@.. บุพการีกับการสร้างบารมี ฯลฯ..@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 21 ธันวาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,313
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    ?temp_hash=337fa201e805fd0dfe04539797595707.jpg




    เรื่อง "รูปร่างกายนี้ล้วนเป็นสมบัติของพ่อแม่"

    (คติธรรม หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม)
    (วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร)

    ธาตุดิน เป็นสมบัติของบิดา
    ธาตุน้ำ เป็นสมบัติของมารดา

    พวกเราไม่ใช่ของเรา เดี๋ยวนี้เราใช้สมบัติของบิดามารดา เพราะฉะนั้นผู้ใช้เป็น เป็นบุญเป็นกุศลแก่ตน ผู้ใช้ไม่เป็น เป็นบาปเป็นกรรมเป็นโทษ ท่านจึงให้รักษา รักษาสมบัติของบิดามารดาไม่ให้ทำความชั่วช้าเสียหาย

    ฆ่าสัตว์
    ลักทรัพย์
    ประพฤติผิดในกาม
    พูดปดมดเท็จ
    ดื่มสุราเมรัย

    ถ้าใครรักษาได้แสดงว่ารักษาสมบัติของบิดามารดา ย่อมเป็นบุญ เป็นกุศล แก่ตนทุกภพทุกชาติ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,313
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    lp008-jpg.jpg

    อยากจะบอกว่าประสบการณ์ชีวิต ๕๐ กว่าปีที่ผ่านมา คนไหนทำอย่างไรกับพ่อแม่ เวลาตัวเองมีลูกเมื่อไรได้คืนทันที และได้คืนหลายเท่าด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ?

    เคยดื้อกับพ่อแม่เท่าไร พอมีลูกจะดื้อกว่าหลายเท่า เคยเถียงพ่อเถียงแม่ เคยทำร้ายพ่อแม่ หรือทำให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจเท่าไร ถึงเวลาลูกตัวเองจะทำมากกว่าที่เราทำกับพ่อแม่ เป็นอย่างนี้แทบทุกครอบครัวที่เคยเห็น

    ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะไม่รักเรา ถึงแม้พ่อแม่จะดุด่าเฆี่ยนตีเรา เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปโกรธไปเกลียดท่าน เราต้องคิดดูว่า ถ้าเราไม่มีท่าน เราก็ไม่มีที่เกิด เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นตัวเป็นตนได้ มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ในชาตินี้ ก็ด้วยร่างกายนี้ที่พ่อแม่ให้มา

    เพราะฉะนั้น..มีโอกาสแล้วทำดีกับท่านไป ขอให้ทุกคนเชื่อว่าทำดีแล้วต้องได้ผลดี แม้ว่าผลนั้นจะมาช้าไปหน่อยก็ตาม

    อาตมาเห็นหลายครอบครัวที่พ่อแม่เป็นคนเจ้าโทสะ ค่อนข้างจะร้ายกาจกับลูกหลานตัวเอง แต่พอลูกตั้งใจทำดีในศีล สมาธิ ปัญญา สั่งสมไปนานเข้า ๆ พอกำลังความดีสูง ก็สามารถที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของพ่อแม่ได้

    ดังนั้น..ถ้าเป็นไปได้ พ่อแม่ใครยังอยู่ เราควรให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์ท่านบ้าง กลับไปถึงบ้าน ต่อให้ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปฝาก ก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบท่านบ้าง "วันนี้สบายดีหรือเปล่า ? งานการเป็นอย่างไร ? มีคนช่วยไหม ? เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรหรือเปล่า ?" พ่อแม่ไม่ได้ต้องการอะไร แค่ต้องการให้ลูกสนใจพ่อแม่บ้าง

    มีครอบครัวคนจีนอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายโทนคนเดียว ทั้งพ่อและแม่เป็นคนขยันทุ่มเท เลี้ยงลูกเติบโตขึ้นมา หาสะใภ้ให้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา คนเป็นพ่ออายุสั้นตายไปเสียก่อน เหลือแต่แม่

    ปรากฏว่าลูกชายกลับมาถึงบ้าน ไปจ๊ะจ๋ากับเมียตัวเอง แม่นั่งอยู่ปากประตูกลับเดินผ่านไปทุกที เห็นแล้วนึกสะท้อนใจ เหมือนกับแม่เป็นตุ๊กตาเฝ้าหน้าร้านเฉย ๆ เราลองมาคิดดูว่า อย่างน้อย ๆ พ่อแม่เลี้ยงเรามาหลายสิบปี ส่วนคู่ชีวิตของเรามาทีหลังนานมาก แล้วเราไปให้ความสนใจกับคู่ชีวิตมากกว่า นี่ยุติธรรมแล้วหรือ ?

