บูชาพระขรรค์-พระแสงขรรค์สลีศรีกัณไชย บรรจุคตปรอทหิน-ชมพูนุชและมวลสารพันแปด

ในห้อง 'ร้องเรียนและปัญหา' ตั้งกระทู้โดย DevilBitch, 19 พฤศจิกายน 2009.

  1. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    199
    ค่าพลัง:
    +63,242
    การเอาปืนมาลงจะมาขู่ใครหรือเปล่าครับ .38หรือ 11มม.ก็ไม่กลัวครับเพระหากปืนมีทะเบียนแต่ไม่มีใบอนุญาตให้พกเอามาขู่ก็ไม่กลัวครับระวังนะครับยายเดี่ยวของมันจะเข้าตัวแค่นี้ก็บาปกรรมหลอกชาวบ้านทำสิ่งที่ตนเองทำไมได้ อย่างพระแสดงดาบสรีกัญไชย ก็บาปพอ ยังมาขู่ให้คนโต๊ะจายอีก นะ ปืนไม่มีใบอนุญาตพกหรือเอามาขู่ก็ผิดกฏหมายครับ
     
  2. nakonpanom

    nakonpanom Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    31
    ค่าพลัง:
    +65
    ผมไม่เข้าใจว่าจะเอาปืนเข้าพิธีอันศักดิ์สิทธิ์เพื่ออะไรพระท่านมีแต่จะสงเคราะห์ ปืนมีไว้ทำลาย ถ้าบอกว่าเอาไว้ยิงผีก็คงฟังไม่ขึ้นนะ ยังไม่เคยได้ยินว่าครูบาอาจารย์ที่ใหนทำพิธีปลุกเสกปืน ถ้าเป็นลูกปืนพอได้ยินอยู่
     
  3. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,628
    กระทู้เรื่องเด่น:
    143
    ค่าพลัง:
    +104,514
    ผมขออนุญาตตอบแทนนะครับ

    เรื่องปืนนั้น เกี่ยวกับการนำเข้าพิธีโสฬสครับ ไม่ได้เอามาขู่แต่ประการใดครับ

    เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่า เมื่อนำศาสตราวุธเข้าพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลครับ เหมือนพระขรรค์โสฬสครับ

    ในพิธีโสฬสนั้น พระท่านอนุญาตให้นำศาสตราวุธเข้าพิธีได้ เพื่อเป็นสิริมงคลครับ

    แต่ถ้าเอาเข้าพิธีและนำอาวุธไปใช้ทำร้ายใคร กรรมจะสนองหลายเท่าตัวครับ

    โมทนา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กันยายน 2010
  4. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,628
    กระทู้เรื่องเด่น:
    143
    ค่าพลัง:
    +104,514
    เรื่องภาพพระขรรค์ของยายผีป่านั้น คุณกิ๊กโทรมาบอกผมว่า มีภาพอยู่ใน Facebook
    และให้ผมเอามาโพสต์ในกระทู้นี้ แต่ผมแจ้งไปว่า ผมไม่สะดวกโพสต์ให้ เพราะผมเป็นทีมงาน ดังนั้นถ้าจะให้ดี ยายผีป่าควรจะมาโพสต์และชี้แจงเอง

    โมทนา
     
  5. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,779
    ค่าพลัง:
    +36,901
    สวัสดีค่ะทุกท่าน
    แหม...ฝ่ายแค้นตั้งหน้าเอาเป็ฯเอาตายกับอิฉันเสียจริง ๆ คนจะฆ่าคนเขาไม่มาประกาสบอกใครหรอกนะคะว่า "ฉันจะฆ่าแก"
    ส่วนมากหมามันเห่ามันไม่กัดหรอก ไอ้หมาที่มันจะกัดนั่นมันมักจะกัดเงียบ ๆ หรือที่เขาเรียกว่า "หมาลอบกัด " นั่นเอง
    เรื่องเอาเรื่องปืนมาเล่านั้น เพราะเมื่อสามปีก่อน มีนายทหารที่จะลงไปประจำการที่ภาคใต้ ท่านติดต่อมาขอให้ยายผีป่านำอาวุธส่วนตัว
    ของท่านเข้าพิธีที่วัดท่าขนุนให้ด้วย ซึ่งยายผีป่าก็ไม่ได้แจ้งใครหรอกค่ะว่า "จะเอาปืนเข้าพิธี" แต่หลวงพี่เล็ก ท่านประกาศอออกไมค์ว่า
    "ใครที่เอาปืนมาเข้าพิธี ช่วยแยกลูกออกด้วย" เมื่อเข้าพิธีเร็จก็ติดต่อให้ท่านมารับไปด้วยตัวเอง ซึ่งหลวงพี่เล็กท่านก็เคยเล่าเรื่องสมัยหลวงพ่อ มีคนได้ปืนที่ผ่านการเข้าพิธียุคหลวงพ่อไป (เจ้าคมน์คงได้ยินนะถ้างานวันนั้นได้ไปเข้าพิธีนั้นด้วย)
    ส่วนปืน . ๓๘ ที่ยายผีป่าบอกว่าจะเก็บเอาไว้เองนั้น
    คนที่มีปัญญาลองใช้ปัญญาคิดดูนะคะว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไรที่เกี่ยวกับเลข ๓๘ บ้าง
    ที่มาเขียนเรื่อง .๓๘ กับ ๑๑ นี่ แฟนคลับเขารู้กัน
    อีกอย่างนายทหารท่านนั้น ท่านติดต่อมาแต่ยายผีป่าตอบทางข้อความส่วนตัวช้า เพราะเน็ตไม่เอื้อ จึงตอบหน้าบอร์ด
    ท่านถามมาว่า
    "ยายครับพอมีปืนอะไรที่เคยนำเข้าพิธีหลวงพี่เล็กให้ผมอีกสักกระบอกไหม"
    ยายเลยตอบ .๓๘ ขอยายเก็บไว้ใช้เองก่อน

    ใครจะโจมตีอย่างไร เชิญโจมตีไปเลยค่ะ หากมันทำให้ท่านสบายใจ
    คุณล้มล้างผู้หญิงคนนี้ได้ คุณภูมิอกภูมิใจ เล่าบอกรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างเต็มภาคภูมิ เชิญเลยค่ะ เผื่อบางทีมันช่วยให้ชาติเจริญได้
    ..............................................

    เมื่อวานเพื่อนที่ทำงานโรงพยาบาล เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ถามเกี่ยวกับการที่จะเข้าพิธีของลัทธิจากต่างประเทศ (อ้างว่าเป็ฯพุทธแต่ไม่ใช่พุทธสมบูรณ์)
    โดยอยากเข้าไปเพื่อค้นหาคำตอบที่แตกต่าง และอยากให้ครอบครัวได้เข้าถึงของแท้ (ตามหาของแท้ว่างั้นเหอะ)
    ดิฉันตอบเพื่อนว่า

    "ตัวเอง...อยากรู้ใช่ไหมว่าเราเป็นของแท้ไหม ให้ตัวเองดูนะว่า มีสมบัติที่เรียกว่า "อริยะสมบัติ(ทรัพย์)ทั้ง ๗ ไหม" (ดิฉันก็อธิบายว่าอริยทรัพย์ ๗ ประการ มีอะไรบ้าง เอ้า น้องจอนนี่ เฝ้าหน้าจอประจำ ลองเชริตมาตอบให้คนอื่น ๆ รู้ได้ไหมว่า อริยทรัพย์ ๗ ประการ ที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้มีอย่างไรบ้าง)
    เมื่อเพื่อนได้พิจารณษทุกข้อแล้ว ตนและสามีไม่มีพร่องตรงไหนเลย มีจริตสมบรูณ์ จนมีทรัพย์ ๗ ประการก่อให้เจริญตามที่พระพุทธเจ้าประสงค์ เพื่อดิฉันจึงถึงบางอ้อว่า

    "ของแท้ คืออะไร"
     
  6. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,779
    ค่าพลัง:
    +36,901
    ก่อนนอนคืนนี้

    ยายผีป่าอยากถามย้อนทุกท่านไปว่า


    "คุณคือคนแท้ หรือคนเทียม"

    ที่นี่คือเวบรวมคนพุทธ ผู้มุ่งหวังเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน


    ท่านคือผู้เกิดมาเพื่อตามรอยพุทธะหรือไม่

    ท่านคือผู้ผู้ต้องการหลุดพ้นบ่วงทุกข์หรือไม่

    ท่านอยากเกิดมาเป็นคนอีกหรือไม่


    เวลาของท่าน และของฉัน เหลือไม่มากหรอกนะ


    ถามตัวเองอีกครั้งว่า



    "ฉันเกิดมาเพื่ออะไร ฉันอยู่เพื่ออะไร ฉันจะไปไหน"
     
  7. ศิษย์หลวงปู่กวย009

    ศิษย์หลวงปู่กวย009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,867
    ค่าพลัง:
    +17,312
    เรื่องที่ตอบข้างบน ผมว่า ไม่ใช่ สาระเลยครับ

    มาตอบ เรื่องที่เกิดปัญหา ขึ้น ดีกว่า


    ที่คุณ คมน์ ลงไว้ให้มาลงรูปพระขรรค์ให้ดูกัน อ่ะ

    คุณคมน์ เยี่ยม มากครับ ที่ไม่เป็นเอามาลง ไม่งั้น คงโดน เข้าใจผิดไปด้วย

    แล้วเรื่องระยะเวลา ที่แจ้ง ผู้จอง ไว้แต่ครั้งแรก คืออะไร

    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ฤาษี [​IMG]
    ..................

