ปาฏิหาริย์หลวงพ่อโต

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย ✿ⓈⓘⓉⓐ✿, 20 ธันวาคม 2010.

  1. ✿ⓈⓘⓉⓐ✿

    ✿ⓈⓘⓉⓐ✿ ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    10,205
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,231
    ค่าพลัง:
    +34,696
    ปาฏิหาริย์หลวงพ่อโต

    อ.ตุ้ย วรธรรม



    [​IMG]
    ภาพประกอบกระทู้จากอินเตอร์เน็ต


    หลวงพ่อโต วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก ขนาดหน้าตักกว้าง 3.50 เมตร สูง 6.85 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารของวัด มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “พระพุทธมหามุนี” แต่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโต เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่สร้างครอบพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งไว้ภายใน

    เกี่ยวกับปาฏิหาริย์หลวงพ่อโตวัดนี้ ส่วนตัว เคยได้ฟังความศักดิ์สิทธิ์จากคนเฒ่าคนแก่หลายเรื่อง ทว่าเป็นเรื่องเล่าที่มีมานาน แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยจากเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระราชธรรมสารสุธี (ธีรังกูร ธีรังกุโร ป.ธ.9) รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 2541

    มีหลายเรื่องหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่าน และท่านก็ย้ำเสมอว่า ถ้าฟังเรื่องที่ท่านเล่าแล้วจะคิดเป็นพุทธปาฏิหาริย์หรือความบังเอิญก็ขอให้ใช้วิจารณญาณวินิจฉัยเอาเองตามหลักกาลามสูตร

    [​IMG]


    อย่างเรื่อง “ฝันที่เป็นจริง” ท่านเล่าว่า ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม ได้ฝันว่า มีพระแก่อายุประมาณ 80 ปี ห่มจีวรสีดู่ดำมาเคาะประตูห้องพักที่วัดเจียงอี อันเป็นวัดที่ท่านจำพรรษาแล้วพูดว่า คุณมหาถึงเวลาไปช่วยวัดแล้วหลวงพ่อรอเวลามา 50 กว่าปีแล้ว ถ้าชักช้าไม่ทันการณ์แน่ ทำให้ท่านต้องสะดุ้งตื่นขึ้น

    รุ่งขึ้นวันที่ 1 พ.ค. 2541 ท่านได้รับคำสั่งให้ไปเป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม โดยพักอยู่ที่โรงเรียนปริยัติธรรม ตอนตี 2 ฝันว่า มีพระแก่องค์เดิมมาเรียกให้ตามเข้าไปวิหารพร้อมพูดว่า คุณมหาดูซิว่าภายในนี้มีสิ่งไม่เหมาะสมหลายอย่างเท่าที่เห็นไม่น้อยกว่า 5 อย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยดีงามและเป็นอาเพศขึ้นในวัด ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องจะทำให้วัดเสื่อมลงเรื่อยๆ

    ในฝันท่านถามพระชราว่าอยู่ตรงไหน ก็ถูกพระชราดุอย่างไม่พอใจว่า “บ๊ะ...ก็ดูเอาเองซี” ท่านจึงเรียนว่า “เดี๋ยวดูเองก็ได้ครับ” พระชราเสริม “ต้องอย่างนั้นสิ”

    [​IMG]


    ในฝันท่านก็สังเกตและนับดูสิ่งที่พระชราว่าเป็นอัปมงคลได้ 5 อย่าง นอกจากนั้นพระชรายังบอกว่าข้างนอกวิหารก็มีสิ่งที่ต้องแก้ไข 2 จุด หากคุณมหาแก้ได้ทั้งหมด วัดนี้จะเจริญรุ่งเรือง พอสะดุ้งตื่นก็พยายามทบทวนความฝัน พร้อมตั้งใจจะไปสังเกตทั้งภายในและนอกวิหาร

