ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 18 มกราคม 2010.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    7 กันยายน 2545
    ตั้งใจของตน
    ภาวนานี้เป็นบุญแท้
    เพราะคุณความดีเกิดขึ้นตามมาอีกมาก
    จึงให้ตั้งใจภาวนา

    ภาวนาเป็นการเอาชนะในมารทั้ง 5 เป็นลำดับ
    มารทั้ง 5 คือ อาการของการเกิด-ตาย
    รักษาใจได้มาก มารทั้ง 5 นี้ ก็ถอดกำลังไปได้

    เกิด-ตาย คืออาศัยรูป-นาม
    รูปนามมีอยู่ จึงมีอาการของการเกิด ดับ – ขันธมาร
    - กิเลสมาร
    - อภิสังขาร
    - เทวปุคคมาร
    - มัจจุราช

    นามรูปเกิดจาก บุญ 1
    บาป 1
    ฌาน 1
    ธรรมมะ 1
    รูปอันเกิดจาก บุญ บาป ฌาน นี้ตั้งอยู่ในเขตของ ทุกขํ
    อนิจจํ
    อนันตตา
    การเกิดมา จึงได้รูปได้ใจ

    รูปนามจึงเป็นต้นทุนของการภาวนาพาเหตุให้ทำความดี
    ให้ใส่ใจตนของตน
    รูปให้รู้แจ้งในรูป
    นามให้รู้แจ้งในนาม

    ครั้นหากรู้แจ้งได้ เวทนา
    สัญญา
    สังขาร
    วิญญาณ ก็ลงกันได้ใน อนิจจํ
    ทุกขํ
    อนัตตา
    ธรรมมะ

    เมื่อถึงธรรมมะแล้ว ขันธ์ก็เป็นธรรม
    นามรูปเป็นธรรม
    เกิดตายไม่มีอาการ
    ปัญจมาร ชิโน ตาโถ นั้นเอง หมดสิ้นในสิ่งยุ่งยาก

    เดี๋ยวนี้
    ตนของตนให้รักษาตนเอง
    อัตตาหิ อัตตโน นาโพ
    ตรวจสอบตนเอง
    แก้ไขตนเอง
    ใส่ใจตนเอง
    ต่อสู้ด้วยตนเอง
    ตนบริสุทธิ์ หรือไม่บริสุทธิ์ ตนเองเป็นคนรู้ได้
    ให้ใส่ใจ ตทังคปหานะ

    ประหารกิเลสให้ได้ทั่วครั้งชั่วคราวก่อน
    จิตก็หลุดพ้นจากมารชั่วคราวได้
    วิกขัมภนปหานะ
    จิตข่มกิเลสเอาไว้
    จิตก็พ้นจากมารชั่วคราวไปได้
    ให้ตั้งใจตรงนี้ก่อน
    ...................................................................................................................................
     
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    8 กันยายน 2545
    ความสงบ
    บุญกุศล
    ความปราโมทย์ปิติ
    องค์ฌาน
    วิชชา
    องค์ญาณ
    ปัญญา
    ธรรมมะ
    ใจตั้งแล้วมันจึงจะได้ในสิ่งเหล่านี้
    ใจจะตั้งได้นั้นต้องอาศัยการอบรมใจ การรักษาใจ ด้วยความดีงามทั้งหลาย

    ทำดีทุกอย่าง
    ทำกุศลทุกอย่าง
    รักษาใจอบรมกายใจของตน ใจจึงจะตั้งอยู่ได้
    คนที่ใจตั้งมิได้กำหนดรู้เห็นอะไร

    กระทบประสาทอันใดเข้าก็ลุ่มหลงมัวเมา พาให้เป็นมิจฉา
    เหตุเพราะใจของเรามันฟุ้งซ่าน สับส่าย และดิ้นรนไปในความคิดอ่าน

    อันเป็นความคิดของตนบ้าง ความคิดของคนอื่นบ้าง
    ให้ใช้ความพยายามในกิจของตน
    ในชีวิตนี้ได้พบปะแล้วคำสอนขององค์พุทธเจ้าจึงได้คำว่า “ตั้งใจ”
    คือ ให้ทำความรู้ตัวอยู่ตลอด
    ให้รู้สึกอยู่เสมอ
    รู้ความดีของตน-รู้ความชั่วของตน

    คนดีหรือคนไม่ดี
    ให้รู้กาย-ให้รู้ใจของตน
    ใจผู้รักษากายนี้มีอยู่
    เป็นผู้รู้ตนของตนอยู่เสมอ ความตั้งใจ จึงจักเกิดขึ้นได้
    เดี๋ยวนี้ ใจมันอยู่กับกาย

    ใจมันห่วงอาลัยกับกายนี้
    ให้กินให้ถ่าย
    ให้อาบน้ำให้อบอุ่น
    ให้ไปให้มา ให้บริหาร

    เรามาทำสมาธิภาวนา
    ให้มารู้ใน กายส่วนรูปและอาการของรูป
    ใจส่นนามและอาการของนาม
    เดี๋ยวนี้เราตั้งใจ
    นานไป-นานเข้า ก็หากจักรู้ได้ในกายใจ
    ซึ่งผู้ใจตั้งอยู่ได้ ซึ่งรู้จักคุณธรรมอันสูงขึ้นอีกมาก

    ให้พยายามตั้งใจทำไปตลอด
    อย่าให้สูญเปล่าการเกิดมาของตน
    ให้กำหนดภาวนาของตน
    .......................................................................................................................................
     
  3. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    6 กันยายน 2545
    เวลา 19.00-21.00 น.

    ตั้งใจของตนทุกคน
    ชีวิตนี้นับว่าเราได้ดีแล้ว ได้มาตั้งใจเจริญภาวนา
    การให้ทานเราก็ได้
    การรักษาศีลเราก็ได้
    การภาวนาเราก็ได้
    อบรมปัญญาของตนเราก็ได้

    เดี๋ยวนี้เราฝึกหัดเจริญภาวนาคือ เป็นหนทางที่จะให้รู้ได้ในภาวะของการได้เกิดมาแล้วในโลก ให้รู้ภาวะดี ภาวะการทำความชั่ว
    เกิดมาแล้วนี้อะไรเป็นผลเป็นประโยชน์ของตน
    เราอบรมใจอยู่นี้นานไปก็จักรู้ได้

    รู้จักได้ว่าอะไรเป็นผลประโยชน์ให้แก่ตน
    เมื่อกำหนดรู้ได้ในจุดนี้แล้ว
    การใส่ใจทำความดี-เสาะทำความดีให้แก่ตนของตนนี้ มันก็มั่นคงขึ้น ตั้งมั่นเป็น ศรัทธา

    ให้ตั้งใจของตนให้ดี
    ตัวเราทุกคนอนาคตต่อไปในภายภาคหน้า หน้าที่ของตนมีเกิดและมีตาย ยังอีกยาวนานกว่าจะรู้ได้หมายทันในการจะถือมรรคได้ผล บุคคลผู้มีความคิดอ่านเขาไปได้ในสวรรค์ มาเกิดเป็นมนุษย์
    จากมนุษย์เขาก็ไปสวรรค์
    เปลี่ยนงานไปมาแต่แค่นี้ตนของตนก็ได้ทำความดีให้เกิดได้มาก-ได้อยู่ตลอดเวลา เพราะตั้งใจของตนไว้ได้

    ผู้รักษาตนของตนนั้น จึงเห็นประโยชน์ของตน
    จึงได้ความสงบ
    จึงได้ความสุข
    จึงได้ความก้าวหน้า

    แต่ผู้ไม่คิดไม่อ่านอันใด นั้น กิน
    ละเล่นเพลิดเพลินมัวเมา
    หา
    หลง
    เมา...ไปตามเรื่อง
    ไปจนตลอดแก่เฒ่าก็ได้ ได้รับผลอะไรทั้งนั้น จนสุดท้ายตายไปเสียเปล่าประโยชน์ เสียชาติการเกิดมา ตายไปก็ไปสู่นรก เสวยอยู่ในความทุกข์ทรมาน

    ให้เราคิดนึกเตือนตนอยู่เสมอว่าในชีวิตนี้เป็นชีวิตที่มีคุณค่า
    ได้เพิ่มเติมความดีให้แก่ตน
    บุญกุศล
    ปัญญาธรรมะ
    มากขึ้นกว่าชีวิตที่แล้วและตนของตนก็ได้ก้าวไปข้างหน้าเพราะธรรมความดีรักษาใจเอาไว้อยู่

    เดี๋ยวนี้ นั่งภาวนาอยู่ กายนั่งอยู่
    ความรู้สึกมีอยู่
    กายเป็นรูปกาย
    ผู้รู้ความรู้สึกอันนั้นเรียกว่า จิต
    ตัวความรู้สึกซาบซ่านนั้น เรียกวิญญาณ อันเป็นรัศมีของจิตคือตัวผู้รู้

    วิญญาณํ อนิจจํ วิญญาณเป็นของไม่เที่ยง
    วิญญาณํ อนัตตา วิญญาณเป็นของมิใช่ตัวตน มิใช่ตัวเรา
    มันเกิดแล้วมันก็ดับไป
    วิญญาณํ ทุกขํ ความรู้สึกซาบซ่านอันนั้นพาให้เป็นทุกข์

    เรารู้ทันวิญญาณนี้ได้ ก็เหลือแต่ผู้รู้
    ผู้รู้ตั้งอยู่ได้ตลอด
    ผู้รู้ตั้งอยู่ได้ตลอดการภาวนาจึงเป็นผลได้ผลได้ประโยชน์
    ตัวผู้รู้นั้นเองเป็นตัวของเรา
    เป็นผู้ถือเอาความดี เป็นผู้ถือเอาความชั่ว
    เป็นผู้ถือเกิดตาย
    เป็นผู้ถือรูปถือนาม
    จึงเรียกว่าจิตอยู่ในรูปเรียกการเกิด

    เช่น อยู่ในรูปสัตว์ มีช้าง มีปลา มีนก มีโคควาย เป็นต้น
    อยู่ในรูปคน
    อยู่ในรูปเทวดา
    อยู่ในรูปของพรหม
    จึงว่า การเกิดมาอาศัยความดี อาศัยความชั่ว
    เกิดมาอาศัยบุญตกแต่ง 1
    เกิดมาอาศัยบาปตกแต่ง 1
    เกิดมาอาศัยฌานตกแต่ง 1
    เกิดมาอาศัยธรรมมะตกแต่ง 1

    เกิดมาแล้วนี้ให้ตั้งใจอดทน
    ตั้งศรัทธาให้มั่นไว้ในโลกนี้
    ในโลกหน้า
    ในการกระทำกรรมดี-ในกรรมชั่ว
    อย่าให้สูญเปล่า
    ตัวเราแน่นอนต้องเปลี่ยนรูปไปเรื่องจากรูปนี้ก็ไปสู่รูปอื่น
    หากยังไม่พ้นก็ต้องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ต่อไป

