พบวัดพิลึก ห้ามไหว้พุทธรูป

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 26 กรกฎาคม 2008.

  1. เวลา

    เวลา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +3
    เจตนาเป็นตัวกำหนดการกระทำ พระพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายก็คงจะเป็นท่านเพราะไม่ให้ ไห้วพระพุทธรูปที่เป็นทองเหลือง
     
  2. เด็กอนุบาล

    เด็กอนุบาล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    691
    ค่าพลัง:
    +4,154
    พุทธองค์ทรงตรัส "นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา" ความกตัญญูรู้คุณเป็นเครื่องหมายของคนดี

    พุทธบริษัททั้งหลายพึงกตัญญูรู้คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์

    เมื่อเรากตัญญูรู้คุณพ่อแม่เรา นอกจากเราจะเชื่อฟังคำสั่งสอนท่านแล้ว เราจะ
    --ไม่เลิกกราบไหว้แสดงความเคารพต่อพ่อแม่เรา
    --ไม่ทำลายรูปแทนตัวของพ่อแม่เรา ตรงกันข้ามมีแต่จะจัดสร้างและหมั่นกราบไหว้บูชารูปแทนท่าน
    --ไม่ขัดศรัทธาที่ผู้อื่นมากราบไหว้พ่อแม่เรา มีแต่สนับสนุน ยินดี

    เมื่อเรากตัญญูรู้คุณพระพุทธเจ้า นอกจากเราจะเชื่อฟังพระธรรมของพุทธองค์แล้ว เราจะ
    --ไม่เลิกกราบไหว้แสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้า
    --ไม่ทำลายรูปแทนตัวของพระพุทธเจ้า ตรงกันข้ามมีแต่จะหมั่นจัดสร้างและกราบไหว้บูชารูปแทนท่าน
    --ไม่ขัดศรัทธาที่ผู้อื่นมากราบไหว้พระพุทธเจ้ามีแต่จะสนับสนุน ยินดี

    คนที่สร้างพระพุทธรูปและบูชาพระพุทธรูป เป็นบุญและเป็นปัจจัยไปสู่พระนิพพานในที่สุด
    คนที่ทำลายพระพุทธรูปและทำลายกำลังใจผู้ที่ต้องการบูชาพระพุทธรูป จึงได้บาปอันเป็นปัจจัยไปสู่นรกเป็นที่สุด

    ท่านผู้ไม่ปรารถนานรกภูมิ พึงอย่าสนับสนุนและอย่าเผยแพร่แนวคิดอันแสดงความอกตัญญูต่อพระพุทธเจ้าอย่างนี้เลย

    ผมช่วยเตือนสติท่านได้เต็มที่เท่านี้ครับ ต่อไปผมขอวางอุเบกขา
     
  3. เรายังเลว

    เรายังเลว Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +50
    ไม่น่าเลย ปรามาสพระพุทธเจ้าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อวิชชาบดบัง มีอเวจีเป็นที่ไป
     
  4. ดุสิตบุรี

    ดุสิตบุรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    151
    ค่าพลัง:
    +273
    ธรรมะที่เกิดจากความเห็นของตน ไม่ได้เกิดด้วยการปฏิบัติจริง

    ทำให้ท่านเป็น "มิจฉาทิฎฐิ" ไปเสียแล้ว

    ได้ข่าวว่ามีการทุบทำลายพระพุทธรูปและเอาฝังดิน พร้อมนำน้ำกรดมารดด้วย จริงหรือเปล่าครับ

    อวิชชา คือความไม่รู้ เมื่อมีอวิชชาก็ย่อมมีทุกข์ แต่อวิชชาที่ทำให้เป็น "มิจฉาทิฏฐิ" ได้ขนาดนี้น่ากลัวมากๆครับ

