บันทึกธรรมงานวันเกิดพระโพธิสัตว์พ่อครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร 5 ม.ค 53

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย goldbell, 12 มกราคม 2010.

  1. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล<O:p</O:p
    ครูบาเทือง นาถสีโล (พระครูไพศาลพัฒนโกวิท) เจ้าอาวาสวัดเด่นสะหรีศรีเมืองแคน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่อายุ ๔๑ ปี พรรษา ๒๑ แม้ว่าทั้งอายุและพรรษาไม่มากแต่ท่านมีปฏิปทาน่ากราบไหว้สงบเสงี่ยม "ครูบาอ่อนน้อมถ่อมตน-ฝึกฝนปฏิบัติ-เคร่งครัดพระธรรมวินัย-จิตใจสุขุมเยือกเย็น-บำเพ็ญบารมี-ทำความดีเป็นนิจ-จิตเมตตาเสมอ"<O:p</O:p
    ประวัติ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล


    <O:p></O:p>
    ครูบาเทือง นาถสีโล (พระครูไพศาลพัฒนโกวิท) เจ้าอาวาส วัดบ้านเด่น (วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน) อ.แม่แตงจ.เชียงใหม่ อายุ ๔๔ ปี พรรษา ๒๔ แม้ว่าทั้งอายุและพรรษาไม่มาก แต่ท่านมีปฏิปทาน่ากราบไหว้ สงบเสงี่ยม หาก<O:p</O:p
    จะประมวลภาพรวมความเป็น ครูบาของท่าน จะได้ดังนี้พระครูไพศาลพัฒนโกวิท<O:p</O:p
    สถิต ณ วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่<O:p</O:p
    นามเดิม<O:p</O:p
    ครูบาเจ้าเทือง หน่อเรือง<O:p</O:p
    ฉายา<O:p</O:p
    นาถสีโล<O:p</O:p
    เกิด<O:p</O:p
    ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๘ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ เหนือ ปีมะโรง (ปีสี)<O:p</O:p
    ครูบาเทือง นาถสีโล (พระครูไพศาลพัฒนโกวิท) เจ้าอาวาส วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่อายุ ๔๑ ปี พรรษา ๒๑ แม้ว่าทั้งอายุและพรรษาไม่มาก แต่ท่านมีปฏิปทา น่ากราบไหว้สงบเสงี่ยม "ครูบาอ่อนน้อมถ่อมตน-ฝึกฝนปฏิบัติ-เคร่งครัดพระธรรมวินัย-จิตใจสุขุมเยือกเย็น-บำเพ็ญบารมี-ทำความดีเป็นนิจ-จิตเมตตาเสมอ"<O:p</O:p
    ประวัติ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล

    ครูบาเทือง นาถสีโล (พระครูไพศาลพัฒนโกวิท) เจ้าอาวาสวัดบ้านเด่น (วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน) อ.แม่แตงจ.เชียงใหม่ อายุ ๔๔ ปี พรรษา ๒๔ แม้ว่าทั้งอายุและพรรษาไม่มาก แต่ท่านมีปฏิปทาน่ากราบไหว้ สงบเสงี่ยม หากจะประมวลภาพรวมความเป็นครูบาของท่านจะได้ดังนี้

    "ครูบาอ่อนน้อมถ่อมตน-ฝึกฝนปฏิบัติ-เคร่งครัดพระธรรมวินัย-จิตใจสุขุมเยือกเย็น-บำเพ็ญบารมี-ทำความดีเป็นนิจ-จิตเมตตาเสมอ"

    ตั้งแต่บวชเป็นสามเณรจนกระทั่งบวชเป็นพระครูบาเทืองได้บำเพ็ญบุญบารมี ตามรอยแห่งครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาทุกประการถ้าพูดถึงทานการบริจาค ครูบาสามารถสร้างศาสนสถาน ถาวรวัตถุ ไม่แต่เฉพาะในจ.เชียงใหม่ เท่านั้น ทุกจังหวัดในภาคเหนือครูบา ได้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาอย่างทั่วถึงและมั่นคง ท่านสร้างทั้งโบสถ์ วิหาร เจดีย์ พระพุทธปฏิมาศาลากุฏิสงฆ์ ฯลฯ

    ในด้านการปฏิบัติครูบานับเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งที่เข้าถึงธรรม และมีข้อวัตรอย่างเคร่งครัดโดยยึดข้อปฏิบัติตามสมัยโบราณ ตามครูบาอาจารย์ที่สืบๆ กันตามโดยวิธีปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเคร่งครัด โดยเฉพาะวิปัสสนากรรมฐานในด้านการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ครูบาเสียสละปัจจัยไทยธรรมที่มีผู้ถวายบริจาคช่วยเหลือแก่ส่วนราชการ องค์กร ชมรม สโมสร ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาตั้งแต่ข้าว ผ้า ยา บ้าน การศึกษา น้ำประปา ไฟฟ้า ถนนหนทางมากมายมหาศาล

    "เป็นพระต้องพูดจริง ต้องทำจริง และต้องรู้จริง"

