เรื่องเด่น บุญอะไรส่งให้หญิงสามัญได้เป็นพระราชินีของแคว้นโกศล ? ศึกษาจากเรื่องของพระนางมัลลิกา

ในห้อง 'บุญ-อานิสงส์การทำบุญ' ตั้งกระทู้โดย 2499, 6 พฤษภาคม 2019.

  1. 2499

    2499 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +6,019
    1369502370-2644334609-o.jpg


    บุญอะไรส่งให้หญิงสามัญได้เป็นพระราชินีของแคว้นโกศล ?
    ศึกษาจากเรื่องของพระนางมัลลิกา


    @ ชีวิตคนพลิกผันได้เสมอ

    บางคนพลิกผันไปในทางร้าย บางคนพลิกผันไปในทางดี แต่บางคนพลิกผันไปในทางดีหรือร้ายอย่างฉับพลันชนิดที่เรียกว่า“พลิกฝ่ามือ”....ลองศึกษาเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ดู

    ๐๐พระเจ้าปเสนทิโกศล ราชาแห่งแคว้นโกศลมีพระมเหสีเด่นอยู่พระองค์หนึ่งคือ "พระนางมัลลิกา" ทรงมีชื่อเสียงดังมากและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญๆหลายเหตุการณ์ เช่น คราวหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงฝันร้ายน่ากลัว โหรหลวงจึงกราบทูลให้แก้ฝันด้วยการให้ประกอบพิธี “บูชามหายัญ” ซึ่งต้องฆ่าคนและสัตว์ใหญ่เป็นเครื่องเซ่นสังเวยอย่างละ ๕๐๐ เช่น แพะ แกะ สุกร วัว ควาย และคนก็ต้องจับมาฆ่าให้ได้ชนิดละ ๕๐๐ จึงเกิดมหกรรมไล่ล่าชีวิตเป็นการใหญ่ เลยทำให้เมืองสาวัตถีที่เคยสงบสุขกลับโกลาหลน่ากลัวเหมือนนรก
    ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างตกใจและกลัวตายจึงส่งเสียงร้องเสียงดังอึงมี่ สำหรับคน เมื่อถูกจับตัวไปก็ร้องไห้คร่ำครวญฟังดูโหยหวนน่าเวทนา เดือดร้อนถึงพระนางมัลลิกา ทรงฟังเสียงอื้ออึงนั้นแล้วพระนางก็ตรัสสอบถามจนได้ความว่ามาจากการที่พระสวามีฝันร้ายเป็นเหตุ จึงทรงสงสารพวกสัตว์และคนที่จะถูกฆ่า และเมื่อทรงเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ พระนางจึงเสด็จไปต่อว่าพระสวามี

    “มหาราช ทำไมพระองค์ถึงทรงทำอะไรแบบไม่ฉลาดอย่างนี้ ? พระพุทธเจ้ายังอยู่ทั้งองค์ทำไมไม่เสด็จเข้าไปถาม ? มัวแต่ ทรงเชื่อแต่โหรหลวงผู้เบาปัญญาอยู่ได้”

    พระเจ้าปเสนทิโกศลพระสวามีทรงยอมทำตามที่พระนางเสนอจึงเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่วัดเชตวันแล้วเล่าความฝันถวาย หลังจากทรงฟังเรื่องที่พระเจ้าปเสนทิโกศลเล่าถวายแล้วพระพุทธเจ้าก็แสดงธรรมโปรด ผลออกมาก็คือ พระราชาสั่งยกเลิกทำพิธีบูชามหายัญแบบสังเวยด้วยชีวิตคนและสัตว์

    สรุปได้ว่า ทั้งคนทั้งสัตว์หลายพันชีวิตรอดพ้นจาการถูกฆ่าบูชามหายัญ ก็เพราะพระปัญญาของพระนางมัลลิกาพระราชินีที่มีความฉลาดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

    ปัญญาของพระนางเป็นประเภท “สชาติปัญญา – ปัญญาที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด” ฝรั่งเรียกปัญญาประเภทนี้ว่า “innate wisdom/inborn wisdom”

    เพื่อยืนยันเรื่องนี้ ผมขอนำเรื่องของพระนางจากคัมภีร์ที่พระพุทธโฆสะเล่าไว้มาเล่าต่อ....

    ๐๐พระนางมัลลิกาว่าโดยชาติกำเนิดแล้วเป็นลูกสามัญชน ครอบครัวยากจน พ่อแม่มีอาชีพเก็บดอกไม้มาทำพวงมาลัยขาย ทุกวันจะพากันไปที่สวนดอกไม้ของหลวงเพื่อเก็บดอกไม้มาทำพวงมาลัยขาย รายได้จากการนี้ทำให้พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวไปในแต่ละวัน

    วันหนึ่ง ขณะที่สามพ่อแม่ลูกง่วนอยู่กับการเก็บดอกไม้ ก็มีชายหนุ่มร่างงามคนหนึ่งขี่ม้าเข้ามาในสวน ท่าทางอิดโรยอ่อนล้าเหมือนเดินทางมาไกลและกำลังต้องการความช่วยเหลือบางเรื่องอยู่ มัลลิกาเห็นดังนั้นจึงเข้าไปทักทายเมื่อทราบว่าเขาต้องการน้ำดื่มจึงแบ่งน้ำดื่มที่มีติดตัวมาให้ แต่ก่อนให้ดื่ม เธอคิดได้ว่า...