    เกิดกี่ภพกี่ชาติขอให้ได้เกิดเป็นมนุษย์มีเพศที่บริสุทธิ์ อวัยวะครบ 32 ประการ เกิดในตระกูลสัมมาทิฏฐิ ตระกูลมหาเศรษฐีผู้ใจบุญค้ำจุนพระพุทธศาสนาและขอให้มีญาณทัสนะที่ไม่ขัดข้อง รู้ถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริงใจทุกสิ่งทุกประการ ขอให้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในกฏแห่งกรรม สามารถสั่งสอนตักเตือนตนเองได้ มี " สัมมาทิฏฐิ" ที่ถูกต้อง คิดสอนตักเตือนตนเองได้ รักษาได้มั่นคงจนหมดสิ้นอายุขัย ไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
     
  5. พิสูตร

    พิสูตร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    453
    ค่าพลัง:
    +67
    ไม่เห็นด้วยครับ
     
  6. ปิยธรรมโม

    ปิยธรรมโม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    473
    ค่าพลัง:
    +346
     
  7. เสรีชน

    เสรีชน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2008
    โพสต์:
    304
    ค่าพลัง:
    +727
    ธรรมนั้นเเลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
     
  8. หน้ากากเสือ

    หน้ากากเสือ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    873
    ค่าพลัง:
    +2,001
    หลวงปู่ดูลย์เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับนิมิตรต่างๆว่า
    "สิ่งที่ท่านเห็นนั้น ท่านเห็นของท่านจริง แต่สิ่งที่ท่านเห็นนั้นมันไม่จริง"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 27 กรกฎาคม 2008
  9. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือมีการเผยแพร่สื่อของท่านออกไปเยอะมากๆ

    น่าจะกว่าหมื่นก้อปปี้แล้ว ตรงนี้ต้องมาตามแก้ ทิษฐิกันอีก
     
  10. chonthipat

    chonthipat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    163
    ค่าพลัง:
    +574
    การสอนธรรมนั้นถ้าผู้สอนยึดถือแต่พระไตรปิฏกอย่างเดียว โดยไม่ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานควบคู่กันไปด้วยแล้ว ก็เปรียบเหมือนมีอาวุธแต่ใช้ไม่เป็น และอาวุธนั้นอาจเป็นอันตรายแก่เราสักวันหนึ่ง ต่างคนต่างความคิดแต่ดังที่พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ถึงบัวสี่เหล่า ทุกท่านคงเคยได้ยินได้ฟังมา อันนี้ใครจะเชื่อคำสอนของท่านก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล
    แต่ที่ผมในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งที่มีความรักในพระพุทธเจ้าอย่างหาประมาณมิได้คงจะยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาปรามาสพระองค์ได้ถึงขนาดนี้
    ถ้าทุกคนคิดอย่างอาจารย์เกษมหมดต่อไปพวกรูปปั้นอนุสาวรีย์ต่างๆที่คนสร้างไว้ให้คนระลึกถึงคุณงามความดีต่างๆของบุคคลเหล่านั้นได้ทำไว้ให้คนรุ่นหลังได้ประพฤติเป็นแบบอย่างก็คงไม่ต้องมีและถ้าเป็นอย่างนี้ผมรับรองได้ว่าประวัติศาสตร์ต่างๆคงต้องจางหายไปเป็นแน่แท้ ถ้าพูดตามหลักความจริงถ้าไม่มีสิ่งพวกนี้อยู่รับรองว่าการสั่งสอนลูกหลานรุ่นต่อไปความชัดเจนและความจริงต่างๆจะค่อยบิดเบือนไปและคงจะหายไปในที่สุด พระพุทธรูปเปรียบได้ดั่งตัวแทนของพระพุทธองค์และคำสอนของพระพุทธองค์และแม้ว่าท่านจะดับขันธ์ปรินิพานไปแล้วแต่ก็เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราได้เปรียบเสมือนได้อยู่ใกล้พระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลานักปฏิบัติหลายท่านคงจะทราบดี
    ขออนุโมทนากับคุณ เวป Snowและทุกท่านที่เคารพในพระพุทธเจ้าครับ
     
