พบพระองค์ที่ ๑๐

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย phataravudh, 20 เมษายน 2013.

  1. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,654
    ค่าพลัง:
    +20,332
    ขอกล่าวทิ้งท้ายอีกประการว่า

    หากพระพุทธเจ้ามาโปรดมนุษย์ หลังจากที่พระองค์ปรินิพพานแล้วนั้น ด้วยการกำหนด กายนิมิต มาโปรดสรรพสัตว์ นั้น การเกิดขึ้นจริง ย่อมต้องบังเกิดอภินิหารต่างๆด้วยบุญบารมีของพระองค์ แม้เช่นนั้น หลวงพ่อ ฤาษี และพระเถระที่ทรงอภิญญา ย่อมต้องรู้และ ย่อมต้องเข้ามาเพื่อกราบพระพุทธองค์
    อีกประการหนึ่งคือพระพุทธองค์จักไม่กลับมาเพื่อโปรดสรรพสัตว์อีกแล้ว เพราะความโกลาหลจักบังเกิดขึ้นแก่เหล่าสรรพสัตว์ ท่านประกาศชัดเจนแล้ว หลังจากที่ท่านปรินิพพาน ขอให้พวกเธอทั้งหลาย ยึดเอาพระธรรม พระองค์จักไม่มาแสดงธรรมเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ณโลกมนุษย์นี้อีกต่อไปแล้ว นี่คือพุทธจริยา

    สุดท้ายขอให้ท่านพิจารณาในเหตุปัจจัยต่างๆ อย่าเพิ่งเชื่อหรือไม่เชื่อ ตามที่ฟังตามกันมาหรือเขาเล่าว่า หากท่านสามารถกำหนดรู้ได้ด้วยตนเอง สมาธิจิตไปได้ ก็ลองไปดู หรือลองถามหลวงพ่อฤาษีให้ด้วยครับ

    อนึ่งขณะที่ผมได้นิมิตเรื่องนี้นั้น กระผมไม่ได้เล่าเพิ่มเติมว่า การสนธนาระหว่าผมกับพระองค์ที่10 ในสมาธินั้น กระทำต่อหน้าหลวงพ่อฤาษี ด้วย ท่านมีเพียงรอยยิ้มเมตตา ให้แก่กระผมและพระองค์ที่10ที่ กระผมขอพบท่านด้วยก็มีเหตุเพียงแค่นี้ครับ

    ขอทุกท่านเจริญในธรรมครับ สาธุ
     
  2. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    พระพุทธเจ้านิพพานแล้ว

    ถ้าใครเห็นพระพุทธเจ้าที่เป็นตัวตนเคลื่อนไหวได้ก็เป็นเพราะจิตผู้นั้น
    สร้างภาพนิมิตพระพุทธเจ้าขึ้นมา ไม่ใช่ พระพุทธเจ้าพระองค์จริง
    ถ้ายังติดต่อกับพระพุทธเจ้าได้จริง พระอรหันต์500รูปครั้งพุทธกาลที่ทำสังคายนาครั้งแรก คงไปถามพระพุทธเจ้าแล้วหละว่า สิกขาบทเล็กน้อยที่ทรงอนุญาตให้เพิกถอนได้นี่ได้แก่อะไรบ้าง
     
  3. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814
    ถ้าพุทธเจ้า สอนคนให้ไปนิพพานได้หมด คงไม่ตรัส หรอกว่า ในอนาคตตกาล ก็จะมีพระพุทธเจ้า มาตรัสรู้ ในอนาคต มากมาย เมล็ดทราย ในมหาสมุทธร ทั้ง ๔ ก็ไม่เท่า เรื่องบางเรื่อง มันเกินวิสัย ของพวกเราจะคิดครับ ตาบใด คุณไม่ใช่ พระโพธิสัตว์ เป็นปรมัต ขั้นละเอียด ยังไม่ได้ กรรมฐาน ๔๐ มหาสติปัฏฐาน ๔ คล่องครบทุกตัว และเรียนรู้อารมย์ พระโสดาบัน ถึงอารมย์ พระอรหันต์ อารมย์เทียบเคียง ไม่มีสิทธิ์ ตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้า และถ้ายังไม่ลามาเป็น พระสาวก ถึงจะได้มรรคผล


    พระอรหันต์ทั้งหลาย ที่ลามาจาก พุทธภูมิ ในยุคปัจจุบัน กับ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ทำไม จะต้อง มาสำเร็จกิจ ยุคนี้ ทำไม่ไม่สำเร็จ ครั้งพุทธองค์ ผมอ่านประวัติ หลวงปู่ หลุย ท่านบอก ถ้าท่านไม่เชื่อพระเทวทัต และไปเป็นลูกศิษย์ พระเทวทัต ท่านคงสำเร็จ เป็นพระอรหันต์ ในสมัย พระพุทธองค์แล้ว จึงโดนเตะโด่ง มากลาง พุทธกาล จึงสำเร็จมรรคผล ในชาตินี้ ผมก็ไม่ได้บอก ให้พวกท่านเชื่อ เขาเชื่อกันในกลุ่ม ลูกศิษย์เท่านั้น และสำหรับ คนในกลุ่มเดียวกัน ไปไหน ส่วนใหญ่แล้ว เขาก็จะไปด้วยกัน เหมือนพระเทวทัต กับพระพุทธเจ้าๆ พาสาวกไปนิพพาน พระเทวทัต พาบริวาร ส่วนใหญ่ ไปที่เดียวกัน ถ้ากรรมไม่หนัก อย่างหลวงปู่หลุย บอก ท่านก็มาแบบหลวงปู่หลุยกว่าวไว้ครับ และสำหรับ พระโพธิสัตว์ เจ้าทั้งหลาย ลูกศิษย์ ของท่านเหล่านั้น ก็จะบำเพ็ญ บามี ไปเกิดร่วมสร้างบารมีด้วยกัน


