ปัจจัยหลักที่ทำให้ปฏิบัติสำเร็จผลเร็วช้าต่างกัน!

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Toniz, 12 ตุลาคม 2006.

  1. Toniz

    Toniz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    321
    ค่าพลัง:
    +2,065
    ปัจจัยหลักที่ทำให้นักปฏิบัติสำเร็จเร็วช้าต่างกัน!
    ทำไมบางคนใช้เวลาปฏิบัติเท่ากันได้ผลเร็วกว่าดูตรงนี้
    ในพุทธพจน์แสดงปฏิปทา๔ว่าด้วยแนวการปฏิบัติธรรมของบุคคลที่แตกต่างกันไปเป็น๔ประเภทคือ
    ๑.บางพวกปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้า
    ๒.บางพวกปฏิบัติลำบากแต่รู้ได้เร็ว
    ๓.บางพวกปฏิบัติสะดวกแต่รู้ได้ช้า
    ๔.บางพวกปฏิบัติสะดวกทั้งรู้ได้เร็ว!
    พระพุทธองค์ทรงชี้แจงว่า ตำการกำหนดให้รู้ช้าหรือรู้เร็วคือ อินทรีย์๕
    (อินทรีย์๕มี
    ๑.ศรัทธา ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระศาสดา เชื่อมั่นในทางแห่งการปฏิบัติ
    ๒.วิริยะ ขยันพากเพียรสร้างกุศลละอกุศล
    ๓.สติ มีสติตื่นตัวรู้ครองตัวยิ่งยวดไม่ประมาท
    ๔. สมาธิ การทำภาวะปล่อยวางให้ว่างเป็นอารมณ์ได้สมาธิ จงถึงฌาณ๔
    ๕. ปัญญา รู้เท่าทันความเป็นจริงใน อนิจจัง ทุขขัง อนัตตา ของโลก ในอริยสัจสี่ รู้และหาทางทำลายกิเลศให้สิ้นเป็นขั้นตอน)

    กล่าวคือถ้าอินทรีย์๕อ่อนไปก็รู้ช้า ถ้าอินทรีย์๕เพิ่มพูนแก่กล้าก็รู้ได้เร็ว
    แม้แต่การที่พระอนาคามีแตกต่างกันออกไปเป็นประเภทต่างๆก็เพราะ อินทรีย์๕เป็นตัวกำหนด หรือกว้างออกไปอีกตามปกติความพร้อมและหย่อนยานของอินทรีย์๕ นี้แหละเป็นเครื่องวัดความสำเร็จ เป็นอริยะบุคคลขั้นต่างๆทั้งหมด
    กล่าวคือเพราะ
    อินทรีย์๕เต็มบริบูรณ์ก็เป็นพระอรหันต์
    อินทรีย์๕อ่อนกว่านั้นก็เป็นพระอนาคามี
    อ่อนกว่านั้นก็เป็นพระสกทาคามี
    อ่อนกว่านั้นก็เป็นพระโสดาบันประเภทธัมมานุสารี
    อ่อนกว่านั้นอีกก็เป็นพระโสดาบันประเภทสัทธานุสารี

    ดังนี้เป็นต้นตลอดจนว่าถ้าไม่มีอินทรีย์๕เลยหรืออินทรีย์๕ต่ำ ก็จัดเป็นปุถุชนชาวบ้าน ธรรมดาทั่วไป
    (ผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ สามารถทำอินทรีย์สี่ตัวแรกและกำลังใจให้เต็มได้เท่าพระอรหันต์ ยกเว้นปัญญาตัวที่ห้า ที่ใช้ในการกำจัดและกลุดพ้นจากอาสสวะกิเลศทั้งปวง)
    มีคำสรุปว่า
    "ความแตกต่างแห่งอินทรีย์ทำให้มีความแตกต่างแห่งผล
    ความแตกต่างแห่งผลทำให้มีความแตกต่างของบุคคล
    หรือว่าอินทรีย์ต่างกันทำให้ผลต่างกัน
    ผลต่างกันทำให้บุคคลต่างกัน"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 12 ตุลาคม 2006
  2. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,862
    ค่าพลัง:
    +1,818
    แต่ในทางที่เป็นจริงนั้น การปฏิบัติจะได้ผลช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับ
    1. ความรู้ ความเข้าใจในหลักการต่างๆ อันเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม
    2.สภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อม ของผู้ที่จะปฏิบัติ
    3. สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
    4. การได้รับการขัดเกลาทางสังคมของผู้ปฏิบัติ
    5. กรรมพันธุ์ของผู้ปฏิบัติ
     
  3. Toniz

    Toniz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    321
    ค่าพลัง:
    +2,065
    สวัสดีครับลุงใหญ่Telwada

    ครับที่ลุงยกมานั้น เข้าใจว่านั่นเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งบางส่วน ทั้งภายนอกและภายในของผู้ปฏิบัติ
    แต่สาระที่สำคัญจริงๆแล้วคือปัจจัยภายในที่ผู้ปฏิบัติต้องประกอบความพากเพียรเองเท่านั้น แม้สภาวะแวดล้อมจะเป็นเช่นไรก็ตามหลัก
    โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ คือธรรมที่พระศาสดาทรงวางไว้ อันนำไปสู่การตรัสรู้ตรง หรือรู้แจ้งซึ่งประกอบด้วย
    ๑.สติปัฎฐาณ มี๔ประการ
    ๒.สัมมัปปทาน มี๔ประการ
    ๓.อิทธิบาท มี๔ประการ
    ๔. อินทรีย์ มี๕ประการ
    ๕. พละ มี๕ประการ
    ๖.โพชฌชงค์ มี๗ประการ
    ๗. มัคค มี๘ประการ

    โพธิ แปลว่า รู้รู้ถึงการทำลายกิเลศอาสวะให้สิ้น กำหนดรู้ทั้งสภาวะภายในและภายนอกที่แท้จริง รู้การทำจิตให้สงบถึงฌาณ
    ปักขิยะแปลว่า ฝ่าย
    โพธิปักขิยธรรมจึงแปลได้ว่า ธรรมที่เป็นไปเพื่อฝ่าย มัคคผล เพื่อการตรัสรู้

    นอกเหนือจากนี้แล้วมิใช่สาระสำคัญในแนวทางปฏิบัติเลย
    ด้วยความเคารพและปรารถนาดี

     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 12 ตุลาคม 2006

แชร์หน้านี้

Loading...