  11. MVPhoenix

    MVPhoenix เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    86
    ค่าพลัง:
    +102
    เห็นด้วยนะครับ แต่สำหรับกรณีนี้ น่าจะเป็นการปฏิบัติโดยไม่สนใจปริยัติมากกว่า
    เลยไม่มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นสัมมาสมาธิ ผมเคยได้ยินพระท่านบ่นว่าสมัยนี้
    พระบวชใหม่บางพวกก็สนใจปฏิบัติ โดยไม่สนใจปริยัติิ แล้วจะปฏิบัติถูกทางได้อย่างไร
    หรือบางพวกก็เรียนแต่ปริยัติไม่สนการปฏิบัติ เรียนไปสูงๆแล้วก็สึกไปเป็นลูกเขยโยม
    กันหมด.....
     
  12. chaina

    chaina สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    วิปัสสนูปกิเลส เข้าครอบงำ
    ปฎิบัติแล้วข้าม วิปัสสนูปกิเลส ไม่ได้ ทำให้หลงผิด เป็นมิจฉาทิฎฐิไปก็มาก
    http://www.nkgen.com/19.htm
     
  13. ทางธรรม

    ทางธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    217
    ค่าพลัง:
    +390
    พระพุทธรูป เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาให้ประชาชนกราบไหว้และรำลึกในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทำดี เว้นชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ ท่านสอนให้ไม่ยึดติด ถ้าคิดจะเอาป้ายไปติดหรือจะให้บุคคลทั่วไป ที่ไปวัด เกิดความสงสัยก็ทำไป แต่ทำไปแล้ว เข้าสู่นิพพานได้จริงหรือเปล่า อยู่ที่บุคคลนั้นยึดถือปฎิบัติมากกว่า เราเชื่อในพระพุทธองค์ เชื่อในคำสอนของพระพุทธองค์ อนุโมทนาสาธุ
     
