น่าเป็นห่วง หลักสูตรพุทธศาสนา จากบางอาจารย์ สอนตายแล้วสูญ ( หลักสูตร ม.1- ม.6)

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 24 มกราคม 2006.

?
  1. ไม่เห็นด้วย (คิดว่าสอนผิด)

    0 vote(s)
    0.0%
  2. เห็นด้วย (คิดว่าสอนถูก)

    0 vote(s)
    0.0%
  1. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    ตอบข้อข้องใจโดย เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เอ! ไม่กี่วันที่แล้วเราถือกระถางธูปไปเดินลุยไฟที่โรงเจ กับ แป๊ะกง มา รู้สึกว่าอุ่นๆ แล้วก็เย็นๆนิดหน่อย และเมื่อไม่กี่เดือนเพื่อนบ้านผมมันโดนของ อาเจียนเป็นสายสิญจน์ปนกระดูกขาวๆ ทั้งบ้านเลยหมอผีมันส่งผีมาทำร้ายทั้งบ้าน ผมเองก้เป็นคนเอา จตุคามนครสีมาต้านกับผี ปากดว่าระเบิดเป็นจุนเลย สงสัยว่าเราคงจะอุปทานไปเองหล่ะมั้ง? เพราะท่าน เตชปัญโญ สอนเราไว้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผีไม่มีจริง ไม่มีจริง 5555555555555555555555555555555555555555+
    ตัวท่านนั่นแหละใช้วิธีพิสูจน์ที่เกิดจาก อวิชชา! แน่นอน
    วิธีพิสูจน์ของท่านน่ะมันตื้นเกินไป ตีความไปเอง แบบจืดๆ เอ้อท่าจะบ้า

    --------------------------------------

    ท่านผู้นี้คงไม่เคยศึกษาหลักกาลามสูตรมาก่อนเป็นแน่

    แต่คนไทยส่วน(หรือเกือบทั้งหมด)ก็ไม่เคยแม้ได้ยินชื่อหลักกาลามสูตรเหมือนกัน (เป็นสูตรที่ชาวตะวันตกชอบมากที่สุด แต่คนไทยกลับไม่เคยได้ยิน)

    ลองคัดค้านข้อที่ว่า "อย่าเชื่อเพียงเพราะเหตุสักว่า มีคนเขาบอกมา" ดูหน่อย
     
  2. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    ในส่วนตัวของดิฉันแล้ว เห็นว่า การคิดว่า “ตายแล้วสูญ” เป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างรุนแรง เป็นความคิดที่ไม่ลงตัว ถ้าตายแล้วสูญจริง ก็ไม่จำเป็นต้องแสวงทางดับทุกข์เพื่อไปนิพพาน จะทำให้ทั้งคนดี คนชั่ว ดีมากชั่วน้อย ดีน้อยชั่วมาก มีความเท่าเทียมกันหมด ทำให้ทั้งฮิตเลอร์ ท่านดาไลลามะ ท่านติช นัทฮัน เจ้าหญิงไดอาน่า พร้อมทั้งพระมหากษัตริย์ของไทยเรา และเรา ๆ ท่าน ๆ มีความเท่าเทียมกันหมด คือ ตายแล้วก็สูญว่างเปล่าไปหมด ซึ่งฟังแล้ว ไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นแต่อย่างใด เท่ากับสบประมาทความรู้ของพระพุทธเจ้าที่สอนเรื่อง กฎแห่งกรรม

    -----------------------------

    พุทธศาสนาสอนเรื่องการด้บทุกข์ของจิตใจมนุษย์ในปัจจุบัน

    นิพพานก็หมายถึง ความไม่มีทุกข์ของจิตใจมนุษย์ในปัจจุบัน

    ถ้าสอนว่าตายแล้วเกิด ก็จัดเป็นสัสสตทิฎฐิ ซึ่งเป็นความเห็นผิด

    ถ้าสอนว่าตายแล้วสูญ ก็จัดเป็นอุจเฉทิฎฐิ ซึ้งก็เป็นความเห็นผิดอีก

    พุทธศาสนาไม่จัดว่าเป็นทั้งสัสสตทิฎฐิและอุจเฉทิฎฐิ เพราะไม่ได้สอนว่าตายแล้วเกิด หรือตายแล้วสูญ

