น้อยคนจะรู้ว่าเมื่อ100ปีที่แล้ว "พระป่า"หาได้เป็นที่ยอมรับนับถืออย่างเช่นปัจจุบันไม่

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย kennek, 8 ตุลาคม 2012.

  1. kennek

    kennek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,169
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +17,182
    [​IMG]


    ทุกวันนี้น้อยคนจะรู้ว่าเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว " พระป่า"หาได้เป็นที่ยอมรับนับถืออย่าง กว้างขวางเช่นปัจจุบันไม่



    ตรงกันข้ามกลับถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวง ยิ่งพระป่าสายอีสานที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ด้วยแล้ว ผู้ปกครองสงฆ์ในเวลานั้นถือว่าเป็นตัวปัญหา ที่ต้องจัดการหรือไม่ก็ต้องขับไล่ออกไปให้พ้นจากเขตปกครองเลยทีเดียว เพราะมองว่าพระเหล่านั้นนอกจากอยู่อย่างไม่เป็นหลักแหล่ง ไม่สังกัดวัดที่แน่นอนแล้ว ยังไม่สนใจศึกษาพระปริยัติธรรม อันเป็นนโยบายสำคัญของคณะสงฆ์ขณะนั้น มิหนำซ้ำยังชักชวนพระจำนวนไม่น้อยให้ละทิ้งปริยัติธรรม หันมาฝักใฝ่ในวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งผู้ปกครองสงฆ์จำนวนไม่น้อยเห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไม่เป็นเหตุผลตามหลักพุทธศาสนา


    เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในเวลานั้นก็คือ การขับไล่คณะศิษย์ของหลวงปู่มั่นออกจากจังหวัดอุบลราชธานีในปี ๒๔๖๙ คราวนั้นพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ซึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่มั่นนำพระป่ากว่า ๕๐ รูปเดินธุดงค์มาปักกลดในป่าบ้านหัวตะพาน โดยมีแม่ชีและฆราวาสนับร้อยร่วมคณะมาด้วย เมื่อทราบข่าวเจ้าคณะมณฑลอีสาน ได้สั่งการให้เจ้าคณะอำเภอและเจ้าหน้าที่จากอำเภออำนาจเจริญและม่วงสามสิบขับไล่ท่านเหล่านั้นออกจากป่า ขณะเดียวกันก็ห้ามมิให้ประชาชนใส่บาตรให้คณะธุดงค์ แต่พระอาจารย์สิงห์ปฏิเสธที่จะออกจากพื้นที่ โดยยืนยันว่าท่านเป็นชาวอุบล และไม่ได้ก่อปัญหาใด ๆ เรื่องยุติลงได้เมื่อเจ้าคณะจังหวัดได้มีลิขิตถึงนายอำเภอให้ผ่อนปรนในเรื่องนี้ หลังจากที่ได้รับการร้องขอจากศิษย์หลวงปู่มั่นเช่น พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร


    เจ้าคณะมณฑลอีสานท่านนี้ คือพระโพธิวงศาจารย์(อ้วน ติสโส) อย่างไรก็ตามเมื่อท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระพรหมมุนี ทัศนคติของท่านต่อพระป่าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่านหันมาศรัทธาเลื่อมใสหลวงปู่มั่นและพระป่า สาเหตุสำคัญก็เพราะท่านได้ประจักษ์ถึงคุณค่าของสมาธิภาวนา ก่อนหน้านั้นท่านล้มป่วยมาเป็นเวลานาน แต่ได้รับการเยียวยาจนหายขาดจากพระอาจารย์ฝั้น ซึ่งไม่เพียงใช้สมุนไพร หากยังอาศัยสมาธิภาวนาในการรักษาด้วย และยิ่งมีศรัทธาปสาทะในกรรมฐานมากขึ้น เมื่อได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์ลี ธัมมธโรแห่งวัดอโศการาม ซึ่งเป็นลูกศิษย์อีกท่านหนึ่งของหลวงปู่มั่น อานิสงส์ของสมาธิภาวนานั้นประจักษ์แก่ท่านอย่างชัดเจน จนถึงกับอุทานว่า "ตลอดชีวิตของเรา เราไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า สมาธิภาวนาจะมีประโยชน์ ถึงเพียงนี้"


