ปฐมสังคายนาโดยหลวงปู่สาวกโลกอุดร

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย ฐสิษฐ์929, 25 มิถุนายน 2013.

  1. ฐสิษฐ์929

    ฐสิษฐ์929 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    876
    ค่าพลัง:
    +1,844
    หลวงปู่ท่านแสดงธรรม พระอริยบุคคลทุกระดับชั้นเป็นการปฏิบัติแบบเพ่ง เป็นการเพียรเพ่ง ไม่ใช่เพียรพิจารณา พระอริยบุคคลมีเพียงแบบเดียวกันทั้งหมด มีวิชชาญาณ ๓ ปฏิสัมภิทา ๔ ทุกพระองค์ แต่คุณธรรมยิ่งหย่นกว่ากันเท่านั้น สำหรับญาณหยั่งรู้ในวิชชาญาณ ๓ ท่านได้หยั่งเข้าดูในอดีต ท่านเรียกญาณนี้ว่าอตีตังคญาณ หยั่งรู้ได้ตั้งแต่กำเหนิดโลก จักวาล คน สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของอตีตังคญาณ คือการหยั่งรู้การทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรกนั้นเป็นอย่างไร
    พระมหากัสสปะเป็นประธานในการทำสังคายนาครั้งนี้ ซึ่งได้ทำขึ้นภายหลังที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วได้ ๓ เดือน ในขณะนั้นพระมหากัสสปะได้คัดเลือกพระอรหันต์ได้แล้ว ๔๙๙ องค์ ซึ่งท่านประสงค์จะใช้พระอรหันต์เข้าร่วมทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งนี้ ๕๐๐ องค์ ซึ่งท่านได้คัดเลือกพระอานนท์ไว้อีก ๑ ท่าน ซึ่งพระอานนท์ท่านสามารถจดจำหลักธรรมต่าง ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ได้ทุกสูตร ทุกบท ทุกตอน แต่พระอานนท์ก็เข้าร่วมทำสังคายนาพระไตรปิฎกไม่ได้เพราะพระอานนท์ยังไม่สำเร็จพระอรหันต์
    พระมหากัสสปะจึงได้เข้าไปเตือนพระอานนท์ให้เร่งรีบปฏิบัติ ซึ่งพระมหากัสสปะเรียกพระอานนท์ในขณะนั้นว่า "กุมารอานนท์" ซึ่งอายุของพระอานนท์ก็ใกล้เคียงกับพระพุทธเจ้า ก็ประมาณ ๘๐ ปีเข้าไปแล้ว แต่พระอานนท์ท่านก็ไม่โกรธแต่ก็ได้รีบปฏิบัติเพ่งฌานอย่างสุดความสามารถ จนท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในตอนใกล้รุ่งของวันที่ทำการสังคายนา (พอท่านสำเร็จทท่านก็มีฤทธิ์ทันที สามารถดำดินไปปรากฏได้ทำกลางระหว่างสงฆ์ นี้ละครับฌานสมาบัติ) ในการทำสังคายนาพระไตรปิฎกในครั้งแรกพระมหากัสสปะท่านให้ความสำคัญมาก แม้นพระอานนท์เป็นพระโสดาบันถึงจะรู้มากเพียงใดก็ไม่สามารถเข้าร่วมทำสังคายนาได้(แต่ฉบับหลัง และฉบับปัจจุบันเป็นอย่างไร ทุกท่านก็พอจะทราบดี) การทำสังคายนาพระไตรปิฎกในครั้งนี้ก็จัดเป็น ๓ หมวดแต่ไม่เหมือนกับปัจจุบันนี้ หลวงปู่แสดงว่าพระไตรปิฎกฉบับนี้ดูง่าย เข้าใจง่าย เพราะการจัดหมวดหมู่ที่ถูกต้องนั้นเอง
    หมวดที่ ๑ เป็นหมวดปฏิจจสมุปบาท ประกอบทุกข์ และสมุทัย
    หมายเหตุ มีอาจารย์บางท่านแสดงธรรมว่าปฏิจจสมุปบาทเป็นอริสัจจ์ใหญ่ ส่วนอริยสัจจ์สี่เป็นอริยสัจจ์เล็ก แต่หลวงปู่แสดงว่าปฏิจจสมุปบาทมี่ ๒ สัจจะคือทุกและเหตุแห่งทุกข์ เป็นเหตูเป็นปัจัยต่อเนื่องต่อกันเท่านั้น
    หมวดที่ ๒ เป็นหมวดนิโรธธรรม อันประกอบด้วยนิพพาน และอนันตตาธาตุ เป็นต้น
    หมวดที่ ๓ คือหมวดแห่งการเดินทางเรียกว่าหมวดมรรคสัจจ์ ชึ่งประกอบหลักศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ และหลักการปฏิบัติทั้งหมด หลวงปู่ท่านแสดงไว้ว่าหมวดนี้เป็นหมวดเดินทางเท่านั้น เดินทางไปให้ถึงนิโรธธรรมในหมวดที่ ๒ ด้วยการดับเหตุดับสมุทัย อันเป็นผลให้ทุกข์ดับในหมวดที่ ๑ ไปด้วย
    หมายเหตุ ในปัจจุบันมีการสอนให้เอาปัญญาในหมวดเดินทางไปเป็นนิพพานในหมวดนิโรธธรรม หลวงปู่ท่านแสดงว่าไม่ถูกต้องครับ
    เจริญในธรรมครับ
     
  2. Aunyadham

    Aunyadham ธรรมใด เกิดขึ้นเพราะเหตุใด ย่อมดับที่เหตุนั้นแล

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 เมษายน 2012
    โพสต์:
    441
    ค่าพลัง:
    +627
    สักประเดี๋ยวก็คงมีคนมาแย้ง แน่ๆ เลย เพราะมีบุคคลบางกลุ่มบางพวก ที่เชื่อในพุทธพจน์ที่อยู่ในพระไตรปิฎกฉบับปัจจุบัน ประหนึ่งว่า ทุกถ้อยคำที่มีในพระไตรปิฎกถูกต้อง เหมาะสมที่สุดแล้ว โดยมีการยกย่องว่าพระธรรมโฆษาจารย์เป็นพระอรหันต์มีปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน ท่านรวบรวมไว้ดีแล้ว ... ขอเป็นกำลังใจให้ พี่เผยแผ่ธรรมต่อไปนะครับ อนุโมทนาครับ
     
  3. Aunyadham

    Aunyadham ธรรมใด เกิดขึ้นเพราะเหตุใด ย่อมดับที่เหตุนั้นแล

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 เมษายน 2012
    โพสต์:
    441
    ค่าพลัง:
    +627
    สำหรับผู้ที่มาใหม่ หรือ ได้เข้ามาชม หัวข้อกระทู้ ที่พี่เขาโพสไว้ ให้พึงทราบกันด้วยว่า หลวงปู่สาวกโลกอุดร ธัมมปาโล เป็นภิกษุที่มิใช่ หลวงปู่เทพโลกอุดร จึงเรียนมาเพื่อทราบ กันคนเข้าใจคลาดเคลื่อนนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...