    พุทธศาสนาสอนว่า มันสูญมาตั้งแต่ยังไม่ตาย คือทั้งๆที่กำลังมีชีวิตอยู่นี้ มันก็ไม่ได้มีใครอยู่จริง มันเป็นเพียง "สังขาร" หรือ "สิ่งปรุงแต่ง" เท่านั้น ดังนั้นจึงหา อัตตา หรือ ตัวตนอมตะไม่มีมีแต่ตัวตนชั่วคราว หรือตัวตนมายาเท่านั้น

    อีกอย่างเรื่องตายแล้วเป็นอย่างไร? หรือเรื่องนรกใต้ดิน สวรรค์บนฟ้า ผี เทวดา นางฟ้า การเวีบนว่ายตายเกิด เป็นต้นนั้น จัดเป็นเรื่องอจินไตย(เรื่องที่ไม่ควรศึกษา) แต่เรากลับนำมาศึกษากันเสียมากมาย มันมิผิดหลักของพระพุทธเจ้าหรือ?
     
  3. Cleansing Light

    Cleansing Light สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +20
    อ่าว คุณเตชปัญโญ ที่ผมได้กล่าวถึงประสบการณ์ ที่ผมได้ไปเจอะเจอมา ประจักษ์กับตา ไม่ได้ไปฟังใครมา คุณยังยก กาลามสูตร ที่บอกว่าอย่าเพื่องเชื่อนู่น เพราะนู่น อย่าเชื่อนี่ เพราะนี่มาข่มอีก ผมเล่าประสบการณ์จริงให้ฟังโดยไม่ได้ตั้งให้ใครเชื่อตามนะ แล้วคิดว่าผมไม่รู้พระสูตรเหรอไง ผมศึกษามาก็เยอะแล้ว ดูๆแล้วว่าเรื่อง อิทธิปาฏิหาริย์ สวรรค์-นรก ที่เป็นภพเป็นภูมิ หรือเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องเหนือธรรมชาติ ก็มีให้เพียบเลยในพระไตรปิฎก ที่คุณว่า อัศวโฆษ เป็นผู้แต่งเติมเรื่องพวกนี้ขึ้นเพื่อจะป้องกันพุทธศาสนาจากการกวาดล้างของพราหมณ์ เพื่อให้คำสอนเหมือนกับเขา เขาจะได้ไม่กวาดล้าง คุณลองเอาหลักฐานมายืนยันสิ ว่า อัศวโฆษแต่งขึ้นมาจริงๆ ผมว่าการใช้เวลาแต่งคงจะไม่ทันเวลาหรอกนะ หลายเรื่องขนาดนั้น ทั้งแต่งเรื่องใหม่ขึ้น ทั้งสอดแทรก คงไม่ทันเวลาก่อนจะโดนกวาดล้างหรอกมั้ง แล้วน่ะ ถ้าแต่งว่า พรหมโลกมีจริง พระพรหมเป็นผู้สูงสุด ไม่มีใครสูงกว่าท่านสหบดีพรหม จะดีกว่าอีก แต่กับมีชั้นพรหมที่สูงกว่านั้น มีนิพพานคือสภาวะจิตว่างจากกิเลสเป็นที่สูงที่สุด พรหมไม่ได้ลิขิต กรรมที่ท่านทำนั่นแหละส่งผล โดยส่งผลทางตรง และทางศีลธรรม มันก็ยังขัดๆกับพราหมณ์อยู่บางส่วนนะ แล้วไอ้ที่ท่านว่าพระพุทธองค์ทรงไม่สอนเรื่องแบบศาสนาอื่น เช่น กรรม ภพภูมิ นิพพาน จิตวิญญาณ หารู้มั้ย ท่านพลาดแล้วหล่ะ ตอนก่อนที่พระพุทธองค์ยังไม่เผยแผ่ศาสนา ยังไม่มีใครสอนเรื่อง ภพภูมิแบบละเอียด เรื่องกรรรม นิพพาน เรื่องจิตวิญญาณที่ถูกต้องหรอก ยกตัวอย่างนะ ภพชาติการเกิด "เพราะเหตุราคะ โทสะ โมหะนั้นมีในจิตอยู่ จึงมีการเกิด เกิดแล้วไม่เที่ยง จะต้องดับไป เหมื่อดับไปแล้วยังมี3สิ่งนี้อยู่เป็นเชื้อเลี้ยง จึงมีการเกิดขึ้นใหม่ เรื่อยๆ ไม่จบ จนกว่าจะบรรลุอมตธรรม ใช้ปัญญากำจัด3สิ่งได้แล้ว เมื่อนั้นแหละจะไม่มีการเกิดอีกต่อไป" นี่ไงมีแต่พุทธเท่านั้นแหละที่สอน ซึ่งไม่เห็นจะมีคัมภีร์ไหนของพราหมณ์สอนแบบนี้เลย ส่วนว่าทำไมเรื่องพวกนี้ไปอยู่ในศาสนาพราหมณ์ได้ เช่น กรรม นิพพานนี้ ท่านไม่รู้หรือยังไง มันเป็นลูกผสมของ พุทธ+พราหมณ์=ฮินดู ไงจ๊ะ ฮินดูแหละที่นำพุทธมาปนกับพราหมณ์แล้วดัดแปลงนิดหน่อยให้เข้ากันได้ดี รู้ไว้ด้วย ก่อนที่จะเผยแพร่อะไรควรศึกษาให้ดี อย่าคิดว่ารู้ของตนนั้นถูกเสมอไปนะ ตราบเมื่อยังหาวิธีพิสูจน์ที่ถูกหลักวิชชากับเรื่องเหนือธรรมชาติไม่ได้ ก็จงเอ่ยปากว่ามันไม่มี จงระลึกไว้ว่ามนุษย์ยุคเรานี้กำลังศึกษาความจริงแห่งห้วงจักรวาลอยู่ มีอะไรหลายอย่างที่ยังเข้าไม่ถึง ยังไม่สามารถหยั่งรู้ได้ เพราะว่าจักรวาลนั้นเกิดก่อนท่าน ไม่ใช่ท่านเกิดก่อนจักรวาล รู้ไว้ซะด้วย เตชปัญโญ ผู้บิดเบือนสัจธรรม
     