    ข้อความจากยายผีป่าฝากถึงเพื่อนธรรมที่จองพระแสงดาบค่ะ ตามที่คุณฤาษีบอกไว้ค่ะ ยายบอกว่าอดใจรอกันสักหน่อยนะคะ ประมาณปลายเดือนมิถุนายน ท่านจะได้ยลของแน่นอนค่ะ ของดีมีฤกษมียามค่ะ ใจเย็นๆนะคะ

    ยายผีป่าฝากความคิดถึงมายังทุกๆท่านค่ะ ทั้งผู้ที่รักยายและผู้ที่ชังยาย ยายขอให้ท่านๆมีความสุขกันทุกคนค่ะ

    </TD></TR></TBODY></TABLE></B></U>



    ผมว่าเรื่องมันอยู่ที่ว่า ได้บอกกับผู้จอง ว่าปลุกเษก เสร็จแล้ว จะจัดส่งมอบให้ผู้จองเมื่อไร ถ้าตามกำหนด ฤกษ์ปลุกเษก ถึงตอนนี้ ก็ นานแล้ว แล้ว คุณ หยกแดง มาแจ้งว่า พึ่ง จะตีเสร็จ แล้วก่อนหน้านี้ ผู้จัดสร้าง บอกว่า กำลังเดินสายนำพระขรรค์ ไปปลุกเษกเพิ่ม ตกลงคืออะไร และ ที่บอกจะได้รับของ เดือน มิถุนายน คืออะไร แล้วถ้าพึ่งตีเสร็จ ฤกษ์ที่จะปลุกเษก ล่ะ ก็เลยมาแล้วไม่ใช่หรอ<!-- google_ad_section_end -->

    <HR style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff; COLOR: #ffffff" SIZE=1>



    เรื่องภาพพระขรรค์ของยายผีป่านั้น คุณกิ๊กโทรมาบอกผมว่า มีภาพอยู่ใน Facebook
    และให้ผมเอามาโพสต์ในกระทู้นี้ แต่ผมแจ้งไปว่า ผมไม่สะดวกโพสต์ให้ เพราะผมเป็นทีมงาน ดังนั้นถ้าจะให้ดี ยายผีป่าควรจะมาโพสต์และชี้แจงเอง

    โมทนา<!-- google_ad_section_end -->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2010
  8. กำธร นครปฐม

    กำธร นครปฐม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    2,756
    ค่าพลัง:
    +7,186
    คุณยายผีป่า คอมพ์ซ่อมแล้วหรือครับ เห็นมาตอบที่หัวข้อนี้ประจำ แต่ที่หัวข้อยังไม่ได้คืนเงิน 260,000 บาท จากคุณยายผีป่า โดยคุณดาวจรัสแสง ไม่เห็นคุณยายไปตอบซักเท่าไร่ เลย ไอ้เรื่องคนแท้คนเทียมคุณยายเลิกพูดไปได้เลย ยายเองก็น่าจะรู้ว่าตัวเองแท้หรือเทียม นะครับ แล้วที่คุณยายบางอ้อว่า ของแท้คืออะไร นั้น ผมว่าอย่าหลงตัวเองเลยครับคุณยาย เรื่องศีล 5 ข้อมุสาฯ คุณยายยังรักษาไม่ได้เลย ส่วนข้ออทินนาฯนั้นคุณยายต้องรู้ตัวเองดีว่ารักษาไว้ได้หรือไม่ ส่วนเรื่องสัจจะบารมี คุณยายก็เลิกพูดได้เลยครับ เพราะอะไรตัวคุณยายเท่านั้นที่รู้เองอีกเหมือนกัน อย่าพยายามอ้างธรรมมะเลยดีกว่า ถ้าให้ผมอ้างธรรมมะอย่างคุณยาย แล้วผัดผ่อนเรื่องพระขรรค์ชัยศรี หรือเรื่องคืนเงิน 260,000 บาท ให้กับคุณดาว (นัดครั้งละ 3 เดือน) หรือถ้าให้ผมเป็นคนแท้อย่างคุณยาย ผมคิดว่าผมไม่เป็นหรอกครับ ผมขอเป็นคนเทียม ที่ไม่โกหกใครเพื่อให้คนอื่นเดือดร้อน หรือประสงค์จะเอาทรัพย์สินของคนอื่น อย่างนี้ดีกว่ากันเยอะครับ ผมเองเป็นชาวพุทธครับ โดยกำเนิด ปากไม่เคยพร่ำบอกเอ่ยอ้างธรรมมะของพระพุทธเจ้า แต่พ่อแม่สอนผมให้เป็นคนดี ไม่โกหกใคร และไม่ลักทรัพย์ หรือคดโกงของใคร (โดยเฉพาะขายพระเก๊ หรือหลอกขายของเก๊) ลูกเขาเมียใคร ไม่ให้ยุ่งโดยเด็ดขาดครับ ธรรมมะของผมมีแค่นี้ครับ แค่จำคำของเตี่ยที่สอนไว้ครับ ส่วนธรรมมะชั้นสูง ผมไม่รู้ครับ หมายความว่าอย่างไร ฟังแล้วงง ภูมิจิตภูมิธรรมผมไม่ถึงครับ และก็ระลึกชาติไม่ได้ว่า ชาติก่อนผมเกิดเป็นอะไร เพียงแต่ชาตินี้ จำคำสอนของบุพการีไว้ครับว่า อย่าโกงใครเขากิน แค่นี้พอครับ
     
  9. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,628
    กระทู้เรื่องเด่น:
    143
    ค่าพลัง:
    +104,514
    เรื่องรูปพระขรรค์ ผมต้องขออภัยครับ พอดีพี่กิ๊กโทรมาแจ้งว่า เป็นภาพกระท่อมครับ ตอนแรกผมฟัง ก็นึกว่ารูปพระขรรค์ (เขาบอกให้มาโพสต์ในกระทู้พระขรรค์ สงสัยผมฟังผิดไป)

    ยังไงตอนนี้ยายผีป่าก็ยืนยันว่า พระขรรค์ทำเสร็จแล้วนะครับ (เชือกแดงก็ได้มาแล้ว) ดังนั้น เราคงต้องรอชมภาพพระขรรค์ครับ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ แต่คิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหาครับ

    สำหรับเรื่องปืนนั้น ผมก็ยืนยันตามที่ยายผีป่าพูดนะครับว่า "ไม่ได้ขู่" เพียงแต่ยายผีป่าพูดกับคนที่สนใจ ซึ่งคนที่เคยไปร่วมพิธีนั้นจะทราบดีครับว่า ศาสตราวุธที่นำเข้าพิธีจะเป็นสิริมงคลครับ และพระท่านห้ามเอาไปทำร้ายใครครับ

