ผู้ติดตามจากปางก่อน

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย มณฑาทอง, 13 ตุลาคม 2013.

  1. มณฑาทอง

    มณฑาทอง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +12
    รบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายหน่อยค่ะถ้าหากเรามีคนที่ติดตามมาจากชาติก่อนเป็นลูกหรือคนสนิทต่างๆถ้าเราอยากให้เค้าไปเกิดต้องทำยังไงบ้างคะแต่บอกเค้าแล้วค่ะ กะว่าจะบวชชีพราห์มณ์ให้ซัก1-2วันหรือควรมากกว่านั้นคะ แล้วต้องมีการทำอะไรอย่างไรบ้างกะว่าจะให้เค้าไปวันที่เราบวชเลย


    รบกวนด้วยค่ะ
     
  2. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
    อธิษฐานส่งวิญญาณ ปรับภพภูมิ แผ่บุญ หรือป้องกันวิญญาณ
    หลักการ

    การปรับภพปรับภูมิ แผ่บุญ

    พลังของพระผงจักรพรรดิเป็นของสูง อานิสงค์ครอบจักรวาล หากฉลาดในการนำไปใช้ย่อมมีประโยชน์มหาศาล นำไปแผ่ให้ภพภูมิต่างๆ เขาไปเกิดเป็นเทวดา เขาจะจำเราได้ ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าที่มีวาระ เรียกว่ามาเป็นบริวารเรานั้นเอง บางครั้งเขาติดอยู่ในที่ๆหนึ่ง โดยที่ไปไหนไม่ได้ แล้วเราผ่านไปแล้วกำหนดแผ่บุญส่งวิญญาณให้เขา แทนที่เขาจะต้องติดอยู่ตรงนั้นไปอีกหลายพันหลายร้อยปี แต่เราช่วยเขา ดูสิว่ามีประโยชน์ขนาดไหน ผีที่พวกเล่นไสยดำเลี้ยงไว้เหมือนกัน คิดดูสิว่าผีโดนเจ้าพวกนี้ใช้ทรมาน ไม่ต่างอะไรจากทาส บุญก็ไม่อุทิศให้ เอาแต่อาหารคาวหยาบๆให้กิน หลอกล่อผีไปวันๆ แล้วเราไปแผ่ส่งวิญญาณเหล่านี้ไป คิดดูสิว่าเราช่วยพวกเขาได้มากขนาดไหน

    หากเราไปแห่งหนตำบลใดหากต้องการแผ่บุญปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภูมิแถวนั้น ให้กำหนดขอพลังจากองค์พระ พร้อมบริกรรมบทพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไป จะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้น โดยวิชานี้ทำได้แม้ยังไม่เห็นภพภูมิก็ตาม ขอแค่จิตเราน้อมไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดี (การแผ่บุญครอบบุญ ใช้กับคนที่เราหวังดีได้ด้วยเช่นกัน หรือแม้กระทั่งกับศัตรูเรา ให้เขามาเป็นมิตรกับเรา ใช้ได้แม้กระทั่งสัตว์ ให้นึกถึงหลวงปู่แล้วครอบบุญ เป็นวิมานแก้วครอบตัวเขาไว้ จะช่วยปรับเขาให้เป็นสัมมาทิถิขึ้น แต่ต้องครอบบ่อย ๆ เพราะมนุษย์นั้นหยาบ โปรดยากกว่าวิญญาณหลายเท่านัก เมื่อความดีเขาไม่ถึง คลื่นความดีไม่ตรงกัน ไม่นานวิมานก็หลุด การครอบวิมานนี้ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ อย่างตามที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเทศน์ “ จิตมีดวงเดียวท่องเที่ยวไป จิตคิดดีก่อนตาย ไปสวรรค์ จิตคิดชั่วก่อนตาย ไปนรก “ หากผู้ที่เราขอหลวงปู่ให้ครอบวิมานให้แล้ววิมานยังอยู่ ตอนตายเขาจะเห็นวิมานครอบตัวเองไว้สวยงาม จิตจึงคิดดี แบบนี้เขาก็ไปสวรรค์ได้ ลองคิดดูนะวิชานี้ไว้ใช้ตอนเกิดภัยพิบัติ(หากมันเกิดขึ้น) จะช่วยสรรพสัตว์ได้ขนาดไหน)

    กำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดิเรานำไปใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆขึ้นได้ โดยมิได้เป็นการใช้พุทธคุณในการเบียดเบียนเขา แต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญซึ่งเรียกว่าการปรับภพปรับภูมิและเราจะช่วยดวงวิญญาณได้จำนวนมาก การนำไปใช้ไม่ยากอาราธนาองค์พระกำไว้ในมือ สวดคาถาจักรพรรดิสัก 1 จบ (หากเราทรงกำลังพระจักรพรรดิมาตลอดด้วยการคลอ คาถามหาจักรพรรดิ ตลอดทุกอิริยาบถแล้ว ความเป็นทิพย์ของเรามีแล้ว ก็ไม่ต้องว่าคาถาอีก) ก็แล้วตามด้วยบทสัพเพ (บทนี้จำเป็นมากนับเป็นหัวใจของวิชาก็ว่าได้) แล้วก็นึกน้อมบุญนี้ให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญถึง นับได้ว่าพระผงจักรพรรดิใช้เพื่อการการแผ่บุญอย่างแท้จริง สงเคราะห์สัตว์โลกอย่างแท้จริง

    ลำพังกำลังของเราแต่ถ่ายเดียวยังมิอาจครอบคลุม ในการส่งวิญญาณได้ทั่ว ได้ถึง และมากพอ ขอจงโปรดขอบารมีคุณพระท่านช่วยเหลือให้ ซึ่งควรจะเน้นไปที่บารมีรวมของพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็ม อันมีหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นต้น โดยมี พระกำลังพระจักรพรรดินี้เป็นสื่อกลาง มีบทสัพเพเป็นบทอัญเชิญน้อมนำบารมี
    วิธีการ

    ๑. กำพระในมือ จากนั้นโปรดกล่าวคำ อธิษฐานว่า
    ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด(หรืออาจจะเป็น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ , พระศรีอาริยะเมตรัย ก็ได้ ตามจริต ด้วยเหตุผลที่ว่าการอัญเชิญพระบารมี หรือการโน้มนำพระบารมีของพระมหาโพธิสัตว์นี้จะง่ายกว่า การโน้มนำพระบารมีแห่งพระผู้เข้าพระนิพพานแล้ว เนื่องจาก บารมีท่านมหาโพธิสัตว์เหล่านี้ยังไม่รวมตัว ยังคงกระจัดกระจายอยู่ทุกอณูในโลก) ขอได้โปรดส่งวิญญาณ ปรับภพปรับภูมิดวงวิญญาณของ......ชื่อนาม หรือกลุ่มก็ได้.....ให้สู่สุขติด้วยเถิด

    ๒. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว

    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
    พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส

    (ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังดวงวิญญาณที่จะปรับภพปรับภูมิให้ แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ดวงวิญญาณทุกดวงที่จะรับบุญ บางวิญญาณที่มีมิจฉาทิฐิ หรือมีโมหะ คือ ไม่รู้เรื่องว่าโมทนาคืออะไร ก็จะยังไม่ได้รับ เราก็ต้องสัพเพฯ หลาย ๆรอบ จนบารพระท่านครอบกายทิพย์สว่างเย็นไปหมด ช่วยโน้มนำให้วิญญาณนั้นละพยศและความโง่นั้นได้สำเร็จ หรือบางทีต้องขอบารมีหลวงปู่ท่านแรงเป็นพิเศษ ที่เรียกว่า แบบ ” พายุทอนาโด ” อัดตูมเข้าไปเลย)

    พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

    ๓. การป้องกันวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะรอนแรมไปในที่แห่งใด ผู้ที่คล้องและทรงกำลังพระจักรพรรดิ รัศมีจะสว่าง จนดวงวิญญาณพากันมาดูด้วยความสงสัยว่า คืออะไร ตรงนี้ก็ให้ถือโอกาสแผ่บุญตามหลักการข้างต้น ผูกมิตรกับวิญญาณเจ้าถิ่นไว้ วิธีนี้ได้ประโยชน์มาก มีวิญญาณมากหลายอยู่มานับพันปีไม่มีที่ไป เราส่งวิญญาณให้เขา ต่อไปเมื่อมีวาระเขาจะกลับมาช่วยเรา วิชานี้ท่านโพธิสัตว์หรือพุทธภูมิทุกท่าน น่าจะศึกษาและปฏิบัติ เพราะเป็นวิชาสร้างบริวารอย่างหนึ่ง แต่ขอจงโปรดอย่าวางอารมณ์ว่าจะสร้างบริวารเลย ขอวางอารมณ์ด้วยเมตตาธรรม พรหมวิหารธรรมเถิด ขอโมทนา......

    ๔. ขอโปรด ส่งวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรของท่านด้วย พระสูตรของหลวงปู่ท่านสร้างไว้อย่างฉลาดมาก ท่านสอนให้ปรับภพปรับภูมิอยู่เสมอ เพราะเป็นการส่งดวงวิญญาณทั้งทั่วไปและที่มาจองเวร ป้องกันความเดือดร้อนทั้งผู้สร้างและผู้รับพระไปบูชาติดตัว

    การนำไปใช้จริง

    ๑. ให้หมั่นส่งวิญญาณอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปในที่แห่งไหนโดยเฉพาะเวลาไปจ่ายตลาดในตลาดสด วิญญาณสัตว์ที่พึ่งตาย หรือที่ค้างอยู่มีมหาศาลทุก ๆวัน ตามป่าช้าหรือข้างทาง บางทีเวลาผมเดินทางไกล หลวงตาม้าบอกให้เปล่งกระแสบุญให้สว่างและให้ไกลมาก ๆ พร้อมทั้งอธิษฐานให้ทรงทั้งยามหลับยามตื่น เพราะเหล่าวิญญาณจะได้โมทนา บางทีก็ครอบให้เสร็จสรรพ แบบมัดมือให้เลย เดินทางไปต่างจังหวัดแต่ละทีก็เก็บได้มหาศาล

    ยิ่งทำบ่อยๆยิ่งคล่องครับ ถ้าทำคล่องแล้วต่อไปเวลากำหนดแผ่ก็กำพระแล้วน้อมกำลังบุญไปได้แค่กำหนดจิตชั่วขณะโดยไม่ต้องใช้คำพูดก็ยังได้ ขอแค่ให้ใจทรงกำลังทั้งหมดที่อาราธนามาในขณะนั้นได้ก็พอ แล้วก็กำหนดแผ่ไปได้เลย ขณะกำพระ แต่ถ้าเป็นการอฐิษฐานใหญ่หรือการสวดมนต์ประจำวัน ก็อฐิษฐานใหญ่ตามเนื้อหาใน “ ตัวอย่างคำอธิษฐานจิตที่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ ” ซึ่งจัดพิมพ์ให้โหลดไว้พร้อมกันแล้ว แล้วก็แผ่ไปทั่ว 3 โลก ไม่ว่าพรหมโลก เทวโลก มนุษยโลก ภพภูมิน้อยใหญ่ต่างๆ นรกโลก และทุกๆอบายภูมิ ผู้มีพระคุณแก่ข้าพเจ้า ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับข้าพเจ้าทุกๆคน ญาติข้าพเจ้าทั้งหมดในโลกทิพย์ บริวารข้าพเจ้าทั้งหมด เทวดาประจำตัวข้าพเจ้าทั้งหมด เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า <--- แผ่ไปให้ภพภูมิ เหล่านี้ครับเวลาอฐิษฐานใหญ่

