บุญกฐิน-บุญพิเศษ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย KK1234, 7 ตุลาคม 2010.

  1. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    [​IMG]

    เทศกาลกฐิน [​IMG]

    " กฐิน" มีความหมายเกี่ยวข้องกันถึง ๔ ประการ คือ
    ๑. เป็นชื่อของกรอบไม้ อันเป็นแม่แบบสำหรับทำจีวร ซึ่งอาจเรียกว่า สะดึงก็ได้
    ๒. เป็นชื่อของผ้า ที่ถวายแก่สงฆ์เพื่อทำจีวร ตามแบบหรือกรอบไม้นั้น
    ๓. เป็นชื่อของบุญกิริยา คือการทำบุญ ในการถวายผ้ากฐินเพื่อให้สงฆ์ทำเป็นจีวร
    ๔. เป็นชื่อของสังฆกรรม คือกิจกรรมของสงฆ์ที่จะต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบ
    จากที่ประชุมสงฆ์ ในการมอบผ้ากฐินให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

    กฐินที่เป็นชื่อกรอบไม้

    กรอบไม้แม่แบบสำหรับทำจีวร ซึ่งอาจเรียกว่าสะดึงก็ได้นั้นเนื่องจากในครั้งพุทธกาล
    การทำจีวรให้มีรูปลักษณะตามที่กำหนด กระทำได้โดยยาก จึงต้องทำกรอบไม้สำเร็จรูปไว้
    เพื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำเป็นผ้านุ่งหรือผ้าห่ม หรือผ้าห่มซ้อนที่เรียกว่าจีวรเป็นส่วนรวม
    ผืนใดผืนหนึ่งก็ได้ ในภาษาไทยนิยมเรียกผ้านุ่งว่า สบง ผ้าห่มว่า จีวร ผ้าห่มซ้อนว่า สังฆาฏิ
    การทำผ้าโดยอาศัยแม่แบบเช่นนี้ คือทาบผ้าลงไปกับแม่แบบแล้วตัด เย็บ ย้อมทำให้เสร็จใน
    วันนั้นด้วยความสามัคคีของสงฆ์ เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจที่เกิดขึ้นและเมื่อทำเสร็จ
    หรือพ้นกำหนดกาลแล้ว แม่แบบหรือกฐินนั้น ก็รื้อเก็บไว้ในการทำผ้าเช่นนั้นอีกในปีต่อ ๆ ไป
    การรื้อแบบไม้นี้ เรียกว่า เดาะ ฉะนั้นคำว่า กฐินเดาะหรือ เดาะกฐิน จึงหมายถึงการรื้อไม้
    แม่แบบเพื่อเก็บไว้ใช้ในโอกาสหน้า

    กฐินที่เป็นชื่อของผ้า

    หมายถึงผ้าที่ถวายให้เป็นกฐินภายในกำหนดกาล ๑ เดือน นับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
    ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ผ้าที่จะถวายนั้นจะเป็นผ้าใหม่ หรือผ้าเทียมใหม่ เช่น ผ้าฟอกสะอาด
    หรือผ้าเก่า หรือผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว และเป็นผ้าเปื้อนฝุ่นหรือผ้าตกตามร้านก็ได้
    ผู้ถวายจะเป็นคฤหัสถ์ก็ได้ เป็นภิกษุหรือสามเณรก็ได้ ถวายแก่สงฆ์แล้ว ก็เป็นอันใช้ได้

    กฐินที่เป็นชื่อของบุญกิริยา คือการทำบุญ

    คือการถวายผ้ากฐินเป็นทานแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งครบ ๓ เดือน เพื่อ
    สงเคราะห์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบให้มีผ้านุ่ง หรือผ้าห่มใหม่ จะได้ใช้ผลัดเปลี่ยนของเก่าที่จะขาด
    หรือชำรุด การทำบุญถวายผ้ากฐิน หรือที่เรียกว่า ทอดกฐิน คือทอดหรือวางผ้าลงไปแล้วกล่าว
    คำถวายในท่ามกลางสงฆ์ เรียกได้ว่าเป็นกาลทานคือการถวายทานที่ทำได้เฉพาะกาล ๑ เดือน
    ดังกล่าวในกฐินที่เป็นชื่อของผ้า ถ้าถวายก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นไม่เป็นกฐิน ท่านจึงถือว่าหาโอกาสทำได้ยาก

    กฐินที่เป็นชื่อของสังฆกรรม

    คือกิจกรรมของสงฆ์ก็จะต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมสงฆ์ ในการ
    มอบผ้ากฐินให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อทำจีวรสำเร็จแล้วด้วยความร่วมมือของภิกษุทั้งหลาย
    ก็ จะได้เป็นโอกาสให้ได้ช่วยกันทำจีวรของภิกษุรูปอื่นขยายเวลาทำจีวรได้อีก ๔ เดือน ทั้งนี้เพราะในสมัยพุทธกาล การหาผ้า การทำจีวรทำได้ยากไม่ทรงอนุญาตให้เก็บสะสมผ้าไว้เกิน ๑๐ วันแต่เมื่อได้ช่วยกันทำสังฆกรรมเรื่องกฐินแล้ว อนุญาตให้แสวงหาผ้าและเก็บผ้าไว้เป็นจีวรได้ตลอดฤดูหนาว คือจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔
    จากข้อความข้างต้น จะเห็นว่าความหมายของคำว่า กฐินมีความเกี่ยวข้องกันทั้ง ๔ ประการ
    เมื่อสงฆ์ทำสังฆกรรมเรื่องกฐินเสร็จแล้ว และประชุมกันอนุโมทนากฐิน คือแสดงความพอใจว่า
    ได้กรานกฐินเสร็จแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี

    คำว่า การกรานกฐิน คือ การลาดหรือทาบผ้าลงไปกับกรอบไม้แม่แบบ เพื่อตัดเย็บย้อมทำเป็น
    จีวรผืนใดผืนหนึ่ง

    คำว่า การจองกฐิน คือการแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือด้วยวาจาต่อทางวัดว่า
    จะนำกฐินมาถวาย เมื่อนั้นเมื่อนี้แล้วแต่จะตกลงกัน แต่จะต้องภายในเขต เวลา ๑ เดือน ตามที่
    กำหนดในพระวินัย