    ดังนั้น ท่านที่เข้าใจผิด ก็คงจะคลายข้อสงสัยนะครับ

    โมทนา
     
  10. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    199
    ค่าพลัง:
    +63,242
    แท้เทียมอะไรผมว่ายายกำลังหลงประเด็นหลอกเอาเงินคนเขาไปตั้งมากมาย ของก็ไม่มีวิชาเสกก็ยังตะพึตะพือจะทำ ระวังความวิบัติจะบังเกิดครับ ฤกษ์ก็เลยเวลา แล้วก็ไม่รู้ว่าเสกไปจะเป็นอย่างไร ผมก็บอกแล้วว่ายายอุตริทำตั้งแต่แรกก็เกิดปัญหาแบบนี้แหล่ะ พระขรรค์เสร็จก็น่าคิดว่าเลยเวลามาแล้วจะเป็นอย่างไร สร้างไม่ได้ตามศาสตร์ของเขาจะเกิดสิ่งใดขึ้น ผมไม่ภูมิใจหรอกที่ล้มยายได้ แต่ผมเป็นห่วงของเขาเป็นเครื่องสูงสำหรับราชการงานแผ่นดินล้านนา แต่ยายกับไม่รู้ศาสตร์ไม่รู้แม้กระทั่งคาถาสักตัวที่จะจารลงพระแสงดาบสรีกัญไชย ก็เท่ากับยายหลอกคน หลอกตัวเอง ศาสตร์บางศาตร์ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางนี่ไม่มีก็อุตริทำขึ้นมา ไม่กลัวบาปบ้างเหรอยาย ไม่ต้องมาขู่มาพูดเรื่องบาปบุญหรอกครับ ยายก็เหมือนพวกแม่ชีง๊อไบ๊ในหนังจีน ปากก็อ้างพระพุทธองค์แต่ในใจมีแต่ความโลภโมโทสันคนอย่างยายไม่มีคุณค่าให้ยกมือกราบได้หรอกครับอย่าเอาพระธรรมมาพูดให็ศาสนามัวหมองเลยอย่าอ้างคำพระเพราะตัวยายยังเลวอยู่เลยครับ ขอร้อง เห็นด้วยกับท่านกำธรทุกประการครับ ขอชมพี่โคโมโดที่วางตัวเป็นกลางได้ดีครับ อยากฝาก ยายไว้ว่า
    ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้มักไม่จริง พวกชอบโอ่อย่างยายถือว่าของเก๊เทียมครับสำหรับผม
     
  11. กำธร นครปฐม

    กำธร นครปฐม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    2,756
    ค่าพลัง:
    +7,186
    ตั้งแต่ดูกระทู้คุณคมน์ตอบมา ก็มีกระทู้ตอนหลังนี้แหละครับ ที่คุณคมน์วางตัวเป็นกลางได้ดีจริง ๆ อย่างทีท่านจอนนี่บอกไว้ (ชมจากใจจริง) แต่อยากขอแนะนำแกมขอร้องนิด ๆ คุณคมน์ไว้ว่า ถ้าติดต่อจำเลยได้ ก็ให้ตอบมาเลยว่าของจะได้เมื่อไร หรือจะคืนเงินได้เมื่อไร ให้ตอบแบบเนื้อ ๆ ครับ ไม่ต้องอ้างธรรมมะให้เปลืองเนื้อที่และเปลืองเวลาในการอ่าน แถมทำให้ปวดหัว มึนงงอีกต่างหากครับ เพราะธรรมมะนั้นหาอ่านได้เยอะแล้วครับในเว็บพลังจิต และแถมยังเป็นธรรมมะจากพระอริยะเจ้าหลาย ๆ องค์ ซึ่งเชื่อถือได้ และกลั่นออกมาจากดวงจิตอันบริสุทธิ์ของท่านทุก ๆ องค์ ไม่ใช่พวกประเภทมือถือสากปากถือศีล แอบอ้างธรรมมะข้อโน้น ข้อนี้ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และซื้อเวลา น่าเบื่อครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2010
  12. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,684
    ค่าพลัง:
    +5,803
    "ของแท้ คืออะไร"
    คำตอบ....สวยเลือกได้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,628
    กระทู้เรื่องเด่น:
    143
    ค่าพลัง:
    +104,514
    โมทนาครับ เรื่องการตอบ ผมใช้มาตรฐานเดียวกันตลอดนะครับ แต่ที่ผ่านมา บางครั้งคนที่ไม่ได้อ่านเนื้อหาตั้งแต่ต้นก็อาจจะมองว่าเอียงไปบ้าง แต่เรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า เว็บพลังจิตเน้นการ "ยุติ" ด้วย "ธรรม" ครับ

    สำหรับเรื่องพระขรรค์ของยายนั้น คนที่ควรถามได้ดีที่สุด คือ คนที่บูชาพระขรรค์ไปครับ ตัวผมเอง ก็เคยถามยายผีป่าเหมือนกันว่า จะส่งได้เมื่อไหร่ ซึ่งจากการประเมินของผมนั้น คาดว่าจะเป็น "ไตรมาส 1 ของ ปี 54" ครับ เพราะพิธีหลักที่ยายผีป่าจะนำเข้าพุทธาภิเษก คือ เสาร์ห้า ซึ่งตรงกับวันที่ 11 ธ.ค. 53 นี้

    ทั้งนี้ในพิธีเป่ายันต์นั้น ครูบาอริยชาติ ซึ่งน้องจอห์นนี่แจ้งว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดวิชานี้น่าจะมาร่วมพิธีที่วัดท่าขนุนด้วย ดังนั้น คนที่บูชาพระขรรค์ไปคงจะสบายใจขึ้นนะครับ

    อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของจอห์นนี่นั้น การทำสลีศรีกัณไชย มีรายละเอียดเยอะ ซึ่งยายผีป่าอาจจะต้องขออนุญาตครูบาอริยชาติโดยตรงด้วยครับว่า ท่านยินยอมหรือไม่ เพราะเท่าที่ผมทราบมานั้น วัตถุมงคลที่เข้าพิธีเป่ายันต์นั้น ถ้าไม่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง วัตถุมงคลก็จะไม่มีผลครับ (พระท่านไม่รับรอง หรือ พูดง่าย ๆ คือ พระท่านไม่เสกให้) ดังนั้นเรื่องนี้ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของยายผีป่าในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ครับ

    สำหรับระยะเวลาจัดส่งนั้น คงต้องดูว่ายายผีป่าจะนำไปให้พระท่านเมตตาพุทธาภิเษกให้เพิ่มเติมนั้น ผมไม่ทราบว่า ยายจะนำไปที่ไหนบ้างครับ เพราะเรียนตามตรงว่า ผมไม่ค่อยได้ติดตามกระทู้ในห้องพระเครื่องมากนัก ส่วนใหญ่ผมจะบอกบุญของเว็บ จัดทริปไปวัดท่าซุงทุกเดือน และดูแลห้องกฎแห่งกรรมมากกว่า

    ผมเรียนตามตรงว่า เท่าที่ผมรู้จักยายผีป่า (อาจจะไม่สนิทมากนัก) ความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่า "ยายผีป่า" ไม่ใช่คนขี้โกง แต่กรณีที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องคุณดาว ต่อเนื่องมาที่กระทู้พระขรรค์นี้ อาจทำให้ชื่อเสียงที่ยายผีป่าสั่งสมมาเสียหายไปพอสมควร

    แต่ผมก็เชื่อว่า ยายผีป่า มีความจริงใจที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ทั้งในเรื่องของการคืนเงินให้คุณดาวเต็มจำนวน หรือ การจัดส่งพระขรรค์ให้ผู้บูชา

    อย่างไรก็ดี ผมก็ยอมรับว่า ยายผีป่าต้องหาเวลาเข้ามาตอบคำถามของสมาชิกท่านอื่นด้วย โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างพระขรรค์ ซึ่งจากข้อมูลของน้องจอห์นนี่ที่โพสต์ไว้ในเรื่องของวิชาที่สืบทอดกันมา ดังนั้นเพื่อความสบายใจ ยายผีป่า คงจะต้องอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจด้วย เพราะการสร้างพระขรรค์ในครั้งนี้ ยายทำในนามส่วนตัว ซึ่งยายจะรู้รายละเอียดมากที่สุด โดยเฉพาะการนำไปเข้าพิธีต่าง ๆ ว่ามีพิธีใดบ้าง

    แน่นอนว่า พระขรรค์สร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้พลาดพิธีหลายพิธีไป ดังนั้นยายผีป่า คงจะต้องชี้แจงในเรื่องนี้เพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บูชา

    นอกจากนั้น คุณพ้น ซึ่งยายมอบหมายให้เข้ามาช่วยสรุปยอดคนบูชา ควรจะเข้ามาอับเดทสถานะการจองและการโอนเงินให้ชัดเจน รวมทั้งติดต่อผู้เช่าเพื่อยืนยันสถานที่จัดส่ง เพราะบางคนอาจมีการย้ายที่อยู่ได้

    ผมตอบเท่านี้ก่อนนะครับ

    โมทนา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กันยายน 2010
  14. ศิษย์หลวงปู่กวย009

