เรื่องเด่น พระกริ่งชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่5

ในห้อง 'วิธีดูพระเครื่อง-เครื่องรางของขลัง' ตั้งกระทู้โดย Chailai65, 28 มิถุนายน 2017.

  1. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    พระกริ่ง(เล็ก)ไชยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่5 มีชื่อเรียกว่า พระชัยวัฒนมงคลวราภรณ์ (พระชัยศิริวัฒน์) เป็นเบญจภาคีพระไชยวัฒน์อันดับ1
    ฝีมือช่างสิบหมู่ สร้างครั้งที่2 ปี2428
    โดยมีพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวรเรศ เป็นประธานการจัดสร้าง และรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานให้เชื้อพระวงศ์และเจ้านายชั้นสูงตั้งแต่ปี2428-2435

    พระไชยวัฒน์ที่มีหายากและมีความนิยมที่สุดคือ พระชัยวัฒนมงคลวราภรณ์ (พระชัยศิริวัฒน์) ที่สร้างในรัชกาลที่5

    https://www.komchadluek.net/news/knowledge/52990

    พระชัยวัฒน์ ในวงการพระที่นิยมกันสุดๆ หายากสุดๆ และแพงสุดๆ อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งพระชัยวัฒน์ บอกว่า มี ๕ องค์ คือ

    ๑.พระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์
    ที่ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างขึ้น เพื่อพระราชทานแก่พระราชโอรส พระราชธิดา โดยสร้างครั้งแรกที่วัดพระแก้ว และครั้งที่ ๒ ที่พระราชวังบางปะอิน โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็นประธาน

    ๒.พระชัยวัฒน์นิรันตราย วัดบวรนิเวศวิหาร สมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ปี พ.ศ.๒๔๕๘
    ?temp_hash=7b715c234d49d5f7b61d68c1d8678546.jpg

    ๓.พระชัยวัฒน์ห่มคลุม วัดบวรนิเวศวิหาร คาดว่าสร้างหลังจาก พระกริ่งปวเรศ ไม่นานนัก ตามพระประวัติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ผู้ทรงสร้าง พระกริ่งปวเรศ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๓๕ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ฉะนั้น พระชัยวัฒน์ห่มคลุม จึงน่าจะสร้างหลังจากนั้นไม่นานนัก นับถึงวันนี้มีอายุประมาณ ๑๐๐ ปี นับว่ามีความเก่าพอสมควร

    ๔.พระชัยวัฒน์สิงหเสนี เป็นพระชัยวัฒน์ที่ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ผู้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสามปลื้ม เป็นผู้ขออนุญาต ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม จัดสร้างขึ้น ในช่วงเวลาเดียวกับที่ท่านเจ้ามาได้จัดสร้างพระชัยวัฒน์ พิมพ์ต่างๆ ขึ้น ประมาณปี ๒๔๔๒ นับถึงวันนี้มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี นับเป็นพระชัยวัฒน์ที่พบเห็นได้ยาก เข้าใจว่ามีจำนวนสร้างน้อย
    ?temp_hash=37f25e062de687cb69bd9840d36d11d4.jpg

    ๕.พระชัยวัฒน์เขมรน้อย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ทรงสร้างขึ้นในช่วงที่ครองสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี (ประมาณ พ.ศ.๒๔๕๖-๒๔๕๘) จำนวนประมาณ ๕๐ องค์

    สำหรับพระองค์นี้เป็นเนื้อสัมฤทธิ์เดชองค์พระหุ้มกะไหล่เงิน ฐานพระไม่ได้หุ้มกะไหล่เป็นเนื้อสัมฤทธิ์เดชบรรจุเม็ดกริ่งเหล็กไหลและก้นฐานปิดแผ่นทองคำและมีจารใต้ฐาน มะ อุ อะ

    ?temp_hash=c81ff2084320451271c117064c74a5a6.jpg

    ?temp_hash=c81ff2084320451271c117064c74a5a6.jpg

    ประวัติการหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กประจำรัชกาลที่ ๕

    การหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กครั้งที่ 1
    เหมือนกับพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็กครั้งที่ 2 โตกว่าหน่อยหนึ่ง ได้หล่อในครั้งนั้น 4 องค์ โปรดพระราชทานให้กับ
    - พระองค์เจ้า สวัสดิโสภณไป 1 องค์ในการเสด็จไปยุโรป

    การหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2428
    มีชื่อเรียกว่า พระชัยวัฒนมงคลวราภรณ์ (พระชัยศิริวัฒน์) เป็นพระชัยวัฒน์ขนาดเล็กที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ได้มีการหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กเนื้อทองคำขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ 2 เริ่มพิธีวันเสาร์ เดือนแปดขึ้นเก้า ถึงจันทร์ เดือนแปดแรม 3 ค่ำ ในการสร้างครั้งนี้ ทรงโปรดพระกรุณาโปรดให้พระเจ้าลูกเธอ 4 พระองค์ เสด็จออกไปเรียนวิชาในเมืองอังกฤษ เพื่อเป็นเครื่องบูชาในเวลาที่จากประเทศสยามไปช้านาน ครั้นจะโปรดเกล้า พระราชทานพระพุทธรูปหรือสิ่งใดที่มีอยู่แล้วในหอหลวง ก็ล้วนแต่เป็นของใหญ่โตเป็นการนำไปมาลำบากทุกสิ่งทุกอย่าง จึงทรงพระราชดำริห์ที่จะหล่อพระพุทธรูป ที่เรียกว่าพระชัยวัฒน์ทองคำหนัก 1 เฟื้อง
    จำนวนในการหล่อครั้งนี้ 50 องค์ และทรงโปรดให้สร้างตลับพระไชยด้วยทองคำลงยา ตลับทำรูปคล้ายดวงตราปทุมอุณาโลม ประจำแผ่นดินพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตลับนี้ตรงกลางเป็นแก้วปล่าวไม่มีอุณาโลม และมีสร้อยสวมต่อด้วย
    • พระราชทานครั้งที่ 1 ในจำนวน 50 องค์ที่สร้าง วันอังคารเดือน 8 แรม 4 ค่ำ พ.ศ.2428
    1. พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์
    2. พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์
    3.พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม
    4.พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช​
    • พระราชทานครั้งที่ 2 ในจำนวน 50 องค์ที่สร้าง วันพฤหัสบดี เดือน 8 แรมสิบสามค่ำ พ.ศ.2428 โปรดเกล้าให้ส่งพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็กออกไปพระราชทานที่ลอนดอน
    1. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์
    2. พระเจ้าน้องยาเธอ องค์เจ้าโสณบัณฑิตย์​
    • พระราชทานครั้งที่ 3 พ.ศ.2434 ในวันที่ 24 กันยายน โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก
    1. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า วัฒนานุวงษ์
    2. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าไขยันตมงคล​
    • พระราชทานครั้งที่ 4 พ.ศ.2435 ในวันที่ 25 กันยายน รศ. 111 โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็กในพิธีแต่งตั้งองค์มนตรีทั้งหมด 12 องค์
    p2190619x-jpg.jpg
    p2190616x-jpg.jpg
    p2190620x-jpg.jpg

    ผมปรับภาพรูปรอยจารใต้ฐานใช้เห็นรอยจารมียันต์ มะ อุ อะ เขียนได้ชัดเจนสวยงาม น่าจะเป็นพระราชาคณะ ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสเป็นผู้จาร ซึ่งต่อมาได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่๑๐ เพราะเป็นประธานสงฆ์ในการจุดเทียนชัยในพิธีแช่น้ำปี 2435 ซึ่งขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชันษา 32 ปี

    https://goo.gl/ttTFVF

    p2190623x-jpg.jpg

    การหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กครั้งที่ 3
    ในปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ.112)
    เริ่มพิธีวันที่ 19 - 23 สิงหาคม พระองค์ได้ทรงหล่อในวันที่ 23 สิงหาคม
    1. พระชัยเนาวโลหะองค์ใหญ่ 1 องค์
    2. พร้อมด้วย พระชัยเนาวโลหะองค์เล็กอีก 1 องค์ พระชัยเนาวโลหะหล่อในพิธีอีก 25 องค์ รวมเป็น 26 องค์ ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ
    • พระราชทานครั้งที่ 1 ของพระชัยวัฒน์เนื้อนวโลหะจำนวน 25 องค์ พระราชทานใน พ.ศ. 2436 ให้กับ
    1. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ(ร.6)
    2. พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภรกรเกียรติวงษ์
    3. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า สวัสดิโสภณ (ได้รับครั้งที่ 1 และครั้งที่ 3 รวม 2 รุ่นอย่างละองค์) เนื่่องในการเสด็จไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ
    • พระราชทาน ครั้งที่ 2 พ.ศ.2440 ในวันที่ 9 พฤษภาคม รศ.116 โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก 2 องค์
    • พระราชทาน ครั้งที่ 3 พ.ศ.2441 ในวันที่ 7 เมษายน รศ.117 โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก 1 องค์
    • พระราชทาน ครั้งที่ 4 พ.ศ.2442 ในวันที่ 25 สิงหาคม รศ.118 โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก 1 องค์
    • พระราชทาน ครั้งที่ 5 พ.ศ.2443 รศ.119 ในวันที่ 29 เมษายน โปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก 1 องค์ ในวันที่ 22 กันยายนโปรดเกล้าพระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก 2 องค์
    ผู้ที่จะได้รับพระราชทานพระชัยวัฒน์องค์เล็ก รัชกาลที่ 5 ทรงดำริว่า มี 3 ข้อดังนี้
    1. เป็นผู้มีความเชื่อถือเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาโดยมั่นคง
    2. เป็นผู้มีความรักใคร่ต่อบ้านเมือง และวงษ์ตระกูลของตน
    3. เป็นผู้มีความกตัญญซื่อสัตย์จงรักภักดี ต่อพระองค์​