    ไม่งั้นจะมีพระโพธิสัตว์ ทำความปราถนา จะเป็นพระพุทธเจ้าทำไม บามีเต็มรอคิวเป็นแสน แล้วบารมี ต้นกับบารมีกลาง อีกนับไม่ถ้วน พระพุทธเจ้า จะโปรด สำหรับ บุคคล ที่มีศรัทธา อันเดียวกัน และมีบารมีเต็ม แล้วเท่านั้น และพระโพธิสัตว์ ที่มี บารมีเต็ม ในขั้นละเอียดแบบ พระศรี อริยเมตตรัย หลวงปู่ปาน หลวงปู่ทวด และอีกมากมาย ที่ท่านเข้าถึง แล้ว มันก็เป็นเรื่องเล็ก สำหรับท่าน ขนาดยังงั้น ท่านยังถ่อมตัวเลยครับ เทวดา นางฟ้า พรหม ไปไหนมาไหน ได้ ตามใจปราถนา แล้วทำไม พระพุทธเจ้า พระปัจเจกะพุทธเจ้า กับพระอรหันต์ที่หมดกิเลส จะไปช่วยคนที่นึกถึงท่านไม่ได้ ท่านจะสงเคราะ ตามกำลัง บุญวาสนาเท่านั้น ท่านสอนบอก แต่การกระทำ มันเรื่องของเรา ถ้าท่าน สอนเราเราไม่ทำ เราตายก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ อะไร แล้วท่านจะสงเคราะทำไม


    ทำไม พระรามาธิราช พยามาร ทำไม ไม่ ไป ทำร้าย หรือทำลาย คนอื่น ทำเฉพาะพระพุทธเจ้า เก็บไปคิดเอาครับ ทุกคนมีปัญญา จะเอามันออกมาใช้หรือเปล่าครับ ทำไม พกาพรหม ทำไมซ่อนหากับพระพุทธเจ้า เพราะมีทิฏฐิ ว่าพรหม ไม่มีการเคลื่อนย้าย ไปจากพรหม ว่าพรหมเป็นอัมตะ ไม่มีอะไรสูงกว่าพรหม ทำไม พระพุทธเจ้า ไปทรมาร และแสดงธรรม ให้พรหมเข้าถึงธรรม นิพพานสิ เป็นแดนอัมตะ ไม่มีการเคลื่อนย้าย ไปไหน เป็นแดนบรมสุข ไม่มีสุขอื่นใดๆ สุขยิ่งกว่าพระนิพพาน นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
     
  4. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814


    :cool:สายใครสายมัน และข้อสำคัญ จะเป็นสายไหนก็ช่าง ถ้าเข้าถึงธรรมแล้ว จะไปในทิศทางเดียวกันหมดครับ พวกนี้จะฉลาดครับ ใครจะไปนรกสวรรค์ก็ ไม่มีใครห้ามครับ แดนมนุษย์เป็นแดนกลาง เป็นแดนเลือกครับ เขามีให้เลือกครับคนอื่นไม่สามารถ ทำให้ใครไปเป็นนู่น เป็นนี่ได้ นอกจากตัวเราเท่านั้นครับ ตั้งแต่ สัตว์นรกขึ้น มา เปรต อสูรกาย สัตว์ เดรัชฉาน มนุษย์ เทวดา นางฟ้า พรหม อรูปพรหม และแดนนิพพาน เราเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ เลือก ที่จะเป็น และไปเป็นครับ



    อย่างพระนิพพาน ใครอยากไป มันก็ไม่ได้ไปหรอกครับ เพราะต้องนำไปปพฤปฏิบัติ ให้หมดกิเลส ตัดโลภ โกรธ หลง ได้ ตัดทุกอย่างในโลก ได้อย่างสิ้งเชิง นั่นแหละถึงจะได้ไปครับ ไม่อยากไปก็ต้องไป เพราะตัดได้หมดแล้ว ครูบาอาจารย์ ท่านบอก ทำได้แล้ว ถ้าไม่สงเคราะคน หรือมีหน้าที่ ไม่มีใครอยากอยู่เลย สักวินาทีเดียว สำหรับผู้หมดกิเลสแล้วครับ สำหรับคุณ ที่ทำสมาธิ ติดต่อ ผีได้ เทวดาได้ พรหมได้ ในเมื่อคุณติดต่อได้ พูดคุยได้ ทั้งๆ ท่านเหล่านั้น ยังเป็นเทวดา พรหม และผี คุณยังคุยได้ สำผัสได้ นับประสาอะไร กับท่านที่ หมดกิเลส อย่างพระพุทธองค์ พระปัจเจกะพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย จะมาโปรดเรา หรือ สงเคราะเราไม่ได้


    ขนาดที่ต่ำกว่า ยังมาหาเราได้ พูดคุยกับเราได้ แล้วเหตุไฉน จึงพูดว่า พระพุทธเจ้าเข้านิพพาน ไม่สามารถ มาหาเราได้ แสดงว่า คุณนั้น ปฏิบัติ ไม่ได้จริง ไม่ได้เห็นจริง หรือคุณไม่มีความสามารถ พอที่ท่าน มาโปรดคุณครับ
    อย่าลืมนะ พระอรหันต์ ยังมี ๔ แบบ ๔ ขั้น ในขั้นเดียวกัน ยังมีความสารถไม่เท่ากัน แต่ตัดกิเลส เป็นพระอรหันต์ เหมือนกันครับ บางองค์ระลึงชาติ ได้ไม่เท่ากัน บางองค์ระลึงไม่ได้เลย บางองค์ ร้อย ชาติ บางองค์ระลึง พันชาติ บางองค์หมื่นชาติ แสน ชาติ ล้านชาติ บางองค์รู้ไม่จำกัด ชาติ แล้วมีใครเท่า พระอครสาวกบ้าง แล้วมีใครรู้เท่า พระพุทธเจ้าบ้าง อยากถามหน่อย ครับ พระมหากัสปะ จะตรวจดู วิสัย ของสัตว์ โลก พระพุทะเจ้า มันไม่ใช่วิสัยของเธอ มันเป็นวิสัยของเราตถาคต
    แสดงคุณเก่งกว่าพระพุทธเจ้าแล้วละสิครับ:cool:


