บทเรียนสำคัญ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 14 กรกฎาคม 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,385
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,963
    water patient gossip.jpg
    1. บทเรียนสำคัญบทแรก - คนทำความสะอาด
    เมื่อครั้งที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยได้สองเดือน
    อาจารย์ให้พวกเราทำแบบทดสอบอันหนึ่ง
    ฉันเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน จึงตอบคำถามได้อย่างสบาย
    จนมาถึงคำถามสุดท้าย.. "สุภาพสตรีที่เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนชื่อว่าอะไร ?"
    ต้องเป็นเรื่องตลกอะไรสักอย่างแน่

    ฉันเคยเจอคนทำความสะอาดหลายครั้ง
    เธอเป็นคนตัวสูง ผมดำ และอายุกว่า 50
    แต่ฉันจะรู้ชื่อเธอได้อย่างไร ?
    ฉันส่งกระดาษคำตอบ โดยไม่ได้ตอบข้อสุดท้าย


    ก่อนหมดคาบเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามว่า
    คำถามข้อสุดท้ายจะถูกคิดรวมในคะแนนของผลการเรียนด้วยหรือไม่
    "แน่นอน" อาจารย์ตอบ


    "เพราะเมื่อเธอเข้าทำงาน เธอจะต้องพบกับคนมากมาย
    ซึ่งทุกคนมีความสำคัญพอที่สมควรจะได้รับความสนใจและเอาใจใส่
    แม้ว่าพวกเธอจะทำได้แค่เพียงยิ้มให้และกล่าวสวัสดีก็ตาม"


    2. บทเรียนสำคัญที่สอง - รับคนกลางฝน
    คืนหนึ่ง เวลา 23:30 น. สตรีสูงอายุเชื้อสายแอฟริกันคนหนึ่ง
    ยืนอยู่ริมทางหลวงสายบามา ต้านฝนที่ตกหนักอยู่
    รถของเธอเสีย และเธอต้องการเดินทางต่อไปอย่างมากแม้จะเปียกโชก
    เธอตัดสินใจโบกรถคันที่วิ่งผ่านมา ชายหนุ่มผิวขาวผู้หนึ่งหยุดรถเพื่อช่วยเหลือเธอ
    ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในยุคที่มีความขัดแย้ง เรื่องการเหยียดผิวอย่างทศวรรษที่60
    ชายหนุ่มช่วยเหลือให้เธอได้รับความปลอดภัยและส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่
    แม้ว่าเธอจะเร่งรีบมาก แต่ก็ขอบคุณเขา และจดที่อยู่ของเขาไปด้วย
    เจ็ดวันหลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของเขาด้วยความประหลาดใจ
    โทรทัศน์สีจอยักษ์เครื่องหนึ่งถูกนำมาส่งยังบ้านของเขาและมีข้อความแนบ มาด้วย

    ใจความว่า:

    "ขอบพระคุณมากสำหรับความช่วยเหลือบนทางหลวงในคืนนั้น
    ฝนไม่ได้ชะแต่เพียงเสื้อผ้าของฉันเท่านั้น แต่ชะเอากำลังใจของฉันไปด้วย
    แต่เมื่อคุณผ่านมา เป็นเพราะคุณ
    ฉันจึงสามารถไปทันดูใจสามีที่ กำลังจะเสียชีวิต ทันเวลาก่อนที่เขาจะสิ้นลมพอดี
    ขอพระเจ้าอวยพรคุณ สำหรับการช่วยฉัน และการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัวของคุณ"
    ด้วยความจริงใจ
    นางแนท คิง โคล