  14. ขอมจำแลง

    ขอมจำแลง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    408
    ค่าพลัง:
    +1,265
    *** เอ ไม่ทราบว่าธรรมมะนั้น พระท่านเมตตาสอนกัน ในเรื่องใดบ้าง พอจะแยกหมวดหมู่กันออกได้ เป็น ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา และระดับการปฏิบัติท่านก็ต้องเกาะรูป เกาะนามก่อน เพื่อให้เกิดสมาธิ เช่น เกาะรูปนิมิต หรือ อารมณ์กรรมฐาน และเมื่อตั้งใจเกาะจนพอ มีกำลังสมาธิ ก็จะพลิกไปมีสติพอก็จะรู้รอบจนเป็นปัญญาขึ้นมาได้
    *** มีพระที่ท่านภูมิธรรมสูงมากๆท่านหนึ่งสอนว่า หากไม่รู้จักการเกาะ หรือยึดติดก็ไม่รู้จักการวาง หากจะเดินไปที่สูง ไม่มีราวหรือกิ่งไม้ให้เกาะ ก็ขึ้นไปยาก มิใช้ให้ท่านเกาะแล้วยืนอยู่เพลินๆ ไม่ต้องเดินขึ้นไปเสียเมื่อไรกันเล่า อยู่ที่ปัญญาของแต่ละตนจะรีบเดินขึ้นไป หรือ ค่อยๆเดิน สุดแล้วแต่จริตจิตใจด้วยนะครับ และอาจเป็นที่วิบากกรรม เช่นบางท่านอธิษฐานมาบางสิ่งบางอย่าง แล้วขวางการปฏิบัติ ทำให้เนิ่นช้า หรือผู้ปรารถณาเป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก ก็นานกว่าเขา แล้วระหว่างนั้นเขาจะเอานิพพาน เลยมันจะไปได้หรือครับ มันก็ต้องมีทีพักที่เกาะของใจก่อน
    *** ที่พักของใจ เมื่อเราเป็นคน เป็นวัตถุ เราก็ต้องติดกับมันเพราะสังโยชน์ยังมี เรายังไม่ใช่พระอรหันต์เราจะกระโดดไปละเลยมัน หลอกตนเองชัดๆ จนลืมพระรัตนไตร รูปเคารพที่เราเองกราบไหว้มาตั้งนมนาน เหมือนได้หน้าลืมหลัง จะละรูป ละนาม ไม่ยึดติด แต่ไม่ได้ละที่ใจ ไปแสดงออกหรือกระทำต่อวัตถุ แต่ใจดูมีทิฏฐิ ข้อความก็ดูมีคติบางอย่างที่มุ่งจะให้มองว่าขัดแย้งนะ รูปเคารพกับธรรมมะ
    *** สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ท่านไม่เชื่อเรื่องอิทฤทธิ เรื่องเครื่องลางของขลัง อาจเพราะท่านเห็นว่ามันไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ แต่เมื่อภายหลังท่านได้เป็นผู้สังคยนาพระไตรปิฎก คงเพราะท่านมีปัญญาจริงๆ จึงเชื่อถือ ว่าเป็นเรื่องที่ยึดถือได้ครับ อย่างน้อยก็ไม่ลงนรกครับ เพราะเป็นอนุสติ 10 อาทิ พุทธานุสสติ
    *** แต่หากจะแนวไม่ยึดเลยนี่ อินทรีย์ 5 ที่จะทำให้บรรลุมรรคผล ท่านคงจะต้องทราบ กล่าวคือ ศัทธา ปัญญา วิริยะ สติ สมาธิ ท่านว่าต้องมีอะไรบ้าง อะไรต้องมีเสมอกัน และอะไรมีมากได้ ท่านที่จะแนวไม่ยึด นี่คงต้องปัญญาทางธรรมมากจริงๆ บารมีมากแบบผลไม้สุกเต็มที่แค่สะกิตนิดก็ล่วงลงมาให้ได้มรรค ได้ผลกันเลย ฟังแค่ประโยคเดียว หรือฟังเทศน์จบเดียวก็ได้ดวงตาเห็นธรรม
    *** ยึดดีกว่า แต่ยึดแบบเตือนตนเองเสมอๆว่ามันไม่แน่ มันมีสภาพพังทั้งหมด เราจะวางก็ต่อเมื่อปัญญาเกิดจริงๆ มิใช่คิดเอา ว่ายึดไม่ได้เช่นที่เข้าใจกันอย่างนี้ แนวมหาสติปัฏฐานท่านยังไม่สอนเช่นนี้เลย คงเป็นที่จริยาท่านอาจารย์ท่านนี้เป็นส่วนตัว ท่านอาจได้ธรรมก็ได้ แต่ผมว่าโลกกับธรรมต้องเข้าลักษณะที่พระท่านหนึ่งสอนไว้ว่า โลกไม่ช้ำ ธรรมไม่เสีย หากชาวบ้านมาแล้วพบแบบนี้ คงเสียแน่ๆครับ แบบนี้
    *** ได้ยินมาว่าลูกศิษย์ท่านเป็นผู้คงแก่เรียนมาก บางท่านก็อ่านพระไตรปิฎกกันมากๆครับ
    *** อย่างไรก็ขอให้ เหตุการณ์เป็นปกติโดยเร็ว ขอให้หยุดการกระทำนี้ แต่ไม่ห้ามท่านที่จะเห็นอย่างไร แต่พระพุทธรูปเมื่อเขาศัทธานำมาถวายนั้นตกเป็นของสงฆ์ ควรที่จะดูแลรักษา มิควรทำลาย
    *** เฉกเช่นรูปกายท่าน เมื่อไม่ยึดติดเสียแล้ว ท่านเคยคิดบ้างไหม ที่จะทำลายมัน เพื่อแสดงให้รับรู้ว่าร่างกาย ชีวิต เราไม่ยึดติด ที่ไม่ทำลาย หากก็เพราะมันมีของมันอยู่เอง ไม่ไปทำมันให้เจ็บตัวเป็นเวรกับตัวเอง พระพุทธรูปก็เช่นกัน ท่านมีของท่านอยู่เองเช่นกัน ตามกรรม ตามกระแส เปลี่ยนแปลงไปตามกฏพระไตรลักษณ์ เราไม่ควรไปบังคับฝืนใจ ให้เจ็บใจใคร(เพราะเป็นกรรมกับผู้ถวายและพุทธสานิกชนด้วย) เพราะไม่ได้ดั่งความคิดเรา ว่านี่มันวัตถุนะ พระไตรปิฎกสอนไม่ให้ยึดมัน ...นี่ก็แสดงว่าเข้าใจไม่ใคร่จะตรงกับแนวที่เขาปฏิบัติโดยทั่วๆไป
    ***
    *** หากท่านเป็นผู้ทรงภูมิธรรมสูงกว่าข้าพเจ้า หรือท่านหรือผู้หนึ่งผู้ใดเห็นว่าเช่นนั้น ข้าพเจ้ากราบขอขมากรรมท่านทั้งหลายนะที่แห่งนี้ด้วยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กรกฎาคม 2008
  15. อรมณีจันทร์