    คำสอนของ องค์สมเด็จ มี ตั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันต์ หัวข้อใหญ่ๆ แค่ พุทโธ ตัวเดียวครูบาอจารย์บอก มันแยกให้ละเอียด ไปเป็นแสน ล้านๆ มารยังแปรง เป็นพระพุทธจ้าได้ พระอรหันต์ยังกราบ แล้วคุณจบกิจ เป็นพระอรหันตแล้วหรือ หรือว่าคุณ เป็นพระโพธิสัตว์ เต็มแล้ว ขนาดผม ไปกราบท่านหลายองค์ ทั้งพระฆราวาส ผู้หญิงผู้ชาย ท่านไม่เคย โอ้อวด ถึงแบบนี้ครับคุณข้างบน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 เมษายน 2013
  5. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    ไม่มีใครเก่งเกินไปกว่าพระพุทธเจ้า ทั้งผม และก็คุณบุญทรง รวมถึง หลวงปู่ หลวงพ่อ ทุกองค์ที่คุณบุญทรงนับถือ

    แต่ที่ผมนำมาพูดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผมโอ้อวด แต่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เอง
    เป็นธรรมแท้ที่ท่านตรัสสอน หรือ คุณจะเถียงพระพุทธเจ้า? และเถียงพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่างหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ฯ

    การที่คุณยังยึดมั่นในรูปพระพุทธเจ้าที่เห็นในนิมิตว่าเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์จริง และยังมาพูดกล่าวแย้งกับคนที่เห็นต่างจากคุณ ทั้งๆสิ่งที่คุณกำลังแย้งอยู่นั่น เป็นคำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า นี่ก็แสดงให้เห็นว่าคุณบุญทรงมีความรู้สึกอัตตายึดมั่นความเห็นของตนเอง (เป็นมานะ และ ทิฏฐิ) โดยไม่ฟังแม้กระทั่งธรรมแท้ของพระพุทธเจ้า สิ่งเหล่านี้จะทำให้การบรรลุธรรมหรือเห็นธรรมของคุณให้ล่าช้า เพราะ ตัณหา มานะ และ ทิฏฐิ นี่ท่านเรียกว่า ปปัญจธรรม คือ ธรรม ที่เป็นเครื่องขวางทางบรรลุธรรมให้เนิ่นช้า ถ้าหากคุณยังละไม่ได้

    ลองไปอ่านพระไตรปิฎกดูนะพระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้เองใน พรหมชาลสูตร ว่า

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้วเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้ว ผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพ ขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลา ที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต.

    หลวงปู่ดูลย์ เคยกล่าวไว้ว่า

    สิ่งที่เห็น (พวกนิมิต ความฝันอะไรต่างๆ) ผู้เห็นนั้นเห็นจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็นน่ะ ไม่จริง

    หลวงพ่อพุธเคยตอบปัญหาสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันดังนี้

    http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-poot/lp-poot-hist-01-10.htm

    คุณกราบหมดแล้วหรือพระทั่วประเทศไทยน่ะ? ถึงไปก็คงไม่ได้ฟังตอนท่านเทศน์
    ถ้าไม่เคยฟังก็ฟังซะนะว่า หรือ ไปหาข้อมูลให้ดีก่อนนะว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ยังไง และ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างหลวงพ่อพุธ ท่านกล่าวไว้ยังไงบ้าง

     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 เมษายน 2013
  6. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    ผมก็เคย นิมิต ถึง ไปนรก ไปสวรรค์ ฟังพระพุทธเจ้าเทศน์ ไปเห็นเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร และอะไรต่อมิอะไร เหมือนกัน

    แต่ผมรู้ว่า นั่นไม่ใช่ของจริง จึงไม่ยึดมั่นในสิ่งที่เห็น

    สิ่งเหล่านี้มันเกิดจากการที่จิตเราได้รับข้อมูลที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน แล้วประทับข้อมูลไว้ในจิต พอถึงเวลาที่เหมาะสม จิตมันก็นำข้อมูลเหล่านั้นมาปรุงแต่งเป็นนิมิตเป็นภาพให้เราเห็นก็แค่นั้น

    ถ้าติดอยู่กับนิมิต ติดอยู่กับความฝัน มันก็ไม่ก้าวหน้าหรอกคุณบุญทรง
     
  7. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    เอาง่ายๆนะ ขนาด เรื่อง ช้างปาริไลยกะ

    นิมิตของแต่ละคนยังไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่าตอนนี้มาเกิด เป็นคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง เป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์บ้าง

    จะเอาอะไรแน่กับนิมิต ?
     
