ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย koymoo, 25 มกราคม 2005.

  1. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ความหมายของ...จุดในการเจิมของพระเกจิอาจารย์

    [​IMG]

    "เพื่อก่อให้เกิด ความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะนำไป สู่ความสำเร็จ" คือจุดประสงค์ และจุดมุ่งหมายของการเจิม เมื่อแต่งงานเราก็ให้ญาติผู้ใหญ่ เจิมหน้าผาก ครั้นไปซื้อรถคันใหม่ เราก็ให้พระเกจิอาจารย์เจิมรถให้ เมื่อทำบุญ ขึ้นบ้านใหม่พระ ก็จะเจิมประตูหน้าบ้านให้ ในขณะที่การเปิด บริษัทห้างร้าน เราก็ยังนิมนต์พระไปเจิม

    คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าพระเกจิแต่ละท่าน เมื่อเจิม แล้วมีพุทธคุณ เด่นด้านใด ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระบางรูป อาจจะได้รับนิมนต์ให้ไปเจิมป้ายเปิดร้านค้ามากเป็นพิเศษ ในขณะที่บางท่านคนจะนิยมนำรถไปเจิมถึงวัด

    แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้เลยว่า จุดแต่ละจุด ซึ่งเกิดจากการเจิมนั้น มีความหมายอย่างไร ?

    ก่อนจะเข้าเรื่องความหมายของจุดในการเจิม ขออธิบายกรรมวิธี การทำดินสอพองเพื่อการเจิมของโบราณจารย์เป็นอันดับแรก คือ ให้เตรียม ดินสอพอง มาพอสมควรตามความต้องการ ละลายน้ำ แล้วเอาผ้าขาวบาง ที่สะอาดกรองทิ้งไว้จนแป้งนั้นนอนดีแล้ว รินน้ำออกให้หมด จึงเอาผ้าขาวที่สะอาดหนากว่า ผ้ากรองสักหน่อยห่อแล้วบิด และเอาของหนักทับไว้จนหมดน้ำ แล้วเอา น้ำข้าวเช็ด มาเคล้าให้พอดี ที่จะปั้นเป็นก้อนได้

    อีกวิธีหนึ่งเอา แป้งนวล ผสมกับ น้ำ ให้พอปั้นได้ แล้วปั้นให้กลม ขนาดเท่าหัวแม่มือ ยาวประมาณ ๓-๔ นิ้วฟุต เสร็จแล้วเอาผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นเอา ใบตำลึง มาคั้นเอาน้ำ (ไม่ต้องเติมน้ำ) เอาดินสอพองที่ตากแดดแล้ว ย้อมให้ทั่ว แล้วเอาผึ่งแดดอีกครั้ง การย้อมด้วยน้ำใบตำลึง นี้ก็เพื่อทำไม่ให้ดินสอพองนั้นติดมือเท่านั้น

    การทำดินสอพองเจิม โบราณเขาต้องเลือก วัน ฤกษ์ ยาม ที่จะลงมือทำ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ (กำลังใจ, ความศรัทธา เชื่อมั่น ที่เราทำแบบนี้ ขั้นตอน และ มีครู ซึ่งได้มอบให้ (ถ้า ครอบครู หรือเลือกวันครูวันพฤหัสบดีเรียนวิชา การเจิม ด้วยยิ่งดีมาก) ฤกษ์ วัน สำคัญ ควรทำให้ถูกต้อง เพื่อความมั่นใจ (ปัจจุบันเอาฤกษ์ความ สะดวก เป็นสำคัญ)

    ส่วนพระคาถาสำหรับเสกดินสอ สำหรับเจิมคือ

    "พุทธัง ยาวะชีวัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง ยาวะชีวัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง ยาวะชีวัง สะระณัง คัจฉามิ"

    กรรมวิธีการทำดินสอเจิม และการภาวนา คาถา ระหว่างเจิมนั้น อาจารย์แต่ละท่านเรียนมาไม่เหมือนกัน ความละเอียด และขั้นตอนจึงมีความแตกต่างกัน (ดูความสะดวก เหมาะสม) ซึ่งปัจจุบันนี้นิยมใช้แป้งดินสอพอง ผสมกับน้ำให้พอดี ข้นพอที่จะเจิมได้โดยไม่ต้องทำ ดินสอสำหรับเจิมอย่างเช่นในอดีต

    นอกจากนี้แล้วในอดีตทั้งพระ และฆราวาสหากประสงค์ จะเป็นเจ้าพิธีในการเจิม ต้องมีการครอบครู โดยอาจารย์ท่าน ให้ชำระกายให้บริสุทธิ์ รักษาพระไตรรัตน์สรณาคม นั่นอยู่ในศีลวัตร (ศีลห้า) พึงตั้งเครื่องบูชา มีบายศรีปากชาม สำรับหนึ่ง เงิน ๖ บาท ผ้าขาวผืนหนึ่ง ขันล้างหน้าใบหนึ่ง เมี่ยงหมาก ดอกบัว สิ่งละ ๕ กรวย ธูปเงิน ธูปทอง เทียนเงิน เทียนทอง สิ่งละ ๕ เล่ม แป้งหอม น้ำมันหอม สำหรับเจิม

    จากการรวบรวมข้อมูลการเจิมของพระเกจิต่างๆ ที่มีลูกศิษย์ลูกหามักจะให้เจิมบ้าน รถ รวมทั้งป้ายร้านค้า ในยุคปัจจุบัน แต่ละรูปจะมีวิธีการเจิม จำนวนจุด รวมทั้ง อักขระเลขยันต์ในการเจิมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่น

    หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ท่านจะเจิมด้วยจุดทั้งหมด ๖ จุด คือฐานด้านล่าง ๓ จุด ตรงกลาง ๒ จุด ส่วนยอดอีก ๑ จุด แล้วเขียนอุณาโลมไว้ด้านบน นอกจากนี้แล้วด้านล่างยังเขียนคาถาว่า ยา นะ ยา ซึ่งเป็นคาถาป้องกันคุ้มภัย

    ส่วน หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม ท่าน มีความชำนาญเรื่องการเขียนอักขระเลขยันต์ เวลาเจิมท่านจะเขียนยันต์ลงไปเลย โดยจะเขียนยันต์พุฒซ้อน ซึ่งมีพุทธคุณครอบคลุมทุกด้าน ทั้งคุ้มภัย เมตตา และค้าขาย ยกเว้นบางโอกาสเท่านั้นที่ท่านจะเจิมเป็นจุด

    ในขณะที่ หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ท่านเป็นศิษย์ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม การเจิมของท่านมีทั้งเขียนเป็นอักขระเลขยันต์ และเจิมเป็นจุด

    สำหรับอำนาจพุทธคุณของแต่ละจุดนั้นส่วนใหญ่จะครบทุกด้าน ทั้งแคล้วคลาด ปลอดภัย ค้าขาย และเมตตามหานิยม ส่วนความหมายของจุดแต่ละจุดในการเจิมนั้น มีความหมายดังนี้

    อุณาโลม หมายถึง องค์พระ ระหว่างเขียนจะมีการภาวนาว่า มา ปะ นะ ชา ยะ เต

    ๑ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า เอกะอะมิ หมายถึง คุณแห่ง พระนิพพานอันยิ่งใหญ่

    ๒ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า พุท โธ หมายถึง นามพระพุทธเจ้า

    ๓ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า มะ อะ อุ หมายถึง คุณแห่งแก้ว ๓ ประการ (พระรัตนตรัย) และอีกความหมายคือ พระไตรปิฎก

    ๔ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า ทุ สะ นิ มะ (หัวใจอริยสัจสี่) , นะ ชา ลิ ติ (พระสิวลี), อุ อา กา สะ (หัวใจเศรษฐี), นะ มะ อะ อุ (พระไตรปิฎก), นะ มะ พะ ทะ (ธาตทั้งสี่)

    ๕ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า นะ โม พุท ธา ยะ หมายถึง พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ หรือคุณแห่งศีล ๕ มีพุทธคุณ

    ๖ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า อิ สฺวา สุ สุ สฺวา อิ หมายถึง คุณแห่งไฟ หรือพระเพลิง รวมทั้งหมายถึงคุณแห่งพระอาทิตย์

    ๗ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า สะ ธะ วิ ปิ ปะ สะ อุ หมายถึง คุณแห่งลม หรือพระพาย

    ๘ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ หมายถึงคุณแห่งพระกรรมฐาน คุณแห่งศีล ๘ คุณแห่งพระอังคาร

    ๙ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ หมายถึง คุณแห่งมรรค ๔ ผล ๔ และพระนิพพาน ๑

    ๑๐ จุด ใช้เขียนอักขระที่ว่า เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว หมายถึง คุณแห่งครูบาอาจารย์ คุณแห่งอากาศ หมายถึงคุณแห่งศีล ๑๐ หมายถึงคุณแห่งพระเสาร์ ๓๐ ทัศ

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนจุดในการเจิม ของพระเกจิอาจารย์ จะไม่เท่ากัน แต่การลงจุดนั้นจะเขียนเป็น รูปสามเหลี่ยมเหมือนกัน โดยส่วนยอดของสามเหลี่ยมนั้นจะเป็นอุณาโลม ในขณะที่บางท่าน อาจจะเพิ่มอักขระบางตัวไว้เข้าไป ส่วนการบริกรรมพระคาถา ระหว่างการเจิมนั้น สุดแล้วแต่จะได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์อย่างไร เช่น ถ้า เจิม ๓ จุด อาจจะบริกรรมคาถา มะ อะ อุ หรือ แยกเป็น ๒ จุด ก่อน คือ พุท โธ ส่วนอีกจุดนั้นบริกรรมพระคาถา เอกะอะมิ

    เจิม ๑๐ จุด อาจจะ บริกรรมคาถา เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว ครั้งเดียวเลยก็ได้ หรืออาจจะแยกเขียนเป็น ๔ แถว คือ ๔ จุด ล่างบริกรรมคาถาว่า ทุ สะ นิ มะ แถวถัดมา ๓ จุด บริกรรมว่า มะ อะ อุ แถวที่มี ๒ จุดบริกรรมว่า พุท โธ ส่วนแถวบนสุด ๑ จุด บริกรรมว่า เอกะอะมิ

    โพสต์โดยคุณ ณัฐ จตุตถะ

    ที่มา http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=1588.0
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ตัวอย่างภาพยนตร์ 17 Again 17 ขวบอีกครั้ง กลับมาแก้ฝันให้เป็นจริง
    [​IMG]

    แนวหนัง : ตลก ดราม่า
    กำกับโดย : เบอร์ สเตียร์ส
    นักแสดง : แซค แอฟรอน, เลสลี่ แมนน์, โธมัส เลนนอน, มิเชล เทรชเทนเบิร์ก, สเตอลิง ไนท์, เมโลร่า ฮาร์ดิน, แมทธิว เพอร์รี่

    คุณจะทำอะไรถ้าคุณได้โอกาสครั้งที่สองในชีวิต?

    ชั้นเรียนในปี 1989 ไมค์ โอ’ดอนแนล (แซค เอฟรอน) เป็นดาวรุ่งของทีมบาสเกตบอลไฮสคูลโดยมีผองเพื่อนสนับสนุน รวมทั้งเขาเองยังมองเห็นอนาคตอันสดใสอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เขากลับตัดสินใจโยนทุกสิ่งทุกอย่างทิ้งเพื่อที่จะไปร่วมชีวิตกับสการ์เล็ตแฟนสาวและลูกน้อยที่เขาทั้งสองคนเพิ่งรู้ว่ากำลังจะมาเกิด

    เกือบยี่สิบปีให้หลัง วันวารอันหวานชื่นของไมค์ (แมทธิว เพอร์รี่) กลับถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง การแต่งงานของเขากับสการ์เล็ต (เลสลี่ แมนน์) ต้องจบลง ตัวเขาถูกมองข้ามในการได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งในที่ทำงาน ลูก ๆ วัยรุ่นของเขาพากันคิดว่าเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ และตัวเขาเองก็ถูกจำกัดอยู่ในแวดวงที่มีเพียงเพื่อนซี้ร่วมชั้นมัธยมคนเดียว ที่เป็นมหาเศรษฐีแต่กลับละทิ้งสังคมและคลั่งเทคโนโลยี่อย่าง เนด (โธมัส เลนนอน) เพียงคนเดียวเท่านั้น

    แต่ไมค์ก็ได้รับโอกาสอีกครั้งในชีวิตเมื่อเขาได้ถูกเปลี่ยนร่างกลับไปเมื่ออายุ 17 ปีอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ แต่โชคไม่เข้าข้างที่ไมค์อาจจะดูเหมือนอายุ 17 อีกครั้งแต่ท่าทางที่เขาแสดงนั้นเป็นของคนอายุกว่าสามสิบ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นในปี 2009 ของเขารู้สึกว่าแปลกประหลาด และในความพยายามที่จะหวนรำลึกถึงหลายปีที่รุ่งโรจน์ ไมค์อาจจะสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้เคยเกิดขึ้นกับเขา


    หมายเหตุ

    การได้กลับมาเป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้ง จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันกันอีกต่อไปแล้ว สำหรับท่านผู้สูงอายุทั้งหลาย ถ้าหากว่าท่านสามารถมีชีวิตอยู่รอดไปในยุคของชาวศิวิไลซ์ได้ เพราะในยุคสมัยนั้นจะไม่มีคนแก่คนเฒ่าเลย จะมีแต่คนหนุ่มคนสาวร่างกายแข็งแรง เพราะพลังสนามแม่เหล็กโลกที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 14 เก๊าส์ เป็น 22 เก๊าส์ และจากการได้กินผลไม้วิเศษ ในเมืองใหม่ของพระศรีอารย์

    อ้างอิงคำทำนายจาก อ.ปริญญา ตันสกุล

    ภายหลังจากการชำระโลก

    1. มนุษย์จะมีจิตใจดีงาม เปี่ยมด้วยคุณธรรม และมีเมตตาต่อกัน
    2. มนุษย์จะเลิกทานเนื้อสัตว์ จะเลิกเบียดเบียนกันโดยอัตโนมัติ
    3. มนุษย์จะใช้สมองซีกขวาสูการหยั่งรู้ ได้ด้วยปัญญาญาณง่ายขึ้น
    4. ประเทศไทยจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก
    5. ประเทศไทยจะสร้างยูเอฟโอท่องจักรวาล ได้เป็นชาติเดียวในโลก
    6. ศาสดาศรีอาริยะเมตไตรย จะปรากฎพระองค์ขึ้นบนแผ่นดินไทยในไม่เกิน 6 ปี หลังวันสิ้นยุคพลังงานเก่า
    7. หน้าที่การบันทึกคัมภีร์เป็นหน้าที่ของผม หน้าที่ในการเยียวยาปลุกปลอบหัวใจของเพื่อนมนุษย์คือ พระศาสดาศรีอาริยะเมตไตรย โปรดรับทราบไว้ตามนี้ด้วย
    8. มนุษย์จะมีอายุยืนยาวมากขึ้นกว่าเดิม อำนาจแม่เหล็กโลกเพิ่มขึ้นจาก 14 เก๊าส์ เป็น 22 เก๊าส์ ร่างกายคุณแข็งแรง(กลับเป็นหนุ่มเป็นสาว อายุขัยยาวนานขึ้น) สุขภาพพลานามัยดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

    อ้างอิงจาก ตำนานพระศรีอาริย์กึ่งกลางศาสนา

    พิษณุเทพบุตร จะไปนำเอาผลมะม่วงกาซอ (ผลไม้โรทันตี) จากสวรรค์มาถวายพระศรีอาริย์ธรรมิกราช เมื่อเสวยแล้วรูปร่างก็กลับกลายเป็นหนุ่มเหมือนอายุ 20 เศษ