    ศิษย์หลวงปู่กวย009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,867
    ค่าพลัง:
    +17,312
    พระขรค์ เสร็จ แล้ว ก็ ควร ถ่ายรูปมาลงให้ดูกัน ว่า เสร็จ ถึง ขั้นตอนไหนแล้ว

    ไม่ใช่มา พิมพ์เป็น ตัวหนังสือ บอก ว่า เสร็จ แล้ว ใครๆๆๆๆๆๆ ก็ทำได้ แบบนี้ แค่มาจิ้มๆๆแป้นพิมพ์

    มาตอบในกระทู้ ก็ ไม่เห็น จะตอบ เรื่องพระขรรค์ ให้ กระจ่าง ซักที ดึงเวลาไปเรื่อย แล้วที่บอกยังค้างค่า ตีมีด กับ ช่าง อ่ะ แล้วเงินที่ คนจองโอนไปล่ะ ไปไหนหมด เพราะ คนจองพระขรรค์ ก็ต้องเอาเงินจอง พระขรรค์ ไปให้ช่างตีพระขรรค์ ไม่ใช่ไปทำอย่างอื่น อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง แล้วจะมาบอกว่ายังค้างเงิน ช่างอยู่ เพราะท่านบอกให้นำไปให้วันรับของ แล้วทำไม ไม่มาลง แจ้งในกระทู้ เป็นระยะ ว่า พระขรรค์ ตีเสร็จแล้ว แต่ขาดเชือกแดง มีแต่ เงียบ หายไปเลย แล้วก็ ฝากคนอื่น มาโพสต์แทน หรือไม่ ก็ อ้าง คอมเสีย อยู่ตจว.บ้าง ไม่สบายบ้าง

    แต่ตอนมาแจ้งให้ผู้จอง โอนเงิน เข้ามาได้ตลอด คอมดีตลอด


    แล้วคนที่ มอบหมาย มาให้ อัพ เรื่องการจอง การโอนเงิน ก็ เข้ามา แค่ 2 วัน หลังจากนั้น หายไปเลย


    แล้วเรื่อง ปืน ที่มาลงในกระทู้ ผมว่า คนที่เข้ามา ไม่ได้ สนใจเลย เรื่อง ปืน ที่ลง เค้า สนใจ เรื่อง พระขรรค์ ที่สร้าง แล้ว ยังไม่ส่งให้ผู้จอง ตามกำหนด มากกว่า เรื่องอื่น


    อ้างอิง จาก ผู้พิมพ์

    /// ที่นี่คือเวบรวมคนพุทธ ผู้มุ่งหวังเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน/// รู้แล้ว ยังมาทำอย่างนี้อีกหรอ


    ///ท่านคือผู้เกิดมาเพื่อตามรอยพุทธะหรือไม่/// แล้ว..............ตามรอยหรือป่าวล่ะ

    ///ท่านคือผู้ผู้ต้องการหลุดพ้นบ่วงทุกข์หรือไม่/// ทำอย่างนี้ ....ไม่หลุดจากบ่วงทุกข์หรอก

    ///ท่านอยากเกิดมาเป็นคนอีกหรือไม่/// แล้ว คุณว่าจะได้เกิดเป็นคนอีกป่าว ถ้าทำแบบนี้



    น่าจะเอา เรื่องนี้ ไปเล่าให้ที่ วัดท่าขนุน ฟังบ้าง ใครรู้เรื่องนี้ มีเวลา ลองเอาไปเล่าให้ที่วัดรับรู้ดูบ้างก็ดี ที่วัดจะได้รู้เรื่องบ้าง (พอคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาอ่านคงจะรีบไปบอกก่อน 5555 ไม่ให้วัดเข้าใจตัวเองผิด5555)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กันยายน 2010
  15. ศิษย์หลวงปู่กวย009

    ศิษย์หลวงปู่กวย009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,867
    ค่าพลัง:
    +17,312

    ขอถามหน่อยครับ

    1.สร้างเมื่อไร ว/ด/ป

    2.สร้างที่ไหน วัดอะไร จังหวัดอะไร

    3.เป็นโครงการ บริจาค ในการทำบุญ เรื่องไหน

    4.งบเท่าไร

    5.มีใคร รู้เห็น เป็นพยาน ว่ามาจาก โครงการบริจาค ในการทำบุญ เรื่องไหน


    ไม่ใช่ไปถ่ายรูปที่ไหนมาลงก็ได้



    เงินบริจาค ทำบุญ ไม่ว่าจะเช่าบูชา วัตถุมงคล / บริจาคปัจจัยโดยตรง ก็ต้อง มีเป็น โครงการไป ไม่มีการมาเอา ปัจจัยทำบุญโครงการ ตรงนั้น มา ใช้ โครงการตรงนี้ อย่ามาอ้าง แบบนี้ แล้วมาบอกว่า ใช้รวม กันหมด แสดงให้เห็น การจัดการ ที่ไม่เป็นระเบียบ ตรวจสอบยาก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กันยายน 2010
  16. Stradale

    Stradale เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2007
    โพสต์:
    448
    ค่าพลัง:
    +4,367
    การชี้แจงให้ตรงประเด็น ชัดเจนมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนะครับถ้าจะทำ

    ผมว่ากรณีของคุณยายผีป่าแทบจะทำได้ง่ายมาก การไปถ่ายรูปนี่คงไม่ได้
    ลำบากลำบน แสนสาหัสหรือต้องใช้บารมีอะไรนักหนา คนที่เค้ารอเค้าจะได้รู้
    ว่าขั้นตอนมันไปถึงไหนแล้ว คิดว่าถ้าได้ทราบรายละเอียดชัดเจนทุกคนก็คงยินดี
    รอได้ให้เข้าพิธีไปตามขั้นตอน แต่ปัญหามันอยู่ที่ความไม่ชัดเจนนี่แหละ

    ส่วนรูปบ้านที่เอามาลงมันก็ไม่ชัดเจนว่ามันคือที่ไหน เอาไว้ทำไม เนื่องมาจากอะไร
    ข้างในบ้านมันมีอะไร อาจจะมีชุดโฮมเทียเตอร์อะไรก็ได้ คิดไปได้ต่างๆนานา ไม่มีใครรู้ ผมเห็นตอนแรกยังนึกว่าถ่ายรีสอร์ทที่ไหนมาซะอีก มันไม่ชัดเจนนะครับ รังแต่จะทำให้
    คลุมเครือสงสัยกันไปอีก

    ผมคิดว่าถ้าคุณชี้แจงให้ตรงประเด็น ชัดเจน และเข้าใจ ป่านนี้อะไรหลายอย่างคงสรุปได้แล้วนะครับ ไม่ได้ลากยาวแบบซื้อเวลาไปเรื่อยแบบนี้ กระทู้อื่นก็เหมือนกัน ขอคำตอบอะไร
    ที่มันชัดเจน ที่เดียว สรุปแล้วจบได้ก็ดีครับ เพื่อรักษาชื่อเสียงของคุณเอง ผมว่ามันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนักหนานะ ถ้าคุณโปร่งใส ทำจริง ชัดเจน และอธิบายได้ ....

    ผมคงได้มาอ่านสาระสำคัญที่ทุกคนอยากรู้นะครับ หวังว่าไม่ต้องมาอ่านข้ออ้างกันอีก
    มันน่าเบื่อเต็มทีสำหรับผม

    ตรงนี้คิดว่าคงไม่มีใครอยากฟังหัวข้อธรรม นิยาย หรือชีวประวัติอะไรทั้งนั้น
    ทุกคนรอฟังความจริงกันอยู่นะครับ
     