    หมายเหตุ
    ---จากข้อมูลบันทึกที่พบ มีทั้งที่กล่าวถึงการหล่อพระชัยวัฒน์องค์เล็กทองคำ และพระชัยวัฒน์เนาวโลหะ ความเป็นไปได้ พระชัยวัฒน์องค์เล็กในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่พบเป็นพระชัยวัฒน์นวโลหะชุบทอง(เปียกทอง) ดังนั้นในสมัย ร.5 ที่สร้างพระชัยวัฒน์เนาวโลหะ(นวโลหะ)ก็อาจจะมีการสร้างในลักษณะเปียกทองได้เช่นกัน
    ---พระชัยวัฒน์องค์เล็กที่สร้างในสมัย ร.5 จากบันทึกในการสร้าง 3 ครั้ง มีจำนวน 80 องค์

    ข้อมูลอ้างอิง
    http://dr-natachai.blogspot.com/2011_03_01_archive.html?m=1


    http://wrsytc6.blogspot.com/2013/01/227-5.html?m=1

    หมายเหตุ จาก ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานครในพระบรมมหาราชวังที่บันทึก รัตนโกสิทร์(รศ.) 111
    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/023/181.PDF

    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2435/026/199_1.PDF

    หลังจากพิธีพุทธาภิเษกและพระราชทานพระกริ่งไชยวัฒน์ ปี2435 ไม่นาน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่8 ก็สิ้นพระชนม์วันที่28กันยายน2435
    https://goo.gl/WuJwGk

    ลำดับสมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
    1487740906031-jpg.jpg

    อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาการสร้างพระกริ่งและพระชัยวัฒน์
    ตอนที่1


    ตอนที่2


    นอกจากนี้ยังมีบันทึกว่าพระไชยวัฒน์น้อยประจำรัชกาลที่5เป็นเนื้อเนาวโลห โดยในพระราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่14มีนาคม ร.ศ.127 บันทึกข่าวรัชกาลที่5ทรงเสด็จพระราชดำเนินเพื่อในการสมโภชพระไชยเนาว์โลหองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมาที่รัชกาลที่5พระราชทานให้ไว้ ซึ่งต้องเพลิงไหม้ไม่เป็นอันตราย ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ วังสวนดุสิต
    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2451/050/1459.PDF
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มิถุนายน 2020
  2. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    สัมฤทธิ์เดช คือสัมฤทธิ์ดำ หรือนวโลหะ เป็นทองสัมฤทธิ์เนื้อเก้า เช่นเดียวกับสัมฤทธิ์คุณ แต่มีสัดส่วนการผสมได้เกณฑ์ถูกต้องตามมูลสูตรมากที่สุด ดังนั้นภายในจึงมีวรรณะผิวมันเทศ หรือสีนากแก่ ผิวเนื้อเมื่อกลับคล้ำเพราะต้องไอเหงื่อ จะดำสนิท ประหนึ่งนิลดำ เรียกกันว่า "สัมฤทธิ์เนื้อกลับ" โบราณถือว่าสัมฤทธิ์นวโลหะทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุด หรือเป็นยอดของสัมฤทธิ์ อำนวยผลในด้านมหาอุตม์อันสูงส่ง คืออำนาจตะบะเดชะ มหานิยม ลาภผล ความสำเร็จ คงกระพัน แคล้วคลาด ทุกประการ สูตรผสมเนื้อสัมฤทธิ์เดช หรือนวโลหะ ที่เป็นตำรับของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว ยุคกรุงศรีอยุธยา ตกทอดมาอยู่กับ สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพนฯ พระพุฒาจารย์มา ครั้งยังเป็นพระมงคลทิพยะมุนี วัดจักรวรรดิฯ และสมเด็จพระสังฆราช แพ วัดสุทัศน์ ครั้งยังเป็นพระเทพโมลีตามลำดับ