    อรมณีจันทร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    993
    ค่าพลัง:
    +491
    ดิฉันรู้จักพี่ผู้หญิงอยู่ 1 คน

    เธอสอนให้ดิฉันเบิกบุญเก่ามาให้ พวกเจ้ากรรมเวร

    แล้วยิ่งให้บุญพวกนี้เยอะเท่าไหร่ บุญของเราก็ยิ่งงอก เหมือนยิ่งให้ ก็ยิ่งงอก

    สักพักมาบอกว่า ไม่ให้ดิฉันสวดมนตร์ ไหว้พระ เพราะ วิญญาณที่อาศัยในบ้านของเราจะอยู่ไม่สงบ มันไม่ดีเป็นรบกวน ภูติผี ต่อไปพวกผีจะแค้นใจแล้ว มาแก้แค้นเรา และจะทำให้เราอยู่ในบ้านอย่างไม่สงบสุขทางบ้าน เดือดร้อน วุ่นวาย ( ผีมันแน่กว่าเทพเหรอหว่ะ) การสวดมนตร์ เหมือนเราคุยกับเทพ นะคะ

    แถมสอนให้เน้นการทำบุญ แล้วอทิศบุญให้เจ้ากรรม นายเวรมากที่สุด ให้เบิกบุญเก่าออกมาใช้ให้มากๆ แล้วให้อุทิศให้กับ เจ้ากรรม นายเวร ที่เป็นเชื้อโรค ต่างๆด้วย(ที่เราต้องกินยาฆ่าไวรัสในร่างกาย การล้างมือจัดว่าบาปฉ

    แถมบอกอีกว่า พวกเป็นมะเร็ง เพราะ เจ้ากรรม นายเวรเชื้อโรคอาฆาตมากทำให้เป็น มะเร็ง

    พวกหมอเนื่ยบาป ฆ่าเชื้อโรค ( จัดว่าบาป)


    เธอบอกว่าไม่ให้ดิฉันห้อยพระ ไม่ให้สวดมนตร์ (แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้ไหว้นะคะ)

    ก็ไม่ถึงขนาดบอกว่าให้ดิฉันเอาพระไปทิ้งนะคะ

    ดิฉันรับคำสอนของหลวงพ่อไม่ได้ 3 อย่าง

    1........ยิ่งสวดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไปรบกวนพวกผี ทำให้วิญญาณ อาฆาตแล้วจะ มารบกวนคนในบ้านให้เดือดร้อน ( ห้ามสวดมนตร์ไม่ต้องสวดมนตร์)