    คำว่า อปโลกน์กฐิน หมายถึง การที่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเสนอขึ้นในที่ประชุมสงฆ์ถามความเห็น
    ชอบ ว่าควรมีการกรานกฐินหรือไม่ เมื่อเห็นชอบร่วมกันแล้วจึงหารือกันต่อไปว่าผ้าที่ทำสำเร็จแล้วควรถวายแก่ ภิกษุรูปใด การปรึกษาหารือ การเสนอความเห็นเช่นนี้เรียกว่า อปโลกน์ (อ่านว่า อะ- ปะ- โหลก) หมายถึง การช่วยกันมองดูว่าจะสมควรอย่างไร เพียงเท่านี้ยังใช้ไม่ได้ เมื่ออปโลกน์เสร็จแล้วจึงต้องสวดประกาศเป็นการสงฆ์ จึงนับเป็นสังฆกรรมเรื่องกฐินดังกล่าวไว้แล้วในตอนต้น

    ในปัจจุบันมีผู้ถวายผ้ามากขึ้นมีผู้สามารถตัดเย็บย้อมผ้าที่จะทำเป็นจีวรได้แพร่หลายขึ้นการใช้ไม้ แม่แบบอย่างเก่าจึงเลิกไปเพียงแต่รักษาชื่อและประเพณีไว้โดยไม่ต้องใช้กรอบ ไม้แม่แบบ เพียงถวายผ้าขาวให้ตัดเย็บย้อมให้เสร็จในวันนั้น หรืออีกอย่างหนึ่งนำผ้าสำเร็จรูปมาถวายก็เรียกว่าถวายผ้ากฐินเหมือนกัน และเนื่องจากยังมีประเพณีนิยมถวายผ้ากฐินกันแพร่หลายไปทั่วประเทศไทย จึงนับว่าเป็นประเพณีนิยมในการบำเพ็ญกุศล เรื่องกฐินนี้ยังขึ้นหน้าขึ้นตาเป็นสาธารณะประโยชน์ร่วมไปกับการ บูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามไปในขณะเดียวกัน

    �ȡ�š�Թ

    บุญกฐิน
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=WorkCenterContentFont>
    </TD></TR><TR><TD class=WorkCenterContentFont style="PADDING-RIGHT: 0px; PADDING-LEFT: 0px; PADDING-BOTTOM: 5px; VERTICAL-ALIGN: top; PADDING-TOP: 5px">ทำบุญกฐินกันหรือยังครับ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันสำหรับการทำบุญใหญ่ประจำ ที่ได้บุญมากมายมหาศาล ทำให้ได้นะครับ เพราะบุญจะช่วยเราได้ในเวลาเราต้องเผชิญสิ่งแย่ๆ

    บอกบุญ การทอดกฐิน

    การทอดกฐิน นับว่าเป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งมีช่วงเวลาจำกัดเพียงปีละ ๑ เดือน คือระหว่าง แรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เท่านั้น ประเพณีการทอดกฐินนี้ ประชาชนชาวไทยนิยมทำกันมาก ถือว่าได้อานิสงส์แรง เพราะทำในเวลาจำกัด และต้องการทำการจองกฐินกันก่อน เพราะ 1 วัดจะรับได้เพียงกฐินเดียวเท่านั้น ในปัจจุบันนี้มักทำกันเป็นพิธีรีตองมโหฬารทีเดียว บางทีก็มีการแห่แหนประดับตกแต่งองค์กฐินพร้อมทั้งไทยธรรมที่เป็นของบริวารซึ่งจัดทำกันไว้อย่างประณีตบรรจง

    อานิสงส์กฐิน

    การ ทำบุญกฐินนี้ได้บุญมาก เพราะเป็นทานที่พิเศษยิ่งกว่าทานอื่นใด ด้วยเป็นทั้ง "กาลทาน" และ "สังฆทาน" นับเป็นทานชนิดเดียวที่ผู้ให้(คฤหัสถ์)และผู้รับ(พระสงฆ์ ) ได้บุญด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้ให้ย่อมได้บุญอันไพบูลย์ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป เช่น

    o ทำให้เป็นผู้มีความมั่งคั่ง
    o มั่นคงในโภคทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงานo เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป
    o เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส ตั้งมั่นในสมาธิและเข้าถึงธรรมได้ง่าย แม้ละโลก แล้วย่อมได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์

    เหตุที่การทอดกฐินได้บุญมาก

    1. จำกัดประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้
    2. จำกัดเวลา คือ ต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป
    3. จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน
    4. จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่สงฆ์กำหนดไว้
    5. จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป
    6. จำกัดคราว คือ วัดๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น(จาก 1 เจ้าภาพ)
    7. เป็น พระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่นมหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระพุทธประสงค์โดยตรง
    อานิสงส์ของกฐิน พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า"โภ ปุริสะ ดูกรท่านผู้เจริญ บุคคลใดเคยทอดกฐินไว้ในพระพุทธศาสนา แม้ครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าตายจากความเป็นคน ยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ท่านผู้นั้นจะไปเกิดเป็นเทวดา หรือนางฟ้า๕๐๐ ชาติ" นั่นหมายความว่า ถ้าหมดอายุเทวดา หรือนางฟ้าจุติแล้วก็เกิดทันที ๕๐๐ ครั้ง เมื่อบุญหย่อนลงมานิดหน่อย เกิดเป็นเทวดาเกิดเป็นนางฟ้าไม่ได้ ลงมาเป็นมนุษย์ จะเกิดเป็นพระเจ้า จักรพรรดิปกครองโลก ๕๐๐ ชาติ เมื่อเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ๕๐๐ ชาติแล้ว บุญก็หย่อนลงมา ก็จะเป็นพระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ หลังจากนั้น จะเป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เมื่อเป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติแล้ว ก็เป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ หลังจากเป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติแล้ว ก็เป็นคหบดี ๕๐๐ ชาติ(จากพระสูตรภาษาบาลี)

    ผล บุญของการทำกฐินนั้นมากมาย หากต้องการสรุปสั้นให้เห็นภาพก็อธิบายได้ว่า แม้ว่าเราตักบาตรและทำสังฆทานทุกวันตลอดชีวิต ก็อาจจะได้บุญไม่เท่าการทำบุญด้วยกฐินเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฐินที่นำเงินที่ได้ไปสร้างโบสถ์ วิหาร หรือซื้อที่ในวัด เราก็จะได้บุญหลายต่อจากบุญกฐินด้วย และได้บุญวิหารทานด้วย(ซึ่งได้บุญมากและได้บุญทุกครั้งทีมีคนใช้สิ่งที่เรา สร้าง)

    หาก ใครที่กำลังจะทำบุญด้วยกฐินหรือทำไปแล้วผมก็ขอโมทนาบุญด้วย แต่หากใครที่ยังไม่ได้ทำ ยังเหลือเวลาจนถึงวันลอยกระทง ลองหาวัดใดสักวัด แล้วทำบุญที่ได้บุญมากมายมหาศาลนี้ ด้วยการทำบุญกฐินกันเถอะครับ