  4. Cleansing Light

    Cleansing Light สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +20
    อจินไตยมีแค่ 4 ประการเท่านั้นที่ พระโคตมะพุทธเจ้า สอนไว้อย่างนี้

    1.พุทธวิสัยคือ เรื่องปัญญาความสามารถของพระพุทธเจ้า

    2.ฌานวิสัย คือ วิสัยของฌาน

    3.เรื่องการให้ผลของกรรม

    4.เรื่องความพิสดารของโลก คือ ความคิดเกี่ยวกับเรื่องของโลกจักรวาล
    จักรภพ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 สิงหาคม 2010
  5. ccdd

    ccdd Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    11
    ค่าพลัง:
    +26
    ท่านเตชปัญโญแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิใจ ด้วยเมตตาธรรม ด้วยความปราถนาดีต่อผู้คนทั้งหลาย แม้จะไม่เห็นด้วยกับคำสอน คำแนะนำของท่าน ก็ไม่ควรกล่าวหาท่านด้วยถ้อยคำไม่สุภาพอย่างที่ปรากฏในบางข้อความ
     
  6. xiaoxiao_note

    xiaoxiao_note เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2005
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +210
    ไม่พ้นกาลามสูตรสินะ, จริงๆ ก็เป็น "หลักหนึ่งๆ" ที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ "ที่สุด" เพราะถ้ายังเชื่ออย่างฝังหัวว่าหลักใดหลักหนึ่งสำคัญที่สุด ก็จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากบ้าปริยัติไปวันๆ แล้วก็แตกนิกายไปต่างๆ นานา