    เพราะยังไม่พ้นจากความดี
    ยังไม่พ้นจากความชั่ว
    รูปกายของเรานี้อย่าถือเอาว่าเป็นตนของตน
    มันเป็นเพียงแต่ของรับใช้ใจ กายรอรับใช้ของจิต จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว หน้าที่ของตัวเรา

    จึงให้รักษาใจ –ใจนี้รักษาให้ได้
    หากรักษาได้แล้วได้สุข
    ได้ความสงบ
    ได้ความสว่าง
    ได้ปัญญา
    จนที่สุดไม่ต้องมาพบปะกับความยุ่งยาก
    ในการเกิดและการตาย ในรูปนามธาตุขันธ์นี้อีกต่อไป

    นับชีวิตเกิดมามิได้ที่มันมีแต่ทุกข์
    มีอุปาทานยึดถือไว้ในสุข
    มันจับได้ทุกข์ตลอด

    ภาวนาอยู่นี้พยายามให้ใจตั้ง
    ไม่ได้ในชีวิตนี้ ก็ให้ได้ในชีวิตต่อไป
    ให้ตั้งใจของตน มิได้วันนี้ก็วันหน้า
    มิได้ปีนี้ก็ปีหน้า
    มิได้ชีวิตนี้ก็ได้ในชีวิตหน้า

    เพราะใจมันเป็นของยากลำบาก จึงควรฝึกฝนอบรมตนอยู่ตลอด เราอย่ามัวเมาแต่ฝึกฝนในเรื่องของโลก การหาการขอ
    การอยากได้ดิ้นรน
    การเล่นมัวเมาหลง
    การพยาบาทโทสะร้าย

    อย่าไปฝึกหัดให้มันเกิดขึ้น
    เพราะไม่ฝึกหัดเอามันก็มีอยู่แล้วเกิดอยู่แล้วในสันดาน
    มันมีมาแต่ อเนกคติ ปูเรธาดา ปัจจัยโย
    ท่านผู้ได้สำเร็จ พระอริยะเจ้า พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย
    ตลอดจนองค์พระพุทธเจ้านั้น พากันย่านเกิดตาย
    ผ่านพระพุทธเจ้ามาแล้วจนนับมิได้
    จนที่สุดก็เอาชนะได้เด็ดขาด

    เพราะท่านรู้ตัวเอง รู้จักใช้กาย
    รู้จักใช้วาจา
    รู้จักใช้ใจ ใช้ให้เกิดบุญกุศล
    ใช้ให้เกิดผลประโยชน์

    เดี๋ยวนี้เรามาใช้กายใจ เจริญภาวนา
    ให้ทำความรู้สึกมีอยู่
    กำหนดจดจ่อเอาไว้

    อันคิดอ่านนึกฟุ้งซ่านนั้นมันมิใช่ตัวเรา อย่าให้มันคิดไป อย่าปล่อยสติกำหนดรู้สึกภาวะอยู่
    ผู้รู้สึกอันหนึ่งมีอยู่
    หรือจะบริกรรมก็ได้ พุท-โธ กำกับลมหายใจเข้า
    กำกับลมหายใจออก
    ให้ตั้งใจของตน
    มันเผลอไปให้ตั้งใจใหม่
    มันไปตั้งใหม่
    มันไปตั้งใหม่
    ตั้งใจภาวนา
    อย่าคิดฟุ้งซ่าน
    ........................................................................................................................................
     
  4. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    9 กันยายน 2545
    ตั้งใจของตน ใจของเรามันเป็นของยาก
    คำว่าตั้งใจให้รู้จักใน 1. คำบริกรรม
    2. ใจผู้รู้มีอยู่
    3. ความรู้สึกซาบซ่านอันเป็นวิญญาณขันธ์
    เป็นรัศมีของใจ กระแสของใจ สงบจิต
    เปรียบเหมือนแสงสว่างของดวงไป
    วิญญาณํ อนิจจํ วิญญาณไม่เที่ยง
    วิญญาณํ ทุกขํ วิญญาณไม่เที่ยง
    วิญญาณํ อนันตํ วิญญาณมิใช่ตัวเรา

    ใจตั้งอยู่ได้ นั้นรู้ชัดในส่วนกาย
    รู้ชัดในส่วนใจฃ
    ความสะดวกเบา สบายของกาย
    ความสุข
    ความสงบ ก็เกิดได้ตามมา
    ใจเป็นผู้รู้ตั้งมันอยู่มั่นคง

    ใจสว่างได้นั้น วิชชาเกิดขึ้นได้
    วิชชา 3 วิชชา 6 วิชชา 8

    การฝึกอบรมใจนั้นต้องอาศัย ปุเรกษาติ การฝึกอบรม
    สะสมมา
    ทำไว้ได้ในปัจจุบัน
    จึงรวบรวมกันเข้าไว้ในปัจจุบันขณะสะสมได้มาก บุญก็มาก ปัญญาก็มาก
    การสั่งสมก็อาศัยการสั่งสมบุญปัญญานี้เอง

    บุญปัญญาเกิดได้ตั้งอาศัย -สุดตะการฟัง
    การศึกษาเรียนรู้ทางประสาทสัมผัส
    การสั่งสมการฟังนั้นฟังได้มากเข้า

    ในที่สุดการเงินของตนก็ได้ความเพราะปัญญาเกิดพร้อมได้ทันทีเพราะมันมีอยู่ในใจ ใจขัดเกลาไว้จนมากพอ พอได้ฟังก็ได้ความ แก้ไขตนเองได้ทันที
    บุญปัญญาที่เกิดจากการขบคิดพิจารณา นึกคิด ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ

    ให้แจ้งในเหตุในผล อันลงกันได้ในมัชฌิมามรรค
    หรือเข้ากันได้กับธรรมของพระพุทธองค์
    นึกคิดวิจักษ์วิจัยฝักใฝ่ในสิ่งที่เป็นบุญเป็นปัญญาอยู่ตลอด ทั้งในส่วนทำดีและ

    ในส่วนเว้นชั่วละความชั่ว
    บุญปัญญาที่เกิดจากภาวนา
    ปัญญาในชวั้นนี้ต้องอาศัยให้ใจตั้งอยู่ได้คงที่ก่อนปัญญาภาวนานี้เกิดได้ถือองค์ญาณเป็นความรู้ได้หมายเข้าใจในเครื่องขัดข้องอันละเอียดอยู่ในขันธสันดาน แก้ไขความยุ่งยากภายในนั้นได้

    ฉะนั้น ให้ตั้งใจ ทำความดีของตน สะสมสมบัติของตนไป อย่าเข้าใจว่า กายนี้เป็นของเรา กายนี้เป็นแต่ที่รวมกันของธาตุขันธ์ อายตนะ มีกายจึงมีปฏิกูล มีอสุภะ เป็นของพาทุกข์ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มิใช่ตัวตนของเรา เป็นแค่ที่อาศัยให้ใจส่งกระแสซาบซ่านเพื่อให้มีชีวิตอยู่ เราฝึกหัดภาวนาอยู่นี้ จัดไม่อยู่ก็ให้บริกรรม กำหนดรู้ตัวให้ชัดเจน ภาวนาไม่เป็นผล 1. อย่าอยาก
    2. อย่าโกรธให้ตัวเอง
    3. อย่าน้อยใจ
    4. อย่าด่วนรำคาญใจ
    5. อย่าอาลัยสงสัย

    ให้วางใจเป็นกลาง รักษาความรู้ตัวอยู่ตลอดจะเกิดอะไร อย่างใดก็ช่างมัน หน้าที่เราตั้งใจอยู่เสมอ กำหนดใจไว้ให้อยู่ให้ได้ พากเพียรตั้งใจใหม่ บริกรรมผูกไว้ ใจของเรามันเป็นของยาก รักษาความรู้สึกอยู่เสมอ กายนั่งอยู่ ใจรู้ตัวอยู่ ตั้งใจของตน
    .........................................................................................................................................
    ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือมหาปุญโญ ( โดย หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ) วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย คำชะอี จ.มุกดาหาร
     
  5. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    [​IMG]มหาปุญโญวาท ( ตอนที่ 8 )
    11 กันยายน 2545
    เป็นมนุษย์ต้องได้ตั้งใจ
    เป็นสัตคบุคคลต้องได้ตั้งใจ
    เพราะความดีความชั่วเกิดได้จากภูมิมนุษย์
    แต่ในมนุษย์ผู้ไม่รู้เหตุผลความดีชั่วแต่อันใดนั้น
    มีแต่เมา เล่น เพลิดเพลิน
    ทำบาปเรื่อยไป หาความดีได้น้อย

    ผู้ใดมีความคิดอ่านปัญญาดีนั้นเอง จึงจักตั้งใจให้ได้ตลอดไปเพราะ
    เป็นผู้เข้าใจได้ว่า ดีมีอยู่
    ชั่วมีอยู่ มีเกิดมีตาย
    มีสุขมีทุกข์
    มีอวิชชาญาณฉลาด
    มีกรรมของตนอันดีหรือันชั่ว

    ความตั้งใจของเราในวันนี้ จึงได้ผลเป็นประโยชน์
    อินทรีย์กล้า-กำลังมาก เพราะ ศรัทธาธรรม ตั้งมั่นในตนของตน แต่โดยธรรมชาตินั้น อยากก็คน แค้นใจก็คน
    โลภก็คน มักเมาก็คน
    มักมากก็คน โกรธก็คน
    ดีใจ เสียใจ ก็คน

    ของไม่ดีต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
    ต่อสู้ดิ้นอยู่ในใจ
    เป็นมลทินอยู่ในใจ

    ทำจนให้จิตใจเศร้าหมอง เศร้ามืด ให้เราคิดอ่าน พิจารณาอยู่เสมอ ในสิ่งเศร้าหมองเหล่านี้ ยังมีอยู่ในใจหรือไม่ พยายามขจัดขัดเกลาใจของเราออกไป
    เดี๋ยวนี้มาภาวนา
    ใจมันฟุ้งซ่าน ดิ้นรนส่งส่ายอยู่มันเป็นเพราะอะไร
    บุญเรามีน้อย
    การฝึกหัดของเราน้อย
    ความเพียรของเรามีน้อย
    ศรัทธาของเรามีน้อย
    สติปัญญาของเราอ่อนกำลัง จึงให้อบรมตนของตนในทางความดี ในหนทางความสว่าง จนไปถึงจังหวะเวลา ปัญญาภายในหากจะมีกำลังใหญ่โตเอง แม้การสำเร็จมรรคผลก็เป็นของง่ายดาย ดูตัวอย่าง ของนายเพชฌฆาตหนวดแดงหรือพระพาหัตะ

    ตัวเราเดี๋ยวนี้
    ชีวิตนี้ต้องทำไปอยู่อย่างนี้ ไม่ท้อถอย ใส่ใจตนเอง อะไรเป็นความดีของตน
    อะไรเป็นความชั่วของตน ต้องแก้ไข ตนของตนไป
    ตราบใดยังเอาชนะ มันมิได้ให้ต่อสู้อย่าถอย
    ภาวนานี้
    ให้รู้กาย
    ให้รู้ใจ
    ตั้งใจ
    ......................................................................................................................................
     