    หมายเหตุ

    ทำเองคนเดียวก็ได้บุญมากแล้ว แต่หากเราชวนผู้อื่นทำด้วย ก็จะได้บุญมากมายมหาศาล และบุญจากการชวนผู้อื่นทำบุญ จะช่วยให้เรามีบริวารที่ดีและมีเพื่อนที่ดีด้วยครับ

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    ��÷Ӻح > �ح��Թ[���ҧ�����䫵�������ٻ iGetWeb.com]

    ------------------------------------------------------------------------

    งานกฐินที่ผมช่วยเผยแผ่ทาง internet ครับ
    http://palungjit.org/posts/3885808

    กำหนดการทอดกฐินวัดป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ประจำปี 2553 ครับ (ผมคิดว่า เป็นกฐินสามัคคีส่วนใหญ่ครับ)
    http://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3080
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 7 ตุลาคม 2010
  2. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    กฐิน
    คำถวายผ้ากฐิน​
    <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>.........อิมัง ภันเต, สะปะริวารัง, กะฐินะจีวะระทุสสัง, สังฆัสสะ,
    โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, สังโฆ, อิมัง, สะปะริวารัง, กะฐินะ-
    ทุสสัง, ปะฏิคคัณหาตุ, ปะฏิคคะเหตวา จะ, อิมินา ทุสเสนะ, กะฐินัง,
    อัตถะระตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ,</td> </tr> </tbody></table> คำแปล <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>.........ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ผ้ากฐินจีวร
    กับทั้งบริวารนี้ แก่พระสงฆ์ ของพระสงฆ์จงรับผ้ากฐิน กับทั้งบริวารนี้ ของ
    ข้าพเจ้าทั้งหลาย รับแล้วจงกราบกฐิน ด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์และความสุข
    แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนาน เทอญ.</td> </tr> </tbody></table> คำอปโลกน์กฐิน
    แบบ ๒ รูป
    <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>.........รูปที่ ๑
    ผ้ากฐินทานกับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ เป็นของ...............
    พร้อมด้วย..............ผู้ประกอบด้วยศรัทธา อุตสาหะพร้อมเพรียงกัน
    นำมาถวาย แด่พระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาสในอาวาสนี้
    .........ก็แลผ้ากฐินทานนี้ เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ
    แล้วแลตกลงในทีประชุมสงฆ์ จะได้จำเพาะเจาจงลงว่าเป็นของพระ
    ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็หามิได้ มีพระบรมพุทธานุญาตไว้ว่า ให้พระสงฆ์ทั้ง
    ปวงยอมอนุญาตให้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อจะทำซึ่งกฐินนัตถารกิจ ตามพระ
    บรมพุทธานุญาต และมีคำพระอรรถกถาจารย์ ผู้รู้พระบรมพุทธาธิบาย
    สังวรรณนาไว้ว่า ภิกษุรูปใดประกอบด้วยศีลสุตาธิคุณ มีสติปัญญา
    สามารถ รู้ธรรม ๘ ประการ มีบุพกิจ เป็นต้น ภิกษุรูปนั้นจึง
    สมควร เพื่อจะกระทำกฐินนัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาตได้
    .........บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งปวง จะเห็นสมควรแก่ภิกษรูปใด จงพร้อม
    กันยอมอนุญาตให้แก่ภิกษุรูปนั้น เทอญ.</td> </tr> </tbody></table> (ไม่ต้อง สาธุ) <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>.........รูปที่ ๒
    .........ผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ ข้าพเจ้าพิจารณา
    เห็นสมควรแก่...................เป็นผู้มีสติปัญญาสามารถ เพื่อกระทำกฐิน
    นัตถารกิจให้ถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาตได้ ถ้าพระภิกษุรูปใดเห็น
    ไม่สมควรทักท้วงขึ้นในท่ามกลางระหว่างสงฆ์ (หยุดนิดหนึ่ง) ถ้าเห็น
    สมควรแล้วไซร้จงให้สัททสัญญาสาธุการะขึ้นให้พร้อมกัน เทอญ.</td> </tr> </tbody></table> (สาธุ)
    คำอุปโลกน์กฐิน
    แบบ ๔ รูป
    <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>........รูปที่ ๑
    ........ผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ เป็นของ.....
    ผู้กอปรด้วยศรัทธาอุตสาหะน้อมนำมาถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษา
    กาลถ้วนไตรมาสในอาวาสวิหารนี้
    ........ก็แลผ้ากฐินทานนี้ เป็นของบริสุทธิ์ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ
    แล้วแลตกลงยังท่ามกลางสงฆ์ จะได้จำเพาะเจาะจงแก่พระภิกษุสงฆ์
    รูปหนึ่งรูปใดก็หาบ่มิได้ มีพระพุทธานุญาตไว้ให้ให้แก่ภิกษุผู้มีจีวร
    อันเก่า หรือมีจีวรทุพพลภาพ หรือภิกษุรูปใดรูปหนึ่งซึ่งมีสติปัญญา
    สามารถอาจกระทำกฐินนัตถารกิจ มิให้เพี้ยนผิด ต้องตามวินัยนิยม
    บรมพุทธานุญาต
    ........เมื่อได้กรานกฐินแล้วไซร้ อานิสังสคุณจะพึงบังเกิดมี ๕ ประการ
    คือ อยู่ปราศจากไตรจีวรได้ไม่เป็นอาบัติด้วยทุติยกฐินสิกขาบท ๑ เก็บ
    อติเรกจีวรไว้ได้เป็นอาบัติ ด้วยปฐมกฐินสิกขาบท ๑ ฉันคณะโภชน์
    ปรัมปรโภชน์ได้ไม่เป็นอาบัติ ด้วยคณะโภชนะและปรัมปรโภชนะสิกขา
    บท ๑ เข้าไปในละแวกบ้านได้ไม่อาบัติ ด้วยอนามันตจาริกสิกขา
    บท ๑ จีวรลาภที่บังเกิดขึ้นในอาวาสจะเป็นของภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว
    ๑ ทั้งจีวรกาลจะยืดออกไปอีก ๔ เดือน ตลอดเหมันตฤดู ดังนี้
    ........บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งหลายจะมีความยินยอมพร้อมกันรับกฐินนี้
    หรือไม่ ถ้ามีความยินยอมพร้อมกันรับกฐินนี้แล้วไซร้ จงให้สัททสัญญา
    สาธุการะขึ้นให้พร้อมกัน เทอญ.</td> </tr> </tbody></table> สาธุ <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>........รูปที่ ๒
    สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอนุญาตกฐินนัตถารกิจนั้น ให้
    เป็นการเฉพาะบุคคล สงฆ์ก็ดี คณะก็ดีจะกรานกฐินไม่ได้ แต่เพราะ
    อนุโมทนาแห่งสงฆ์และคณะและอัตถารกิจแห่งบุคคล กฐินเป็นอันสงฆ์
    อันคณะอันบุคคลกรานได้ ก็และผ้ากฐินทานนี้ ควรแก่ภิกษุผู้มีจีวรเก่า
    หรือมีจีวรอันทุพพลภาพ หรือภิกษุรูปใดจะมีอุตสาหะและสามารถทำ
    จีวรกรรมในวันเดียวนี้ ให้เบนกฐินนัตถารกิจ ต้องตามพระบรมพุทธา-
    นุญาต มิให้วิธีวินัยนิยมทั้งปวงเคลื่อนคลาดได้.
    ........บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งปวงจะเห็นสมควรแก่พระภิกษุรูปใด จง
    พร้อมกันยอมอนุญาตให้แก่ภิกษุรูปนั้น เทอญ.</td> </tr> </tbody></table> (ไม่ต้อง สาธุ) <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>........รูปที่ ๓
    ผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ ข้าพเจ้าพิจารณา
    เห็นสมควร แด่...................................ผู้เป็น.......................................
    ในวัดนี้ ซึ่งเป็นพหุสูตรทรงธรรม ทรงวินัย เป็นผู้ชี้แจงชักนำให้สพรหม-
    จารีสงฆ์บริษัทรื่นเริง เป็นผู้ให้โอวาทานุศาสน์แก่ภิกษุสามเณรและ
    คฤหัสถ์เป็นผู้ทรงกฐินมาติกาฉลาดรู้ในวินัยกรรม จะไม่ให้วินัยนิยม
    นั้น ๆ กำเริบได้ และเป็นผู้มีสติปัญญาสามารถ อาจกระทำกฐิน-
    นัตถารกิจให้ต้องตามพระบรมพุทธานุญาตได้
    ........เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงพิจารณาเห็นว่า พระสงฆ์ทั้งปวงจะ
    ยินยอมพร้อมกันถวายผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้
    แด่............................ ถ้าพระภิกษุรูปใดเห็นไม่สมควร จงทักท้วง
    ขึ้นในท่ามกลางสงฆ์ (หยุดนิดหนึ่ง) ถ้าเห็นสมควรแล้ว จงสาธุการะขึ้น
    ให้พร้อมกันเทอญ. </td> </tr> </tbody></table> สาธุ <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>........รูปที่ ๔
    ผ้ากฐินทานกับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ ถ้าและพระสงฆ์
    บริษัทมีเอกฉันทานุมัติ พร้อมกันยอมถวายแด่..................แล้ว ขอ
    พระสงฆ์จงอย่าได้ถือเอาผ้าไตรจีวร ซึ่งเป็นบริวารแห่งผ้ากฐินตามลำดับ
    ผ้าจำพรรษาเลย จงถวายแด่...................ด้วยอปโลกนวาจานี้ ส่วนผ้ากฐิน
    ทานนั้น ถึงพระสงฆ์ทั้งปวงจะยินยอมพร้อมกันถวายด้วยอปโลกนวาจา
    ก็ไม่ขึ้น ต้องถวายด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ตามพระบรมพุทธานุญาต
    ........เพราะฉะนั้น ขอพระสงฆ์จงทำกรรมสันนิษฐานว่า จะถวาย
    ผ้ากฐินทานนั้น แด่...........................ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจาอันไม่กำเริบ
    ตามสมควรแก่สถานะ ณ กาลบัดนี้ เทอญ ฯ</td> </tr> </tbody></table> สาธุ
    แบบกรรมวาจาสวดให้ผ้ากฐิน <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td>........นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ,
    ........นะโม ตัสสะ, ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ,
    ........นะโม ตัสสะ, ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมม, สัมพุทธัสสะ,
    ........สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ, อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง,
    ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง, สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต
    (อิตถันนามัสสะ) ทะเทยยะ, กะฐินัง อัตถะริตุง, เอสา ญัตติ.
    ........สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ, อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง,
    สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต (อิตถันนามัสสะ), เทติ, กะฐินัง
    อัตถะริตุง, ยัสสายัสมะโต ขะมะติ, อิมัสสะ กะฐินะทุสสัสสะ, อายัส-
    มะโต (อิตถันนามัสสะ). ทานัง, กะฐินัง อัตถะริตุง, โส ตุณหัสสะ
    ยัสสะ นักขะมะติ, โส ภาเลยยะ
    ........ทินนัง อิทัง สังเฆนะ, กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต (อิตถันนา-
    มัสสะ). กะฐินัง อัตถะริตุง, ขะมะติ สังฆัสสะ ตัสมา ตุณหี,
    เอวะเมตัง ธาระยามิ.
    ........หมายเหตุ ในวงเล็บ อัตถันนามัสสะ นั้น ให้ใส่ชื่อผู้ครองกฐินแทน</td> </tr> </tbody></table> คำอธิษฐานผ้ากฐิน <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td> สังฆาฏิ อิมายะ สังฆาฏิยา กะฐินัง อัตถะรามิ (๓ หน)
    อุตตราสงค์ อิมินา อุตตะราสังเคนะ กะฐินัง อัตถะรามิ (๓ หน)
    อันตรวาสก อิมานา อันตะระวาสะเกนะ กะฐินัง อตถะรามิ (๓ หน) </td> </tr> </tbody></table> คำอนุโมทนากฐิน <table align="center" border="0"> <tbody><tr> <td> .........อัตถะตัง อาวุโส สังฆัสสะ กะฐินัง ธัมมิโก กะฐินัตถาโร
    อะนุโมทะถะ (๓ หน ) นี้สำหรับท่านผู้ครองกฐินมีพรรษาแก่กว่าภิกษุทั้งปวง
    ถ้ามีภิกษุอื่นที่มีพรรษามากกว่าท่านผู้ครองกฐินอยู่ ใน ที่ นั้น ให้ เปลี่ยนคำว่า
    อาวุโส เป็น ภันเต แล้วให้พระสงฆ์ทั้งปวงเปล่งวาจาอนุโมทนาต่อไปว่า
    .........อัตถะตัง ภันเต สังฆัสสะ กะฐินัง ธัมมิโก กะฐินัตถาโร
    อะนุโมทานะ (๓ หน) นี้สำหรับผู้อ่อนพรรษากว่าท่านผู้ครองกฐินกล่าว ถ้า
    มีภิกษุที่แก่พรรษากว่าท่านผู้ครองกฐินอยู่ในที่นั้น กี่รูปก็ตามให้ผู้แก่เหล่านั้น
    เปลี่ยนคำว่า ภันเต เป็น อาวุโส หรือจะให้ว่าพร้อมกันเฉพาะผู้แก่เสียคราว
    หนึ่งก่อน ๓ จบ แล้วจึงให้ผู้อ่อนกว่าว่าอีกคราวหนึ่ง ๓ จบ ก็ได้</td> </tr> </tbody></table> -------------------------------------