    เป็นคติธรรม ที่ครูบาเทืองยึดปฏิบัติเรื่อยมาผลจาก ความจริงที่ท่านบำเพ็ญเพียรภาวนา ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวช เทศนา พัฒนาชุมชนบน พื้นฐานของข้อวัตรปฏิบัติที่ปราศจากการใส่ร้ายป้ายสีโจมตีบีทา ครูบารักษาศีล ไม่เห็นแก่กินไม่เห็นแก่นอน ฝึก สอนใจตนเอง ตลอดเวลา รวมทั้งการเสียสละสร้างศรัทธานำพาถูกต้องปรอง ดองให้เห็น ดีเด่นใน คุณธรรม<O:p></O:p>
    ที่มาหนังสือประวัติครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดบ้านเด่น อ.แม่แตงจ.เชียง(ใหม่) วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    ครูบาบุญชุ่ม เขียนถึงหลวงปู่ดู่<O:p</O:p
    อาตมา พระบุญชุ่ม ญาณสงวโร จำพรรษาอยู่ที่พระธาตุดอนเรือง เมืองพงษ์ เขตพม่าในพรรษาที่ ๒อาตมาได้นิมิตเห็นหลวงปู่แก่เฒ่าองค์หนึ่งอายุประมาณ ๘๐-๙๐ ปี มาเทศน์ให้ฟังตอนที่อาตมาได้เข้ากรรมปฏิบัติไม่พูด ๗ วันท่านเทศน์สอนเรื่องการปฏิบัติให้มีสติและให้อยู่สันโดษ มีขันติ เมตตา และความเพียรให้ถึงความพ้นทุกข์ ให้ดับเสียสิ้นชาติ ชรา พยาธิ มรณะให้ถึงซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุด ท่านเทศน์เป็นภาษาบาลีและแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังอย่างชัดเจน แล้วท่านก็เทศน์สอนเรื่อง ปฏิจจสมุปบาทและเทศน์ให้ฟังอีกหลายอย่าง อาตมารู้สึกปิติและอิ่มเอิบในรสพระธรรมของท่านอาตมาจึงนึกถึงหลวงปู่องค์นั้นเสมอว่าท่านนั้นเป็นใคร และยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าได้แต่กราบขอพรท่านตลอดทุกวัน ต่อมาไม่นาน หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวกอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ท่านเป็นอาจารย์องค์สุดท้ายของอาตมาที่ท่านได้ส่งตัวอาตมาไปทำความเพียรที่ภูเขาหิมาลัย ประเทศเนปาลแล้วท่านก็ไปรับกลับมาบวชพระที่เชียงใหม่ และอาตมาก็มาจำพรรษาที่พม่าพอดีอาตมามาทำบุญคล้ายวันเกิดวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๓๑อาตมาได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่โง่นได้โปรดเมตตามารับเครื่องไทยทานในวันที่ ๔หลวงปู่โง่นค้างคืนที่พระธาตุดอนเรือง ท่านได้เอ่ยถึงหลวงปู่ดู่ วัดสะแกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นพระที่มีเมตตาองค์หนึ่งในอยุธยาได้เป็นพระอริยบุคคลองค์หนึ่ง อาตมาได้ยินก็อิ่มเอิบ ปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งอยากจะไปกราบไหว้บูชาพระองค์นั้น...


    พอดีอาตมาได้ไปทำบุญวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่โง่นพอเสร็จก็ขออนุญาตหลวงปู่โง่นไปกราบหลวงปู่ดู่ หลวงปู่โง่นก็อนุญาตและเขียนจดหมายกำกับไปด้วย พอไปถึงวัดสะแกก็เข้าไปกราบหลวงปู่ดู่ท่านกำลังนั่งรับแขกอยู่ที่กุฏิไม้พอได้เห็นหลวงปู่ดู่ก็นึกขึ้นได้ เหมือนในนิมิตตอนเข้ากรรม (หลวงปู่เฒ่าองค์นั้นก็คือหลวงปู่ดู่นั่นเอง)จึงก้มกราบขอพรท่านท่านก็ให้พรแล้วยังถวายผ้าไตรกับพระพุทธรูป ๒ องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ๑องค์แก่อาตมา และอาตมาก็ถวายน้ำผึ้งและยา ท่านยิ้มแย้มมีเมตตาที่สุดอาตมาเอาพระบรมสารีริกธาตุ น้อมถวายหลวงปู่ดู่ ท่านพูดว่า"เราเพิ่งพูดเรื่องพระธาตุเมื่อตะกี้บัดนี้ท่านเอาพระธาตุมาถวายเป็นนิมิตหมายมงคลยิ่ง"หลวงปู่ก็ให้พรด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ อาตมาได้เอาพระธาตุอีกส่วนหนึ่งและลูกประคำให้หลวงปู่ปลุกเสกอธิษฐานจิต ท่านมีลูกศิษย์หนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ ๒๖หลวงปู่ถามลูกศิษย์ว่า"สว่างไหม เห็นชัดไหมมองไปให้ลึกๆ"ลูกศิษย์ก็ตอบว่า "เห็นแล้ว สว่างแล้ว"หลวงปู่จึงปลุกเสก หลับตาอธิษฐานพระธาตุ และลูกประคำ แล้วท่านก็บอกว่า"พระธาตุนี้ไปอยู่มาหลายแห่งแล้วเคยอยู่ที่พระธาตุนครปฐม และพระธาตุนครพนม"หลวงปู่ท่านสั่งให้เก็บรักษาและบูชาให้ดีอาตมาจึงกราบนมัสการลาหลวงปู่กลับวัดพระธาตุดอนเรือง อาตมาระลึกถึงบูชาพระคุณหลวงปู่อยู่มิได้ขาด

    ต่อมาไม่นาน อาตมาก็ได้ไปกราบหลวงปู่อีกครั้งหลวงปู่ท่านก็แนะนำสั่งสอนให้เร่งความเพียร หลวงปู่คงอยู่ไม่นานอาตมาก็กลับวัดมาปฏิบัติธรรมตามคำสอนของหลวงปู่ด้วยความอุตสาหะ ยังนึกอยู่ในใจว่าถ้ามีโอกาสจะไปอุปัฏฐากหลวงปู่

    อยู่อีกไม่นานอาตมาก็ได้ยินข่าวว่าหลวงปู่ท่านละสังขารเสียแล้ว เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งอาตมารู้สึกสังเวช และเสียดายหลวงปู่อย่างมาก ที่ท่านมีเมตตาอบรมสั่งสอนอาตมาซึ่งชีวิตนี้หาไม่ได้อีกแล้ว จึงนึกถึงมรณสติกรรมฐานเป็นอารมณ์ปลงเข้าไปในไตรลักษณ์เป็นกฎธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขังอนัตตา อาตมาจึงอธิษฐานตั้งใจปฏิบัติธรรมตามคำสอนของหลวงปู่ทุกอย่างให้ถึงความพ้นทุกข์ พระนิพพานเป็นที่สุด

    หลวงปู่ท่านมรณภาพสิ้นไปเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ให้ความสว่างส่องแจ้งในโลกและดับไปอุปมาเหมือนดั่งดวงประทีปที่ให้ความสว่างไสวแก่ลูกศิษย์ได้ดับไปถึงแม้พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้มรณะไปแล้ว แต่บุญญาบารมีที่ท่านเมตตารอยยิ้มอันอิ่มเอิบ ยังปรากฎฝังอยู่ในดวงใจของอาตมามิอาจลืมได้ถ้าหลวงปู่มีญาณรับทราบและแผ่บารมีเมตตาลูกศิษย์ลูกหาทุกคนขอให้พระเดชพระคุณหลวงปู่เข้าสู่พระนิพพานเป็นอมตะแด่ท่านเทอญ

    อาตมาขอกราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ ด้วยความเคารพบูชาสูงสุด