  6. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    12 กันยายน 2545
    ความตั้งใจนี้ให้ผลได้ บุญเกิดขึ้น
    สุขสงบเกิดขึ้น
    สว่างเกิดขึ้น
    ปัญญาเกิดขึ้น

    การเจริญสมาธิภาวนานี้หากอบรมนานไป ศรัทธาก็มั่นคงได้
    ศรัทธามั่นในกรรม
    ศรัทธามั่นในศาสนา
    ศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย

    ศรัทธามั่นในตนของตน
    โลกียะก็ต้องตั้งใจ
    โลกุตคระก็ต้องต้องใจ
    ผลทุกอย่างย่อมได้มาจากความตั้งใจ จงใจ

    การเกิดมาจึงสามารถทำความดีได้ตลอด การเกิดตายก็ย่นย่อ
    วัฏฏะก็สั้นเข้า
    ให้หมั่นรักษาตนของตนให้อยู่ในมงคลธรรม

    หากตนของตนมั่นคงในธรรมมะแล้ว เกิดตายก็หดสั้นเข้าทุกที เพราะเราตั้งใจตนของตนอยู่ตลอดเวลา เราถือเกิดมาแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ เริ่มทำความดีเป็น ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นคน เป็นคนได้ทำความดี จนได้สวรรค์ ไปถือพรหมโลก

    เกิดตายจนชำนาญในวัฏฏะ
    เรียนรู้จนแจ้งโลกแล้วถึงจักข้ามโลกไปได้
    การจะพ้นไปจากนี้ได้ ก็ให้แก้ไข ละเว้นไม่ทำชั่ว
    ส่งเสริมตนของตนในความดี
    บุญกุศลแรงกำลังที่สุดเท่านั้นที่จะรักษาจิตของตนได้

    เดี๋ยวนี้เราทำภาวนา พากันมาคิดเวทนา
    มาคิดสัญญา
    มาคิดสังขาร

    มันจึงคิดอ่านฟุ้งซ่านอยู่ตลอด พอฟุ้งซ่านก็รำคาญตัวเองน้อยใจตนเองหรือหากพอสบายอยู่บ้าง กายเบา
    ใจเบา
    มีปิติดับเวทนา
    มีสติห้ามสัญญาสังขาร
    มันจึงคิดอ่านฟุ้งซ่านอยู่ตลอด

    พอฟุ้งซ่านก็รำคาญตัวเองน้อยใจตนเองหรือ หากพอสบายอยู่บ้าง กายเบา
    ใจเบา
    มีปิติดับเวทนา
    มีสติห้ามสัญญาสังขาร
    ก็หวนคิดถึงคำนึงอยากให้เป็นเช่นนั้น ก็ไปติดในความยินดีพอใจ ตัดใจ วางใจ
    ให้เป็นกลางมิได้ ภาวนาก็จะไม่เป็น ให้รักษาใจให้เป็นกลาง วางความเป็นกลางในใจ ให้ได้ รู้จักในความยินดี ในความยินร้ายหรือในอุเบกขาอันเคยให้รักษาตนของตน ภาวนาให้ตั้งใจของตน ให้รู้จักใจ ให้รู้จักจิต ความรู้สึกมีอยู่ ผู้รู้มีอยู่ กายนี้นิ่งอยู่

    ตั้งใจของตน อย่าท้อถอย เกิดมาต้องตั้งใจไว้ตลอด
    ..................................................................................................................................
     
  7. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    18 กันยายน 2545
    เกิดมาในโลกผู้หาบุญ ก็ใส่ใจเสาะหาบุญกุศลของตน
    ผู้ทำบาปก็ตั้งใจทำแต่บาปกรรมความชั่ว เรื่องของโลกเป็นบุญ เป็นบาป
    เป็นนรก เป็น สวรรค์ มีแต่ตนของตนเท่านั้นเป็นผู้ทำเอาเอง ตัวเราวันนี้ ให้รูจักโกรธ ให้รู้จักหลง ให้รู้จักความอยากได้ ให้รู้ใจของตน เราจะสะสมอันใดในโลกดีหรือชั่ว บุญหรือบาป เศร้าหมองหรือสะอาด เราต้องการจะเป็นมนุษย์อย่างไร
    มนุสฺสอริโย
    มนุสฺสเทโว
    มนุสฺสมนสโส
    มนุสฺสิดิรัจฉาโน
    มนุสฺสาปโต

    สาระของชีวิตจะเอาอันใด กิน-นอน-การกาม-การเล่นม้าเมา ต้องเตือนตัวเองให้มาก เราจะเพิ่มดีหรือเพิ่มความชั่ว ดูแต่เรื่องของเปรต ญาติ พระเจ้าพิมพิสาร 84,000 ตน นั้นหรือเรื่องของเปรตเศรษฐี ทุ-สะ-นะ-โส

    ยุคสมัยของพระเจ้ากิกีศาสนาของพระพุทธเจ้ากัสสปะ มักเมาแต่สาวตลอดอายุ 20,000 ปี ดีหรือชั่วอันใดไม่สนใจทำ เมา-กิน-กาม

    ตายไปเป็นเปรตในอเวจีนั้นมาอยู่ในโรรุวนรกจมอยู่พื้น 30,000 ปี ฟู 30,000 ปี พูดได้ 4 คำ จมลงไปอีก ตัวเราอย่าหวงงมงายเกินไปในโลก ตัวเราอย่าเมาเกินไปในโลก คนเรามันได้อันใดก็เบาอันนั้น มันไม่ได้อันใดมันก็เมา
    คลายความเมาหาความดีงามให้ตนเอง อย่าให้ได้ข้องในโลก
    ให้รู้จักแต่การจะทำความดี
    สู้จักรักษาปฏิปทาอย่าท้อถอยในความดีงาม

    รู้อบรมกาย
    รู้อบรมจิต
    อบรมกายด้วยศีล
    อบรมจิตด้วยปัญญา
    อย่าประมาท
    อย่าขี้เกียจขี้คร้าน
    ให้รู้จักตนเอง
    .........................................................................................................................................
     
  8. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    13 กันยายน 2545

    พวกเรามาพากันนั่งภาวนาหมดพรรษาก็ยังตั้งมิได้เพราะใจมันฟุ้งซ่านอยุ่ตลอด
    มันฟุ้งมาแต่เกิด
    มันฟุ้งมาแต่เล็กแต่น้อย
    มันคิดฟุ้งซ่านสับส่ายอยู่เป็นนิจกาล
    เข้าที่นั่นภาวนา-ทำภาวนา ใจก็ไปทันที
    ฟุ้งซ่านไปหมดทุกที่สถานใจ

    คนรู้จัก คนไม่รู้จัก ที่ไม่เคยไปที่เคยไป เรื่องเคยคิด กิจเคยทำ คำพูดจา
    ความเชื่อคิดปรุงแต่งใด ๆ ก็ไปจนหมดจนรอบ ใจของปุถุชนต้องเป็นอยู่เช่นนี้
    เพราะใจยังไม่ทันตั้ง ครั้นหากใจตั้งได้แล้วก็จะรู้ใจของตนได้ ให้เราตั้งใจให้มาก ใส่ใจให้มาก รักษาใจให้ว่างจาก จากอารมณ์ความยึดมั่นถือมั่นใด ๆ ใจตั้งได้แล้วมันได้ผลโดยมาก

    เริ่มตั้งแต่ มีฉันทะ
    มีศรัทธา
    มีหิริโอตฺตปฺปะ อินทรีย์ก็กล้า บุญธรรมก็แก่ ให้หารู้จักใจของตน
    จิตและกายเป็นเครื่องมือของใจ
    อย่าให้เครื่องมืออันนี้เป็นบาป
    ใจมันติดขัดในอารมณ์อันใด
    ก็ให้แก้ใจของตน
    ไม่พยายาม ไม่พากเพียร ไม่รักษาตนเอง บุญจะเกิดได้อย่างไร ภาวนาเมื่อใดจะเป็นได้ หากไม่คิดอ่าน หากไม่ปฏิบัติ ให้เราเชื่อมั่นในตนของตน

    เชื่อมั่นในกรรมของตน ผลของการกระทำของตน ตนประพฤติ
    ตนปฏิบัติ
    ตนกระทำ

    อย่าท้อแท้น้อยใจหรือแค้นใจ ให้ทำดีให้ใส่ใจ หากตายไปก็อย่าให้ได้ไปนรกหมดใจ
    คนทำชั่วผลอย่างใด คนทำดีผลอย่างใด ใจของผู้ทำเท่านั้นจะได้รับผลนั้น ๆ อยู่เสมอ จึงให้รู้จักชั่วของตน ให้รู้จักดีของตน ตนของตนจะเป็นอย่างไร จะไปอย่างใด
    เจริญสุขเจริญธรรมหรือมัวเมาเศร้าหมองใจ การเกิดมาในชีวิตนี้ได้ภูมิอันดีแล้ว
    ตั้งใจ
    ใส่ใจ
    อย่าให้สูญเปล่า
    .....................................................................................................................................
     
  9. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    14 กันยายน 2545
    ตั้งใจภาวนาของใครมัน
    บุญของตนยังไม่พอ จำต้องทำภาวนาของตนไป อย่าขี้คร้าน บุญของรักษาจิตใจ
    เราทำภาวนาก็เพื่อรักษาจิต คือเก็บบุญอยู่เรื่อย ๆ ความคิดอันเรามีอยู่นี้ มันเป็นอุปสรรคของการภาวนา เราภาวนาอย่าฝึกหัดคิด คิดไปในอดีต
    คิดไปในอนาคต
    คิดอ่านฟุ้งซ่านสับส่ายไปอยู่ตลอด
    ความคิดมันเต็มอยู่ในใจ
    ความฟุ้งซ่านมันมีอยู่ในใจ เป็นเพราะบุญของเราไม่มีกำลังพอ

    ให้รู้จักจิตของตน
    ให้รู้แต่จิตอย่างเดียว
    นั่งอยู่นี้ให้รู้จิตใจของตน
    หน้าที่ของตนนั้นสะสมปัญญาตลอด
    เพราะพวกเรายังไม่เต็มที่ในปัญญาธรรมมะ

    แต่สิ่งที่มีเอ็มที่นั้น โกรธ-หลง-เมา-อยาก-กิเลสอนุสัยทั้งหลาย ให้เราใส่ใจแก้ไขตัวเองในจุดนี้
    กายมีอยู่
    จิตมีอยู่
    อะไรอยู่ในกาย
    อะไรอยู่ในจิต
    กายนี้จิตนี้ มันอยู่ใน อนิจจํ-ทุกขํ-อนัตตา

    ให้เราศึกษาพิจารณาให้ดี
    เราทำภาวนาอยู่นี้ บุญกุศลก็ได้อยู่
    อดทน ก็ได้อยู่
    วิริยะ ก็ได้อยู่
    สุขวิชชา ก็ได้อยู่
    ปัญญาสว่าง ก็ได้อยู่