    กฐิน�-�ธรรมจักร :: เว็บธรรมะออนไลน์
     
  3. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +35,260
    [​IMG]
    สาธุ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ
    เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p

    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com
    <?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา </O:p>
    *
    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 ตุลาคม 2010
  4. ไห่เฉากุหลาบไฟ

    ไห่เฉากุหลาบไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +2,177
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ได้ความรู้เชียว
     
  5. ช้างป่า

    ช้างป่า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    511
    ค่าพลัง:
    +16,480
    ปีนี้ที่บ้านผมก็กำลังจะจัดงานกฐินเหมือนกันครับ

    ผมมีเรื่อเล่าครับ คือว่า...

    ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ ๒๐ ปี ที่บ้านจัดงานกฐินแบบเดี่ยวๆไม่รวมกฐินสามัคคี

    ไปแล้วไม่น้อย ๕ ครั้งครับตั้งแต่จำความได้

    เหตุที่จัดบ่อยก็เพราะว่าพ่อใหญ่ แม่ใหญ่(ปู่ ย่า)

    เป็นคนพาทำมาลูกหลานเลยทำต่อมาเรื่อยๆครับ

    แล้วก็ส่วนมากจะทำไปวัดนอกๆตัวอำเภอครับ
     
  6. สามเณรเคน

    สามเณรเคน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2010
    โพสต์:
    78
    ค่าพลัง:
    +198
    อนุโมทนา ในมหากุศลผลบุญ ที่ท่านได้ค้ำจุนพระพุทธศาสนา จ้า.....
     
  7. prapanuch

    prapanuch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    185
    ค่าพลัง:
    +854
    รู้สึกอิ่มบุญมากขึ้น และมีกำลังใจมากมายที่ได้อธิษฐานไว้แล้ว จะเป็นเจ้าภาพกฐินทุกปี ขออนุโมทนากับเจ้าของกระทู้ที่ได้นำเรื่องราวดีๆมาให้ศึกษาให้ได้รู้รายละเอียดมากขึ้นค่ะ อนุโมทนาสาธุค่ะ
     
  8. Chart072

    Chart072 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    124
    ค่าพลัง:
    +258
    ปีนี้ตั้งใจไว้ว่าจะทำบุญกฐิน 10 กว่าวัด ตามที่มี่ความเลื่อมใสศรัทธาปสาทะต่อครูบาอาจารย์ และปฏิปทาของวัดนั้น ตลอดจนจุดประสงค์ที่จะนำปัจจัยบริวารไปใช้เพื่อการใดที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และก็คำนึงถึงองค์ประกอบของกฐินด้วย โดยเฉพาะข้อ 5 ที่คุณ aMANWALKING ลงไว้ข้างบน คือผู้รับ คือภิกษุสงฆ์ ต้อง 5 รูปขึ้นไปที่จำพรรษาครบไตรมาสในอาวาสนั้น ถ้าข้อนี้ขาดไป ก็ไม่ใช่กฐิน เป็นเพียงแค่ผ้าป่า ย่อมไม่ได้อานิสงส์กฐิน ทั้งผู้ให้และผู้รับ แม้หลายแห่งจะเป็นสภาพนี้แม้จะ(พยายาม )เรียกว่าเป็นกฐิน แต่โดยเนื้อแท้ มิใช่
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่จะได้ทำบุญกฐินปีนี้
     
  9. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    มีความรู้สึกว่า อายุของคนเรานี้ มันสั้นจริงๆ
    ผมเองก็ ตั้งใจว่า ในวัดที่ๆเป็นกฐินสามัคคี จะพยายามทำบุญไปให้มากที่สุด เท่าที่เหตุปัจจัยจะเอื้ออำนวย.......


    อนุโมทนาสาธุกับความดีทุกๆท่านเช่นกันครับ
    --------------------------------------------------------------------------------

    หนังสือประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

    หลวงพ่อปานทอดกฐิน

    หลวงพ่อปานก็ไปทอดกฐิน๗-๘วัดแต่การทอดกฐินคราวนั้นท่านประกาศกับบรรดาพุทธ บริษัทของท่านว่าจะต้องการเอาอาหารไปช่วยเขาเขาอดข้าวอดอาหารนี่ท่านเป็นนัก สังคมสงเคราะห์แต่ไม่มีใครเขาช่วยท่านหรอก รัฐบาลไม่ได้ร่วมมือแต่ว่าชาวบ้านช่วยท่านไปคราวนั้นปรากฏว่านำ ข้าวเปลือกบ้าง ข้าวสารบ้าง ไป๗ลำเรือ เรือลำหนึ่งจุประมาณ๑๐เกวียนบ้างจุ ประมาณ๒๐เกวียนบ้างเอาไป๗ลำ ที่ท่านได้มายังงั้นเพราะอะไรเพราะใครมาหาท่านก็บอกท่านจะไปทอด กฐินแล้วว่าการทอดกฐินคราวนี้ต้องเอาข้าวเอาอาหารไปสงเคราะห์คนที่อดข้าวคน นั้นก็ให้ คนนี้ก็ให้ บางคนก็ให้เงิน บางคนก็ให้ข้าว บางคนก็ให้กับพวกกรุงเทพฯก็ให้ทั้ง เงินให้ทั้งของทะเลผ้าผ่อนท่อนสไบพวกจังหวัดสมุทรสาครโยมพ่วงอยู่ที่นั่นก็ เอาของทะเล มาเป็นลำๆเรือน้ำปลาอย่างดีของทะเลต่างๆแล้วก็เงินทองด้วย ผลที่สุดนำไป๗ลำ เรือแจกกันขนาดหนักบรรดาประชาชนสาธุไปทั่วกัน ว่ากันถึงเรื่องการทอดกฐิน

    จะพูดถึงอานิสงส์กฐินให้ฟังหลวงพ่อปานทอดกฐินคราวไรละก็ ท่านก็เทศน์แบบนี้เทศน์แบบนี้ฉันจะนำใจความมาเล่าให้ฟังว่า