    3. บทเรียนสำคัญที่สาม – ระลึกถึงคนที่ให้บริการเสมอ

    ในสมัยที่ไอศกรีมซันเดยังมีราคาถูกอยู่มาก
    เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งเข้าไปในคอฟฟี่ชอปของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้วนั่งที่โต๊ะ
    เมื่อพนักงานเสิร์ฟวางแก้วนั้นลงตรงหน้า
    เด็กชายก็ถามว่า "ไอศกรีมซันเดย์ ราคาเท่าไหร่ครับ ?"
    "ห้าสิบเซ็น" พนักงานเสิร์ฟสาวตอบ
    แล้วเด็กชายก็ดึงมือออกจากกระเป๋าแล้วก็นับเหรียญในมือ
    "งั้นไอศกรีมเปล่าๆล่ะครับ ราคาเท่าไหร่?" เด็กชายถามอีก
    ตอนนี้เริ่มมีคนรอโต๊ะมากขึ้นและพนักงานเสริฟสาวก็เริ่มจะหมดความอดทน
    "สามสิบห้าเซ็น" เธอตอบห้วนๆ เด็กชายนับเหรียญในมืออีกครั้ง
    "ผมขอไอศกรีมเปล่าครับ" เด็กชายบอก
    แล้วพนักงานเสริฟสาวก็เอาไอศกรีมมาให้ เอาใบเสร็จมาให้แล้วก็เดินหนีไป
    เด็กชายทานไอศกรีมหมดแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วก็จากไป
    เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินกลับมา เธอก็เริ่มร้องไห้เมื่อเธอเช็ดโต๊ะ
    บนโต๊ะนั้นมีเหรียญนิกเกิลราคาห้าเซ็นต์สองเหรียญ
    และเหรียญเพนนีอีกห้าเหรียญวางอยู่อย่างบรรจงข้างถ้วยไอศกรีมเปล่านั้น

    เห็นไหมว่า ที่เด็กชายไม่ทานไอศกรีมซันเด
    เพราะเขาต้องเหลือเงินไว้ทิปพนักงานเสิร์ฟสาวคนนั้น


    4. บทเรียนสำคัญที่สี่ – สิ่งที่กีดขวางทางของเรา

    ในยุคโบราณมีหินผาตกลงมาขวางถนนเส้นหนึ่ง
    เมื่อพระราชามาพบเข้าจึงซ่อนพระองค์อยู่
    เพื่อคอยดูว่าจะมีใครมาเอาหินใหญ่ก้อนนั้นออกไปจากทาง
    เมื่อเสนาบดีในราชสำนักของพระองค์และพ่อค้าผู้ร่ำรวยผ่านมา
    ก็เพียงแต่อ้อมหินผาก้อนใหญ่นั้นไป
    พวกเขากล่าวตำหนิพระราชาต่างๆนานาที่พระองค์
    ไม่ใส่พระทัยที่จะดูแลทางนั้นให้ดี
    แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรที่จะเอาหินนั้นออกไปให้พ้นทาง
    จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งแบกผักกองใหญ่ผ่านมา
    เมื่อเขาเดินมาถึงหินผานั้น เขาก็วางสัมภาระลง
    แล้วพยายามที่จะขยับก้อนหินนั้นให้พ้นทาง
    หลังจากทั้งผลักทั้งดึงหินก้อนนั้น
    ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อเขาหยิบสัมภาระของเขาขึ้นมา
    ก็เห็นถุงเงินวางอยู่ตรงจุดที่ก้อนหินผาเคยอยู่
    ในถุงนั้นมีเหรียญทองและจดหมายจากพระราชา
    เขียนไว้ว่า "ทองในถุงนั้นเป็นของผู้ที่เอาหินผาออกไปจากถนน"
    ชาวบ้านคนนั้นได้รู้สิ่งที่เราไม่เคยได้รู้
    ทุกๆอุปสรรคที่กีดขวางทางนั้น จะมอบโอกาสที่เราจะดีขึ้นให้กับเรา"


    5. บทเรียนสำคัญที่ห้า – ให้เมื่อมันมีค่า
    หลายปีมาแล้ว เมื่อฉันไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
    ฉันได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ลิซ ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายที่มีน้อยคนที่จะเป็น
    โอกาสที่เธอจะหายจากโรคนี้ได้คือ
    ต้องทำการถ่ายเลือดจากน้องชายอายุห้าขวบของเธอ
    ผู้ซึ่งรอดจากโรคร้ายนี้ได้อย่างปาฏิหาริย์
    จึงทำให้เขาร่างกายเขาสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายนี้ขึ้นมา
    หมออธิบายสถานการณ์ให้น้องชายของเธอฟัง
    และถามเด็กชายว่าเขาต้องการจะให้เลือดของเขาแก่พี่สาวหรือไม่

    ฉันเห็นเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า
    "ได้ครับ หากมันช่วยพี่สาวผมได้"
    เมื่อทำการถ่ายเลือด เขานอนยิ้มอยู่ที่เตียงข้างๆพี่สาว
    ในขณะที่เราเริ่มจะเห็นสีสันคืนสู้แก้มของเธอ
    หน้าของเด็กชายก็เริ่มซีดและรอยยิ้มก็จางหายไป
    เด็กชายมองไปที่หมอ และถามด้วยเสียงสั่นเครือ
    " ผมกำลังจะตายใช่ไหม?"
    ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจหมอผิดไป
    เด็กชายคิดว่าเขาต้องให้เลือดทั้งหมดของเขาแก่พี่สาว เพื่อช่วยชีวิตเธอ
    ซึ่งเขาก็ยังตัดสินใจที่จะถ่ายเลือด แม้จะทำให้เขาต้องตายก็ตาม
    ................