    พระราชธรรมสารสุธี เล่าต่อว่า วันที่ 2 พ.ค. หลังทำวัตรเช้าเสร็จก็ได้เดินสำรวจตรวจ ดูสิ่งที่พระชราพูดถึงในฝัน ปรากฏว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในและนอกวิหารตรงกับที่พระชราพูดทุกประการ และเรื่องนี้ท่านไม่บอกใครเกรงจะถูกหาว่ากุเรื่องมาหลอกให้คนเชื่อ

    วันที่ 19 พ.ค. 2541 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาก็ได้ทำการแก้ไขข้างในและข้างนอกวิหารเป็นที่เรียบร้อย ตกเย็นวันนั้นมีพระนำรูปถ่ายอดีตเจ้าอาวาสที่เก็บไว้ในกุฏิมาให้และบอกให้ท่านเก็บไว้ แต่ต้องไปสะดุดที่รูปอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 6 เพราะคล้ายกับที่มาเข้าฝัน จนทำให้ท่านเกิดขนลุกซู่

    ท่านเล่าว่า ก่อนเข้าพรรษาได้ปรับปรุงพัฒนาภายนอกวิหารด้านหน้า โดยเฉพาะที่ลานโพธิ์และเจดีย์อดีตเจ้าอาวาส พร้อมรำพึงว่าจะนิมนต์หลวงพ่อไปอยู่ที่มณฑป เพราะที่นี่มีคนรบกวน แต่พอตกกลางคืนก็เห็นพระชรารูปนั้น พร้อมพระเณร 2-3 รูปมาชี้หน้าว่า “ถือว่าเป็นเจ้าอาวาส อยู่ไม่ทันไร ก็จะมาขับไล่เสียแล้ว ข้าอยู่ที่นี่มานาน จะไม่ไปไหน จะได้คอยดูแลลูกหลานด้วย” ซึ่งในฝันท่านก็ตอบว่าไม่ได้คิดลบหลู่เพียงแต่เห็นว่าที่นี่มีคนรบกวน จึงอยากให้ไปอยู่ที่สงบ

    ท่านเล่าว่า พอรุ่งเช้า 7 โมง เห็นแม่รอนอุบาสิกาวัดพร้อมแม่เล็กมานั่งที่หน้าห้องมาบอกว่า ท่านมหาเมื่อคืนเจ้าพ่อหลักเมืองมาเข้าฝันบอกให้มาเรียนเจ้าอาวาสว่าหลวงพ่อเดช (เจ้าอาวาสรูปที่ 6) ท่านไม่ยอมไปไหน อยากอยู่ที่เดิม ไม่ต้องย้ายอัฐิท่านไปมณฑป ท่านมหาจะว่ายังไง

    ท่านบอกว่าทันทีที่สองอุบาสิกาวัดพูดเรื่องนี้ขึ้นทำให้ตัวเองถึงอุทานในใจว่า...

    ฝันเป็นเรื่องจริงหรือนี่ ช่างอัศจรรย์แท้






    -------------
    โพสต์ทูเดย์
    ปาฏิหาริย์หลวงพ่อโต
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • bura0005-2.gif
      bura0005-2.gif
      ขนาดไฟล์:
      220.9 KB
      เปิดดู:
      4,158
  2. ✿ⓈⓘⓉⓐ✿

    ✿ⓈⓘⓉⓐ✿ ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    10,205
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,231
    ค่าพลัง:
    +34,696
    ประวัติ “หลวงพ่อโต”

    [​IMG]
    หลวงพ่อโต (พระพุทธมหามุนี)

