บทความ...กระดานเล่าสู่กันฟัง

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย อมิตฎา, 19 ตุลาคม 2014.

  1. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    404
    ค่าพลัง:
    +564
    มีสนุกกว่านั้นคับ เอิ้กๆ
     
  2. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    ไม่ต้องเล่าทั้งหมดที่รู้ก็ได้ค่ะ;)
     
  3. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    การให้อภัยทาน(ธรรมทาน)ย่อมชนะเสียซึ่งทานทั้งปวง

    "อภัยทานัง อามิสทานัง ชินาติ" ซึ่งแปลว่า "การให้อภัยทานย่อมชนะเสียซึ่งการให้ทั้งปวง" ดังนี้

    คำว่า ทาน แปลว่า การให้
    การให้นี้มีอยู่ ๒ อย่างด้วยกันที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าท่านตรัสไว้

    ให้สรรพสิ่งของต่าง ๆ อย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า อามิสทาน ได้แก่ การให้วัตถุ จะเป็นเงินหรือวัตถุสิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องบริโภคก็ตาม เรียกว่า อามิสทานทั้งนั้น

    ทานอีกส่วนหนึ่งที่องค์สมเด็จภควันต์ทรงกล่าวก็ได้แก่ ธรรมทาน

    ธรรมทานในที่นี้ก็ได้แก่ การบอกธรรม คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ชี้เหตุผล ให้รุ้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อย่างนี้เป็นต้นอย่างหนึ่ง อย่างนี้เขาเรียกว่า ธรรมทาน

    ธรรมทาน อีกส่วนหนึ่งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่าสำคัญที่สุดจัดว่าเป็น ปรมัตถทาน คือ เป็นทานที่ไม่ต้องลงทุน คือ อภัยทาน

    ทานทั้งสองอย่างนี้ คือ อามิสทานกับอภัยทานนี้มีผลต่างกัน อามิสทานนั้นให้ผลอย่างสูงก็แค่กามาวจรสวรรค์ ตามนัยที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารตรัสไว้ว่า "ทานัง สังคคโส ปาณัง" คือว่า การให้ทานย่อมเป็นปัจจัยเป็นบันไดไปสู่สวรรค์ นี่สำหรับ อามิสทาน
     
  4. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    แต่สำหรับ ธรรมทาน กล่าวคือ ให้ธรรมเป็นทานก็ดี ให้อภัยทานก็ดี ทานทั้งสองประการนี้เป็นปัจจัยแห่งพระนิพพาน

    สำหรับธรรมทาน ทานที่ ๒ นี่มีความสำคัญมาก การให้ธรรมเป็นทาน กล่าวคือ นำพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เอามาแนะนำแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าเทศน์เองไม่เป็นก็ไปหาคนอื่นมาเทศน์แทน อย่างนี้ก็ชื่อว่า เจ้าภาพเป็นผู้เทศน์เหมือนกัน เรียกว่าเอาคนมาพูดแทน การให้ธรรมทานเป็นปัจจัยใหญ่

    เพราะการให้ธรรมทานบุคคลได้ฟังแล้วจะเกิดปัญญา สิ่งใดที่ไม่เคยรู้มาแล้วก็จะได้มีความรู้ขึ้น เมื่อมีความรู้แล้วก็เกิดความมั่นใจ มีปัญญาเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ใด บุคคลผู้นั้นก็เป็นผู้หลีกความทุกข์ได้ ถ้าปัญญามีมาก ก็หลีกความทุกข์ได้มาก ปัญญาน้อยก็หลีกความทุกข์ได้น้อย ดีกว่าคนที่ไม่มีปัญญาเลย ไม่มีโอกาสจะหลีกความทุกข์ได้ นี่ว่ากันถึงธรรมทาน
     
  5. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    ธรรมทานอีกส่วนหนึ่งที่มุ่งหมายจะเทศน์กันในวันนี้ก็คือ อภัยทาน อภัยทานนี้เป็นการให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุ แล้วก็เป็นทานสูงสุด พระพุทธเจ้ากล่าวว่า ใครเป็นผู้มีอภัยทานประจำใจ คนนั้นก็เป็นผู้เข้าถึงปรมัตถบารมีแล้ว