    "ทำงานให้เหมือนกับคุณไม่ต้องการเงิน
    รักให้เหมือนกับคุณไม่มีวันจะเจ็บปวดกับมัน
    และเต้นรำให้เหมือนกับไม่มีใครมองคุณอยู่"
    :- http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/General/Pakinaka/51.htm
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กรกฎาคม 2018
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,385
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,963
    วันนี้คุณหัวเราะแล้วหรือยัง?

    1. "เรื่อง คุณยาย"


    วันหนึ่ง คุณยายท่านหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านของตัวเอง แล้วชะเง้อมองไปข้างหน้า
    สักพักมีแท็กซี่ คันหนึ่งวิ่งเข้ามา คุณยาย ไม่รีรอ โบกทันที
    แท็กซี่จอด แล้วคนขับแท็กซี่ก็พูดกับคุณยายว่า
    "คนขับแท็กซี่" สวัสดีครับ จะไปไหนครับยาย
    "คุณยาย" เอ่อ ไม่ได้ไปไหนหรอกหลาน จะมาบอกว่า ช่วยไปขนของกับยายในบ้านหน่อยสิ
    ยายกำลังย้ายห้อง อยู่คนเดียว ยกของไม่ไหวน่ะ
    "คนขับแท็กซี่" (สีหน้างง) โอ้ย ไม่ได้หรอกครับ ผมยุ่งเดี๋ยวต้องไปรับผู้โดยสารอีก
    "คุณยาย" (เสียงแก่) ยุ่งอะไร ก็เห็นเขียนไว้ที่หน้ารถว่า "ว่าง" ขอช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้ ใจดำ
    "คนขับแท็กซี่" !!!!!!!!!!!!!
    2. "จำกันไม่ได้"
    เด็กชายตัวเล็กกำลังนั่งดูอัลบั้มครอบครัว
    แล้วถามแม่ขึ้นว่า
    แม่ฮับ ผู้ชายคนที่อยู่กับแม่บนชายหาดเป็นใครกันครับ
    คนที่ผมหยิกๆ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ คนนี้น่ะครับ
    พ่อของลูกไงจ๊ะ แม่ตอบด้วยความภาคภูมิใจ
    เด็กชายมองหน้าแม่อย่างงงๆ แล้วถามว่า
    ก็แล้วคนหัวล้านพุงใหญ่ๆ ที่อยู่กับเราตอนนี้ล่ะฮับ เขาเป็นใคร!
    :):):)
     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +313
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,385
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +25,963
    12.พ่อ...สอนลูก

    มีพ่ออยู่คนหนึ่งได้ต้นเชอรี่พันธุ์ดีมา ก็เอามาปลูกไว้ที่บ้าน และสั่งให้ทุกคนในบ้าน ช่วยกันดูแล เพื่อว่าเมื่อต้นเชอรี่โตขึ้นทุกคนจะได้กินผลที่อร่อยจากต้นเชอรี่พันธุ์ดีนี้ และคุณพ่อเองก็เฝ้ารดน้ำ ใส่ปุ๋ยดูแลมันอย่างดีเป็นเชอรี่ต้นโปรดของคุณพ่อทีเดียว

    อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่คุณพ่อออกไปทำงาน ....ลูกชายชื่อจอร์จ ซึ่งได้ขวานเล็กๆ อันใหม่มา ด้วยความซนก็ฟันนู่นฟันนี่ แล้วก็ไปโดนต้นเชอรี่แสนรักของคุณพ่อเข้า ต้นเชอรี่ค่อยๆ เอนตัวแล้วก็ล้มลงกับพื้น เหลือแต่ตอที่อยู่เหนือพื้นดินมาไม่กี่นิ้ว
    เมื่อคุณพ่อกลับมาถึงบ้านเห็นต้นเชอรี่แสนรักในสภาพอย่างนั้น ก็ตกใจมาก เรียกทุกคนในบ้านมาถามก็ไม่มีใครทราบ .....จนคุณพ่อนึกถึงลูกชายคนนี้ ก็ตะโกนเรียก ด้วยเสียงอันดังว่า "จอร์จ มา นี่ซิ "

