พญายมราช

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย satan, 12 พฤษภาคม 2007.

  1. satan

    satan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    5,055
    ค่าพลัง:
    +17,913
    พญายมราช

    เทวะคือพลังงานอันทรงอานุภาพที่มนุษย์พยายามจะน้อมนำมาสู่ชีวิตความเป็นอยู่ของตน เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จหรือกำจัดอุปสรรคศัตรูต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย การนับถือเทวะนั้นนับเป็นความเชื่อที่เก่าแก่โบราณที่สุดก่อนการมีศาสนาต่างๆ ดังนั้นเรื่องราวของเทวะจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความหมายโดยนัยซ่อนอยู่อย่างเร้นลับ การไขรหัสของเทวานุภาพจึงเป็นความลับอันยิ่งใหญ่ผู้ที่สามารถไขอานุภาพแห่งเทวะหรือน้อมนำอำนาจแห่งเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งมาสู่ตนได้ คนผู้นั้นย่อมเหนือคนหนึ่งในเทพเจ้าที่ทรงมหิทธานุภาพและเป็นที่เกรงกลัวของมนุษย์มากที่สุด ทั้งยังเป็นเทพเจ้าที่ลึกลับยากหยั่งรู้ในความคิดความเข้าใจของคนโดยทั่วไป “พญายมราช” คือเทพเจ้าผู้ปกครองแดนปรโลกหรือโลกวิญญาณ นับเป็นหนึ่งเทวะที่ผู้คนเกรงกลัวมากที่สุด แม้เพียงการเอ่ยพระนามของท่านก็ยังเป็นที่รู้สึกเกรงขามในความคิดคำนึงของผู้คนโดยทั่วไป ก่อนที่เราจะรู้จักเทวะอำนาจของพญายมราชนั้น เราควรรู้จักท่านก่อนว่า พระองค์คือใคร เพราะหลากหลายตำราได้กล่าวถึงพญายมราชในแง่ต่างๆกันจนกระทั่งทำให้เกิดความสับสนในความเข้าใจของบุคคลโดยทั่วไป ทั้งนี้หลายตำราขัดแย่งกันเรียกว่าบางตำรานั้นผิดกันไปแบบฟ้ากับดินเลยทีเดียว ยกตัวอย่างครับว่าบางคตินั้นเชื่อว่าองค์พญายมราชท่านเป็นมหิทธิเปรตที่มีฤทธิ์ บางคติเชื่อว่าท่านเป็นเทพชั้นจาตุมหาราชิกา เมื่อต่างคนต่างอ่านในตำราที่ต่างกันจึงเถียงกันไม่มีวันจบว่าแท้จริงนั้นพญายมราชท่านคือใครกัน
    พญายมราช ถือว่าเป็นผู้ปกครองแดนปรโลก ดินแดนแห่งนี้ยังไม่ใช่นรกครับ แต่เป็นสถานที่แห่งการพิพากษา มีอาณาเขตใกล้กับเมืองนรก เมืองของพญายมราชนั้นเป็นวิมาน ปรกอบด้วยสัตตรัตนทั้ง ๗ ประการ พระองค์ทรงอยู่ในฐานะพระประมุขผู้ปกครองสูงสุด มีอำนาจในการตัดสินเด็ดขาดว่าดวงวิญญาณดวงใดจะต้องไปรับกรรมในนรกขุมไหนหรือจะไปเกิดเป็นอะไร นอกจากนี้ท่านยังเป้นผู้ตรวจตราดูบัญชีว่ามนุษย์สัตว์แต่ละชีวิตนั้นจะต้องสิ้นใจเมื่อไหร่ ที่ไหน ตามอำนาจกฏแห่งกรรมของสัตว์นั้นๆ ซึ่งดังนี้เท่ากับว่าองค์พญายมราชเป็นศักติเทพผู้ที่ทำหน้าที่ให้สัตว์โลกต่างๆเป็นไปตามกกแห่งกรรมตามครรลองครองธรรมที่เหมาะสมนั้นเองในตำราไตรภูมิพระร่วงนั้นกล่าวว่า พญายมราชหาได้เป็นยักษ์มาร มหิทธิเปรต หรือภูติผีปีศาจแต่อย่างใดไม่ แต่กล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าผู้เที่ยงธรรม การตัดสินโทษของดวงวิญญาณแต่ละดวงนั้นพระองค์ทำด้วยความสุจริตซื่อตรงปราศจากอคติ ความชอบความไม่ชอบ ไม่มีเขามีเรา ไม่มีอำนาจใดๆมาควบคุมการตัดสินของพระองค์ได้ เรียกว่าไม่เหมือนเมืองมนุษย์ที่อำนาจเงินหรืออำนาจยศตำแหน่ง ความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ซึ่งสามารถซื้อความยุติธรรมให้แก่คนผิดได้ แต่สำหรับองค์พญายมราชนั้นเงินทองใดๆก็ไม่มีความสำคัญเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ มีเพียงความดีความเลวเท่านั้นที่พระองค์ให้ความสำคัญในการพิจารณาตัดสินองค์พญายมราชจะมีผู้ช่วยสำคัญในการไปนำดวงวิญญาณของสัตว์โลกมาสู่แดนปรโลกหรือแดนยมโลกคือ องค์เจ้าพ่อพระกาฬชัยศรี เจ้าพ่อพระกาฬชัยศรีนี้มีรูปปั้นอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กรุงเทพมหานคร