    คำว่า ปรมัตถบารมีนี้ เป็นบารมีสูงสุดเป็นบารมีที่จะทำให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน คำว่า อภัยทาน ก็ได้แก่ การให้อภัยซึ่งกันและกัน หมายความว่า คนใดก็ตาม เขาทำให้เราขุ่นเคือง ทำให้เราไม่ชอบใจ ด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม

    ถ้าหากเราคิดพิจารณาเข่นฆ่าจองล้างจองผลาญ
    ถ้าเขาด่าเรา เราคิดว่าโอกาสสักวันหนึ่งข้างหน้าเราจะด่าตอบ
    เขาลงโทษเรา เราจะลงโทษเขาตอบ
    เขาตีเรา เราคิดว่าเราจะตีตอบ แต่โอกาส มันยังไม่มี คิดเข้าไว้ในใจว่า เราจะทำอันตรายตอบ

    อย่างนี้พระพุทธเจ้ากล่าวว่า เป็นอาฆาต คือ พยาบาท เป็นไฟเผาผลาญดวงจิต เพราะคนที่เรากำลังคิดจะฆ่าก็ดี คิดจะประทุษร้ายก็ดี นี่เขายังไม่ทันรู้ตัว เขามีความสุข เราคนที่คิดจะทำเขานั่นแหละ ตั้งแต่แรกหาความสุขไม่ได้ คบไฟแห่งความพยาบาทมันเข้าเผาผลาญ มีแต่ความร้อนรุ่มกลุ้มใจ คิดวางแผนการต่าง ๆ ว่า เราทำยังไงถึงจะแก้มือเขาได้ โดยคนอื่นเห็นว่าไม่มีความผิด อารมณ์ที่คิดอยู่อย่างนี้ ยังตัดสินใจไม่ได้ ยังทำไม่ได้ มันเป็นไฟเผาผลาญคนคิดนี่แหละ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะอำนาจโทสะเข้าสิงใจ นี่อำนาจโทสะหรือพยาบาทมันเริ่มเผาผลาญตั้งแต่คิด

    แต่คนที่ถูกคิดประทุษร้ายนั้น เขายังมีความสุข ทีนี้ถ้าเราไปทำเขาเข้าอีก ไอ้โทษมันก็จะหนักขึ้น ทำเขาเข้าอีก เขายิ่งจะแก้มือใหญ่ ถ้าเขาไม่แก้มือ ทางกฏหมายก็จะยื่นมือมาช่วยเหลือ ความทุกข์ใหญ่ก็จะเกิดขึ้น
     
  6. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    หลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระ ท่านเทศน์แสดงไว้นะ ไปก๊อปมาให้อ่านกันจ้า:D
     
  7. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    ห่างหายจากกระทู้ไปนาน เพราะหมดเรื่องเล่า

    วันนี้นำภาพป่าปริวาส กับบริเวณที่จะสร้างบันไดราวพญานาค หน้าพระอุโบสถ วัดภูเพียง เวียงสา น่าน มาให้ชมกันไปก่อนค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    เห็นความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านและชาววัดแล้ว ปิติค่ะ
     
  9. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    การพัฒนาลานธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อรองรับคณะพระภิกษุสงฆ์ที่มาประพฤติธรรม ปริวาสกรรม ตลอดจนญาติโยมที่มาร่วมประพฤติปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนา ที่วัดภูเพียง เวียงสา น่านค่ะ

    ตอนนี้เป็นรูปเป็นร่าง แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    วันนี้ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๑

    " การทำบุญทำทานจะมีอานิสงส์มาก
    ก็เพราะทำด้วยความมีสติพิจารณา
    ให้เห็นประโยชน์ในกุศลที่จะเกิดขึ้น
    ทั้งต่อตนเองและหมู่มวลสรรพสัตว์
    ในปัจจุบันกาลและอนาคตกาล "