    (พระบุญชุ่ม ญาณสงฺวโร)<O:p</O:p
     
  3. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    ธรรมนอกธรรมใน<O:p</O:p
    ท่านครูบาบุญชุ่มญาณสังวโรแห่งวัดพระธาตุดอนเรืองประเทศพม่าท่านเป็นพระที่มีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใสมากรูปหนึ่งทุกปีในระหว่างเข้าพรรษาท่านจะเข้าปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอยู่ในถ้ำ ไม่ออกจากถ้ำตลอดพรรษาท่านเคยเล่าว่าในพรรษาหนึ่งขณะที่ภาวนาอยู่ในถ้ำนั้นได้นิมิตเห็นพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งมาสอนในสมาธิเรื่องของการพิจารณาตามหลักไตรลักษณ์ว่าด้วยเรื่องของการเกิดขึ้น,การตั้งอยู่และการดับไปอันเป็นธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งมากและท่านก็จดจำลักษณะของพระผู้เฒ่ารูปนั้นได้อย่างแม่นยำ
    วันหนึ่งท่านครูบาบุญชุ่มมีกิจนิมนต์ที่บ้านท่าน พลอากาศเอกวรนาถอภิจารีและท่านได้เห็นรูปพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งเข้าจึงสอบถามว่า
    หลวงปู่องค์นี้ท่านชื่ออะไร ? อยู่ที่ไหน?”
    มีผู้ตอบท่านว่า
    ท่านชื่อ หลวงปู่อ่อนสาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีขอรับ
    ท่านครูบาบุญชุ่มจึงพูดต่อว่า

    หลวงปู่องค์นี้แหละท่านมาสอนอาตมาในสมาธิขณะที่เข้าปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอยู่ในถ้ำที่พม่า

    ท่านครูบาบุญชุ่มท่านบอกกับลูกศิษย์เสมอๆว่าให้หาโอกาสมากราบนมัสการ หลวงปู่อ่อนสาที่จังหวัดอุดรธานีให้ได้<O:p</O:p
     
  4. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    พระครูบาพ่อบุญชุ่มในงานยกยอดฉัตรพระอุโบสถ ที่วัดบ้านร้อง อำเภองาว จ ลำปาง วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • DSC00733.JPG
      DSC00733.JPG
      ขนาดไฟล์:
      1.4 MB
      เปิดดู:
      300
    • DSC00744.JPG
      DSC00744.JPG
      ขนาดไฟล์:
      1.3 MB
      เปิดดู:
      182
    • DSC00735.JPG
      DSC00735.JPG
      ขนาดไฟล์:
      1.4 MB
      เปิดดู:
      149
    • DSC00737.JPG
      DSC00737.JPG
      ขนาดไฟล์:
      1.2 MB
      เปิดดู:
      312
    • DSC00738.JPG
      DSC00738.JPG
      ขนาดไฟล์:
      1.3 MB
      เปิดดู:
      281
  5. อนุรักษ์คนมีครู

    อนุรักษ์คนมีครู สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +14
    ครูบานบุญชุ่มหมดความเป็นพระเพราะอวดอุตตริมนุษย์ธรรมที่ไม่มีในตน

    ท่านลองคิดดู มีที่ไหนพระมาบอกชาวบ้านว่าตนปรารถนาพุทธภูมิ นิพพานไม่ได้ในชาตินี้ ไม่มีหรอกครับ ท่านเข้าสมาธิจนพญามารเข้าครอบแล้วพูดออกมาเพื่อพญามารจะได้ให้ท่านตนนรกขุมที่ลึกที่สุด เพราะท่านปฏิบัติผิดทางไม่ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอนคือการวิปัสนาภาวนาพิจารณาขันธ์ 5 อินทรีย์ 6 ไม่ใช่ไปนั่งสมาธิ นั่งสมาธิดับทุกข์ไม่ได้ เค้าเรียกว่าหลบทุกข์ ทกข์เกิดขึ้น 6 ทางคือ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ การนั่งสมาธิเป็นการหลบทุกข์ทางใจอย่างเดียว มีสักครั้งใหมที่ท่านสอนวิธีดับทุกข์ เหตุแห่งการเกิดทุกข์ เคยบอกบ้างไหมว่า ทุกข์เกิดที่ไหนให้ดับที่นั่น พระพุทธเจ้าเคยสอนสาวกของท่านไหมว่าให้ปรารภนาพุทธภูมิ ประกาศให้ชาวบ้านงมงาย ว่าตนนั้นวิเศษ ทั้งชีวิตของพระองค์ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่ท่านครูบากระทำเลย ที่ผมมาบอกเพราะนะตอนนี้มีแต่คนตาบอดจูงตาบอด ถ้าไม่เชื่อถามท่านครูบานดูซิครับอ่านพระไตรปิฏกจบไหมครับ ฟันธงว่าไม่ได้อ่าน ถ้าอ่านก็ไมจบ เพราะถ้าอ่านไม่มีวันที่ท่านจะพูดจาแบบนี้ พระธรรมเป็นผู้ตั้งเจ้าชายสินธถะเป็นพระพุทธเจ้า เจ้าชายสิทธถะตรัสรูพระธรรม(ความจริงของโลกและชีวิต)จึงได้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านที่อ่านข้อความนี้แล้วจงจำไว้วันที่ท่านตายเป็นกายทิพย์แล้วท่านจะรู้ความจริงทั่งหมด
     
  6. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    การที่คนเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นมันไม่เป็นไรแต่อย่าปรามาสสิ่งที่เราไม่รู้จริงไม่เคยไปสัมผัสคำพูดบางคำนั้นถ้าเรานำมันมาประเมินใครดีไม่ดีนั้นเราดีหรือยังก่อนจะไปกล่าวหาประเมินค่าคนอื่น
     
