บทสรุป..."การผู้นำศาสนาโลกครั้งที่ ๘"

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 12 กันยายน 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>บทสรุป..."การผู้นำศาสนาโลกครั้งที่ ๘"</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG] [​IMG] เมื่อปี ๒๕๑๓ หรือเมื่อ ๓๖ ปีที่แล้ว ในยุคสมัยที่สงครามเย็นยังระอุทั่วโลก ผู้นำศาสนาต่างๆ ประมาณ ๓๐๐ ท่าน ได้จัดประชุมระดับโลกขึ้นที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพื่อปรึกษาหารือกันในเรื่องปัญหาของสันติภาพของโลก


    การประชุมครั้งนั้นทำให้เกิดองค์กรชื่อ "World Conference of Religions for Peace" (ดับเบิลยูซีอาร์พี) หรือสมัชชาศาสนาเพื่อสันติแห่งโลก ซึ่งมีชื่อสั้นๆ ว่า "Religions for Peace" หรือ "ศาสนาเพื่อสันติ" โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครนิวยอร์ก ตรงข้ามกับสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ
    ทุกๆ ๔-๕ ปี องค์กรนี้ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ผู้นำศาสนาโลกขึ้น เพื่อแสวงหาความร่วมมือระหว่างศาสนาต่างๆ โดยวางอยู่บนรากฐานของความเคารพในความแตกต่างของความเชื่อทางศาสนา และความเชื่อมั่นว่า
    "ศาสนาทุกศาสนาต่างมีหลักการในการสร้างสันติภาพแก่โลกด้วยกันทั้งสิ้นและสามารถร่วมงานการสร้างสันติภาพกันได้ และการร่วมมือระหว่างผู้นำศาสนาที่ต่างกันจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดสันติภาพได้ยิ่งกว่าศาสนาใดศาสนาหนึ่งผลักดันตามลำพัง"
    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามานั้น องค์การศาสนาเพื่อสันติ ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากผู้นำศาสนาสามร้อยกว่าคนจากไม่กี่ประเทศ ในปัจจุบันองค์การศาสนาเพื่อสันติ มีสมาชิกในประเทศต่างๆ กว่า ๑๐๐ ประเทศ และมีผู้นำศาสนาที่เป็นหลักในการทำงานกว่า ๘๐๐ คน ที่ทุ่มเททำงานเพื่อการสร้างสันติตามปณิธานขององค์กร ร่วมมือกับสหประชาชาติ หน่วยงานในสังกัดของสหประชาชาติ และองค์การทางมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เช่น UNICEF WHO UNAIDS Transparency International (ต่อต้านการฉ้อราษฎร์และทุจริตในวงการราชการ) ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างสันติภาพในหลายภูมิภาคต่างๆ ของโลก เช่น ในคาบสมุทรบอลข่าน ในทวีปแอฟริกา ไลบีเรีย ศรีลังกา อินเดีย อิรัก อิหร่าน และตะวันออกกลาง
    ปีนี้ ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นปีครบ ๓ รอบขององค์การนี้ องค์กรจึงได้จัดการประชุมใหญ่เพื่อเป็นการฉลองการครบปีอันเป็นมงคลในครั้งนี้ ซึ่งได้จัดการประชุมขึ้นที่หอประชุมนานาชาติ กรุงเกียวโตระหว่างวันที่ ๒๖-๒๙ สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๒,๐๐๐ คน จาก ๑๐๐ กว่าประเทศ
    การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการประชุมผู้นำศาสนาที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษ โดยมีนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเดินทางมาเปิดงาน และมีเจ้าชายฮัซซัน พระเจ้าอาของกษัตริย์แห่งจอร์แดนผู้ดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกขององค์การนี้ และนายคะตามี อดีตประธานธิบดีแห่งอิหร่านมาร่วมเป็นองค์ปาฐกในการอภิปรายรายการแรกของวันเปิดงาน