    เหตุที่บันดาลใจให้กระทำบุญทำทาน

    - ทำบุญกันตามประเพณี
    - ทำบุญทำทานเพราะพลัดหลงด้วยอำนาจกิเลส
    ความอยาก อันมาร คือ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ
    มันแอบอยู่ภายใน โดยรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
    เป็นการทำแบบประชันขันแข่ง
    ไว้อวดกัน แข่งดีกัน
    - ทำเพราะหวังจะได้มีโชคลาภบ้าง
    - เคยคิดไว้นานแล้วว่าจะทำเพราะได้ฟังได้รู้อานิสงส์ของบุญทานนั้นๆ แต่ยังไม่มีโอกาส พอมีโอกาสพร้อมก็ทำ เพราะหวังในอานิสงส์นั้น
    - ทำเพราะต้องการสั่งสมบุญ เพราะรู้มาว่า
    การสั่งสมบุญสามารถสร้างความสุขได้ในกาลต่อไป
    - เห็นเขาทำก็ทำตามๆเขาไป จะได้เข้ากับสังคมเขาได้
    - ทำเพราะหวังว่าคราวหน้าเขาจะได้ทำกับเราบ้างเป็นการตอบแทน
    - ทำส่งๆไปเพราะรำคาญไม่ได้หวังอะไรทั้งนั้น
    - ทำเพราะเห็นว่าเป็นการสั่งสมทานบารมี
    - ทำเพื่อเกื้อหนุนค้ำจุนอายุพระพุทธศาสนา
    - ฯลฯ
    จะเป็นการทำในลักษณะใด ล้วนแต่ได้เป็นบุญเป็นกุศลทั้งนั้น
    แต่คงส่งผลได้ไม่เท่ากันด้วยความซับซ้อนของเหตุปัจจัย
    ในแต่ละคนที่มีมาทั้งอดีตและปัจจุบัน

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกดวงจิตที่เป็นกุศลทุกท่าน
    อย่าได้ท้อถอยในเรื่องบุญทานทั้งหลาย
    สักกาลหนึ่งเมื่อกำลังบุญเกิดเต็มที่แล้ว
    ย่อมส่งผลให้เกิดดวงปัญญา

    ทำด้วยความเสียสละเพราะเห็นว่า
    เป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ในกาลข้างหน้า
    จะได้มีโอกาสพบเห็นสัจจะธรรมต่อไป
    ทั้งตนเองและผู้อื่น
    .
    .
    .
    Cr. วัดภูเพียง เวียงสา น่าน
     
  11. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,817
    ค่าพลัง:
    +15,092
    คุณนุ๊กยังเป็นแฟนพันธ์ุแท้เว็บพลังจิตเหมือนเดิมนะ ^_^
     
  12. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    ว้าว...หายไปนานเลยนะคะแมวเหมียว สบายดีไหมเอ่ย คิดถึงนะ มีเรื่องราวเรื่องเล่าสนุกๆ เชิญมาแบ่งปันกันบ้างนะคะ

    เวปนี้เป็นเวปธรรมะเวปแรกที่เรารู้จักทางโลกออนไลน์ ได้มาคลุกคลีเขียน-อ่านกระทู้ต่างๆ ได้มาสอบอารมณ์ตนเอง เหมือนเป็นครูคนหนึ่่ง:D
     
  13. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    การเดินทางแสนแสนกัปนับไม่ไหว
    คงจะไม่สูญเปล่ากับความหลง
    ตั้งสติให้มั่นแม้นปลดปลง
    จะยังคงปณิธานสานต่อธรรม

    บุญกุศลผลเกื้อเพื่อรักษา
    สัจจ์วาจาลั่นไว้ให้แดนสาม
    จะเบิกทุกข์หยุดกรรมซ้ำเติมกาล
    ปลดสงสารให้เป็นทานบารมี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    404
    ค่าพลัง:
    +564

    อย่านับเลยคับ มันคือ อนันต์

    เอิ้กๆ
     
  15. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    จากเวป อภิญญา.คอม ค่ะ

    เล่าเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร......

    คืนหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2527 หลวงปู่ (บุดดา ถาวโร) นอนให้ลูกศิษย์นวดอยู่ หลวงปู่ก็จะเล่านิทานธรรมะ ให้ลูกศิษย์ฟังไปด้วย พวกเรานั่งฟังธรรมะหลวงปู่ ราว 6-7 คน

    ข้าพเจ้ามีความสงสัยเรื่องของหลวงปู่เทพโลกอุดร ซึ่งลงในหนังสือ"คนพ้นโลก" ของอาจารย์ปถัมภ์ ในหนังสือเล่าว่า หลวงปู่โลกอุดร มีอายุเป็นพันปี และท่านเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ที่มีญาณวิเศษ ท่านสามารถเปลี่ยนร่างเป็นคนแก่ คนหนุ่ม หรือ ฆราวาส แล้วแต่ท่านจะสงเคราะห์บุคคลนั้นๆ เพราะเหตุใด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาใจข้าพเจ้าตลอดมา เมื่อมีโอกาส ข้าพเจ้าจึงถามหลวงปู่ว่า.....

    ข้าพเจ้า-หลวงปู่เจ้าคะ หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริงไหมคะ?

    หลวงปู่- มีจริงซิ โอ!!!! รูปร่างท่านสูงใหญ่ สูงแปดศอกโน่น !!! เวลานอน ท่านนอนหนุนขอนไม้ เราไม่เคยเจอท่านหรอก

    ข้าพเจ้า-หลวงปู่เจ้าคะ อายุเป็นพันปี ท่านอยู่ได้อย่างไร?

    หลวงปู่- อยู่ได้ด้วยญาณวิชา อยู่ในจอมปลวก ในถ้ำ ในภูเขา อยู่ได้เป็นพันๆ ปี อยากรู้เรื่องของท่าน ไปถามหลวงปู่วัยซี โน่น!! ท่านอยู่หินกองโน่น หลวงปู่ใหญ่ ท่านมาหาหลวงปู่วัยบ่อยๆ

    ข้าพเจ้า-หลวงปู่เจ้าคะ หลวงปู่วัย ที่เอาจีวรหลวงปู่โลกอุดร มาถวายหลวงปู่ใช่ไหมเจ้าคะ?

    หลวงปู่- อือ.....
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    วิปัสสนูปกิเลส (15 เม.ย. 2014)

    เล่าเรื่อง ท้าวยามา กับท้าวนิมมาน ให้ฟัง
    ท้าวยามาหรือพระสยามเทวาธิราชนี่ กำลังขุ่นข้องใจ ท้าวนิมมานเป็นเพื่อน เห็นเพื่อนขุ่นข้องเรื่องการปกครองประเทศไทย ท้าวนิมมานจึงอาราธนาพระพุทธเจ้ามาโปรด พระพุทธองค์ก็เลยลงมาโปรดที่สวรรค์ชั้นยามา มีท้าวสยามเทวาธิราช กับท้าวนิมมาน กำลังสดับฟังธรรม

    ต่อไปประเทศไทยจะรุ่งเรือง ด้วยท้าวสยามเทวาธิราชจะให้ผู้หญิงขึ้นเป็นใหญ่ ด้วยบารมีที่ถึงแล้ว
    ท้าวสยามเทวาธิราช ได้สติจากการฟังธรรมพระพุทธเจ้าจึงยกเว้นกฎมณเทียรบาลของเทวธรรม กฎมนเทียรบาลทีไทยแกัแล้วเหลือมติจากสวรรค์ พอมติจากสวรรค์เสร็จ ในหลวงจะปลงสังขารอายุ พระสยามเทวาธิราชจะลงมาดลบันดาลให้กษัตริย์ขึ้นปกครองเป็นสตรี แต่มีข้อแม้ว่่า รัชกาลนี้จะสิ้นสุดแผ่นดินที่สตรีองค์นี้ อันนี้เล่าเป็นนิทาน เขาพึ่งประชุมกัน เสร็จ

    เกิดจากนรกล้น ท้าวกุรุเวราหรือท้าวเวสสุวรรณ บอกให้ช่วยแผ่เมตตา ถ้าเป็นไปได้อยากให้พากันสวดบทนี้
    " ทิตะทิรา ทันมันทะโล กะลิลา กะละลา สติโส จะถิโท คะหะตะเน อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะถะวีคงคา พระภุมมะเทวา คมามิหัง ปะโตเมตัง ปะระชีวินังสุคโตจุติ จิตตะเมตังนิพพานัง สุคโตจุติ"