  8. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814

    :cool: นิมิต มันก็มีทั้งจริงและเทียม มีทั้ง หรอก และจริง แต่ผู้หมดกิเลส อย่าง หลวงพ่อ ฤาษี วัดท่าซุง และอีกมากมาย ในประเทศไทย ที่ไปพบ พระพุทธองค์ และรับคำสอนมา ก็ไม่เป็นของไม่จริงดังคุณว่า หรือครับ ขนาดร่างกาย ของท่าน เป็นหิน และพระของท่านเสด็จเป็นพระธาตุ มีมากมาย คุณปรามาสเช่นนั้น ด้วยใช่ไหม ผมบอกแล้วแต่ละองค์ มีความรู้ ความสามารถไม่เท่ากัน คนธรรมดาคิด มันเกิดวิสัยของเรา ฆราวาส ในสาย หลวงพ่อ ฤาษี ท่านไป กันเอากายในไปกราบ พระพุทธเจ้า ออกนับหมื่นนับแสนคน

    และสายอื่นๆ สาย ปู่ มั่น วัดปากน้ำ ที่ท่านทำถึง และยังมีอีกมากมาย ที่ทำได้ ที่พระพุทธองค์ สอนนั้นมันก็ถูกแล้ว อย่างที่คุณว่ามา แต่ที่พูดถึงนี้ พูดถึงกายใน ของท่าน จะไปหาใคร หรือโปรดใคร ท่านย่อมไปได้อยู่แล้ว และไปสงเคราะสำหรับ ที่ถึงท่านเท่านั้น ผู้ใดเห็น ธรรม ผู้นั้น เห็นตถาคต ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม คุณพูดมาผมเข้าใจ บางครั้ง ก็มิอาจ มาพูดคุยได้ ให้ประจัก คนลองเห็นผี เทวดาได้ พรหมได้ อย่างอื่น ทำไม่ จะเห็นและไปหาไม่ได้ ทำให้ถึง แล้วค่อยมาเถียง ตอนนี้ ผม ยังเป็นปุถุชน อยู่


    จึงสำผัสไม่ได้ เมื่อก่อน ท่านมาสงเคราะ พอ รับได้ เป็นบางครั้ง อยู่ที่การ ชำระจิตให้สอาด เจอทั้งของจริง และของปลอม ขอย้อนมาหา หลวงพ่อ ฤาษีวัดท่าซุง ตอนที่ สมเด็จองค์ปฐม ท่านจะเสด็จมา ท่านกล่าวว่า ปรกติ พระพุทธเจ้า ไม่ ก้มหัวให้ใคร และยกมือไหว้ใคร แต่ตอนนี้ พระพุทธเจ้า เรียงยืนเป็น ๒ แถว ยกมือพนม ท่านสงสัย จะเป็นอุปาทาน หรือเปล่า หลวงปู่ปานมาหา กล่าวว่า คุณ ไม่ใช่ อุปาทาน ของจริง เดี๋ยว สมเด็จองค์ปฐม จะเสด็จมา


    เมื่อสมเด็จองค์ปฐม เสด็จมา พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ที่ยืนรับเสด็จ พนมมืออยู่แล้ว ก้มศรีษะคำนับนิดหนึ่ง และท่านกล่าวว่า สมเด็จท่านตัรสว่า ไม่มีที่นั่ง ข้าจะนั่ง ตรงไหนหว่า นั่งบนหัวแกนี่แหละ คือ นั่งบนหัวหลวงพ่อ เป็นแท่น ที่นั่ง ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ยกมือพนม ก็เพราะ สมเด็จองค์ปฐม พระสิขีทศพล ที่ ๑ เป็นต้น พุทธวงค์ องค์แรก ไม่มีครูอาจารย์มาก่อน จึงสร้างบารมีผิดถูกมาช้านาน บำเพ็ญ บารมีมาถึง ๔๐ อสงไขยกำไลยแสนมหากัป มากกว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ใดๆ หลังจากพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว


    จึงได้ วางแนวทาง บอกทางในการบำเพ็ญ ผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจกะพุทธเจ้า พระสาวก อัครสาวก ต้องบำเพ็ญอย่างไร เป็นพระเจ้าจักพรรดิราช พระมหากษัตย์ ท่านสอนไว้หมด ตั้งแต่ต้นถึงเบื้องสูง ตามแต่ใครจะนำไปได้แค่ไหน จนคนในประเทศไทย ทั้งประเทศนอก รู้จักสมเด็จองค์ปฐม ไปสร้างรูปหล่อของท่านมากมาย เมื่อก่อนไม่มีใครเอ่ยถึง หรือรู้จัก เลยแม้แต่น้อย และแต่ละ อย่าง ผมได้บอกแล้ว ใครทำถึง ก็ถึงท่านทำไม่ถึง จะถึงท่านได้อย่างไร ท่านจะโปรดสำหรับ บุคคล ที่ทำถึงท่านเท่านั้น


    ผมได้พูดบ่อยๆ งานบางอย่าง ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน ท่านก็ไม่ทำ และอยู่ ท่านบำเพ็ญมา พระในประเทศไทย ผมกราบไม่ได้ทุกองค์หรอกครับ ไม่มีความสามารถขนาดนั้น แต่รู้ว่าอะไรผิดถูก ประการใด ของที่ไม่ละเอียด ถ้ามีบุคคล พูดให้ละเอียด และเข้าใจได้ ว่าจริงหรือปลอม และละเอียด อยู่ผู้นั้นๆ แสดงมา คนมีกิเลส กับที่หมดกิเลส ก็จะแสดงออกมาไม่เหมือนกันครับ และคนที่มี ทิฏฐิ มากน้อยขนาดไหน ก็พอจะอนุมานได้ ด้วยการกระทำ ของๆคนๆนั้นๆ เรื่องคำสอน ของพระพุทธเจ้า ไม่ใครเอาไปได้หมด รับคำสอน ศิล สมาธิ ปัญญา และพุทโธ ก็เป็นพระอรหันต์กันมากมาย


    คุณรณจักร คุณจำให้ดีๆ ในคำที่ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม จะรู้ แจ้ง ตามปัญญา ของๆตน
     