    ตัวปัญญาจึงเป็นคุณแก่ตนโดยทั้งหมด
    ปัญญาภายนอกนั้นได้จาก สุตตะ
    ได้จาก จินตะ

    ตัวปัญญานี้เอง เป็นวิชชาพาให้ศึกษาในคติโลก ในคติธรรม จนชำนาญ คำว่า “ชำนาญ” เชี่ยวชาญจนเป็นเอง
    ทั้งทางไม่ดี ทั้งทางดี ก็ล้วนแต่เป็นเอง
    อยากได้ โทสะ โลภะ ทุกข์กายทุกข์ใจ เป็นเอง

    ศีล สมาธิ ความรู้ ปัญญา ก็เป็นเองเกิดเอง
    เป็นเอง ชำนาญเอง เพราะเป็นมาแต่อเนกษรติ ผนวกเข้าในชาติชีวิตปัจจุบัน
    ดีจึงสะสมมา ชั่วจึงสะสมมา บุญจึงสะสมมา บาปจึงสะสมมา
    ผลที่สุดก็เอาชนะ การสะสมใด ๆ ทั้งหมดได้ เช่นพระอริยะ
    พระอรหันต์ผู้จบแล้วนั้น

    ให้เราดีแต่ชีวิตของ ตนพราหมณ์เฒ่า คนเช่าดค 4 ตัวมาทำงาน โคหายไปจึงออกเที่ยวตามโค ไปพบปะพระพุทธเจ้าอยู่ใต้โคนต้นไม้
    ปรับทุกข์ปรับยากกับพระพุทธเจ้า
    องค์พระพุทธเจ้าก็โปรดสอนจนได้สำเร็จเพราะจี้ให้รู้กายรู้จักปล่อยทิ้งโค 4 ตัว ยายเฒ่าเมื่อรักอีก 1 ลูกสาวอีก 4 ลูกของลูกสาวอีก 16 คน ตัดขาดไม่เกี่ยวข้องอันใด

    ฝ่ายตาพราหมณ์อีกคนผู้เป็นเจ้าของโค ก็ด่วนมาทันที มาต่อว่าต่อขานว่าสมณโคตมะนี้ เจ้ามายาแท้นักบวชลูกหนี้ของข้าพเจ้าได้อย่างไร องค์พระพุทธเจ้าก็โปรดสอนเอาอีก ชี้ให้เห็นโทษของการคำว่าด่าทอ จากนั้นก็ชักนำเข้าหากายให้รู้กาย ให้รู้ใจ
    จนได้สำเร็จ ลูกหนี้และเจ้าหนี้ก็บวชอยู่ด้วยกัน ไม่เกี่ยวข้องอันใดอีก โคก็ทิ้งลูกเมียก็ปล่อยทิ้ง นี่ให้เราคิดอ่านบุคคลผู้จะได้สำเร็จนั้น ถึงเวลาก็ได้ในทันทีเพราะเป็นผู้ตั้งใจมานาน กินมาหลายกัปป์กัลป์ เก็บสะสมความดีมานาน

    เอาความดีละลายความชั่วจนไม่ให้ผลชั่วอีกต่อไป ให้เราคิดอ่านในตนของตนเถิด เราภาวนาให้ทำความรู้สึกใจไว้ให้มีอยู่ ตั้งใจของตน รักษาใจของตน เพิ่มบุญให้แก่ตนของตนทั้งภายในและภายนอก เพิ่มบุญอันเป็นกิริยาอันเป็นสมุทัย เพิ่มอยู่เสมอ เพิ่มไปเรื่อยจนได้สำเร็จ ตัวเราภูมิการเกิดอยู่นี้มันวนเวียนอยู่ตลอด เกิดมาแล้วเท่าใด จะเกิดอีกเท่าใด อยู่ในภูมิแห่งความทุกข์อยู่เช่นนี้ ให้รู้ทางออกจากทุกข์ ให้รู้โลกวิทู มีแต่ธรรมเท่านั้นจะเป็นของหนทางออกเพราะหากธรรมตกแต่งแล้ว รูปก็เป็นธรรม นามก็เป็นธรรม ให้รู้จักการแก้ไขในตนของตนอยู่เสมอ นานที่สุดก็จะเอาชนะมันได้ จึงให้ใส่ใจตนเอง

    ตนเป็นผู้เตือน
    ตนเป็นผู้ทำ
    ตนเป็นผู้ตั้งใจ
    พยายามอยู่กับความรู้สึกใจอยู่ในภายใน ความรู้สึกมีอยู่ ผู้รู้มีอยู่
    กายนี้มีอยู่ การเก็บบุญกุศลไว้ได้มากที่สุดเท่านั้น ที่จะรักษาใจไว้ได้ รู้จักกายได้
    รู้จักใจได้
    รุ้จักตนของตนได้

    ให้คิดให้ดี ชีวิตนี้ได้มาทำความดีแล้ว
    เราได้ฝึก เราได้ฟัง เราได้รู้ช่องทางความเจริญอันเป็นมรรค
    อันเป็นปฏิปทา กายเราพอมีกำลัง ใจเราพอรู้ชั่ว-ดี-ถี่-ห่าง
    จึงควรตั้งใจ ใส่ใจจนเอาชนะได้
    ได้ในชีวิตนี้ก็สำเร็จได้
    หากมิได้ก็พยายามต่อไป
    ต่อในชีวิตภพชาติต่อไป

    จิตตั้งได้เพราะอาศัยบุญกุศล
    บุญเกิดได้เพราะอาศัยการฟัง
    การฟังชำนายได้เพราะอาศัยการเกิดตายมามาก
    ..................................................................................................................................
     
  10. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    14 กันยายน 2545
    19.00-20.30 น.

    ชีวิตนี้เกิดมาแล้วอย่าให้เสียเปล่าประโยชน์ อย่าให้ได้เป็นศูนย์เปล่า
    การเกิดของเราก็เพื่อต้องการบำเพ็ญบารมี ทำไมต้องทำชั่วกันอยู่แล้ว
    เพราะพวกเราไม่คิดอ่าน
    เพราะพวกเราคบคนไม่ดี อเสวนา จ พาลานํ
    การกคบคนพาลพาให้เราทำชั่วทางกาย
    ทางวาจา ทางใจ
    ทางวัสดุข้าวของ

    ในชีวิตนี้เราเกิดมาได้พบปะคำสอนของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอริยะ
    เพราะ ศีล 5 ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีล 8 ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีล 10 ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีล 227 ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีล 311 ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีล พระปาติโมกข์ ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีลนอกพระปาติโมกข์ ยัง มีอยู่สมบูรณ์
    ศีลอภิสมาจาร 3,500 ข้อ ยัง มีอยู่สมบูรณ์ อันเป็นศีลของพระอริยะอรหันต์ ให้เราคิดนึกว่าตัวเราทุกวันนี้ เรายังไม่ระวังในการรักษา ยังได้ระวังในศีล
    รักษาศีลยังไม่เป็น
    รักษาศีลยังไม่เต็มที่

    เหตุเพราะขาดการระวัง ขาดการรักษา อกุศลกรรมจึงเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ในใจของเราจึงมีอยู่เป็นคู่ คู่บุญบาป
    คู่ดี-ชั่ว
    คู่ สุข-ทุกข์
    เป็นคู่ใจมาแต่อเนกชาติ ลุมาถึงวันนี้ ดี-ชั่ว มิได้หายไปไหน

    ชีวิตนี้ให้เพิ่มเติมแต่ความดี
    เพิ่มให้ใจมีกำลัง จนกว่าจะชนะ

    หากดีมากก็ไปสุข สู่สุคติสวรรค์
    หากชั่วมากก็ไปสู่ทุกข์ ทุคตวินบาต
    หากมีฌานก็ไปสู่พรหมโลก
    หากแก้ไขตนได้หมดจดก็ไปสู่พระนิพพานหลุดพ้นไปได้
    เราทุกคนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครต้องการนรก

    แต่เราประกอบตนไม่ถูก จึงไปสู่นรกกันมาก เราจึงไปนรกกันเป็นของเล่น
    ให้เราคิดอ่านไปถึงอนาคตของงานต่อไปเราจะไปนรกหรือจะไปสวรรค์ ดี-ชั่ว มันมีอยู่ในใจของตนแล้ว จะให้อะไรมากกว่ากัน ตนของตนจะถืออะไรเป็นสาระของตน
    บุคคลผู้อยู่ใกล้ชิดกับบัณฑิตนั้นมีแต่จะเพิ่มความดี รักษาตน คิดอ่านแก้ไขตนของตน เรายังมีชีวิต เรามีกาย

    เรามีใจ
    จึงให้คิดอ่านทำแต่ความดี อย่าให้เสียสูญเปล่าไปในตัวตนของเรา

    ใจ-บุญ-บาป-ไม่เป็นตนเป็นตัว แต่เป็นของให้ผล
    เดี๋ยวนี้เราฝึกหัดให้ใจตั้ง
    เมื่อใดใจตั้งได้แล้ว บุญกุศลเกิดขึ้น
    ความสบายเบากายใจเกิดขึ้น
    ความฉันทะพออกอิ่มใจเกิดขึ้น
    ความสงบเยือกเย็นเกิดขึ้น
    ความรู้เหตุผลเกิดขึ้น
    ความสว่างเกิดขึ้น
    วิชชาเกิดขึ้น
    ปัญญาเกิดขึ้น

    เราเองต้องฝึกหัดตนของตนไปเรื่อย ๆ
    ไม่ได้ในชีวิตนี้ก็ไปเอาในชีวิตต่อไป
    ใจตั้งจึงไม่เกี่ยวกาย
    ใจอยู่ส่วนใจ
    รู้ตัวอยู่เสมอ
    เราทุกคนต้องพยายามใส่ใจ ภายนอกใจก็รักษา ภายในใจก็รักษา
    ความโกรธ
    ความอยาก
    ความเมา
    ความยินดียินร้าย
    อดทนไว้อย่าให้เกิด

    ให้ตั้งใจไปอยู่ตลอด ใจผู้รู้สึก
    กายนิ่งอยู่ มีลมหายใจ ใจจะตั้งได้ต้องอดทน
    มีศรัทธา มีวิริยะ มีสติปัญญา ให้รักษาใจให้มาก
    อย่ามัวเมารักษาแต่กาย เรากิน
    เรานอน
    เราเคลื่อนไหวใด ๆ
    เราถ่ายหนัก ถ่ายเบา
    มันจะได้อะไร แก้เวทนาอันไม่รู้จบเท่านั้น

    ให้รู้จักใช้กายให้ใจให้เกิดประโยชน์
    มีกายเป็นเครื่องมืออยู่นี้ เรารู้ได้ความดี ชั่ว
    แต่เราเกิดมา ดีไม่ทั่ว ชั่วไม่หมด
    จึงให้พิจารณาตนของตน อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ
    คนอื่นมิได้มาแบ่งให้เรา มิได้ทำให้เรา
    มิอาจจ้างวานกันได้

    เราทุกคนปุถุชน คิดถือความดีให้มาก
    หิริละอาย โอตตปฺปเกรงกลัวบาป ให้มีอยู่ในใจ
    บุญมากคบบัณฑิต
    ปัญญาเกิดขึ้นเพราะอบรมตนไว้นาน
    ปัญญาภายนอกเป็น โลกิยปัญญา
    ปัญญาภายในนั้นเป็นปัญญาเห็น ทุกขสามัญ
    อนินาสามัญ
    อนตฺตสามัญ
    รู้จักตัวเอง
    ให้ตั้งใจของตน

    ภาวนาอยู่นี้
    ให้บริกรรมผูกใจ
    อย่าทิ้งบริกรรม
    ตั้งใจอยู่เรื่อย จดจ่อ ติดต่อกันไป
    ...........................................................................................................................................
     