    ดุสิตเดวนี้เทวดาแน่นเชียว ต้นเทพธาโรมไหยสวรรค์ ที่เป็นร่มแท่นบรรทมเดวนี้เทวดาจองกันพรึบ พระอนิยตศรีอาริย์โพธิสัตโต ผุดออกจากปทุมทอง อุบัติขึ้นมาแสดงธรรมที่ดุสิตตา ณ แม่น้ำหะละมุลา ดอกปทุมทองผุดโผล่ขึ้นพระศรีอาริย์กำลังแสดงโปรดท้าวสันตดุสิตกับบริวาร เมื่อพระอนิยตโพธิสัตโตแสดงธรรมเสร็จ จะลงมาอุบัติที่มนุสสโลก แต่ก่อนที่พระอนิตยตโพธิสัตโตจะลงมาอุบัติ โลกจะเกิดภัยภิบัติครั้งใหญ่ พระอนิยตจะลงมาช่วยสรรพสัตว์ พร้อมทั้งเหล่าบริวารที่ได้สดับฟังธรรมที่สระหะละมุลา จะลงตามเสด็จท่านด้วย อันนี้เป็นเหตุการณ์ของสวรรค์ชั้นดุสิตตอนนี้

    จะมีชั้นนึงที่.(.....)ซ่อนตัว คือ .(........)
    ท้าวสาวัตตี กำลังหา..(........)
    ไม่มีใครหา.(........).พบ แม้ท้าวมัจจุราช
    ท้าวสาวัตตี คือผู้เป็นใหญ่ในสามแดนโลกธาตุ

    มันคือวิปัสสนูปกิเลส:p:p:p
     
  17. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    404
    ค่าพลัง:
    +564
    ผู้หญิงเป็นใหญ่ ต้องหาสำลีอุดหูเตรียมไว้ละ

    เอิ้กๆ
     
  18. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    มนุษย์ทุกรูปนาม หากไร้ซึ่งลมหายใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับซาก

    พอเป็นซากแล้ว มีใครบ้างหนอที่จะรัก ที่จะมาคลอเคลียเหมือนตอนที่มีลมหายใจอยู่ เป็นเพียงซากที่รอวันเน่าเปื่อยผุพัง และสูญสลายหายไปกับธาตุ

    แล้วตอนที่มีลมหายใจอยู่น่ะ มันคืออะไร ที่ดิ้นรนไขว่คว้า มันคืออะไร ที่พูดได้ แสดงกิริยาต่างๆ ได้ มันคืออะไร? ที่มันรักได้ โกรธได้ ห่วงได้ หวงได้ ร้องไห้ได้ หัวเราะได้ มันคืออะไร?

    จิตเดิม เมื่อกายสังขารแตกสลายแล้ว ก็จะกลับที่เดิม แต่ที่กลับกันไม่ได้นั้น เพราะว่าจิตมันหนัก หนักด้วยอวิชชา ตัณหา อุปาทาน จึงหลงเวียนว่ายอยู่ในกองทุกข์ไม่จบไม่สิ้น

    ลองพิจารณาดีๆ อย่างแยบคายกับซากที่เราเคยรู้จักเมื่อครั้งที่ยังมีลมหายใจอยู่ อารมณ์ต่างๆ ที่ปะทะกัน คำพูดและกิริยาต่างๆ ที่เคยแสดงต่อกัน ที่เคยรู้สึกว่ารักหรือชัง ที่เคยโกรธเคยเกลียดฯ แท้จริงแล้ว สิ่งต่างๆ ทึ่เคยโลดแล่นออกมาให้เห็นนั้น ไม่ได้มาจากฝ่ายตรงข้ามเลย มันออกมาจากเราเองต่างหาก เกิดจากจิตของเราเองทั้งสิ้น ที่ยังหลงอยู่ หลงอยู่ในรักโลภโกรธหลงนั้นๆ หลงไปกับมายาต่างๆ เหล่านั้น
     
  19. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    ผู้หญิงจะขึ้นเป็นถึงพระอรหันต์ได้ไหม