    พระพุทธรูปคู่เมืองจังหวัดศรีสะเกษ

    หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อโตวัดมหาพุทธารามปัจจุบันนี้ ในตำนานเมืองศรีสะเกษเล่าว่า มีการค้นพบหลวงพ่อโตในสมัยสร้างเมืองใหม่ ที่ “ดงไฮสามขา” หลวงพ่อโตที่พบมีสภาพเป็นตุ๊กตาหิน ขนาดเท่าแทน แต่พอไปวัดโดยการโอบด้วยแขนกลับขยายใหญ่ขึ้นจนโอบไม่หุ้ม ดังตำนานเล่าว่า “ที่ตั้งวัดพระโต มีป่าเครือมะยางร่มครื้มหนาแน่น ในขณะที่ถางป่านั้นได้พบตุ๊กตาหินรูปหนึ่ง มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป เล่ากันว่า ตุ๊กตาหินองค์นี้มีอภินิหารเป็นพิเศษ คือเมื่อมองดูจะเห็นเป็นรูปเล็ก ๆ เท่าแขนคนธรรมดา แต่พอเข้าไปกอดเข้ากลับโอบไม่รอบ พวกราษฎรพากันฉงนยิ่งนัก จึงไปบอกอาจารย์ศรีธรรมาผู้เป็นใหญ่ เมื่อรู้ว่าเป็นจริงก็เลยทำพิธีสมโภชกันขนานใหญ่ และขนานนามตุ๊กตาหินองค์นี้ว่า “พระโต” ซึ่งต่อมาได้นำอิฐหรือปูนสร้างเสริมให้ใหญ่จริงๆ ดังที่เห็นกันในปัจจุบัน (จากวัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดศรีสะเกษ ฯ หน้า ๑๕๖)​

    แต่ตำนานที่ค่อนข้างสอดคล้องกับประวัติศาสตร์เมืองศรีสะเกษ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางเล่ากันว่า หลวงพ่อโตองค์จริงนั้น ถูกหุ้มอยู่ข้างใน เป็นพระพุทธรูปหินดำเกลี้ยง (บางแห่งว่าหินเขียว บางแห่งว่าหินแดง) ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) เดิมมีหน้าตักกว้างยาว ๒.๕๐ เมตร ต่อมากลัวว่าพวกมิจฉาชีพจะทำให้เสียหาย จึงมีผู้ศรัทธาหุ้มเสริมองค์จริงเข้าไปหลายครั้ง จนถึงปัจจุบันนี้ มีขนาดหน้าตัก ๓.๕๐ เมตร ความสูงตั้งแต่พระเกศาลงมา ๖.๘๕ เมตร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๙ ได้มีการสร้างวิหารใหญ่ครอบซึ่งมีความกว้าง ๑๔.๐๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

    ในขณะนี้ จึงพอที่จะสรุปได้ว่า มีการค้นพบหลวงพ่อโตเมื่อ พระยาวิเศษภักดี (ชม) ย้ายเมืองมาตั้งใหม่ในสถานที่ที่เป็นจังหวัดศรีสะเกษปัจจุบัน และได้สร้างวัดพระโตเป็นวัดคู่เมืองศรีสะเกษขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๓๒๘ และนับถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๕๐) วัดพระโตมีอายุ ๒๒๐ ปี ฯ


    ˜[​IMG]
    ประวัติวัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)

    วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) ได้ชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ก็เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ เป็นปีที่เจ้าเมืองศรีสะเกษคนที่ ๒ พระยาวิเศษภักดี (ชม) ได้ย้ายเมืองศรีสะเกษ จากที่ตั้งเดิมบ้านโนนสามขาสระกำแพงมาตั้งที่บริเวณที่เป็นศาลหลักเมืองในปัจจุบัน ในขณะที่สร้างเมืองนั้น มีคนไปพบหลวงพ่อโต ภายในใจกลางป่าแดง (ขณะนั้นบริเวณวัดพระโตเป็นป่าแดง) จึงได้อุปถัมภ์บำรุง โดยให้สร้างวัดขึ้นบริเวณที่พบหลวงพ่อโต ตั้งชื่อว่า “วัดพระโต หรือวัดป่าแดง” ได้จัดหาพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิมาปกครอง ก่อสร้างเสนาสนะที่จำเป็นต่าง ๆ และ เจ้าเมืองศรีสะเกษคนต่อ ๆ มาไม่ว่าเจ้าพระยาวิเศษภักดี (โท) หรือเจ้าพระยาวิเศษภักดี (บุญจันทร์) เป็นต้น ก็ได้อุปถัมภ์เอาใจใส่บำรุงวัดพระโตเสมือนเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษตลอดมา ตราบเท่าที่ศรีสะเกษได้กลายเป็นจังหวัด ตามกฎหมายแบ่งเขตการปกครอง ซึ่งเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเจ้าเมืองใหม่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต่างก็ให้ความเคารพยำเกรง เมื่อมาดำรงตำแหน่งใหม่ก็ถือเป็นประเพณีที่ต้องมาทำพิธีบูชาสักการะหลวงพ่อโตในวิหารก่อนเสมอ


    ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๙๑ คณะสงฆ์ศรีสะเกษซึ่งมีพระชินวงศาจารย์(มหาอิ่ม คณะธรรมยุติ) ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษขณะนั้น ดำริจะเปลี่ยนชื่อวัดพระโตหรือวัดป่าแดงเป็น วัดมหาพุทธวิสุทธาราม แต่คณะกรรมการสงฆ์จังหวัด ได้พิจารณาเห็นควรเพียงชื่อว่า วัดมหาพุทธารามจึงได้ชื่อ “วัดมหาพุทธาราม”มาแต่บัดนั้น(ทั้งนี้ตามบันทึกของมหาประยูร วัดมหาพุท- ธาราม)

    ในขณะนั้น มีวัดเก่าแก่ที่มีอายุใกล้เคียงกัน รายล้อมวัดมหาพุทธารามอยู่ทุก ๆ ด้าน เหมือนเป็นปราการเฝ้าระวังของนครหลวง อยู่ ๕ วัด คือ


    ๑. วัดหลวงศรีสุมังค์ หรือวัดหลวงสุมังคลาราม พระอารามหลวงปัจจุบัน
    ๒. วัดท่าโรงช้าง ต่อมาได้ชื่อใหม่ว่า วัดท่าวิเศษกุญชร หรือวัดศรีมิ่งเมือง ปัจจุบัน
    ๓. วัดท่าเหนือ ร้างมานานแล้ว ปัจจุบันเห็นแต่เพียงต้นโพธิ์ใหญ่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษเขตของวัดอยู่บริเวณฝั่งห้วยสำราญใกล้ ๆเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบัน
    ๔. วัดเลียบ ร้างมานานเหมือนกัน ทางรัฐบาลเคยเช่าตั้งเป็นโรงไฟฟ้าอยู่คราวหนึ่ง ต่อมาจึงเป็นวัดเลียบบูรพาราม
    ๕. วัดเจียงอีศรีมงคลวรารามพระอารามหลวง ซึ่งเป็นวัดใหญ่อีกวัดหนึ่งที่มีความสำคัญในทางการปกครองสงฆ์มาจนถึงปัจจุบันนี้



    สรุป วัดมหาพุทธาราม เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งมาก่อนเมืองศรีสะเกษ โดยเดิมเรียกว่า “วัดป่าแดง” ภายหลังได้ถือเอาพระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ เป็นสำคัญ จึงได้เปลี่ยนเป็น “วัดพระโต” ตามลักษณะของพระพุทธรูปแต่นั้นมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดมหาพุทธาราม” และได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างมาโดยลำดับ เคยเป็นวัดที่มีเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายมหานิกายปฏิบัติศาสนกิจหลายรูป และปัจจุบันวัดมหาพุทธาราม ได้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษด้วย ฯ

    [​IMG] [​IMG]



    ---------
    ขอบคุณที่มา:
    ประวัติ “หลวงพ่อโต” สำนักศาสนศึกษาวัดมหาพุทธาราม
     
  3. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    ขอบคุณค่ะ................
     
  4. เขามอ

    เขามอ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    320
    ค่าพลัง:
    +538
    อนุโมทนา และ ขอบคุณ คุณ หนูตา ครับ ที่นำประ วัติ หลวงพ่อโต มาฝาก
     
  5. วันมงคล

    วันมงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    414
    ค่าพลัง:
    +1,304
    สาธุสาธุสาธุ อนุโมทามิกับสิ่งดีๆที่นําเสนอครับ.
     
  6. แมวน้ำ9

    แมวน้ำ9 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    689
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +512
    กราบอนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ขอกราบบรามีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และ เทวานุภาพ สาธุ สาธุ สาธุ
     

แชร์หน้านี้

Loading...