    จอร์จก็เดินออกมาหาคุณพ่อ คุณพ่อได้ถามจอร์จว่า
    "จอร์จ ลูกรู้ไหมว่าทำไมต้นเชอรี่ถึงเป็นแบบนี้"
    จอร์จก้มหน้าแต่ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นตอบคุณพ่อว่า .....
    "ผมไม่กล้าโกหกคุณพ่อหรอกครับว่า ผมเป็นคนเอาขวานฟันต้นเชอรี่นี้เอง"
    คุณพ่อบอกจอร์จว่า "เข้าไปรอพ่อในบ้าน" ….จอร์จเดินเข้าไปรอคุณพ่อในห้องของเค้า
    เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ คุณพ่อก็เข้ามาในห้อง และถาม จอร์จ ว่า....
    "ทำไมลูกถึงตัดต้นเชอรี่ที่อีกหน่อยทุกคนในบ้านจะได้กินผลจากมันล่ะ"
    จอร์จตอบคุณพ่อว่า "ผมไม่ได้ตั้งใจครับ ผมทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผมเอง"
    แล้วจอร์จก็ก้มหน้าลง หน้าแดงด้วยความละอาย
    แล้วก็ได้ยินเสียงคุณพ่อพูดว่า "จอร์จ ลูกดูหน้าพ่อซิ .....
    ถึงพ่อจะรู้สึกเสียใจที่ต้นเชอรี่ที่พ่อรักถูกโค่นไป แต่พ่อก็ดีใจยิ่งกว่าที่ลูกของพ่อซื่อสัตย์
    และกล้าหาญที่ยอมรับในการกระทำของตัวเอง
    ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ถึงแม้จะมีเชอรี่พันธุ์ดีเต็มสวนก็ไม่มีประโยชน์ อะไร"
    จอร์จ จดจำเรื่องราวเหล่านี้ และใช้ความกล้าหาญและซื่อสัตย์ตลอดมา....
    จนกระทั่งในการดำรงฐานะเป็นประธานาธิบดี "จอร์จ วอชิงตัน"
    เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของท่านประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน
    ฟังแล้วประทับใจในวิธีการ สอนของคุณพ่อ ..
    แทนที่คุณพ่อจะทำโทษลูกด้วยวิธีอันรุนแรง เกรี้ยวกราดกับลูก หรือให้ความสำคัญกับสิ่งของ
    แต่คุณพ่อกลับพูดกับลูกอย่างอ่อนโยน....ด้วยถ้อยคำที่ทำให้ลูกต้องจดจำไปตลอดชีวิต
    ถ้าคุณพ่อทำโทษแรง ๆ ก็อาจจะไม่มีประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตันแบบนี้ก็ ได้…..
    ในชีวิตมีสักครั้งไหม....ที่เราเกรี้ยวกราดกับสิ่งที่ไม่มีวันได้คืน.....แทนที่จะใส่ใจกับสิ่งที่ยังอยู่ มากกว่า

    ถ้าคุณยังไม่เคยได้นึก ถึง หรือว่าอาจลืมไป...ยังไม่สายหรอก....มาเติมเต็มชีวิตกันเถอะ.....
     
  5. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +313
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ใช่อะไรๆก็ออกหน้ารับได้ตลอดเวลาต้องรู้หลบหลีกบ้าง
    การออกหน้าปะทะอย่างเดียวก็อาจจะไม่ใช่ความกล้าเสมอไป
    :cool:






    และในอีกด้านหนึ่งการนำผู้อื่นออกมารับหน้าเพื่อเป็นข้อบังหน้าให้กับตัวเรา
    ก็อาจจะมีเหตุเพราะความกลัวของเราเป็นเหตุได้อยู่เหมือนกัน :cool:

    กล้าเกินไปก็บวกไม่เลือกสถานการณ์ที่ควรจะเป็น ลืมฐานะแห่งตัวเราที่ควรจะอยู่
    พบพระก็เลี่ยงทางให้เป็นการให้เกียรติ พบผู้มีคุณธรรมสูงกว่าก็ต้องขอความกรุณา
    มิใช้เรียกใช้หรือไว้วานให้ไปทำอะไรๆ

    กลัวเกินไปก็กลายเป็นปกปิดปิดบังตัวเราเองมากเกินไปจนเป็นกบอยู่ในกะลา

    ปกปิดในส่วนที่ควรจะปกปิด เปิดเผยในส่วนที่ควรจะเปิดเผย
    ก็จะไม่มากจนเกินไป และ ไม่น้อยจนเกินไป
     
  6. เวชยันต์ไกรภพ

    เวชยันต์ไกรภพ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2015
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +348

แชร์หน้านี้

Loading...