ปัญญาบารมีหรือทานบารมี?

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย น้องจุ๊บ, 8 พฤศจิกายน 2013.

  1. น้องจุ๊บ

    น้องจุ๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    603
    ค่าพลัง:
    +1,305
    กรณีที่เราติว ให้คนที่สอบรับราชการเป็นกลุ่ม ประมาณเกือบ 10 คน (โดยเราไม่ขอรับสิ่งตอบแทน)ยังไม่รวมเพื่อนๆที่ให้ไปติวตัวต่อตัวอีก เพื่อให้เค้าสอบรับราชการติด จะได้งานทำที่มั่นคง เป็นเกียรติ ทำจนปลอดเกษียณอายุ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเค้าอีก จัดว่าเป็นทานบารมี หรือปัญญาบารมีค่ะ
    ถ้าเป็นทานบารมีได้มั๊ยค่ะ (วิทยาทาน)เพราะเราอนุเคราะห์ เพื่อให้เค้าสอบติดได้งานทำเลี้ยงชีพเป็นหลักของครอบครัวทำไปจนปลดเกษียณอายุ
    ข้อนี้เหมือนง่าย(ปลอกกล้วยเข้าปาก) แต่สงสัยเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 8 พฤศจิกายน 2013
  2. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,665
    ค่าพลัง:
    +6,165
    ทานบารมี
     
  3. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    เป็นคำถามที่ดีนะครับ

    ถ้าช่วยติวให้เพื่อน จัดเป็นทานครับ ..
    แต่ถ้าวิเคราะห์เกร็งข้อสอบได้จนทำให้เพื่อนสอบติด จะได้ส่วนของปัญญาบารมีด้วยครับ

    โดยมากที่เห็นกันชัดๆ จะเป็นแนว problem solving ครับ
    ส่วนวิธีการปลีกย่อยเฉพาะเรื่องนี้ยังแตกย่อยได้หลายเทคนิคครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 พฤศจิกายน 2013
  4. tsukino2012

    tsukino2012 หยุดจึงพบ สงบจึงเกิด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,311
    ค่าพลัง:
    +3,090
    เราหวังอยากให้เขามีอาชีพมีกินเลี้ยงชีวิตด้วยใจเมตตา กรุณา ไม่หวังผลตอบแทน แน่นอนเราเป็นผู้มีปัญญาในเรื่องนั้นๆ ปัญญาบารมีนั้น คือปัญญาที่มีไว้แก้ปัญหาให้ได้ผลออกมาดีและยังอยู่ในศีลธรรม แต่สิ่งที่คุณ จขกท ได้อธิบายมานั้น เป็นการช่วยสอน ช่วยติว ก็คือธรรมทาน คำว่าธรรมทาน มิได้หมายเพียงว่า จะต้องเป็นเรื่องเีกี่ยวกับศาสนาเท่านั้น ธรรมทานคือทานที่ช่วยด้านความเข้าใจ ช่วยด้านความคิด ให้ผู้รับนั้นสามารถดำรงค์ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขได้ เพียงธรรมทานที่ได้ให้นั้น ยังเป็นเรื่องของโลกียธรรม คือไม่ได้ทำให้บรรลุ แต่ทำให้มีกินมีใช้มีอยู่ การช่วยเหลือผู้อื่นให้มีกินมีอยู่ ก็จัดเป็นการให้ทาน ธรรม คือ ธรรมชาติการใช้ชีวิตความเข้าใจต่างๆนาๆ
    กรณีนี้ คุณได้ให้ทาน(ธรรมทาน)แน่นอน แต่การจะบอกว่าเราเป็นนักสร้างทานบารมีได้นั้น จะต้องกระทำอย่างนี้ สม่ำเสมอ ช่วยบุคคลหรือสังคมในเรื่องนี้ืทุกครั้งที่มีโอกาส ถ้าอยากจะหาต้นแบบ ให้ดูที่ในหลวงของเรา ท่านช่วยเหลือประชาชนของท่านมากี่ปีแล้ว ณ วันนี้ อายุเท่าไร ท่านก็ยังให้อยู่เลย ท่านไม่ได้ทำเพื่อประเทศ ท่านไม่ได้ต้องการชื่อเสียงกระฉ่อนโลก แต่ท่านทำเพื่อคนในชาติ ทำเพื่อประชาชนที่ท่านรัก อยากให้ได้มีความเป็นอยู่ที่สบาย ทั้งที่ตัวท่านเองก็สบายตั้งแต่เกิดแล้ว จะไม่มายุ่งเรื่องนี้ก็ได้ ทำเหมือนกษัตริย์ในประเทษอื่นๆก็ได้ แต่ท่านเลือกที่จะให้ อย่างนี้แล เรียกว่า เกิดมาบำเพ็ญทานบารมีโดยแท้
     