มีเทวะลักษณะเป็นเทพยดาที่สี่กร กรหนึ่งถือดวงไฟหมายถึงดวงวิญญาณ กรหนึ่งถือบ่วงบาศเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการใช้จับดวงวิญญาณทั้งปวง ขี่นกเค้าแมวเป็นพาหนะ พระองค์เป็นบริวารของพญายมราชทำหน้าที่เก็บดวงวิญญาณต่างๆ บ้านไหนที่จะมีคนตาย พระองค์จะทรงใช้นกแสกบ้าง นกเค้าแมวบ้าง ไปเกาะหลังคาบ้านร้องเตือนให้ทราบล่วงหน้า หรือบันดาลนิมิตดีร้ายให้ทราบ หากผู้นั้นมีปัญญาจะได้รีบขวนขวายทำบุญก่อนจะหมดโอกาสในโลก นอกจากนี้พระองค์ยังมีบริวารเรียกว่าเหล่ายมฑูต ทำหน้าที่ไปเก็บดวงวิญญาณต่างๆให้พระองค์อีกทีหนึ่งด้วย ซึ่งเราชาวโลกจะเรียกท่านว่า พญามัจจุราชนั่นเองนอกจากนี้องค์พญายมราชยังมีบริวารที่ทำหน้าที่บันทึกการกระทำความดีความชั่ว เรียกว่าสุวัณ และสุวาณ สุวัณนั้นทำหน้าที่จดการกระทำความดีของผู้ที่กระทำความดีตั้งอยู่ในศีลในธรรม การจดนั้นท่านใส่สมุดทองคำ ยามรายงานองค์พญายมราชเสร็จเรียบร้อยจะทำการยกขึ้นจบเหนือหัวเป็นการอนุโมทนา ส่วนสุวาณทำหน้าที่จดการกระทำของคนชั่วประพฤติบาป ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม การจดก็จดใส่สมุดหนังหมา เป็นการคาดโทษเอาไว้ในพระไตรปิฏกกล่าวว่าองค์พญายมราชนั้นเมื่อได้ฟังเทศน์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นพระโสดาบันนั่นเป็นเบื้องต้น ครูบาอาจารย์ที่ถอดจิตได้อย่างหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านกล่าวว่าองค์พญายมราชนั้นปัจจุบันท่านมีภูมิธรรมชั้นพระอนาคามี เป็นภูมิพรหม ดำรงตำแหน่งการพิพากษาตัดสินดวงวิญญาณในแดนยมโลกอย่างยุติธรรม ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือดวงวิญญาณแต่ละดวงที่ตกมายังยมโลกนั้น พระองค์จะไต่ถามด้วยความเมตตาว่าระลึกถึงบุญอันใดได้บ้าง หากดวงวิญญาณนั้นๆระลึกได้แม้สักอย่างท่านจะอนุโมทนาและให้ไปรับส่วนบุญนั้นๆ หากดวงวิญญาณไม่อาจระลึกถึงคุณงามความดีใดๆได้เลยท่านก็ทรงจิตไว้เป็นอุเบกขา ว่าเป็นกรรมของสัตว์โลก ท่านก็จัดส่งไปลงโทษตามควรแก่ฐานานุโทษของสัตว์นั้นๆ
    ในด้านของไสยศาสตร์นั้น พระยายมราช นับเป็นเทวะราชาพระองค์หนึ่งที่มีเทพอาวุธอันทรงอานุภาพเปรียบได้กับอาวุธปรมาณู
    ซึ่งมีอานุถาพทำลายล้างสูงสุดเป็นที่เกรงกลัวของทั้งสามภพ ในตำราทางไสยศาสตร์นั้นเทพอาวุธอันทรงอานุภาพมีด้วยกัน ๕ อย่าง เป็นของเทพ ๕ พระองค์ มีดังนี้ครับ
    ๑ วัชระ ของพระอินทร์ ๒ ผ้าโพกหัวของอาฬาวะกะยักษ์ ๓ นัยตาของพญายมราช ๔ คทาของท้าวเวสสุวรรณ ๕ จักรขององค์นารายณ์
    อาวุธทั้ง ๕ นี้ถือเป็นของที่มีอานุภาพสามารถทำลายล้างสารพัดสรรพสิ่งได้เป็นจุณมหาจุณ เป็นที่เกรงกลัวของภูติผีปีศาจอย่างยิ่ง ครูบาอาจารย์ได้นำเอาเรื่องราวของอาวุธทั้ง ๕ มาประพันธ์เป็นพระคาถาในการป้องกันและปราบปรามภูติผีปีศาจได้อย่างชะงัด
    ด้านการอานิสงค์ของการบูชานับถือพญายมราชนั้น เชื่อกันว่าภูติผีปีศาจไม่กล้าระราน ผู้นั้นจะมีตบะบารมีที่น่าเกรงขาม ใครคิดร้ายด้วยทุจริตมิชอบอิจฉาตาร้อน จะแพ้ภัยด้วยตัวเขาเอง นอกจากนี้หากหมั่นบูชาพระองค์ท่านเสมอๆท่านว่าจะห่างไกลจากความป่วยไข้มีอายุยืนนาน หากรับราชการหรือทำมาค้าขายด้วยความซื่อตรงก็จะบังเกิดความเจริญมีความสุขในชีวิตยิ่งๆขึ้นไปครับ เรื่องราวของพญายมที่น่าสนใจยังมีอีกมากไว้คราวหน้ามาเล่าสู่กันฟังใหม่ครับ

    http://www.a-burapa.com/pool.html
     
  2. satan

    satan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    5,055
    ค่าพลัง:
    +17,913
    ครับผม ผมก็ก๊อบเอามาจากเว้บอาจารย์แอ๊ด บุรพาน่ะครับ อิอิอิ
     

แชร์หน้านี้

Loading...