    2.....ดูวีซีดีของท่านรู้สึกว่าท่านจะ พูดไม่ดีเกื่ยวกับ แม่ธรณี(ดิฉันเลยไม่พอใจเท่าไหร่ เพราะถ้าดิฉันเชื่อที่ท่านสอน มันแปลว่า พระไตรปิฎกไม่น่าเชื่อ)

    3......ให้ทำบุญอย่างเดียว แล้วเบิกบุญเก่าให้พวกเจ้ากรรมนายเวรมากๆ
    ( ยิ่งเราเบิกให้มากเท่าไหร่ บุญยิ่งงอก) ขอโทษนะคะ มันเนื้องอกเปล่าคะ
    บุญสร้างก็ยาก มันสามารถงอกได้เองจริงเหรอ?
    พูดยังกะว่า ปล่อยเงินกู้ แล้วรอเก็บดอกเบี้ยกินสบายๆ


    ดิฉันเลิกฟังพี่คนนั้นไปเลยนะคะ เพราะเธอทำให้ดิฉันสับสนในหลักคำสอนมาก
    ดิฉันรู้จักกับ พี่สาวอยู่1คน คุณพ่อของเธอเป็นโรคมะเร็งต้องผ่าตัดหมอบอกว่าให้เตรียมทำใจไว้ เพราะ โอกาสรอดน้อยมาก
    พี่ผู้หญิงคนนี้เธอกลัวพ่อของเธอจะตาย เธอเลยอธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดขอเบิกบุญเก่าทั้งหมดของเธอให้ คุณพ่อให้หมด ขอให้รอดตาย และ หายเป็นปรกติ ปรากฎว่ารอดตายจริงๆ แถมแข็งแรงดี กลับมาเป็นปรกติแต่ตัวเธอเองหลังจากอธิศฐานแบบนั้น ดวงซวยมาตลอด ทั้งแฟนทิ้ง ทั้งตกงาน ทั้งมีปัญหาสารพัด สารเพ แบบว่าดวงซวยมากทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว มีแต่คนหาเรื่อง


    ดิฉันเคยอธิษฐานว่า ถ้าชาติที่แล้วเคยทำอะไรมา ชาตินี้อยากจะขอใช้กรรมเก่าให้หมด ( ตอนนั้นอยู่ประถมเองนะคะ) แต่ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนไม่รู้ คิดว่าก่อนลงมาเกิดคงตั้งใจอยากจะลงมาใช้กรรม เพราะดิฉันอธิษฐานแบบนั้นไป

    ทำให้ดิฉันมีปัญหาทั้งเรื่องไม่ดี ทั้งเรื่องเล็ก ไปเรื่องใหญ่
    เข้ามาหาบ่อยมาก แบว่าดวงซวยไม่รู้จะซวยยังไง

    พอดวงตกเจอเรื่องไม่ดีเข้ามามากๆ เรียนก็แย่ รักก็แย่ เพื่อนก็เอี้ย โดนฟ้อง โดนผู้ใหญ่ตำหนิโทษทั้งที่ไม่ผิด เงินหายบ้าง มีคนใส่ร้ายทำให้เดือดร้อน เจอเด็กติดยาจะมาไถเงินแต่หนีทัน เจอขโมยเงิน เจอโกง เจอแกล้ง โดนของจนเกือบตาย ช่วงไหนดวงขึ้นก็จะดวงดีมากๆไม่ค่อยซวย แต่พอถึงคราวดวงตกทีไร ขนาดระวังตัวแจยังซวยหนักเลย

    ดิฉันเลยอธิษฐานจิตใหม่ ถ้าชาตินี้ หรือชาติที่แล้วทำเลวอะไรไว้ ขอไปใช้กรรมชาติหน้า ชาตินี้ถ้าสามารถเป็นไปได้จะไม่ขอให้กรรมเก่า หรือ กรรมใหม่แล้ว เพราะที่ผ่านมาจะตายอยู่แล้วขอไปใช้ชาติหน้าแล้วกัน ถ้าเจ้ากรรมนายเวรฟังอยู่ก็ขอให้อโหสิกรรมให้แล้วจะทำบุญอุทิศไปให้ ไม่ให้ขาด ถ้าไม่อโหสิกรรม ก็ค่อยว่ากันใหม่