    ในเวลาต่อมาท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ดำรงตำแหน่งสังฆนายก ทำหน้าที่ปกครองทั้งสังฆมณฑล ตามกฎหมายคณะสงฆ์ในเวลานั้น ในช่วงนี้เองที่ท่านได้พบกับหลวงปู่มั่น หลังจากที่ได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมานานผ่านลูกศิษย์ของท่าน เมื่อได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่มั่น สมเด็จ ฯ อดพิศวงไม่ได้ในความลุ่มลึกแห่งธรรมของท่าน ขณะเดียวกันก็แปลกใจว่าหลวงปู่มั่นเข้าใจธรรมอย่างลึกซึ้งได้อย่างไร ในเมื่อท่านเรียนปริยัติธรรมน้อยมาก นอกจากไม่ได้เป็นเปรียญแล้ว ยังไม่สำเร็จนักธรรมเอกด้วย ในทัศนะของสมเด็จ ฯ คนเราจะเข้าใจธรรมได้ก็ต้องผ่านการศึกษาจากตำรา ตัวท่านเองก็ได้รับการศึกษาในทางปริยัติธรรมสูงถึงระดับเปรียญโท แต่ก็ยังมีความรู้ทางธรรมไม่เท่าหลวงปู่มั่น ซึ่งครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็น "พระจรจัด"


    ด้วยความสงสัยดังกล่าว สมเด็จ ฯ จึงถามหลวงปู่มั่นว่า ในเมื่อท่านอยู่แต่ในป่า ไม่มีตำรา จะเรียนรู้ธรรมจนสอนพระและญาติโยม ได้อย่างไร หลวงปู่มั่นตอบสั้น ๆ ว่า


    "ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้าสำหรับผู้มีปัญญา"



    เรื่องโดย พระไพศาล วิสาโล


    ที่มา: https://www.facebook.com/photo.php?...765240728.61066.247297055316599&type=1&ref=nf


    (มีต่อ)

    ด้านล่าง comment ที่ #5-#7 ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ตุลาคม 2012
  2. Nattawut8899

    Nattawut8899 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,348
    ค่าพลัง:
    +6,942
    น้อมกราบบูชา ธรรม องค์หลวงปู่มั่นครับ
     
  3. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,390
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,685
    น้อยคนจะรู้ว่าเมื่อ100ปีที่แล้ว "พระป่า"หาได้เป็นที่ยอมรับนับถืออย่างเช่นปัจจุบันไม่
    <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->kennek<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_6814828", true); </SCRIPT>
    สมาชิก
    <!-- google_ad_section_end -->
    ตอบครับ
    ขอตอบให้หายสงสัยเลยครับหน่อยเถอะครับท่าน พระพุทธเจ้าก็บอกตรงๆอยู่แล้ว ภิกษุใดก็ตาม ทรงพระไตรปิฎก ไม่ได้ปฏิบัติธรรม เรียนรู้จบหลักสูตร แต่กิเลสยังเต็มหัว เอาตำรามาบีบ หรือบังคับ ผู้อื่น สงฆ์ องค์ อื่นตำแหน่งหน้าที่การงาน ใส่ร้ายที่ปฏิบัติดีปกิบัติชอบ ทรงพระไตรปิฎกเรียกว่า เถรใบลาน เปล่า แค่ฉันข้าวไม่พิจรณา อาหาเรปฏิกูลสัญญา พระพุทธองค์บอก กินไฟก้อนถ่านแดงๆดีกว่าครับ หลวงปู่ครูบาศรีวิชัย โดนหนักกว่านั้น อีกครับขนาด ทั้งพระ ทั้งฆราวาส จับท่านไปติดคุกในกรุงเทพ หลวงปู่อภิชัยขาวปี ก็เหมือนกัน ให้ท่านถึง กับศึกจากความเป็นพระแต่ท่านไม่ศึก นุ่งขาวห่มขาว เมื่อพ้นมลทิลแล้วท่านกลับมาที่วัด ต้นไม้ที่ตายแล้ว ยังรู้คุณค่าของท่านถึง กับ มีใบมีดอกออกผล บูชาท่าน