    ถ้าจะให้ดีก็คือ ให้ความสนใจเท่าเทียมกัน และถ้าเป็นไปได้ ให้ความสนใจพ่อแม่ให้มากกว่า รู้ว่าท่านชอบกินอะไร ถึงเวลาซื้อให้ท่านกินบ้าง มีโอกาสพาท่านไปเที่ยวบ้าง พาไปทำบุญใส่บาตร เข้าวัดเข้าวาตามโอกาสบ้าง ถ้าใครสามารถทำได้จะมีแต่ความเจริญแก่ตัวเอง อย่าไปคิดว่าโลกยุคใหม่ เราทำอย่างนั้นแล้วเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี ทำดีกับท่านไว้เถอะ ไม่เสียหลายหรอก ถึงเวลาลูกหลานมีตัวอย่าง ก็จะทำดีกับเราบ้าง
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • lp008.jpg
      lp008.jpg
      ขนาดไฟล์:
      92.6 KB
      เปิดดู:
      5
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,313
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    QG1STg&_nc_ohc=TAIdWL7saRUAQlRYs5JZeGIdaZgp_zkW-a55xrBCYhutwWaQHBKjywRYQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    #พระคุณบิดามารดายากจะเปรียบปานได้

    พระคุณของพ่อ – แม่ ยากจะเปรียบปานได้ #องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “บุรุษผู้มีกำลัง นำบิดา มารดาวางไว้บนบ่าแห่งตน เลี้ยงดูท่านเป็นอย่างดี ให้ท่านกิน ถ่าย นอน อยู่บนนั้น สิ้นเวลาร้อยปี ยังทดแทนไม่ได้แม้แต่คุณค่าคำหนึ่งแห่งน้ำนมที่กลืนกิน” ในโลกนิติคำโคลง เปรียบพระคุณพ่อ – แม่เอาไว้ว่า “คุณแม่หนา หนักเพี้ยงพสุธา คุณบิดรดุจอา กาศกว้าง” นับว่ามากมายจนประเมินค่าไม่ได้ ผู้ฆ่าพระอรหันต์ต้องอนันตริยกรรม ผู้ฆ่าพ่อ – ฆ่าแม่ก็ต้องอนันตริยกรรมเช่นกัน ดังนั้น การเปรียบว่า พ่อ – แม่ คือพระอรหันต์ของลูก จึงไม่นับว่าเกินเลยแม้แต่น้อย...

    เรื่องพระอรหันต์ของลูกนั้น ชาวจีนกล่าวถึงนิทานไว้ว่า ชายหนุ่มผู้ใฝ่รู้ต้องการพบพระอรหันต์ เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ จึงลามารดาคนเดียวของตน เพื่อเดินทางไปแสวงหาครูบาอาจารย์ แม้มารดาจะทัดทานเช่นไรก็ไม่เป็นผล...

    เขาบุกป่าฝ่าดงจนได้พบเซียนผู้วิเศษกลางป่าเขา พอทราบความประสงค์เข้า ท่านผู้วิเศษก็หัวเราะลั่น กล่าวว่า “เจ้าไม่น่าลำบากลำบนมาถึงเพียงนี้เลย ละแวกบ้านของเจ้าก็มีพระอรหันต์ ท่านใส่เสื้อกลับตะเข็บ และใส่รองเท้ากลับข้าง จงสังเกตให้ดี...”

    ชายหนุ่มดีใจนัก รีบเดินทางกลับภูมิลำเนาแห่งตน วันหนึ่งก็ถึงบ้านเกิด เขาจึงกลับบ้านไปหามารดาก่อน ฝ่ายแม่เฒ่าพอได้ยินเสียงลูกก็ผวาออกจากบ้านมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มมองดูมารดาอย่างพินิจพิจารณา แล้วทรุดกราบลงแทบเท้า...