    ตัวอย่างที่เห็นได้มาจากพุทธศาสนาต่างนิกาย ถือสูตรคนละสูตรต่างกันไปว่าเป็นคำสอนสูงสุด

    "สัจจะ" คือ อะไร..? อย่างแรกที่เราจะทำการสืบค้นด้วยจิตใจที่สดชื่น สดใส เราต้องวางสิ่งที่เคยรับรู้กันมาทั้งหมด จารีต ประเพณี ค่านิยม ฯลฯ เพราะสิ่งที่เราเคยรับรู้มามันเป็นกรอบบางที่ขวางกั้น จำกัดขอบเขตแห่งการค้นหาสัจจะ

    อย่างไรก็ตามขอให้ได้คิดและพิจารณากับทุกสิ่ง ไม่ใช่คิดว่ารู้แล้ว ก็หยุด.


    อะไรที่ไม่มี ก็อย่าได้ประมาทไป, อะไรที่มันมีจริงๆ ก็ขอให้ได้รู้จักกันเอาไว้ อย่าได้เออเอง อะไรเองไปเสีย...
     
  7. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    อ่าว คุณเตชปัญโญ ที่ผมได้กล่าวถึงประสบการณ์ ที่ผมได้ไปเจอะเจอมา ประจักษ์กับตา ไม่ได้ไปฟังใครมา คุณยังยก กาลามสูตร ที่บอกว่าอย่าเพื่องเชื่อนู่น เพราะนู่น อย่าเชื่อนี่ เพราะนี่มาข่มอีก ผมเล่าประสบการณ์จริงให้ฟังโดยไม่ได้ตั้งให้ใครเชื่อตามนะ
    --------------------------------
    แล้วคนอ่านเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นจริงหรือไม่จริง? การใช้หลักกาลามสูตรมาวิเคราะห์จึงไม่มีทางผิดพลาดได้เลย ถ้าทิ้งหลักกาลามสูตรก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่าย อย่างที่คนไทยกำลังเป็นกันอยู่
    *************************************
    อย่าคิดว่ารู้ของตนนั้นถูกเสมอไปนะ ตราบเมื่อยังหาวิธีพิสูจน์ที่ถูกหลักวิชชากับเรื่องเหนือธรรมชาติไม่ได้ ก็จงเอ่ยปากว่ามันไม่มี จงระลึกไว้ว่ามนุษย์ยุคเรานี้กำลังศึกษาความจริงแห่งห้วงจักรวาลอยู่ มีอะไรหลายอย่างที่ยังเข้าไม่ถึง ยังไม่สามารถหยั่งรู้ได้ เพราะว่าจักรวาลนั้นเกิดก่อนท่าน ไม่ใช่ท่านเกิดก่อนจักรวาล รู้ไว้ซะด้วย เตชปัญโญ ผู้บิดเบือนสัจธรรม
    --------------------------------
    นี่คงยังไม่เข้าใจกฎสูงสุดของธรรมชาติที่ครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ที่เรียกว่า กฎอิทัปปัจจยตา ที่สรุปสั้นๆว่า "ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น"
    คุณยอมรับกฎสูงสุดหรือกฎพื้นฐานของทุกสิ่งนี้หรือเปล่า? ถ้ายอมรับแล้วค่อยมาสนทนากันใหม่ ถ้าไม่ยอมรับก็กรุณาบอกด้วยว่าเพระาอะไร.
     