    การ ทอดกฐินอานิสงส์ของกฐินนี่น่ะให้ผลทั้งชาติปัจจุบันและสัมปรายภพชาติ ปัจจุบันและสัมปรายภพหมายความว่า ชาตินี้และชาติหน้าชาติต่อๆไปคนทอดกฐินสังเกตตัวดู ถ้าทอดแล้วถึง๒-๓ครั้งความเป็นอยู่จะคล่องตัวขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ร่ำรวยก็ตามแต่ความเป็นอยู่จะคล่องตัวขึ้นรู้สึกว่าเป็นคนโชค ดีมากขึ้นหาลาภสักการคล่องตัวขึ้นท่านบอกว่านี่ยังเป็นเศษของความดี อานิสงส์ของการทอดกฐินสามารถจะบันดาลให้คนปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็สำเร็จผล

    ดูตัวอย่างองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ปัจจุบันสมัยนั้นเป็นมหาทุกขตะ สมัยที่พระปทุมมุตตะทรงอุบัติขึ้นในโลกแกไม่มีอะไรเป็นคนจนไปชวนนายเขาทอด กฐิน ตัวเองก็เอาผ้าไปขายแลกกับด้ายหลอดเขามาด้วยด้าย๒หลอดเข็ม๑เล่ม เอามาผสมกับกฐิน เขาแล้วก็ปรารถนาพระโพธิญาณพระปทุมมุตตะก็ทรงพยากรณ์ว่าบุคคลๆนี้ต่อไปจะได้ ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าพระสมณโคดมนี่เป็นสมุฏฐานของการ ปรารถนาพระโพธิญาณของท่านมีกฐินเป็นปัจจัย แล้วหลวงพ่อก็เทศน์ต่อไปว่าบุคคล ใดก็ตามทอดก
    ฐินแล้วถวายผ้าไตรจีวรไว้ในพระพุทธศาสนาต่อไปถ้าหากว่าไปได้บรรลุพระอรหัตผล ก็จะมีผ้าสำเร็จไปด้วยฤทธิ์มาสวมตัวพระพุทธเจ้าทรงเรียกว่าเอหิภิกขุแปลว่า เจ้าจงเป็นภิกษุมาเถิดเพียงเท่านี้ผ้าไตรจีวรก็จะลอยมาจากอากาศสวมตัวเองด้วยอำนาจของอานิสงส์กฐิน

    สำหรับผู้หญิงถ้าเป็นเจ้าภาพหรือจัดการในงานกฐินก็จะได้เครื่องมหาลดาปราสาท เครื่องประดับกายอย่างนางวิสาขามีราคาตั้ง๑๖โกฏิสวยงามมากนี่อย่างหนึ่งแล้ว อีกอย่างหนึ่ง คนที่ทอดกฐินแล้วถ้าตายจากความเป็นมนุษย์จะเกิดเป็นเทวดา๕๐๐ชาติหมาย ความว่าเกิดแล้ว๑ชาติของเทวดาก็คือพันปีทิพย์หมดกำลังของพันปีทิพย์ก็จะเกิด เป็นเทวดาใหม่ต่อไปอย่างนี้๕๐๐วาระ ความจริงก็ได้เปรียบมากถ้าอย่างลูกหลานได้เป็นอย่างนั้นนะไปนิพพานกันหมด เพราะพวกเรามีศรัทธาอยู่แล้วเป็นเทวดาก็เป็นเทวดาที่ไม่ประมาทยังงี้ไป นิพพานกันหมดดี ได้กำไร๕๐๐ชาติ เมื่อพ้นจากความเป็นเทวดาแล้วก็มาเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถ้าเป็นผู้ชายนะ ถ้าเป็นผู้หญิงก็เป็นคู่บารมีของพระเจ้าจักรพรรดิ๕๐๐ชาติ พระเจ้าจักรพรรดินี่ไม่ใช่พระเจ้าจักรพรรดิอย่างเบาได๋นะจักรพรรดิส่งเดช อย่างนั้นไม่ใช่คำว่าจักรพรรดินี่มีอำนาจปกครองไปทั้งโลก
    มีเกือกแก้วแล้วก็มีพระขรรค์แก้วแล้วก็มีแก้วมณีโชติมีกำลังมากเหาะได้ไม่มี ใครมีอำนาจเท่าแล้วก็มีธนูศิลป์ศรจะใช้ยังไงก็ได้เหมือนศรพระรามมีอำนาจปก ครองโลกปกครองโลกได้จริงๆไม่มีใครสู้ถ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็มีขุนพลแก้วรบเก่งขุน คลังแก้วหาเงินเข้าคลังเก่งช้างแก้วม้าแก้วนี่ใช้สงรามได้ดีนางแก้วคือเมีย ดีเวลาฤดูหนาว ร่างกายของเมียก็อบอุ่นมากขึ้นแล้วเวลาฤดูร้อนร่างกายของเมียก็เย็นทำ ความสุขให้แก่พระเจ้าจักรพรรดินี่เป็นยังงี้นี่ท่านว่ายังงั้นถ้าพ้นจาก สวรรค์ก็มาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ๕๐๐ชาติ แล้วพ้นจากนั้นก็เป็นกษัตริย์ธรรมดาไป๕๐๐ชาติจาก นั้นก็มาเป็นมหาเศรษฐี๕๐๐ชาติแล้วก็เป็นคหบดี๕๐๐ชาตินี่ท่านบอกว่า

    อานิสงส์ของกฐินคราวเดียวก็สามารถให้ผลถึงเพียงนี้ทุกคนควรจะทอดกฐินกันแล้ว เวลา ทอดกฐินก็นึกว่าตนจะสงเคราะห์พระพุทธศาสนาหรือสงเคราะห์พระสงฆ์ในพระพุทธ ศาสนานั่นเอง แต่ว่าเนื้อนาบุญนี่สำคัญนะเวลาจะหว่านข้าวลงไปดูเนื้อนาเสียด้วยนี่พระ พุทธเจ้าตรัสไว้เองเนื้อนาบุญนี่สำคัญ ถ้านาดอนหว่านข้าวไม่ขึ้นม้านหมดถ้านาลุ่มข้าวก็น้ำท่วมนี่สำคัญมาก (แล้วว่ากันไปก็แล้วกัน) ใครจะทำที่ไหนจะทอดที่ไหนก็ไม่ว่านี่แนะนำให้ฟังหลวงพ่อปานท่านเทศน์อย่างนี้

    อานิสงส์กฐิน - Faculty of Engineering, TU
    <!-- google_ad_section_end -->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 7 ตุลาคม 2010
  10. บัวบูชา

    บัวบูชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2005
    โพสต์:
    118
    ค่าพลัง:
    +314
    อนุโมทนาสาธุกับความรู้ที่มีคุณค่าค่ะ.....ปีนี้มีบุญได้ขอเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคีที่วัดโกโรโกโสค่ะ...
     