  17. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    199
    ค่าพลัง:
    +63,242
    สำหรับเรื่องนี้นะครับการสร้างพระแสงดาบสรีกัญไชยต้องเริ่มจากการใช้ยันต์จารยันต์ต่างๆแล้วนำไปหลอม ตอกพระคาถาปโชตาที่ใบมีดาบซึ่งของเหล่านี้นั้นจะต้องทำการให้ถูกต้องเสียก่อนเสกครับ ไม่ใช่ไปขออนุญาตท่านครูบาอริยะชาติแล้วเป็นสรีกัญไชย ย่อมไมได้ ครูบาท่านอนุญาตก็เป็นได้แค่มีดหมอธรรมดา ไม่อาจเป็นไปตามตำราสรีกัญไชยได้ครับหากอ่านที่ลงไว้ครูบาอิน อินโทท่านสร้างต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ไม่ใช่สุกเอาเผากินเอะอะอ้างครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์มาหากินแบบนี้ครับ อีกอย่างท่านสล่าบุญตันแม้ท่านจะตีดาบสวยมากก็ตาม แต่คติการตีดาบสรีกัญไชยให้เข้มขลังนั้นก็ต้องเป็น สล่าขันชัยแห่งตลาดทุ่งเกวียน ซึ่งสล่าขันชัยได้รับมอบวิธีตีดาบสรีกัญไชยมาโดยเฉพาะ ท่านสล่าตีให้ครูบาอินและครูบาอินตา แม้กระทั่งท่านครูบาอริยชาติก็ตามครับ นอกจากนี้ท่านสล่าขันชัยเป็นผู้ตีดาบถวายพระบรมรูปพระนเรศวรเจ้าที่สุพรรณด้วยครับ ของอย่างนี้มีศาสตร์ไม่ใช่ว่าใครจะมาหลอกกิน หลอกลวงเห็นๆๆเลยครับ แค่วัตถุประสงค์ก็ไม่สมบูรณ์แล้วของจะดีได้อย่างไร
     
  18. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    199
    ค่าพลัง:
    +63,242
    [​IMG]
    ย้อนหลังไปเมื่อตอนต้นปี พ.ศ.๒๕๔๖ หลวงปู่ได้อนุญาตให้ “เฮียโต”
    หรือ “คุณภวัต นนทิพงศ์” เจ้าของร้านพระเครื่อง “บุญบารมีเชียงใหม่”
    ซึ่งมีร้านอยู่ที่หน้าห้างแม็คโครเชียงใหม่ จัดสร้างดาบขึ้นมารุ่นหนึ่ง
    ชื่อว่า “ดาบสหลีกัญไชย” โดยมีทั้งดาบคู่ ดาบเดี่ยว มีดหมอ และดาบเล็กๆ
    หลายรายการ ปลุกเสกไปเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๖
    เมื่ออธิษฐานจิตปลุกเสกไปแล้ว ทางคุณภวัต ได้รับดาบกลับไป
    เพื่อจัดจำหน่ายออกให้เช่าบูชาต่อไป...

    ารจัดสร้างดาบในครั้งนั้น คุณภวัตได้ติดต่อให้ “ช่างขันชัย”
    ซึ่งเป็นช่างทำดาบที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่งของจัดงหวัดลำปาง เป็นผู้ตีดาบให้
    และระหว่างนั้น คุณขันชัย ก็ได้เดินทางมากราบหลวงปู่ครูบาอินที่วัดหลายครั้ง
    จึงได้กราบเรียนหลวงปู่ว่า ตนได้ตีดาบไว้จำนวนหนึ่ง (ประมาณร้อยกว่าเล่มซึ่งตีตามตำราสรีกัญไชย)
    อยากนำมาให้หลวงปู่อธิษฐานจิต และออกให้เช่าบูชาที่วัด
    เมื่อหลวงปู่อนุญาต คุณขันชัยจึงได้นำเอาดาบจำนวนร้อยกว่าเล่มดังกล่าว
    มาขอให้หลวงปู่อธิษฐานจิตปลุกเสกเป็น “ดาบสหลีกัญไชย มหาไจยะมงคล ๑๐๑ ปี”
    และนำออกให้บูชาที่วัดทุ่งปุย ช่วงก่อนที่หลวงปู่จะมรณภาพได้ไม่นาน
    บางส่วนคุณขันชัยไดด้นำมาถวายครูบาอินตา(ขณะนั้น94พรรษา)ตามคำสั่งครูบาอินด้วย

    เมื่อหลวงปู่ครูบาอิน ละสังขารในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๖
    จำนวนลูกศิษย์ลูกหาที่เดินทางมาที่วัดก็ลดน้อยลง
    ผู้บูชาดาบก็น้อยลงตามไปด้วย จนกระทั่งหลังเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพ
    คุณขันชัยก็ได้มาติดต่อขอรับดาบทั้งหมดกลับคืนไป เพื่อนำไปประกอบ “ขันครู”
    ตามธรรมเนียมปฏิบัติของช่างตีดาบ ที่ต้องมีการตั้งขันสักการะครูบาอาจารย์ของตน
    มีดาบเหลือกลับไปจำนวน ๑๐๑ เล่ม เท่าอายุของหลวงปู่ครูบาอินพอดิบพอดี

    หลังจากนั้น “ดาบสหลีกัญไชย มหาไจยะมงคล ๑๐๑ ปี”
    ก็ถูกเก็บลืมอยู่บนขันครูของคุณขันชัย มาเป็นเวลานานหลายปี
    จนกระทั่งวันหนึ่ง... คุณขันชัย ได้มีโอกาสคุยกับพระอาจารย์อินทร
    และได้ทราบเรื่องการทำบุญ “วันกตัญญู” ที่ทางวัดใหม่หนองหอยจัดขึ้นทุกปี
    เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการอุปถัมภ์การศึกษาแก่ลูกหลานชาวบ้าน
    ที่หลวงปู่ครูบาอินท่านถือปฏิบัติมาในอดีต ให้ต่อเนื่องต่อไป

    ประกอบกับทางวัดเองกำลังจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ครูบาอิน
    หากได้นำเอา “ดาบสหลีกัญไชย มหาไจยะมงคล ๑๐๑ ปี” มาร่วมให้ทำบุญบูชา
    ก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ได้

    แต่อีกใจหนึ่งคุณขันชัยเองก็ยังลังเล เนื่องจากตนได้ยกยื่นยอถวาย
    ดาบทั้งหมดขึ้นสักการะเป็นขันครูของตนแล้ว
    หากจะสละเอาลงมาให้เช่าบูชาก็คงจะเป็นที่น่าเสียดาย
    เพราะจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว...
    เรื่องจึงหยุดอยู่ตรงนี้!!!

    หลังจากนั้นไม่นาน...
    คุณขันชัยได้มีโอกาสไปทำมีดหมอถวายหลวงปู่ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี
    เมื่อได้พูดคุยกับหลวงปู่คุณขันชัยก็ได้พูดถึงเรื่องความลังเลใจของตนให้ท่านฟัง
    หลวงปู่ครูบาดวงดีท่านจึงได้บอกกับคุณขันชัยไปว่า
    “เอาถวายช่วยเปิ้นเสีย สร้างบุญกับครูบาอิน”

    หลังจากกลับจากวัดท่าจำปี ในคืนเดียวกันนั้น
    คุณขันชัยก็ได้ขนเอา “ดาบสหลีกัญไชย มหาไจยะมงคล ๑๐๑ ปี” ที่เหลือทั้งหมด
    มาถวายไว้ที่พระอาจารย์อินทร ตามคำแนะนำของหลวงปู่ครูบาดวงดีทันที
    สรีกัญไชย” ตำนาน ดาบศักดิ์สิทธิ์
    ที่สุดแห่งพระเวทย์ล้านนา

    “สรีกัญไชย” หรือ “สลีกัญไชย” คำนี้ เขียนตามอักษรธรรมล้านนา ออกเสียงว่า “สะ-หลี๋-กั๋น-ไจ” บางแห่งใช้ “สรีกัญชัย” ก็มี ความหมายของคำว่า “ดาบสรีกัญไชย” นั้นหลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทของเนื้อหาสาระที่กล่าวถึง เช่น เมื่อกล่าวถึงเครื่องประกอบเป็น “ดาบยศ หรือดาบเจ้าดาบนาย” ก็หมายถึง ๑ ใน ๕ อย่างของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ล้านนา มีรูปลักษณ์ต่างกันออกไป เช่น เป็นดาบยาววาก็มี เป็นดังมีดน้อยก็มี หรือมีด้ามยาวอย่างง้าว ที่ใช้เป็นเครื่องเทียมยศพระพุทธรูป ปักเรียงกับละแอบังสูรย์ ทั้งหมดต่างเรียกขานว่า ดาบสรีกัญไชย และหากจะเทียบศักดิ์แห่งดาบนี้ คงทำนองเดียวกับพระแสงขรรค์ชัยศรีของภาคกลาง รูปแบบดาบโดยละเอียดเป็นอย่างไร เนื้อเหล็กเป็นอย่างไร ในเอกสารล้านนาไม่ได้พรรณนาไว้ รู้แต่ว่าเป็นของวิเศษคู่บุญพระโพธิสัตว์ แต่ถ้าพูดถึงในบริบทของวัตถุของขลัง ปัจจุบันก็จะหมายถึงดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่ครูบาอาจารย์พระเถระสังฆเจ้า ได้เมตตาสร้างไว้เป็นเครื่องรางทรงพุทธานุภาพ ปกป้องคุ้มครองบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ได้มีไว้สักการบูชา กล่าวได้ว่าเป็นที่สุดแห่งศาสตร์พระเวทย์ล้านนา เป็นวิชาชั้นสูงของภาคเหนือก็ว่าได้

    หากจะพูดถึงที่มาที่ไปของดาบสรีกัญไชย คงต้องนับย้อนไปถึงตำนานความเชื่อตามโบราณกาล ที่เล่าสืบทอดกันมาว่าพญาอินทร์ (พระอินทร์) หรือสักกะเทวราช ได้มีบัญชาให้พระเวสสุกรรมเทวบุตร ซึ่งเทพผู้เชี่ยวชาญงานช่างของสวรรค์ ลงมาตีพระขรรค์ถวายพระเกตุมาลา (พระเกตุมาลาคือใคร? ทำไมต้องตีดาบถวาย?)