  7. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    สัจจะของครูบาบุญชุ่ม ครูบาบุญชุ่มเป็นพระสงค์ที่มีปฏิปทา ดำเนินชีวิตอยู่ในแนวทางของพระโพธิสัตว์ ครูบาบุญชุ่มได้บวชเป็นสามเณร ตั้งแต่มีอายุได้เพียงสิบสองปี ได้ปฏิบัติธรรมออกธุดงค์สู่ป่าใหญ่ตั้งแต่ยังเป็นเณรน้อย มีอยู่ครั้งหนึ่ง สามเณรบุญชุ่มได้ธุดงค์อยู่ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในคืนวันหนึ่งขณะนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ในกลด อยู่บนยอดดอยกลางป่าในขณะจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ ได้ปรากฏร่างของอิสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่บนยอดดอย ดูประหนึ่งว่าจะคอยใครสักคน เณรน้อยจึงได้ถามอิสตรีนางนั้นว่าโยมมาคอยใครอยู่หรือ ทำไมมานั่งอยู่บนยอดดอยลำพังเพียงคนเดียว หญิงสาวที่ปรากฏในนิมิตแห่งจิตได้ตอบเณรน้อยว่า ข้าพเจ้ามานั่งคอยพระศรีอาริยเมตไตรยซึ่งจะเสด็จมาโปรดมนุษย์ในพุทธันดรหน้า” หลังจากที่เณรน้อยทราบความประสงค์ของหญิงสาวแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการรอคอยที่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าด้วยความเมตตาของสามเณรบุญชุ่ม จึงได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดดอยแห่งนี้ ให้หญิงสาวได้กราบไหว้บูชา และได้ตั้งชื่อเจดีย์นั้นว่า “เจดีย์พระธาตุนางคอย” หลายปีผ่านไปจนกระทั่งวันหนึ่งผู้บรรยายได้มีโอกาสไปกราบครูบาบุญชุ่ม ณ บนยอดดอยนั้น เมื่อได้นมัสการเจดีย์พระธาตุนางคอยแล้วครูบาบุญชุ่มบอกให้ผู้บรรยายเคาะระฆังเจ็ดครั้ง ซึ่งผู้บรรยายเพิ่งจะมารู้เหตุผลในภายหลังว่า ที่ให้เคาะระฆังเจ็ดครั้งนั้นเป็นเพราะสามเณรบุญชุ่มได้เคยตกลงไว้กับนางในนิมิตว่า ถ้าได้มีโอกาสมานมัสการพระเจดีย์ฯแล้ว จะบอกให้เธอทราบด้วยการเคาะระฆังเจ็ดครั้ง นั่นคือสัจจะของครูบาบุญชุ่ม ที่รักษามาตั้งแต่ยังเป็นสามเณรเรื่อยมานานหลายสิบปี ก็ยังถือสัจจะที่ให้ไว้กับนางในนิมิตจนทุกวันนี้<O:p</O:p
    จากหนังสือ สัจจะบารมี ของ ดร. สนอง วรอุไร<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มีนาคม 2010
  8. ฤาษีน้อย

    ฤาษีน้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    829
    ค่าพลัง:
    +1,261
    ....

    พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เรื่องที่ไม่ควรนำมาคิดให้เสียเวลาคือวิสัยของพระพุทธเจ้า วิสัยของพระอริยเจ้า และวิสัยของพระโพธิสัตว์ เพราะไม่มีทางเข้าใจได้หมด ถึงแม้ว่า
    พระอริยะเจ้าถ้าบำเพ็ญมาทางสุกขวิปัสสโก ก็ไม่มีทางเข้าใจพระผู้บำเพ็ญ ในแนวทาง เตวิชโช

    พระผู้บำเพ็ญเพียรทาง เตวิชโช ก็ไม่มีทางเข้าใจพระผู้บำเพ็ญ ในแนวทาง ฉฬภิญโญ

    พระผู้บำเพ็ญเพียรทาง ฉฬภิญโญ ก็ไม่มีทางเข้าใจพระผู้บำเพ็ญ ในแนวทาง ปฏิสัมภิทาญาณ

    พระผู้บำเพ็ญเพียรทาง ปฏิสัมภิทาญาณ ก็ไม่มีทางเข้าใจ วิสัยของพระพุทธเจ้า
    มีแต่พระพุทธเจ้าที่เข้าใจ ในทุกสิ่งรวมถึงวิสัยของพระโพธิสัตว์ เพราะท่านเรียนรู้มาแล้วทุกสิ่ง

    แต่ที่แน่ๆ คนดีเขาไม่ตีใคร
     
  9. plaspirit

    plaspirit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กันยายน 2008
    โพสต์:
    367
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,117
    แจกภาพครูบาบุญชุ่มจ้า

    [​IMG]
     
  10. chatyamn

    chatyamn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    664
    ค่าพลัง:
    +4,053
    อนุโมทนาบุญครับ....ได้มีโอกาสกราบท่านหนหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าท่านเป็นใคร...มารู้ทีหลังนี่เอง....ท่านยังให้เหรียญของท่านสองเหรียญ เงินอีกหนึ่งร้อยบาท โปรเตอร์อีกอย่างข้างต้นนี่เลย....ตอนนั้นท่านมากราบองค์พระธาตุจอมกิตติพอดี.....เรานั่งตัดเล็บอยู่ท่านก็เรียกเข้าไปหา.
     
  11. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    คาถาไขประตูสู่พระนิพพาน<O:p</O:p

    ตั้งนะโม 3 จบ<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    นะ<O:p</O:p


    มะ อะ อุ<O:p</O:p


    นะ โม พุท ธา ยะ<O:p</O:p


    นะมามิ นิปานะ ธาตุ<O:p</O:p


    อะจุติ อะจิตตัง อะตุคะ ฐานัง<O:p</O:p


    สะกัมพิรัง ตัณหาคะยัง ทุกคะขะยัง วิบุรัง<O:p</O:p


    เขมัง นิโรธัง นิพานัง ปาระมัง สุขขัง<O:p</O:p


    <O:p</O:p


    <O:p</O:p


    พระคาถานี้เป็นพระคาถาไขประตูสู่พระนิพพาน ซึ่งท่านครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร ได้นิมิตมาจากการปฏิบัติธรรม ในระหว่างการจำพรรษาปี <O:p</O:p


    2537 ณ. ถ้ำห้วยรังโดยเจ้าขุนสางมานิมิตถวายและได้ขอให้ท่านครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร ได้เมตตานำพระคาถาบทนี้เผยแพร่แก่ศรัทธาผู้ปรารถนาพระนิพพานทั้งหลาย ให้ใช้พระคาถานี้เป็นบทสวดมนต์บทหนึ่งและจงหมั่นภาวนาอยู่เป็นนิจเทอญ<O:p</O:p
     
  12. khomeraya

    khomeraya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    1,833
    ค่าพลัง:
    +21,363
    ปี 2551 ตั้งใจว่าจะไปกราบครูบาบุญชุ่มช่วงที่ไปถวายเทียนพรรษาทางภาคเหนือ อุตส่าห์ตามรอยท่านไปถึึงร้านกาแฟ ที่แม่สาย แ่ต่คนที่ร้านกาแฟบอกว่า ท่านเข้าถ้ำราชคฤห์ที่เมืองงาวไปก่อน คนที่ร้านกาแฟบอกว่า ท่านจะมีการจัดงานช่วงต้นๆปี พอช่วงต้นปี 2552 ก็มากราบท่านที่ดอยเวียงแก้ว

