้าไว้ สามารถเข้าออกฌานได้ตามที่ต้องการทุกอย่าง ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปฝึกอสุภกรรมฐาน

    ขอบอกว่าไปดูศพไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะศพดิ้นไม่ได้ พูดไม่ได้ พอถึงเวลา เห็นสาวเดินพริ้วมาทั้งตัว ของชอบล้วน ๆ รับรองสมาธิแตกซ่าน..พังกระจาย..! เพราะฉะนั้น...ดิ้นได้นี่อันตรายกว่าหลายล้านเท่า
    ....................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    ....................................
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • กกก.jpg
      กกก.jpg
      ขนาดไฟล์:
      186.6 KB
      เปิดดู:
      13
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ฌานใช้งาน
    ถาม :
    ทำไมจิตเราไม่รวมเป็นหนึ่ง ?
    ตอบ : เขาฝึกกันแทบตายกว่าจะแยกจิตได้ นี่แยกได้แล้วอยากจะดึงกลับมาอีก

    ถาม : ...?...
    ตอบ : ต่อไปเราจะทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กันได้ คิดครั้งหนึ่ง ๓ เรื่อง ๔ เรื่องก็ได้

    ถาม : ทำงานพร้อมกันได้สบายค่ะ หนูขายลูกชิ้นด้วยค่ะ คนมาสั่งก๋วยเตี๋ยวก็ทำให้เขา คิดสตางค์เสร็จ ก็นับลูกชิ้น นับไปคุยไป ลูกค้าเก่า ๆ เขาเชื่อใจ มีอยู่วันหนึ่งลูกค้าใหม่มาถึง อุ๊ย..นับอย่างนี้ฉันไม่เอาหรอก เราก็บอกว่า... ถ้าขาดหรือเกินแม้แต่ลูกหนึ่ง ถุงนี้คุณเอาไปเลย ไม่คิดเงิน เขามานับดูก็ตรงกับที่เรานับ ครั้งนี้ก็เลยคิดว่า ถึงเวลาที่จะต้องรวมจิตให้เป็นหนึ่ง ?
    ตอบ : แรก ๆ ก็จำเป็น พอทำได้และมั่นคงแล้ว ให้สังเกตว่าในระยะแรกเป็นการฝึก แต่ในระยะหลังจะเป็นการใช้งาน

    เคยได้ยินหลวงพ่อวัดท่าซุงพูดบ่อย ๆ ไหมว่า ฌานใช้งาน คือลักษณะของการทรงฌานอยู่ ในขณะเดียวกันก็ทำอะไร ๆ ทุกอย่างไปพร้อมกันได้ด้วย กว่าจะถึงบางอ้อ ก็ อ้าว..ผ่านตาไปไม่รู้เท่าไรเเล้ว นั่นแหละ..คำว่าฌานใช้งานจะเป็นอย่างนั้น

    สังเกตไหม ที่หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังในประวัติหลวงปู่ปาน หลวงปู่ปานก็นั่งหัวเราะไป คุยกับโยมเขาไป ท่านไม่ได้ทำอะไรหรอก ท่านให้ช่วยรดน้ำมนต์ให้คนที่โดนไสยศาสตร์มา บอกว่า "รดเข้าไปลูก รดให้หนักเข้าไว้ เราเป็นต่อแล้ว รดเข้าไป"

    หลวงพ่อก็รดไปเรื่อย ไม่เห็นหลวงปู่ปานนั่งเสกคาถา หรือเข้าฌานอะไรเลย ทำไมท่านยังจะต้องไปนั่งอีก ในเมื่ออารมณ์ท่านทรงตัวเป็นปกติอยู่แล้ว