    นักบวชกับไอ้คนเลวๆกับ ทำร้ายท่านนี่เห็นไหม แต่พวกนี้มีที่เดียวไป คือนรกเท่านั้น เป็นที่ไปครับ จริงๆชาวบ้านจะศรัทธา พระธุดงค์มากกว่าพระปริยัติ พวกนักบวชเลวๆฆราวาสเลวๆ จึงกลั่นแกล้งท่าน เห็นท่านมีพักพวกบริวารมาก และมีเอกลาภมาก จึงหาทางให้พ้นไปเสีย มันมีมาทุกยุคทุกสมัย แหละครับท่าน สมัยก่อนพระไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ พึ่งมีมาสมัย รัตนโกสินทร์นี่เอง เมื่อก่อนถ้าเป็นพระอรหันต์ เขาเรียกพระเถระ พระผู้ใหญ่

    พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมเองก็พอโดนมาบ้าง แต่ยังน้อยครับ หลวงปู่ปู่ หลวงพ่อต่างๆโดนกันมาแล้วทั้งนั้นครับ ไปหาอ่านประวัติ แต่ละองค์ แล้วโอ้โฮ หนักๆทั้งนั้นเลยอ่ะครับ หลวงปู่พระมหากัสปะเถระ ท่านเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่สมัย พุทธกาลแล้วครับ พวกนักบวช มันหลง อำนาจ
     
  4. kennek

    kennek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,169
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +17,182
    เมื่อหลวงพ่อลีสอนพระสมเด็จฯ.........


    [​IMG]
    Figure1: ท่านพ่อลี ธัมมธโร


    [​IMG]
    Figure2: สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)

    เมื่อหลวงพ่อลีสอนพระสมเด็จฯ.........

    เรื่องของธรรม เป็นหลักธรรมชาติที่เป็นกลาง ตัวธรรมะเองไม่มีเพศไม่มีวัย เป็นหลักธรรมชาติที่มีอยู่โดยทั่ว แล้วแต่ใครจะสามารถไขว่คว้าเอามาได้ การปฏิบัติธรรม จึงเป็นวิชาที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นอย่างมาก เพราะต้องทำเอง ใครทำแทนใครไม่ได้!!
    การที่บุคคลคิดที่จะเผย แผ่ศาสนานั้น เป็นสิ่งที่ดี แต่ที่ถูก ต้องควรเผยแผ่ในใจตนก่อน เพราะจุดศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติ มิใช่อยู่ที่พระพุทธเจ้า หรือครูบาอาจารย์เพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติเอง พระพุทธเจ้าจึงจัดสรรธรรมเพื่อเทวดา มนุษย์ แม้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานไว้อย่างลงตัว เหมาะสม "ธรรมจึงไม่มีวัย ใจจึงไม่มีกาล เป็นสภาพที่ทรงตัวอยู่ เป็นธรรมฐีติ" ผู้รู้ทั่วถึงธรรม คือ พระนิพพาน จึงอยู่เหนือไตรภูมิ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ไม่หวนกลับมาเป็นทาสของกิเลสตัณหาได้อีก!!
    ธรรมไม่มีวัย ใจไม่มีกาล คนจะดีจะชั่วจะบริสุทธิ์ ขึ้นอยู่กับความประพฤติและการกระทำ ไม่ใช่ว่า ชาติตระกูลดี เกิดนาน บวชนาน จะดีบริสุทธิ์ขึ้นมาได้!!! -ทางนั้น ไม่ใช่ทางแห่งพุทธธรรม....