  5. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850
    เป็นทานบารมี เรียกว่า
    วิทยาทาน อานิสงค์ หากยังไม่นิพพาน จะเป็นผู้มีวิชาความรู้กว้างขวาง
    ในทางโลก ภาษาบ้านๆโลกๆ ก็คือ เป็นคนที่มีความฉลาด
    มีไหวพริบมีปฏิภาณดี อีกอย่างนึง เรียกว่า ปัญญาแบบโลกๆ
     
  6. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,440
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,815



    มันได้ มาทั้ง ๑๐ ตัวเลย บารมี ๑๐ น่ะครับหลาน จะแจงให้ฟังค่าวๆนิดหนึ่ง เป็นวิทยาทานบารมี เหมือนกัน ทั้งธรรมมะทาน เมื่อหลานติว ติวข้อสอบ ให้เขาได้ ติด มีความรู้ ปัญญาแตกฉาน ได้รับราชการ เป็นการต่อ อาชีพ อายุเขา ให้มีความสุข ในขณะนั้น หลานมีจิตเมตตา บารมี ถ้าหลานไม่มีปัญญา บารมีจะสอนเขาไม่ได้ ให้ปัญญาเขาไม่ได้ ถ้าหลานขี้เกียจ ไม่มี สัจจะบามี ความจริงใจ ไม่มี วิริยะ บารมี ความเพียร ที่จะสอนเขาติวเขา คงทำไม่ได้เช่นกัน


    หลานมีขันติ บารมี ความอดทน อดกลั้น ควรที่จะนอนให้สบาย กับต้อง มานั่งสอนเขา ใช่ไหม นั่งปวดเมื่อย มันก็เข้า อธิฐาน บารมี แล้วแต่ความเข้าใจของเรา และข้อ สำคัญ เขาจะได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวเขาใช่ไหม วางเฉย เราให้ความรู้เขาไปแล้วนี่ จิตเราไม่กะวนกะวาย ให้แล้ว ก็วางอารมย์ลง อาจจะมีบ้าง เป็นธรรมดาครับ ว่ามาหมดหรือไม่หมด ก็คิดเองต่อ นะครับหลาน สวัสดี
     
  7. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    ขอเสริมอีกนิดในส่วนของปัญญา (ส่วนตัวนะคับ)