  11. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    15 กันยายน 2545
    บุญกุศลมันแรงสุดจึงจะได้รับผล
    บุญไม่แรงใจมันฟุ้งซ่าน
    บุญมากนั้นใจตั้งได้ สุขสงบเกิด
    วิชชาเกิด
    สว่างเกิด
    ปัญญาเกิด
    วิชชาใด ๆ เกิด
    ฌาน 1-5 เกิด
    กสิณ 10 เกิด

    การเกิดนี้ เป็นของเป็นเอง
    ตั้งเองเกิดเอง
    จนที่สุดรู้แจ้งในโลก ก็เดินมรรคในธรรม
    ผ่านโลกียะเสียก่อนจึงเป็นโลอุตตรธรรม

    หากไม่สำเร็จชีวิตนี้ ชีวิตต่อไปก็จะต้องได้ตั้งใจต่อไป ให้คิดอ่านในเกิด-ตาย
    ให้พิจารณาใน เกิด-ดับ
    กายใจ เกิดตาย
    เกิดดับ
    อาศัยกันและกันสืบต่อกันไป
    เพิ่มจิตของตนให้มีกำลัง ฌาน 1-4
    กสิณ 10
    บุญกุศล
    ธรรมะปัญญา
    เป็นนวะของใจทั้งหมด

    เราดูแก่หมู่ฤาษีโยคี ผู้ฝึกหัดจิตใจได้ จนมีกำลังสามารถการให้เหาะซานไปในเวหาอากาศได้
    เราภาวนาก็เพื่อให้ซึ่งความสงบ
    ให้จิตตั้งได้
    รักษาจิตไว้ให้อยู่ในที ให้จิตอยู่ส่วนจิต
    ให้กายอยู่ส่วนกาย
    ให้เราพิจารณาให้ดีเถิด
    ในเรื่องของจิต อาการของจิต

    หากจิตตั้งอยู่ได้เราก็ตัดจิตสังขารได้ สมบัติของสมาธิ จึงจักเกิดได้ กิเลสก็ข่มได้
    ให้สะสมบุญ
    ให้ขัดเกลาจิตใจให้สะอาด
    ฝึกฝนให้มาก ทำให้มาก
    รักษาแนวธรรมของตน
    รักษาตนของตนอย่าให้ไปนรกหมดใจ

    ทำหน้าที่การเกิดมาของตนให้ดี ระเบียบของทางโลก ระเบียบของนักบวช
    เป็นหน้าที่ของเรา อย่างขาดได้จนเมา อย่าอยากสำเร็จจนเมา ให้รู้จักอันผิดถูกต้อง ดีชั่ว ตั้งใจภาวนาของตน
    เอวํ
    ........................................................................................................................................
     
  12. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    16 กันยายน 2545
    ความดีทำได้แล้วไม่เสียหาย
    บาปทำแล้วไม่สูญหาย
    ผู้ยังมิได้สำเร็จนั้นต้องเกี่ยวข้องกับบุญบาปนี้อีกต่อไป
    ต้องเป็นผู้ศึกษาในรูปนามนี้ตลอด

    รูปเราได้จากพ่อแม่
    รูปได้จากบุญ
    รูปได้จากฌาน
    รูปได้จากธรรม
    รูปทุกรูป เป็นของทุกข์ ทุกขํ
    อนิจจํ
    อนัตตา

    ผู้ยังมิได้สำเร็จ จึงต้องวนเวียนอยู่ในรูปต่าง ๆ อยู่ในภูมิต่าง ๆ ผู้จะได้สำเร็จท่านแก้ไขรูปนามได้ง่าย ท่านแก้ไขธาตุขันธ์ได้ง่าย แก้ได้ง่ายเพราะเห็นโทษภัย
    การภาวนานี้แก้ไขในวัฎฎทุกข์ขันธ์ ตัวเราต้องฝึกให้มาก เริ่มแต่อาการหยาบจนสุดละเอียด ในที่สุดก็จะสำเร็จได้ง่าย ให้คิดอ่านแก้ไขตนของตน อย่าเกียจคร้าน
    อย่าอ้างนั่นอ้างนี่

    การภาวนามิใช่งานเบา ๆ หรือจะมากะเกณฑ์เอาตามใจของเราได้
    เราต้องทำเอง
    คนอื่นทำให้มิได้
    จ้างวานซื้อขายกันมิได้
    ใจของเรานี้มันมีอยากกันทุกคน
    แต่อย่าให้มันอยากเกินไป
    ประดับประคองให้ใจ กล้าหาญร่าเริงในการภาวนาเสาะหาความดี เมาเรามีกันทุกคน
    อยากเรามีกันทุกคน
    โทสะร้ายเรามีกันอยู่ทุกคน
    ความรักความไม่รักเรามีกันอยู่ทุกคน

    เมื่อของทรามเหล่านี้มีอยู่ในตัวเรา ก็ให้แก้ไข
    จะแก้ไขได้มันต้องเห็นคุณเห็นโทษ
    เจริญส่วนคุณ
    ละเว้นส่วนทาภัย
    อะไรควรถือเอา
    อะไรควรจะทิ้ง
    ต้องรู้ในจิตใจของตนของตนทุกคน
    เอวํ
    .......................................................................................................................................
     
  13. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    17 กันยายน 2545
    ในชีวิตการเกิดมาหากเราได้ทำความดี มันก็ได้ผลประโยชน์อันดี ชีวิตใดเกิดมาไม่มีศีล ไม่มีธรรม ก็เป็นอันสูญเปล่าประโยชน์ เกิดมาแล้วนี้ จึงให้เราพิจารณาในบุญของตน ในความชั่วของตน จึงให้เราพิจารณาในสุขของตน ในความทุกข์ของตน เกิดมาแล้วนี้มันมีอยู่เป็นอยู่ทุกข์อยู่เกิดดับอยู่ คิดอ่านให้ดีเราอยู่ในภูมิใดในปัจจุบัน ตั้งใจของตนไว้ในกุศลกรรม อกุศลธรรม หรือ อนฺยากตธรรม ดี-ชั่ว-ไม่มีไม่ชั่ว กรรมอันเป็นกลาง ๆ เช่น เรานอนหลับ อยู่ในนิโรธฌาน-เสวยฌาน

    มีชีวิตแล้วไม่ทำความดีนั้นเสียประโยชน์
    ไม่ทำความดี มีแต่ความชั่ว เปล่าประโยชน์
    ให้ใช้ปัญญาคิดอ่านอย่าอยู่ไปในวัน ๆ
    ปราชญ์ท่านผู้รู้ทั้งหลาย

    ท่านตั้งตนอยู่ในการแก้ไขโดยตลอด ชื่อเอาเช่นตัวอย่างของ องค์พระพุทธเจ้า พระอริยะ พระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นแบบอย่างแนวทางพาดำเนิน ตัวเราพิจารณาให้ดีอย่าท้อถอย
    เดี๋ยวนี้ 1. บุญไม่แรง
    2. จิตไม่อยู่
    3. ติดอยู่ในเครื่องข้องกับกล
    4. เมาในโลก
    5. คิดมากฟุ้งฝ่ายส่งซ่านไปทั่ว

    ชั่วมันมากกว่าบุญ
    ชีวิตดิ้นรนมากกว่าจิตรู้ตัวเอง
    เครื่องข้องมากกว่าการสละละคลายทิ้งไป
    ถาม 1
    กิน 1
    กินอยู่ไปมา ไปตามกรรม
    อันนี้ผู้บารมีอ่อน

    แต่รู้บารมีแก่กล้าแม้จะเป็นเดรัจฉาน ก็ตั้งใจของตนได้อยู่เสมอ เช่น ช้างป่าเลไลย์ มีบริจาค 10,000 ตัว หากวุ่นวายอยู่กับหมู่จึงหลีกหนีเข้าอาศัยป่าและ
    ฝ่ายพระพุทธเจ้าของเราก็วุ่นวายจากภิกขุชาวกรุงโกสัมพีทะเลาะกันก็เลยเสด็จหนีเข้าป่า อาศัยช้างอุปัฎฐาก ตลอดพรรษาที่ 8 ของพระองค์

    จนออกพรรษาพระโมคคัลลาห์พร้อมพระอานนท์เข้าอาราธานาเสด็จออกจากป่า เพื่อโปรดผู้คนต่อไป ชั้นของพวกเราทั้งหลาย ให้คิดงานของตนให้มาก

    ให้คิดถึงธรรมวินัยของพระพุทธองคืให้มาก ปฏิปทาของตนอย่าให้เป็นภาระแก่ครูบาอาจารย์ องค์พุทธาจารย์ของตน ให้ลองศึกษาดูต้นบัญญัติของสิกขาบกแต่ละข้อของศีลให้เข้าใจเกิด นิสสัยอุปนิสสัยของตน, ปฏิปทาของตน ก็จะรู้ช่องทางขัดเกลารักษาได้ โทษของนักบวชมาจาก การอยู่รวมหมู่
    การอยู่กิน-อาหาร
    การใช้จีวร,การใช้เสนาสนะ
    ทิฎฐิและการศึกษา

    โทษของชาวบ้าน กาม
    กิน
    เมาชีวิต เมาโลก

    ให้รักษาตนของตนให้ดี
    ปฏิปทาละเอียดต้องรักษาเอง
    ความตั้งใจด้วยศรัทธาเท่านั้นที่จะเป็นคู่เป็นสหายของตน
    ศรัทธา 1
    ปิติ 1
    คติ 1
    พยายามรักษาตนของตนให้สิ่งเหล่านี้มีอยู่เสมอ
    คิดนึกคิดอ่านแก้ไขพยายามทำความดีของตน
    หน้าที่เกิดไปสวรรค์มาเป็นมนุษย์ จากมนุษย์ก็ไปสวรรค์
    แก้ไขความดีของตน
    แก้ไขความชั่วของตน

    พยายามตั้งใจให้ดี
    ให้รู้เรื่องของตน ดีใด ๆ
    ชั่วใด ๆ
    บุญบาปใด ๆ ให้รู้เรื่อง

    อยากได้บุญ
    อยากได้สุข
    อยากพ้นทุกข์
    อยากได้มรรคผล
    ตั้งใจของตนให้ดีเท่านั้นที่จะได้

    เดี๋ยวนี้เราภาวนาให้รู้ใจ
    ให้รู้กาย ลมหายใจ
    ความรู้สึก
    บริกรรมผูกใจไว้
    ..................................................................................................................................
     
