บทความให้กำลังใจ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    453
    ค่าพลัง:
    +712
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    14,456
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,540
    นิทานเรื่อง “คนช่างติ”
    ถ้าภาษาชาวบ้านหน่อย ก็จะบอกว่า “ลูกอีช่างติ”…ฮ่าฮ่า


    มีเรื่องเล่าว่า มีชายคนหนึ่ง ชาวบ้านต่างพากันเรียกเขาว่า “นายช่าง” การเป็นช่างของนายคนนี้ มิใช่ช่างไม้ ช่างปูน หรือว่าช่างเครื่องยนต์ แต่เป็น “ช่างติ” คือเขาเป็นคนมีพรสวรรค์ในการติเรียกว่าเป็นเอตะทัคคะในทางติเลยทีเดียว เขาเห็นอะไรก็สามารถติได้ทั้งนั้นเหมือนกับที่โบราณกล่าวไว้ว่า

    ช่างกลึงพึ่งช่างชัก

    ช่างสลักพึ่งช่างเขียน

    ช่างรู้พึ่งช่างเรียน


    ช่างติเตียนไม่ต้องพึ่งใคร


    ต่อมา ชาวบ้านพากันคิดว่า น่าจะจัดให้มีการประลองความสามารถในการติของนายคนนี้ ลองดูสิว่าเขาจะติได้ทุกอย่างหรือเปล่า มีผู้เสนอว่าให้เชิญช่างปั้นพระที่ชาวบ้านนิยมยกย่องว่าฝีมือเยี่ยมมาปั้นพระ แล้วให้นายช่างติมาติลองดูซิว่า เขาจะหาที่ติได้หรือเปล่าเมื่อตกลงกันอย่างนี้แล้ว ชาวบ้านได้ไปเชิญช่างปั้นพระมาแล้วบอกวัตถุประสงค์ให้ทราบ ช่างปั้นพระออกแบบพระและปั้นพระอย่างประณีตบรรจงเรียกว่าปั้นอย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว เมื่อการปั้นพระเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านต่างก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า พระองค์นี้งามหาที่ติไม่ได้ แล้วให้ไปเชิญนายช่างติมาติพระ เมื่อนายช่างติมาเห็นพระถึงกับตะลึง เพราะพระพุทธรูปองค์นี้งามจริงๆ เขาพิจารณาพระพุทธรูปอย่างละเอียด แต่ก็หาที่ติไม่พบ เขาเกือบจะยอมแพ้ สุดท้ายนายช่างติก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “พระพุทธรูปองค์นี้งามจริงๆ พุทธลักษณะถูกต้องทุกประการ แต่…”

    “แต่…อะไร” เสียงชาวบ้านถามออกมาพร้อมๆ กัน

    “มีที่เสียอยู่นิดหนึ่ง” ช่างติพูดเบาๆ

    “เสียตรงไหน” ชาวบ้านถาม

    “พระพุทธรูปองค์นี้สวยงามทุกอย่าง เสียอย่างเดียว คือ พูดไม่ได้” นายช่างติตอบหน้าตาเฉย

    ชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็พากันนิ่งเงียบหมด ไม่คิดว่าจะแพ้ช่างติแบบง่ายๆ อย่างนี้ ต่างก็นึกชมว่านายช่างติคนนี้เก่งจริงๆ สามารถหาที่ติพระพุทธรูปองค์นี้จนได้

    อยู่มาวันหนึ่ง นายช่างติไปนอนเล่นอยู่ใต้ต้นมะม่วง เขามองขึ้นไปบนต้นมะม่วงเห็นลูกมะม่วงเต็มต้นไปหมด พลางแกก็นึกตำหนิพระเจ้าผู้สร้างต้นมะม่วงขึ้นมาว่

    “แหม! พระเจ้านี้ช่างโง่เสียจริงๆ สร้างอะไรขึ้นมาไม่เห็นจะสมดุลกันเลย ดูสิมะม่วงต้นออกใหญ่โต กลับสร้างลูกเล็กนิดเดียว ส่วนแตงโมต้นเล็กนิดเดียวกลับสร้างให้ลูกใหญ่อย่างกับบาตรพระ พระเจ้านี่ช่างโง่เสียจริงๆ นี่ถ้าเราเป็นพระเจ้านะ จะสร้างให้ต้นมะม่วงมีลูกโตๆ ส่วนแตงโมจะให้มีผลเล็กๆ จะได้สมดุลกัน”

    ในขณะที่กำลังวาดวิมานอยากจะเป็นพระเจ้าอยู่เพลินๆ นั้น ลมหน้าร้อนก็พัดมาวูบหนึ่ง ทันใดนั้น มะม่วงลูกหนึ่งก็หล่นลงบนหน้าผากนายช่างติพอดี นายช่างติถึงกับตาลาย มองเห็นดาวระยิบระยับ หน้าผากบวมปูดออกมาขนาดผลมะนาว เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ นายช่างติก็คิดได้ว่า
    “โอ้ …พระเจ้าสร้างถูกแล้ว”
    “นี่ถ้าพระเจ้าฉลาดอย่างที่เราคิด สร้างให้มะม่วงลูกใหญ่เท่าบาตรพระ ป่านนี้หัวเราคงไม่แหลกไปแล้วหรือนี่ ดีนะที่พระเจ้าไม่ฉลาดอย่างที่เราคิด…
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่เก่งแต่คอยจับผิดผู้อื่น โดยไม่ดูตัวเองนั้น วันหนึ่งเขาจะประสบสิ่งที่ทำให้เขาต้องเสียใจอย่างที่สุด...อิอิ
    :- https://sites.google.com/site/eastnorthhh/khaw-ma-thaw-makheux