    ในภาพจะเห็นว่ามีคนเยอะมาก ซึ่งแสดงถึงบารมีของท่านได้เป็นอย่างดี แล้วก็ไม่ใช่คนไทยด้วยนะครับ เป็นพวกพม่า ไทยใหญ่ ชาวต่างชาติเยอะมาก คือช่วงที่เราไปกันนั้น คนไทยกลับกรุงเทพเยอะแล้ว เพราะเปิดทำงานกันแล้ว แต่ผมลางานยาว

    พวกผมไปยืนรอหน้าปะรำพิธีเลยครับ ระหว่างที่รอ ก็มีชิงช้าสวรรค์ลอยไปก็ลอยมา ลอยไม่ลอยปล่าว พวงมาลัยมาเขกหัวผมด้วย จุดอื่นลมไม่มี มามีตรงจุดที่ยืนรออยู่เนี่ย รอประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ไม่มีวี่แววว่าครูบาจะกลับมา แล้วไม่มีใครในบริเวณปะรำพิธีรู้ด้วยว่าครูบาจะกลับมาเมื่อไหร่ ก็เลยกลับ เพราะมีผู้สูงอายุไปด้วย เค้ารอไม่ไหวเหมือนเรา ตอนช่วงที่เดินขึ้นรถตู้ พี่คนหนึ่งในคณะไปถามคนที่มาร่วมงาน เค้าบอกว่าครูบาตอนนี้อยู่ในสวนส้ม ทางไปแม่สาย แต่ไม่รู้ว่าสวนส้มอยู่ตรงไหน

    ผมก็คิดว่าคงไม่เจอแล้ว ระหว่างที่นั่งรถกลับที่พักซึ่งอยู่ในเมืองเชียงราย ก็ผ่านทางแม่สาย พี่คนหนึ่งในรถก็บอกว่า เอ้า กำหนดจิตถึงครูบาเลย ผมก็ทำใจให้สงบ กำหนดจิตว่า "ครูบา ลูกหลานมาจากแดนไกล ขอให้ได้กราบครูบาด้วยเถิด" แล้วจิตก็วาง ไม่มีความกระสับกระส่าย ไม่มีความอยาก ไม่ตื่นเต้น มันเงียบ มันเฉยของมันเอง

    ในระหว่างนั้น คนขับรถก็ขับๆไป แล้วจู่ๆเห็นลุงคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าบ้าน คนขับรถก็จอดรถแล้วลงไปถามทาง สักพักก็เดินกลับมา บอกหน้าตาเฉยว่า

    เค้าไม่รู้ว่าสวนส้ม (มีชื่อด้วยนะ แต่ผมลืมไปแล้ว) ที่ว่าอยู่ตรงไหน แต่รู้ว่าครูบาอยู่ในซอยนี้

    เท่านั้นแหละ เฮกันทั้งรถ พวกเรารีบเข้าไปตามซอย สักประมาณ 200 - 300 เมตรเห็นจะได้ แล้วก็เห็นบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เป็นบ้านของผู้มีอันจะกิน มีรถจอดอยู่สองข้างทาง แล้วใครไม่รู้ตะโกนขึ้นว่า ครูบา ๆ โอ้โห เท่านั้นแหละ รถจอดพรืด พวกเรารีบลงจากรถตู้แทบไม่ทัน จะไม่รีบยังไง เพราะว่าในบ้านนั้น มีรถคันหนึ่งกำลังติดเครื่องอยู่ หันหัวรถออกทางหน้าบ้าน ที่สำคัญครูบากำลังจะเดินมาขึ้นรถ พวกเรารีบเข้าไปกราบท่านทัน เรียกว่าไปกราบท่านเป็นคณะสุดท้ายจริงๆ ก่อนที่ท่านจะกลับไปที่ปะรำพิธี ผมยังได้ธนบัตรเงิน 1,000 จ๊าดมาเลย ทุกวันนี้ก็ยังเก็บอยู่ในกระเป๋า อิอิ

    สักวันหนึ่ง เส้นทางบุญของผมก็คงจะไม่หยูดที่แม่สาย แต่จะเลยเข้าไปในพม่า ..... เมื่อวันนั้นมาถึง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • DSC08640.JPG
      DSC08640.JPG
      ขนาดไฟล์:
      146.1 KB
      เปิดดู:
      140
    • DSC08656.JPG
      DSC08656.JPG
      ขนาดไฟล์:
      144.6 KB
      เปิดดู:
      138
    • DSC08680.JPG
      DSC08680.JPG
      ขนาดไฟล์:
      141 KB
      เปิดดู:
      125
    • DSC08686.JPG
      DSC08686.JPG
      ขนาดไฟล์:
      136.5 KB
      เปิดดู:
      138
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2010
  13. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    บันทึกธรรมของพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร ณ.ประเทศเนปาล<!-- google_ad_section_end -->

    <HR style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff; COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- google_ad_section_start --><SCRIPT type=text/javascript><!--google_ad_client = "pub-2576485761337625";/* 250x250, created 31/01/09 */google_ad_slot = "7252767143";google_ad_width = 250;google_ad_height = 250;//--> </SCRIPT><SCRIPT type=text/javascript src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"> </SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/expansion_embed.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://googleads.g.doubleclick.net/pagead/test_domain.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/render_ads.js"></SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT>