    ปัญญายังแบ่งเป็น ปัญญาเด่นนำ กับ ปัญญาแฝงเชิงลึก ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันครับ
    หากวิธีการมุ่งเน้นแก้ปัญหานั้นได้โดยตรง จัดเป็นปัญญาเด่นนำคับ
    แต่หากพิจารณาประโยชน์ในทางอ้อมในเชิงลึก อย่างกรณีนี้ คือ เช่นคิดว่า มั่นติวเพื่อนบ่อยๆ อันไหนไม่เข้าใจก็ทบทวนบ่อยในส่วนนั้น โดยคิดว่าเป็นหนทางทำให้เข้าใจได้ในที่สุด เป็นต้น แบบนี้จัดเป็นปัญญาแฝงเชิงลึกคับ
    (แบบหลังนี่ดูพื้นๆนะ แต่เจ้าพระคุณเอ้ย .. คนที่คิดว่าเก่งๆนี่ตกม้าตายมาเยอะนะ ^^)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2013
  8. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,440
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,815
    การใช้ปัญญา กระทบกระเทียบผู้อื่นนะ มันแฝงด้วยความอิจฉาริยา ทำให้ปัญญาทรามลง หา ทำด้วยจิตเมตตาไม่ การทำบารมี มันมีสามขั้นเท่านั้นนะไอ้น้อง ปัญญาธิกะ ศรัทาธิกะ วิริยาธกะ นึกว่า ว่า จะแค่ไหน โถ ตัวอิจฉานี่เอง ตัวไม่พอใจนี่เอง การทำ นี่ มันมาครบ บารมี ๑๐ เข้าใจไว้ด้วย ถ้าไม่เข้าใจ ตัวนี้ จะไปเข้าใจเรื่องอื่น มันเข้าใจไม่ได้หรอก ควายกินหญ้า มันไม่ได้แปรว่า มันจะเป็นพระอรหันต์นะ
     
  9. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    โอ้ย ท่านบุญทรงคิดไปใหญ่แล้ว .. ที่ผมยกมาล้วนเป็นประสบการณ์ที่ประสบจากการทำงานแลีวิตทางโลกทั้งนั้นนะคับ .. ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมชำนาญในด้านอื่นๆ ท่านลองอ่านข้อความผมดีๆทุกคำสิครับ
    ส่วนเรื่องตกม้าตาย ก็ตัวผมเองนั้นแหละ ยกมาเป็นกรณีตัวอย่างให้คนอื่นครับ
    หรือไม่ก็อ่านพวก success story เหล่านั้น บางทีเค้าจะกล่าวถึงปัญหาที่มีก่อนหน้านั้นคับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2013
  10. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    และนี่คือกรณีตัวอย่างตกม้าตาย.. ที่คนไทยมีความสามารถคนหนึ่งกล้ามาบอกข้อผิดพลาดบทเรียนของตนเอง
    (ปล. การพิจารณาประเด็นอื่นๆ เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล)

    **********************************
    สมคิด ลวางกูร

    สมัยผมเป็นผู้บริหารสนามบิน...อยู่ต่างประเทศ...
    เจ้านายฝรั่ง...เดินมาชี้หน้าด่าผมว่า...
    xxxเป็นผู้บริหารที่เฮงซวยมาก...
    ผมตกใจ...แต่ก็หัวเราะ...แล้วก็สวนคำทันทีทันใดว่า...
    มึงผิดแล้ว...นี่แสดงว่ามึงไม่รู้จักกู...
    ทุกคนรู้ว่า...
    กูคือผู้บริหารที่เก่งที่สุด...
    ประสบความสำเร็จสูงที่สุด...
    ในรุ่นเดียวกัน...ที่เข้ามาทำงานพร้อมกัน...

    มันบอกว่า...
    กูไม่รู้ว่า...xxxสำเร็จยิ่งใหญ่ขนาดไหน...
    แต่ในสายตากู...มึงคือผู้บริหารที่เฮงซวยที่สุด...
    เฮงซวยยังไง...? ไหนว่ามาซิ...
    xxxเป็นผู้บริหาร...ที่ขาดวินัย...วินัยอ่อนมาก...

    นี่ถ้าเป็นระเบียบในสนามรบ...
    ทหารที่ขาดวินัย...เขาจะเอาไปยิงทิ้ง...
    ขืนเสี่ยงใช้ทหารประเภทนี้...จะทำให้กองทัพเสียหาย...
    และพ่ายแพ้ในสงครามได้...