    จะมีพระมหาเถระ 24 รูป เดินทางมาจากทิศต่างๆ เพื่อชมบารมีพระศรีอาริย์ธรรมิกราช พระศรีอาริย์ธรรมิกราชจึงเอามะม่วงกาซอ (มะม่วงลอกคราบ) เข้าถวายพระผู้เฒ่าทั้ง 24 รูป พระผู้เฒ่าทั้งหมดเมื่อฉันแล้วก็ง่วงนอน และหลับไปด้วยความสบาย ครั้นตื่นขึ้นแล้วผิวพรรณก็กลับกลายเป็นหนุ่มไปหมดทั้ง 24 รูป รู้สึกว่ากระปี้กระเปร่าแข็งแรงขึ้นอย่างผิดธรรมดา

    พระศรีอาริย์จึงเอาเมล็ดมะม่วงลอกคราบนั้นปลูกลงในดินริมปราสาท ก็พลันงอกงามเป็นต้นเป็นลำและแตกกิ่งก้านสาขาขึ้นในทันที ประกอบด้วยช่อและดอกออกผลเต็มไปหมด โดยไม่ต้องรอเวลาหรือฤดูกาลใดๆ เลย

    ฝูงมนุษย์ก็จะไหลมาเทมาเพื่อบริโภคมะม่วงลอกคราบอันวิเศษนั้น ครั้นแล้วคนแก่ก็จะกลายเป็นหนุ่ม คนที่มีผิวพรรณไม่งามก็จะงาม คนอ่อนแอก็จะแข็งแรงไปทั่วทุกรูปทุกนาม โลกจะถึงความเป็นสวรรค์ทั้งในด้านผิวพรรณและโภคทรัพย์ ฯลฯ และ
    จะมีต้นไม้กาลปพฤกษ์ทิพย์ถึง 1,600 ต้น (โรงทาน) ทั่วทั้งโลก

    อนึ่ง พระมหานครอันบรมสุข จะได้ถูกก่อสร้างตึกรามขึ้น 36,000,000 หลัง จะเป็นที่อยู่ของพลเมืองที่เป็นสัมมาทิฏฐิทั้งสิ้น และว่าในยุคนั้น จะมีผู้หญิงมากผู้ชายน้อย เพราะผู้ชายไปตายในกองทัพถึง 3 ใน 4 ส่วน ผลสุดท้ายผู้ชายคนเดียวจะมีภรรยา 9 คน 10 คน ผู้หญิงจึงหาสามีที่โสดๆไม่ได้ง่ายนัก จริงเท็จอยู่กับตำรา (แจ้งอยู่ในใบลาน 3-4 ผูก)

    อ้างอิงจากพระธรรมวิวรณ์ในคัมภีร์ไบเบิ้ล


    เยรูซาเล็มแห่งสวรรค์ลอยลงมาจากพระเจ้า

    21:1 ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว

    21:2 ข้าพเจ้า คือยอห์น ได้เห็นเมืองบริสุทธิ์ คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากพระเจ้าและจากสวรรค์ กรุงนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี

    พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์และสิ่งสารพัดถูกสร้างขึ้นใหม่

    21:3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากสวรรค์ว่า "ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา และจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา

    21:4 พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว"

    21:5 พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า "ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่" และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์จริงและสัตย์ซื่อ"

    21:6 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย (น้ำพุแห่งชีวิต คือน้ำพุที่ทำให้เป็น<WBR>หนุ่มเป็นสาวอยู่ชั่วกาลนาน)

    21:7 ผู้ใดมีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งสารพัดเป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา

    21:8 แต่คนขลาด คนไม่เชื่อ คนที่น่าสะอิดสะเอียน ฆาตกร คนล่วงประเวณี คนใช้เวทมนตร์ คนไหว้รูปเคารพ และคนทั้งปวงที่พูดมุสานั้น จะได้รับส่วนของตนในบึงที่เผาไหม้ด้วยไฟและกำมะถัน นั่นคือความตายครั้งที่สอง

    ที่มา http://www.thaipope.org/webbible/66_021.htm
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 กรกฎาคม 2009
  3. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ชาวพุทธยังแห่ทำบุญตักบาตรในวันอาสาฬหบูชาคึกคัก </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>7 กรกฎาคม 2552 10:08 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
    [​IMG]
    ภาพประกอบจากทางอินเตอร์เน็ต

    ชาวพุทธแห่ทำบุญตักบาตรในวันอาสาฬหบูชาคึกคัก วธ.ร่วมทำพิธีถวายเทียนพรรษา และแห่ขบวนถวายอารามหลวง 8 แห่งรอบกรุง ขณะที่ ศน.เชิญชวน ปชช.ออกมาทำบุญชำระจิตใจ

    เมื่อวันเวลา 07.00 น.วันที่ 7 ก.ค. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชน ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2552 โดยมีพระธรรมสิทธินายก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสนำคณะสงฆ์รับบาตรจากพุทธศาสนิกชน ซึ่งในปีนี้มีพุทธศาสนิกชนและผู้พิการมาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งกันเป็นจำนวนมาก

    นายสดกล่าวว่า วันอาสาฬหบูชาถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จึงขอให้ชาวพุทธทั่วโลก ลด ละ เลิก อบายมุขทั้งปวง หันมาปฏิบัติธรรม น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย ขอให้น้อมนำพระราชดำรัสหลักความพอเพียง ความสามัคคี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข ในขณะเดียวกัน ศน.ยังขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมถวายเทียนพรรษา เนื่องในวันเข้าพรรษา แก่วัดวาอาราม ต่างๆ เพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงาม รวมทั้ง ได้ทำบุญสร้างกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วย

    จากนั้นในเวลา 10.00 น. นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดวธ.ร่วมถวายเทียนพรรษา แด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และปล่อยขบวนรถแห่ เทียนพรรษาไปถวายยังพระอารามหลวง 8 แห่ง ได้แก่ วัดสุทัศนเทพวราราม วัดมหรรณพาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดบุรณศิริมาตยาราม วัดสัมพันธวงศาราม และวัดเทพธิดาราม นอกจากนี้ ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป พุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนรอบพระบรมบรรพตภูเขาทอง และสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานบนยอดภูเขาทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย


    ที่มา http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076550
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    น้ำท่วมภูเก็ตเริ่มลดระดับหลังฝนถล่มหนักทั้งวัน

    [​IMG]

    ภูเก็ต 7 ก.ค- ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบจากฝนตกหนักมาตลอดทั้งวันนี้ (7 ก.ค) ในจังหวัดภูเก็ต ทำให้น้ำท่วมขังฉับพลันหลายพื้นที่ เนื่องจากระบายไม่ทัน โดยเฉพาะย่านป่าตองอำเภอกะทู้ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

    มีน้ำท่วมถนนราชอุทิศ 200 ปี เกือบทั้งสาย รวมถึงบริเวณสี่แยกโรงเรียนบ้านไสน้ำเย็น ระดับน้ำประมาณ 50-60 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนสองข้างถนนน้ำไหลเข้าท่วม นอกจากนี้ถนนสาย ก. จมน้ำกว่า 1 เมตร ตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลป่าตองไปถึงตลาดบ้านซาน รวมทั้งโรงพยาบาลเมืองป่าตอง บ้านพักแพทย์-พยาบาล และอาคารผู้ป่วยชั้นเดียว ตลอดจนรถยนต์และรถจักรยานยนต์จมน้ำเสียหายหลายคัน

    ล่าสุดฝนทิ้งช่วง ทำให้ระดับน้ำท่วมลดลงอย่างต่อเนื่องและเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รถยนต์ทุกชนิดสัญจรได้แล้ว เช่นเดียวกับถนนเจ้าฟ้าตะวันตก หน้าโรงไฟฟ้าถึงบริเวณหมู่บ้านเจ้าฟ้าธานี ต.ฉลอง อ.เมือง แม้สัญจรได้ แต่ต้องใช้ความเร็วต่ำ เพราะบางจุดน้ำยังทรงตัวอย่างไรก็ตามองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่เร่งระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว สภาพพื้นที่เป็นปกติ. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 18:14:23

    น่านพบจุดเสี่ยงดินถล่มนับ 100 จุด-ย้ำระวังถนนบางสาย

    [​IMG]

    น่าน 7 ก.ค.- ปภ.น่าน รับมือฝนตกต่อเนื่อง พบพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มกว่า 100 จุด 4 อำเภอ ด้านอุทยานฯ ดอยภูคา ย้ำนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางปัว-บ่อเกลือ ระวังเป็นพิเศษอาจประสบดินไหลและมีโค้งอันตราย

    นายธวัช เพ็ชรวีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่พบจุดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มกว่า 100 แห่ง ใน 4 อำเภอ คือ อ.บ่อเกลือ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.นาหมื่น และ อ.ทุ่งช้าง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาสูงลาดชัน โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่เป็นเนินเขา มีประชาชนใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากภัยดินโคลนถล่ม

    เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทหาร เตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือและอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ หากเกิดสถานการณ์โคลนถล่ม สำหรับการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนวันนี้ (7 ก.ค.) หนักที่สุดที่ อ.แม่จริม 74.2 มม. อ.สันติสุข 64 มม. อ.บ้านหลวง 63.3 มม. ส่วนอำเภออื่น 40-50 มม. ถือเป็นปริมาณน้ำฝนที่เฉลี่ยแล้วสูงในเกณฑ์เสี่ยงภัย หากยังตกหนักติดต่อกันหลายวัน และสภาพอากาศในพื้นที่ยังครึ้มฟ้าครึ้มฝน

    ด้านนายพูนสถิตย์ วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เตือนผู้ใช้เส้นทางสายปัว-บ่อเกลือ มุ่งหน้าสู่อุทยานฯ ดอยภูคา ใช้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ดินไหลลงมาขวางการจราจร อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวมีโค้งอันตรายอยู่ 9 จุด ที่มีความลาดชัน โดยเฉพาะช่วงกิโลเมตรที่ 19-20 ข้างทางเป็นเหวลึกกว่า 100 เมตร และถนนเป็นโค้งหักศอก.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 11:19:08

    ชาวบ้านแม่สายเฝ้าระวังภัยน้ำล้นตลิ่ง

    [​IMG]

    เชียงราย 7 ก.ค. - แม้เป็นช่วงวันหยุดยาว แต่บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ด่านพรมแดนแม่สายต้องซบเซา หลังได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักจนน้ำท่วม ส่งผลให้แม่น้ำสายเอ่อล้นตลิ่ง

    ผลจากการเอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำสาย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ต้องเก็บข้าวของขึ้นไว้บนที่สูง และทำให้การค้าขายช่วงวันหยุดยาวต้องชะงักไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม นอกจากเฝ้าระวังข้าวของแล้ว ชาวบ้านส่วนหนึ่งยังไม่ไว้วางใจกับสถานการณ์ ต่างเดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์ระดับน้ำสายที่ริมตลิ่งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางส่วนเกรงว่า ระดับน้ำที่สูงขึ้นอาจไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน

    และในค่ำคืนนี้ ประชาชนบริเวณดังกล่าวในหลายจุดอาจต้องอยู่ในสภาพหลับไม่เต็มตา เนื่องจากทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟที่ริมตลิ่งยังดังเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า น้ำในแม่น้ำอยู่ในระดับสูงและใกล้ถึงจุดวิกฤติ. - สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 00:40:46

    หวัด 2009 คร่าชีวิตคนไทยอีก 2 คน - รวมป่วย 2,428 คน

    [​IMG]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ค.- รมช.สธ.เผยผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คร่าชีวิตคนไทยอีก 2 คนรวมเป็น 9 คนแล้ว ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 2,428 คน ด้านอธิบดีกรมการแพทย์ระบุผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอาการไข้ใน รพ.สังกัดกรมการแพทย์วันละนับร้อย ขณะนี้มี 2 รายต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เป็นหญิงตั้งครรภ์ 3 เดือน และเด็กชาย 7 ขวบ

    นพ.เรวัติ วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตรวจเยี่ยมระบบการคัดกรองและผู้ป่วยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ อาการรุนแรง 2 ราย 1 รายเป็นหญิงอายุ 20 ปี ตั้งครรภ์ 3 เดือน มีโรคประจำตัวธาลัสซีเมีย จึงมีภาวะเสี่ยงสูง ขณะนี้ได้แยกตัวไว้ในห้องเฝ้าระวัง พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ส่วนอีก 1 รายเป็นเด็กชายอายุ 7 ขวบ มาด้วยอาการชักเกร็ง พักอยู่ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ เมื่อตรวจจึงพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และเชื้อขึ้นสมอง ซึ่งพบการเกิดขึ้นลักษณะนี้น้อยราย ทั้งสองรายนี้จึงเป็นผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องเฝ้าระวังสูง

    นพ.เรวัติ กล่าวด้วยว่า เช้าวันเดียวกันนี้ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลราชวิถีว่ามีผู้ป่วยชายอายุ 58 ปี เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม แต่เนื่องจากผลตรวจคัดกรองเพิ่งยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการ โดยการเสียชีวิตเกิดจากภาวะไตวายและปอดบวม จึงเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 8
    “เนื่องจากขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยเป็นไข้จำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลของกรมการแพทย์วันละหลาย 100 คน ดังนั้น จึงปรับระบบจัดฟีเวอร์ฟาสต์แทร็ก ซึ่งจะคัดแยกผู้ป่วยทุกคนที่วัดไข้จากหน้าประตูโรงพยาบาลและส่งเข้าเฉพาะผู้ป่วยที่มีไข้เพื่อคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดฯ ให้เป็นจุดวันสตอปเซอร์วิส และได้เตรียมสถานที่เฉพาะแยกรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เพื่อให้การดูแลแยกจากผู้ป่วยรายอื่น” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

    ด้านนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรีว่า มีเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นรายที่ 9 ของประเทศไทย โดยเด็กคนดังกล่าวมีโรคประจำตัวเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถือเป็นภาวะเสี่ยงเมื่อติดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ วันนี้ (7 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 156 คน รวมสะสม 2,428 คน ผู้ป่วย 40 คนยังอยู่ในโรงพยาบาล ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 คน รวมเป็น 9 คน.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 12:04:25

    เผยเด็กอ้วน 22 ล้านคนทั่วโลก 3 ใน 4 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา

    [​IMG]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ค.- ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สสส. เผยเด็กอ้วนทั่วโลก อายุต่ำกว่า 5 ขวบ 22 ล้านคนทั่วโลก และ 3 ใน 4 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา-ยากจน ที่ประชุมองค์การอนามัยโลกเสนอมาตรการคุมโฆษณาอาหารโภชนาการต่ำ เดินหน้าดันทำทุกประเทศสมาชิก

    รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ประชุม “การเสริมความเข้มแข็งขององค์กรภาคีในการบูรณาการการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ” ที่เมืองชานติกา ประเทศอินเดีย มีประเทศสมาชิกเข้าร่วม และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล สหพันธ์เบาหวานโลก สถาบันมะเร็งศึกษา ซึ่งทุกภาคส่วนต่างกังวลต่อการขยายตัวของโรคอ้วน โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ที่ปัจจุบันมีจำนวน 22 ล้านคน และ 3 ใน 4 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาระดับกลาง และระดับยากจน

    “ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า สาเหตุของโรคอ้วนนอกจากพฤติกรรมขาดการออกกำลังกายแล้ว อาหารก็เป็นสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน น้ำตาลและเกลือสูง ซึ่งพบในขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม และอาหารขยะ เนื่องมาจากการตลาดและการโฆษณาที่ใช้การสร้างโอกาส และสร้างพลังเร้า เป็นการสร้างพฤติกรรมบริโภคที่ติดกับอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม ทำให้เด็กและเยาวชนบริโภคอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ” รศ.ดร.วิทยา กล่าว