    อย่างเช่นว่า เราคุยกันอยู่ตรงนี้ เราคุยไปก็คิดตามไปด้วย ลองจับอารมณ์ข้างในของเราดูสิ ใจก็นิ่งอยู่อย่างนั้น ในเมื่อใจนิ่งอยู่อย่างนั้น อาการภายนอกก็เป็นเหมือนน้ำปากบ่อ คือ จะกระเพื่อมไปตามกระแสนภายนอกได้ แต่น้ำก้นบ่อจะนิ่งอยู่ตลอดเวลา ต้องรักษากำลังใจอย่างนี้เอาไว้ให้ได้ ถ้าหากว่ากำลังใจเราอยู่อย่างนี้ได้ ตัวนิวรณ์จะกินเราได้ยากเต็มที


    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔
     
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ถาม : เวลาที่เราเข้าฌานแล้วเราอธิษฐานให้เกิดผล ?
    ตอบ : ไม่ต้องเสียเวลาอธิษฐาน แค่นึกก็เป็นแล้ว จะเอาระดับไหนก็เข้าระดับนั้นเลย

    ถาม : แล้วที่หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่าต้องเข้าสมาธิถึงระดับหนึ่ง ?
    ตอบ : ที่หลวงพ่อท่านสอนเรา ท่านบอกให้เข้าฌานสลับไปสลับมาให้คล่อง นั่นแหละ..ตรงนี้เลย ถ้าคล่องตัวจริง ๆ เราต้องการระดับไหน แค่นึกจะเป็นเลย เขาเรียก สมาปัชชนวสี ความชำนาญในการเข้าถึงสมาธิแต่ละระดับ

    ชำนาญในการเข้า เรียกว่า สมาปัชชนวสี ชำนาญในการออก เรียกว่า วุฏฐานวสี คราวนี้ทุกคำลงด้วย "นะ" หมดเลย คนก็เลยดันไปเรียกว่า "นวสี" ความจริงไม่ใช่ นวสีวถิกาหรือป่าช้า ๙ อย่าง หรือซากศพ ๙ ประเภท

    อธิษฐาน ต่อด้วย วสี , สมาปัชชน ต่อด้วย วสี , วุฏฐาน ต่อด้วย วสี คราวนี้คนเขาไปอ่านติดกันเป็น "นวสี" ความจริงไม่ใช่ ที่ถูกมาจาก วสีภาพ , วสีภาวะ ความชำนาญในการเข้าถึงหรือออกจากตรงนั้น

    ถาม : ถ้าเลยอุปจารฌานคือได้เห็นภาพ ?
    ตอบ : ไม่ใช่..ถ้าเลยอุปจารสมาธิแล้วจะไม่เห็น จนกว่าจะไปฌาน ๔ คล่องตัวถึงจะเห็นใหม่ เหมือนห้อง ๒ ห้อง อยู่ชั้นบนกับชั้นล่าง ลักษณะการตกแต่งเหมือนกันหมดทุกอย่าง อุปจารสมาธิคือห้องชั้นล่าง ฌาน ๔ คล่องตัวคือห้องชั้นบน ถ้าเราอยู่ห้องชั้นล่างเราจะเห็น แต่ถ้าเราเดินอยู่ระหว่างขั้นบันได เราจะไม่เห็นอะไร จนกว่าเราขึ้นไปอยู่ห้องชั้นบนแล้ว
     
  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ถาม : อย่างฆราวาส บางคนนินทาเราอยู่ แล้วเราโกรธ ถ้าเราคิดอย่างนั้น แสดงว่าเรามีมานะ ?
    ตอบ : มี..ถ้าไม่มีตัวกูของกู จะไม่รับแรงกระทบ ลองนึกว่าเขาขว้างก้อนหินใส่อากาศ หินจะกระทบอะไรไหม ? แต่ถ้ามีกำแพงขวางอยู่ก็จะกระทบ ถ้าตัวกูของกูไม่มีก็คือกำแพงไม่มี ก็จะเลยผ่านไปเฉย ๆ ไม่กระทบอะไร