    ที่แท้ดวงใจผู้เป็นแม่นั้น เฝ้าห่วงใยครุ่นคะนึงมิรู้วาย พอแว่วเสียงลูกชายก็ดีใจดังได้แก้ว คว้าเสื้อสวมรองเท้าอย่างรีบร้อน เลยใส่เสื้อกลับตะเข็บ ใส่รองเท้ากลับข้าง ชายหนุ่มจึงทราบทันทีว่า นี่คือพระอรหันต์ที่ท่านผู้วิเศษกล่าวถึง...!

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    อดีตที่ผ่านพ้นตอนที่ ๔๗ : แม่คนที่สอง
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,313
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    #ความกตัญญูกตเวทีที่ท่านพระอาจารย์มั่น_ภูริทตฺโต #มีต่อโยมมารดาแม่ชีจันทร์_แก่นแก้ว
    • ถ้ำจําปา มงคลสถานที่บรรลุธรรมของหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ปลงธรรมสังเวช และธรรมสถานที่บรรลุอนาคามีของแม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว (โยมแม่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) แล้วยังมีเรื่องราวที่ชวนให้สะกิดใจ เป็นเนติแบบอย่างให้กุลบุตรสุดท้ายภายหลังได้ถือปฏิบัติตาม คือเรื่องราว "ความกตัญญูกตเวที" ที่ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต มีต่อโยมมารดา

    เราอาจเคยได้ยินได้ฟังเรื่องของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ากตัญญต่อพระมารดาอย่างสุดซึ้ง ถึงขั้นเสด็จไปจําพรรษาโปรดพุทธมารดาบน สรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์

    มาในยุครัตนโกสินทร์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นอีกผู้หนึ่งที่พูดได้เต็มปากว่าไม่ทอดกิจธุระอันดีนี้ ซึ่งเป็นประเพณีของอริยะสาวกผู้ประเสริฐ เนื้อความในเรื่องนี้มีอยู่ว่า..

    ...หลังจากท่านพระอาจารย์มั่นนําโยมมารดาออกบวชในปีพุทธศักราช ๒๔๕๘ และนําโยม มารดาท่องธุดงค์ติดตามไปทั่วทุกทิศ บางครั้งถึงขั้นต้องสร้างกุฏิให้โยมมารดาพักบนต้นไม้สูงเพื่อ ป้องกันเสือมาคาบไปกิน (หลวงปู่ลี ผาแดง เล่าให้ฟัง) และแม้ท่านจะพาโยมมารดาของท่านปฏิบัติ อยู่หลายปี แต่โยมมารดาก็มิอาจบรรลุธรรมวิเศษใด ๆ ได้

    ด้วยความเมตตาห่วงโยมมารดาเพราะว่าแก่ชรามากแล้ว ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน วันหนึ่ง ท่านเข้าสมาธิภาวนาพิจารณาว่า “ทําไมโยมมารดายังไม่บรรลุธรรมวิเศษเป็นเพราะเหตุอันใด?” คําตอบผุดขึ้นมาว่า “เหตุที่โยมมารดายังไม่บรรลุ ก็เพราะยังไม่พบอาจารย์ที่ถูกจริต เหมือนยา ยังไม่ถูกกับโรค”

    “แล้วอาจารย์ที่ถูกจริตโยมมารดาคือใคร?”
    “คือท่านอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล”
    “เพราะเหตุใด”
    “เพราะในอดีตชาติ โยมมารดาเคยเป็นลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์เสาร์มาก่อน ผู้ที่จะสอนโยมมารดาได้ต้องเป็นท่านพระอาจารย์เสาร์เท่านั้น เพราะท่านทั้งสองมีบุพเพแต่หนหลัง เคยเป็นศิษย์อาจารย์เกื้อกูลกันมาช้านาน ผู้อื่นมิอาจสอนโยมมารดาได้”

    จากนั้นท่านพระอาจารย์มั่นจึงดั้นด้นนําโยมมารดามาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับท่านพระอาจารย์เสาร์ ท่านพระอาจารย์มั่นท่านต้องออกเดินบิณฑบาตไปไกลถึงบ้านหนองสูงมีระยะทางไปกลับราว ๘ กิโลเมตร เพื่อนําอาหารบิณฑบาตมาเลี้ยงโยมมารดา