    รศ.ดร.วิทยา กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากโฆษณาและการตลาดของอาหารเหล่านี้ เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด การป้องกันโรคอ้วนนอกจากลดความเสี่ยงโรคดังกล่าว ยังลดโอกาสเกิดมะเร็งได้ถึง 1 ใน 3 ที่ประชุมจึงนำเสนอมาตรการคุมโฆษณาทางโทรทัศน์ของไทย ที่ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้จำกัด “โอกาส” โดยลดการโฆษณาอาหารที่มีผลกระทบต่อเด็กให้มีเวลาน้อยลงจากเดิม และจำกัด “พลังเร้า” จากการใช้นักแสดง นักกีฬา ดารา ขวัญใจเด็ก เยาวชน การ์ตูน มาเป็นผู้โฆษณา การแจกของรางวัล ตุ๊กตา หุ่นยนต์ ที่ทำให้เด็กและเยาวชนถูกเหนี่ยวนำให้บริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ และส่งผลต่อโรคอ้วน ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ

    “แต่ละประเทศและหน่วยงานต่างๆ ลงความเห็นว่าต้องพัฒนานโยบายการควบคุมการตลาดอาหารเด็กอย่างจริงจัง เช่น หากลยุทธ์การควบคุมการตลาด และการโฆษณาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย ควบคุมกำกับโดยรัฐ การใช้วิธีสมัครใจ หรือมาตรการผสมผสาน ซึ่งจะประมวลข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่สภาองค์การอนามัยโลกที่เจนีวา เพื่อออกมาตรการร่วมกัน เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน” รศ.ดร.วิทยา กล่าว.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 14:48:59

    ธรรมะกลางเมือง

    [​IMG]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ค.-หลายคนอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่า วัดในกรุงเทพฯ ก็มีสวนป่าให้นั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม อีกทั้งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีถ้ำอยู่ภายในด้วย.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 20:26:06

    คลิ๊กชมวีดิโอคลิปได้ที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
    ธรรมะกลางเมือง

    ที่มา http://news.mcot.net/social/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ไปเที่ยววัดปทุมวนาราม

    [​IMG]

    [​IMG]

    By janghuman

    ใจกลางกรุงเทพ แหล่งช้อปปิ้งและย่านการค้าชื่อดัง แหล่งบันเทิงของเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย ทั้งสยามเซ็นเตอร์ มาบุญครอง สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ หากว่าเบื่อแล้วกับสถานที่แบบนี้ลองแวะเข้ามายังที่ที่เงียบสงบที่ วัดปทุมวนารามฯ เสียหน่อยเป็นไร อยู่ระหว่างเซ็นทรัลเวิลด์กับสยามพารากอนพอดิบพอดี … เช่นเคยที่ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าตรงนี้มีวัดแต่ก็ไม่ได้เคยย่างกรายเข้าไปสักครั้ง ประจวบเหมาะที่ว่างพอดี ได้เวลาออกชมวัดดูวังตามปรกติ แถมยังเดินทางสะดวกซะอีกด้วย

    [​IMG]
    วัดปทุมวนาราม ตั้งตระหง่านท่ามกลางตึกสูงระฟ้าอันทันสมัย

    วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี (ราชวรวิหาร คือ วัดที่กษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์เป็นการส่วนพระองค์) สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งทรงรับสั่งให้ทำการขุดสระบัวขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เสด็จประพาสผ่อนคลายพระอิริยาบถและได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นในบริเวณเดียวกันนี้ บริเวณนี้จึงได้ชื่อว่า ปทุมวัน อันหมายถึง ป่าบัวหลวง แต่เรียกกันติดปากว่า สระปทุม พื่นที่ที่ประทับจึงเรียกกันว่า วังสระปทุม

    วัดปทุมวนารามฯ นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ทรงพระราชทานนามว่า วัดปทุมวนาราม ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดสระปทุม เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดที่จะมาพักแรมผ่อนคลายพระราชอิริยาบถ ณ วังสระปทุมอยู่เนืองๆ

    พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของบรรดาชาวล้านช้าง (ลาว) ที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่ครั้งเก่าก่อน จนตั้งรกรากมายาวนาน จึงยังคงมีธรรมเนียมของชาวล้านช้างอยู่มาก เมื่อครั้นสร้างวัดเสร็จสิ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญมาประดิษฐานคือ พระแสน และ พระใส จากวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี

    [​IMG]
    สระขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าวัด อาจจะเป็นสระที่มีมาแต่ดั้งเดิม
    ปัจจุบันทิ้งไว้ว่างๆ

    วันที่ข้าพเจ้าแวะเข้าไปเป็นวันอาทิตย์พอดี มีผู้คนเข้าวัดทำบุญฟังธรรมหนาตาพอสมควร ก็น่าชื่นใจขอรับ แสดงว่าคนบ้านเราถึงแม้จะอยู่ในเมืองก็ยังไม่ห่างจากศาสนา ภายในวัดมีจุดที่จัดไว้ให้ญาติโยมมาทำบุญอยู่หลายจุด เดินเข้าไปหน้าวัดเขาก็จัดเต้นท์ไว้สำหรับทำสังฆทาน เอาแบบสะดวกเข้าว่า ราวสิบห้านาทีก็เสร็จพิธี เหมาะสำหรับท่านที่รีบมารีบไป เห็นมีหลายวัดที่จัดแบบนี้ ตามยุคสมัยขอรับ ทำบุญแล้วก็ชื่นใจดีละ

    ถัดมาหน่อยเป็นลานประดิษฐานพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปประจำวันเกิดเรียงรายให้ทำบุญกราบไหว้ ด้านหลังเป็นสระขนาดใหญ่พอสมควร อาจจะเป็นสระที่เหลือมาจากสมัยก่อนก็ได้ แต่ไม่มีบัวให้เห็นเหมือนที่ปรากฎในบันทึกทั้งหลายว่างามหนักหนา เข้ามาในวัดก็ผิดหวังเล็กๆ คือคาดว่าน่าจะเต็มไปด้วยบัวหลวงให้สมชื่อวัด แต่ไม่ยักกะเห็นบัวสักต้น มีที่เขาเอามาทำบุญบ้างกับงานสถาปัตยกรรมทั่วไปที่เน้นลายบัวอยู่ จริงๆ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไป ทางวัดน่าจะลองตกแต่งทั้งวัดด้วยบัวสักหน่อยเป็นไร เอาให้สมดังที่เคยขึ้นชื่อว่ามีบัวอยู่เยอะน่ะขอรับ

    บังเอิญเขาปิดพระอุโบสถไม่แน่ใจว่ากำลังซ่อมแซมหรืออย่างไร เลยไม่มีโอกาสเข้าไปชมด้านใน เดินลึกเข้าไปหน่อยทางวัดเขาจัดทำเป็นสวนป่า ร่มรื่นมากๆ ไม่นึกว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ท่ามกลางแหล่งการค้าอันแสนอู้ฟู่ของเมืองหลวง ภายในมีลานว่างไว้ปฏิบัติธรรม มีพระพุทธรูปเรียงราย แต่ที่ขัดใจข้าพเจ้าก็คือมีรูปปั้นองค์จตุคามที่เคยฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองตั้งไว้ให้บูชากันเสียด้วย และถ้าพิจารณาดีๆ จะเห็นว่ามีคนมาบูชามากกว่าพระพุทธรูปเสียอีก อันนี้ก็แล้วแต่ความศรัทธาของแต่ละบุคคลล่ะขอรับ แต่ข้าพเจ้ามองในมุมส่วนตัวว่ามันไม่น่าจะเข้ากันสักเท่าไหร่

    เลยเข้าไปในสวนมี “ศาลาพระราชศรัทธา” เป็นศาลาขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีคนมากกราบไหว้เยอะมาก ได้ยินมาว่าเขาจัดให้บูชาด้วยดอกบัว แต่วันที่ไปไม่เห็นดอกบัว เห็นแต่ดอกไม้จำพวกอื่นเสียมากกว่า บริเวณนี้ทางวัดเขาจัดสถานที่ไว้สำหรับญาติโยมนั่งสมาธิกัน มีเบาะรองนั่งพร้อมผ้าคลุมตัก (สำหรับสุภาพสตรี) ไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมสรรพ ถัดเข้าไปบริเวณหลังศาลามีศาลามุงจากหลังเล็กเป็นที่แสดงธรรม ญาติโยมห่มขาวนั่งกันพอสมควร เห็นมีญาติโยมที่ศรัทธานุ่งขาวห่มขาวเดินทำโน่นทำนี่ขวักไขว่ บ้างก็ทำความสะอาดวัด บ้างก็เตรียมอาหาร เขาจะมีบัตรประจำตัวติดที่ตัวตลอดเวลา เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ของวัด สงสัยอะไรก็อาศัยสอบถามเอาได้

    อีกอย่างที่น่าสังเกตก็คือเดี๋ยวนี้วัดบ้านเรานอกจากจะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังใช้เป็นที่จอดรถอีกด้วย คงเหตุเพราะวัดมีสถานที่ค่อนข้างกว้างขวางและถือเป็นสถานที่สาธารณะ หลายวัดจึงถูกใช้เป็นที่จอดรถไปโดยปริยายแล้วทางวัดก็อาจจะเก็บค่าจอดบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่เลวทีเดียว อย่างน้อยก็ถือซะว่าช่วยเหลือทางวัด เพราะวัดเองก็มีภาระค่าใช้จ่าย ไหนจะค่าน้ำค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไรอีกจิปาถะ เห็นมีหลายคันเข้ามาจอดแล้วก็ออกไป คือไม่ได้เข้ามาทำบุญหรอก แต่มาจอดรถทิ้งไว้เพื่อจะไปเที่ยวห้างแถวนั้น หลายคนเป็นวัยรุ่นแต่งตัวมาเที่ยวกันเห็นๆ น่าเสียดาย อุตส่าห์เข้าวัดทั้งทีจะแวะไหว้พระเสียหน่อยก็ไม่ได้ อีแบบนี้น่าจะเก็บเงินเยอะๆ เสียให้เข็ด

    [​IMG]
    ทางเข้าสวนป่ามีจัดเป็นนิทรรศการเล่าถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน

    [​IMG]
    ด้านหน้าของศาลาพระราชศรัทธา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

    [​IMG]
    ภายในศาลามีเบาะรองนั่งเตรียมไว้สำหรับญาติโยมที่ต้องการนั่งสมาธิ

    [​IMG]
    ข้างๆ ศาลา มีเต้นท์บริการน้ำปานะไว้ให้ผู้ที่มาเข้าวัดได้ดื่ม
    น้ำปานะที่ว่านี้คือเครื่องดื่มที่ได้จากการคั้นผลไม้ ตามตำราว่ามี ๘ ชนิด
    คือ มะม่วง, ชมพู่, กล้วยมีเม็ด, กล้วยไม่มีเม็ด, มะทราง, ลูกจันทร์,
    เหง้าอุบล, มะปรางหรือลิ้นจี่ (บางตำราอาจต่างไปจากนี้)

    [​IMG]
    ศาลาไม้หลังนี้อยู่ด้านในสุด ใช้เป็นที่แสดงธรรม

    [​IMG]
    ภายในสวนที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางแหล่ง
    ท่องเที่ยวห้างสรรพสินค้ามากมาย จะมีวัดที่ร่มรื่นเช่นนี้อยู่

    [​IMG]
    บริเวณด้านหน้าวัดมีเต้นท์ถวายสังฆทานสำหรับญาติโยม
    ทำกันเป็นรอบๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2009
  6. ธรรมสถิต

    ธรรมสถิต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    2,261
    ค่าพลัง:
    +15,736
    ขอบคุณมากครับ
    กำลังต้องการทราบเกียวกับวัดนี้พอดี

    แต่ไม่ทราบว่าทางวัดมีการสอนปฏิบัติธรรม
    วัน-เวลาไหนบ้าง พอทราบไหมครับ
     
  7. yutkanlaya

    yutkanlaya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    865
    ค่าพลัง:
    +4,402
    การสานต่อศาสนาที่หักกลาง
    ต้องหมั่นสร้าง แนวทางสัมมาทิฐิ
    เพื่อก่อให้เกิด ปรมาณู ทางความคิด
    โดยส่งสารให้ถูกจริต กับผู้รับสาร ในกาลปัจจุบัน อันมักง่าย
    นั่นคือ การอธิบาย ขยายความ ศัพท์ทางธรรม พิธีกรรมต่างๆ ให้เข้าใจกันง่ายๆ

    เช่น
    การกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล คืออะไร? เพื่ออะไร?
    ตอบ
    -เป็นการทำกรรมดี สร้างทาน-เมตตาบารมี ทันที คือ การรดน้ำ ให้อาหาร แก่ชีวิตๆหนึ่ง นั่นคือ ต้นไม้ เพื่อสอนให้คนรู้ว่า ต้นไม้ มีชีวิตจิตใจ รักในธรรมชาติ และสรรพสิ่ง
    -เป็นการสร้าง ภาวนา อธิษฐานบารมี ทันที คือ การภาวนา ระลึกถึง..แผ่เมตตาถึง..อุทิศส่วนกุศลถึง..จะเป็นใครบ้าง ขึ้นอยู่กับความกว้างขวางของจิตใจ ผู้อธิษฐาน ภาวนา

    ..ดังนั้น จึงต้องอธิบายกับพระสงฆ์ ว่า
    ก่อนจะสวดมนต์ ทำพิธีกรรม กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล ให้ประชาชน นั้น ท่านต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า คือ การทำทาน..รดน้ำให้อาหารแก่ชีวิตๆหนึ่งคือ ต้นไม้ และให้แผ่อุทิศบุญที่ได้โดย การภาวนาอธิษฐาน ระลึกต่อไปว่า ผลบุญที่ได้จาก..การรดน้ำให้อาหารแก่ชีวิตนี้ จงมีแด่....ไม่มีประมาณ
    ;34(sing)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2009
  8. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    เชิญปฏิบัติธรรมโต้รุ่งคืนวันศุกร์ และ คืนวันเสาร์ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม ปทุมวัน กรุงเทพฯ

    ปฏิบัติธรรมปกติ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา
    ๗.๐๐ - ๘.๐๐ น.
    ๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.
    ๑๗.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.