    พระ ดร.มโน (เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ) ที่ปรึกษาเลขาธิการใหญ่องค์การสมัชชาศาสนาเพื่อสันติแห่งโลก สังกัดองค์การสหประชาชาติ บอกว่า ได้เข้าร่วมโครงการกับองค์กรระดับชาตินี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ และเคยเป็นผู้อัญเชิญพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เพื่อไปร่วมการสถาปนาสมัชชาศาสนาแห่งคาบสมุทรบอลข่านในกรุงซาราเยโว เมื่อปี ๒๕๓๙ ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนาของเลขาธิการใหญ่ขององค์กรนี้และเป็นผู้แทนประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบัน
    ตลอดระยะเวลา ๔ วันของการประชุม ทุกวันจะเริ่มด้วยการประชุมใหญ่โดยมีองค์ปาฐกอันได้แก่ ผู้นำศาสนาที่มีชื่อเสียงในประเทศต่างๆ ขึ้นมาพูดในเรื่องปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้น เสร็จแล้วผู้เข้าประชุมจะแยกย้ายกันประชุมกลุ่มย่อยตามเนื้อหาสาระของการประชุมในประเด็นต่างๆ อีกหลายสิบวง การประชุมทุกครั้งมีการทำบันทึกและสรุปเพื่อรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ได้รับทราบ นอกจากภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาหลักของการประชุมแล้ว ยังมีล่ามแปลสด สู่ภาษาญี่ปุ่น จีน สเปน ฝรั่งเศส ในการประชุมวงต่างๆ อีกด้วย
    "การประชุมนั้นจัดอย่างน่าประทับใจมาก ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทุกคนพอใจกับความเป็นมืออาชีพของผู้จัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหัวข้อการประชุม ซึ่งครอบคลุมปัญหาใหญ่ๆ ทุกภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยก่อการร้าย ความยากจน ปัญหาโรคเอดส์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ภัยธรรมชาติ และปัญหาโลกร้อน ความรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ การที่รัฐบาลใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือการลิดรอนสิทธิประชาชนบางกลุ่ม เป็นต้น" พระดร.มโน กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
    ในการประชุมในครั้งนี้อาตมาได้รับการเสนอจากที่ประชุมผู้นำศาสนาโลกให้เป็นหนึ่งในกรรมการร่างปฏิญญาเกียวโต เป็นชาวพุทธคนเดียวในคณะกรรมการชุดนี้ และเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากต้องรวบรวมสาระต่างๆ จากที่ประชุมเพื่อนำมาเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษที่ไพเราะ มีสาระที่ทุกศาสนายอมรับได้ และให้การสนับสนุนและยังต้องให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาที่จะนำไปปฏิบัติ
    ปฏิญญาชุดนี้จะเป็นเอกสารอ้างอิงของผู้นำศาสนาต่างๆ และประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติในเรื่องจรรยาบรรณของผู้นำทางศาสนาที่จะใช้ปฏิบัติกันทั่วโลก เป็นงานที่มีภาระหนัก และต้องนำเสนอให้ที่ประชุมผู้แทนทางศาสนาให้รับรอง โดยอาตมาได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำเสนอยกร่างทุกฉบับและฉบับจริง และได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์จากที่ประชุม ด้วยเสียงปรบมือที่กึกก้อง คนเป็นจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความยินดีกับอาตมาในครั้งนี้ พระภิกษุศรีลังการูปหนึ่งได้เข้ามาจับมืออาตมา และพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าท่านรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นบทบาทของอาตมาในการประชุมครั้งนี้
    พระ ดร.มโน บอกด้วยว่า นับว่าเป็นที่น่ายินดีประการหนึ่งที่ที่ประชุมเดียวกันได้รับรองให้สมเด็จพระอัคคะมหาสังฆาธิบดี เทพวอง พระสังฆราชฝ่ายมหานิกาย แห่งกัมพูชาเป็นประธานคนหนึ่งจากจำนวนประธานผู้นำศาสนาต่างๆ ๕๐ ท่านขององค์กร และเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาองค์แรกที่ได้รับเกียรติอันสูงนี้ เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู

    -->[​IMG]
    เมื่อปี ๒๕๑๓ หรือเมื่อ ๓๖ ปีที่แล้ว ในยุคสมัยที่สงครามเย็นยังระอุทั่วโลก ผู้นำศาสนาต่างๆ ประมาณ ๓๐๐ ท่าน ได้จัดประชุมระดับโลกขึ้นที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพื่อปรึกษาหารือกันในเรื่องปัญหาของสันติภาพของโลก
    การประชุมครั้งนั้นทำให้เกิดองค์กรชื่อ "World Conference of Religions for Peace" (ดับเบิลยูซีอาร์พี) หรือสมัชชาศาสนาเพื่อสันติแห่งโลก ซึ่งมีชื่อสั้นๆ ว่า "Religions for Peace" หรือ "ศาสนาเพื่อสันติ" โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครนิวยอร์ก ตรงข้ามกับสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ
    ทุกๆ ๔-๕ ปี องค์กรนี้ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ผู้นำศาสนาโลกขึ้น เพื่อแสวงหาความร่วมมือระหว่างศาสนาต่างๆ โดยวางอยู่บนรากฐานของความเคารพในความแตกต่างของความเชื่อทางศาสนา และความเชื่อมั่นว่า
    "ศาสนาทุกศาสนาต่างมีหลักการในการสร้างสันติภาพแก่โลกด้วยกันทั้งสิ้นและสามารถร่วมงานการสร้างสันติภาพกันได้ และการร่วมมือระหว่างผู้นำศาสนาที่ต่างกันจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดสันติภาพได้ยิ่งกว่าศาสนาใดศาสนาหนึ่งผลักดันตามลำพัง"
    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามานั้น องค์การศาสนาเพื่อสันติ ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากผู้นำศาสนาสามร้อยกว่าคนจากไม่กี่ประเทศ ในปัจจุบันองค์การศาสนาเพื่อสันติ มีสมาชิกในประเทศต่างๆ กว่า ๑๐๐ ประเทศ และมีผู้นำศาสนาที่เป็นหลักในการทำงานกว่า ๘๐๐ คน ที่ทุ่มเททำงานเพื่อการสร้างสันติตามปณิธานขององค์กร ร่วมมือกับสหประชาชาติ หน่วยงานในสังกัดของสหประชาชาติ และองค์การทางมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เช่น UNICEF WHO UNAIDS Transparency International (ต่อต้านการฉ้อราษฎร์และทุจริตในวงการราชการ) ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างสันติภาพในหลายภูมิภาคต่างๆ ของโลก เช่น ในคาบสมุทรบอลข่าน ในทวีปแอฟริกา ไลบีเรีย ศรีลังกา อินเดีย อิรัก อิหร่าน และตะวันออกกลาง
    ปีนี้ ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นปีครบ ๓ รอบขององค์การนี้ องค์กรจึงได้จัดการประชุมใหญ่เพื่อเป็นการฉลองการครบปีอันเป็นมงคลในครั้งนี้ ซึ่งได้จัดการประชุมขึ้นที่หอประชุมนานาชาติ กรุงเกียวโตระหว่างวันที่ ๒๖-๒๙ สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๒,๐๐๐ คน จาก ๑๐๐ กว่าประเทศ
    การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการประชุมผู้นำศาสนาที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษ โดยมีนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเดินทางมาเปิดงาน และมีเจ้าชายฮัซซัน พระเจ้าอาของกษัตริย์แห่งจอร์แดนผู้ดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกขององค์การนี้ และนายคะตามี อดีตประธานธิบดีแห่งอิหร่านมาร่วมเป็นองค์ปาฐกในการอภิปรายรายการแรกของวันเปิดงาน
    พระ ดร.มโน (เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ) ที่ปรึกษาเลขาธิการใหญ่องค์การสมัชชาศาสนาเพื่อสันติแห่งโลก สังกัดองค์การสหประชาชาติ บอกว่า ได้เข้าร่วมโครงการกับองค์กรระดับชาตินี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ และเคยเป็นผู้อัญเชิญพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เพื่อไปร่วมการสถาปนาสมัชชาศาสนาแห่งคาบสมุทรบอลข่านในกรุงซาราเยโว เมื่อปี ๒๕๓๙ ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนาของเลขาธิการใหญ่ขององค์กรนี้และเป็นผู้แทนประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบัน
    ตลอดระยะเวลา ๔ วันของการประชุม ทุกวันจะเริ่มด้วยการประชุมใหญ่โดยมีองค์ปาฐกอันได้แก่ ผู้นำศาสนาที่มีชื่อเสียงในประเทศต่างๆ ขึ้นมาพูดในเรื่องปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้น เสร็จแล้วผู้เข้าประชุมจะแยกย้ายกันประชุมกลุ่มย่อยตามเนื้อหาสาระของการประชุมในประเด็นต่างๆ อีกหลายสิบวง การประชุมทุกครั้งมีการทำบันทึกและสรุปเพื่อรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ได้รับทราบ นอกจากภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาหลักของการประชุมแล้ว ยังมีล่ามแปลสด สู่ภาษาญี่ปุ่น จีน สเปน ฝรั่งเศส ในการประชุมวงต่างๆ อีกด้วย
    "การประชุมนั้นจัดอย่างน่าประทับใจมาก ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทุกคนพอใจกับความเป็นมืออาชีพของผู้จัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหัวข้อการประชุม ซึ่งครอบคลุมปัญหาใหญ่ๆ ทุกภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยก่อการร้าย ความยากจน ปัญหาโรคเอดส์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ภัยธรรมชาติ และปัญหาโลกร้อน ความรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ การที่รัฐบาลใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือการลิดรอนสิทธิประชาชนบางกลุ่ม เป็นต้น" พระดร.มโน กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
    ในการประชุมในครั้งนี้อาตมาได้รับการเสนอจากที่ประชุมผู้นำศาสนาโลกให้เป็นหนึ่งในกรรมการร่างปฏิญญาเกียวโต เป็นชาวพุทธคนเดียวในคณะกรรมการชุดนี้ และเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากต้องรวบรวมสาระต่างๆ จากที่ประชุมเพื่อนำมาเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษที่ไพเราะ มีสาระที่ทุกศาสนายอมรับได้ และให้การสนับสนุนและยังต้องให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาที่จะนำไปปฏิบัติ
    ปฏิญญาชุดนี้จะเป็นเอกสารอ้างอิงของผู้นำศาสนาต่างๆ และประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติในเรื่องจรรยาบรรณของผู้นำทางศาสนาที่จะใช้ปฏิบัติกันทั่วโลก เป็นงานที่มีภาระหนัก และต้องนำเสนอให้ที่ประชุมผู้แทนทางศาสนาให้รับรอง โดยอาตมาได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำเสนอยกร่างทุกฉบับและฉบับจริง และได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์จากที่ประชุม ด้วยเสียงปรบมือที่กึกก้อง คนเป็นจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความยินดีกับอาตมาในครั้งนี้ พระภิกษุศรีลังการูปหนึ่งได้เข้ามาจับมืออาตมา และพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าท่านรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นบทบาทของอาตมาในการประชุมครั้งนี้
    พระ ดร.มโน บอกด้วยว่า นับว่าเป็นที่น่ายินดีประการหนึ่งที่ที่ประชุมเดียวกันได้รับรองให้สมเด็จพระอัคคะมหาสังฆาธิบดี เทพวอง พระสังฆราชฝ่ายมหานิกาย แห่งกัมพูชาเป็นประธานคนหนึ่งจากจำนวนประธานผู้นำศาสนาต่างๆ ๕๐ ท่านขององค์กร และเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาองค์แรกที่ได้รับเกียรติอันสูงนี้

    เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู






    ที่มา: คมชัดลึก
    http://www.komchadluek.net/2006/09/12/j001_46302.php?news_id=46302
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     

แชร์หน้านี้

Loading...