ผมผิดศีล ข้อ 1 บ่อยมาก ทำยังไงดีครับ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย peeraphat, 24 กันยายน 2010.

  1. peeraphat

    peeraphat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +196
    ผมพยายามจะรักษาศีล 5 ครับ ข้อ 5 นี่ สบายมาก ข้ออื่นๆ ก็ทำได้คับ แต่ข้อ 1 สำหรับผมเนี่ย ผิดบ่อยมากครับโดยเฉพาะกับ ยุง ... เพราะแถวบ้านผม ยุงเยอะมากคับ .... ใครมีคำแนะนำได้บ้างคับ
     
  2. GROLY

    GROLY เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    2,018
    ค่าพลัง:
    +7,980
    ทายากันยุงซิครับ
    ยุงกัดก็แค่ไล่มันไปก็ได้ครับ ไม่ถึงกับต้องฆ่ามันเป็นการฝึกขันติบารมีครับ
     
  3. tappa

    tappa Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    11
    ค่าพลัง:
    +52
    ช่วยตอบเพื่อความสบายใจ

    ผมได้อ่านคำถามแล้วขออนุโมทนาด้วยที่ตั้งใจจะถือศีล5 มีศีล้อ1ที่รักษายาก
    ผมมีวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีคือถ้าฆ่าสัตว์ไปแล้วก็อุทิศบุญให้สัตว์ที่เราฆ่าซ่ะอย่างน้อยเขาได้อโหสิให้เรา อย่าไปกังวลเลยพยายามประคองศรีไว้ให้มั่นคงก็พอแล้ว อุทิศบุญให้เขาบ่อยๆก็แล้วกันโดยเวลาเราทำบุญเราก็นึกเลยว่าบุญนี้ให้แก่ผู้ที่ข้าพเจ้าเคยฆ่าแล้วจะดีขึ้นเองครับ
     
  4. หาธรรม

    หาธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1,163
    ค่าพลัง:
    +3,739
    ติดมุ้งลวดกันยุงซิครับ จะได้ไม่ต้องตบมัน
     
  5. P.S._FabriNET

    P.S._FabriNET เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2010
    โพสต์:
    366
    ค่าพลัง:
    +803
    ตามท่าน tappa กล่าวไว้เลยครับ เราต้องทำบุญ สวดมนต์ แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์บ่อยๆ และให้เรากล่าวแผ่เมตตาโดยระบุชื่อสัตว์ประเภทนั้นไปเลย ว่าอย่าได้มาเบียดเบียนกันและกันเลย ผมลองทำมาแล้ว หายไปเยอะเลยครับ อาจจะยังไม่หมดซะทีเดียว (เค้าอาจจองเวรเรา เพราะฆ่าพรรคพวกเค้าไปเยอะ) ตอนนี้ผมก็ใช้วิธี มองหาว่าเค้าเข้ามาทางไหน เราก็ปิดกั้นทางนั้นไม่ให้เค้าเข้ามาได้ เราต้องอดทนครับ การสร้างทาน และบารมี ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ นี่เป็นบททดสอบความตั้งใจจริงของท่านบทนึงครับ ขอให้เจริญในธรรมครับ อนุโมทนาสาธุครับ
     
  6. peeraphat

    peeraphat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +196
    ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำคับ ... ขอบคุณมากคับ
     
  7. namotussa

    namotussa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    341
    ค่าพลัง:
    +1,470
    อย่าไปยึดติดกับสิ่งที่กระทำนั้นมากเกินไป เพราะจะทำให้คุณจะเริ่มเสียสมดุลย์แห่งความดี จริงอยู่เราได้อดกลั้นไม่ให้ผิดศึล หรือเราพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว แต่เมื่อมันเกิดขึ้น ก็ต้องพยายามทบทวน และหาวิธีที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ที่สำคัญอย่าลืมทำบุญ แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับสัตว์ที่เราได้ฆ่าไปหรือแม้แต่ที่เราบริโภคไป สำหรับการทำบุญนั้น มีทั้ง ทานบุญ ศีลบุญ และภาวนาบุญ อีกทั้งคุณยังสามารถเบิกบุญที่ทำไว้ในอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์เหล่านั้นได้ด้วย แต่เราเองต้องทำบุญให้มากมากไว้ เพราะสิ่งนี้จะเติมเต็มความเป็นคนดีของเรากันไว้ ไม่ให้หลงทางไปเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายหรือกระทำสิ่งชั่วร้ายขึ้น มันจะเป็นบาปกรรมที่ตามเราไปทุกที่
     