  9. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814


    :cool:นายเห็นไม่เห็นไม่จริงรู้ไม่จริงนะสิ นายรณจัก ถ้านาย เห็นจริง คงไม่พูดแบบนี้ แน่นอน แค่ได้เห็นก็บุญแล้ว ขนาดจำ ภาพให้ติดตาติดใจ ยัง ยังจำไม่ค่อยได้เลย นายได้ฟังเทศ ขนาดได้ฟังเทศ จากท่าน เชียวหรือ ยังไม่สน ยังไม่ยึดติด ตถาคต บอก แค่นึกถึงท่าน ชื่อท่าน หรือ นึกถึง คุณงามความดี ของพระพุทธเจ้า ก็ไปสวรรค์ นับไม่ถ้วนแล้ว แกคงหมดสิทธิ ที่จะได้เจอท่านแน่นอน ขนาดนาย เจอท่านเทศยังไม่ติดยึด นายก็หมดสิทธิแล้ว นายรณจักร เอ้ย
     
  10. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต

    หมายถึงเห็น สภาวะที่พระพุทธเจ้าเป็น สภาวะที่สิ้นกิเลส สภาวะนั้นคือ นิพพาน สภาวะที่ถึงความบริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง ไม่มีกิเลสหลงเหลือ แม้เท่าเม็ดหินเม็ดทรายในจิตใจ สภาวะที่ไม่ยึดมั่น เกาะเกี่ยวกับ สิ่งใดๆ สภาวะที่ใจไม่ดิ้นรนเมื่อถูกอารมณ์กระทบ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ
    ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น

    คือธรรมเปรียบเหมือนเรือที่พาไปถึงฝั่งคือนิพพาน แต่เมื่อถึงฝั่งก็ไม่จำเป็นต้องแบกเรือขึ้นฝั่งอีกต่อไป

    จะไปยึดทำไม ก็พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้ยึดมั่น ก็แค่ดูว่าที่เห็นที่ฟังตรงกับพระไตรปิฎกไหม เทียบเคียงกับพระสูตรกับพระวินัยได้ไหม ตามหลักมหาปเทส ถ้าตรงหรือเทียบเคียงได้ก็ปฏิบัติตาม ถ้าไม่ตรงก็ทิ้งเสีย ไม่ได้ยึดติดว่า นิมิตที่เห็นเป็นความจริง ส่วนใหญ่ที่ฟังท่านเทศน์ในนิมิต ก็เป็นสิ่งที่ผมรู้อยู่แล้ว เช่น สังขารเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา ก็ตรงกับพระไตรปิฎกที่ผมศึกษา เคยได้ยินได้ฟังอยู่แล้ว

    วัดธรรมกายเขาก็พา ลูกศิษย์ไปถวายข้าวทิพย์ให้พระพุทธเจ้า ณ แดนนิพพานเหมือนกัน คุณบุญทรงเชื่อไหม?

    แต่ผมเชื่อที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้มากกว่าเชื่อนิมิต แม้ว่าจะของตนเองหรือใครก็ตาม

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้วเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้ว ผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพ ขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลา ที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต.

    กับคำสอนของหลวงพ่อพุธที่ว่า

    หลวงพ่อพุธท่านก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่นองค์หนึ่งเหมือนกัน

    คุณบุญทรงว่าหลวงพ่อพุธท่านปรามาสใครหรือเปล่า? ผมก็แค่นำคำของหลวงพ่อพุธมา บอกเฉยๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 เมษายน 2013
  11. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    พระอรหันต์ 500 รูปที่ ประชุมทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งแรก มีพระมหากัสสปะเป็นประธาน มีพระอรหันต์ ฉฬภิญญา ปฏิสัมภิทา มากมายที่เข้าร่วมประชุม เช่น พระอานนท์ (ท่านพระอานนท์ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะจากพระพุทธเจ้าถึง 5 ตำแหน่ง) พระอุบาลี (เอตทัคคะด้านทรงจำพระวินัย) ท่านเหล่านี้ทันเห็นพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ได้รับฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าโดยตรง

    คุณคิดว่าท่านเหล่านี้ ปฏิบัติ ไม่ได้จริง ไม่ได้เห็นจริง หรือไม่มีความสามารถ พอที่พระพุทธเจ้า ซึ่งดับขันธ์ปรินิพพานมาแล้ว จะมาโปรดด้วยหรือเปล่าครับ?

    ขนาดพระอรหันต์ 500 รูปทำสังคายนา ท่านยังไปถามพระพุทธเจ้าที่ดับขันธ์ปรินิพพาน แล้ว เมื่อ 3 เดือนก่อนทำสังคายนา ไม่ได้เลย ว่าสิกขาบทเล็กน้อยที่พระพุทธเจ้าให้ถอนได้คืออะไร จึงต้องปรับอาบัติพระอานนท์ที่ไม่ได้ถามพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน และสุดท้ายเมื่อไม่รู้ว่า แค่ไหนเล็กน้อย ท่านก็ลงมติกันว่า จะไม่เพิกถอนแม้แต่ข้อเดียว
    ถ้าเอากายหยาบ หรือถอดกายทิพย์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่แดนนิพพานได้จริงๆ ทำไม่พระอรหันต์ 500 รูปไม่ทำล่ะ จะได้หมดข้อสงสัยเรื่องสิกขาบทเล็กน้อย ทั้งๆที่เรื่องนี้สำคัญ ต่อ พระศาสนา มากเลยนะ เพราะท่านเหล่านั้นรู้ไงว่า มันไม่ใช่ของจริง

    ลองคิดดูดีๆสิครับ แล้วที่เห็นพระพุทธเจ้าในนิมิต จะเป็นองค์จริงที่ไหนกัน นอกจากเป็นภาพที่จิตสร้างขึ้นมา

    และพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้เองว่าเมื่อกายของพระองค์แตกดับไปแล้ว เทวดาและมนุษย์จักไม่ได้เห็นพระองค์อีก (นอกจากรอพบพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป)