    ตามตำนานเล่าว่า พระเวสสุกรรมเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในงานช่าง ประกอบกับมีฤทธาอภินิหารพอตัว การตีดาบจึงไม่ใช่ธรรมดา ต้องใช้เหล็กถึงสี่หาบ นำมาผ่านพิธีการเผาตีไล่เนื้อเหล็ก และใช้ว่านยาซัด จนเหลือเป็นพระขรรค์เนื้อบริสุทธิ์เพียงเล่มเดียวมาถวายพระเกตุมาลา

    ด้วยความไม่รู้ถึงพิธีกรรมที่พระเวสสุกรรมได้ตั้งอกตั้งใจทำพระขรรค์วิเศษเล่มนี้ขึ้น เมื่อพระเกตุมาลาเห็นดาบเล่มเดียวก็พาให้คิดว่าพระเวสสุกรรมมีจิตคิดไม่ซื่อ ฉ้อฉลเอาเนื้อเหล็กไปถึงสี่หาบแต่นำพระขรรค์เล่มเดียวมาถวายก็เลยออกปากต่อว่าพระเวสสุกรรม

    แม้พระเวสสุกรรมไม่ได้พูดตอบโต้อย่างไร แต่ก็บังเกิดความน้อยใจลุกขึ้นลากพระขรรค์เล่มนั้นไปบนท้องพระโรง เกิดเป็นอัศจรรย์ คมพระขรรค์นั้นกล้านัก ผ่าท้องพระโรงแยกออกเป็นสองซีกในทันที จากนั้นเวสสุกรรมก็โยนพระขรรค์เล่มนั้นทิ้งลงไปในทะเลสาบ

    ดาบสรีกัญไชย จึงจมอยู่ใต้ทะเลสาบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...พระองค์หนึ่ง ซึ่งพระองค์ก็ได้ใช้เป็นอาวุธคู่พระวรกายจนสามารถรวบรวมผู้คนตั้งตนเป็นอาณาจักรขึ้นมา อาณาจักรที่ว่านี้ จะเป็นล้านนา ล้านช้าง จะเป็นชนชาติขอม มอญ พม่า ก็สุดจะเดาได้

    บางสำนวนก็ว่า พระเกตุมาลาเห็นปาฏิหาริย์ของดาบสรีกัญไชยจึงได้ไปงมขึ้นมาใช้คู่พระวรกาย และสืบทอดมาจนถึงคนรุ่นหลัง กลายเป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง เป็นเครื่องแสดงพระเกียรติยศ หรือที่เรียกว่าเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในที่สุด

    ชาวล้านนามีความเชื่อสิ่งของศักดิ์สิทธิ์มาแต่อดีต ดังปรากฎในวรรณกรรมล้านนา หรือบทธัมม์คำสวดต่างๆ ซึ่งหลายๆ เรื่องก็มีการกล่าวถึงดาบสรีกัญไชย อาทิเช่น วรรณกรรมหงส์หิน มีบทกล่าวถึงของวิเศษคู่กายเจ้าหงส์หินตัวเอกของเรื่อง ซึ่งก็คือดาบสรีกัญไชยที่องค์อินทร์เจ้าฟ้าได้มอบให้ไว้ให้เป็นอาวุธคู่กาย คู่ชีวิต เมื่อครั้งเจ้าหงส์หินกราบทูลถามถึงมารดา และกราบลาเพื่อไปตามหา ดังกลอนตอนหนึ่งว่า

    “พระอินทร์เจ้าฟ้า ตอบถ้อยวาจี๋ กับหน่อภูมี โอรสลูกเต้า ว่าก๋ารตังไป พ่อบ่ขัดเจ้า จักปราบปารามนุษย์ ล้วนแต่ปิศา นานานาคครุฑ สัตว์หยาบกล้ากิ๋นคน ปีศาจร้าย ยักข์เย็นสับสน มนุษย์เมืองคน บ่เหมือนที่ห้อง แล้วเรียกเอาหิน มาสวาดมนต์ต้อง หื้อเป๋นหงส์ทองขี่ใช้ ต๋ามประสงค์ ด่านดงป่าไม้ จักขี่ข้ามสาคร บกและน้ำ คีรีเขาขอน หลอนจักไป ตางไกล๋ตางใกล้ กันขี่ยนต์หงส์ ที่เรามอบให้ กับกั๋ญไชยดีดาบทิพย์ เถิงจักขุญา ไกล๋ต๋าละลิบ ก็เหมือนหนึ่งใกล้ริมมือ กั๋ญไชยเหล้มนี้ หื้อเจ้าหยุบถือ อย่าหื้อพรากมือ คู่ชีวิตเจ้า”

    ในระบบความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนศักราชล้านนา หรือที่ เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ (วันสังขานต์ล่อง) ได้กล่าวถึงวันเปลี่ยนสักราชทั้งเจ็ดวัน โดยนางสังขารต์หรือนางสงกรานต์ประจำแต่ละวัน ตอนหนึ่งว่า

    “สังขานต์ไปวันอังคาร ทรงเครื่องประดับมีวัณณะดั่งแก้วปัพภา สุบกระจมและต่างกระจอนหูประดับด้วยแก้วปัพภา เนรมิตตนให้มีมือสี่เบื้อง มือซ้าย ขวากล้ำลุ่มพาดตัก มือขวาถือจักราวุธ มือซ้ายกล้ำบนถือหมากประคำ มือซ้ายถือกระออมแก้ว มือขวาถือสรีกัญไชย ยืนก้มเหนือหลังราชสีห์ ลุกหนอุตระไปสู่อาคเนย์ นางเทวดาตนนี้ชื่อว่า ‘มณฑา’ ดอกไม้อันเป็นนามปีมานอนอยู่ ถ้าดารับเอาสังขานต์ไปปีนั้นจะแล้ง กลียุคจักเกิดแก่คนทั้งหลาย ข้าว เกลือจักแพง”

    นอกจากนี้ยังมีวรรณกรรมล้านนา ทั้งในรูปของนิทาน ตำนาน และธัมม์ (พระธรรมเทศนา) อีกจำนวนมาก ที่เมื่อใดก็ตามที่กล่าวถึงอาวุธคู่กายของกษัตริย์ หรือผู้มีบุญญาธิการ ก็จะมีดาบสรีกัญไชยรวมอยู่ในอาวุธเหล่านั้นเสมอ