    ๒. ก่อนทานอาหารหลวงตาแนะนำให้ส่งวิญญาณด้วย ให้ทำจนเป็นนิสัย เอาแบบให้กวาดมือเหนืออาหารทีเดียวให้ส่งให้หมด แม้แต่บะหมี่หมูสับก็ให้ส่งวิญญาณด้วย หลวงตาบอกว่าเนื้อไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะเป็นชิ้นหรือเป็นน้ำก็มีกระแสโยงถึงวิญญาณเจ้าของธาตุนั้นได้ ส่งให้เนื้อ กระแสบุญจะส่งถึงวิญาณเอง คนที่ชอบทานมังสะวิรัติ นอกจากไม่ทานเนื้อแล้วน่าจะทรงวิชานี้ด้วยนะครับ

    http://www.watthummuangna.com/home/community/index.php?topic=584.0

    การปรับภพภูมิจะทำได้อย่างไร ?

    การจะปรับภพภูมิได้ต้องอาศัยกำลังบุญที่เราได้สร้างบุญมา ได้ทำการอธิษฐานและเชื่อมบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรไปให้ตามเงื่อนไข 3 ประการคือ มีความสม่ำเสมอ, มากพอ และนานพอแล้วจึงใช้บทสวดคาถาพระจักรพรรดิเป็นตัวช่วย

    พระจักรพรรดินั้นเป็นพระปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเนรมิตพระรูปของพระองค์เองเป็น พระจักรพรรดิที่ใหญ่กว่ากษัตริย์ทั้งปวงเพื่อปราบมาร หากเป็นในยุคปัจจุบันก็คือพระพุทธรูปปางทรงเครื่องที่รู้จักกันดีก็คือ พระประธานที่หน้าวัดพระเมรุ จ.อยุธยา

    คาถาพระจักรพรรดิ นั้นเป็นคาถาที่รวมพุทธคุณครอบจักรวาลที่มีพลานุภาพมาก ช่วยปรับในเรื่องต่างๆ จากร้ายให้กลับกลายมาเป็นดี หรือจากเรื่องที่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป พระผงพระจักรพรรดิและคาถาพระจักรพรรดิเป็นของสูงผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์สามารถที่จะบทคาถาพระมหาจักรพรรดิไปสวด และนำไปแผ่เมตตาให้ดวงจิตวิญญาณและเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เพื่อปรับภพภูมิต่างๆ ให้เขาสูงขึ้นไม่ต้องทนทุกข์ทรมานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามในบริเวณบ้าน ตามถนน ตลาด หรือที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆก็สามารถทำให้เขาเหล่านั้นได้ทั้งสิ้น

    หากเราไปอยู่ ณ ที่แห่งใดก็ตาม หากต้องการเชื่อมบุญเพื่อการปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภพภูมิในบริเวณนั้น ก็ให้กำหนดขอพลังจากองค์พระจักรพรรดิพร้อมบริกรรมบทคาถาพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไปจะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้น

    โดยวิชานี้เราสามารถจะทำได้ แม้ยังเราจะยังไม่มีตาทิพย์ดังเช่นพระอริยสงฆ์ ไม่อาจเห็นรูปกายของ เหล่าโอปปาติกะที่อยู่ต่างภพภูมิก็ตาม ขอเพียงแค่จิตเรามีความใสสะอาดมากพอ และน้อมจิตนั้นไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดีต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย การแผ่บุญครอบบุญนี้สามารถใช้กับคนที่เรามีความปรารถนาหวังดีได้ด้วยหรือแม้กระทั่งกับศัตรู ที่เราจะเปลี่ยนให้เขาเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นมิตรก็ได้เช่นกัน

    ด้วยกำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดินี้เรานำไปใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆขึ้นได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้พลังของพุทธคุณเพื่อการเบียดเบียนผู้อื่นแต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญและเราจะสามารถช่วยดวงวิญญาณที่ตกทุกข์ได้ยากรวมไปถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายได้อีกเป็นจำนวนมาก