  8. ธรรมมนุษย์

    ธรรมมนุษย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2010
    โพสต์:
    397
    ค่าพลัง:
    +1,908
    สาธุ ครับ ศีล5 คือพื้นฐานของการเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

    ผมอยากจะขออนุญาตเสนอแนะครับเพราะยุงนั้นไม่ใช่จะมีเฉพาะบ้านของ จขกท แต่เค้ามีอยู่ทั่วไปเพราะฉะนั้นการรักษาศีลให้เกิดผลและอานิสงค์นั้นต้องมีอยู่ในทุกขณะจิตทุกสถานที่และทุกเวลา เราต้องฝึกจิตฝึกใจให้รู้จักศีลเราก็จะอยู่กับเค้าได้สบายไม่เผลอไปเบียดเบียนเค้าอีก

    อันดับแรกต้องเฝ้าระวังกายเสียก่อน(สำรวมกาย) แล้วตั้งใจให้แน่วแน่ว่าจะไม่ฆ่ายุงเด็ดขาด (ฝึกใจ) จขกท อาจจะรู้สึกอึดอัดเพราะเป็นการบังคับกายใจซึ่งตรงกันข้ามกับก่อนที่ยังไม่รักษาศีลนั้นใจก็หย่อนเกินไป ฝึกไปเรื่อยๆ จขกท อาจจะมีอาการกลัวยุงมากไม่กล้าตบมันหรือเผลอตบยุงไปก็จะเกิดความกังวลใจอย่างหนักเพราะกลัวจะผิดศีลอย่างแรงหรือยังสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าศีลเรายังบริสุทธิ์หรือเปล่า น้นหล่ะครับถูกต้องแล้ว (แต่ยังเป็นการรักษาศีลอย่างหยาบและไม่ฉลาดในการรักษาศีล)

    จากนั้นก็ ฝึก ฝึก ฝึก ต่อ จนคลายความยึดมั่นถือมั่นลงจากศีลหยาบศีลสามารถรวมลงที่ใจได้อย่างละเอียดและไม่สงสัยในความบริสุทธิ์ในศีลของตน

    เมื่อศีลถูกสำรวมจากกายเข้าสู่ใจแล้วส่งออกจากใจมาควบคุมการกระทำและควมคิดได้ (ศีลรวมลงที่ใจ) ต่อไปก็รักษาศีลเพียงข้อเดียว คือ การรักษาใจไม่ให้มันก้าวล่วงละเมิดศีลนั้นเอง




    ต้องลองปฏิบัติดูนะครับเพราะศีลหยาบใครก็รักษาได้แต่ศีลใจนั้นเป็นบาทของการเป็นอริยบุคคลโสดาบันได้ อนุโมทนาสาธุครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กันยายน 2010
  9. Reynolds

    Reynolds เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    578
    ค่าพลัง:
    +1,502
    ปัดมันไปยุงอ่ะ ชีวิตมันอยู่ได้ไม่นานหรอก อย่าให้มันมาตายเพราะเราเลย ถือได้หมดแต่ยังฆ่าสัตว์ไม่ดีเลยนะครับ เพราะค่าสัตว์เนี่ย หนักสุด ศีลข้อแรกเลย เพราะศีลเนี่ยเต็มไปด้วยความไม่เบียดเบียนนะครับ ถือศีลก็เพื่อไม่ให้เราไปเบียดเบียนชีวิตอื่นเค้า แต่เรากลับไปฆ่าสัตว์ไม่ค่อยดีครับ เลี่ยงได้ก๋เลี่ยงนะครับ แต่บางทีมันก็สุดทนใช่มั้ยผมเข้าใจ อิอิ แต่พยายามครับถ้าทำได้มันจะดีกับตัวเราครับ
     
  10. โลกุตตระ

    โลกุตตระ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    448
    ค่าพลัง:
    +2,624
    แผ่เมตตาให้มัน ถ้ามันกัดเราคิดเสียว่าเราถวายเลือดเป็นทาน
    ไม่คิดจะไปฆ่ามัน ให้ยึดหลักไว้เลยครับ ว่าจะเป็นตายอย่างไร
    เราไม่ยอมผิดศีลเป็นอันขาด...ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ตาม
    ถ้าท่านทำได้ด้วยใจที่เมตตาจริงๆ ท่านลองสังเกตุดูสัตว์เล็กสัตว์น้อย
    จะมารบกวนเราน้อยลง....เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