    <O:p</O:p

    <O:p</O:p
    ข้าพเจ้าอยู่ในห้ององค์เดียวถือศีลภาวนาไม่ทานข้าว ทานแต่ผลไม้ มันอลู แตงกวา และกล้วยหอมเป็นอาหาร ในพรรษานี้เรามีความสุขในธรรมชาติที่สุด ตอนเย็นเราสวดมนต์ภาวนาเดินจงกรมแล้วก็เข้าห้องนั่งภาวนาสมาธิต่อบางทีถึงสว่างก็มีสว่างมาแล้วเราก็ทำสมาธิเสร็จแล้วสวดมนต์กราบพระธาตุเจดีย์แล้วกวาดทำความสะอาดลานวัดเจดีย์ในกฎิวิหารศาลา เราทำความสะอาดองค์เดียว ถ้าวันไหนมันอลูหมดก็ลงไปซื้อในตลาด บางวันอากาศดีว่าง ๆ เราก็ขึ้นไปกราบพระธาตุเจ้าสยามภูองค์ใหญ่ ตั้งบนยอดเขาเราก็ซื้อถั่วลิสง เลี้ยงลิง บางทีก็เอากล้วยเลี้ยง ข้าวสารเลี้ยง ลิงที่นี่ตัวใหญ่หางยาวมีหลายพันเป็นหมื่นตัวไม่กลัวคน เราได้ภาวนาที่นี่ได้อารมณ์ดี สมาธิตั้งมั่นจวนออกพรรษาโยมหม่อม , กรวยศรี และแม่ออกสุนิสา ดร.อุดม ได้มาเยี่ยมหลวงปู่ แม่วิภาวรรณและโยมหมอยรรยง แม่หมออุดม ได้มาเยี่ยมหลวงปู่ แม่วิภาวรรณและโยมหมอยรรยง แม่หมออภิราก็ได้มาเยี่ยม ออกพรรษาแล้วเราได้อำลาเจ้าอาวาสจะเดินทางเข้าป่าหิมพานต์ เหมือนพระยาเวสสันดร โยมพี่ ด.ร.อุดมใจดีได้นำทางไปส่งที่เมืองโปรกขรา (โปรกขรา แปลว่า โปขรณี) อยู่เชิง เขาหิมพานต์ ตรงยอดเข้าหางปลา ชาวเนปาลเรียกว่า มีสสะปุสเร และยอดเขาอานาปูนัง ซึ่งเป็นหลังคาโลกสูงที่สุดเป็นบริวารเขาพระสุเมรุราช เราได้ขึ้นรถผ่านแม่น้ำ คงคาตรีสุรี และภูเขาป่าไม่มีความเจริญเพลิดเพลินที่สุด ได้มาถึงเมืองโปกขราตอนเย็นได้พักอยู่ที่วัดแม่ชีแก่ 3 คืน แล้วจึงเดินทางต่อไปในป่าส่วนพี่ ดร.อุดม อยู่ด้วยคืนเดียวก็กลับไปอินเดีย เราเดินทางเข้าป่า มีหลวงปู่แกองค์หนึ่ง ชื่อ สุภัทภิกขุ นำทางและชาวบ้านเนปาลอีกคนหนึ่งชื่อว่าโอปกาศ และผู้ชายหนุ่มเนปาลอีก 2 คนเดินนำทาง พวกเขารักชอบเรามาก นับถือเราช่วยกันแบกกลดและบาตรให้เดินทางเข้าป่า ผ่านแม่น้ำเย็นใส่ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ เดินไปพักฉันเพลกลางทางที่บ้านหลังเล็ก ๆ ชาวเนปาลใจดี แล้วเดินทางต่อไป ถึงที่วัดน้อยของท่านสุภัทรตั้งอยู่เชิงเขาเป็นเวลาเย็น พวกที่ส่งก็ลากลับเหลือแต่เราอยู่ด้วยท่านหลวงปู่สุภัทร เราก็เข้ากุฎิหลังน้อยที่ท่านอยู่อีกห้องเป็นที่เก็บฟืน เราจึงไหว้พระสวดมนต์ภาวนาแล้วก็อุปฐากย์ต้มน้ำร้อนถวายพระผู้เฒ่า พอรุ่งเช้าท่านก็นำพาเราไปบิณฑบาตได้ข้าวมาฉันเล็กน้อยพออิ่มไปวัน ๆ เราอยู่ที่นั้นสามคืน จึงบอกท่านว่า ข้าพเจ้าเดินทางเข้าป่าองค์เดียวจะไปอยู่ตามเงื้อมผา และถ้ำภาวนาองค์เดียว ท่านบอกว่าลำบากหิมะก็ตก ทางก็ไม่รู้จัก สัตว์ ป่า เสือ แรด งูร้าย ก็มีมากอย่าไปเลย เราก็บอกท่านว่า ข้าพเจ้าสละชีวิตแล้วไม่กลัวตายขอไปจนได้ รุ่งเช้าท่านก็พาไปส่งทางบ้านราจ๊ก ไปพักฉันข้าวบ้านคนแก่หลังหนึ่งถือพุทธศาสนารักษาศีล 5 แล้วท่านก็เดินทางไปส่งกลางทุ่งนา ชี้ทางให้ไปองค์เดียวเดินขึ้นเข้าหิมาลัยโน้น<O:p></O:p>