    ขอนำเรื่อง ท่านพ่อลี สอนสมเด็จพระมหาวีรวงศ์(ติสโส อ้วน) เล่าโดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มาให้ศึกษาทราบโดยทั่วกัน
    เพราะอะไร ? เพราะสมเด็จฯผู้มีปฏิปทาอย่างนี้ หาได้ยากยิ่งนัก!!
    เพราะสมัยปัจจุบันนี้ อย่าหวังเลยว่า จะหาพระสมเด็จฯที่อ่อนน้อมถ่อมตน ยอมลดตน ลดทิฏฐิมานะ เพื่อแสวงหาธรรมขั้นสูงนั้นเจอ.....หางมเข็มในมหามุทรยังง่ายเสียกว่าเป็น ไหนๆ!!!
    ในสมัย ที่ท่านพ่อลีอยู่จำพรรษากับสมเด็จพระมหาวีรวงศ?(ติสโส อ้วน) วัดบรมนิวาส ปทุมวัน กรุงเทพฯ ท่านได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จฯเป็นอย่างมาก...แต่สมเด็จฯท่านไม่ ค่อยจะเชื่อน้ำยาพระกรรมฐานสักเท่าไร ท่านเคยออกคำสั่งไล่พระกรรมฐานออกจากป่า แม้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เองก็เคยถูกท่านไล่มาแล้ว!!!
    ท่านพ่อลี จึงคิดหาทางที่จะดัดนิสัยสมเด็จฯให้รู้เสียบ้างว่า "ธรรม ของจริง ผู้รู้จริงเป็นอย่างไร? สมเด็จฯท่านอ่านตำรามาก ชอบวิจารณ์วิจัย แต่วันๆผ่านไปโดยไม่สนใจปฏิบัติสมาธิภาวนาพิจารณาสังขาร ทำแต่งานเผยแผ่ภายนอก คิดดูแล้วก็น่าสงสาร ท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อเรา เราต้องปฏิการตอบแทนพระคุณท่านด้วยธรรมที่รู้เห็นมาตามสติปัญญาที่มี"
    เมื่อท่านพ่อลีคิดอย่างนั้น ท่านก็เริ่มปฏิบัติการ เบื้องต้น ท่านจึงกำหนดจิตเพ่งกสิณน้ำและไฟ
    ....ในบางคราวเพ่งกสิณน้ำใส่สมเด็จฯ สมเด็จฯก็จะหนาวสะบั้นสั่นเทาเหมือนคนเป็นไข้จับสั่น
    ....บางคราวเพ่งกสิณไฟ กำหนดเป็นไฟไปเผา สมเด็จฯร้อนรนกระวนกระวายผ่าวไปทั้งร่าง!!!
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ตุลาคม 2012
  5. kennek

    kennek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,169
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +17,182
    [​IMG]
    Figure3: ท่านพ่อลี ธัมมโร


    แต่การ เพ่งกสิณ ทั้งนี้ไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยๆ สมเด็จฯท่านจึงเรียกท่านพ่อลีมาถามว่า
    "เอ...วันนี้มัน มันเป็นอะไรกันนะ เดี๋ยวร้อนเหมือนถูกไฟเผา เดี๋ยวหนาวจนสะบั้น"
    เมื่อ ท่านพ่อลีเข้าไปหา ทำทีท่าจับโน่นจับนี่ พูดว่า "ไหน ...ไหน มันเป็นอะไร? อากาศร้อนหนาว มันก็เปลี่ยนแปลงไปบ้างแหละขอรับเจ้าประคุณ!!"
    เมื่อ เป็นดังนี้หลายครั้งหลายหน ด้วยความที่สมเด็จฯท่านเป็นนักปราชญ์ฉลาดหลักแหลม ช่างสังเกตหาเหตุผลเสมอ จึงเอะใจเป็นที่น่าสงสัย เพราะถ้าท่านพ่อลีมาเมื่อใด อาการนั้นก็หายทันที!!
    ท่านจึงพูดกับพระใกล้ชิดว่า "เหตุที่เป็นดังนี้....ท่านลีคงทำเราแหละ เราเคยดูถูกพ่อของพระกรรมฐาน คือ ท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน"
    หลัง จากนั้นมา สมเด็จท่านก็เข้าใจในพระป่า อุดหนุนส่งเสริมในการสร้างวัดป่ากรรมฐาน เช่น วัดป่าสาละวัน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญ เป็นกองทัพธรรมกรรมฐานในสมัยนั้น
    ต่อมาสมเด็จท่าน ขอร้องให้ท่านพ่อลีสอนสมาธิให้ทุกวัน เมื่อท่านปฏิบัติได้ถึงขั้นจิตลงสู่ความสงบ ท่านถึงกล่าวชมท่านพ่อลีว่า.....
    "...คำ พูดของคุณแปลกจากพระกรรมฐานองค์อื่น แม้เราจะทำไม่ได้ ไม่ถึง ก็เข้าใจได้ชัดแจ้ง ไม่สงสัย พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์ ที่เคยอยู่ใกล้ชิดกับเรา เราก็ไม่ได้ประโยชน์เหมือนคุณมาอยู่กับเรา เพราะเรารู้สึกมีสิ่งแปลกประหลาดใจหลายอย่างในขณะนั่งสมาธิ" แล้วเจ้าประคุณสมเด็จฯท่านก็เผยความในใจว่า
    "...เรา ไม่เคยนึกเคยฝันเลยว่า การนั่งสมาธิจะมีประโยชน์มากอย่างนี้ เราบวชมานานก็จริง ไม่เคยเกิดความรู้สึกอย่างนี้เลย แต่ก่อนเราไม่นึกว่า การทำสมาธิเป็นของจำเป็น แต่บัดนี้เราได้เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง อันมีผลปรากฏที่ใจแล้ว"
    ด้วยความเมตตาที่ท่านมีต่อท่านพ่อลี ท่านจึงกำชับว่า
    "...ท่าน ลี..เธอต้องอยู่กับเราจนตาย ถ้าเราไม่ตายจะหนีไปไหนไม่ได้ จะมาเฝ้าหรือไม่เฝ้าอยู่ปฏิบัติก็ตาม ขอให้รู้ว่าอยู่กับเราเท่านี้ ก็พอ"....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ตุลาคม 2012
  6. kennek