    ถาม ท่านคะ ผู้หญิงจะขึ้นเป็นถึงพระอรหันต์ได้ไหมคะ

    ตอบ ผู้หญิงผู้ชายมันขึ้นไม่ได้ละ ใจต่างหากขึ้น ผู้หญิงมีใจผู้ชายมีใจแล้วขึ้นได้ทั้งนั้น ขอให้กิเลสสิ้นไปด้วยความเพียรของเราเถอะ มีความเพียรเป็นหลักตั้ง ความเพียรนี้แหละจะเป็นกุญแจเปิดตู้มรรคผลนิพพาน เราอย่าเอาเพศมาเปิด เอาเพศมาเปิดแล้วติดเพศไปไม่รอดนะ ถ้าว่าเพศพระก็ว่าเราเป็นพระใครก็นับถือ นอนกินก็ได้ นั่งกินก็ได้ นอนใจ อันนี้ตัวขี้เกียจใหญ่ ตัวกิเลสตู้กิเลสอยู่ในนั้นแหละ แม้แต่หลวงตาบัวคุยโว้ ๆ อยู่นี่ก็ไม่เห็นดีอะไร ถ้าขี้เกียจเสียอย่างเดียวไม่เป็นท่า เรื่องกินแล้วขยันยิ่งกว่าลิง ใช้ไม่ได้อย่างนั้น การประกอบความเพียรให้เร็วให้คล่องตัว สติปัญญาให้คล่องตัวนั้นละกิเลสจะกลัว

    ถาม บางทีก็ได้ยินคนพูดเหมือนกันว่าผู้หญิง…

    ตอบ คนพูดเป็นคนประเภทใดว่ะ คนประเภทอย่างเราพูดก็ได้นี่ คนมีหลายประเภท เขาพูดก็ได้เราพูดก็ได้ เขาพูด….เขามันเกิดทีหลังหู เราอย่าไปเชื่อง่าย ๆ ซิ หูเกิดแล้วเขาจึงเกิดทีหลังนี่ เอะอะไปเชื่อเขาแล้ว

    หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. อมิตฎา

    อมิตฎา เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,324
    ค่าพลัง:
    +23,631
    มีความหลังกับกัลปังหาแดงค่ะ:oops:
    ข้อมูลจาก google

    กัลปังหาแดง เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่ออยู่ในน้ำ จะมีลักษณะอ่อนนุ่ม แต่เมื่อตายแล้ว อยู่บนบก กลับแข็ง....จัดเป็นของที่มีพลังในตัว แม้ไม่ได้ปลุกเสก เฉกเช่นเดียวกับ งาช้าง เมื่อยิ่งกัลปังหาได้รับการปลุกเสก หรือนำมาทำเป็นเครื่องราง ยิ่งมีพลังยิ่งขึ้น

    กัลปังหาซึ่งบางท่าน ถือเป็นเคล็ด เพราะเรียกคล้ายๆกับ"กันปัญหา" ขับไล่สิ่งชั่วร้าย กันภูติผีปีศาจ แบ่งเป็น

    กัลปังหาขาว
    กัลปังหาดำ
    และกัลปังหาแดง

    ที่หายาก เห็นจะได้แก่ กัลปังหาแดง จากความเชื่อที่ว่ากัลปังหาแก้มนต์ดำได้ และเป็นของขลังพลังมงคล ช่วยในเรื่องความสมหวังในความรัก ช่วยให้มีสติปัญญาดี เป็นคนมองโลกในแง่ดี เข้าสังคมง่ายและยังช่วยพัฒนาการของจิตวิญญานแต่ละท่านที่พกติดตัวไว้ ทั้งยังช่วยในการรักษาโรคความดันเลือดสูงได้ดีอีกด้วย ช่วยบอกภาวะผิดปรกติของระบบเลือด(ดูจากสีกัลปังหาที่ซีดจางลง) ช่วยให้มีบุตรง่ายทั้งยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กเล็ก มีพลังช่วยสร้างกระดูกและฟัน และยังมีคุณสมบัติพิเศษโดยนำมาฝนน้ำปะไว้ที่แผลจากถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย..จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้มากทำให้ความนิยมเกิดขึ้นแพร่หลายรวดเร็ว
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...