    อนุโมทนาครับ
     
  11. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,737
    ติงใช้สเปรย์สมุนไพรตะไคร้หอมค่ะ ขวดละ 20 บาท ใช้นานจนลืม ไม่หมดสักที
    ติงซื้อจากโรงพยาบาลอำเภอกุดชุม ยโสธร เอาไปถวายพระ ท่านว่าดีมากๆค่ะ
     
  12. Nok Nok

    Nok Nok เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    412
    ค่าพลัง:
    +3,297
    กรรมวิบาก และ อานิสงส์ของศีล ๕

    กรรมวิบาก และ อานิสงส์ของศีล ๕

    กรรมวิบากของศีล ๕
    ผู้ที่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่ ๑ คือประพฤติปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์) ย่อมได้รับกรรมวิบาก ๕ สถาน ได้แก่.-
    ๑.ย่อมเกิดในนรก
    ๒.ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน
    ๓.ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (แดนแห่งเปรต)
    ๔.ย่อมเป็นผู้มีอวัยวะพิการ
    ๕.โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นผู้มีอายุสั้น
    ผู้ที่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่ ๒ คือประพฤติทินนาทาน(ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย/ลักทรัพย์) ย่อมได้รับกรรมวิบาก ๕ สถาน ได้แก่.-
    ๑.ย่อมเกิดในนรก
    ๒.ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์ ดิรัจฉาน
    ๓.ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย
    ๔.ย่อมเป็นผู้ยากจนเข็ญในไร้ที่พึง
    ๕.โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ทรัพย์ย่อมฉิบหาย
    ผู้ที่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่ ๓ คือ ประพฤติผิดในกาม ย่อมได้รับกรรมวิบาก ๕ สถาน ได้แก่
    ๑.ย่อมเกิดในนรก
    ๒.ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน
    ๓.ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย
    ๔.ย่อมเป็นผู้มีร่างกายทุพลภาพ ขี้เร่ มากไปด้วยโรค
    ๕.โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นผู้มีศัตรูรอบด้าน
    ผู้ที่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่ ๔ คือประพฤติมุสาวาท พูดเท็จ ย่อมได้รับกรรมวิบาก ๕ สถาน ได้แก่.-
    ๑.ย่อมเกิดในนรก
    ๒.ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน
    ๓.ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย
    ๔.ย่อมเป็นผู้มีวาจาไม่เป็นที่เชื่อถือ มีกลิ่นปากเหม็นจัด
    ๕.โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ จะถูกกล่าวตู่อยู่เสมอ
    ผู้ที่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่ ๕ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานนา คือผู้ดื่มสุราเมรัย ย่อมได้รับกรรมวิบาก ๕ สถาน ได้แก่.-
    ๑.ย่อมเกิดในนรก
    ๒.ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน
    ๓. ย่อมเกิดในเปตวิสัย
    ๔.ย่อมเป็นผู้มีสติไม่สมประกอบ
    ๕.โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นบ้า
    อนึ่ง โทษแห่งการดื่มสุราเมรัยและเสพสิ่งเสพติดให้โทษซึ่งผู้ประพฤติย่อมได้รับโทษในปัจจุบัน ๖ อย่าง คือ
    ๑.เสียทรัพย์ ๒.ก่อการทะเลาะวิวาท
    ๓.เกิดโรค ๔.ถูกติเตียน
    ๕.เป็นผู้ไม่มียางอาย ๖.ทอนกำลังสติปัญญา