    “ชายคนนี้กำลังกระหายน้ำ ธรรมดาคนกระหายน้ำเมื่อได้น้ำจะรีบดื่มอึกๆเลย การรีบร้อนดื่มอาจทำให้เขาสำลักได้...”

    แล้วจึงเอาดอกไม้ใส่ลงไปทำให้ชายหนุ่มต้องดื่มอย่างระมัดระวัง จะรีบดื่มตามที่อยากดื่มไม่ได้ เขาต้องค่อย ๆ เป่าแหวกดอกไม้ออกไปก่อนจึงดื่มได้

    “ประหลาดจริง ฉันหิวน้ำ อยากดื่มเต็มแก่ แต่เธอกลับทำให้ฉันต้องชะงัก ทำไมเธอจึงทำอย่างนั้น ?”

    ชายหนุ่มถาม หลังจากวางขันลง

    “นายท่าน” มัลลิกาเอ่ยตอบ “คนดื่มน้ำเพราะความหิวกระหายทำให้สำลักได้และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพื่อให้ท่านปลอดภัย ฉันจึงต้องใส่ดอกไม้มากันไว้”

    “อย่างนั้นเหรอ ?” ชายหนุ่มอุทานพร้อมทั้งประทับใจในความฉลาดของหญิงสาว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่ยิ้มขอบใจแล้วควบม้า
    จากไป

    ๐๐ วันรุ่งขึ้น สามพ่อแม่ลูกตกใจเพราะมีคนมาแจ้งให้ทราบว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลมีพระราชโองการให้มาเชิญตัวลูกสาวเข้าไปในวัง และยิ่งงงมากเมื่อคนที่มาแจ้งว่า พระราชาให้มาขอลูกสาวไปเป็นพระราชินี

    เรื่องเป็นจริงอย่างว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เชิญตัวมัลลิกาเข้าไปในวังแล้ว ครู่เดียว ชายหนุ่มรูปงามที่พบเมื่อวานก็ปรากฏกายต่อหน้าเธอ เขาคือพระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชาหนุ่มแห่งแคว้นโกศล

    ขณะเผชิญหน้ากัน มัลลิกาแม้จะตื่นเต้นหวั่นไหว แต่ก็ตั้งสติข่มความรู้สึก พร้อมฟังพระราชาตรัสเล่าถึงความประทับใจของพระองค์ที่มีต่อนาง สุดท้ายเธอได้ยินพระองค์ตัดบทว่า

    “เพราะเหตุนี้จึงอยากได้นางมาเป็นพระอัครมเหสีคู่ราชบัลลังก์”

    ๐๐มัลลิกาหญิงสามัญชนชั้นต่ำสุดสามารถปรับตัวได้ดี หลังจากครองตำแหน่งพระราชินีได้ไม่นานก็สามารถครองพระทัยพระสวามีได้เหนือพระมเหสีพระองค์อื่น พระราชาทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้พระนางว่าราชกิจเคียงคู่กับพระองค์ และโปรดเกล้าฯให้เป็น “พระอัครมเหสี” (พระมเหสีผู้เป็นเลิศกว่าพระมเหสีพระองค์ใด)


    นี่แหละคือที่มาที่ไปของพระนางมัลลิกา ผู้มีชิวิตพลิกผลันแบบพลิกฝ่ามือชั่วเวลาแค่ข้ามคืน

    แต่ท่านผู้อ่านหลายท่านทราบเรื่องนี้แล้วอาจคิดว่าเป็นดราม่า (drama) แล้วหัวเราะพร้อมทั้งอุทานว่า

    “อะไรกัน แค่น้ำดื่มขันเดียวเปลี่ยนชีวิตหญิงยากจนได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ ?”

    @ บุญอะไร ?