    ท่านทั้งหลาย! ลองคิดดูเถิดว่า “ภายใต้หน้าผาอันน่าสะพรึงกลัว มีกุฏิหลังน้อยเพียงพอตัวคน ๆ หนึ่งอาศัย ซ่อนอยู่ใต้ผาอันลึกลับ นั้นคือ กุฏิคุณแม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว สตรีผู้ปรารภความเพียรในปัจฉิมวัย และเป็นสตรีคนสําคัญต่อวงศ์พระกรรมฐาน เพราะเป็นแม่ผู้ให้กําเนิดท่านพระอาจารย์มั่น พระบิดาพระกรรมฐานผู้ยิ่งใหญ่ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์

    ท่านทั้งหลาย! สถานที่ที่แม่ชีจันทร์ อาศัยอยู่นั้นเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย ๆ เช่น เสือ หมี งู ฯล ที่สามารถพรากวิญญาณมนุษย์ออกจากร่างได้ในพริบตา ยิ่งเป็นสตรีซึ่งเป็นเพศอ่อนแอ แก่เฒ่าชรา หากใจไม่หาญกล้าเกินชายแล้วละก็ ย่อมมีอาจดํารงตนอยู่ได้

    ทางเดินจงกรมตั้งอยู่กับระนาบยาวตามหน้าผา ผู้เดินจงกรมต้องใจกล้าออกมาเผชิญหน้าท้าสัตว์ร้าย ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าพวกมันจะออกมาหาในเวลาใด อีกทั้งน้ำท่าฟืนไฟหาความสะดวกไม่มีเลย

    แต่ด้วยใต้ร่มธรรมแห่งองค์หลวงปู่เสาร์ปกคลุม อีกทั้งร่มเงาแห่งต้นไม้ใหญ่ใบดกหนาที่อยู่รายรอบ อันได้แก่ ต้นมะขาม ต้นตะแบก ต้นเปือย เป็นต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงาในอันช่วยส่งเสริมกําลังจิตให้คุณแม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว ได้ “บรรลุพระอนาคามี” ณ ที่จงกรมนั้น

    เล่ากันว่าในวันที่ท่านเดินจงกรมภาวนาบรรลุธรรมชั้นอนาคามีนั้น ปรากฏมีแสงสว่างจ้า ไปทั่วบริเวณเทือกผาป่าเขาแห่งถ้ำจําปานั้น แม้ชาวบ้านผู้อยู่ห่างไกลออกไปถึง ๘ กิโลเมตรก็ยังสามารถมองเห็นได้ซึ่งแสงสว่างอันอัศจรรย์นั้น

    ด้วยญาณหยั่งทราบ ทําให้ท่านพระอาจารย์มั่นทราบได้ว่าโยมแม่จะหมดอายุขัยในวัย ๗๐ ปี

    ออกพรรษาในปีนั้น ท่านรีบเดินทางมารับโยมมารดาจากถ้ำจำปา มุ่งสู่เมืองดอกบัว จังหวัด อุบลราชธานี

    วิธีการนําโยมมารดากลับบ้านโดยปลอดภัย ซึ่งต้องผ่านภูเขาน้อยใหญ่อันเป็นทางภูเขาสูง และลาดชัน ท่านให้ชาวบ้านสานตะกร้า ลักษณะเหมือนชะลอมใบใหญ่ ๆ มีหูหิ้ว มีความแข็งแรง มั่นคง ให้แม่ชีจันทร์นั่งในตะกร้าที่มีผ้ารองอ่อนนุ่มเหมือนเด็กน้อยนั่งในเปล แล้วให้ชาวบ้าน หามส่งต่อกันเป็นทอด ๆ จากหมู่บ้านนี้สู่หมู่บ้านโน้น จากตําบลนี้สู่ตําบลโน้น จากอําเภอนี้สู่อําเภอโน้น ท่านนําโยมแม่ไปพักที่บ้านห้วยทราย อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหารก่อน แล้วต่อไป ยังอำเภออํานาจเจริญ(สมัยก่อนยังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี)

    เมื่อได้ยินได้ฟังวิธีการอันชาญฉลาดที่ท่านนําโยมมารดาผู้อาพาธกลับบ้านเกิด ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวคําว่า “สาธุ” พร้อมกับความรู้สึกอันปลื้มปริ่มตาม