    ดิฉันเลยไม่ค่อยเชื่อเรื่อง แบ่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวรไปแล้ว บุญจะงอกมากกว่าเดิมนะถ้าทำญก็คือให้เขาไปเลย ไม่คิดว่า ให้เพราะหวังว่าบุญมันงอกได้

    ( ดิฉันเลยขอ อภิปรายไม่ไว้วางใจคำสอนแนวใหม่ของหลวงพ่ออีกคนคะ ..........)

    โหวตตตตตตตตต ........ 1 คะแนนเสียง ไม่ขอไว้วางใจในคำสอน.....ของหลวงพ่อ

    ปล...ถ้าดิฉันทำตามหลวงพ่อ ป่านนี้ ตายไปแล้ว

    เพราะหลวงพ่อเล่นบอกว่ากับลูกศิษย์ว่า
    พวกโดนของ ท่านจะรักษาได้ ก็ต่อเมื่อ ต้องรอให้มัน สุกงอมเต็มที่ก่อน ท่านถึงจะยอมรักษาให้( ให้ตายก่อนมากกว่ามั๊งคะ)

    ถ้าโดนหนักรักษา ยากนะคะ

    ดิฉันคน สวดมนตร์ไหว้พระ
    พวกกุมารทอง(เทพ) ก็ชอบฟังบทสวด ชอบฟังเพลงเจ้าแม่กวนอิมที่ดิฉันเปิดมากๆ แต่พวกผีจะหนี ยกเว้นผีบ้านผีเรือน จะชอบมาฟังด้วย ดิฉันเจอมาแล้ว ตอนสวดมนตร์ มีเงาดำ มายืนฟังอยู่ห่างๆ (ไม่ได้ทำอันตรายดิฉันนะคะ)ท่านบอกว่า ฤทธิ์ของท่านเยอะมาก แต่ไม่รู้ว่าเป็นทางไหนกันแน่ ตอนนั้นดิฉันคิดว่า

    เพราะทำทานเยอะมากๆ เลยได้บุญฤทธิ์มาง่ายๆ
    ไม่ต้องฝึกกสินมาตอนนี้ไม่แน่ใจเลยคะ เพราะเบิกบุญให้เขาหมด
    แล้วจะเอาบุญที่ไหนใช้อ่ะคะ

    มีธนาคารบุญให้กู้ได้เปล่าคะ<!-- / message --><!-- sig -->
    __________________
     
  16. อรมณีจันทร์

    อรมณีจันทร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    993
    ค่าพลัง:
    +491