    เกณฑ์อัตราส่วนผสมของโลหะทั้ง 9 ชนิด มีดังนี้
    1) ชิน หนัก 1 บาท
    2) จ้าวน้ำเงิน หนัก 2 บาท
    3) เหล็กละลายตัว หนัก 3 บาท
    4) ตะกั่วเถื่อน หนัก 4 บาท
    5) ปรอท หนัก 5 บาท
    6) สังกะสี หนัก 6 บาท
    7) บริสุทธิ์ (ทองแดงเถื่อน) หนัก 7 บาท
    8) เงิน หนัก 8 บาท
    9) ทองคำ หนัก 9 บาท
    เนื้อทองสัมฤทธิ์เดชนี้ เราจะเห็นได้ว่า ส่วนผสมใช้ทองคำมากกว่าโลหะอื่นๆ ซึ่งหนักถึง 9 บาท จึงจะได้น้ำหนักของเนื้อสัมฤทธิ์เดชเพียง 45 บาทเท่านั้น ซึ่งก็จะสร้างเป็นองค์พระไม่ได้มากนัก ในปัจจุบันจึงไม่มีใครกล้าทำเนื้อทองสัมฤทธิ์เดช ซึ่งเป็นนวโลหะจริงๆ ตามสูตรโบราณเนื่องจากจะสิ้นเปลืองมาก

    ส่วนผสมที่หายากที่สุดในเนื้อนวโลหะคือ จ้าวน้ำเงิน

    เจ้าน้ำเงิน
    BORNITE (Peacock Ore) แร่นกยูง หรือคนไทยเรียกว่า แร่เจ้าน้ำเงิน
    นกยูงแร่ยังเป็นที่รู้จัก BORNITE เป็นแร่ทองแดงที่ขุดได้ในประเทศเม็กซิโก จะมีเป็นสีรุ้ง แต่โดยมาจะออกไปทางโทน น้ำเงิน เขียวและม่วง ชื่อของมันมาจากการเรียกของคนงานเหมืองแร่
    บอร์ไนท์ หินแห่งความสุข ช่วยให้คุณปรับแต่งความคิดในเชิงบวกในการใช้ชีวิต และสามารถกระจายพลังงานเชิงบวกที่ให้กับผู้อื่นได้เสียด้วย มันสามารถนำมาซึ่งความสามารถในการมองเห็นและความสุขในช่วงเวลาที่คุณต้องการ ช่วยให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น
    มันสามารถพลังด้านลบและเปลี่ยน พลังในด้านลบให้กลายเป็นพลังบริสุทธิ์ แร่บอร์ไนท์นี้จึงเป็นแร่ธาตุที่มีประสิทธิภาพมาก
    เจ้าน้ำเงิน
    คำนี้ไม่มีในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แต่เกิดมีอยู่ในคำอธิบายคำว่า นวโลหะเป็นหนึ่งในโลหะทั้งเก้า ส่วนผสมในพระพุทธรูปโบราณ หรือพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์
    ทางภาคใต้ของไทย เรียกชื่อว่า "มิด"
    เจ้าน้ำเงิน เชื่อกันว่าเป็นโลหะเรียกเงินได้ เกิดมาจากหินชนิดหนึ่งในป่า แถวเมืองสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี
    วิธี ตรวจสอบ...ให้เอาเหรียญเงินหลายๆเหรียญโปะทับ เอาชามครอบ วางที่น้ำค้างตก...รุ่งเช้าเปิดชามดู ถ้าก้อนโลหะนั้น โผล่ไปอยู่บนกองเหรียญ สิทธิการิยะ ท่านว่า เจ้าน้ำเงินแท้
    อีกวิธีหนึ่ง...ให้ใช้ปูนแดงที่กินกับหมากพลู ป้ายแต้มลงไป ไม่เกิน 5 นาที จะแสดงปฏิกิริยาออกมาคือ ปูนแดงนั้น
    จะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีเขียวออกน้ำเงินหรือสีคราม
    ข้อมูลอ้างอิงจาก เฟซพุทธคุณ
    https://m.facebook.com/buddhakhun/p...VTe_J7-24sxJFmpiQ&sig2=UN2a1io3ZYrRO5JSXWKd6Q