    ผมฟังแล้วตกใจ...
    แสดงว่าคนที่ขาดวินัย...เฮงซวย...และไร้ค่ามาก...
    ผมก็ถามต่อว่า...ผมขาดวินัยยังไง..?
    มันบอกว่า...
    นี่เป็นจุดอ่อนของผู้บริหารไทยทุกคน...
    ที่มันมองเห็นคือ...เวลาที่ลูกน้องทำผิด...
    ยืนดูเฉย...ไม่เรียกมาว่ากล่าวตักเตือน...
    ผมบอกว่า...มันเป็นความผิดเล็กน้อย...หยุมหยิมเกินไป...
    มันบอกว่า...วันนี้เป็นความผิดเล็กน้อย...
    แต่พรุ่งนี้...มันจะใหญ่ขึ้น...
    และถ้ายังไม่เตือน...
    เดือนหน้ามันจะใหญ่ขึ้น 30 เท่า...

    และถ้ายังไม่เตือน...
    อีก 3 เดือน...มันจะใหญ่มาก...เป็น 100 เท่า...

    จนทำให้หลายคนเดือดร้อน...รวมทั้งมึงด้วย...
    และเมื่อถึงวันนั้น...มีคนไปเตือน...ไปลงโทษ...ไอ้คนทำผิด...
    มันจะถามว่า...
    กูทำผิดอะไร...
    กูทำแบบนี้มา 3 เดือนแล้ว...ไม่เห็นมีใครว่าอะไร...
    xxxเป็นใคร...มาเสือกอะไรเรื่องของกู...เจ้านายกูยังไม่ยุ่ง

    แล้วหลังจากนั้น...ก็ไม่มีใครว่ากล่าวตักเตือนมันได้...
    จนกว่าจะเกิดเหตุใหญ่โต...จนควบคุมไม่อยู่...
    เดือดร้อนกันทั้งบริษัท...หายนะกันทั่วทั้งประเทศ...
    ผมฟังแล้วยิ้มๆ...นึกเถียงในใจว่า...
    เหตุการณ์แบบนี้...ไม่มีทางเกิดขึ้นกับกูหรอก...เพราะกูเก่ง...



    หลังจากนั้นไม่นาน...ประมาณ 3 หรือ 4 เดือน...
    ลูกน้องของผม...ขับรถ...ชนเครื่องบิน...
    นำหายนะมาสู่ผม...และบริษัท...ชนิดที่รับมือไม่ทัน...
    สาเหตุเป็นเพราะ...
    ขาดวินัย...
    เหมือนกับที่เจ้านายฝรั่ง...เคยด่าผมไว้...เปี๊ยบเลย...

    เรื่องมีอยู่ว่า...
    ทุกเช้าก่อนนำรถออกไปทำงานในสนามบิน...
    มันต้องเช็คความพร้อมของรถ 25 รายการ...
    ตาม Check list ที่เขาทำไว้...
    แต่คนไทย...มันเก่งมาก... 25 ข้อ...เช็คเสร็จภายใน 1 นาที...
    ทำเครื่องหมายถูก...ทั้ง 25 ข้อ...ภายใน 1 นาที...
    โดยไม่ต้องดูรถ...แล้วเซ็นชื่อกำกับ...แสดงว่า...เช็คแล้ว...

    ไม่ต้องเช็คหรอกเจ้านาย...เช็คทำไมทุกวัน...เมื่อวานก็เช็คแล้ว...
    เมื่อคืนนี้...รอบกลางคืนก็เช็คแล้ว...รถไม่มีปัญหาหรอก...

    ทำไมถึงต้องเช็คทุกวัน...มันบ่อยเกินความจำเป็น...
    ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย...

    พอรถชนเครื่องบิน...ก็ทำการสอบสวน...
    ปรากฏว่า...รถคันนี้...ไม่ได้เช็คสภาพนานกว่า 6 เดือนแล้ว...
    แต่มันมีบันทึกว่า...เช็ควันละ 2 ครั้งทุกวัน...ตลอด 6 เดือนเต็ม...
    เพราะมันใช้วิธีเช็คแบบเดียวกัน...คือขีดเฉพาะ Check list...
    แต่ไม่ได้ตรวจสภาพรถจริงๆ...