  14. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    18 กันยายน 2545
    อย่าขี้คร้านตั้งใจของตน
    เราจะได้ทำอีกเท่าใด จะกี่ภพจะอีกกี่ชาติ
    ให้ตั้งใจใส่ใจของตนให้ดี สิ่งอันใดไม่ดีใจเรามันชอบ-ใส่ใจ-สนใจ-คิดขึ้น-พอใจทำ-ทำของดีกลับไม่เห็นคุณค่า-ระอา-เบื่อหน่าย
    ให้ภาวนาค้นหาใจของตน

    ผูกใจให้พ้นจากของเมาทั้งหลาย ในของอันไม่ดีอย่าฝึกหัดคุ้นเคยกับมัน ให้ใส่ใจพิจารณาตนเอง อะไรมันพามืดมาหลงอยู่ในขณะนี้ เราไม่รู้หนทางหน้าหลังเพราะอะไร คิดพิจารณาให้รู้ ให้เห็น ให้ได้ เห็นได้แล้ว รู้ได้แล้ว ก็จักแก้ไขตนเองได้

    เกิด เรามิได้อยู่ของเก่า
    ตาย เรามิได้อยู่ของเก่า รูปเปลี่ยนไป
    ใจไปตามกรรม
    ดี 1
    ชั่ว 1
    ไม่ดีไม่ชั่ว 1
    อันนี้แหละเกิดตาย
    ดีชั่ว-เกิด-ดับ ไม่วายเว้นแก่ใคร ๆ

    ตายไม่มีใครต้องการ
    ดับไม่มีใครต้องการ
    เจ็บแก่ทุกข์ใด ๆ ไม่มีใครต้องการ
    แม้มันเป็นธรรมดาแต่เป็นความธรรมดาอันใคร ๆ ไม่ต้องการ
    กลัวตาย-กลัวดับ-กลัวเจ็บป่วย-กลัวทุกข์ดับอยู่ทุกคน อันใคร ๆ ไม่อยากได้
    ให้เราพิจารณาในอันมีอยู่แล้วในโลก
    ในเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย-ทุกขํประการใด ๆ ในโลก
    อะไรที่จะเอาชนะทุกข์กายได้
    อะไรที่จะเอาชนะทุกข์ใจได้
    บุญกุศล
    สุขสงบ
    ปัญญาคาใจ
    การคิดอ่านการแก้ไขตนของตน

    สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะเอาชนะ ของที่มีอยู่เป็นอยู่และเป็นไปนี้ได้
    ใส่ใจตนของตน
    ตั้งใจ
    เกิดมาแล้วนะ
    .........................................................................................................................................
    ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือมหาปุญโญ ( โดย หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ) วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย คำชะอี จ.มุกดาหาร
     
  15. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    [​IMG]มหาปุญโญวาท ( ตอนที่ 9 )
    19 กันยายน 2545

    ใจมันของยาก
    มันฟุ้งซ่านมาโดยตลอด
    นานครั้งจึงมาภาวนา มันจึงเป็นของยากนักหนา
    ผู้ใจตั้งได้ง่านนั้นเพราะเขาสะสมบุญไว้มาก บุญรักษาใจไว้อยู่

    เรื่องของการรักษาใจ ต้องอาศัย บุญกุศล
    สุขสงบ
    ใจสบาย กายเบา เวทนาน้อย

    ฉะนั้นให้เราใส่ใจให้มาก
    หากใจตั้งได้แล้ว ใจกับกายก็อยู่ส่วนแยกกันได้
    เดี๋ยวนี้เรามีกาย เรามีใจ ใจใช้กาย
    ใจใช้ใจ
    ใช้ใจทำดี ใช้ใจทำชั่ว ใช้ใจทำกรรม

    เราคบบัณฑิต ก็ได้ไปสวรรค์ เราคบคนพาลก็ไปนรกหมดใจในเดรัตจแน
    ปุถุชนคนหนาคนมืดต้อยเป็นอยู่เช่นนี้ เกิดตาย
    เกิดดับ
    ตายเกิด ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏฏะทุกข์
    วนอยู่ในสัตถวาส ภูมิเกิดตาย

    ปุถุชนจึงมีกรรม กัมมุนา วัฏฏิโลโก
    กรรมเป็นเครื่องหมุนของสัตว์โลก
    หมุนไปสู่ความดีและความชั่ว
    ดี-ชั่วจึงเป็นของเรา
    สุข-ทุกข์จึงเป็นของเรา
    นรก-สวรรค์ จึงเป็นของเรา
    ทุกภูมิเราเกิดตายไปมาแล้วทั้งนั้น เคยไปเคยมากันแล้วทั้งหมด

    เหตุเพราะอาศัยความดีและความชั่ว
    ผู้มีบุญมากเท่านั้นที่สามารถเอาชนะ ดี-ชั่ว
    เอาชนะภูมิเกิดตายได้

    ฉะนั้นเดี๋ยวนี้จึงให้ใส่ใจในการบุญการกุศล
    สะสมตนของตนไปเรื่อย ๆ จนสามารถรักษาบุญเอาไว้ได้
    บุญกุศลตัวนั้นเองที่พาให้ใจตั้งได้
    ตั้งได้ในความสงบ
    ตั้งได้ในความสุข
    ตั้งได้ในความวิชชา
    ตั้งได้ในความฌาน
    ตั้งได้ในความปัญญา
    ตั้งได้ในความญาณ
    ตั้งได้ในความธรรม

    ใจของเราหากความดีรักษาไว้ก็ตั้งได้ทั้งในสมถความสงบ
    ตั้งได้ทั้งในวิปัสสนาความสงบ
    ทั้งภาวะของสุขสงบและญาณความรู้แจ้งตามจริง

    ใจของเรานี้เองที่จะเป้นโลกียะหรือจะเป็นโลกุตตถะ
    ท่านจึงว่าเอาไว้ว่า ทุกอย่างเกิดจากใจ
    ธรรมทุกอย่างออกไปจากใจ หินะธรรม
    มัชฌิมะธรรม
    ปณีตะธรรม

    ให้เรารู้จักตนเอง
    ผู้รู้จักตนเองคือ ผู้มีปัญญา
    ปัญญานั้นพาให้ถึงมรรคญาณ ความรู้ได้ในหนทางการดำเนิน เอกายโน มคฺโค วิสุทธิยา
    หนทางสายเอก
    หนทางของความบริสุทธิ์ มีอยู่ทางเดียว จึงควรใส่ใจธรรมให้มาก

    ตัวเราชีวิตนี้ โกรธโทสะร้าย ความรัก ความชัง ความอยาก ควาหลง ความเมา
    ความแข่งดีแข่งร้าย ความพยาบาท ความเบียดเบียน ความอวดอ้าง ความลบหลู่
    หมิ่นแคลน

    สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในใจ เกิดในใจ ออกไปจากใจแล้วเราจึงค่อยรู้จักมัน จนมันปรากฏผลอาละวาดแล้วจึงรู้ จนมันเป็นโทษลุกลามแล้วจึงรู้ จึงค่อยรู้จักมัน ไม่รู้ว่า มันเกิดอย่างไร ต้นตอก่อเกิดมันมีมาอย่างไร เกิดจากใครอย่างไร
    ใจของตนแท้ ๆ ก็ยังไม่รู้ไม่เข้าใจ ความรู้สึกซาบซ่านนั้นเป็นวิญญาณรัศมีของใจ
    ใจเป็นผู้รู้สึกอันนั้น ใจจึงเป็นผู้รู้ในรูปในนาม
    รูปนี้ไม่มีอะไรนอกจากธาตุ
    ใจผู้อาศัยบุญและบาป อาศัยบุญตกแต่ง
    อาศัยบาปตกแต่ง

    ใจจึงอาศัยกรรมทั้งในส่วนอดีต อนาคต ปัจจุบัน
    จึงว่าใจอยู่กับกรรมตลอด รูปอยู่กับ อนิจจํ
    ทุกขํ
    อนตํตา
    ผู้ซึ่งธรรมใจจึงเป็นธรรม รูปนามก็เป็นธรรม ธรรมสวมครอบอยู่โดยรอบ
    อนิจจํ
    สุขํ
    อนัตตา
    ตัวเราอย่างไร
    ชีวิตเราอย่างไร
    เราจะดำเนินตนไปอย่างไรบ้าง จะไปสุดโถหรือ
    จะไปทุคโถ

    เดี๋ยวนี้จะถือเอาอันใด
    ศีล 5 รักษาตนหรือทำลายตน
    ศีล 8 มิจฉาทิฐิหรือสัมมาทิฐิ
    ทาน สะสมปัญญา
    เมตตา สะสมบุญกุศล
    ภาวนา ตนคนดี
    รักษาจิต
    จะเอาอันใด ให้รู้ตัวเอง

    เรามาฝึกหัดภาวนา อย่าให้อยาก
    อย่าให้โลก
    อย่าให้โทสะน้อยใจ
    อย่าด่วนได้
    อย่าเดือดใจ อย่ายินดียินร้าย
    โลโภ ธัมมานํ ปริปันโถ
    ความอยากทั้งหลายพาให้เสียธรรม
    ให้พยายามฝึกฝนตนของตนต่อไป ประคับประคอง ไปจนกว่าจะเอาชนะตนของตนได้ เอาชนะชั่วได้ทั้งหมด เราชนะได้ในชีวิตใด ก็จะได้ในชีวิตนั้น ให้รู้จักคิดอ่านตนของตน
    อย่าเมาเกินไป
    อย่าหาเกินไป
    อย่าอยากเกินไป
    หน้าที่เก็บบุญสั่งสมไว้ให้มากด้วยคุณต่อไป

    เดี๋ยวนี้ตัวเรามันเป็นของยากอยู่ เพราะไม่รู้ตน ไม่รู้จิตของตน
    เมื่อไม่รู้จิต จิตก็ตั้งมิได้
    จิตตั้งมิได้ วิชชาก็ไม่เกิด
    วิชชาไม่เกิดก็ไม่รู้หนทาง

    เราเกิดมาก เราฟังก็ได้ความ
    เราฟังมาก ก็เข้าใจมาก ทำบุญได้ถูกต้อง
    บุญของเรามาก ศีลก็รักษาได้ สมาธิก็ง่าย ปัญญาก็แจ่มแจ้ง คิดอ่านหมั่นแก้ไขตนของตน
    ปัญญา
    ธรรมมะ
    ความรู้คิดเห็นแจ้งใด ๆ
    เป็นของเกิดเองเห็นเองเป็นเองรู้เอง เพราะอาศัยการฝึกฝน มิใช่ของง่าย

    มรรคผลกะเกณฑ์เอามิได้
    หน้าที่ตั้งใจตลอด ขันติ
    วิริยะ
    ศรัทธา
    สัจจะ
    สติปัญญา
    ตั้งใจรักษาประคับประคองตนของตนต่อไป
    ตั้งใจว่า จะทำแต่ความดี
    จะไม่ทำความชั่ว
    .................................................................................................................................
     