    แต่กำลังในระยะแรก ๆ ของเรา เหมือนลักษณะคนใส่เกราะหรือตั้งกำแพง กระทบแล้วก็ให้กองอยู่ตรงนั้น กระทบแล้วอย่าให้ถูกเราที่อยู่ในกำแพง ถ้ากระทบแล้วถูกเราในกำแพง เดี๋ยวก็โดดออกไปฟัดกับเขาข้างนอก ฉะนั้น...สติ สมาธิ ปัญญาในตอนแรกก็คือหยุดเอาไว้ก่อน ให้มีกำแพงก่อน จะเป็นสักกายทิฐิหรืออะไรก็ช่างเถอะ รักษาใจของเราให้ผ่องใสไว้ก่อน ถ้ามีสติก็รู้อยู่

    เขาขว้างมาติดกำแพง "มันด่ากู.." ไอ้กูอยู่ตรงไหนหว่า ? อ๋อ...เขาด่าแค่เปลือก เขาไม่เห็นเราข้างในหรอก ในเมื่อด่าเปลือกไม่เห็นเรา ก็ให้ติดอยู่ที่เปลือก กระทบปังแล้วก็หล่นอยู่ตรงนั้น แบบเดียวกับที่ตลกเขาเล่นกัน "มึงด่าใครวะ ?" "ก็ด่ามึงนั่นแหละ" "เออ..ด่ามึงไม่เป็นไร อย่าด่ากูก็แล้วกัน" ลักษณะนั้นเลย แรก ๆ ก็วางให้ได้แค่นั้นก่อน..ไม่ต้องมากหรอก หลังจากนั้นถ้าสามารถทำใจให้เหมือนคนไม่มีกำแพง ขว้างมาเท่าไรก็เลยไปเฉย ๆ

    ตอนอาตมาฝึกใหม่ ๆ อาตมาก็ขำ เขาด่าไอ้เหี้ย..! "เออ..เก่งแฮะ เขารู้ว่าอดีตเราเคยเป็นเหี้ยมาตั้งเยอะ" ไอ้ชาติหมา..! "เออ... กูก็เคยเป็นหมา..เป็นเยอะด้วย ไอ้นี่เก่งจริง ๆ" แล้วก็หัวเราะอยู่คนเดียว เขาแทบคลั่ง เพราะว่ายิ่งด่าอาตมาก็ยิ่งหัวเราะ

    ถาม : เขาด่าว่าไอ้ชาติหมาหรือคะ ?
    ตอบ : เขาด่าไม่ดี แต่สำหรับอาตมาเขาด่าดีเกิน ดูยันไปอดีต "ไอ้ชาติหมา.." แสดงว่าเขาเก่งมาก
     
  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    ถาม : แยกไม่ออกระหว่างศักดิ์ศรีกับสักกายทิฐิ ขอท่านช่วยอธิบายด้วยค่ะ
    ตอบ : ตัวเดียวกันเลย บุคคลที่สักกายทิฐิน้อยจะไม่ค่อยคำนึงถึงศักดิ์ศรีตัวเอง อย่างเช่น พระราชาที่ลดพระองค์ลงไปไหว้ขอทานเพื่อขอเรียนวิชาตามในพระธรรมบทว่าไว้ แต่ถ้าเรายังมีศักดิ์ศรีขึ้นหน้าอยู่ "มึงไม่รู้เสียแล้วว่ากูเป็นใคร" นั่นสักกายทิฐิเต็ม ๆ เป็นตัวเดียวกัน

    ขอให้รู้ว่าถ้าศักดิ์ศรียังขึ้นหน้าอยู่ แสดงว่าเรายังแบกอยู่ ถ้าศักดิ์ศรีลดน้อยลงไปได้เรื่อย ๆ สภาพจิตจะดีขึ้น จากนั้นจะอยู่ในสภาวะแค่ว่า ถ้ารู้ว่าสิ่งนี้ทำแล้วอาจจะกระทบต่อสถานภาพในส่วนรวม เราก็จะเลี่ยงเสีย อันนี้ไม่ได้ถือศักดิ์ศรีที่เป็นมานะหรือเป็นสักกายทิฐิ แต่ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่เขา ว่าเราจะไม่ทำให้กาย วาจา ใจของเราเป็นทุกข์เป็นโทษแก่ใคร