    ส่วนเรื่องพระพุทธเจ้าองค์แรก แม้แต่พระโคดมพุทธเจ้า ก็ไม่เคยตรัสถึงเลย ส่วนในอรรถกถาก็ไม่ได้พูดถึง มีคนไปถามพระโคดมพุทธเจ้าว่า ท่านมีอะไรเป็นที่พึ่ง ท่านตอบว่า ท่านมีธรรมเป็นที่พึ่ง ท่านไม่ได้บอกว่ามี พระพุทธเจ้าองค์แรกเป็นที่พึ่งเลย

    อีกอย่างนะ ไม่ว่าจะเห็นนิมิต อะไรก็ตาม ถ้าเห็นแล้ว กิเลส ไม่ได้ลดลง มีแต่ความถือตัว (มานะ) ว่า กูแน่ กูเก่ง การเห็นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 30 เมษายน 2013
  12. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    นิมิตนี่มันเจ๋งยิ่งกว่าหนัง 4 มิติอีกนะ

    พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านใช้นิมิต เป็นเครื่องมือในการพิจารณาอสุภะกรรมฐาน เพื่อตัดกิเลส
    บางท่านนั่งสมาธิเห็นตัวเองเป็นกายทิพย์ออกจากกายหยาบ แล้วมองดูกายหยาบเน่าเปื่อยผุพัง มีหนอนแทะจนเหลือแต่กระดูก และกระดูกก็ผุพังสลายไปไม่เหลือตัวตน ทำให้ท่านเกิดปัญญา ไม่ยึดมั่นในตัวตน ในร่างกาย พอท่านถอนจากสมาธิ ท่านก็พบว่ากายหยาบยังอยู่เหมือนเดิม ท่านจึงเล่าให้ฟังว่า นิมิต ที่มีกำลังสมาธิหนุนอยู่สมจริงมาก (เหมือนดูหนังสี่มิติ) แต่ไม่ใช่ของจริง ถ้าเป็นของจริงท่านก็ตายไปแล้ว คงเอาประสบการณ์แบบนี้มาถ่ายทอดศิษย์ไม่ได้
     
  13. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814
    นายรณจักร เราจะพูดอีกครั้ง แค่นี้แหละนะ จะไม่เข้ามาพูดอีก เถียงกันไปไม่มีประโยชน์ อันใดดอกนะ มีแต่โทษเท่านั้น ทำให้จิตเรา และนาย มัวหมองเปล่าๆ พระที่ท่านเข้าถึงแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของท่านๆจะไม่ทำ อ่านให้เข้าใจด้วยนะ ท่านรู้แค่ไหน ท่านจะสอนแค่นั้น อยู่ต่ำกว่า จะไปรู้ที่สูงกว่าไม่ได้ คุณธรรม ก็เช่นเดียว กัน ไม่ว่าทางโลกทางธรรม แม้แต่ พระอรหันต์ ในสมัยครั้งพุทธกาล พระพุทธองค์ จัดไว้แต่ละองค์ เลิศในด้านนั้นๆ และพระสงฆ์ทั้งหลาย ยังรู้ไม่เท่า พระอัครสาวก นายจะเอา พระไตรปิฎก มาอ้างอย่างเดียว นายปฏิบัติให้ถึง เสี้ยวเศษนิดเดียว ก็พอรู้ได้บ้างแล้ว

    อย่าเอาครูบาอาจารย์มาอ้างอย่างเดียว ท่านรู้แค่ไหน ท่านจะสอนเราแค่นั้น และเราคงเอาคำสอนของท่านมา ได้ไม่หมดหรอกนะ ครับ ฮาๆฮ่าๆๆๆฮ้าๆๆๆๆๆๆๆ แกคงมั่นใจความรู้ ของแกมากสินะ จึงขนพอง อย่างนี้ สิ่งไหน ถ้าเราไม่รู้ จักไม่พูด สิ่งใดผิด ก็ขออภัยไว้ที่นี้ด้วย สิ่งใด ไม่รู้จริง หรือประสบมาด้วยตนเอง ก็ไม่พูดเช่นกัน ถ้าขืนพูด มันเป็นกรรมแน่นอน และทั้งกรรมดี กรรมชั่ว มันให้ผลเรามาแล้ว ทั้ง ๒ อย่างในชาตินี้ ไม่ต้องรอ ชาติหน้าหรอก แล้วให้นายสังเกตุ ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ กรรม มันติด จรวจว่ะ บางครั้ง เราน่ะ นึกไม่ถึงเลย ว่าจะเป็นแบบๆ................


    กรรมฐาน ทุกสาย ท่านสอนไปที่เดียวกันคือพระนิพพาน แต่ละท่าน ๆได้มาในลักษณะใด ท่านก็จะเอา มาสอน ลูกศิษย์แบบนั้น หลวงปู่มั่น ท่านก็สอนในสายของท่าน สายอื่น ไปทำแบบนั้น คงไม่ชอบ สายหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็เหมือนกัน ท่านสอนแบบฉบับของท่าน หลวงพ่อสังวาลย์ มหานิกาย แต่ไม่จับเงิน และทอง แบบ ธรรมยุติ สวดมนต์แบบ บาลี แล้ว แปลให้พรเสร็จ สายท่านเคร่ง ยิ่งกว่า ธรรมยุติ บางวัดเสียอีกครับ แต่ละท่านเมื่อเข้าถึงธรรมแล้ว จะเป็นธรรมมะอันเดียวกันหมด ไม่แบ่งแยก ว่าสายไหน ท่านจะเคารพพ่อองค์เดียวกัน และเคารพในธรรม ของพระพุธเจ้า ทุกๆสาย เพราะปีกย่อยมีมากมาย