    วัดปทุมวนาราม ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม มีการอบรมโดยพระอาจารย์มหาถาวรจิตตถาวโร ทุกวันระหว่างเวลา 07.00-08.00 น. 12.00-13.00 น. และ 17.00-20.00 น. นอกจากนี้ ทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือนยังจัดอบรมโดยพระวิปัสสนาจากวัดต่างๆในช่วง 13.00-15.00 น. สำหรับช่วงเข้าพรรษาก็จัดให้มีการบวชเนกขัมมะ และอบรมปฏิบัติธรรมตลอดคืนวันเสาร์และวันสำคัญทางศาสนาด้วย​

    วัดปทุมวนาราม (ถ.พระราม 3 อยู่ระหว่างเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ กับ ศูนย์การค้าสยาม) ในวัดจะมีส่วนของสวนป่า เรียกว่าสวนป่าพระราชศรัทธา มี ศาลาพระราชศรัทธา เปิดให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปนั่งสมาธิ ฟังธรรม สวดมนต์ เดินจงกรม หรือทำกิจทางศาสนาอื่นได้ตามอัธยาศัย ปกติ จะมีเทปธรรมะเปิดให้ฟังตลอดทั้งวัน​

    ที่ศาลาพระราชศรัทธา นี้ สามารถเข้า-ออกได้ตลอด 24 ชม.ห้องน้ำและน้ำดื่ม มีบริการให้ตลอด (รับรองว่าสะอาด และร่มรื่นมาก) สำหรับท่านที่สนใจก็ลองไปดู ที่นี่สงบมาก ถ้าท่านเข้าไปในสวนป่าแล้ว จะรู้สึกเหมือนอยู่ต่างจังหวัด มองเห็นแต่ต้นไม้ บริเวณศาลาสามารถเดินเท้าเปล่าได้ตลอดและมีที่เก็บรองเท้าไว้เป็นระเบียบดี​

    ที่มา http://www.geocities.com/samadhinet/schedule.htm

    ภูเขาไฟใต้น้ำใกล้จะระเบิด
    โดยคุณน้ำใส

    [​IMG]
    พระราชพิพัฒนาทร หลวงพ่อถาวร จิตฺตถาวโร
    ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

    ตอนเที่ยงวันนี้(24/09/2005) ผมไปทำบุญที่วัดปทุมฯ วันนี้โชคดีได้เจอหลวงพ่อถาวร ท่านอยู่พอดี ได้เรียนถามเรื่องเหตุเภทภัยที่ระยะนี้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่เหลือเกิน ท่านเมตตาฝากคำเตือนมา ผมจะเล่าให้ฟังดังนี้ ​

    ตอนที่เรียนถามหลวงพ่อถาวร เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติต่างๆในช่วงนี้ หลวงพ่อท่านบอกว่า "น้ำ" ยังไม่น่ากลัว "ไฟ" ต่างหากที่น่ากลัวกว่า ที่ว่าไฟนั้นคือ ภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด ท่านบอกว่าตอนนี้ภูเขาไฟทั่วโลกกำลังอยู่ในระยะอุ้มท้อง ท่านให้สังเกตว่าเมื่อตอนภูเขาไฟระเบิดใกล้จะคลอด ให้สังเกตดูตามสถานที่ๆ มีบ่อน้ำพุร้อนนั่นแหละ มันจะปะทุขึ้นมาอย่างผิดปกติ ​

    บอกให้รู้ล่วงหน้าก่อน และตามพื้นที่ๆมีการขุดเจอพลอยและอัญมณีมากๆนั้น แสดงว่า เดิมเป็นแหล่งภูเขาไฟระเบิด เช่นที่เมืองกาญจนบุรี จันทบุรี และอีกที่หนึ่งใกล้ๆกรุงเทพมหานครนี่เอง เป็นที่ๆเราคิดไม่ถึงกัน นั่นคือ นครนายก สถานที่ๆรัฐบาลมีความคิดที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่นั่นแหละครับ หลวงพ่อท่านบอกว่า ลองขุดลงไปดูเป็นบ่อพลอยบ่ออัญมณีอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีใครรู้นะครับ​

    ผมเรียนถามท่านว่า อยู่ประเทศใดจึงปลอดภัยที่สุด แน่นอนครับ

    ท่านบอกว่าประเทศไทยนี่แหละครับ ดีที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ถึงเวลานั้น ผู้คนจะล้มตายกันมาก ที่ไม่ตายนั้นกึ่งหนึ่งก็จะเสียสติเป็นบ้าเป็นบอ ส่วนผู้ที่เจริญวิปัสสนาเจริญสติอยู่เป็นประจำ ก็สามารถคุ้มครองตนเองได้ไม่เป็นบ้าเสียสติ และจะกลายเป็นประชากรรุ่นบุกเบิกของคนยุคใหม่ ​

    โดยคุณ น้ำใส 24/09/2005 , 22:17:05 ​

     
  9. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    เกิดเหตุจลาจลในกรุงเอเธนส์

    [​IMG]

    กรีซ 8 ก.ค.- กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายซ้ายจำนวนมากปะทะกับตำรวจปราบจลาจลหลังชุมนุมสนับสนุนสิทธิของคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในกรีซ

    กลุ่มดังกล่าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้พากันเดินขบวนไปตามท้องถนนของกรุงเอเธนส์เมื่อวานนี้ ตะโกนคำขวัญต่อต้านการกีดกันเชื้อชาติและสร้างสิ่งกีดขวางรวมทั้งเผาถังขยะ รวมทั้งขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจปราบจลาจลที่เคลื่อนกำลังเข้าสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาและกระบอง ต้นเหตุของการชุมนุมเดินขบวนประท้วงมาจากการที่ผู้ลักลอบเข้าเมืองพากันมาอยู่อาศัยในกรุงเอเธนส์เป็นจำนวนมากจนสร้างความเดือดร้อนและไม่พอใจให้กับชาวกรีกที่อยู่อาศัยในกรุงเอเธนส์แต่เดิม กลุ่มขวาจัดได้เคลื่อนไหวต่อต้านด้วยทำร้ายและข่มขู่คนต่างด้าวจนทำให้พวกฝ่ายซ้ายทนไม่ได้และออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิของคนต่างด้าวเหล่านั้น.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 10:03:54

    กลุ่มหนุนผู้นำฮอนดูรัสเดินหน้าประท้วงต่อ

    [​IMG]

    ฮอนดูรัส 8 ก.ค. - สถานการณ์ในฮอนดูรัสยังตึงเครียด หลังกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา ยืนยันจะเดินหน้าประท้วงต่อ เพื่อกดดันให้ผู้นำที่ถูกโค่นอำนาจเดินทางกลับประเทศได้

    วานนี้ รัฐบาลเฉพาะกาลฮอนดูรัสประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน แต่ยังคงปิดท่าอากาศยานนานาชาติตอนคอนติน ในกรุงเตกูซิกัลปา โดยมีทหารรักษาความปลอดภัยเข้มงวด หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ เครื่องบินที่ประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา โดยสารมาด้วย ไม่สามารถลงจอดได้ เพราะถูกปิดกั้น จนต้องเดินทางต่อไปยังนิการากัว

    ขณะที่เกิดการปะทะระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้สนับสนุนนายเซลายา ด้านนอกสนามบิน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนนายเซลายา ประกาศจะเดินหน้าประท้วงกดดันรัฐบาลเฉพาะกาลต่อไป จนกว่านายเซลายาจะเดินทางกลับเข้าประเทศได้

    ด้านนายเซลายาได้เดินทางจากนิการากัว ไปถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐแล้ว และมีกำหนดพบหารือกับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในวันนี้ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในฮอนดูรัส และเรียกร้องสหรัฐให้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า เพื่อลงโทษฮอนดูรัสที่โค่นล้มอำนาจรัฐบาลของเขา. - สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 04:25:24

    เมืองอุรุมชีของจีนเกิดการประท้วงขึ้นอีกหลายจุด

    [​IMG]

    ปักกิ่ง 7 ก.ค.- เกิดเหตุประท้วงขึ้นอีกหลายจุดที่เมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จนสร้างความโกลาหลไปทั่ว ทั้งที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อ 2 วันที่แล้ว จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน

    สำนักข่าวซินหันของทางการจีน รายงานว่า ในหลายจุดของเมืองอุรุมชี ได้เกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่นักข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพีซึ่งเกาะติดสถานการณ์ใกล้จัตุรัสประชาชนในเมืองอุรุมชี ยืนยันว่า เห็นชาวจีนฮั่นหลายร้อยคนถือกระบอง มีดและพลั่ว เดินขบวนไปยังจัตุรัสใจกลางเมือง แต่ถูกตำรวจสกัดไว้ และบังคับให้พวกเขาถอยกลับ

    ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำพรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองอุรุมชี ยอมรับ ได้ตัดช่องทางการเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตในหลายพื้นที่ของเมืองอุรุมชี เพื่อป้องกันการส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ตยั่วยุให้ออกมาก่อเหตุรุนแรง แต่ไม่ได้ระบุว่าจะต่ออินเทอร์เน็ตให้ใช้ได้ตามปกติเมื่อใด และถึงแม้ทางการจีนจะระงับการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังมีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และสถานการณ์ล่าสุดจากเมืองอุรุมชี ถูกส่งเข้าไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ตลอดจนเว็บไซต์ที่เปิดให้แลกเปลี่ยนรูปภาพ เช่น ทวิตเตอร์, ยูทูบ และ ฟลิกเกอร์. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 14:01:36

    จีนประกาศเคอร์ฟิวในเมืองอุรุมชี

    [​IMG]

    จีน 8 ก.ค. - ทางการจีนประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกจากบ้านเรือนในเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เพื่อป้องกันการปะทะนองเลือดระหว่างชาวฮั่นและชาวอุยกูร์ในพื้นที่

    ทางการจีนประกาศเคอร์ฟิวในเมืองอุรุมชี หลังจากวานนี้ ชาวฮั่นกว่า 1,000 คน พร้อมอาวุธครบมือ ออกมารวมตัวเดินขบวนไปตามท้องถนน พุ่งเป้าทำลายร้านค้าและทรัพย์สินของชาวอุยกูร์ รวมถึงขว้างปาก้อนหินหวังทำร้ายชาวอุยกูร์ เพื่อแก้แค้นที่ชาวอุยกูร์ก่อเหตุจลาจลนองเลือดในพื้นที่ เมื่อวันอาทิตย์ ก่อนจะถูกตำรวจตั้งด่านสกัดและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ เพื่อสลายการชุมนุม

    ก่อนหน้านี้ เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงชาวอุยกูร์ราว 200 คน ส่วนใหญ่เป็นสตรี ที่ออกมาประท้วงเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยกว่า 1,400 คน ที่ถูกจับกุมไป เนื่องจากเชื่อว่าพัวพันกับเหตุจลาจล ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 156 คน และบาดเจ็บกว่า 800 คน

    ทั้งนี้ ประชาคมโลกได้แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ในมณฑลซินเจียงอุยกูร์ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างละมุนละม่อม. - สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 03:17:38

    เกิดเหตุปะทะในอิตาลีก่อนการประชุมจี 8

    [​IMG]

    อิตาลี 8 ก.ค. - เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มนักศึกษาและตำรวจปราบจลาจลในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 8 จะเริ่มขึ้นในวันนี้

    กลุ่มผู้ประท้วงลากถังขยะและกิ่งไม้มาปิดกั้นถนนนอกมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโรม เพื่อกีดขวางการจราจร รวมถึงจุดไฟเผายางรถยนต์ และขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งตำรวจก็ได้ยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม ก่อนจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 36 คน ในจำนวนนี้ 9 คน เป็นชาวต่างชาติ

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ชาติ (จี 8) จะเริ่มขึ้น ซึ่งการหารือจะเน้นไปที่การผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยในอิหร่าน การแก้ไขปัญหาโลกร้อน และเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้หลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก. - สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 02:29:02

    อิหร่านปิดทำการและเที่ยวบินหนีพายุทรายจากอิรัก

    [​IMG]

    เตหะราน 7 กค. -สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านปิดที่ทำการรัฐและยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนในวันนี้ เพื่อป้องกันฝุ่นทรายสีเหลืองจากพายุทรายในอิรัก

    บริษัทของรัฐจะปิดทำการเป็นเวลา 2 วันในกรุงเตหะราน ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิหร่านแนะนำให้ประชาชนที่มีอาการโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินหายใจอยู่แต่ภายในที่พักอาศัย พายุทรายที่พัดเข้ามาในอิหร่าน ทำให้ทัศนวิสัยลดลงต้องระงับหรือเลื่อนเที่ยวบินภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่แถบตะวันตกที่ติดกับอิรัก ซึ่งเผชิญกับพายุทรายครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่อิหร่านคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-07 15:24:09

    ที่มา http://news.mcot.net
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    วิเคราะห์พุทธทำนายจากศิลาจารึก และคำเตือนจากมนุษย์ต่างดาว

    [​IMG]

    อ้างอิง พุทธทำนายจากศิลาจารึก

    เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๐๗ (ปีมะโรง) คนเปลี่ยนสภาพเดินเป็นคลาน ล่วงได้ ๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล ล่วงได้ ๒๕๑๒(ปีระกา) เมืองมนุษย์จะมืด ๗ วัน ๗ คืน โลกดิ่งสู่ความหายนะ

    เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๑๒ (ปีจอ) พระจันทร์จะเริ่มเปล่งแสงฉายโลก ครั้นล่วงได้ ๒๕๑๕ (ปีชวด) นับพ้นระยะปี ๓๐ ปี พวกอธรรม คือพวกที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในสัตย์ ไร้ซึ่งศีลธรรมนั้นจะหมดสิ้นไปเพราะพวกมิจฉาทิฐิจะดับสูญไปจากโลก อธรรมแพ้ในที่สุด ครุฑจะบินกลับถิ่นสถาพร คนที่จรจะกลับเข้ากรุงบำรุงธรรม ธรรมจะชนะ พระจะอยู่บ้านเมืองต่อไป

    การงานของมนุษย์จะสำเร็จด้วยอริยศาสตร์ซึ่งไม่ต้องเบียดเบียนแรงผู้ใด ทุกคนจะสมบูรณ์ด้วยศีลธรรมและชีวิตผาสุก มหากษัตริย์ธรรมิกราชผู้เป็นพระโพธิสัตว์ องค์หนึ่งจะเกิดภายในความอุปภัมถ์ของพระมหาเถระโพธิสัตว์ทั้งสององค์นั้น จะจัดการบำรุงศาสนาของอาตมาในระยะนี้เป็น "ยุคศิวิไล" พระมหาเถระโพธิสัตว์ จะเกิดในสมัย ของอาตมาล่วงมาแล้ว ๒๔๕๔ ปี

    เมื่อล่วงได้ ๒๔๖๗ ถึง ๒๔๘๖ พระมหากษัตริย์ธรรมิกราชจะมาบังเกิด ทั้งสองพระองค์นั้นสถิตอยู่ ณ เบื้องทิศตะวันออกของมัชฌิมประเทศ ระหว่างปีจอปีกุน เมื่อศักราช ๒๕๑๓ กับ ๒๕๑๔ ผู้มีบุญทั้งสองพระองค์นั้นจะเสด็จเข้าบำรุงศาสนาให้เที่ยงแท้ สมณชีพราหมณ์จะตามมา ๘๔,๐๐๐ รูป


    อ้างอิง คำเตือนจากมนุษย์ต่างดาว

    <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->The Third Eyes<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_457042", true); </SCRIPT> สมาชิก

    เท่าที่ได้สนทนากับมนุษย์ต่างดาวสองกลุ่ม ต่างกลุ่มต่างวาระ เขาบอกตรงกันว่า เหตุการณ์แผ่นดินส่วนใหญ่จะทะยอยจมน้ำ ไม่ใช่ทีเดียวจบ แต่จะทะยอย แบบรุกคืบ เริ่มช้าๆแล้ว ค่อยๆเร็วขึ้น สำคัญที่พวกเขาเน้น คือจะเริ่มอีก 7 ปีข้างหน้า(พ.ศ.2556) ยังทันครับ

    แต่ที่แย่มากๆ คือ พันธมิตรอเมริกากับอังกฤษ จะโดนฝ่ายอาหรับ ถล่มด้วยนิวเคลียร์ ในเร็วๆ วันนี้ สงครามครูเสด เริ่มมาตั้งแต่สมัย พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ รบกันด้วยดาบและกองทัพ ทันสมัยก็ต้องเล่นนิวเคลียร์ คริสเตียนกับอิสลาม พระเจ้าทั้งสองศาสนา สอนให้คนเป็นคนดี แต่ทำไมจึงรบกันอยู่ได้ นานกว่า 700 ปี มาแล้ว ภาคใต้ของไทย ก็เป็นครูเสดย่อยๆ น่าเบื่อหน่าย !!!!!!!<!-- google_ad_section_end -->


    18-01-2007, 12:53 AM

    วิเคราะห์พุทธทำนายและคำเตือนจากมนุษย์ต่างดาว

    เกษม สมาชิก

    ถ้าหากว่าการนับปีพุทธศักราช คลาดเคลื่อนเร็วกว่าความเป็นจริงไป 40-50 ปีตามที่ได้มีตรวจสอบกันมาแล้ว นั่นก็แสดงว่า ปี พ.ศ.2507(ปีมะโรง) ในพุทธทำนาย ความจริงอาจจะหมายถึงปี พ.ศ.2555 ซึ่งก็จะตรงกับปีมะโรงพอดี

    คำว่า"คนเปลี่ยนสภาพเดินเป็นคลาน"อาจจะหมายถึงเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงไปทั่วโลก จนทำให้การจราจรทั้งหมดในโลกกลายเป็นอัมพาต ผู้คนไม่สามารถเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กันได้ตามปกติเหมือนในปัจจุบันนี้ หรืออาจจะหมายถึงต้องล้มลุกคลุกคลานเพราะกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงก็เป็นได้ (นักวิทยาศาสตร์อเมริกาทำนายว่าปี พ.ศ.2555 แกนขั้วแม่เหล็กโลกจะพลิกกลับด้าน)

