ผมเข้าวัดไปหาโมกธรรมวิเศษ...ตามหาแก่นธรรมจวนได้แล้วครับ.

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย NARKA, 1 มีนาคม 2012.

  1. NARKA

    NARKA เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    1,571
    ค่าพลัง:
    +4,577
    วันนี้ 1 มีนาคม 2555..ไปวัดป่าธรรมยุตต์ วัดไม้ขาว ภูเก็ต นมัสการเรียนถามอาจารย์เขียว ศิษย์ อาจารย์แดง วัดไม้ขาว...
    ...เจอท่านเดินกลับจากบิณฑบาตร เวลาประมาณ 7โมงเศษๆ...
    ...ผมกราบท่านแล้วบอกว่า..
    "อาจารย์...ลานวัดสะอาดสะอ้านมาก ใบไม้ไม่มีเลย ทั้งๆที่เมื่อคืนฝนตกหนัก"
    ..ท่านอาจารย์เขียว...ตอบว่า...
    ..."เราและพระ...ช่วยกันกวาดหลังทำวัตรเช้าแล้ว"....
    ...ผมจึงมีสติ...และ"อาย"มากๆ....
    ...พระท่านตื่น ตีสามกว่าๆร่วมๆตีสี่...ทำกิจต่างๆแล้วลงโบสถ์ ทำวรรตเช้าตีสี่ครึ่ง...ทุกๆวันเป็นประจำวัน....เสร็จแล้วท่านจึงมากวาดลานวัด...พอรุ่งสางประมาณ6โมงกว่าๆจึงออกบิณฑบาตรโปรดญาติโยม.....
    ...ส่วนผมเวลาที่พระท่านปฏิบัตินั้น....ผมยังหลับฝันหวานอยู่เลย...มาตื่นตอนราวๆ6โมงเช้าเศษๆโน่น....อายจริงๆความขี้เกียจของตัวเอง...สันหลังยาว..
    ...ตอนพระจะฉันท์...ดันไปช่วยแม่ชี...จะยกถาด...ท่านก็บอกต้องวางก่อน...แล้วผมก็ไปทำอย่างอื่นไม่ได้ช่วยท่าน...แต่พอพระฉันท์เสร็จ...ผมจะไปช่วยอีก..ท่านก็บอกต้องวางก่อน..รับตรงจากมือไม่ได้....ผมตาสว่างทันที..โธ่..
    ...ท่านถือศีล8 เคร่ง...จิตละเอียด.ส่วนผม..จิตหยาบ...ไม่รู้จักการสังเกตุ...
    ...ก่อนหน้าวันก่อน...อาจารย์เขียวเล่าว่า ถูกนิมนต์แต่ให้ผู้หญิงขับรถ ท่านไม่นั่ง ต้องมีโยมผู้ชายไปนั่งด้วยฯลฯนี่จิตละเอียด..ธรรมวินัย..เป็นอย่างนี้...สาธุ...
    ....อาจารย์เขียวอธิบาย...เมื่อผมถามถึงเรื่อง...พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ จะละสังขาร ทำไมต้องทบทวนฌานสมาบัติเพื่อทิ้ง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาด้วย...
    ....ท่านว่า...เป็นธรรมชาติโดยทั่วไปของการปฏิบัติภาวนา...เหมือนเป็นการทบทวนนั่นเอง....ท่านว่า นิพพานมีสองสถานะ หนึ่งคือของพระพุทธเจ้า เป็น ปรินิพพาน ส่วนสาวกเป็น นิพพาน...
    ....ผมสรุปเองได้ว่า....การตัดกิเลศที่เป็นขันธ์5นั้น เมื่อภาวนาข้ามฌานสมาบัติแปดไปแล้วทำวิปัสสนาจนตัดกิเลศสี่ตัวคือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาได้แล้ว...ก็บรรลุอรหันต์แต่ร่างกายยังทรงขันธ์อยู่...ดังนั้น..เมื่อจะละสังขาร...จึงต้องทบทวนโดยอัติโนมัติของจิตนั่นเอง....ส่วนการดับนั้น พุทธองค์ดับไม่เหลือ เหลือ แต่สาวก...ดับกิเลศเหลือศูนย์(งง..ๆ)
    ....คนเข้าวัดส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ....ว่าพระอริยะสงฆ์ที่ได้โสดาบันขึ้นไปแล้ว..ท่านปฏิบัติอย่างไร.....เพราะไปมองแต่พระบ้านที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิบัติ มีส่วนน้อยปฏิบัติภาวนา
    .....การปฏิบัติหมายถึง ศีล227ข้อครบถ้วนบริสุทธิ์ สมาธิภาวนา ได้ตั้งแต่ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ และสูงขึ้นไปถึงได้ รูปฌาน4 และไต่ไปถึงได้อรูปฌาน4 แล้ววิปัสสนาอย่างเต็มที่วาสนา..จนข้ามฌานสมาบัติที่8ไป...ได้เป็นพระอรหันต์...ซึ่งยากมากๆที่สุดในการใช้ความเพียรพยายาม..
    ...พระพุทธองค์จึงวางกุศโลบายให้บวช และยึดธุดงค์วัตร13และขันธวัตร14 เพื่อ ทรมาณใจและกายพร้อมวิปัสสนากรรมฐาน อาศัยมรรค8 ข้ามฝั่งวัฏสงสารสู่แดนนิพพานไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป...
    ....พระบ้านที่ส่วนใหญ่มุ่งด้านการพัฒนานั้น ก็จะทำให้ห่างการปฏิบัติไป เพราะการพัฒนาเป็นอุปสรรคสำหรับพระในการบรรลุธรรม...
    .....น่าจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า หากเราตักบาตรทุกวัน365วันต่อพระสงฆ์ที่มิใช่อริยะสงฆ์ คือ ได้โสดาบันขึ้นไป คือ พูดง่ายๆ ตักบาตรกับคนห่มผ้าเหลืองนั้น...เราจะได้บุญน้อยๆมาก...เพราะเป็นนาข้าวที่แห้งผาก....
    ...แต่ถ้าเราตักบาตรกับอริยะสงฆ์ที่ได้โสดาบันขึ้นไป เปรียบเหมือนนาที่มีปุ๋ย มีน้ำทำให้ข้าวก็งอกงามดี...
    ...นั่นคือ เราจะได้บุญมากกว่าผู้ที่ตักบาตรกับคนห่มเหลืองชนิดเทียบกันไม่ติด..ในบุญ...
    เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน..เพราะพุทธศานิกชนต้องเรียนรู้และเข้าใจด้วยตนเอง...แต่สมมุติทุกคนเข้าใจ...วัดบ้านก็น่าจะร้างไปหมดทั้งประเทศ...ซึ่งต้องระวังด้วย...กรณีเผยความรู้เรื่องนี้ออกไป...
    ...กรณีอย่างนี้ สำหรับวัดป่า...ถ้าโยมทุกคนเรียนรู้...ก็ยิ่งจะทำให้การปฏิบัติ เข้มแข็งขึ้น...เพราะได้ข่าว บางวัดของวัดป่า ก็หย่อนยานการปฏิบัติ ก็มีเหมือนกัน...
    ......สรุปว่า...ผมเริ่มเห็นการปฏิบัติของสาวกพระพุทธเจ้า...ที่เหมือนพระองค์ท่านเมื่อ2600ปีที่แล้วอย่างเลือนลางแล้ว....แนวทางนี้แหละที่เหล่าสาวกจะเดินไปตามทางพระพุทธองค์ เมื่อได้เป็นอริยะสงฆ์แล้ว...มีเมตตากลับมาช่วยสอนมนุษย์อย่างเราๆท่านๆที่เป็นฆาราวาส...ทำให้ผมและหลายๆคนได้รู้โมกธรรมวิเศษ...ที่เหล่าฤาษีชีไพร หากันมาก่อนหน้าพุทธองค์เป็นพันๆปีแต่หาไม่เจอ....
    .....ศาสนาลัทธิที่ใกล้เคียงกันก็มีมากมาย...
    ...เฉพาะสายพุทธศาสนา ก็แยกไปเป็นมหายาน...แล้วแตกไปอีกยี่สิบกว่าสาย...สายเถรวาท(หินยาน)ก็แยกไปอีกร่วมสิบกว่าสาย...
    ...เมืองไทยรับมาสองสาย คือ มหานิกาย (วัดบ้าน พระบ้าน) และเถรวาท(ธรรมยุตต์ วัดป่า พระป่า)..
    .....ธรรมยุตตืนี่สมัย ร.4 มั๊ง...
    นอกนั้นก็เป็นศาสนาอื่นๆ....
    ...การตามหาแก่นธรรม ตามหาโมกธรรมสำหรับฆาราวาส...ต้องหมั่นเรียนรู้ ศึกษา สังเกตุสอบถามเอาเอง....หรือถ้าอยากรู้จริงๆก็ต้องบวชแล้วปฏิบัติตามสายวัดป่านี่แหละ..ถ้ามีวาสนาก็จะรู้เอง...ด้วยตนเอง..ในโมกธรรมวิเศษหรือ นิพพาน....ที่เป็นสุขอย่างยิ่ง.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 มีนาคม 2012
  2. Fabreguz