    อานิสงส์แห่งการรักษาศีล ๕
    สิกขาบทที่ ๑ ย่อมได้รับอานิสงส์ ๗ ประการ ได้แก่.-
    ๑.มีร่างกายสมส่วน ไม่พิการ
    ๒.เป็นคนแกล้วกล้าว่องไว มีกำลังมาก
    ๓.ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ไม่เศร้าหมอง
    ๔.เป็นคนอ่อนโยน มีวาจาไพเราะ เป็นเสน่ห์แก่คนทั้งหลาย
    ๕.ศัตรูทำร้ายไม่ได้ ไม่ถูกฆ่าตาย
    ๖.มีโรคภัยเบียดเบียนน้อย
    ๗.ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน
    สิกขาบทที่ ๒ ย่อมไดรับอานิสงส์โดยย่อ ๗ ประการ ได้แก่
    ๑.ย่อมมีทรัพย์สมบัติมาก
    ๒.แสวงหาทรัพย์โดยชอบธรรมได้โดยง่าย
    ๓.โภคทรัพย์ที่หามาได้แล้วย่อมมั่นคงถาวร
    ๔.สมบัติไม่ฉิบหายเพราะโจรภัย อัคคีภัย และอุทกภัย เป็นต้น
    ๕.ย่อมได้รับอริยทรัพย์
    ๖.ย่อมไม่ได้ยินและรู้จักคำว่า "ไม่มี"
    ๗.อยู่ที่ไหนก็ย่อมเป็นสุข เพราะไม่มีใครเบียดเบียน
    สิกขาบทที่ ๓ ย่อมมีอานิสงส์โดยย่อ ๗ ประการ ได้แก่
    ๑.ไม่มีศัตรูเบียดเบียน
    ๒.เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
    ๓.มีทรัพย์สมบัติบริบูรณ์
    ๔.ไม่ต้องเกิดเป็นหญิงหรือเป็นกระเทยอีก
    ๕.เป็นผู้สง่า มีอำนาจมาก
    ๖.มีอินทรีย์ ๕ บริบูรณ์
    ๗.มีความสุข ไม่ต้องทำงานหนัก
    สิกขาบทที่ ๔ คือ ย่อมมีอานิสงส์โดยย่อ ๗ ประการ ได้แก่
    ๑.มีอินทรีย์ ๕ ผ่องใส
    ๒.มีวาจาไพเราะ มีไรฟันสม่ำเสมอเป็นระเบียบดี
    ๓.มีร่างกายสมส่วนบริบูรณ์ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
    ๔.มีกลิ่นปากหอมเหมือนกลิ่นดอกบัว
    ๕.มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป
    ๖.ไม่เป็นอ่าง ไม่เป็นใบ้
    ๗.มีริมฝีปากแดงระเรื่อและบาง
    สิกขาบทที่ ๕ มีอานิสงส์โดยย่อ ๖ ประการ ได้แก่
    ๑.รู้จักอดีต อนาคต ปัจจุบันได้รวดเร็ว
    ๒.มีสติตั้งมั่นทุกเมื่อ
    ๓.มีความรู้มาก มีปัญญามาก
    ๔.ไม่บ้า ไม่ใบ้ ไม่มัวเมาหลงไหล
    ๕.มีวาจาไพเราะ มีน้ำคำเป็นที่น่าเชื่อถือ
    ๖.มีความซื่อสัตย์ สุจริตทั้งกาย วาจา ใจ

    อานิสงส์โดยย่อของการรักษาศีล
    การรักษาศีลย่อมมีอานิสงส์มากมายจนสุดที่จะบรรยายให้ไหมดได้ แต่เมื่อกล่าวโดยหลักใหญ่ ๆ ซึ่งปรากฏในคำกล่าวสรุปหลังจากที่พระท่านให้ศีลว่ามี ๓ ประการ คือ
    ๑.ศีลเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ (สีเลนะ สุคติง ยันติ)
    ๒.ศีลเป็นเหตุให้ได้โภคทรัพย์ (สีเลนะ โภคะสัมปะทา)
    ๓.ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน (สีเลนะ นิพพุติง ยันติ)

    และเมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว ศีลนั้นมี "ความไม่เดือดร้อน" เป็นอานิสงส์ที่สูงสุด

    วิธีการหรือขั้นตอนการสมาทานศีล

    เบื้องต้น ผู้ต้องการจะสมาทานศีล พึงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสร็จแล้วกล่างคำบูชาพระรัตนตรัย ดังต่อไปนี้

    คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย
    อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย, ได้ตรัสรู้ถูกถ้วนดีแล้ว,
    อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชา, ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ ๑ ครั้ง)
    สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,พระธรรมคือศาสนา อันพระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงไว้ดีแล้ว
    อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชา, ซึ่งพระธรรมเจ้านั้น, ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ ๑ ครั้ง)
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, หมู่พระสงฆ์ผู้เชื่อฟัง, ของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว
    อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งหมู่พระสงฆะเจ้านั้น, ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ ๑ ครั้ง)

    หลังจากที่ได้กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยแล้ว พึงตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะสมาทานศีล เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดความปกติทางกาย วาจา โดยกล่าวคำอาราธนาศีล ดังต่อไปนี้