    ๐๐ แค่ดูตามเรื่อง ผมว่าก็น่าหัวเราะหรอก หากเราไม่คิดถึงเรื่องบุญฤทธิ์หรือฤทธิ์ของบุญ หรือแม้คิดแล้วก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ เพราะว่าบุญที่พระนางทำในชาตินี้ก่อนได้เป็นพระราชินีมีเพียงนิดเดียวและครั้งเดียว คือ

    .....เช้าวันนั้น ขณะเดินถือขนมที่ซื้อมาจะเอาไปกินเองที่สวนหลวง สาวขายพวงมาลัยคนนี้ได้พบพระพุทธเจ้าออกบิณฑบาตจึงเกิดศรัทธาเอาขนมใส่บาตร พระพุทธเจ้าก็ทรงรับและเสวย แล้ววันนั้นเอง ตอนบ่ายแก่ ๆ เธอก็ได้พบพระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชาหนุ่มผู้เข้ามาพลิกชีวิตของเธอ

    สติปัญญาแบบเราๆ ยากเหลือเกินที่จะให้ยอมรับว่าการทำบุญเพียงแค่นั้นจะส่งผลไปไกลขนาดนั้น แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งตามหลักปฏิจจสมุปบาทที่ว่า “เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี” (อิมัสมิง สะติ อิทัง โหติ) ก็พอจะได้คำตอบว่า
    “เป็นไปได้ที่บุญครั้งนี้เป็นตัวเชื่อมโยงหรือเปิดทางให้บุญเก่าที่ทำไว้ในชาติก่อนๆให้ผล”

    ๐๐ ว่ากันตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาแล้ว ตำแหน่งพระราชินีที่ทรงได้มานี้ น่าจะไม่ใช่ผลบุญแค่ถวายขนมแด่พระพุทธเจ้าในชาตินี้เท่านั้น พระนางน่าจะได้สร้างบุญเพื่อการได้ยศศักดิ์อย่างนี้มาแต่อดีตชาติแล้วหลายต่อหลายชาติ แม้ว่าในการมาเกิดในชาตินี้กรรมใกล้ตายจากชาติที่แล้วส่งผลให้มาเกิดในครอบครัวระดับล่าง แต่ว่าบุญเก่าสำคัญ ๆ ที่ทำไว้พร้อมแล้วก็ได้แรงกระตุ้นจากบุญใหม่ที่ถวายขนมเป็นภัตตาหารแด่พระผู้รับองค์สำคัญคือพระพุทธเจ้าก็ได้โอกาสพร้อมกันหลั่งไหลให้ผลแบบพลิกชีวิตอย่างคาดไม่ถึง

    นอกจากได้ทรงทำบุญสำคัญ ๆ มาแล้ว พระนางอาจจะได้เคยเกิดเป็นหญิงสูงศักดิ์มาแล้วหลายต่อหลายชาติและอาจได้เคยใช้ชีวิตร่วมกับพระเจ้าปเสนทิโกศลและทำให้พระองค์ประทับพระราชหฤทัยมาแล้วหลายต่อหลายชาติเช่นกัน

    ความประทับใจในอดีตชาติยังฝังใจ มิฉะนั้นแล้ว พระองค์คงไม่เกิด “รักแรกพบ” ในพระนางอย่างแน่นอน ทั้งๆที่พระนางอยู่ในเรือนร่างที่ซอมซ่อ

    เมื่อว่าตามหลักอภิธรรมแล้ว รักแรกพบนี้ถือเป็น “รักแบบอสังขาริก” (อะสังขาริก) คือ รักที่ไม่ต้องมีใครหรืออะไรมาชักจูงให้ต้องคิดนาน นอกจากบุญที่ทั้งสองได้เคยสร้างร่วมกันมาชักนำมาพบปะพูดคุยเลยถูกใจ อย่างที่เรียกกันว่า
    “บุพเพสันนิวาส” (การได้อยู่ด้วยกันมาแต่ชาติปางก่อน)

    เพื่อสนับสนุนคำอธิบายเมื่อสักครู่ ผมอยากให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า

    ...ความคุ้นเคยมาแต่อดีตชาตินี้เองที่ทำให้พระนางปรับตัวได้ไวและได้ดีกับสถานะใหม่ ไม่อย่างนั้นแล้วคงจะเก้ๆกังๆอยู่นาน ยิ่งหากจะพูดถึงชาติปัจจุบันด้วยแล้วยิ่งไม่มีเหตุปัจจัยให้พระนางได้เรียนรู้และปรับตัวได้ไวขนาดนั้นแน่ เนื่องจากประสบการณ์รอบตัวมีแต่เข้าสวนหาเก็บดอกไม้ ไม่เคยได้คุ้นเคยกับชาววังแม้แต่น้อย

    ๐๐ดูเอาเถอะ ! ฤทธิ์ของบุญ แม้ทำครั้งเดียว แต่เป็นบุญสำคัญก็อาจไปเชื่อมโยงกับบุญเก่าได้แล้วแผลงฤทธิ์ให้ผลออกมาอย่างน่าอัศจรรย์

    ------------------------


    c10.jpg


    (ปรับปรุงจากหนังสือเรื่อง บุญฤทธิ์ เทพดล หรือ คนทำ ของ บรรจบ บรรณรุจิ)

    ขอบพระคุณที่มา
     
  2. 2499

    2499 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +6,019
  3. mrmos

    mrmos Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    699
    ค่าพลัง:
    +559

แชร์หน้านี้

Loading...