     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    453
    ค่าพลัง:
    +712
    ว่าด้วยเรื่อง อักขระและพยัญชนะ

    63276ca56389ad516e7ec7cf5b8f2db7.jpg

    คำเป็นองค์รวมอักขระและพยัญชนะเป็นชิ้นส่วนรายละเอียดในการผสมเป็นองค์รวม
    เมื่ออักขระและพยัญชนะมีการผสมกันอย่างไม่เลือกหน้า
    ก็ส่อถึงกิริยาและพฤติกรรมการผสมที่ไม่เป็นไปเพื่อเอื้อต่อพรหมจรรย์
    อักขระและพยัญชนะก็เป็นธาตุอันหนึ่ง
    ธาตุที่เกินกว่าหนึ่งชนิดเมื่อมีการผสมกันย่อมก่อเกิดปฏิกิริยาเคมีกันได้
    ภาษามีแดนเกิด เมื่อมีการก่อเกิดก็มี กายสังขาร จิตสังขาร
    กายสังขาร จิตสังขาร ก็เป็นกรรม
    การใช้อักขระและพยัญชนะผสมให้ออกไปในทางคุณย่อมมีกรรมที่เป็นคุณ
    การใช้อักขระและพยัญชนะผสมให้ออกไปในทางที่เป็นโทษย่อมมีกรรมที่เป็นโทษ
    การกล่าวได้ตรง แดนเกิด / ภาษา ก็เป็นการกล่าวได้ตรงอาการกิริยาจิต
    การกล่าวที่เบี่ยงเบน อักขระและพยัญชนะ > ภาษา > ไม่ตรงกับกิริยาจิต
    เมื่อไม่ตรงอาการ เจตนาย่อมเป็นอย่างหนึ่งแต่ภาษาที่แสดงออกมาก็ไปในอีกทางหนึ่ง

    สัตว์ที่มีความกตัญญูรู้คุณคนหรือมีความซื่อสัตย์ ภาษาจะตรงกับแดนเกิด
    แม้เริ่มต้นอาจจะยังไม่ตรงแบบเป๊ะๆ แต่ก็จะค่อยๆเริ่มกล่าวได้ตรงอาการขึ้นเรื่อยๆ
    สัจจะบารมี นั้นต้องอาศัยการเรียนรู้ควบคู่ไปกับขันธ์ 5

    ผู้มีสัจจะบารมีย่อมมีภาษาที่กล่าวแล้วเกิดขึ้นจริง ไม่เกิดจริงย่อมไม่กล่าว

    ( โดยส่วนตัวผู้พิมพ์ยังไม่มีสัจจะบารมีเต็ม พูดตลก/พูดเล่น พูดแกล้ง/พูดหลอก ก็มีบ้าง อิอิ )
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    14,456
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,540
    อยากให้ฟังอีกครั้ง"เหนื่อยกายต้องอดทน เหนื่อยกับคนต้องทำใจ" บรรยายโดยธรรมะธาดา(พระวัชระ จารุวัณโณ)

    phonesamay manyvong
    Published on Sep 20, 2016
     
  5. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    453
    ค่าพลัง:
    +712


    คำถามที่เป็นไปเพื่อตอบสนองแต่ความต้องการตัวเองเป็นหลัก
    ย่อมนำไปสู่อาการ วิตกกังวล และ หวังผลตอบรับ

    อธิษฐาน กับ คำถาม นั้นมีลักษณะที่คล้ายกัน
    ทำไมเวลาทำบุญมาเสร็จนั้นจึงควรอุทิศบุญให้ผู้อื่นก่อนที่จะมาคำนึงถึงตัวเอง
    ก็เพื่อที่จะคลี่คลายต่อการที่จะตอบสนองแต่ความต้องการตัวเองเป็นหลัก

    ทีนี้ คำถามนั้นมีเหตุมาจากตัวตัณหา เมื่อตัณหาถูกคลี่คลายไปก่อน
    แม้จะไม่ได้ถามเพื่อความต้องการของตัวเอง
    แต่ก็กลับพบว่าได้รับคำตอบของตัวเอง ในขณะที่เพียงแต่จะให้ผู้อื่นแต่เพียงเท่านั้น
    ก็เสมือนกับการที่ได้รับอะไรๆโดยที่ไม่ได้ร้องขอ

    ฉะนั้น การตั้งคำถามที่ดีก็มีเหตุมาจากการตั้งคำถามเพื่อผู้อื่นนั้นเอง
     

แชร์หน้านี้

Loading...