    <!-- google_ad_section_end -->
     
  14. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    เราได้แบก กลด บาตรอัฎฐะบริขารองค์เดียวเดินทางเข้าป่าไม้หิมพานต์ด้วยความปิติยินดี เราก็บอกเทวดารักษาป่าไม้หิมพานต์ให้นำทางรักษาเราด้วย ข้าพเจ้ามาที่นี้ก็เพื่อปฏิบัติสมณะธรรมพรหมจรรย์สร้างโพธิสัตว์บารมีหวังได้เป็นพระพุทธเจ้า ในอนาคตให้ได้โปรดสัตว์โลกได้ข้ามจากวัฎฎะ สงสารให้ถึงพระนิพาน เราได้เดินขึ้นเขาลงห้วย บางทีก็มีทางลอดไปเป็นอุโมงค์ บางทีก็ข้ามแม่น้ำคงคาไปตามทางชาวป่า ชาวเขาเนปาล เดินไปตัดไม้ไป บางทีก็ปีนขึ้นหน้าผาสูงชันมาก บางทีก็ห้อยโหนเชือกเครือเขาข้ามแม่น้ำทางลำบาก บางทีก็ไม่มีหนทางลัด ตามป่าแม่น้ำไปตามทางเดินเราได้เห็นสัตว์ป่าทั้งหลายเป็นต้นว่า ไก่ป่าร้องขานขัน นกยูงและหงส์ป่า ได้เห็นลิงและกระต่าย ลิงลม ได้ยินเสียงนกร้องถ้องถามกัน ได้เห็นกระรอกไต่ตามเครือไม้ ได้ยินเสียงกวาง เก้งร้องในป่า ได้ยินเสียงเสือร้อง กลางวันก็ร้อง เสือในป่าหิมพานต์ตัวใหญ่ ไปทางไหนเจอแต่รอยเสือใหญ่ รอยเท้าเท่าถ้วยชาม ไปทางไหนเจอแต่ขี้เสือเราก็ไม่กลัวหวาดหวั่น เดินองค์เดียวเข้าป่า เราเชื่อบุญกุศลยึดมั่นคำสอนของพระพุทธเจ้า เราแผ่เมตตาสัตว์ทั้งหลายดังชีวิตเรา สัตว์ร้ายก็ไม่เข้ามาทำร้ายเราด้วยอำนาจแผ่เมตตาจิตของเรา ถึงแม้ว่างูเขียว งูลาย ตัวน้อยตัวใหญ่มาขวางทางเดิน เราน้อมจิตแผ่เมตตาพวกเขาก็หลีกทางให้ทุกครั้ง เราเดินจากหมู่บ้านราจ๊ก เป็นหมู่บ้านใหญ่หน่อย แล้วเดินเข้าไปในป่าผ่านบ้านชาวเขาเนปาลสองสามหลัง แล้วเดินไปอีกวันหนึ่งก็ไปถึงหมู่บ้านเล็ก 4-5 หลัง ชื่อว่าบ้านมะลาวดี พอไปถึงก็มือค่ำพอดี เราได้เดินสำรวจดูก็เห็นบ้านชาวเขาเล็ก ๆ ตั้งอยู่เชิงเขาเห็นไปริบหรี่เราจึงเดินเข้าไปพอดีหิมะตกหมอกก็ตก เราจึงขอพักข้างบ้าน เขาพักกันอยู่ 3 คนแม่ลูก ชีวิตน่าสังเวชสงสารเหมือนไม่ใช่คน ที่นอนก็เอาฟากมากองแล้วนอนผิงไฟกัน 2-3 แม่ลูก เราให้ของกินน้ำตาล ยาแก้ไข้เล็ก ๆ น้อย ๆ เอาแบ่งให้เขาก็ดีใจใหญ่ เช้าตรู่เขาก็ใจดีหุงข้าวใส่เนยเอามาถวายให้เรา ฉันเสร็จก็เดินทางเข้าป่า พอดีมีผู้ชายหลายคน คนหนึ่งใจดีมาขอนำทางไปส่งเงื้อมผาโควางโกโอฬารหรือ โคมุขเป็นหัวต้นแม่น้ำคงคาที่ไหลผ่านเมืองพาราณสีนั้น เราก็พูดภาษาเนปาลได้บ้างเล็กน้อย รู้แต่ไหน สบายดีหรือทานข้าวหรือยัง ยังไม่ค่อยรู้ภาษาดีนัก เขาก็ใจดีไปส่งเงื้อมถ้ำ เราก็ให้หมวกอุ่น ของกินหยูกยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เขากลับบ้านลงเขาไป เราไปอยู่ในป่าองค์เดียวภาวนาทำสมาธิแผ่เมตตาอยู่ที่นั้นได้ 4 คืน เราก็เดินทางต่อเข้าป่าลึกไปอีกวันหนึ่ง ไม่มีบ้านคนสักหลัง ทางไปก็ลำบากกว่าเก่าได้ห้อยโหนกิ่งไม้ขึ้นหน้าผาชันสาวเครือเชือกบางทีก็หลุดตกกลิ้ง ไปทั้งคนทั้งบาตร อัฎฐะ กลดกลิ้งตกไปกว่าสามสิบกว่าครั้ง เราก็ตั้งสติใหม่ยืนขึ้นจนได้แต่ก็โชคดีไม่เจ็บที่ไหนนึกดูก็น่าสังเวชชีวิตว่าเรามาปฏิบัติธรรม เอาชีวิตเข้าแลกจริง ๆ ว่าทำไมเราถึงได้มาป่าหิมพานต์องค์เดียวเหมือนฝันมา เราเดินไปก็เจอรอยหมูป่าและรอยเสือเดินนำหน้าเราใหม่ ๆ เราก็ไม่กลัวแข็งใจเดินต่อไปอีกวันหนึ่ง ก็ไปเจอทางดีหน่อยตรงที่นี้แลเราสันนิษฐานว่าเป็นภูเขาวงกตอันพรมหมณ์ชูชกไปหลง เพราะว่าเห็นเขาสลับซับซ้อนกัน ถึงเดินไปถูกก็หลงทางแน่ ๆ ไม่รู้ว่าจะไปทะลุเมืองไหนจะทะลุเมืองธิเบตหรือเนปาลก็ไม่รู้ เพราะตรงข้ามเขาไปเป็นเขตประเทศธิเบตแล้ว เราได้พักผ่อนภาวนาอยู่ที่นั่นเป็นเกาะกลางแม่น้ำคงคงข้างเขามีน้ำตกใหญ่สูงเป็น 10 กิโล มีแม่น้ำไหลผ่านที่นั่นหลายสายเป็นทุ่งหญ้ากว้าง พวกสัตว์ป่ากวางเก้งลงเล่นกินน้ำ ได้ยินเสียงนกยูงทองร้องขานขันไก่ป่านกนา ๆ ชนิด ต้นไม้ที่นี้แปลก ลำต้นใหญ่สูงแลดูงามเหมือนคนปลูก ตั้งต้นเป็นกลุ่ม ๆ มีดอกสีกลิ่นหอมต่าง ๆ นา เราได้เห็นผักกาดป่างามเหมือนคนเราปลูก ออกตามทุ่งหญ้า เราได้เก็บมาต้นทานจิ้มน้ำพริก เราก็เที่ยวขุดหัวมันลูกไม้ในป่าทานไปมีความสุขยิ่งนัก เราอยู่กลางเกาะที่นั้นได้เจ็ดคืนเจ็ดวัน ครบแล้วเราได้เดินสำรวจดูพื้นที่ภูมิประเทศที่นั่นน่าอยู่ปฏิบัติธรรมจริง ๆ สงบราบรื่นเย็นด้วยต้นไม้ดอกไม้นา ๆ ชนิด เราเดินไปเห็นแม่น้ำหลายสายบางแม่น้ำสีเหลืองเหมือนทอง ทรายในน้ำก็เหลืองเหมือนทอง บางแม่น้ำก็สีเขียว ทรายก็สีเขียวเหมือนมรกตบางแม่น้ำก็สีแดง บางแม่น้ำสีขาวขุ่นทรายก็ขาวเหมือนเงินเป็นรมณีย์สถานวิเศษมากนัก เกิดมาไม่เคยเห็นทั้ง ๆ ที่แม่น้ำห่างกัน 10-12 วาสี ก็ไม่เหมือนกัน เป็นที่น่าแปลกประหลาดนัก เราเดินสำรวจไปองค์เดียวที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคาเห็นฐานกุฎิศาลาหินทับซ้อนกันเหมือนคนทำไว้เราจึงเข้าใจว่าเป็นอาศรมบทของพระยาเวสสันดร เพราะที่ใกล้ ๆ มีหนองน้ำโบกขรณี เราเห็นเป็นแก่งงามมาก ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นอาศรมฤาษี ชีป่าผู้มีบุญมาสร้างไว้ เราเดินไปอีกหวังจะข้ามแม่น้ำคงคา แต่ข้ามไม่ได้ น้ำเชี่ยวเป็นเหวและหน้าผาชันขึ้นไม่ได้ ครั้งแรกคิดในใจว่าจะไม่กลับเมือง คนแล้ว อยากอยู่ในป่าหิมพานต์ที่นั่นเอาชีวิต<!-- google_ad_section_end -->
     