    ต่อจากนั้น ลูกหลานของท่าน ซึ่งได้นําเกวียนมาคอยรับโยมมารดากลับไปยังเมืองอุบลราชธานี

    ในที่สุดท่านและลูกหลานก็ได้นําโยมมารดากลับถึงบ้านโดยปลอดภัย

    โอกาสอันควร เมื่อโยมมารดา (แม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว) อายุครบ ๗๐ ปี ก็ได้เสียชีวิต ท่านพระอาจารย์มั่นได้เป็นผู้จัดการงานพิธีศพให้กับโยมมารดาด้วยตัวของท่านเองด้วยความงดงาม เรียบร้อยบริบูรณ์ทุกประการฯ

    ส่วนแม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว โยมมารดาของท่านพระอาจารย์มั่น ขอยกมากล่าวเพียงเท่านี้

    จากบทสัมภาษณ์หลวงปู่สนธิ์ อนาลโย โดยพระมหาธีรนาถ อคฺคธีโร
    คัดลอกมาจากหนังสือ กตัญญุตา บูชาคุณ ๘๔ ปี หระเทพมงคลญาณ(สนธิ์ อนาลโย) วัดพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ; หน้า ๑๐๘ - ๑๑๐ ; พิมพ์เมื่อ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ; จัดทำเรียบเรียงโดย พระมหาธีรนาถ อคฺคธีโร วัดป่าภูผาสูง นครราชสีมา ขออนุญาตคัดลอกมาเพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน กราบสาธุ

    ภาพประกอบจากหนังสือ พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกัมมัฏฐาน ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล วาดโดย เอ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน

    หมายเหตุ : วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส อำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม (ปัจจุบันคือ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร) สถานที่แห่งนี้ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตได้ไปจำพรรษากับท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พ่อแม่ครูอาจารย์ที่ท่านเคารพยิ่ง ซึ่งท่านได้ปฏิบัติ “อาจริยวัตร” ตั้งแต่ล้างบาตร ซักจีวร ตักน้ำ ฯลฯ ถวายท่านพระอาจารย์เสาร์ทุกอย่างเหมือนพระบวชใหม่ แม้ท่านจะมีอายุพรรษา ๒๐ กว่าแล้ว และ ณ ที่นี้ ท่านได้ถวายความรู้แด่ท่านพระอาจารย์เสาร์ เรื่องที่ท่านพระอาจารย์เสาร์ ปรารถนาความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วย

    #๑๕๐ปีชาตกาลท่านพระอาจารย์มั่น_ภูริทตฺตเถร

    อ่านเรื่องราวเกร็ดประวัติและธรรมสถานท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้ที่ลิงค์ครับ https://m.facebook.com/thindham/albums/2832391923477997/?ref=m_notif&notif_t=feedback_reaction_generic

    _/\_ _/\_ _/\_

    c_oc=AQl-3e4YCF1cha-rcwWvQ8JJD2thqVnj-Bqdehpt1iifb6QhuHatNtSUl6jQkKQ8lvA&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    **************************************


     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,313
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    ขอให้ใส่บาตรให้โยมพ่อแม่ก่อนจึงใส่ให้พระ บุญจะไม่มีทางเกิดขึ้น หากเราปล่อยบุพการีให้หิวโหยแต่ไปเลี้ยงดูคนอื่นให้อิ่มหนำสำราญ บุญนี้ทำได้ง่ายที่สุดไม่ได้มีพิธีรีตอง ไม่ต้องสวดมนต์คาถา ทำได้เลย และทำได้ทุกวัน

    ใครที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ก็เลี้ยงด้วยอาหารใจ ให้ความรัก ความคิดถึง ให้ความอบอุ่นผูกพัน ผู้ปฏิบัติได้เช่นนี้ บุญอย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ทำยังไงก็ขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จได้แน่นอน

    โอวาทธรรม
    หลวงปู่ปรีดา(ทุย) ฉันทกโร
    วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.สกลนคร


    c_oc=AQky0-trtqShvIjEz0xipn5ACwEvuAz4w8oW6xSlueI-qWGV0T2llrvVJiMKPwHAa34&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    -----------------------------------------------------


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...