    Fabreguz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    645
    ค่าพลัง:
    +1,910
    ดีแล้วครับ สำหรับผม จับจุดตอนนี้คือ ... ปฏิบัติมุ่งพระโสดาบัน ก่อนเลยครับ
    .
    1 ละ สักกายะฐิถิ คือละความเป็นตัวตน ร่างกาย
    2 ละ สีลัพพปรามาส คือ ละศีลวัตรนอกศาสนา ปฏิบัติต่อเนื่องคือ ศีล 5 บริสุทธิ์ตลอดชีวิต
    3 ละ วิจิกิจฉา คือ ละความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย เคารพพระพุทธเจ้า สูงสุด ไม่ถือฤกษ์ยามดวงฮวงจุ้ยเทพเทวา ไม่สน สนแต่การกระทำ คือกรรมทางกายวาจาใจ

    สุดท้าย รู้ทัน นิวรณ์ 5 คือ สิ่งกีดขวางทางบรรลุธรรม เช่น ความเกียจคร้าน,อาฆาตอิจฉา พยาบาท, ความโลภ, ความเบื่อหน่าย ,ความลังเลสงสัย, ความกำหนัดในกาม...... คือมีสติตลอด อย่างน้อยตามรู้ลมหายใจเข้าออกตลอด ...มีสติตลอด... นี่จะทำให้เราละกิเลสได้เร็วขึ้น
     
  3. ผู้พันจุ่น

    ผู้พันจุ่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,397
    ค่าพลัง:
    +2,979
    ทุกข์ เกิดเพราะ ผ้สสะ ....

    กิเลส เกิดเพราะ ผ้สสะ...

    ดับ ผัสสะได้ ทุกอย่าง จบ...

    แต่ ...ถ้า อายตนะภายใน ไม่ผัสสะ กับอายตนะภายนอก เราจะเอาอะไรมา ดับผ้สสะ...
     
  4. makcloud

    makcloud เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2009
    โพสต์:
    424
    ค่าพลัง:
    +535
    ยินดีกับทุกท่านที่หาหนทางพบ ขอให้สิ่งที่หวังไว้ สมหวังดั่งใจหมาย
     

แชร์หน้านี้

Loading...