    การนำไปใช้จะมีข้อปฏิบัติคือ ให้อาราธนาองค์พระจักรพรรดิกำไว้ในมือ แล้วสวดคาถาจักรพรรดิ จบแล้ว ให้สวดตามด้วยบทสัพเพ ฯ แล้วก็นึกน้อมบุญนี้ให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญไปให้เขาเหล่านั้น ขอให้นึกถึงความดีของพระพุทธเจ้าไว้เป็นการทำใจให้ทรงอยู่ในคุณงาม ความดี มีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุติทา อุเบกขา เป็นที่พึ่งการไม่ถือโกรธผู้ใดมีแต่ความหวังดีเป็นการทำใจให้สว่างเมื่อใจเราสว่างฉันใดย่อมกลบความมืดได้ฉันนั้น



    วิธีการสวดมหาจักรพรรดิเพื่อปรับภพภูมิ

    ***สำหรับท่านที่ไม่มีพระผงจักรพรรดิ ขอให้ทำจิตน้อมรำลึกถึงพระพุทธรูปปางพระจักรพรรดิหรือพระพุทธรูปทรงเครื่องและเริ่มสวดคาถา

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

    (กราบ 3 ครั้ง แล้วสวดคาถามหาจักรพรรดิ์ตามกำลังของผู้ที่เกิดในแต่ละวันดังนี้ คือ อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 พฤหัส 19 ศุกร์ 21 และเสาร์ 10)



    คาถามหาจักรพรรดิ

    นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

    ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน จงศักดิ์สิทธิ์สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ

    อิมัง สัจจะวานัง อธิษฐามิ พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

    หลังจากนั้นก็ให้เชิญพระเข้าตัว แผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาณด้วย บทสวดว่า

    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง

    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส (ว่า 5 จบ)

    แล้วกล่าวว่า พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ ให้อธิษฐานจิตแผ่เมตตาออกไปให้กับดวงจิตวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จะระบุสถานที่ด้วยก็ได้
    http://torthammarak.wordpress.com/2013/05/30/การปรับภพภูมิให้แก่เจ้/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2013
  3. Youkai

    Youkai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2013
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +1,683
    เคยได้ยินครูบาอาจารย์บางท่านพูดถือศีล 8 อย่างน้อยต้อง 7 วันค่ะ จึงจะช่วยวิญญาณให้ปรับภพภูมิได้ ทำบุญใหญ่หลาย ๆ อย่าง ตอนนี้ในเว็บก็มีการสร้างพระหน้าตัก 21 ศอก ,บวชพระ ,กฐิน , สร้างวิหารทาน ฯลฯ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2013
  4. มณฑาทอง

    มณฑาทอง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +12
    ถ้าเวลามีจำกัดล่ะคะได้แค่2คืน3วันเอง แล้วถ้าเราจะตั้งใจทำดีให้เขาตลอดชีวิตล่ะคะพอจะช่วยเขาได้บ้างไหม
     
  5. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
    จริงแล้วที่ผมเคยได้ยินมาน้อยสุดต้อง 5 วัน แบบปิดวาจา แต่ถ้ามีเวลาเท่าไรก็เอาเท่านั้นครับ แต่ต้องทำเรื่อยๆบ่อย เดี๋ยวเขาก็หลุดไปเองครับ
    สวดมนต์ นั่งสมาธินี้บุญใหญ่มากครับ ขนาดช่วยสัตว์นรกได้ เมื่อเทียบกับปัญหาของคุณ มันเรื่องเล็กน้อยมาก

    เหตุการณ์นี้หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมได้เล่าเอาไว้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี พ.ศ.2530 ครั้งเมื่อที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โดยวันนั้นเป็นวันโกนสาร์ท คือในช่วงเทศกาลทำบุญเดือนสิบ มียายแก่คนหนึ่งชื่อ ยายเภา อาศัยอยู่ที่บางสำโรง เขตสวี อำเภอ ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ได้พายเรือมาที่ตลาดปากบางเพื่อที่จะมาซื้อของไปเตรียมทำขนมกระยาสารท