    อย่างสมมุติว่า ถ้าพระไปประจบคฤหัสถ์ อาจจะไปทำลายตระกูลพระพุทธเจ้า คนเขาจะคิดว่า "เออ..พระทุกรูปก็เป็นอย่างนี้เอง" ถ้าเขาตีราคาอย่างนั้น เดี๋ยวศาสนาจะอยู่ไม่ได้ ก็ต้องยั้งตัวไว้ระดับหนึ่ง อันนี้ไม่ใช่ศักดิ์ศรี แต่เป็นภาระหน้าที่ซึ่งเราต้องดูแลในภาพรวม ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะรักษาพระศาสนาเอาไว้ได้ แต่ถ้ายึดศักดิ์ศรี ไม่รู้เสียแล้วว่าอาตมาเป็นเจ้าคุณ...นั่นก็ไปไกลเลย

    ต้องดูพระอนุรุทธ ในมหาปุริสสวิตกของพระอนุรุทธมีอยู่ข้อหนึ่งว่า ขอผู้อื่นจงอย่ารู้ว่าเราเป็นใครเลย นั่นแหละ..ไม่มีมานะเลย แบบเดียวกับที่พระพุทธเจ้าสอนพระโมคคัลลานะว่า จงอย่าชูงวงเข้าไปในสกุล ก็คืออย่าแบกศักดิ์ศรีเข้าไปในสกุล อย่าแบกฐานะเข้าไปในสกุล ทำตัวเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ ส่วนพระอนุรุทธก็คือว่า ถ้าไปไหนถ้าใครไม่รู้จักว่าตัวเองเป็นใคร...ก็สบาย กลืนไปกับเขาได้เลย ไม่ต้องแบกอะไรไป พอเขารู้ขึ้นมาก็ต้องมาบริการพิเศษ นั่นคือท่านรู้ตัว แต่ถ้าไม่รู้ตัวก็ "ทำไมวะ..พระอาจารย์เล็กมาแล้วยังไม่มีใครมาทำอะไรให้เลย ?" แบบนั้นก็เจ๊งแล้ว
     
  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,481
    กระทู้เรื่องเด่น:
    370
    ค่าพลัง:
    +60,026
    เรื่องของกิเลสเขาเก่งมาก เขากินเราได้ทุกเวลาที่เผลอ บางคนตอนกลางวันมดสักตัวก็ยังไม่กล้าเหยียบ แต่พอกลางคืนฝันว่าฆ่าเขาเป็นกองทัพ บางคนประเภทเจ้าของไม่ได้ให้ แตะของเขายังไม่กล้าแตะ แต่กลางคืนฝันว่ายกเค้าคนอื่นไป ๓ - ๔ บ้าน บางทีกลางวันแม้แต่ผู้หญิงยังไม่กล้ามอง แต่กลางคืนไล่ปล้ำผู้หญิงไปแล้ว..!

    ฉะนั้น..เรื่องของกิเลสมีสารพัดวิธีที่ทำให้จิตใจเราตกต่ำ เราจะได้หนีไม่รอด มีวิธีเดียวคือหลับกับตื่นสติต้องเท่ากันตลอด ถึงจะพอตีคืนมาได้บ้าง ไม่อย่างนั้นต่อให้กลางวันเราระวังดีขนาดไหนก็ตาม กลางคืนก็จะขาดทุนเสมอ

    ถาม : .....ภาวนาต่อหรือคะ ?
    ตอบ : ถ้าสติหลับกับตื่นรู้เท่ากัน จะภาวนาเองอัตโนมัติ

    ถาม : ถ้าจังหวะนั้นเราหยุดไม่อยู่ ?
    ตอบ : ถ้าทำไปถึงระดับนั้นแล้ว จิตจะดำเนินไปเองอัตโนมัติ เหมือนกับเราแค่เอาสติประคองไว้เฉย ๆ เขาจะภาวนาของเขาเอง ถ้าอยากพิจารณาเขาพิจารณาของเขาเอง เรามีหน้าที่ตามรู้อย่างเดียวเลย

    *************************************
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...