    จริงเหรอคะ ไม่อยากจะเชื่อเลย
     
  17. จรัล

    จรัล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    295
    ค่าพลัง:
    +404
    อาจารย์เกษมท่านไม่ยอมเลี้ยงลูกอ่อน ท่านจะให้เด็กเพิ่งเกิดพูดได้เลย วิ่งได้เลย ท่านจะสอนให้คนรู้และจบปริญญาตรีเลยโดยที่ไม่ให้เรียนป.1 การปฏิบัต้ธรรมมันต้องเป็นขั้นเป็นตอนไป ค่อยๆละค่อยๆคลายค่อยขัดเกลาไปเรื่อยๆ ถึงที่ ถึงเวลาแล้วเข้าใจแล้วเขาย่อมที่จะรู้เองว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไร คนเรามีความคิด มีปัญญา มีบารมีสร้างสมมาไม่เท่ากัน เทศน์คำสองคำจะให้บรรลุเลย รู้เรื่องเลย เข้าใจเลยว่าอะไรควรไม่ควรที่จะยึดที่จะติดนั้นมันมีกี่คน และที่สำคัญการไหว้พระกราบพระพุทธรูปการสวดมนต์ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายอะไร เป็นพุทธานุสติ ธรรมานุสติ เป็นสังฆานุสติ หากจะสอนว่าการสวดมนต์ที่ถูกต้องควรที่จะรู้คำแปลและความหมาย ไม่ควรสวดไปแบบนกแก้วนกขุนทองนั้นผมเห็นด้วย และเมื่อนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้วก็ไม่ควรที่จะไปนับถือเทพองค์ใดของศาสนาใดหรือสัทธิอื่นใดมาเป็นที่พึ่งอีกอันนี้ผมก็เห็นด้วย เรื่องเครื่องลางของขลังก็เหมือนกันหากไม่ใช่พระพุทธรูปหรือรูปของพระพุทธเจ้าและพระสุปฏิปัณโณแล้วอย่าไปงมงายกับมันผมก็ว่าถูกต้อง สรปแล้วผมก็ไม่ได้ว่าใครหรือว่าอะไรท่านอาจารย์เกษม แต่ท่านควรที่จะมีวิธีการชี้นำที่ดีกว่านี้ อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่าครับ ผิดพลาดประการใดกระผมกราบขออภัยทุกๆท่านครับ
     
  18. ซุปเปอร์แมน

    ซุปเปอร์แมน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    172
    ค่าพลัง:
    +194
    ก็อยากทราบว่าเวลาลูกศิษย์ของหลวงพ่อเกษม เวลาไปพบหลวงพ่อเกษมได้ไหว้หลวงพ่อหรือเปล่า ถ้าไหว้ขอถามว่าไหว้ทำไมก็หลวงพ่อไม่ใช่พระพุทธเจ้า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กรกฎาคม 2008
  19. artty

    artty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    662
    ค่าพลัง:
    +2,385
    ไม่ออกความเห็นดีกว่าค่ะ
     
  20. nopam

    nopam สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +1
    หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต หลงติดสมมติและวัตถุ ไปไหนไม่ได้เลย ชื่อท่านอะไรน๊าครั้งสมัยพุทธกาล ที่ใจติดอยู่กับจีวรที่พี่สาวทำถวายให้น่ะ ตายไปเลยไปเป็นตัวอะไรน๊า ที่เกาะจีวรไว้พระพุทธองค์ทรงเห็นก็ตรัสสอนว่าอย่ายึดติดกับวัตถุอะไร นี่ อะไรกันว่ากันไปทั่ว มั่วไปหมด หลงติดอยู่กับอิฐ หิน ดินทราย ทองเหลืองทองแดงแล้วก็เอาบทสวด บทสอนของพระพุทธองค์ที่ดีงามสูงส่งมาเป็นบทเสกกับอิฐ หินดินทราย นี่นะ โอ๊ยเอาคำสอนมาแต่ไหนหน๊ะ แล้วก็จะทำแต่ทางไปนิพพานกัน มันจะถึงเร้อ โอ! ,อันตรายจริง ๆ อย่าลืมว่า พระพุทธองค์ตรัสเรื่องใบไม้ทั้งป่า แต่ที่นำมาสอนแค่กำมือเดียวนะ อย่าเพ้อ เจ้อกันไปเลย พระพุทธองค์ยังต้องเคารพพระธรรม ไม่ใช่พระพุทธรูป แล้วในจักรวาลนี้มีศิลปินในภูมิ ไหน ที่สามารถสร้างรูปเหมือนพระพุทธองค์ได้ไปดูพระไตรปิฎกฉบับมมร เล่ม 32 หน้า 214 บรรทัด 6 เสียก่อนแล้วแต่จิตท่านจะสูงพอเข้าใจได้หรือไม่ ตอนนี้อย่าพึ่งทำตัวเป็นพวกถือมงคลตื่นข่าวเลย
     

แชร์หน้านี้

Loading...