    2508 (ปีมะเส็ง) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล ก็น่าจะหมายถึงปี 2556 ซึ่งตรงกับปีมะเส็ง เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จนทำให้ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศในปัจจุบันนี้ พื้นแผ่นดินแถบชายฝั่งทะเล ต้องยุบตัวจมหายลงไปในทะเลเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

    2512 (ปีระกา) เมืองมนุษย์จะมืด 7 วัน 7 คืน โลกดิ่งสู่ความหายนะ ก็น่าจะหมายถึงปี พ.ศ.2560 ซึ่งตรงกับปีระกา จะเกิดเหตุการณ์ "เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน"แห่งความมืดมิดตามที่ได้มีการทำนายกันเอาไว้


    ปี พ.ศ.2556 ตลิ่งจะพังแผ่นดินอธรรมจะถล่มเป็นทะเล ก็จะตรงกับคำเตือนจากมนุษย์ต่างดาวที่บอกว่าปี พ.ศ.2556 เหตุการณ์แผ่นดินส่วนใหญ่ จะทะยอยจมน้ำ ไม่ใช่ทีเดียวจบ แต่จะทะยอยแบบรุกคืบ เริ่มช้าๆ แล้วค่อยๆเร็วขึ้นไปจนสิ้นสุดในปี พ.ศ.2560 และเรื่องปฏิทินชาวมายา ที่บอกว่าอารยธรรมของโลก จะสิ้นสุดในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 นั้น

    ก็จะมาตรงกับพุทธทำนาย และคำเตือนจากมนุษย์ต่างดาวนี้เช่นเดียวกัน เพราะวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2555 นั้นเป็นปลายปีแล้ว อีกเพียง 10 กว่าวันก็ขึ้นปีใหม่ เป็นปี พ.ศ.2556 จึงเป็นไปได้ว่า อีก 3 ปีโลกนี้จะมีภัย จึงหมายถึงจะมีภัยตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เรื่อยไปจนถึงปี พ.ศ.2560 นั่นเอง

    เพราะฉะนั้น ปีที่พระศรีอาริย์จะมาปรากฎตัว จึงน่าจะเป็นปี พ.ศ.2560 เพื่อเข้ารับพิธีมุรธาภิเษก ที่พระอินทร์และเหล่ามนุษย์ที่ได้รับการคัดเลือกอีก 144,000 คน พร้อมใจกันสถาปนาพระศรีอาริย์ ขึ้นเป็นกษัตริย์ในเมืองใหม่ที่พระอินทร์ได้ทรงเนรมิตขึ้นมา และคน 144,000 คน ก็จะเป็นประชากรชุดแรกในเมืองใหม่นั้นด้วย

    ปี พ.ศ 2561-2562 ซึ่งเป็นปีจอและปีกุน พระศรีอาริย์และพระมหาเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ก็จะเสด็จเข้าบำรุงพระพุทธศาสนาให้เที่ยงแท้ สมณชีพราหมณ์(พระภิกษุและแม่ชี)จะเดินทางมาอยู่ในเมืองใหม่นั้นมากถึง ๘๔,๐๐๐ รูป

    8-07-2009, 13:40 AM

    **************************************************
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. ragpon

    ragpon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    457
    ค่าพลัง:
    +955
    พี่ Sutatip P ผมโทรติดต่อขอรับยามาเมื่อกี้ครับ ผมอยู่สมุยตอนนี้น่ากลัวมากเพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้นไม่มีมาตรการป้องกันหรือตรวจเช็คที่ละเอียดพอและโรงพยาบาลก็ไม่ได้มาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยด้วยจึงต้องพยายามอยู่และป้องกันตัวเองจากไข้หวัดหรือโรคติดต่อที่ร้ายแรงอื่นๆกันเอง อย่างเช่น โรคชิคุนกุณยา โรคไข้หวัด 2009 นี้ก็ยังไม่หน่วยงานมาตรวจสอบตามสถานที่ต่างๆเช่น โรงเรียน หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลย ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูลในการหาทางป้องกันจากไข้หวัดตัวนี้เพราะเด็กเล็กๆที่บ้านและผู้สูงอายุพอมีเหมือนกันครับ ส่วนตัวเองกำลังเป็นหวัดอยู่ค่อนข้างหนักแต่พยายามประคองตัวไว้ครับกลัวเพียงอย่างเดียวคือจะนำเชื้อไปติดคนอื่นนี้แหละครับ
     
  12. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสานยังต้องระวังน้ำท่วมและน้ำป่า

    [​IMG]

    กรมอุตุฯ 8 ก.ค. - ยังคงมีคำเตือนให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องต่อไป และตกหนักในบางพื้นที่

    มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทั้งยังมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก หนองคาย สกลนคร และนครพนม ให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1-2 วันนี้

    ฝนที่ตกทั่วทุกภาคของประเทศในขณะนี้ จึงมีคำเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ไฟฟ้า ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว อีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ของคนไทย ดังนั้น จึงควรหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น และควรติดตั้งสายดินให้ครบทั้งบ้าน
    ส่วนร้านค้าต่าง ๆ ที่มีการตั้งป้ายโฆษณาบนทางเท้า ไม่ควรตั้งใกล้แหล่งน้ำ รวมถึงงดแตะต้องในขณะยังเสียบปลั๊กไฟโดยเด็ดขาด ส่วนบ้านที่มีต้นไม้สูงให้คอยตัดแต่งกิ่งที่อาจยื่นไปสัมผัสสายไฟฟ้าแรงสูงเมื่อเกิดพายุ และหากพบสายไฟขาด ให้ระลึกไว้เสมอว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่. - สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 05:38:28

    ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัด 2009 เพิ่มอีก 2 คน รวมยอดสะสม 11 คน

    [​IMG]

    สำนักข่าวไทย 8 ก.ค.- สาธารณสุข เผยตัวเลขล่าสุด มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก2 คน รวมเป็นยอดผู้เสียชีวิต 11 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มวันนี้ 290 ราย ทำให้มียอดสะสม 2,714 ราย มีอาการหนักเฝ้าระวังใกล้ชิด 8 ราย อธิบดีกรมการแพทย์นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเดินสายให้คำแนะนำแพทย์ผู้รักษาที่ จ.นนทบุรี-อยุธยา

    นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้ยอดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น 290 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 2,714 ราย รักษาหายแล้ว 2,593 ราย เหลือนอกรักษาตัวที่โรงพยาบาล 110 ราย ส่วนอาการผู้ป่วย 2 ราย ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ (รพ.เด็ก) อาการยังทรงตัว

    ด้าน นพ.เรวัติ วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 11 ราย โดยรายที่ 10 เป็นหญิงอายุ 21 ปี รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐในกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลการตรวจพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และมีภาวะแทรกซ้อน จากภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษรวมอยู่ด้วย ส่วนรายที่ 11 เป็นนักศึกษาชายอายุ 19 ปี ที่จังหวัดพัทลุง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เบื้องต้นพบว่า เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน แต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายสูง จึงกลับไปบ้านก่อนที่จะกลับเข้ามารักษาในโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่เป็นระยะสุดท้ายแล้ว

    นพ.เรวัติ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากอาการหนัก 8 ราย กระจายใน กทม.และต่างจังหวัด ได่กา เด็กชายอายุ 7 ขวบ รักษาตัวที่ รพ.เด็ก เนื่องจากไวรัสขึ้นสมอง ทำให้ยังคงมีอาการชักเกร็งแต่ปอดปกติ ส่วนหญิงท้อง 3 เดือน รักษาตัวที่ รพ.นพรัตน์ฯ ขณะนี้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว แต่ยังมีอาการเหนื่อยหอบและปัญหาซีด จากการป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียร์ นอกจากนี้ ยังมีหญิงวัย 21 ปี รักษาตัวใน รพ.จ.ชลบุรี คณะแพทย์ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

    เช้าวันนี้ ตนได้นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 แก่คณะแพทย์ผู้รักษาที่ รพ.ชลประทาน จ.นนทบุรี ซึ่งที่ รพ.ดังกล่าว มีผู้ป่วย 1 ราย เป็นชายอายุ 38 ปี เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีปอดอักเสบ แพทย์รับตัวดูอาการอย่างใกล้ชิด และมีการล้างไตทุก 3 วันร่วมด้วย นอกจากนี้ จะนำคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแพทย์ผู้รักษาที่ รพ.ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่ง รพ.ดังกล่าวมีผู้ป่วยที่เป็นชายอายุ 45 ปี มีความดันโลหิตสูงและปอดปวม

    อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวด้วยว่า จากการเปิดสายด่วน 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง 20 คู่สาย เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ฯ มีแพทย์จากโรงพยาบาลต่างจังหวัด โทรขอคำปรึกษาจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะสอบถามแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ และมีภาวะแทรกซ้อนปรากฎ ต้องการให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยให้มากที่สุด. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 10:46:35

    นายกฯ ยืนยันไม่ปิดประเทศเตรียมหารือ ครม.ปิด รร.กวดวิชา-ร้านเกม

    [​IMG]

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. วันนี้ (8 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายวิทยาแก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล โดยหารือกว่า 1 ชั่วโมง

    จากนั้นนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้เชิญมาสรุปสถานการณ์และการเฝ้าระวังในการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) จะมีการนำมาตรการต่าง ๆ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพราะประการแรกในเรื่องของการติดเชื้อ ต้องได้รับความร่วมมือจากแหล่งที่มีการแพร่เชื้อมากที่สุด คือโรงเรียนกวดวิชา และร้านเกม ส่วนจะมีการปิดโรงเรียนกวดวิชาหรือร้านเกมหรือไม่ จะมีการหารือกันอีกครั้งในที่ประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) เพราะต้องดูในเรื่องของอำนาจ อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งได้มีการขอความร่วมมือไปแล้ว ส่วนโรงภาพยนตร์และห้างสรรพสินค้า หรือในชุมชนที่แออัด ยังไม่มีความชัดเจนในลักษณะของการติดเชื้อมากเป็นพิเศษเหมือนกับโรงเรียนกวดวิชาและร้านเกม

    นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากการวิเคราะห์ในเรื่องการแพร่เชื้อ จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมให้ผู้ที่ไม่สบายไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมทั้งต้องดูแลผู้ติดเชื้ออย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ด้วยการตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลผู้ป่วยหนัก ดังนั้นขอจะย้ำว่าภาพรวมที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าไม่มีประเทศไหนสามารถสกัดกั้นการระบาดได้

    “บางประเทศถือเป็นโรคติดต่อปกติ ตัวเลขที่มีการรายงานกัน ก็เป็นตัวเลขที่ออกมาจากห้องแล็บ แต่ในความเป็นจริง ผู้ติดเชื้อมีมากกว่านั้น ดังนั้น รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้มีการปิดบังในเรื่องของการระบาด แต่โดยหลักแล้วเมื่อมีการระบาด เราต้องเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ และมีการตรวจอย่างละเอียด สิ่งที่ต้องทำคือคนติดเชื้อ จะทำอย่างไรให้ได้รับการรักษา โดยไม่ให้เสียชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และผู้เสียชีวิตในภาพรวมของเราขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 0.4 แต่ต้องทำให้ดีกว่านี้ และเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถึงขั้นปิดประเทศ หรือให้ยุติการเดินทาง และห้ามใช้ชีวิตแบบปกติ ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็ไม่แนะนำให้ปิดประเทศหรือยุติการเดินทาง ยกเว้นอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูง อยู่ที่ร้อยละ 1.5-2 ซึ่งมีเพียงประเทศในทวีปอเมริกาเท่านั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

    เมื่อถามว่าจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการ โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติไว้แล้ว เพราะฉะนั้นขณะนี้จะเร่งตั้งทีมเฉพะกิจขึ้นมาดูผู้ป่วยหนักก่อน ซึ่งนายวิทยา จะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) โดยระดมทีมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยผู่ป่วยให้ทันท่วงที เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หากมีการระดมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วยเหลือ เชื่อว่าจะไม่เสียชีวิต ส่วนในเรื่องของยาที่ใช้ป้องกัน ขอยืนยันว่ายังมีเพียงพอ. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 18:33:28

    กทม.ให้บริการ One Stop Service ดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009

    [​IMG]

    กรุงเทพฯ 8 ก.ค.- กทม.สั่งโรงพยาบาลในสังกัด 9 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง จัดพื้นที่แยกผู้ป่วยไข้หวัด ให้บริการแบบ One Stop Service ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อสู่ผู้อื่น หากพบผู้ป่วยไข้หวัด 2009 จัดแยกวอร์ดพิเศษส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลเฉพาะ พร้อมเร่งจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจอาการของโรค และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าว

    นายไกรจักร แก้วนิล รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชุมผู้บริหารสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร รับทราบนโยบายของ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการ กทม.ในการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนต่อการควบคุมและป้องกันโรค ตลอดจนทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในกรุงเทพฯ และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานของ กทม.โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลในสังกัด 9 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง เตรียมพร้อมบุคลากรในการรับมือกับประชาชนที่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว

    รองปลัด กทม. กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลหนองจอก โรงพยาบาลลาดกระบัง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ และศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. ทุกแห่ง ได้เปิดช่องทางให้บริการเฉพาะไข้หวัด โดยจะให้บริการในลักษณะจุดเดียวเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service ทั้งการคัดกรองผู้ป่วย การตรวจรักษาจากแพทย์ และจุดจ่ายยา เพื่อแยกผู้ป่วยไข้หวัดจากผู้ป่วยรายอื่น และประชาชนที่มาติดต่อที่โรงพยาบาลป้องกันการปะปนของเชื้อไข้หวัดใหญ่และแพร่กระจายของเชื้อโรคอื่นๆ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาอาการ มีเอกสารและสื่อต่างๆ ชี้แจงประกอบ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และสามารถดูแลรักษาตนเองได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังได้เพิ่มเวลาการตรวจรักษาจากเดิมวันธรรมดา เวลา 08.00-12.00 น. เป็นทุกวันไม่เว้นวันหยุด เวลา 08.00-16.00 น. ส่วนศูนย์บริการสาธารณสุข เปิดให้บริการในวันเวลาราชการ แต่หากพบว่าสถานการณ์ระบาดรุนแรงจะขยายเวลาบริการต่อไป

    นายไกรจักร กล่าวด้วยว่า โรงพยาบาลของ กทม. จะไม่ทำการ rapid test หรือการทดสอบอาการไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างคร่าวๆ เนื่องจากผลการตรวจโรคไม่รับรองผลอย่างชัดเจน และไม่เพียงพอที่จะระบุอาการของโรคได้ แต่หากประชาชนร้องขอจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาทโดยไม่สามารถเบิกได้ทุกกรณีตามอัตราที่กระทรวงวิทยาศาสตร์แจ้ง กรณีเป็นผู้ป่วยต้องสงสัยและแพทย์สั่งตรวจจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากผลจากห้องแล็บของกระทรวงวิทยาศาสตร์ระบุเป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 กทม. ได้เปิดวอร์ดพิเศษสำหรับผู้ป่วยดังกล่าว พร้อมทั้งจัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้การดูแลเฉพาะ เพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงทีแล้ว

    รองปลัดฯ กทม. ยืนยันว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่เป็นโรครุนแรงแม้จะมีผู้ชีวิตจากโรคดังกล่าว แต่เกิดจากมีโรคประจำตัวแทรกซ้อนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต หากดูจากสถิติการเกิดของโรคและจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 0.4 เท่านั้น ซึ่งในช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค. จะยังคงมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่ กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มเสี่ยงทุกพื้นที่เขตเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันตนเอง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนอีกด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจากโรคดังกล่าวไข้หวัดใหญ่ 2009 และขอย้ำว่าอาการของโรคไม่รุนแรง สามารถรักษาหายได้ภายใน 7 วัน แต่หากเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สามารถขอคำแนะนำในเบื้องต้นได้ที่ โทร.สายด่วน 1555 ซึ่ง กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ไขข้อข้องใจแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 13:42:09