  8. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    ไม่พ้นกาลามสูตรสินะ, จริงๆ ก็เป็น "หลักหนึ่งๆ" ที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ "ที่สุด" เพราะถ้ายังเชื่ออย่างฝังหัวว่าหลักใดหลักหนึ่งสำคัญที่สุด ก็จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากบ้าปริยัติไปวันๆ แล้วก็แตกนิกายไปต่างๆ นานา

    --------------------------------------

    หลักกาลามสูตร เป็นหลักสำคัญที่มาประกอบหลักอจินไตย และหลักอริยสัจ ๔
    หลักกาลามสูตรเป็นหลักที่ถ่ายถอนการฝังหัว หรือสอนไม่ให้ยึดติดในหลักการใดๆ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่หลักกาลามสูตรจะทำให้เกิดความเชื่ออย่างฝังหัว
    ถ้าทิ้งหลักกาลามสูตรเมื่อใด ก็จะเดินหลงทางเมื่อนั้น แล้วก็จะเดินทางผิดทันที
    อย่าเชื่อใคร แม้แต่ตัวเอง

    www.whatami.net เว็บไซต์สำหรับบุคคลอัจฉริยะ​
     
  9. xiaoxiao_note

    xiaoxiao_note เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2005
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +210
    หึๆๆ, ยังไม่รู้ตัว...
     
  10. ccdd

    ccdd Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    11
    ค่าพลัง:
    +26
    เมื่อใช้หลักกาลามสูตรแล้ว แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลของตนเองที่จะสรุปว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำสอนของท่านเตชปัญโญภิกขุ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล เพราะท่านเตชปัญโญก็ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องเชื่อท่าน พระพุทธเจ้าเองก็สอนว่าให้นำคำสอนของพระองค์ไปไตร่ตรองพิจารณาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร
     
  11. คิเคียว

    คิเคียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2006
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +458
    ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวค่ะ :d
    เรื่องที่บอกว่า "ไม่มี" แต่หากมัน "มี" อยู่ มันก็มีอยู่เหมือนเดิมล่ะค่ะ
    เช่นกันหากบอกว่า "มี" แต่ที่จริง "ไม่มี" มันก็ไม่มีวันยังค่ำ
    หากผู้เรียนสงสัย "จริงๆ" เค้าก็คงจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเอง และก็จะได้คำตอบที่แท้จริงเองค่ะ
    แต่ถ้าบอกว่าไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์แล้วจะไม่ทำความดี นี่แสดงว่าทำดีหวังผลนะคะ
    ตำราแบบนี้ก็ใช้เป็นเครื่องวัดใจคนได้ดีในอีกนัยหนึ่งเหมือนกัน :boo:
     
  12. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    หากผู้เรียนสงสัย "จริงๆ" เค้าก็คงจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเอง และก็จะได้คำตอบที่แท้จริงเองค่ะ
    --------------------------------------

    เอ.....แล้วการหาข้อมูลนี้จะหาอย่างไรจึงจะได้คำตอบที่แท้จริง?
     
  13. xiaoxiao_note

    xiaoxiao_note เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2005
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +210
    ฟังหู ไว้หู สังเกตหลายๆ อย่าง เปิดมุมมองหลายด้าน ศึกษาความรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ และการปรึกษาผู้รู้ เมื่อรู้สึกว่าหลงทาง
     
  14. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    และการปรึกษาผู้รู้ เมื่อรู้สึกว่าหลงทาง<!-- google_ad_section_end -->
    ------------------
    เอ????????? แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นผู้รู้จริง และ ใครเป็นผู้รู้ไม่จริง? เอาอะไรมาเป็นเครื่องวัด เอาอะไรมาเป็นเครื่องพิสูจน์
     
  15. xiaoxiao_note

    xiaoxiao_note เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2005
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +210
    รู้มาก, รู้น้อย, รู้จริง จะดูให้ออกภายในชั่วครู่เดียวคงทำไม่ได้
    สิ่งที่สั่งสอนกันมา ถ้ามันทำได้จริงๆ ถือว่าโอเค ถ้ามันเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ก็ปล่อยไป
    สังเกตพฤติกรรม การประพฤติ



    แล้วคุณร่ำเรียนสิ่งต่างๆ มาจากใคร..?
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 17 สิงหาคม 2010
  16. Cleansing Light