    ที่มา เว็บครูบาอิน
    http://www.buddhakhun.org/main//index.php
     
  19. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    199
    ค่าพลัง:
    +63,242
    อภินิหารองค์พระนเรศวร์ (พระองค์ดำ)
    โดย พระมหาภูวการ รักษาการเจ้าอาวาส วัดห้วยสอง จ.ชัยนาท
    <HR>ขออนุญาตออกตัว..เพื่อเกริ่นนำ
    ก่อนที่จะเล่าถึงปฐมเหตุ พระองค์ดำ ขออนุญาตท่านผู้อ่านเล็กน้อยเพื่อจะได้เดินเรื่องตามลำดับถึงที่ไปที่มาของพระองค์ดำ ซึ่งจะได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดห้วยสอง ต.สุขเดือนห้า อ.เนินขาม จ.ชัยนาท (แต่ถ้าเป็นการรบกวน ก็เชิญที่ประเด็นต่อไปได้เลย) ซึ่งคิดว่าน่าจะเกี่ยวพันกัน อาตมาคิดว่าตัวเองกำลังต่อจิ๊กซอว์ (JIG SAW)บางอย่างอยู่ และยังไม่รู้ว่า ในที่สุดแล้วจะเป็นไปและลงเอยอย่างไรด้วยซ้ำ
    เบื้องต้นนี้ ขอออกตัวอย่างนี้ ว่า โดยส่วนตัวมีพื้นฐานเป็นคนขี้ขลาดตาขาว กลัวผี ไม่อยากเข้าใกล้สิ่งลี้ลับตั้งแต่เล็กแต่น้อย ตั้งแต่บวชมา ชอบศึกษาประวัติพระพุทธเจ้า และพุทธสาวก เรียกว่าบวชมา ชีวิตก็อยู่กับตำรับตำราเสียเป็นส่วนใหญ่ เรียนบาลีมาบ้าง พออ่านออก แปลได้นิดหน่อย สนุกดี..
    ต่อมา มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ "มหาวิทยาลัยนเรศวร" ศึกษาไปได้ระยะหนึ่ง ทุนหมด ก็คิดว่าจะต้องออกกลางคันแน่ ตอนนั้นนึกถึงสมเด็จพระนเรศวร ก็เลยพูดเล่น ๆ กับรูปท่านว่า
    “คงไม่มีโอกาสเรียนจบในมหาวิทยาลัยภายใต้พระนามของพระองค์แน่ เพราะหมดทุน”
    ไหน ๆ ก็จะออกอยู่แล้ว คิดว่าเรียนไปจนกว่าจะหมดเทอม แล้วค่อยออก ตอนนี้ใช้สิทธิ์ในการเรียนให้เต็มที่ก่อน
    หลังจากนั้น ก็มีความรู้สึกว่ามีคนดูเราอยู่ ขาดอะไร ต้องการสิ่งไหน ก็มีคนคอยช่วยเหลือตลอด จนกระทั่ง ดร.วิทยา ณ เวลานั้นเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัย มาบอกว่าทางมหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษาจะถวาย ช่วงเวลานั้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็คิดตามประสาว่า ก็ดีเหมือนกันจะได้ต่อลมหายใจได้ และก็เรียนจนจบการศึกษา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ได้แต่รู้สึกขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่มอบทุนการศึกษาให้ แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นอภินิหารของพระองค์ดำ เพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์เท่าไร ไม่ชอบสะสมวัตถุมงคล แต่จะชอบด้าน "อนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์" คือ "ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้านการดำเนินชีวิต" มากกว่า
    ประมาณ ๖-๗ ปี หลังจากจบแล้ว ก็มีความรู้สึกว่า บุญตัวเองเริ่มหมด ทำอะไรกลายเป็นลบหมด ใครที่มาเกี่ยวข้องด้วยก็มักมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา พูดง่าย ๆ ว่าเข้าที่ไหนหัวหน้าแก๊งค์ตายที่นั่น อะไรประมาณนี้ ถ้าไม่ทำบุญใหญ่คงต้องตายแน่ ก็เลยตัดสินใจสร้างโบสถ์ ทั้งที่เงินวัดห้วยสองมีเพียง ๔ พันกว่าบาท
    ช่วงที่วางรากฐานโบสถ์ พระที่วัดตื่นขึ้นมายามดึกเห็นแสงไฟลักษณะคล้ายพระจันทร์แต่ดวงใหญ่พุ่งลอยลงบริเวณพระประธาน
    บางทีก็มีคนฝันว่ามีผู้ชายผิวดำกำลังโกยหินโกยทรายอยู่ที่โบสถ์

    แต่สำหรับอาตมา ระยะเริ่มแรกที่สร้างโบสถ์นั้น อธิษฐานจิตไว้ว่าทุกวันพระจะไปสวดมนต์ เจริญพระกรรมฐานตลอดคืนยันรุ่งอรุณของวันใหม่โดยไม่หลับที่ฐานสร้างโบสถ์ (จะไม่ให้อธิษฐานอย่างไรได้ ก็ตอนที่สร้างโบสถ์ วัดห้วยสองมีเงินแค่ ๔ พันกว่าบาท)
    ระหว่างนั้นก็สัมผัสได้ว่าที่ตรงนั้นมีผู้ชายผิวดำดูแลอยู่แน่ ก็ได้แต่นึกในใจว่าน่าจะเป็นโยมพ่อบุญธรรมที่เคยเลี้ยงอาตมา และท่านเป็นผู้นำในการสร้างวัดห้วยสองแห่งนี้ซึ่งได้เสียชีวิตไปนานกว่า ๒๐ ปี แล้ว ท่านอาจจะยังเป็นห่วงวัด ก็คิดไปทำนองนี้
    บางที กำลังสวดมนต์ มีลมคล้ายลมพายุกรรโชกพัดมาอย่างแรง พอมาถึงบริเวณโบสถ์ก็หยุดเฉย!! ก็มีความรู้สึกว่าที่ตรงนี้มีอะไรแปลก ๆ เริ่มกลัว ต่อมาก็ทิ้งระยะห่างในการไปสวดมนต์เจริญกรรมฐานที่นั่น จนกระทั่งไม่ไปอีก เพราะรู้สึกกลัว และอาตมาได้บอกไว้แต่แรกแล้ว มาสวดมนต์ให้ฟัง ไม่ได้มาลองของ ถ้าชอบก็ให้รับรู้ในบรรยากาศที่สบาย ๆ แต่ถ้ามาในบรรยากาศที่ขนลุกขนชัน เราก็จบกันแค่นี้
    ครั้งหนึ่ง มีเซียนหวยคณะหนึ่ง มาขออนุญาตใช้สถานที่ทำหวย แต่อาตมาไม่ให้ ตอนนั้นก็คิดไปต่าง ๆ นานาว่า เกรงเจ้าที่วัดจะหาว่าให้คนอื่นมาใช้สถานที่ทดลอง หรือลองของ ก็กลัวไปต่าง ๆ นานา กลัวว่าเจ้าที่วัดจะมาเล่นงานตัวเอง แต่ในใจก็คิดว่าพวกเซียนหวยคงต้องแอบมาทำแน่ ก็เลยอธิษฐานบอกเจ้าที่วัดว่าไม่ได้เป็นผู้อนุญาตให้ใครมาทำมิดีมิร้ายใด ๆ แต่ถ้าหากเขามาใช้สถานที่ ก็สุดแท้แต่ว่าจะอนุญาตหรือไม่
    ปรากฎว่าระหว่างที่เซียนหวยกำลังทำพิธีกรรม ทุกคนได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินสวนสนามกันอย่างสนั่นหวั่นไหว และเหมือนว่าเดินวนไปวนมาไม่ห่าง จนต้องยกเลิกการทำหวยในที่สุด
    <HR>ปฐมเหตุ..พระองค์ดำ เริ่มที่คุณขันชัย ชาวลำปางถวายดาบ
    วันหนึ่ง อาตมาเดินทางไปที่อำเภออู่ทอง ติดต่อเรื่องป้ายงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดห้วยสอง มีสายโทรศัพท์เข้ามาจึงกดรับสนทนา ปลายสายได้แนะนำตัวเองว่าชื่อ ขันชัย เป็นชาวจังหวัดลำปาง ขับรถมาทำธุระ และผ่านมาทางเส้นสุพรรณบุรี เห็นป้ายวัดห้วยสอง มีความรู้สึกว่าดาบที่ตีไว้ถวายพระองค์ดำ น่าจะอยู่วัดห้วยสอง ยิ่งขับรถออกไปห่างไกลตัวเมืองสุพรรณ ก็มีความรู้สึกว่าต้องรีบโทรหาท่าน (หมายถึงตัวอาตมาเอง) เพื่อจะสนทนาแล้วฝากถวายดาบไว้ที่วัด
    อาตมาจึงตัดบทว่า "เอาอย่างนี้ เรานัดคุยกันที่ตัวเมืองสุพรรณบุรีดีกว่า ถ้าเป็นวัดป่าเลย์ไลยก์ โยมจะสะดวกไหม ? "
    คุณขันชัยตอบว่า "ได้ครับท่าน"
    แล้วถามว่าวัดป่าฯ อยู่ที่ไหน อาตมาก็บอกเส้นทางให้เสร็จสรรพเรียบร้อย
    จากนั้นเราต่างมุ่งตรงสู่วัดป่าเลไลยก์ อาตมาได้มาถึงที่หมายก่อนคุณขันชัยประมาณ ๑๐ นาที ขณะที่รอก็สังเกตรถป้ายทะเบียนลำปาง ไม่นานนักรถคุณขันชัยก็เลี้ยวเข้ามาพร้อมกับกระบะท้ายรถเต็มไปด้วยดาบ คุณขันชัยหาที่จอดรถแล้วเดินไปที่วิหารกราบนมัสการหลวงพ่อโตแล้ว จึงเดินมาที่รถแล้วกดโทรศัพท์คุยกับอาตมาสอบถามว่าถึงไหนแล้ว
    ความจริงอาตมาถึงก่อนคุณขันชัยเล็กน้อย แต่รออยู่ในรถ และสังเกตรู้เห็นเหตุการณ์ตลอด ขณะที่คุณขันชัยสอบถามอาตมาทางโทรศัพท์นั้น ฝนตกขนาดหนัก ชนิดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และไม่มีทีท่าจะหยุด ตกหนาเม็ดมาก คุณขันชัยจึงชวนไปจอดรถแนววิหารคตของหลวงพ่อโตเพื่อสนทนากัน เมื่อจอดรถ คุณขันชัยก็ฝ่าลุยฝน พร้อมขนดาบไปวางไว้ในวิหารคตอย่างพร้อมสรรพ แต่อาตมายังไม่ลงจากรถ เนื่องจากฝนตกหนักมาก ชนิดมืดฟ้ามัวดิน คุณขันชัยจึงมานิมนต์ที่ประตูรถ
    อาตมาพูดไปว่า “ฝนหยุดตกแล้วจะลงไปเอง ให้โยมรอก่อน”
    พอพูดจบ คุณขันชัยยังไม่ทันก้าวเดิน ฝนก็หยุดตกทันที อาตมารีบลงจากรถ พอเข้าวิหารคตแล้ว ฝนตกหนักกว่าเดิม เรื่องนี้ อาตมามองว่าแปลกดี คิดว่าเป็นอภินิหารพระองค์ดำ ในใจนึกอย่างนั้น
    [​IMG]
    เริ่มต้นบทสนทนา คุณขันชัยได้พรรณนาพระคุณของพระองค์ดำที่กู้ชาติกู้แผ่นดินเสียสละหยาดพระโลหิตฉาบทาแผ่นดิน ทำให้เราคนไทยได้มีแผ่นดินอยู่ คำพรรณนายาวเป็นหางว่าว แต่อาตมาจับประเด็นได้ประมาณนี้ แล้วสรุปว่า
    ตัวของคุณขันชัยเองทำหน้าที่ตีดาบของพระองค์ดำเพื่อสร้างวัดสร้างวา รับใช้พระองค์ดำ เพราะสมัยที่เกิดศึกสงครามวัดวาอารามมีผลกระทบได้รับความเสียหาย พระองค์ท่านก็เลยให้ทหารของพระองค์มาสร้างบูรณะ
    [​IMG]
    อาตมาได้แต่นิ่งฟังโดยอาการสงบ เพราะถึงอย่างไรก็พูดไม่ทัน และมีอยู่ประโยคหนึ่งที่คุณขันชัยพูดว่า
    "ตัวของท่านเอง (หมายถึงตัวอาตมา) ที่จริงเป็นชาวเหนือแต่หนีมาเกิดที่ภาคกลาง เคยเป็น
    ทหารของพระองค์ดำเหมือนกัน"