    มอ.ภูเก็ตประกาศปิดเรียนอีก 2 วันหวั่นไข้หวัด 2009

    [​IMG]

    ภูเก็ต 8 ก.ค.-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาภูเก็ต (มอ.ภูเก็ต) ประกาศปิดเรียนอีก 2วัน หลังผลตรวจยืนยันนักศึกษาปี 1 เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 พร้อมทำความสะอาดหอพักนักศึกษาทั้ง1,500 ห้องในช่วงปิดเรียน

    นายเมธี สรรพานิช รองอธิการบดีมอ.ภูเก็ต กล่าวว่า หลังได้รับการยืนยันจากกรมการแพทย์ว่า นักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพศชาย อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มอ.ภูเก็ตได้ประกาศปิดเรียนเพิ่มอีก 2 วัน ในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ ซึ่งในช่วงที่มีการปิดเรียนจะทำความสะอาดห้องพักนักศึกษาจำนวน 1,500 ห้อง ส่วนการเฝ้าระวังนักศึกษารายอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้มีการติดตามเฝ้าระวังนักศึกษาที่สัมผัสกับนักศึกษารายที่เสียชีวิตทุกราย ซึ่งยังไม่พบอะไรน่าเป็นห่วง

    นายเมธี กล่าวว่า หลังจากนี้จะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และนักศึกษามีความตระหนักในเรื่องของการป้องกันและการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยตระหนักในเรื่องของการป้องกันเท่าที่ควร ถ้ามีการป้องกันที่ดีจะทำให้การแพร่ระบาดของโรคเป็นไปได้ยากขึ้น

    ด้าน นพ.พงษ์ศักดิ์ รัตนะแสง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังเพื่อนของนักศึกษาที่เสียชีวิตอีก 3 คนอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นพบว่า เพื่อนผู้เสียชีวิตไม่มีการติดเชื้อไข้หวัด 2009 แต่จะต้องมีการเฝ้าระวังและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้กับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวลกับนักศึกษาคนอื่น ๆ ขณะที่ความคืบหน้าเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว 37 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 13:17:02

    พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลทำบุญเข้าพรรษาตามวัดทั่วประเทศ

    [​IMG]

    ภูมิภาค 8 ก.ค.-พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างหลั่งไหลไปทำบุญเนื่องในวันเข้าพรรษา ขณะที่จังหวัดจันทบุรีดอกบัวแพงที่สุดในรอบ 5 ปี ทำให้คนหันไปใช้ดอกไม้อื่นทำบุญถวายพระแทน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุตรดิตถ์ว่า พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์นำหลอดไฟและเทียนพรรษา ถวายพระสงฆ์เนื่องในวันเข้าพรรษา ซึ่งปีนี้พุทธศาสนิกชนในจังหวัดอุตรดิตถ์เลือกที่จะเดินทางไปทำบุญตักบาตร ถวายหลอดไฟและเทียนพรรษาให้พระสงฆ์วัดที่อยู่ห่างไกลตามชนบท โดยมีการถวายหลอดไฟมากกว่าเทียนพรรษาเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์เปลี่ยนหลอดไฟภายในบริเวณวัด จึงทำให้วัดในพื้นที่ห่างไกลปีนี้คึกคักมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ร่วมทำบุญในวันเข้าพรรษายังได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้ผลบุญที่ทำหนุนนำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น และประชาชนคนไทยมีความรัก สามัคคี

    ส่วนที่จังหวัดสงขลา นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียรวมทั้งข้าราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสงขลา เดินทางไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศตามวัดต่าง ๆ คึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ได้พาครอบครัวออกไปทำบุญตั้งแต่เช้า ทั้งถวายสังฆทาน และเทียนพรรษาเนื่องในวันเข้าพรรษา และเนื่องจากมีผู้ไปทำบุญจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการเข้าคิวถวายสังฆทานหรือเทียนพรรษาและรับพรจากพระ

    ที่จังหวัดจันทบุรี นางพรทิพย์ แสงอรุณ ผู้ค้าส่งไม้ดอก ไม้ประดับในจังหวัด กล่าวว่า วันนี้ (8 ก.ค.) ราคาดอกบัวจากสวนบัวในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดปรับราคาขึ้นจากดอกละ 3 บาทเป็น 4 บาท จากเดิมซื้อขายหน้าสวนอยู่ที่ดอกละ 1 บาทเท่านั้น ถือว่า ราคาดอกบัวในวันเข้าพรรษาปีนี้แพงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ร้านค้าในจังหวัดจันทบุรีต้องปรับราคาดอกบัวขึ้นตามต้นทุน และส่งผลให้ชาวพุทธในจังหวัดที่เคยสั่งซื้อดอกบัวจากร้านค้าดอกไม้เป็นประจำในช่วงวันพระ หยุดสั่งซื้อดอกบัวทันทีและหันไปเก็บดอกไม้จากบริเวณบ้านและจากที่อื่น ๆ ไปทำบุญถวายพระแทน. -สำนักข่าวไทย

    2009-07-08 10:40:08

    ที่มา http://news.mcot.net/local/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. วรเดช

    วรเดช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    1,753
    ค่าพลัง:
    +6,146
    สัตว์ทะเลที่เป็นอันตรายที่พบในน่านน้ำไทย..(-_-) หมวด » เก็บตก inbox » เก็บตกจาก inbox » สัตว์ทะเลที่เป็นอันตรายที่พบในน่านน้ำไทย..(-_-)

    [​IMG]
    - น่านน้ำทะเลไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ทะเลนานาชนิดทั้งที่เป็นประโยขน์ต่อมนุษย์และที่เป็นอันตรายวันนี้เราจะลองมาดูกันว่าสัตว์ทะเลที่เป็นอันตรายที่พบในน่านน้ำไทยมี่อะไรกันบ้าง [​IMG]
    กุ้งมังกร (Lobster)
    กุ้งมังกรหรือกุ้งหัวโขนหรือกุ้งหนามเป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ มักพบอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง เปลือกที่คลุมหัวและอกมีลักษณะแข็งและมีหนามกระจัดกระจายทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณฐานหนวด มีหนามยาวและแข็งหากจับกุ้งชนิดนี้โดยไม่ระมัดระวัง ก็อาจถูกหนามแทงจนเกิดบาดแผลได้

    [​IMG]
    ปู (Crabs)
    ปูเป็นครัสเตเซียนที่วิวัฒนาการจากกุ้ง โดยมีส่วนท้องลดขนาดลงและพับอยู่ใต้อกปูมีขาเดิน 5 คู่ คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้านหนีบใช้ในการจับเหยื่อและป้องกันตัว ปูส่วนใหญ่มีก้ามแข็งแรง สามารถใช้หนีบศัตรูให้บาดเจ็บได้ โดยเฉพาะปูทะเล ปูม้า และปูใบ้ขนาดใหญ่ การจับปูเหล่านี้จึงต้องระมัดระวังโดยเฉพาะปูที่ยังมีชีวิตและถูกแก้มัดออก แล้ว ตลอดจนปูใบ้ที่มีเปลือกแข็งแรง ก้ามแข็งแรงมาก เมื่อหนีบแล้วจะไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม อันตรายจากปูหนีบนั้นยังไม่ร้ายแรงเท่ากับการรับประทานปูมีพิษ เช่นเดียวกับแมงดาไฟ ซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ตัวอย่างปูมีพิษได้แก่ ปูใบ้แดง (Artergatis intergerrinus) ปูใบ้ลาย (Lophozozymus pictor) เป็นต้น
    [​IMG]
    ปูใบ้หลังเต่า ครับ อันนี้ก็อันตราย

    [​IMG]
    ดาวหนาม (Clown-of-thorn Sea Star)
    ดาวหนามหรือดาวมงกุฎหนามเป็นดาวทะเลชนิดหนึ่งที่มีแขนงจำนวนมาก ตามผิวลำตัวมีหนามยาวประมาณ 1 นิ้ว อาศัยอยู่ตามแนวปะการังโดยกินโพลิปปะการังเป็นอาหาร นอกจากผลกระทบต่อระบบนิเวศในแนวปะการังแล้วดาวหนามยังเป็นอันตรายต่อนักท่อง เที่ยวและชาวประมงที่ดำน้ำอยู่บริเวณปะการังด้วย เพราะหากเหยียบลงไปบนตัวดาวหนามแล้วจะทำให้เกิดบาดแผลได้รับความเจ็บปวด

    [​IMG]
    แมงดาทะเล (Horse-shoe Crab)
    แมงดาทะเลเป็นสัตว์ทะเลโบราณที่ยังคงเหลืออยู่ในโลกปัจจุบันเพียง 4 ชนิด และมีอยู่ 2 ชนิดที่พบในทะเลไทย คือ แมงดาจานหรือแมงดาหางเหลี่ยม (Tachypleus gigas) และแมงดาถ้วยหรือแมงดาหางกลม (Carcinoscorpiu srotundicauda) ทั้งสองชนิดมีความเป็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยแมงดาจานอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย ส่วนแมงดาถ้วยอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและลำคลองในป่าชายเลน เท่าที่มีรายงานในประเทศไทย เฉพาะแมงดาหางกลมเท่านั้นที่อาจเป็นพิษ และเรียกชื่อแมงดาที่เป็นพิษนี้ว่า แมงดาไฟหรือเหรา (อ่านว่า เห-รา) จนบางครั้งทำให้เข้าใจสับสนว่า เหรา เป็นแมงดาชนิดที่สามจากคำบอกเล่ามักอธิบายถึงลักษณะของเหราว่าตามลำตัวมีขน ยาวที่นักอนุกรมวิธานได้ศึกษาแน่ชัดแล้วว่า แมงดาไฟ หรือ เหรา ก็คือแมงดาหางกลมบางตัวนั่นเอง แต่การเป็นพิษนั้นจะเกิดเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม เหตุที่แมงดาถ้วยมีพิษเป็นบางช่วงนี้ สันนิษฐานได้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีการเจริญแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วจนเกิด การสะพรั่งของแพลงค์ตอนบางชนิดในกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต เช่น (Gonyoulax catenella) ที่สร้างสารพิษแล้วแพลงค์ตอนชนิดดังกล่าวถูกกินโดยหอยหรือหนอนซึ่งเป็นสัตว์ หน้าดิน เมื่อพิษเข้ามาสะสมในหอยหรือหนอนแล้วถูกกินโดยแมงดาทะเล พิษจึงสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย เมื่อคนรับประทานแมงดาถ้วยตัวที่มีสารพิษสะสมอยู่ จึงทำให้เกิดเป็นพิษขึ้นมาได้ แม้ว่าไข่หรือเนื้อที่รับประทานจะได้ปรุงให้สุกแล้วก็ตาม และหากเหยียบย้ำโดนหางของแมงดาทะเลจะทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการโดนตำ

    [​IMG]
    เม่นทะเล (Sea Urchin)
    เม่นทะเลเป็นสัตว์มีหนวดตามผิวลำตัวเช่นเดียวกับดาวทะเล แต่เม่นทะเลมีหนามยาวจำนวนมาก ชนิดที่พบค่อนข้างชุกชุมในแนวปะการังของชายฝั่งทะเลไทยคือเม่นดำหนามยาว (Diadema setosum) มีหนามขนาดยาวอยู่รอบตัว การท่องเที่ยวเดินใต้ทะเลในบริเวณที่มีเม่นทะเล คลื่นอาจซัดให้โยนตัวไปเหยียบย่ำเม่นทะเลได้ หนามของเม่นทะเลมักหักเปราะฝังอยู่ในผิวหนัง ซึ่งไม่สามารถบ่งออกได้อย่างหนามเล็กๆหรือหนามจากพืช การแก้ไขเมื่อถูกหนามเม่นตำคือการทุบอย่างเบาๆ เพื่อให้หนามเม่นแตกเป็นชิ้นขนาดเล็ก ร่างกายจะสร้างสารออกมาย่อยสลายหนามของเม่นได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เม่นทะเลบางชนิดมีต่อมน้ำพิษเมื่อถูกหนามเม่นตำแล้ว น้ำพิษยังอาจเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง เจ็บปวดและเป็นไข้ได้ นอกจากหนามที่แหลมคมแล้ว เม่นยังมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า เพดดิเซลลาเรีย (pedicellariae) กระจัดกระจายแทรกอยู่ระหว่างหนาม ตรงปลายมักมี 3 แฉกคล้ายคีม ซึ่งทำหน้าที่เก็บเศษอินทรีย์และจุลินทรีย์ออกจากผิวลำตัวในหนามเม่นบางชนิด เพดดิเซลลาเรียมีต่อมน้ำพิษอยู่ด้วย อันตรายจากเม่นทะเลจึงไม่มีเฉพาะหนามเพียงอย่างเดียว

    [​IMG]
    งูทะเล (Sea Snakes)
    งูทะเลมีลักษณะแตกต่างจากงูบกคือลำตัวส่วนท้ายแบนทางด้านข้างจนถึงปลายหางมี ลักษณะคล้ายใบพาย เพื่อใช้สำหรับว่ายน้ำ งูทะเลทุกชนิดมีพิษอยู่ที่เขี้ยวในปาก บางชนิดว่ายน้ำเหมืออย่างปลา และบางชนิดอาจขึ้นมาวางไข่บนชายฝั่งเช่นเดียวกับเต่าทะเล พิษของงูทะเลมีอันตรายร้ายแรงมาก แม้จะถูกนำขึ้นมาบนบกแล้วก็ไม่ควรใช้มือจับ การเดินไปตามแนวปะการังควรใส่รองเท้ายางหุ้มข้อ รวมทั้งงูที่ตายแล้วก็ต้องระมัดระวังพิษจากเขี้ยวที่ยังสามารถออกฤทธิ์ได้ น้ำพิษจากงูทะเลมีผลโดยตรงต่อระบบกล้ามเนื้อ ปัสสาวะของผู้ป่วยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายในเวลา 3-5 ชั่วโมง เนื่องจากเม็ดสีถูกปล่อยออกมาจากเซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกทำลาย ระบบหายใจขัด หรือการทำงานของหัวใจล้มเหลว ( งูทะเล มีมากมายหลายชนิดครับ เพื่อนๆ )

    [​IMG]
    ปลาไหลมอเล่ย์ (Morey Eel)
    ปลาทะเลในแนวปะการังหลายชนิดเป็นสัตว์กินเนื้อ และมีฟันแหลมคม โดยเฉพาะปลาไหลมอเล่ย์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ตามโพรงหินปะการังและโผล่หัวออกมาเฝ้า ระวังเหยื่อหรือศัตรู หากนักท่องเที่ยวว่ายน้ำผ่านบริเวณที่ปลาอาศัยอยู่ ปลาก็อาจพุ่งตัวออกมาฉกกัดคล้ายงูได้ แม้ว่าปลาไหลมอเล่ย์จะไม่มีเขี้ยวพิษอย่างงูทะเล แต่เมือกในปากของปลาก็มีพิษอ่อนๆ

    [​IMG]
    ฉลาม (Sharks)
    ปลาฉลามเป็นปลาที่คนโดยทั่วไปเข้าใจว่าเป็นสัตว์ดุร้าย หรือเป็นปลากินคน ความจริงแล้วปลาฉลามเป็นสัตว์กินเนื้อพวกหนึ่ง ซึ่งมีฟันแหลมคมไว้ล่าเหยื่อเป็นอาหารแต่ก็มีบ่อยครั้งที่ปลาฉลามขนาดใหญ่ อาจเข้าจู่โจมกัดนักประดาน้ำหรือผู้คนที่เล่นน้ำอยู่ตามชายหาดซึ่งเป็นโดย ธรรมชาติของปลา การหลีกเลี่ยงอันตรายจากการถูกปลาฉลามกัดจึงควรป้องกันไว้ก่อน เช่น ไม่ว่ายน้ำแยกตามลำพัง หรือทำให้ฉลามได้รับความตื้นตกใจ เช่น กลุ่มของฉลามหูดำ ซึ่งพบได้ทั่วไปในน่านน้ำไทย