    ยายเภาได้เทียบเรือเข้าไปจอดริมตลิ่งที่มีต้นไม้ครึ้มทอดลงมาต้นหนึ่ง ซึ่งคุณยายเภาไม่ทราบเลยว่าต้นไม้ต้นนั้นเคยมี ชายแก่ชาวจีนคนหนึ่งมาผูกคอตายไว้ พอคุณยายทอดเรือที่ต้นไม้นั้นก็เกิดเรื่องทันที มีอาการผิดปกติดิ้นรนทุรนทุราย ปากก็พร่ำออกมาเป็นภาษาจีนทั้งที่เธอเป็นคนไทยไม่เคยรู้ภาษาจีนเลยแม้แต่คำเดียว

    ชาวบ้านในตลาดพากันมามุงดูก็ทราบว่ายายเภาถูกผีเข้าก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรจึงได้ให้คนไปนิมนต์พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญมาช่วย ซึ่งพอทราบเรื่องท่านก็รีบมา แต่ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้รู้ความเพราะ ยายเภานั้นพูดแต่ภาษาจีนอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อจึงได้ไปตามลุงเขยของท่านที่ชื่อ เลี่ยงเกี๊ยก มาช่วยเจรจา

    เมื่อคุณเลี่ยงเกี๊ยกมาช่วยเจรจาก็ทราบความว่า วิญญาณที่เข้าสิงยายเภาชื่อ “นายเล่งฮ่วย” เคยอาศัยอยู่ ณ บริเวณแถวนี้โดยอยู่กับหลานสาว ซึ่งมีอาชีพทำขนมขายโดยตัวแกนั้นมีวิสัยติดยาฝิ่นแบบงอมแงม ต้องกินยาฝิ่นทุกวัน โดยแลกกับการตักน้ำหาบน้ำมาให้หลานสาวทำขนม ถ้าวันไหนไม่ทำงานก็จะไม่มีเงินจากหลานสาวไปซื้อฝิ่นเสพ ทำให้อยากฝิ่นทรมานมาก

    ด้วยวิสัยเช่นนี้จึงไม่มีใครเห็นใจ และยังเป็นที่ตำหนิถูกต่อว่าเป็นขี้ยาติดยาเสพติด ทำให้รู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก เมื่อความคิดเช่นนี้สะสมเข้าอยู่ในจิตใจทุกวันจึงตัดสินใจหนีความทุกข์โดยการไปผูกคอตายที่ต้นไม้ต้นนั้นเอง เพราะหวังว่าจะได้ไปสบายเสียที

    แต่ทว่าสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงยิ่งนัก เพราะแทนที่จะได้สบายกลับต้องทนทุกข์ทรมานกว่าตอนที่มีชีวิตอยู่หลายเท่า และวันที่ต้องมาเข้าร่างของยายเภาเนื่องจากหนีมาอยู่กับคนที่ชื่อ “ฮ่วยเซียเถ้า” ที่วัดพรหมบุรี ซึ่งนายเล่งฮวยหมายความถึง “หลวงตามด” ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกลางพรหมนคร เหนือตลาดปากบาง

    เมื่อหลวงพ่อจรัญลองสืบประวัติเรื่องหลวงตามด ก็พบว่ามีอยู่จริงที่วัดกลางพรหมนคร เคยเป็นเจ้าอาวาส ขณะที่ยังมีชีวิตก็ต้องฆ่าตัวตายทั้งที่อยู่เพศสมณะเพราะเสียใจที่เงินที่สะสมเอาไว้สร้างถาวรวัตถุของวัดถูกมัคนายกที่วัดขโมยไปเสียหมด จนขาดสติทำให้ผูกคอตายอย่างน่าอนาถ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อ 60 ปีมาแล้ว