  16. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    20 กันยายน 2545
    บุญที่เราทำมาแล้ว
    บุญที่เราได้ไว้แล้ว มันยังไม่งอกงาม
    มันยังไม่มากพอ
    ทุกชีวิตเราต้องเพิ่มบุญ
    ทุกวันเราต้องเพิ่มบุญ
    เพิ่มบุญไปอยู่ทุกขณะ ให้ตั้งใจ
    ให้หมั่นขยัน

    บุญกุศลนี้เองเป็นมิตรเป็นสหายเป็นคู่อยู่ในใจของเรา
    จึงให้ยินดีพอใจแต่การคบหาบัณฑิต
    เพราะการคบหาปราชญ์ บัณฑิตทั้งหลายนั้นตัวเราก็จะได้รักษานิสัยปัจจัยของตนเอาไว้ อะไรเป็นเป็นนิสสัยปัจจัย
    1. บุญกุศล
    2. ศีล
    3. ภาวนา
    4. ปัญญา

    เราเกิดมาถือรูปนาม
    เกิดมาถือโลก
    คนรวยเขาทำบุญได้ถูกต้อง
    ผู้มีชื่อเสียงเขารักษาความดีของเขาไว้ได้ เช่น นาย ปุตตกเศรษฐีขี้เหนียว
    ผู้กินน้ำข้าวต้มหักสามเป็นอาหาร กลัวทรัพย์หมดร่อยหรอ
    มีทรัพย์สมบัติมากมายก่ายกอง แต่มิได้ประโยชนือันใดจากทรัพย์
    ครั้นตายไปพระเจ้าปัสาธนธิโกศล ขนทรัพย์สินเหล่านั้นเข้าพระคลังใช้เวลา 7 วัน 7 คืน
    นี่เรียกว่ารวยแล้วมิได้ประโยชน์อะไร
    หวงตระหนี่ทรัพย์

    ด้วยเหตุนี้เรามีทรัพย์ก็อย่าเมาเกินไป หรือเราไม่มีก็อย่าเมาเช่นกัน
    เรามีทรัพย์ก็ให้ได้ประโยชน์จากทรัพย์
    เรามีกายก็ให้ได้ประโยชน์
    เรามีใจก็ให้ได้ประโยชน์
    เราภาวนาก็เพื่อจะได้รู้เรื่องเหล่านี้
    รวยแล้วเมารวย
    ทุกข์ยากก็เมาทุกข์เมายาก
    รู้โกรธ-ผู้โลก-ผู้เมา-ผู้โกหก-ผู้อยากได้-ผู้อวดอ้าง-ผู้แข่งดีแข่งร้าย ใครมีอันใดก็เมาอันนั้น
    บุคคลคนหนี่งต้องมีของเมาอย่างน้อยหนึ่งอย่าง

    เดี๋ยวนี้ เราเกิดมา
    เราต้องรู้ว่า ปราชญ์ท่านสอนอย่างใด
    คนพาลเป็นอย่างใด
    เราจะคบอย่างใด
    ภาวนามันต้องเจริญด้วยปัญญา
    ไม่มัวเมาไม่ลุ่มหลง
    ให้คิดอ่านรักษาตน
    ให้ตั้งใจของตน
    บุญอันเราทำไว้นี้เองจะรักษากายใจของเรา จึงควรให้สำคัญแก่บุญสะสมอำนาจของบุญ บุญมากแล้วเท่านั้นจิตใจจักสงบได้
    ตั้งใจภาวนาของตน
    ........................................................................................................................................
     
  17. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    วาทะธรรม
    ของ..หลวงปู่จาม มหาปุญโญในพรรษา 2545


    • ความสุขที่แท้จริงได้แก่สุขอันเกิดจากจิตนิ่งสงบ
    • ตัวเราได้ตัวตนเป็นคนมนุษย์
    แต่ไม่รู้จักคุณค่าของมนุษย์
    นี่เรียกว่า ประมาท
    • บุคคลผู้มีนิสัยปัจจัยต้องมีเครื่องอยู่
    ศีล 5 เป็นเครื่องอยู่
    ศีล 8 เป็นเครื่องอยู่
    เมตตาเป็นเครื่องอยู่
    คุณงามความดีใด ๆ เป็นเครื่องอยู่
    เหล่านี้เป็นเครื่องหมายของความดี
    • การจะปล่อยวางได้
    การจะละคลายความยึดถือ
    การจะหายจากความยึดมั่นสำคัญหมาย
    ต้องทำจิตให้สงบเสียก่อน
    เพราะอาศัยความสงบของจิตนั้นเอง
    วิปัสสนาญาณจึงจะเกิดได้

    • อาการของจิตนั้นเป็นได้ทั้งกิเลส
    เป็นได้ทั้งธรรมมะ
    ต้องระมัดระวังอย่าหลงจิต
    อย่าหลงตน
    • อยู่เฉย ๆ มันไม่ได้ประโยชน์อันใดดอก
    มันต้องพิจารณาฝึกหัดใช้ปัญญา
    ใช้ปัญญาพิจารณา
    อย่าอยู่เฉย ๆ
    • ทุกขํเป็นวิหารธรรม
    สุขเป็นวิหารธรรม
    ธรรมเป็นวิหารธรรม
    คำว่า วิหารธรรม คือ เป็นเครื่องดำเนินของชีวิต
    เป็นเครื่องดำเนินของวัฏฏะ
    • อย่าไปกลัวทุกขํ
    อย่าอยากได้สุขจนเกินตัว
    คนกลัว-คนอยากมากเกินไป
    นั้นมันทำความดีไม่ถูก
    คนใดกลัวทุกข์คนนั้นกลัวธรรม
    • อย่าไปกลัวทุกข์
    อย่าอยากได้สุขจนเกินตัว
    คนกลัว-คนอยาก มากเกินไป
    นั้นมันทำความดีไม่ถูก
    คนใดกลัวทุกข์คนนั้นกลัวธรรม
    • เราเกิดมาในกามภพนี้
    จึงได้สุขจากกาม
    จึงได้ทุกข์จากกาม
    ความรักความชัง ความยินดีความยินร้าย
    จึงเป็นตัวถาม, เป็นตัวตัณหา
    แม้สุขก็สุขอยู่กับทุกข์
    จึงเป็นทุกข์ล้วน ๆ ในชีวิตของเรา
    • รูปกายนี้
    จะมีอะไร นอกเสียจากรูป
    รูปเป็นธาตุทั้ง 4 ธาตุดิน –ธาตุน้ำ –ธาตุลม –ธาตุไฟ
    รูปํ อนิจจํ
    รูปํ ทุกขํ
    รูปิ อหัตตา
    • ใจไม่มีตนมีตัวแต่เป็นของมีฤทธิ์
    คำว่ามีฤทธิ์นั้นแปลว่า ทำกรรมได้ กรรมดีได้
    กรรมชั่วได้
    คำว่า กรรมมันเกิดจากความคิด คิดดี คิดชั่ว
    เรียกว่า มโนกรรม
    ใจของเราเป็นความดีอยู่แล้ว อย่าเอาไปทำกรรมชั่ว
    • คนโลกก็ตั้งแต่โลภ
    คนอยากได้ก็ตั้งแต่อยากได้
    คนเมาก็ตั้งแต่เมา
    คนโทสะร้ายก็ตั้งแต่โทษะร้าย
    คนลุ่มหลงมัวเมาก็ไปตามเรื่อง
    เกิดมามันจึงเป็นทุกข์อยู่เสมอ
    • คิดถึงอายุของตน
    วันนี้อายุเท่าใด
    วันไหนจะตาย
    ตายไปด้วยอะไร
    ตายแล้วถืออะไรไป
    • วันหนึ่งวันหนึ่ง
    นึกถึงตนกี่ครั้ง
    นึกถึงความตายถี่ครั้ง
    รู้ไหมว่าตัวเองมันแก่เฒ่าทุกวัน
    อะไรบ้างจะเป็นสมบัติของตน
    • คนได้สุขก็เมาสุข
    คนได้ทุกข์ก็เมาทุกข์
    คนเมาก็เมา
    คนศึกษาก็เมาศึกษา
    คนปฏิบัติก็เมาปฏิบัติ
    ความรู้สึกตัวมันมีน้อย
    จึงไม่ค่อยรู้จักตนเอง
    • อนิจจํ
    ทุกขํ
    อนัตตา
    พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วไม่มีผิดพลาด
    มั่นคงแน่นอน
    เป็นธรรมแท้แน่นอน
    • สบายดี...
    สบายรอท่าวันตาย
    เมื่อใดมันจะตาย
    อายุมากแล้วนี้
    มันก็อยากตาย
    • เราเดินทางไกล
    มันอยากจะให้ถึงจุดหมายปลายทาง
    อย่างเร็ว ๆ กำลังแข้งขาไม่พอ
    คนเกิดมาแล้วมันมีทุกข์มาก
    เมื่อทุกข์อยู่ตลอดก็อยากจะพ้นทุกข์
    มาถามหาความสำเร็จมรรคผล
    ตามหาทั้งที่กำลังของตัวไม่พอ
    • ความดีอันตนทำไว้นั้น
    มันซึมซาบเข้าถึงหัวใจ
    มันซาบซ่านอยู่ในใจ
    นี่เรียกว่า สุขใจ
    สุขสัมผัสของเรา
    สุขอันคนอื่นไม่มีส่วนด้วย
    ด้วยเหตุนี้...
    จึงให้ตั้งใจทำความดี

    • ความชั่วทั้งหลายมันเป็นอันตรายของธรรม
    ความโลภเกิดขึ้น
    ความหลงเกิดขึ้น
    ความโกรธเกิดขึ้น
    เกิดขึ้นแล้วเต็มอยู่ในใจ ความสงบก็ไม่เกิด
    ความสว่างก็ไม่เกิด
    ใจก็ไม่ใสสะอาด
    ในที่สุดก็ไม่รู้ช่องหนทางการแก้ไข การรักษา
    • อย่าไปเชื่อหลายกับพระสมัยใหม่
    พระขี้กะโล่ ธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไม่ถือ
    ทำอะไรไปตามความพอใจ
    • รูปนี้เป็นของใคร
    เวทนาเป็นของใคร
    สัญญาเป็นของใคร
    สังขารเป็นของใคร
    วิญญาณเป็นของใคร
    เป็นของเราอยู่หรือ เป็นแล้วทำไมมันต้องมีเกิด
    มีแก่
    มีเจ็บ
    มีตาย
    มีทุกข์มีสุข ด้วยเล่า
    คิดถึงตัวเองบ้างไหม
    ตัวตนนี้ใช่หรือไม่ใช่ตัวตน
    อย่างไรจึงเป็นเช่นนั้น
    • คนมีทรัพย์เป็นนกเขา
    คนมีทานเป็นนกเขา
    คนมีศีลเป็นนกเขา
    คนมีภาวนาเป็นนกเขา
    คนมีปัญญาเป็นนกเขา
    อะไรก็ของกูของกู
    นิดหน่อยก็ของกู ของกู
    ระวังอย่าให้เป็นนกเขา
    • สิ่งใดควรรักษา
    สิ่งใดควรละควรเอา
    สิ่งใดควรถอน
    สิ่งใดควรทิ้ง
    สิ่งใดควรดำเนินต่อไป
    ให้รู้ตนของตน ให้เห็นโทษภัยและคุณประโยชน์

    • ฐานที่ตั้งของธรรม
    คือความสงบ
    ความเกิดจากมีสติ
    สติเกิดจากรู้จักจิตของตน
    การฟังธรรมคำสอนต้องความและรู้เรื่อง
    • ใจมันตั้งอยู่ในกาย
    เราอยู่อย่างใดใจมันก็อยู่ด้วยอย่างนั้น
    ให้รู้จักกาย
    ให้รู้จักใจ
    ....................................................................................................................................
    ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือมหาปุญโญ ( โดย หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ) วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย คำชะอี จ.มุกดาหาร
     
  18. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    [​IMG]มหาปุญโญวาท ( ตอนที่ 10 )
    21 กันยายน 2545
    19.00-20.30 น.