    Cleansing Light สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +20
    “ดิน น้ำ ลม ไฟ ย่อมไม่ตั้งอยู่ในที่ใด สงสารทั้งหลายยอมกลับแต่ที่นี้ วัฏฏะย่อมเป็นไปในที่นี้ นามก็ดี รูปก็ดี ย่อมดับหมดในที่นี้” พุทธดำรัสเกี่ยวกับพระนิพพาน

    นิพพานย่อมตั้งอยู่ต่อเมื่อยังไม่ตายเท่านั้น คำสอน เตชปัญโญเกี่ยวกับนิพพาน

    ก็ลองดูซิเอาว่ามันเพี้ยนไปแค่ไหน ตัวท่านเองก็ไม่ใช่อริยะเจ้า ยังจะมาสอนเขา ดูจากการกระทำของท่านแล้ว ไม่ใช่เลยแม้แต่โสดาบัน อย่าว่าแต่โสดาบันเลย พรหมวิหารของท่านก็ยังพินาศ แล้วจะน่าเคารพศรัธทาหรือ น่าจะเชื่อตามท่านหรือ พระคุณเจ้าเอ้ย
     
  17. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    สิ่งที่สั่งสอนกันมา ถ้ามันทำได้จริงๆ ถือว่าโอเค
    ------------------
    แต่ถ้ามันทำไม่ได้จริงๆล่ะ??

    ****************
    ถ้ามันเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ก็ปล่อยไป
    -----------------
    เรื่องดับทุกข์ต่อเมื่อตายแล้วนั้นมีประโยชน์อย่างไร?

    *************
    สังเกตพฤติกรรม การประพฤติ
    ----------------
    ง่ายจัง สรุปว่าถ้าพฤติกรรมน่าพอใจก็ว่า ถูก ถ้าไม่น่าพอใจก็ว่า ผิด
    อย่างนี้ใครแสดงเก่งก็มีคนนับถือมาก ซึ่งก็คงเป็นคนที่ไม่ชอบใช้ความคิดที่นับถือ

    ****************
    แล้วคุณร่ำเรียนสิ่งต่างๆ มาจากใคร..?<!-- google_ad_section_end -->
    ---------------
    การเล่าเรียนกับความเชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกัน
    เราเรียนได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องเชื่อคนสอนเสมอไปก็ได้
    เมื่อพิสูจน์จนเห็นผลจริงแล้วจึงค่อยปลงใจเชื่อ อย่างนี้จึงจะเรียกว่าเป็นคนมีปัญญา
     
  18. เตชปญฺโญ ภิกขุ

    เตชปญฺโญ ภิกขุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    494
    ค่าพลัง:
    +117
    นิพพานย่อมตั้งอยู่ต่อเมื่อยังไม่ตายเท่านั้น คำสอน เตชปัญโญเกี่ยวกับนิพพาน
    --------------------
    แล้วนิพพานของคุณคืออะไร? อยู่ที่ไหน?
    และคุณเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดว่าใครเป็นพระอริยะเจ้าจริง?
     
  19. xiaoxiao_note

    xiaoxiao_note เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2005
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +210

    -คุณชอบสิ่งที่มันพิสูจน์ได้, ไม่ใช่หรือ...? คุณก็รู้นี่ว่าศาสดาสอนแต่เรื่องที่จริงและเป็นประโยชน์ ดั่งใบไม้กำมือเดียว และเรื่องอื่นก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้รู้ แต่อย่าเถลไถล เท่านั้น

    -ผมพูดเรื่องการดับทุกข์หลังจากตายแล้วหรือ..? งั้นคุณก็ต้องลองตาย แล้วมาบอกผมล่ะกัน

    -เคารพ คนที่ควรเคารพ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 1 กันยายน 2010
  20. คิเคียว

    คิเคียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2006
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +458
    พระอรหันต์มี 4 ประเภท ได้แก่
    1. สุกขวิปัสสโก
    2. เตวิชโช
    3. ฉฬภิญโญ
    4. ปฏิสัมภิทัปปัตโต

    ความเห็นของท่านเตชะปัญโญ ภิกขุ มีว่าอย่างไร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 3 กันยายน 2010

แชร์หน้านี้

Loading...