    สายหลวงพ่อฤาษี ท่านสอน แบบในสมัยครั้งพุทธกาล ทั้งทางโลกและทางธรรม เปรียบเสมือนยาหม้อใหญ่ ใครจะกินแบบไหนเลือกเอา กรรมฐาน ๔๐ มหาสติปัฏฐาน ๔ ท่านสอนไว้ครบ ฌาณโลกีย ท่านก็สอนหมด พระอรหันต์ ๔ แบบ ๔ ชั้น ท่านสอนหมด อารมย์พระอริยเจ้า ตั้งแต่ พระโสดาบัน ถึง อารมย์พระอรหันต์ ท่านก็สอนหมด แม้แต่อารมย์ พระโพธิสัตว์ ท่านก็สอนไว้หมดแล้ว ทั้ง ปัญญา ธิกะ ศรัทธาธิกะ และวิริยาธิกะ การทำอย่างไร จะให้บารมีเต็มเร็ว ท่านสอนไว้หมด ทุกๆด้าน ธรรมะ ธรรมชาดก คำสอนพระพุทธเจ้า เรากล้ากล่าวได้ว่า ในยุคนี้ ไม่มีใครสอน ได้แบบท่านอีกแล้ว ในโลกปัจุบันนี้ มีท่านองค์เดียวเท่านั้น ที่นำคำสอน ขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า มาสอนแบบ สมบูรณ์ที่สุด ในยุคนี้ แต่พวกลูกศิษย์ ก็มีหลายๆประเภท แล้วใครจะนำคำสอนของท่านนำไปปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด


    ที่ท่าน สอนแบบปัจจุบัน วิชชาสาม บวกอภิญญา วิชชาสามจริงๆ มันไปไม่ได้ สัมผัสได้ เห็นได้ คุยได้ แต่เอากายในไปไม่ได้ ท่านจึงสอนแบบง่ายๆที่ไปได้ผลเร็ว วิชชาสาม บวกอภิญญา เขาเรียก มโนมยิทธิ มีฤทธิ์ ทางใจ สามารถ เอากายในไปในภพ ภูมิต่างๆได้ สามารถพิสูตรนรก สวรรค์ได้ ว่ามีจริง ภพภูมิต่างๆมีจริง แต่ที่หลง ก็เยอะ ว่าตัวเองวิเศษ เหนือกว่าคนทั่วไป ในไม่ช้าก็เสื่อม ถ้าหลงตัวเอง ถ้าใครทำถึง โลกุตระ ก็ไม่เสื่อม ดูตัวอย่างพระเทวทัต ขนาดได้อภิญญา ๕ ยังเสื่อม และตกนรกอเวจีมหานรก ที่ หลวงพ่อท่านให้สอน สอนมโมยิทธิ เป็นเครื่องพิสูตรในพระพุทธศาสนา ว่าทุกอย่างมีจริงๆ ได้ง่ายทำง่ายไปง่าย รู้ง่าย และคนที่จะได้ ก็ต้องได้ มาแล้ว ในอดีด จนนับชาติไม่ถ้วน หรือได้มาแล้วเป็น แสนๆชาติ
     
  14. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814
    สายต่างๆที่กล่าวมา ล้วนแล้ว ลูกศิษย์ ทั้งผู้หญิงผู้ชายที่ได้คุณธรรม เป็นพระอรหนต์ ร่างกายเป็นพระธาตุ ร่างท่านแข็งเหมือนหิน ที่ยังไม่เผาหรือเผาแล้ว สายหลวงปูมั่น สายหลวงพ่อวัดปากน้ำ สายหลวงพ่อ สังวาลย์ สายหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง มีให้เห็นหลายองค์ที่ยังไม่เผา พระหลวงพี่ยุต วัดพระพุทธบาท เขาน้อย เมืองกาญจนบุรี หลวงพ่อสุทิน วัดแม่สลาภ เชียงใหม่ แม่ชีประทุม ปากช่อง เป็นต้น และสายอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะ หลวงพ่อ ฤาษี วัดท่าซุง ท่านหน้าที่ ของท่านหลายด้าน พระศรีอริยเมตตรัย มาให้ท่านสร้างรูปท่าน ปางเทวดา มาให้หลวงพ่อดู ตัวอย่างไม่แน่ใจว่า ถึง ๒ วันหรือไงนี่แหละ ให้จำรูปร่างหน้าตา เนื้อ องค์ท่านๆบอกหมดครับ


    และท่านบอกว่า ให้หลวงพ่อ ฤาษีวัดท่าซุง สอนลูกศิษย์ท่านด้วย เพราะตอนที่ หลวงพ่อมีชีวิตอยู่ ลูกศิษย์ พระศรีอารย์มาเกิดในยุคนี้ ๑ แสนกว่าคน หรือ ๓ แสนกว่าคนนี่แหละ จำผิดขออภัยครับ คนที่จะไปเกิด ในยุคท่าน ต้องทำตัวอย่างไร หลวงพ่อท่านสอนไว้หมดแล้วครับ นี่คือหน้าที่ของท่าน ที่ต้องทำ และสอน และท่านทำหน้าที่ ของท่าน พระท่านบอก ให้ท่านทำหน้าที่ของ พุทธภูมิ แม้ลาแล้วก็ตาม เพราะ หลังจากที่ท่าน สอน คนที่มีสิทธิ์ จะไปนิพพานได้ ประมาณ ๗ แสนกว่าคน ไม่ใช่สาย ท่านสายเดียว สายอื่นๆด้วย ทุกสายที่ สอนตรงถึงพระนิพพาน และคนที่มี บารมีน้อย ไม่ถึงนิพพาน ท่านจะสอน ให้ไปแค่ สวรรค์ชั้น ดาวดึง สเทวโลก สมเด็จองค์ ปฐม สมเด็จองค์ ปัจุบัน ลูกหลานบริวาร ท่านปู่พระอินทร์ อีก ที่ยังอยู่ยังไปนิพพานไม่ได้ ท่านได้ฝาก หลวงพ่อฤาษี ให้สอนด้วย และอีกหลายๆท่าน อย่างเลวให้ไปอยู่ ดาวดึง พระศรีอารย์ มาตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าได้ฟังธรรม ก็จบกิจกันบ้าง เป็นพระอริยเจ้าบ้าง