    เราทุกคนใจมันไม่ตั้ง เพราะ ธรรมมะมันไม่เกิด
    ปัญญาไม่เกิด
    องค์ฌานไม่เกิด
    องค์ญาณไม่เกิด
    วิชชาไม่เกิด
    ความสว่างไม่เกิด
    บุญกุศลมันน้อยไม่มาก
    ใจมันฟุ้งซ่านเกี่ยวกับความชั่วใด ๆ มันบุกรุกใจอยู่ตลอดให้เราทุกคนจงคิดอ่านในตนของตน
    ตั้งใจไว้ว่า เกิดมาในชีวิตใด ก็จะพยายามเก็บบุญกุศลให้มากและตั้งใจในความดี จนกว่าจะชัยชนะชั่วของตนในใจของตนได้
    จนกว่าใจไม่ฟุ้ง

    ตั้งใจได้
    ไม่เกี่ยวข้องกับร่างกาย - กายอยู่ส่วนกาย

    ใจอยู่ส่วนใจ
    ไม่ปะปนกันและกัน
    เรียกว่า จิตตั้ง
    จิตตั้งได้แล้ว นั่งได้นาน สุขเกิด สบายเกิด

    เราทุกคนมีบุญกุศลอยู่แต่ว่ามันมีอยู่น้อย
    บุญไม่แรง
    ให้เราทุกคน
    คิดอ่าน ฝักไฝในตนของตนว่าอะไรจะเป็นบุญเป็นกุศลของตน
    จึงได้ชื่อว่าตั้งใจสะสมบุญกุศลจนได้ความสุข จนได้ความเจริญปัญญาตาใจ
    ในเบื้องต้นนี้ต้องให้บุญกุศลเกิดขึ้นเสียก่อน
    ธรรมมะจึงจักเกิดได้

    ให้รู้จักตนเอง
    เราเกิดมาในโลกในชีวิตนี้ มัวแต่เสาะหาของสิ่งความชั่วให้แก่ตนของตน
    ให้รู้ว่ากายนี้มันเป็นของชั่วคราว เกิดขึ้นมาเดี๋ยวผันก็ดับไป
    แต่ใจของเราไม่มีดับ ไม่มีสูญหาย
    ใจเราอยู่กับอะไร

    กายเป็นเปรต ใจก็อยู่กับเปรต
    กายเป็นสัตว์ ใจก็อยู่กับสัตว์
    กายอยู่กับผี ใจก็อยู่กับผี
    กายเป็นมนุษย์ ใจก็อยู่กับมนุษย์
    กายเป็นเทวดา ใจก็อยู่กับเทวดา
    กายเป็นพรหม ใจก็อยู่กับพรหม
    ที่เกิดที่ไปที่อยู่ปุถุชนมันเป็นอยู่เช่นนี้ จึงเรียกว่า โลก
    พรหมโลก
    เปตโลก
    มนุสสโลก
    เทวโลก
    โลกของเดรัจฉาน

    โลกของสัตว์ทั้งหลาย
    โลกของปุถุชนต้องเป็นอยู่อย่างนี้
    หน้าที่เราจะได้ท่องเที่ยวอยู่ตลอดไป
    จากภพหนึ่ง ไปสู่อีกภพหนึ่ง จากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง
    จึงชื่อว่า ปุถุชน
    บุญกับบาปเป็นคู่ตกแต่งอยู่ในใจ
    ............................................................................................................................
     
  19. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    22 กันยายน 2545

    ตั้งใจของตนทุกคน
    พยายามไปเรื่อย ๆ
    พยายามไปจนกว่าจะเอาชนะความชั่วได้เด็ดขาด
    เดี๋ยวนี้ให้เพิ่มบุญกุศลให้แก่ตนของตน
    ไหว้พระ เพิ่มบุญ
    เมตตา เพิ่มบุญ
    รักษาศีล เพิ่มบุญ
    เคารพวัยวุฒิ-คุณวุฒิ เพิ่มบุญ
    บำรุงบิดามารดาปู่ยาตายาย เพิ่มบุญ
    ตั้งใจทำกรรมดี เพิ่มบุญ
    พิจารณารูปกายรูปใจของตน เพิ่มบุญ
    พิจารณาวัฏฏะ การเกิด-การตาย เพิ่มบุญ
    ให้หมั่นเพิ่มบุญ
    ใจเราเดี๋ยวนี้ มันอยู่กับเรา
    เราเกิด-ตาย ในภพใดชาติใด ใจก็อยู่ในภูมินั้นเพราะ อาศัยดี-ชั่วตกแต่ง

    ตั้งใจอยู่ภายในของตน จนใจตั้งได้
    จนใจเที่ยง
    เราภาวนา อย่าโกรธให้เจ้าของ
    อย่าอยาก
    อย่าหลง
    อย่ายินดียินร้าย
    อย่าสุกเอาเผากิน
    หากเป็นอย่างนี้มันภาวนาไม่เป็น
    หน้าที่เราฝึกฝนตนของตนไปเรื่อย
    ฝึกฝนอยู่ในทุกชีวิต
    ชีวิตนี้เรามาได้ตั้งใจในการทำความดี
    ได้ตั้งใจภาวนาอบรมใจเพื่อให้ ฌานเกิด
    ความสว่างเกิด
    ปัญญาเกิด
    ญาณเกิด
    ธรรมเกิด
    หากยังไม่เกิด
    ก็พากเพียรทำไป จนได้เวลาก็เกิดเองเป็นเอง ได้เอง
    หน้าที่เราตั้งใจของตนเท่านั้น
    ให้คิดอ่านในตนของตน อย่าให้ผิดพลาด
    ผิดพลาดมันพาไปตกนรก
    อย่าไปเพิ่มความชั่ว ให้เรารักษาตนเอง
    ตั้งใจของตน เราฝึกตนอยู่เดี๋ยวนี้มันเป็นโลกียะ
    เรียกว่า ความดีเพื่อโลกียะ
    โลกียธรรมนี้มั่นคงตรงแน่วเสียก่อนมันจึงจักพ้นได้
    ความตั้งใจ-การฝึกฝน
    ฉันทะในธรรมยินดีพอใจในธรรมนี้เท่านั้นที่มันจะช่วยเหลือตัวของเราไว้ได้ให้ได้ในผลอันสูงสุด
    การสำเร็จมรรคผลมันเป็นของยากหนากว่าจะได้มา

    ชีวิตนี้เหลือไปก็ไม่ได้
    ให้ตั้งใจเท่านั้น
    ตั้งใจของตน
    .................................................................................................................................
     
  20. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,532
    21 กันยายน 2545

    เดี๋ยวนี้เราเป็นมนุษย์
    เราได้พบปะแล้วคำสอนขององค์พุทธเจ้า ก็ให้ตั้งใจเก็บเล็กสะสมน้อย จนกว่าจะชนะเป็นอริยบุคคลพ้นแล้วจากการเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
    ตั้งใจเป็นความรู้สึกอันมีอยู่

    กายก็เป็นกายอยู่เช่นนี้ กายนี้จะเป็นอะไร
    ก็เป็นแต่ธาติ 4 ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม
    หากธาตุใดธาตุหนึ่งไม่สม่ำเสมอก็วิการไป
    ร่างกายก็ชำรุดใจก็อยู่มิได้ในรูปกายอันนี้
    ใจหนีออกไป บุญรักษา เรียกว่า เทวบุตรเทวดา
    ใจหนีออกไป บาปรักษา เรียกว่า เปรตผี นรก

    เดี๋ยวนี้เราปุถุชนหน้าที่เกิด-ตาย
    หน้าที่เป็นอยู่เช่นนี้

    บัดเดี๋ยวนี้ หน้าที่ของเรา 1. เก็บบุญ
    2. เก็บธรรมมะ
    3. เก็บปัญญา
    4. เก็บวิชชา
    5. เก็บองค์ญาณ
    6. ให้รู้อะไรพาเกิดอะไรพาหมุน
    ให้รู้เหตุผลว่า
    โลกเกิดจากใจ
    หลงเกิดจากใจ
    มัวเมาเกิดจากใจ
    โทสะเกิดจากใจ
    ยินดียินร้ายเกิดจากใจ
    อะไรมันพาให้เที่ยวเกิดตายอยู่ในโลก
    เราต้องชำระในสิ่งเหล่านั้น
    ผู้จะเป็นพระอริยเจ้าได้นั้นต้องชำระอุปกิเลสอนุสัยเหล่านั้นให้หมดไปจากใจของตนเสียก่อน
    เมื่อถึงภูมิของอริยะเจ้าแล้วนั้น มีแต่ความสุข-สุขํ
    เที่ยงอยู่เป็นนิตย์-นิจจํ

    ให้คิดอ่านในตนทุกคน
    ตนของเราคือใจ มิใช่กาย
    เดี๋ยวนี้ความรู้สึกภาวะมีอยู่ จะเป็นอะไร
    จะต้องการอะไร
    ทำไมไม่คิดไม่อ่านว่ากายมันไม่เที่ยง
    เกิดดับตายไป
    ทำไมไม่รู้ภาวะฝักใฝ่หาใจของตน
    มีแต่มักเมาเสาะหาของให้แก่กาย มีแต่เลี้ยงแก่กายตลอดไป
    เมาแต่ทุกข์ในโลก
    เกิดมามันมีทุกข์ ทุกข์อยู่ในโลก
    คิดอ่านพินิจพิจารณาว่า จิตรู้สึกอยู่
    กายนี้มันดับได้ตายได้

    จิตรู้สึกภาวะอยู่ กายนั่งอยู่ ใช้ปัญญาคิดอ่านของตน
    ภาวนารักษาอารมณ์อย่างนี้ไว้
    ให้ตั้งใจของตน
    มิใช่ตั้งเฉพาะวันนี้ ชีวิตนี้
    ชีวิตต่อไปก็เจริญต่อไป
    ทำความดีให้แก่ตน
    ให้ตั้งใจ
    ................................................................................................................................
     

แชร์หน้านี้

Loading...