    อาตมาก็ได้แต่ฟังแบบงง ๆ พอมีจังหวะก็พูดว่า
    "อาตมาเป็นชาวสุพรรณบุรี แต่บวชอยู่ที่ชัยนาท ในอดีตไม่รู้ว่าเป็นทหารของใคร แต่ปัจจุบัน
    เป็นทหารของพระพุทธเจ้ามีหน้าที่นำธรรมของพุทธองค์มาบอกชาวบ้าน"

    [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG]
    สนทนากันได้พักใหญ่ คุณขันชัยรู้สึกถูกอกถูกใจอาตมามาก จึงถวายดาบพระองค์ดำไว้ที่อาตมา แล้วให้อาตมายื่นมือมารับ ระหว่างที่ยื่นมือค้างรับดาบนั้น คุณขันชัยก็บริกรรมคาถามากมายก่ายกองเหลือเกิน แต่อาตมาก็นึกในใจไปตามประสาของคนขี้กลัวว่า
    "ขอบารมีหลวงพ่อโตวัดป่าเลย์ไลยก์ หลวงพ่อพุทธมงคลเนรมิตวัดห้วยสอง ลูกไม่รู้ว่าคาถา
    เป็นคุณหรือเป็นโทษประการใด แต่ลูกเป็นคนไม่อยากขัดใจใคร"
    ก็เลยยื่นมือรับ
    "ถ้าเป็นคุณลูกขอรับความปรารถนาดี กุศลเจตนาของคุณขันชัยเพื่อนำไปวัดห้วยสอง ถ้าเป็น
    โทษนิมนต์หลวงพ่อช่วยปัดออกจากกายของลูกด้วย"

    ก็คิดอยู่แค่นี้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงต่างแยกย้ายกันไป
    <HR>ดาบเจอเจ้าของ
    ครั้นได้ดาบมาแล้ว อาตมาก็มาคิดว่าตัวเราเองก็ไม่ชอบสะสมวัตถุมงคล จะเอาไว้ที่วัด ก็เกรงจะเป็นเศษเหล็ก เอาให้พรรคพวกกันที่ชอบสะสมวัตถุมงคลก็กลัวจะผิดวัตถุประสงค์ ก็คิดมาตลอดเส้นทางกลับวัด ระหว่างนั้นไปไหนก็ต้องนำติดตัวไปด้วยทุกครั้ง ใครรู้ใครเห็นก็มาดูกันใหญ่ กลายเป็นเรื่องแปลกในสายตาของหมู่มิตรสหาย เพราะตั้งแต่เป็นตัวเป็นตนมา อาตมาไปไหนไม่เคยพกพาวัตถุมงคลหรือเครื่องลางของขลัง ธรรมมงคลของพระพุทธเจ้าถือว่าวิเศษสุดแล้ว เข้มขลังสุดแล้ว ไม่ต้องพกพา ไม่ต้องกลัวหาย ไม่ต้องมีใครลองของ ก็คิดอย่างนั้น
    [​IMG]
    อีก ๒ วันถัดมา อาตมาแวะไปตรวจงานที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ว่าจ้างช่างปั้น "พระยาเสือโคร่ง" เป็นเทพดูแลรักษาวัดห้วยสอง ซึ่งคุณทรงชัย และคุณดารณี ธรรมรัตน์ คุณพ่อคุณแม่ของคุณรุ่งธรรม (เจ้าของปั๊มน้ำมันเชลล์บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี) เป็นเจ้าภาพสร้างถวายเพื่อประดิษฐานไว้หน้าอุโบสถมหาอุตม์วัดห้วยสอง ช่างปั้นผู้นี้ชื่อคุณภูวนาท เป็นชาวเชียงใหม่ เราได้พูดคุยถึงลักษณะโครงสร้างของเสือและลักษณะโดยทั่วไปเพื่อให้งานออกมาดี
    ระหว่างนั้น ช่างปั้นชื่อภูวนาท พูดว่า
    “เมื่อคืนผมฝันว่ามีคนมาที่บ้านเยอะแยะเต็มไปหมด มาขอไหว้พระ และผมเกิดนิมิตสัมผัสได้ว่า
    องค์เสด็จพ่อนเรศวรท่านมาบอกว่าท่านจะไปแล้ว ท่านมีที่ไปแล้ว จากนั้นก็สะดุ้งตื่น"

    คุณภูวนาทได้เล่าว่า "เอ..แล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหนละเนี้ย ยังไม่ทันได้บอกเลยก็ไปซะแล้ว"
    แต่พอเห็นอาตมาเดินลงจากรถมา ความรู้สึกก็ผุดขึ้นทันทีว่าองค์พระนเรศวรต้องอยู่ที่วัดห้วยสองแน่ จึงบอกถวายองค์พระนเรศวร
     
  20. พงไพร

    พงไพร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +96
    หนุหนอมนึอเเองกะเหาะบานโยลูกโยเณรโมกะเหาะโรตางออยคลวนเเองเมียนประบานเปรอ
    หือหนอคนเราโกหกได้เอาพระเอาเณรมาโกหกหาเงินให้ตัวเองมีเงินได้ใช้

    ผิดตัวใดขออภัยพองเน้อ ตั้งเป็นปรธเทศโกหกเออ
     

แชร์หน้านี้

Loading...