    [​IMG]
    หมึก (Cephalopod)
    หมึกเป็นมอลลัสพวกหนึ่งที่มีวิวัฒนาการสูงกว่าหอยโดยสามารถเคลื่อนที่ได้ อย่างรวดเร็ว สามารถไล่ล่าสัตว์อื่นกินได้ ลำตัวไม่มีเปลือกหนวดของหมึกสายมี 8 เส้น ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากเท้าของหอย ภายในปากของหมึกมีขากรรไกรแข็งซึ่งใช้ขบกัดเหยื่อ ดังนั้นการจับหมึกด้วยมือขณะที่หมึกยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมึกสาย สามารถกัดทำให้บาดเจ็บได้ ยิ่งไปกว่านั้นหมึกสายบางชนิด เช่น หมึกสายวงน้ำเงิน (Hapalochlaena naculosa) ซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง มีต่อมน้ำพิษที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

    [​IMG]
    แม่เพรียง (Clam Worm)
    แม่เพรียงเป็นหนอนปล้องที่มีลำตัวเรียวยาว บางชนิดอาจยาวถึง 2 เมตร อาศัยอยู่ตามแนวปะการังใต้ซอกหินหรือบางชนิดอยู่ตามป่าชายเลน บริเวณส่วนหัวของแม่เพรียงมีปากและขากรรไกรลักษณะคล้ายเขี้ยวอยู่ในปาก ซึ่งใช้สำหรับฆ่าเหยื่อหรือคาบจับอาหาร แม่เพรียงจึงอาจใช้เขี้ยวกัดทำให้ได้รับบาดเจ็บ ปวด เช่นเดียวกับผึ้งต่อย แม้โอกาสจะถูกกัดมีน้อยมากก็ตาม

    [​IMG]

    พรมทะเล หรือซูแอนทิด (Zoanthid)
    พรมทะเลเป็นสัตว์จำพวกดอกไม้ทะเลขนาดเล็ก หนวดมีขนาดสั้น ลำตัวมักเป็นท่อนยาว และอาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี โดยมีส่วนฐานเชื่อมต่อถึงกันได้ ตามปกติพรมทะเลไม่มีพิษในแง่การสัมผัสเพราะนีมาโตซีสมีพิษอ่อนมาก แต่มีพรมทะเลบางชนิดของสกุล Palythoa มีสารพิษที่ชื่อว่าพาลิทอกซิน (palytoxin) ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจ สารชนิดนี้นับเป็นสารที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในสัตว์ทะเลยิ่งกว่าพิษจากปลา ปักเป้า ในฮาวายนำมาใช้เป็นยาพิษอาบปลายธนูด้วย ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวอยู่ในบริเวณที่มีพรมทะเลอาศัยอยู่จำนวนมากจึง ไม่ปลอดภัย

    ปล.แหล่งข้อมูลดีๆจาก Siamfishing.com ชุมชนนักตกปลาทั่วไทย
     
  14. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ข่าวสารจากจิตจักรวาล

    [​IMG]

    [​IMG]

    <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->แม่นายมล<!-- google_ad_section_end --> สมาชิก

    เก็บตกข่าว! จากการไปฟังบรรยาย อ.ปริญญา ตันสกกุล ครั้งที่ 152 นี้

    • วันที่ 12 เดือน 12 ปี 2012 เป็นวันครบรอบเกิดจุดดำบนดวงอาทิตย์
    แต่ไม่ใช่จุดที่ 11 โลกจะมีภัยรุนแรงมากขึ้น กลไกลชีววิทยาของมนุษย์
    สังขารจะเปลี่ยนแปลงมากขึ้น คนที่ไม่คิดว่าจะทำชั่วก็จะทำชั่ว
    อย่างไม่น่าเชื่อ จะตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น

    เขื่อนใหญ่ที่เมืองกาจญน์ จะยังไม่แตกใน 3 ปีนี้ (2552-2554)

    • ประเทศที่เป็นเหนือ-ใต้ ในเอเซียจะเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์
    ผ่าประเทศเป็นครึ่งซ้าย-ขวา ซีกหนึ่งจมทะเล.. จะได้รักกันไม่แบ่งแยก<!-- google_ad_section_end -->

    ***************************************************

    ชมรมจิตจักรวาลฯ มีความยินดีขอเชิญทุกท่าน รวมรับฟังธรรมะ พร้อมรับฟังข่าวสาร โดยท่านอ.ปริญญา ตันสกุล

    กําหนดการสื่อพระโอวาทฯครั้งที่ 153
    เรื่อง : “……….”
    ห้อง : ทิพย์พิมาน
    วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2552
    ณ โรงแรมมิโด (สะพานควาย)
    เวลา 13.00 - 18.00 น.

    ท่านสามารถเดินทางโดย :
    รถเมล์สายที่ผ่านสาย 3, 52, 90, 97, 117, ปอ.44, ปอ524

    [FONT=&quot]</O>[/FONT][FONT=&quot]สมัครเข้ารับฟังโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ [/FONT][FONT=&quot]Tel. 089-1052727, 02-5123176 <O></O>[/FONT]CD เรื่อง “อีก 3 ปี โลกนี้จะมีภัย” เสร็จแล้วหาซื้อได้ในงานนี้​

    ที่มา http://palungjit.org/threads/“อีก-3-ปีโลกนี้จะมีภัย”.191868/page-3<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_2237835", true); </SCRIPT>​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 29305-9.jpg
      29305-9.jpg
      ขนาดไฟล์:
      72.7 KB
      เปิดดู:
      1,879
    • koreamap.jpg
      koreamap.jpg
      ขนาดไฟล์:
      84.6 KB
      เปิดดู:
      55
    • 089.jpg
      089.jpg
      ขนาดไฟล์:
      12.2 KB
      เปิดดู:
      46
    • IMG_8962-1.jpg
      IMG_8962-1.jpg
      ขนาดไฟล์:
      61.4 KB
      เปิดดู:
      1,756
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2009
  15. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    คำทำนายของนอสตราดามุส(หญิง)แห่งบัลแกเรีย

    [​IMG]

    เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่คิดอยู่นานเหมือนกันว่าควรนำมาเผยแพร่หรือไม่ เพราะเรื่องค่อนข้างน่าสนใจสำหรับคนไทยอย่างเรา แต่ขณะเดียวกัน ก็เห็นว่าน่ากลัวอยู่ไม่น้อย นอกจากนั้นก็ยังเป็นแนวของไสยศาสตร์ความเชื่อ และอาจจะมีเรื่องของการหลอกลวงต้มตุ๋นรวมอยู่ด้วยไม่น้อย แต่หลังจากที่ปรึกษาคนอื่นๆ และคิดเอาเองว่าชาวโอเคเนชั่น มีวิจารณญาณสูง ย่อมใช้สมองไตร่ตรองเอาเองได้ว่าอะไรถูกอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจนำมาเสนอครับ มันเป็นเรื่องการทำนายโชคชะตาของโลกตลอดช่วงหลายร้อยปีต่อจากนี้ และผู้ทำนายก็คือ วานก้า

    วานก้า หรือชื่อจริงคุณยาย วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า เป็นชาวบัลแกเรีย ซึ่งตายไปเมื่อหลายปีก่อน คุณยายผู้นี้เกิดเมื่อ 31 มกราคม 1911 ในครอบครัวชาวนายากจนที่หมู่บ้าน สตรูมิซ่า ที่ปัจจุบันอยู่ใน มาเซโดเนีย เมื่อคลอดออกมา คุณยายทำท่าว่าจะไม่รอดตั้งแต่หลังคลอด แต่ไม่ยักกะตาย และหลังจากมีอายุได้ 2 เดือน เด็กน้อยก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ ตอนอายุ 3 ขวบ แม่คุณยายก็เกิดมาตาย ไม่นานหลังจากนั้น พ่อก็ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามโลกครั้งแรก เพื่อนบ้านต้องช่วยกันดูแลเด็กน้อยแทน หลังจากพ่อกลับมา ชีวิตของท่านก็ดีขึ้น เมื่อพ่อมีเมียใหม่ แม่ใหม่ก็ไม่ได้รังเกียจลูกเลี้ยง

    พอคุณยายมีอายุได้ 12 ขวบ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับตัวท่าน กล่าวคือได้เกิดพายุหมุนในหมู่บ้าน ( โดยก่อนและหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย) พายุได้หอบเอาคุณยายขึ้นไปเบื้องบน ก่อนจะปล่อยตกลงมาในภายหลัง และหลังจากนั้นตาของคุณยายก็เริ่มมองไม่เห็น หลังการผ่าตัดก็ไม่หาย และมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง 3 ปีหลังเหตุการณ์นั้น

    ปี 1925 คุณยายถูกส่งตัวเข้าโรงเรียนคนตาบอด และใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3 ปี เมื่อกลับมาบ้าน ก็ต้องเจอกับชีวิตที่ยากลำบาก ทั้งความยากจน งานหนัก และโรคภัยไข้เจ็บที่เกือบจะคร่าชีวิต แต่ในช่วงนั้นเองที่คุณยายเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอำนาจพิเศษ นั่นก็คือการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆทั้งจากในความฝัน พรายกระซิบ และอื่นๆ ทำให้สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์ทั้งที่จะเกิดในอนาคต และเกิดมาแล้วได้อย่างแม่นยำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องทหารที่สูญหายไปในแนวหน้า แต่ตอนแรก คุณยายไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร กลัวจะถูกหาว่า นอกจากบอดแล้วยังบ้า

    คำทำนายครั้งแรกของคุณยาย มีขึ้นเมื่ออายุ 16 ปี คือการบอกถึงสถานที่ที่แพะของพ่อที่ถูกลักไป ถูกนำไปซ่อน คุณยายบอกว่า ท่านเห็นสิ่งนี้ในฝัน

    ปี 1942 คุณยายแต่งงานกับหนุ่มที่รู้จักกันที่โรงเรียนคนตาบอด และเริ่มเป็นนักทำนายอย่างเป็นงานเป็นการตอนอายุ 30 ช่วงนี้คุณยายเริ่มโด่งดังมากขึ้น เมื่อทำนายทายทักว่า ทหารคนไหน จะกลับมาจากแนวหน้า หรือไม่ได้กลับ ทำให้ผู้คนแห่แหนกันมาหาคุณยาย ให้ช่วยทำนายทายทัก ทั้งเรื่องทหาร เรื่องโรคที่ป่วย

    จากการประเมิน เชื่อว่า มีผู้มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายมากถึงกว่าล้านคน แต่ไม่มีหลักฐานอะไรมายืยยันเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ได้มีการจดบันทึกใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น บางคนก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาหรือเธอ มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายบ้านนอกตาบอด ว่ากันว่า หนึ่งในผู้ที่มาหาคุณยาย เพื่อให้ทำนายโชคชะตาก็คือ ฮิตเลอร์

    เมื่อบัลแกเรีย กลายเป็นประเทศสังคมนิยม ทางการก็เข้ามาตรวจสอบคุณยาย แถมยังส่งคุณยายไปนอนถึงอยู่ครึ่งปี เพราะดันไปทำนายทายทักเรื่องการตายของสตาลิน แต่เมื่อเรื่องการตายเกิดขึ้นจริง พวกเขาก็ปล่อยคุณนายออกมา ฝ่ายศาสนาเองก็ไม่ชอบหน้าคุณยาย เพราะคำทำนายหลายข้อขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนาของกรีกออโธดอกซ์

    ในส่วนของความแม่นยำนั้น จากการทำวิจัยของนักวิทยาศาสตร์บัลแกเรียผู้หนึ่งที่ติด ตามคำทำนายมากกว่า 7 พันคำทำนายของคุณยาย ก็สรุปว่า ถูกต้องถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยคำว่าแม่นในที่นี่ ระบุด้วยว่า เกินกว่าระดับที่จะถือได้ว่าเป็นการประจวบเหมาะ และเมื่อไม่สามารถสยบกระแสนิยมการมาใช้บริการ ทางการก็เลยหาทางทำเงินทำทองจากเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ ปี 1967 จนถึง 1990 คุณยาย ถือเป็น ข้าราชการ คนหนึ่ง และ

    มีการกำหนดสนนราคาการเข้ามาขอใช้บริการของคุณยายวานก้า ไว้อย่างเป็นกิจลักษณะ โดยคนจากประเทศสังคมนิยม 15 ประเทศคิดค่าบริการคนละ 10 เลียฟ (ประมาณ 2 ดอลล่าร์ ) ส่วนจากประเทศอื่นๆที่เหลือคิดคนละ 50 ดอลล่าร์ งานนี้ทางการรับเข้ากระเป๋าไปหมด ในส่วนของตัวคุณยาย ก็จะได้เงินเดือนเดือนละ 200 เลียฟ นอกจากนั้นก็ยังได้รถยนต์ บ้าน และคนรับใช้ จากคนที่เคยถูกทางการจับ คุณยายวานก้า ได้กลายเป็น ความภาคภูมิใจของบัลแกเรียไปเสียแล้ว

    เมื่อมีคนชอบ ก็มีคนชัง คนที่ชิงชังคุณยายตาบอดรายนี้มากที่สุด ออกมาติติงคุณยายว่า ทีอันไหนทายถูกแล้วละก็ จำได้จำดี ส่วนอันไหนทายผิด ดันลืมไปหมดนานแล้ว นอกจากนั้น ก็ยังบอกว่าคุณยายทำงานประสานกับหน่วยข่าวกรองบัลแกเรียในการทำนายโชคชะตาผู้คน คือให้หน่วยข่าวกรองไปสืบข้อมูลของคนที่จะมาพบคุณยายเป็นการล่วงหน้า เขาบอกว่าหลักฐานในเรื่องนี้ก็คือหลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ล้มลง ฝ่ายข่าวกรองไม่ได้เข้ามาช่วยเหลืออีกต่อไป การทายของคุณยายก็แย่ลง

    ตัวอย่างการทำนายของคุณยายวานก้า

    [​IMG]

    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=message align=left colSpan=2>ตัวอย่างการทำนายของคุณยายวานก้าที่ว่าแม่นๆนั้น ก็อย่างเช่นเรื่อง เรือดำน้ำคูร์สค์ ของรัสเซียที่ระเบิดเมื่อหลายปีก่อน ที่คุณยายทำนายไว้ตั้งแต่ปี 1980 คุณยายทำนายเรื่องนี้ว่า '' ในปี 1999 หรือ 2000 คูร์สค์ จะจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนทั้งโลกจะเศร้าใจกับมัน '' แต่ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ เพราะเมืองคูร์สค์ อยู่ไกลจากทะเล หรือแม่น้ำ และไม่มีใครฉุกคิดว่าคุณยายทำนายถึงเรื่องดำน้ำคูร์สค์

    นอกจากนั้น คุณยายวานก้า ก็ยังทำนายตั้งแต่ปี 1979 ถึงการที่ สหภาพโซเวียต จะกลับคืนมาเป็นรัสเซีย เหมือนเดิม เรื่องที่สหรัฐถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี ในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ตั้งแต่ปี 1989 เรื่องการลงนามใน สนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างกอร์บาชอฟกับเรแกน การเข้ามาอยู่ในกลุ่ม จี 8 ของรัสเซีย การกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้งของรัสเซีย การขึ้นมายิ่งใหญ่ของคนชื่อ วลาดิมีร์ และเรื่อง วันตายของคุณยายเอง

    คุณยายตายเมื่อ 11 สิงหาคม 1996 เวลา 10:10 น. ตรงตามที่ทำนายเอาไว้ทั้งวันที่และเวลา