    kennek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,169
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +17,182
    [​IMG]
    Figure4: หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


    หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้กล่าวสรุปไว้อย่างน่าฟังว่า "ท่าน พ่อลีนี่เอง เป็นผู้ที่สามารถเอาชนะใจสมเด็จฯได้ แต่ก่อนนั้น ท่านเป็นคนบ้ายศ แล้วเที่ยวขนาบกรรมฐานไปทั่ว เที่ยวไล่พระกรรมฐานที่อยู่ในป่าในเขา หลวงปู่มั่นก็เคยถูกไล่!!"
    ต่อมา ในงานเผาศพหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล สมเด็จฯได้พบกับหลวงปู่มั่น ท่านจึงเดินเข้าไปหา และพูดกับหลวงปู่มั่น ว่า....
    "เออ!! ท่านมั่น เราขอขมาโทษเธอ เราเห็นโทษแล้ว แต่ก่อนเราก็บ้ายศ!!"
    หลวงตามหาบัว เล่าพร้อมกับหัวเราะ มีรอยยิ้มหน่อยๆที่ริมฝีปาก เป็นกิริยาที่น่ารักเคารพของพระอริยเจ้าผู้สงบระงับ
    นี่เองสาระ สำคัญในบทนี้ ท่านผู้มีธรรมท่านปฏิบัติต่อกันด้วยความงดงาม ถือธรรมวินัยเป็นใหญ่ ไม่ได้ถือยศตำแหน่ง อันกิเลสแต่งแต้มให้ลุ่มหลง เหมือนในยุคปัจจุบัน
    ผู้รักธรรมจึงยอมตน สละตน จากความยึดมั่นถือมั่น ไปสู่ความว่างเปล่าจากกิเลส แต่เต็มตื้นไปด้วยคุณธรรม
    เพราะ การบรรลุธรรม บรรลุด้วยใจ หาใช่บรรลุด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์ เพศภาวะ ชาติตระกูล ญาติพี่น้อง ทรัพย์สินเงินทองไม่ หากอยากได้ต้องมีการประพฤติปฏิบัติ พระกรรมฐานมีวิชา มีธรรม มีศีล และมีชีวิตอันอุดมไปด้วยความดีเท่านั้น...เพียงเท่านั้นจริงๆ!!!.....

    ขอบคุณที่มา: http://www.buddhapoem.com/index.php...1&Category=buddhapoemcom&thispage=8&No=438996
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ตุลาคม 2012
  7. bcbig_beam

    bcbig_beam เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    1,825
    ค่าพลัง:
    +3,244
    ขอกราบโมทนาในธรรมทานด้วยครับ
    สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
     
  8. sukh_anand

    sukh_anand เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    206
    ค่าพลัง:
    +731
    ขออนุโมทนาอย่างสูงต่อเรื่องราวที่ท่านนำเสนอ ไม่เคยได้อ่านได้ยินมาก่อน ขอบคุณท่านมาก เป็นเรื่องที่อ่านแล้วมีแต่ความปิติและปราโมทย์ ขออนุโมทนาอย่างสูงต่อสิ่งท่านนำเสนอครับ...
     
  9. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,747
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,856
    สาธุ สาธุ สาธุ พ่อแม่ครูอาจารย์พระแท้พระทองคำทั้งนั้น... จริงๆมันขึ้นอยู่ที่(วาสนา)ของ(คน)ด้วยที่จะได้ พบพระแท้พระทองคำจริงๆ
     
  10. ชัย2513

    ชัย2513 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กันยายน 2011
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +68
    ขอ อนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ สาธุ อ่านแล้วรู้สึกอิ่มใจ ครับ
     
  11. my favorite

    my favorite Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +82
    อนุโมทนาค่ะ สาธุ สาธุ เป็นเรื่องที่น่านำมาเล่าให้ทราบในวงกว้างเป็นอย่างยิ่งค่ะ
     
  12. คิดดีจัง

    คิดดีจัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    1,626
    ค่าพลัง:
    +5,347
    การได้รับความนิยม เป็นที่สนใจของคนในปัจจุบันนี่แหละ

    จะเป็นภัยมิใช่น้อยในสายพระป่า
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. kennek

    kennek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,169
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +17,182
    ดาบมีสองคม...

    เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณ คิดดีจัง ครับ
     
  14. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,390
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,685

    :cool:({) ในเมื่อทำแล้วถอยหลังไม่ได้ มันเป็นอดีดกับปัจจุบัน ติดต่อกัน ใครจะไปไหน ก็ช่างมัน เลือกเอาครับ ถึงไม่นำเสนอ มันก็เป็นอยู่แล้วครับ ผมก็โดนมาพอสมควร ที่พวกท่านไม่รู้ พระท่านจะไปธุดงค์ในห้วยขาแข้ง มันบอก ไปทำให้สัตว์ตื่น ผมไม่เห็นพระท่านทำให้สัตว์ตื่น มีแต่สัตว์จะมาหา พวกนี้เขารู้ว่าใครดีไม่ดี สัญชาติญาณเขามี เห็นมาแล้วครับ นอกจากพวกเดียรถีเท่านั้น ที่อาศัยผ้าเหลืองนั่นอีกเรื่องต้องแยกแยะครับ

    คนที่เขามีปัญญา เขาแยกแยะได้ พระอริยเจ้าทั้งหลายใครไปทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ถ้าทำ ก็ตัวของผู้กระทำนั่นแหละ มีแต่หายนะลูกเดียวครับผม ยิ่งพระอรหันต์ด้วยแล้ว ท่านดีที่สุดของที่สุด ไม่มีใครทำให้ท่านต้องมัวหมองได้ มีแต่เราท่านทั้งหลายเท่านั้น ที่ต้องระวังมากกว่าครับ เชื่อเถอะ ทำดีย่อมได้ดีครับ ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ปลูกอ้อย จะเป็นกล้วยนั้น ไม่มีแน่นอนครับ ขออนุโทนาสาธุ ครับกับเจ้าของกระทู้:cool:
     
  15. อริยะ ชน

    อริยะ ชน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,004
    กราบพ่อแม่ครู อาจารย์....เป็นบุญนักที่เกิดมา. .ยังได้พบ ได้กราบไหว้..ได้ฟังธรรม..กับพระแท้..ในพระศาสนา. ..
     
  16. Pukku

    Pukku เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2012
    โพสต์:
    327
    ค่าพลัง:
    +899
    หนูโชคดีจริงๆที่ได้เกิดมาในดินแดนแห่งพุทธธรรมที่มีพระอาจารย์ฝั้นหลวงปู่มั่นอยู่:cool:
     
  17. จิตโอภาส

    จิตโอภาส Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +37
    อนุโมทนาสาธุ เช่นกัน....
    (ปาดน้ำตาแห่งความปิติ และสำนึกในพระคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกรูป)
     
  18. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,642
    พระอริยเจ้าที่ศึกษาปริยัติจนแตกฉานแล้วก็มีมากนะครับ อย่าง สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ก็เปรียญธรรม ๙ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) หลวงตามหาบัว หลวงพ่อฤาษี ท่านก็จบเปรียญธรรมกันนะครับ......

    ผมว่าถ้าจะว่าก็ว่ากันที่กิเลสดีกว่า อย่าไปแบ่งแยกพระปฏิบัติหรือพระปริยัติเลย พระนักการปกครองที่จบเปรียญธรรมสูงๆ ดีๆ ก็มีมากนะ ทั้งยังก่อคุณูปการแก่พระศาสนาเป็นอันมาก.....

    ปริยัติ ปฏิบัตินั้นอย่างไรต้องอยู่คู่กันหละครับ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นไม่ได้หลอก ถ้าขาดพระปริยัติ พระปฏิบัติก็อยู่ได้ไม่นานเพราะไม่มีใครได้ศึกษาหลัก เมื่อไม่มีหลักไว้ พระศาสนาก็ตั้งอยู่ไม่นาน .....