    คำอาราธนาศีล ๕
    มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ,ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต,วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ,ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
    หมายเหตุ.- ถ้าคนเดียวทั้งอาราธนาศีลและรับศีลให้เปลี่ยน มะยัง เป็น อะหัง,
    เปลี่ยน ยาจามะ เป็น ยาจามิ นอกนั้นเหมือนกันหมด

    พึงนั่งให้เรียบร้อย สำรวมกาย วาจา ใจ แล้วคำคำสมาทานศีล โดยกล่าวตามพระภิกษุ สามเณร หรือผู้มีศีล ตามลำดับ ดังต่อไปนี้

    คำนมัสการ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    (แปลว่า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง, >>>>>ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง, >>>>>ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

    คำปฏิญาณตนถึงไตรสรณคมน์
    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    (แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และ พระสงฆเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในการดำเนินชีวิต
    >>>>>แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และ พระสงฆเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในการดำเนินชีวิต
    >>>>>แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และ พระสงฆเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในการดำเนินชีวิต)

    ต่อจากนี้พระท่านจะกล่าวว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ผู้รับศีลพึงรับพร้อม ๆ กันว่า
    "อามะ ภันเต"แล้วตั้งใจสมาทานศีล(รับศีล)ตามที่พระท่านนำกล่าวสมาทานต่อไปว่า.-

    ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
    (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่า การเบียดเบียน การทำร้ายร่างกายคนและสัตว์ แล้วมีจิตใจประกอบด้วยเมตตากรุณา มีความปรารถนาดี และสงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสัตว์อื่น)

    อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
    (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมยหรือโจร อันได้แก่ ลัก ฉก ชิง วิ่งราว ขู่กรรโชก ขู่เข็ญ ปล้น จี้ ตู่ ฉ้อโกง หลอก ลวง ปลอม ตระบัด เบียดบัง สับเปลี่ยน ลักลอบ ยักยอก และรับสินบน แล้วเป็นผู้มีความขยันประกอบสัมมาชีพ บริจาคทาน และเคารพในกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้อื่น)

    กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
    (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นเว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

    มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
    (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากมุสาวาท)

    สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
    (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการดื่มน้ำเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท อันได้แก่ น้ำสุรา เมรัย เครื่องดื่มมึนเมาอื่น ๆ และการเสพยาเสพติดอื่นๆ เช่น ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า ฯลฯ)

    (ต่อจากนี้พระท่านจะกล่าว ผู้รับศีลไม่ต้องว่าตาม)

    อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ,
    สีเลนะ สุคะติง ยันติ, สีเลนะ โภคะสัมปะทา,
    สีเลนะ นิพพุติง ยันติ, ตัสฺมา สีลัง วิโสธะเย.

    ผู้รับศีลพึงรับพร้อม ๆ กันว่า "สาธุ ภันเต" เสร็จแล้วไหว้ หรือ กราบตามสมควรแก่กรณี

    [​IMG]
    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านช่วยกันรักษาศีลค่ะ
    สาธุ สาธุ สาธุ ^_^
     
  13. Fabreguz

    Fabreguz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    645
    ค่าพลัง:
    +1,912
    หาวิธีกันเอาครับ จะได้ไม่ต้องฆ่ามัน สมุนไพรที่กันยุงหรือ มุ้งลวด หรือ...หลายอย่าง
    .
    บ้านผมก็ไม่มียุงเข้ามาครับ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ทายากันยุง
    .
    ศีลอยู่ที่ใจเรา ถ้าใจเรารักษาศีล ถึงเพื่อนมาชวนกินเหล้าเราก็ไม่ไป ถึงยุง มด มาเป็นสิบ
    .
    เราก็ไม่ฆ่า ถึงเงินเป็นล้าน ทองเป็นก้อน มากองตรงหน้า เราก็ไม่เอาของเขา
    .
    .............
     
  14. อวตาร.

    อวตาร. เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    411
    ค่าพลัง:
    +633
    ให้หาเวลาที่แน่นอนตอนไม่หลับ จะเช้า กลางวัน เย็น หัวค่ำ ก็ได้
    เอาเวลา 2 ชั่วโมงก่อนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องไม่ฆ่ายุง ศีล๕เราต้องบริสุทธิ์
    ทำให้ได้ทุกวันวันละ 2 ชั่วโมง รับรองว่าไม่เกิน 6 เดือน ศีล๕จะบริสุทธิ์
     

แชร์หน้านี้

Loading...