    จากเหตุการณ์วันนั้น...ผู้เกี่ยวข้องถูกลงโทษกันถ้วนหน้า...
    ผมในฐานะผู้บริหาร...ที่รับผิดชอบในวันนั้น...
    เกือบถูกไล่ออก...
    ดีแต่ว่า...กรรมเก่าที่ทำไว้ดี...
    คือประวัติและผลงานของผมยอดเยี่ยม...มาตลอด...
    เลยช่วยให้รอดไปได้่ครั้งหนึ่ง...
    คนไทยทั้งหมด...ที่ทำงานที่นั่น...
    เสียศักดิ์ศรี...อย่างรุนแรง...

    พวกฝรั่งมองคนไทย...ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม...
    ว่าเป็นพวก...ไม่ได้เรื่อง...เฮงซวย...ไม่มีวินัย...
    ทำผิดคนเดียว...
    ถูกประนามกันทั่วประเทศ...

    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...
    ผมให้ความสำคัญของเรื่องวินัย...เป็นอันดับหนึ่ง...

    เห็นใครทำผิดกฏระเบียบ...ผิดวินัย...ผมเข้าไปเตือน...ทันที...
    โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย...
    ไม่ว่าความผิดที่ทำนั้น...มันจะเล็กน้อยแค่ไหน...
    เพื่อยุติการทำผิด...ให้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น...ไม่ขยายวงต่อ...
    และได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง...ในการทำครั้งต่อไป...

    แล้วผมก็นำบทเรียนที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตนี้...
    มาเป็นแบบอย่าง...ในการเลี้ยงลูก...
    ไม่ว่าลูกจะทำผิดเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน...
    ผมจะรีบเข้าไปเตือน...และกำชับว่า...
    อย่าทำแบบนี้อีกเด็ดขาดนะลูก...
    ทำให้ลูก...เป็นคนที่มีวินัยเข้มข้น...
    อะไรไม่ดี...อะไรไม่ถูกต้อง...ไม่ทำ...
    ผู้คนที่อยู่รอบข้าง...ไม่มีใครเดือดร้อน...
    ชีวิตครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์...
     
  11. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    (หวังว่าคงจะไม่มีใครมาถามนะว่า ตัวอย่างที่ยกมามันเกี่ยวกับเรื่องปัญญายังงัย)
     
  12. น้องจุ๊บ

    น้องจุ๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    603
    ค่าพลัง:
    +1,305
    ส่วนมากจะไม่ค่อยวิเคราะห์เกร็งข้อสอบให้ค่ะ เพราะไม่ค่อยมีเวลา ติวเสร็จก็พากันวิเคราะห์ข้อสอบแบบฝึกหัดตอนนั้นเลย และให้พี่ๆเค้าไปปรับใช้กัน ส่วนตัวนั้นเป็นประเภทปัญญาเด่นนำแก้ปัญหานั้นโดยตรง มีคนเคยบอกว่าฉลาดแต่ไม่เฉลียว ตรงนี้รู้ตัวยอมรับค่ะ
    กราบขอบพระคุณที่เข้ามาตอบให้นะคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 9 พฤศจิกายน 2013
  13. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    ยังงัยก็ พี่ก็ขออนุโมทนากับ nongjup ด้วยนะ บุญเหล่านี้แหละทำเรื่อยๆ จะอำนวยต่อยอดให้มันเข้มข้นยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆคับ

    หากจำต้องใช้ชีวิตทางโลก ในยุคนี้ ก็ต้องมาทางนี้แหละคับ ไม่งั้นโดนสาระพัด ยิ่งเป็นแม่พระเหมือนในละครหละเสร็จคนอื่นหมด ไม่ทันเค้า. ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนนะคับ
     
  14. ◎สุริunร์

    ◎สุริunร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2013
    โพสต์:
    991
    ค่าพลัง:
    +2,200
    [​IMG]