  11. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    อานิสงส์กฐิน<!-- google_ad_section_end -->
    <HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- google_ad_section_start -->
    ถาม : ...........................

    ตอบ : ช่วงนี้เป็นช่วงของกาลกฐิน คำว่ากาลนี่ กาละแปลว่าเวลา เวลาของกฐิน กฐินจริง ๆ ความหมายก็คือผ้าสะดึง คือผ้าที่ขึง เครื่องขึงที่ยึดผ้าให้ตึงจะได้ประกอบให้เป็นสิ่งโน้นสิ่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเย็บปักถักร้อยอะไรก็ง่าย กาลกฐินนี่จะเป็นเรื่องกำหนดตามระเบียบพิธีของสงฆ์โดยเฉพาะพระภิกษุที่จำพรรษาแล้วเป็นเวลาครบถ้วน ๓ เดือน


    สมัยก่อนนั้นพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้เปลี่ยนจีวรได้ คราวนี้ว่าการเปลี่ยนจีวรนี้ต้องสมเหตุสมผล คือว่าเป็นผู้ที่จีวรเก่าจริง ๆ ชนิดที่เรียกว่าหมดสภาพแล้วก็อนุญาตให้เปลี่ยนได้ ท่านก็ให้เสาะหาผ้าที่จะมาทำจีวร ภายหลังการเสาะหาผ้าเต็มไปด้วยความยากลำบาก


    นางวิสาขาก็ดี อนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ดี ก็ขอให้รับคหปติจีวร คือจีวรที่มีผู้น้อมมาถวายได้ คราวนี้พอจำพรรษาแล้วครบสามเดือนมีสิทธิรับกฐินได้ กาลกฐิน คือเวลาของการรับกฐิน เริ่มตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ดไปสิ้นสุดเอากลางเดือนสิบสองเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ช่วงระยะนี้วัดไหนก็ตามที่มีเจ้าภาพตั้งใจว่าจะถวายกฐินก็จะจัดให้ถวายกฐินขึ้นมา

    คราวนี้กฐินเป็นงานบุญพิเศษ

    ความจริงกฐินเป็นสังฆทานเหมือนกันแต่บังเอญว่าจำกัดด้วยเวลาคือทำได้แค่เดือนเดียวเท่านั้นในหนึ่งปี ก็เลยจะมีอานิสงส์พิเศษ หลวงพ่อวัดท่าซุงเคยบอกเอาไว้ว่าให้เรารู้จักสังเกตตัวเอง ใครก็ตามที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพทำบุญกฐิน คำว่าเจ้าภาพไม่ได้หมายความว่าจะต้องเจาะจงว่าตัวเองเป็นประธานหรือว่าหาสิ่งของทั้งหมดมา เราร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยจะเล็กน้อยยังไงก็ตามถือว่าเป็นเจ้าภาพเหมือนกัน

    ท่านบอกว่า บุคคลที่ตั้งใจเป็นเจ้าภาพกฐินติดต่อกันได้ถึงสามปี ให้สังเกตความเป็นอยู่ของตัวเอง ความเป็นอยู่จะคล่องตัวกว่าคนอื่นเขา จะมีความสะดวกกว่า

    เพราะฉะนั้นก็ให้พวกเราตั้งใจลักษณะนี้ ตัวอาตมาเองตั้งใจตั้งแต่ก่อนบวชจนกระทั่งถึงบวชแล้ว แต่ละปีจะทำบุญกฐินปีละมาก ๆ หลาย ๆ วัด สมัยที่ก่อนบวชถึงเวลาหน้ากฐินก็เตรียมซองไว้เลย ซองละพัน ๆ เจอเขาทำที่ไหนก็ถวายร่วมกับเขาที่นั่น พอเป็นพระมาก็ใช้วิธีจัดแบบนี้ คือว่านิมนต์พระที่ท่านไม่ีมีกฐินหรือว่าพระที่เป็นมิตรสหายคุ้นเคยกันมา มารับกฐินที่วัดของเรา หรือว่าอย่างระยะหลัง ๆ นี่ไปเป็นประธานทอดให้เขาด้วย หรือว่าทางด้านโน้นเขาเรียกร้องมาก็ต้องไป

    อานิสงส์ที่ชัดที่สุด ก็คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระพุทธเจ้าสมัยที่ท่านเกิดเป็นมหาทุกขตะ คือคนที่จนมาก ท่านเป็นคนรับใช้คนอื่นเขา ในสมัยนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีนามว่าปทุมมุตตระ ท่านเป็นคนใช้เขา

    เจ้านายจะจัดกฐินก็สั่งให้มหาทุกขตะจัดการให้ทุึกอย่าง มหาทุกขตะก็บอกว่า ข้าแต่นายขอร่วมมีส่วนในกฐินนี้ได้หรือไม่ นายก็บอกว่าได้ซิเรามีอะไรล่ะ บอกว่าเดี๋ยวขอเสาะหาก่อน คราวนี้เขามีแต่ผ้านุ่งอยู่ผืนเดียว แขกเขาจะมีผ้านุ่งอยู่ผืนหนึ่งแล้วผ้าห่มผืนหนึ่ง แต่มหาทุกขตะจนมากมีผ้านุ่งผืนเดียวก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี เลยเข้าไปในป่าเอาใบไม้มาเย็บทำเป็นเครื่องนุ่งห่มแทน แล้วเอาผ้าผืนนั้นไปที่ตลาดไปถามกับพ่อค้าว่าผ้าผืนนี้สามารถแลกของอะไรได้บ้าง เขาถามว่าเธอจะเอาไปทำอะไรผ้าก็เก่าเต็มทีจะแลกของอะไรได้นักหนาเชียว

    เขาก็บอกว่านายของเรานี่จัดกฐินขึ้นมาเพื่อทอดถวายพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เราก็อยากทำบุญด้วยก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้เข็มไปเล่มหนึ่งแล้วก็ด้ายไปกลุ่มหนึ่ง เพราะว่าผ้าเก่ามากแล้วมีค่าน้อยมาก ท่านก็เอาเข็มกับด้ายนั้นเข้าไปร่วมในกองกฐินแล้วตั้งใจ

    อธิษฐานว่าขอให้ผลบุญที่ได้ทำบุญกฐินครั้งนี้ขอให้ท่านบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณดังที่ปรารถนาด้วยเถิด เสร็จแล้วปรากฏว่าพอถึงชาติปัจจุบันนี้ท่านบรรลุมรรผลได้จริง ๆ