    ต่อไปนี้คือคำทำนายถึงโลกในอนาคตครับ

    ปี ค.ศ.2008 - ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร, กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3

    [​IMG]
    การลอบสังหารเบนาซีร์ บุตโต เกิดขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2007 รายงานเบื้องต้นระบุว่า บุตโตตายจากกระสุนปืนหรือเศษวัตถุจาก<WBR>ระเบิด (คลาดเคลื่อนจากคำทำนายไปเพียง 4 วัน)

    ปี ค.ศ.2010 - เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน ค.ศ.2010 - ตุลาคม ค.ศ.2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดา ต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี

    2016 - ยุโรปแทบจะร้างผู้คน
    2018 - จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง
    2023 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
    2028 - เกิดแหล่งพลังงานใหม่ ( คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์
    2033 - น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
    2043 - เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง มุสลิมปกครองยุโรป
    2046 - มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด
    2066 - สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คือ อาวุธสภาพอาก าศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง
    2076 - สังคมไร้ชนชั้น ( คอมมิวนิสต์)
    2084 - ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู
    2088 - เกิดโรคใหม่ โรคแก่ติดจรวด ( แก่ในไม่กี่วินาที)
    2097 - เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้
    2100 - ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงส่างกับโลกส่วนที่มืด
    2111 - มนุษย์ กลายเป็น มนุษย์ไซบอร์ก ( หุ่นยนต์มีชีวิต)
    2125 - โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ
    2130 - โลกไปตั้ง อาณานิคมใต้น้ำ ( จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)
    2164 - สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์
    2167 - เกิดศาสนาใหม่
    2183 - อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก
    2187 - โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก
    2195 - อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน
    2196 - ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์
    2221 - ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว
    2256 - ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก
    2262 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร
    2273 - การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่
    2279 - พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย ( คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )
    2288 - มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว
    2291 - ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่
    2296 - เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก
    2299 - ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม
    2302 - เปิดกฏใหม่เรื่องความลับของจักรวาล
    2304 - พบความลับของดวงจันทร์
    2354 - เกิดความผิดพลาดกับดวงอาทิตย์เทียม ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง
    2371 - เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่
    2480 - ดวงอาทิตย์เทียม 2 ดวงชนกัน
    3005 - สงครามบนดาวอังคาร
    3010 - ดาวหางชนดวงจันทร์ เศษซากที่กระจาย พากันโคจรรอบโลก
    3797 - ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือบนโลก แต่มนุษย์ได้ไปวางสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตบนดาวดวงอื่นแล้ว

    </TD></TR><TR><TD colSpan=2>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>
    ที่มา http://www.amulet.in.th/forums/view_topic.php?t=388&sid=573e19b36ed6c12a51f6de11f4cc465c

    หมายเหตุ

    คำทำนายของนอสตราดามุส และคุณยายวานเกเลีย ในช่วงตั้งแต่เกิดสงครามนิวเคลียร์ไปแล้ว อาจจะคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะจากข้อมูลที่ผมได้มาใหม่ในขณะนี้ ได้ระบุถึงมนุษย์ต่างดาวจะมาช่วยระงับสงครามนิวเคลียร์ให้หยุดลงเพียงกลางคัน ไม่ให้ดำเนินไปจนถึงจุดจบตามคำทำนาย

    เพราะถ้าปล่อยให้ดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว จะทำให้ระบบของจักรวาลและดวงดาวต่างๆ เสียความสมดุลไปอย่างมาก ซึ่งก็จะเป็นผลร้ายกับมนษย์ต่างดาวอย่างพวกเขาด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ปฏิบัติการชำระโลก หรือที่พวกเราเรียกกันว่าวันพิพากษาโลกก็จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อนั้น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 717.jpg
      717.jpg
      ขนาดไฟล์:
      63.3 KB
      เปิดดู:
      1,891
    • 718.jpg
      718.jpg
      ขนาดไฟล์:
      46.9 KB
      เปิดดู:
      1,752
    • 85875.jpg
      85875.jpg
      ขนาดไฟล์:
      36.4 KB
      เปิดดู:
      1,764
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2009
  16. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ภูเขาออกไข่ในจีน

    [​IMG]

    กุ้ยโจว 9 ก.ค. - สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจีนพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาเยี่ยมชมภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นภูเขาที่ออกไข่ได้

    กุ้ยโจว เมโทรโพลิส นิวส์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในหมู่บ้านกูลู มณฑลกุ้ยโจว อ้างว่าที่หน้าผาแห่งหนึ่งของภูเขากานเติ้งออกไข่กว่า 100 ฟอง ไข่แต่ละฟองมีขนาดใหญ่เท่ายางรถยนต์ ซึ่งดูเหมือนว่าไข่แต่ละใบออกมาจากโพรงของหน้าผาทุก ๆ 2 ปี

    ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวในท้องที่ บอกว่า ภูเขากำลังจะออกไข่อีกฟองหนึ่งในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวคนใดมีเวลามากพอที่จะรอคอยก็อาจจะได้เห็นความประหลาดมหัศจรรย์ของภูเขาออกไข่

    ซึ่งล่าสุดผลิตไข่ออกมาแล้วในเดือน มีนาคม 2542 พฤษภาคม 2546 มิถุนายน 2548 มีนาคม 2550 และมกราคม 2552 .- สำนักข่าวไทย

    2009-07-09 11:05:57

    ที่มา http://news.mcot.net
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ความฝันเทพสังหรณ์ สัญญาณเตือนจากเบื้องบน

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->amm.<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_2238103", true); </SCRIPT> สมาชิก

    [​IMG]

    ฝันว่าน้ำเอ่อท่วมขึ้นมา...บ้านถูกลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ...ก้มลงดูเป็นบ้านเรือนแพ...ไม่กังวลว่าจะจมน้ำ...แต่ไปมาไม่สะดวก...ต้องว่ายน้ำไปหากัน...คงต้องสร้างบ้านที่ลอยบนน้ำได้กระมัง....<!-- google_ad_section_end -->

    ที่มา http://palungjit.org/threads/ความฝัน-เทพสังหรณ์-สัญญานเตือนจากเบื้องบน.79471/page-140
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 11741140447.jpg
      11741140447.jpg
      ขนาดไฟล์:
      54.1 KB
      เปิดดู:
      1,588
    • 11741138781.jpg
      11741138781.jpg
      ขนาดไฟล์:
      50.8 KB
      เปิดดู:
      1,577
    • 11741132622.jpg
      11741132622.jpg
      ขนาดไฟล์:
      60.1 KB
      เปิดดู:
      1,579
    • 11741139273.jpg
      11741139273.jpg
      ขนาดไฟล์:
      52.6 KB
      เปิดดู:
      42
    • 11741139874.jpg
      11741139874.jpg
      ขนาดไฟล์:
      72.6 KB
      เปิดดู:
      44
  18. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,286
    ค่าพลัง:
    +76,367
    ถ้าจะให้ไปมาสะดวก ไม่ต้องว่ายน้ำไปหากัน ก็ต้องอยู่เรือแบบปู่เย็นครับ ประหยัดเงินในกระเป๋าดีด้วย ไม่ต้องลงทุนสร้างเป็นบ้านเรือนแพให้ยุ่งยาก ถ้าเจอพายุทำให้เรือล่ม ก็กู้ขึ้นมาได้ง่ายกว่าเรือนแพครับ

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    ภาพอนุสรณ์ รำลึกถึงปู่เย็น เฒ่าทรนง

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 104424.jpg
      104424.jpg
      ขนาดไฟล์:
      87.2 KB
      เปิดดู:
      1,875
    • 160004_902208.jpg
      160004_902208.jpg
      ขนาดไฟล์:
      51.3 KB
      เปิดดู:
      1,651
    • 016l.jpg
      016l.jpg
      ขนาดไฟล์:
      83.5 KB
      เปิดดู:
      1,782
    • 1_29.jpg
      1_29.jpg
      ขนาดไฟล์:
      63.1 KB
      เปิดดู:
      44
    • 308073_002.jpg
      308073_002.jpg
      ขนาดไฟล์:
      48.1 KB
      เปิดดู:
      41
    • 53fb469a.jpg
      53fb469a.jpg
      ขนาดไฟล์:
      56.8 KB
      เปิดดู:
      41
  19. pat3112

    pat3112 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    373
    ค่าพลัง:
    +2,904
    [​IMG]

    หลังจากผู้กำกับ Roland Emmerich วางแพลนที่จะสานต่อโปรเจกต์หลังหนังพีเรียดยุคไวกิ้งครองโลกเรื่อง 10,000 B.C. มาเป็นเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่าแทบจะรอไม่ไหว อะไรที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าหลังจากรู้ข่าวว่า Emmerich จะกลับมาทำหนังที่มีสเกลใหญ่มหึมาเหมือนครั้งที่เขาเคยฝากผลงานให้โลกจารึกไว้ทั้ง Independence Day, Godzilla และ The Day After Tomorrow รับประกันได้เลยว่าการกลับมากับหนังหายนะโลกครั้งนี้ของเขาจะต้องไม่ใช่เล่นๆเหมือนแต่ก่อนแน่นอน (ยกให้ 10,000 B.C. เป็นผลงานพักเหนื่อยของเขา)

    และถ้าคุณคิดว่านี่จะเป็นอารมณ์เดียวกับหนังอย่าง The Day After Tomorrow ก็อาจจะต้องคิดใหม่เล็กน้อย เพราะจริงๆแล้วหนังเรื่องนี้จะมาพร้อมทุนสร้างที่เยอะกว่า และมาพร้อมความจริงจังในแง่ของการทำลายล้างของหายนะมากกว่า เรื่องราวจะเป็นอะไรที่นำเสนอเกี่ยวกับหายนะที่จะเกิดขึ้นต่อมวลมนุษยชาติ อย่างตรงไปตรงมา เพราะที่เราจะได้เห็นในหนัง ก็มีทั้งน้ำท่วมโลก (เหมือนที่ในทีเซอร์แรกของหนังที่ได้เห็นนี้), ภูเขาไฟระเบิดครั้งยิ่งใหญ่, พายุถล่มโลก, ภูเขาน้ำแข็งละลาย, แผ่นดินไหว ซึ่งนี่ไม่ได้เป็นสิ่งที่ Emmerich เคยนำเสนอไปใน The Day After Tomorrow ทั้งหมด ..และพิจารณาได้ว่าทุกสิ่งที่เราจะได้เห็นจะต้องออกมาเป็นความยิ่งใหญ่ในการนำเสนออย่างแน่นอน

    หนังอ้างอิงจากปฎิทินของชาวมายันที่จะสิ้นสุดลงในปี 2012 นั่นหมายถึงว่าโลกจะสิ้นสุดและถึงกาลอวสานในปีดังกล่าวนั่นเอง จากตัวอย่างที่ได้เห็น หนังมาพร้อมคำโปรยที่ดูน่าขนลุกมากๆ How Would The Governments of Our Planet ..Prepare Six Billion People ...To The End of The World ? ก่อนที่หนังจะตัดสลับไปที่ภาพน้ำที่กำลังเอ่อล้นท่วมภูเขาในแถบเอเชียกลาง ที่คาดว่าน่าจะเป็นแถวๆธิเบต ที่เรียกว่าหลังคาโลกเลยนะนั่น ก่อนหนังจะตัดสลับมาที่คำตอบว่า They Wouldn't ...แค่นี้ก็เรียกความน่าสนใจที่จะเกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้ได้มากพอแล้ว

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    นักแสดงของหนังที่จะตบเท้ามาขึ้นจอในหนังเรื่องนี้ประกอบไปด้วย John Cusack, Amanda Peet, Chiwetel Ejiofor, Thandie Newton, Danny Glover, Oliver Platt,Thomas McCarthy ซึ่งจะรับหน้าที่เขียนบทโดย Emmerich และ Harald Kloser จาก 10,000 B.C. แต่เดิมหนังเคยใช้ชื่อว่า Farewell Atlantis ส่วนหลักทุนสร้างของหนังนั้นตอนนี้ก็เกินหลัก 200 ล้านไปเป็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลายเป็นหนังซัมเมอร์ 2009 ที่ทุนสูงมากๆเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

    Emmerich และ Sony Pictures วางโปรแกรมฉายหนังเรื่องนี้เอาไว้ 10 กรกฎาคม 2009 หลังสัปดาห์วันชาติอเมริกาหนึ่งสัปดาห์และก่อนหน้าการมาของ Harry Potter ภาค 6 หนึ่งสัปดาห์ แต่ หนังคงไม่เจอศึกหนักอะไรมาก เพราะหน้าหนังสามารถขายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ตัวอย่างเต็มๆอาจจะปล่อยมาต้นปีหน้า ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไป คอหนังหายนะโลกทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง



    ผมดูตัวอย่างหนังทำได้ค่อนข้างดี ดูแล้วได้ข้อคิดดีครับ ขอให้ทุกท่านไม่ประมาทเป็นปกติครับทุกการกระทำทุกลมหายใจ เวลาคนเรามีไม่เท่ากัน ไม่มีอะไรแน่นอน ครับ<object width="480" height="385">


    <embed src="http://www.youtube-nocookie.com/v/DGDcuEL1NQc&hl=en&fs=1&rel=0&color1=0x402061&color2=0x9461ca" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></object>
     
  20. Ghosty Rat

    Ghosty Rat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 เมษายน 2005
    โพสต์:
    142
    ค่าพลัง:
    +364
    ถึง ทุกคนที่ชอบเอาศาสนาอื่นมาผสมกับพุทธจัง

    ศาสนาอื่นเน้นการตลาดลดแลกแจกแถมบิดเบือนตลอด แม้แต่พอมาถึงไทยก็มาเติมคำว่าพระต่อหน้าชื่อคนสำคัญของเขา พระ แปลว่า ผู้สูงส่งคือต้องมีศีลธรรมะครบ ผมไม่เห็นธรรมในตัวพวกนี้เลยเห็นแต่ความแฟนตาซีที่พวกเขาวาดให้ หาได้บำเพ็ญซักนิดไหมแบบพุทธองค์และอริยะบุคคลทุกท่าน พวกศาสนาพวกนี้สอนให้ซักแต่ไว้อ้อนวอนเพื่อขอขึ้นสวรรค์ ลืมหรือไม่สนกฎแห่งกรรมด้วยเหตุผลต่างๆอย่างเช่นสารภาพบาป พุทธศาสนาไม่เคยสอนเรื่องพระเจ้าหรือเน้นการอ้อนวอนเหมือนศาสนาทั่วไป ศาสนาพุทธการปฏิบัติที่ตัวบุคคลนั้นๆเพื่อความสงบสุขและความเป็นอยู่ที่ภพชาติจนกระทั่งหลุดพ้น ท่านไหนที่ไม่มีพระรัตนตรัยที่เหนียวเน้นก็จงเฟ้นหาผสมนั่นผสมนี่ไปจนสติแตกล่ะกันผมท้อที่ต้องเตือนท่านและต้องมาโดนใบแดงเพราะของขึ้น แต่อย่ามาพล่ามให้ศาสนาพุทธที่ผมนับถือเสื่อมหนักหรือให้ศาสนาอื่นเอาข้อความของท่านไปผสมต่อเพื่อล่าเหยื่อเข้ารีตต่อ = =* ขอบิณฑบาตจากคนเลือดร้อนคนนี้เถอะ คิดก่อนพิมพ์ก่อนก่อนพูดเพราะท่านสร้างกรรมให้คนอื่นที่เข้าใจผิดกับข้อความของท่านห่างจากสัจจะธรรมที่หายากยิ่งของพระพุทธองค์ การเกิดของพระพุทธเจ้าก็ยากแล้ว ไหนการที่จะได้เกิดในลักษณที่พร้อมบรูณ์เพื่อรับธรรมยากยิ่งอีก ขอเถอะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...