    <embed src="//www.youtube.com/v/H1iNHsSWuDg?hl=th_TH&amp;version=3&amp;rel=0&start=212&stop=268" type="application/x-shockwave-flash" width="520" height="315" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed>​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2013
  15. น้องจุ๊บ

    น้องจุ๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    603
    ค่าพลัง:
    +1,305
    ใช่ค่ะ ปราถนาดี อยากให้เค้าสอบราชการติด เป็นการต่ออาชีพ ต่ออายุเค้า อยากให้เค้ามีความสุข มาจากความเมตตา(รวมทั้งศีล)ไม่โกหกหลอกลวง ที่มีให้เค้า
    ต่อไปก็คือสัจจะ รับปากเค้า ก็ไปติวให้เค้าด้วยความเต็มใจ
    ต่อไปก็คือปัญญา ทาน ทะสะ ถ้าเราไม่ใช้สติปัญญาและความเชี่ยวชาญ จะสอนและถ่ายทอดความรู้ให้เค้าเข้าใจไม่ได้ ที่เหลือ เค้าก็ต้องช่วยตัวเอง โดยหาข้อสอบแบบฝึกหัดเก่าๆมาทำมาฝึกทำ เพราะในสนามสอบเราเข้าไปช่วยเค้าไม่ได้
    ต่อไปก็ขันติ วิริยะ ไปติวให้เพื่อนที่บ้าน สองวันกับอีกหนึ่งคืนตามที่เค้าต้องการ(อย่างเต็มใจ) แทนที่เราจะนอนพักผ่อนวันหยุดที่บ้าน
    ต่อไปก็อุเบกขา ให้ความรู้และกลเม็ดเค้าไปแล้ว อย่างไม่กั๊ก จิตไม่กระวนกระวายมันอยู่ที่ตัวเค้า จะเอาความรู้นั้น ไปใช้ในข้อสอบจริงในสนามสอบ
    ไม่รู้หนูเรียงมาทั้งหมดถูกรึป่าว หนูดูแล้วทั้งหมดนี้ หนูไม่มีเนกขัมมะ กับอธิษฐานค่ะ

    กราบขอบพระคุณที่เข้ามาให้คำตอบค่ะ
     
  16. น้องจุ๊บ

    น้องจุ๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    603
    ค่าพลัง:
    +1,305
    กราบขอบพระคุณที่เข้ามาให้คำตอบค่ะ ใช่ค่ะพ่อหลวงท่านทำเพื่อประชาชนที่ท่านรักจริงๆ เกิดมาเพื่อบำเพ็ญทานบารมีโดยแท้
     
  17. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    (ปรบมือๆๆๆ)
     
  18. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    ท่านอสุรินทร์มามุกไหนนี่
    ผมชอบเรื่องพวกนี้คับ เห็นว่าเกี่ยวกันก็เลยยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างคับ
     
  19. ◎สุริunร์

    ◎สุริunร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2013
    โพสต์:
    991
    ค่าพลัง:
    +2,200
    ก็เรื่องวินัย ไงล่ะครับ

    รด.เค้ายังบอกเลย ความมีวินัยคือหัวใจของ นศท.

    เช่นกัน ความมีวินัย ก็คือหัวใจของผู้บริหารสนามบิน

    อย่างที่ท่านบรรยาย มายังไงล่ะครับ ไม่ได้มุขขขข...

    ฝรั่งชอบ ไทชอบ
     
  20. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    หึหึ .. ประสบการณ์ชีวิตคนเรามันไม่เหมือนกันคับ ^^
    สิ่งที่ผมสื่อมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นกับทุกคน เพราะบางคนอาจไม่ได้อยู่สถานการณ์ที่ต้องใช้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้คับ ^^

    แต่ว่าท่านอสุรินทร์เป็นคนกล้าเปิดเผยดีนะคับ ^^
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2013

แชร์หน้านี้

Loading...