    เรื่องเภรใบลานเปล่านี่นะครับถ้าศึกษาดีๆ จะรู้ว่าท่านมีความดีนะ ศิษย์ของท่านบรรลุธรรมมากมาย จากการที่ท่านแสดงธรรม ค้างแต่ท่านเองที่ไม่บรรลุ เพราะไม่ได้นำธรรมนั้นมาปฏิบัติ อย่างน้อยที่สุดถ้ามองดีๆ ท่านก็ก่อคุณูปการมากนะ เพราะว่าคนบรรลุธรรมกับท่านมากมาย สุดท้ายเมื่อท่านนำธรรมนั้นมาปฏิบัติท่านก็บรรลุธรรม คำที่ว่า"เภรใบลานเปล่า" เป็นคำที่พระพุทธเจ้าใช้เตือนสติในการสอน ไม่ใช่ใช้ด่ากันในความหมายปัจจุบัน อีกอย่างท่านบรรลุแล้ว ระวังจะเป็นปรามาสพระอริยเจ้าได้ง่ายๆนะครับ.....

    พระที่จบสูง ตำแหน่งสูงๆ ดีๆก็มากครับ....อย่าไปมองสุดโต่งครับ อคติจะกินใจเราเอง....
     
  19. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,390
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,685

    :cool:({)ท่านน่ะไปอ่านให้ดีๆ ว่าผมว่าใคร ผมไม่เคยใช้วาจา ติพระอริยะเจ้า ผมติคนเลวๆ แสดงว่าท่านอ่านมิเข้าใจเองตะหาก ถึงได้ร้อนตัวขนาดนี้ ครั้งพุทธกาล ก็พระอรหันต์ล้วนๆ ที่ทำการสังคยานา พระไตรปิฎก ผมไม่ตาบอดใจบอดถึงขนาดไม่รู้ว่าอะผิดหรือถูก :cool:
     
  20. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,390
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,685
    ที่หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง พาลูกศิษย์ไปกราบ หลวงพ่อหลวงปู่ ทาง ภาคเหนือ ท่านอ่านให้เข้าใจก่อนนะ (ผมสงสัยทำไมหลวงพ่อไม่พาลูกศิษย์ ไปกราบ พระอรหันต์แถวอิสาน) แต่ลูกศิษย์ แถวอิสานมาหาหลวงพ่อๆจะบอก ไม่ต้องมาถึงวัดท่าซุงหรอก ท่านบอกเลยหลวงปู่หลวงพ่อพ่อองค์นั้นองค์นี้อยู่ใกล้ อยู่จังหวัดนั้น ให้ไปกราบ ไม่ต้องเสียค่ารถมาถึงวัดท่าซุง มันไกล ผมบอกได้เลยถ้าท่านถึงธรรมแล้ว ท่านก็จะเข้าใจ และถึงกัน เสมอ เมื่อก่อนเคยมีลูกศิษย์ หลวงปู่มั่นมาหา กราบหลวงพ่อ เขาหาว่าหลวงพ่อไม่สำรวม หัวเราะเอิกอ๊าก ถ้ายังไม่ได้อะไร ใจท่านย่อมติเตียนได้ นั่นเป็นเรื่องของส่วนบุคคลครับ


    เพราะในสาย หลวงปู่มั่นท่านจะเค่งในสมาธิ สายหลวงพ่อฤาษี จะปฏิบัติ แบบสบายๆ ไม่หนักไปทางสมาธิ ท่านจึงสอนศิษย์ ไม่ให้ดูถูกสายไหน เขาได้แค่ไหน เขาจะสอนแค่นั้นครับ ผมคิดเอาเองนะ ถ้าหลวงพ่อพาไป เดี๋ยว ไอ้ลูกศิษย์ นั่นแหละ มันจะตีกัน อาจารย์กูเก่ง อาจารย์มึงไม่เก่ง ผมว่า ท่านต้องมีเหตุผลครับ ผมเห็นบ่อยๆเมื่อก่อน สายต่างๆยังไม่ค่อยยอมรับ แต่เดี๋ยวนี้ ยอมรับกันเสียส่วนใหญ่แล้วครับ บางองค์ถึงกับว่าท่านหลายอย่าง มาตอนหลัง ก็พาลูกศิษย์ มากราบท่าน แสดงว่าเขาเห็นผิดเป็นชอบ เมื่อทำถึง แล้ว จึงมากราบท่านทีหลังไงครับ ไอ้ที่หลงผิดไปเลยก็มีเยอะครับ :cool:
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2012

แชร์หน้านี้

Loading...