    หลวงพ่อท่านเคยเทศน์ถึงอานิสงส์กฐินท่านบอกว่า


    บุคคลที่ตั้งใจทำบุญกฐินพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าแม้แต่ทิพจักษุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งถือว่าเลิศแล้วที่สุด ยังมองไม่เห็นเลยว่าอานิสงส์นั้นจะไปสิ้นสุดตรงไหน

    ส่วนใหญ่ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี เกิดแล้วเกิดอีกอยู่ในระดับของความดีนี้ตลอดจนกระทั่งไม่สิ้นสุดของอานิสงส์กฐินก็จะเข้านิพพานเสียก่อน ฟังดูแล้วน่าทำไหม ร่วมกับเขาบ่อย ๆ

    http://www.grathonbook.net/book/18.3.html


    <!-- google_ad_section_end -->
     
  12. EakChutidet

    EakChutidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    199
    ค่าพลัง:
    +856
    ขออนุโมทนา ขอความเจริญในธรรมจงบังเกิดแก่ทุกท่านทุกรูปทุกนาม หากการกระทำใดๆ
    ของข้าพเจ้าล่วงเกินท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นวจีกรรม,มโนกรรม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้

    ขอปฎิญาณตนเป็นคนดี ละเว้นการกระทำชั่ว ถือศิล มีธรรมะประจำใจ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์
    จะขอมีสติทุกลมหายใจเข้า-ออก ระลึกถึงความตายไว้เสมอทุกลมหายใจเข้า-ออก ละลึกเสมอว่า
    ตัวเรามิใช้ของเรา กายเราก็มิใช่ของเรา เคารพในครูบาอาจารย์ หมั่นปฎิบัติมิให้ขาด ตั่งจิตตั้งใจ
    จะไม่เกิดใหม่อีก ขอให้ถึงพระนิพพานในชาตินี้

    ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ไปให้ทุกรูปทุกนามทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้น
    เทวะโลก มนุษย์โลก มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
    และในหมื่นโลกธาตุกับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ
    และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า
    .........ขอให้ทุกรูปทุกนาม จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
    อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ขอให้ทุกรูปทุกนาม จงโมทนาในส่วนกุศลนี้
    พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ .........

    พร้อมกันนี้ ขออนุโมทนา บุญกุศลกับทุกท่านด้วยครับ
    นายชุติเดช วรรณสุวงค์
    _/l\_ สาธุ สาธุ สาธุ _/l\_
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. ไห่เฉากุหลาบไฟ

    ไห่เฉากุหลาบไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +2,177
    ขอถามอีกหน่อยคือ ทอดกฐิน 2-3 ครั้งนี้แล้วความเป็นอยู่จะดีขึ้นหมายความว่า 2-3 วัด หรือ 2-3 ปี ช่วยตอบด้วย??:eek:
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ตุลาคม 2010
  14. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    ขอโอกาส ท่านผู้รู้ ทั้งหลายครับ

    ขอตอบคุณ ไห่เฉากุหลาบไฟ ครับ

    ถ้าจะให้มั่นใจ อยากให้ไปถามกับครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะดีที่สุด
    ถ้าถามผม ผมขอตอบตามหลักการที่ผมเข้าใจน่ะครับ

    ผลของความดีบุญกุศลการเสียสละต่างๆนั้นมีอยู่ แต่ถ้าทำความดีแบบหวังผล หรือ ประกอบเจือด้วยจิตโลภในผลอันจะมีในอนาคต การทำความดีนั้นๆ ได้ผลน้อย ไม่มีอานิสงส์มาก ครูบาอาจารย์ท่านจึงสอนกัน ไปในแนวที่ให้ทำ ให้ตั้งเจตนา เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา เพื่อเกื้อกูลหมู่สงฆ์ทั้งหลาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่มวลหมู่มหาชน

    ส่วนการรู้คุณประโยชน์อานิสงส์ของการทำความดีบุญกุศลนั้น ให้รู้ไว้ใช่ว่า คือ รู้ไว้ ว่า การทำความดีทุกอย่าง มีผลของความดีอยู่ ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับบริสุทธิ์ วัตถุทานบริสุทธิ์ เจตนาบริสุทธิ์เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้รับ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของชนหมู่มาก เป็นไปเพื่อการเกื้อกูล ช่วยเหลือผู้อื่น ผลของความดีนั้นๆ ก็สมบูรณ์ไปตามความละเอียดของเหตุปัจจัยที่ประกอบกันดังกล่าวนั้น เช่นกัน ถ้าระหว่างการทำความดีนั้นๆ มีการเจือของอกุศล ความโลภในผลบุญ การเจือของการผิดศีล การเจือของมานะทิฐิ เช่น ทำบุญอยากได้หน้า อะไรต่างๆ ก็ทำให้ผลของความดีที่เป็นไปตามกฏธรรมชาติืนั้นลดลงไปตามส่วนของเหตุปัจจัยด้านอกุศลที่มาประกอบเจือในการกระทำความดีนั้นๆ แต่เนื่องจากผู้คนในปัจจุบันรวมผมด้วย ชอบที่จะรู้ว่า ฉันทำแล้ว ฉันจะได้อะไร ได้เยอะแค่ไหน คือ ประมาณว่า ทำบุญ เพื่อ ค้ากำำำไร ซึ่ง ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ ก็ยังดีกว่า ทำชั่ว หรือ ไม่ทำอะไรเลย

    ค่อยๆปรับความเข้าใจน่ะครับ ปรับการตั้งเจตนาในการทำบุญกุศลความดีต่างๆ ให้ถูกต้อง ทำเพื่อให้เขา ให้ผู้คนดีขึ้น ให้ผู้คนสูงขึ้น ให้ผู้คนเจริญขึ้นในธรรมของพระพุทธเจ้า พ้นทุกข์ต่างๆ ไม่ใช่ทำเพื่อให้ตนเองได้ยังงั้นหยั่งงี้

    แล้ว การทอดกฐิน ก็จะเป็นความสมบูรณ์ของการทำทานเพื่อหมู่สงฆ์ เพื่อดำรงสืบต่อพระพุทธศาสนา เพื่อเกื้อกูลพระพุทธศาสนา เพื่อความเจริญในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับผู้คนทั้งหลายโดยดีงามครับ

    ผลอะไรต่างๆ ที่ปรารถนา ก็จะเป็นไปเองตามเหตุปัจจัยน่ะครับ
     
  15. ไห่เฉากุหลาบไฟ

    ไห่เฉากุหลาบไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +2,177
    รับทราบ ขอบคุณมาก
     

แชร์หน้านี้

Loading...