    นายเล่งฮวยและหลวงตามดที่ฆ่าตัวตายในสภาพวิญญาณต้องไปกินอาหารตามกองขยะที่เขาเอามาทิ้ง เพราะไม่มีใครอุทิศให้ต้องกินของที่เขาทิ้งแล้วจึงจะกินได้ โดยนายเล่งฮวยขอร้องให้หลวงพ่อไปบอกกับหลานสาวว่า ตนเองไม่สามารถรับบุญจากการทำทานใดๆ ได้จะสามารถรับบุญได้จากการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพียงอย่างเดียว

    หลวงพ่อจรัญ ยังเกิดความแคลงใจในตัวของสมภารมดหรือหลวงตามด ที่เป็นพระภิกษุแต่กลับฆ่าตัวตายได้อย่างไร ซึ่งก็ทราบความภายหลังว่า หลวงตามดนั้นเมื่อบวชแล้วก็ไม่ค่อยได้เจริญกรรมฐาน ไม่ค่อยได้ปฏิบัติธรรมเลยจึงทำให้ขาดสติคิดสั้นไป และตนเองและสมภารมดก็มีความเป็นอยู่ในสถานะวิญญาณเหมือนกันคือ ต้องทำงานขุดดินทั้งวันทั้งคืน เมื่อถึงวันโกนวันพระจึงจะได้หยุด วันนี้จึงได้หนีมาบอกความประสงค์ให้รับรู้

    เมื่อหลวงพ่อจรัญทราบความประสงค์แล้ว วิญญาณของนายเล่งฮวยก็ออกจากร่างยายเภาไป หลวงพ่อจรัญ จึงทำการทดสอบยายเภาดูว่าจะทราบภาษาจีนบ้างหรือไม่ โดยสอบถามเป็นภาษาจีนง่ายๆ ว่า “เจี๊ยะปึง ฮ้อ ? ” (กินข้าวดีหรือยัง) ซึ่ง ยายเภาก็ไม่เข้าใจแม้สักคำเดียวจึงเป็นอันแน่ใจว่า วิญญาณนายเล่งฮวยมาเข้าสิงจริงๆ

    หลวงพ่อจรัญได้ยอมไปพบกับหลานสาวของเล่งฮวย เพื่อบอกกล่าวความเป็นอยู่ของญาติตนเองให้ทราบ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ นางเจียผู้เป็นหลานสาวกลับไม่เชื่อหาว่าเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกไปไม่คิดจะเจริญกรรมฐานใดๆ ให้ทั้งสิ้น ซึ่งท่านก็ต้องปล่อยวางเรื่องนี้ไปตามยถากรรมของสัตว์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2013
  6. มณฑาทอง

    มณฑาทอง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +12
    ขอบคุณทุกคำตอบมากค่ะคืนสุดท้ายที่บวชให้ฝันเห็นกลุ่มคนชุดขาวเดินจงกรมอยู่แถวทางเดินในวัดค่ะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายคิดว่าฝันนี้เขาคงไปแล้วด้วยดีค่ะ
     
  7. Youkai

    Youkai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2013
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +1,683
    เมื่อครั้งเราเริ่มปฏิบัติธรรม ก็มีกลุ่มคนชุดขาวปฏิบัติธรรมตามเหมือนกันค่ะ เคยถามอ.เอ๋ สแกนกรรม เขาบอกว่าเมื่อเราปฏิบัติธรรมเจ้ากรรมนายเวรก็ปฏิบัติธรรมตาม เพราะเริ่มอโหสิกรรมให้เราแล้ว เพียงแต่รอบุญจากเราจะได้ไปดีเท่านั้นค่ะ แต่ต้องปฏิบัติเองที่บ้านอยู่นานหลายเดือนเหมือนกันค่ะและต้องไปวัดอัมพวันแบบ 7 วัน 1 ครั้ง โรคกรรมที่เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรชุดนี้จึงบรรเทาลงค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...