    นี่คือหน้าที่ของท่าน ที่มาจากพุทธภูมิ งานพระศาสนา ท่านทำไว้ ให้ประจักแก่โลกมากมาย ถาวรวัตถุ ด้าน ศาสนา พระมหากษัตย์ ประเทศชาติ มีใครทำได้เหมือนท่านบ้าง ในหลวงให้ทรงตั้ง ธนาคาร ข้าว และศูนย์สงเคราะ ในถิ่นทุระกันดาร ท่านต้องไปแจกจ่าย ให้แก่ราษฎร ทุกด้าน ไม่สามารถ นำมาอธิบายได้หมด ผมขอถาม พระสงฆ์ ในยุคปัจจุบัน จะทำได้เหมือนท่าน หรือเปล่า ผมได้กล่าวมาแล้ว พระแต่ละองค์ ไม่มีหน้าที่ จะไม่ทำ และอยู่ที่การ สั่งสมบารมีมาเฉกเช่นเดียวกัน และผมได้กล่าวตัวอย่างมาบ้างแล้ว ในหัวข้ออื่นๆ ที่แล้วมา ณปัจจุบัน ได้มีสาขา และสายหลวงปู่หลวงพ่อต่างๆ ที่เข้าใจในธรรม ให้ความสำคัญ แล้วในทุกๆกรณี


    ร่างท่านยังอยู่ในโรงแก้ว ไว้ให้คนได้ มาสักการะ กราบไหว้ อธิฐนจิต ขอพร ท่านเคยกล่าวไว้ว่า การไม่มีร่างกาย มนุษย์ ช่วยเหลือ คนและสัตว์ หรือโลกอื่นๆได้ง่ายกว่า มีตัวตนอีก จะไปไหนมาไหน ช่วยได้สะดวก หลายล้านแสนเท่าน ท่านเคยพูดว่า ถ้าท่านอยากจุรู้ ใจคนทั้งโลก ใครคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่ ประเทศประเทศไทยประเทศเดียว สามารถที่จะรู้ พร้อมกันยังได้เลย
     
  15. Ron_

    Ron_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    568
    ค่าพลัง:
    +1,284
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านก็ดีของท่าน

    แต่อย่ายึดติดครูบาอาจารย์จนลืมพระพุทธเจ้านะครับ

    สิ่งที่ผมนำมาพูดก็นำมาจากที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ดังบันทึกในพระไตรปิฎก และก็คำสอนของ พระสุปฏิปัณโณ ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดขึ้นมาแล้วขนพองอย่างที่คุณบอก

    ที่ผมเตือนคุณว่าอย่าติดในนิมิตก็หวังดี เพราะครูบาอาจารย์ที่ผมไปศึกษาท่านก็สอนผมแบบนี้เหมือนกัน เลยเอาคำสอนท่านเหล่านั้นมาแบ่งปัน

    ก็ขอให้โชคดีละกัน
     
  16. justpon

    justpon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    124
    ค่าพลัง:
    +467
    เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากเคยอ่านหนังสือของ คุณแม่จันดี โลหิตดี ( น้องสาวของหลวงตามหาบัว) ตอนที่ท่านบรรลุธรรมนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จไปหาและประทับรอยพระพุทธบาทให้เพื่อเป็นสิ่งยืนยัน หลวงตามหาบัวท่านยังถามคุณแม่จันดีเลยว่าเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ไหน ท่านตอบว่าเป็นสมเด็จองค์ปัจจุบัน บางครั้งสิ่งที่เราไม่เห็น ไม่รู้ หรือ รู้ไม่จริง ไม่ใช่ไม่มี วิสัยของพระพุทธเจ้าใครบ้างจะทราบ ขนาดท่านปู่พระอินทร์ยังเนรมิตกายไปทดสอบพระโสดาบันได้เลย (สุปพุทธกุฎฐิ) แล้วพระพุทธเจ้าท่านเป็นยิ่งกว่าพระอรหันต์จะทำไม่ได้หรือ

    ผมจะขอพูดครั้งนี้สำหรับเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะพูดมากก็ไม่ได้อะไร วิสัยต่าง บำเพ็ญบารมีมาต่างกัน ว่ากันไม่มีจบหรอก เพราะตัวเองก็ไปหมดสายหลวงปู่มั่น หลวงพ่อวัดท่าซุง ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่ก้าวล่วงเลยคือ การจาบจ้วง และ ล่วงเกิน หลวงปู่ หลวงพ่อทั้งหลาย ธรรมที่ท่านทั้งหลายได้มา รู้มา คิดว่า เราจะได้เศษเสี้ยวของท่านไหม ถ้าคิดว่าไม่ก็อย่าไปอคติ ธรรมดาดีที่สุด คือ เฉย ๆ เสีย คิดมากยากนาน ปรามาสท่านสาหัสนะครับ
     
  17. poon-pan

    poon-pan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    2,297
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +7,120
    ขอรบกวนพี่บุญทรงด้วยครับ ผมขอสอบถามถึงพระองค์ที่พี่บุญทรงได้เล่าไว้ในเหตุการณ์วันนั้น คือพระที่อยู่ในรูปนี้หรือไม่ครับ

    ?temp_hash=be86fe08b2973eba366a13fd6ef6a74e.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...