  15. goldbell

    goldbell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    183
    ค่าพลัง:
    +1,340
    ข้างหน้าเป็นไป คิดว่าได้เดินกลับมาพักกลางเกาะ ได้พบเห็นรอยเสือเอากวางมากัดกินที่นั้นประมาณ 9-10 วัน เห็นกระดูกกระจัดกระจาย เราได้ไปยืนปลงกัมมัฎฐานเอากระดูกเป็นอารมณ์ แล้วแผ่เมตตากลับมาที่พักเดินภาวนาเดินจงกรมไป ๆ มา ๆ ก็เห็นในนิมิตว่า คุณแม่แสงหล้าร้องไห้หาเรา เห็นตั้ง 2-3 ครั้ง ทำให้เราคิดถึงอาลัยหาแม่ และเสียงแว่วบอกมาว่าให้กลับไปเลี้ยงดูแลแม่ก่อนวันข้างหน้าค่อยกลับมาใหม่ เรานอนที่นั้นอีกคืนหนึ่ง จึงได้เดินกลับออกมาจากป่า เราสั่งอำลาป่าหิมพานต์อย่างเสียดายที่สุด ถ้ามีบุญจะกลับมาอีก แล้วเดินออกมาจากป่า เราสั่งอำลาป่าหิมพานต์อย่างเสียดายที่สุด ถ้ามีบุญจะกลับมาอีก แล้วเดินออกป่ามาขาออกป่าดูเร็วมากเหมือนเทวดามาย่นหนทางเรา เดินไม่ถึงวันก็ถึงบ้านชาวเขาเนปาล พักค้างคืนแล้วกลับขึ้นเขาไปที่เงื้อมผาอีกครั้งที่สอง เราอยู่ที่นั้นประมาณ 9 วันภาวนา ทานผักกาดป่า บางที เด็กชาวเขาก็ขุดมันเผาให้กิน พอตกกลางคืนเสือร้อง เราก็ได้ยิน บางคืนมาใกล้ดมกลดเรา ได้ยินเสียงคอมันดังครอกแครก เราอดทนไม่กลัว ครั้งแรกเราก็ตกใจบ้างตั้งสติได้ก็นึกว่าสละชีวิตแล้ว กลัวอะไรมันอยู่ดูเราซักพักก็กระโดดไปทางอื่น เราอยู่ครบ 9 วันก็เดินทางลงมาพักบ้านหลังเก่า อีกคืนหนึ่งก็กลับมาตามลำน้ำคงคา เจอบ้าน 2-3 หลังเราก็เอาเสียมขุดมันให้เขารองเท้า ถุงเท้าก็ให้เขา ไหม มีดโกนหยูกยาก็เอาให้ตามทางมาตลอดไม้แคะหูก็เอาแจกหมด เดินทางมาถึงบ้านราจ๊กก็ไปที่บ้านหลังเดิม ขอคนแก่เฒ่าเนปาลพักอาศัยค้างคืน พอดีมีเด็กชาวบ้านทั้งหลายเห็นเราก็เข้ามารุมถามเราใหญ่ว่า มาจากไหน เป็นอย่างใด ท่านเป็นเทวดาหรือ มาองค์เดียว พอดีมีเด็กหญิงชาวเนปาลคนหนึ่ง หน้าตาคล้ายคนเมืองเราเห็นตอนเข้าป่าอ้วนดี เห็นเดี๋ยวนี้ผอมไปมาก เขาสงสารเอาน้ำนมควายมาให้เราฉัน แล้วก็มาพูดคุยด้วยพร้อมกับเด็กทั้งหลาย เป็นสามสิบกว่าคน ทั้งคนเฒ่าคนแก่วิ่งกันมาดูใหญ่ บางคนถามว่า ไม่อยากได้ผู้หญิงหรือ บางคนก็ว่ารูปงามอย่างนี้อยากได้ เราก็ไม่สนใจ เราเหนื่อยถ้าไม่เหนื่อยมากคงเดินขึ้นเขาแล้วเรารำคาญ เราบอกว่าเป็นพระไม่มีลูกเมีย เราอยู่ภาวนาอย่างเดียว คนพวกนี้ก็เหมือนชาวเขาบ้านเราเหมือนอีก้อ มูเซอ ไม่รู้จักพระจักเจ้าเข้ามาใกล้จ้องมองดูแล้วก็หนีไป พวกคนเฒ่าคนแก่บางคนก็ไม่รู้เรื่องอะไร เข้าอยากได้เราเป็นหลานเขย จะจับเราแต่งงานด้วยหลานสาวคนที่เอานมควายมาให้ เรานึก ๆ ดูก็ขำขันน่า สังเวชชาวป่าชาวเขาไม่รู้อะไร เขาเตรียมอาหารเลี้ยงแขกเราก็นั่งภาวนาอยู่นอกบ้านข้างฝาเรือน รุ่งขั้นมา นางคนนั้นก็แต่งตัวตามประเพณีชาวเขาเนปาลมา เราก็ไม่สนใจไม่รู้เรื่องภาวนาอยู่ได้พักหนึ่ง ได้เวลาเขาก็เรียกเราเข้าไปในบ้านแล้วให้หลานสาวเขาทำอาหารให้ใส่บาตรมีข้าวต้มแกงถั่วดาลและหัวไชเท้าคลุกพริกคลุกเกลือ เราฉันเสร็จก็ออกมาล้างบาตร เก็บกลดบริขารแล้วแอบหนีออกจากบ้านหลังนั้นโดยปลอดภัยเราอธิษฐานจิตว่า ถ้าหากตนตัวจะได้เป็นพระโพธิสัตว์ จริงแล้วขออย่าให้ใครเห็นเราสนใจเราออกจากหมู่บ้าน แต่โดยดีเทอญ ว่าแล้วก็เดินออกไปโดยไม่มีใครเห็นและสนใจเรา แม้แต่เด็กตักน้ำข้างทางก็ไม่เห็นเรา หมู่บ้านราจ๊กนี้เหมือนบ้านยักษ์ เราเห็นเขาฆ่าควายสด ๆ เอาขันไปรองเลือดมาดื่มกินสด ๆ ทั้งหญิงทั้งชาย เราเห็นแล้วน่ากลัวผู้หญิงแก่คนหนึ่งถือเอาขันไปรองเลือดแล้วมาดูเราแลบลิ้นใส่ดูแล้วเหมือนผีกระสือ คงหิวอยากกินเราก็ได้....<O:p</O:p
     

แชร์หน้านี้

Loading...