    ?temp_hash=451f399910f39826e053804276ec0f23.jpg

    พระกริ่งปวเรศของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศ(สมเด็จพระสังฆราชลำดับที่8) เป็นพระกริ่งนวโลหะมีส่วนผสมของจ้าวน้ำเงินตามสูตร ทำให้ผิวพระกริ่งปวเรศจะมีสีออกม่วงคล้ายผิวมันเทศ

    ?temp_hash=451f399910f39826e053804276ec0f23.png

    ?temp_hash=451f399910f39826e053804276ec0f23.png

    ลองศึกษาพระกริ่งปวเรศองค์ดังจากคลิป



    ประวัติวัดบวรราชนิเวศและพระกริ่งวัดบวรฯยุคต่างๆ


    ในคลิปพระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯผิวพระกริ่งจะออกสีน้ำตาลแดงม่วง คล้ายผิวมันเทศ ส่วนเนื้อด้านในจะแก่ทองคำ เป็นสูตรการสร้างพระกริ่งของพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศ ซึ่งแตกต่างจากสูตรการสร้างพระกริ่งของวัดสุทัศน์ผิวพระกริ่งจะกลับดำและวัดบวรยุคหลัง เพราะมวลสารการสร้างพระกริ่งโบราณครบสูตรหายากในปัจจุบันแล้ว
    screenshot_20191002_101936_com-google-android-youtube-jpg.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2019
  3. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    ภาพขยายด้านหน้า จะเห็นตามซอกตามีส่วนผสมสีเขียวสดใสคล้ายแร่จ้าวน้ำเงิน (หากเป็นสนิมเขียวของทองแดงจะกัดลึกลงไปในเนื้อพระ) และรูที่ถูกเจาะด้านแขนขวาขององค์พระและมาตะไบเพิ่มเติมเพื่อดูเนื้อด้านใน จะเห็นส่วนผสมเนื้อนวะโลหะที่แก่เนื้อทองคำ

    ?temp_hash=234ceac43c77096b9a10f98f3c969441.png

    ด้านหลังมีส่วนผสมสีเขียวสดใสเช่นกัน

    ?temp_hash=234ceac43c77096b9a10f98f3c969441.png

    สำหรับเนื้อนวโลหะเป็นแบบเต็มสูตรของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาปวเรศฯซึ่งมีวรรณะออกไปทางสีม่วงคล้ายผิวมันเทศ เช่นเดียวกับกริ่งปวเรศ และแตกต่างจากเนื้อนวโลหะของสมเด็จพระสังฆราชแพ
    ?temp_hash=234ceac43c77096b9a10f98f3c969441.png

    ?temp_hash=234ceac43c77096b9a10f98f3c969441.png
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ตุลาคม 2019
  4. เก่งเจษฎา

    เก่งเจษฎา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +2
    ขออนุญาตถามถึงองค์นี้ครับว่าเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ใช่ไหมครับ 1507092692877.jpg
     
  5. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    วรรณะสีผิวของพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 4เป็นสัมฤทธิ์เดชเหมือนพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่5 คือมีสีผิวคล้ายผิวมันเทศ และปรากฎคราบสีฟ้าเขียวตามซอกขององค์พระ

    ลองส่องเปรียบเทียบดู เพราะไม่แน่ว่ารูปพระที่คุณส่งถ่ายสีเพี้ยนหรือไม่ อีกอย่างพระที่ถอดพิมพ์มาจะมีขนาดและสัดส่วนเล็กกว่าพระของจริงด้วยครับ
    [​IMG]

    รูปถ่ายด้านหลัง
    [​IMG]

    รูปแผ่นทอง เงิน ที่ปิดก้น พร้อมรอยจาร ลองส่องเปรียบเทียบดูเองจากพระของคุณดู เพราะรอยจารเปรียบเหมือนลายเซนต์สามารถใช้พิจารณาแท้หรือเก๊ได้ครับ
    [​IMG]

    ผมอ้างอิงข้อมูลพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่4 มาจากที่นี่ครับ --> http://dr-natachai.blogspot.com/2011/03/70.html?m=1
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ตุลาคม 2017
  6. เก่งเจษฎา

    เก่งเจษฎา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +2
    ดูแล้วไม่น่าจะพลาดล่ะครับ ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ ยังไงรบกวนติชมอีกซักรอบนะครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    หากเป็นพระชัยวัฒน์รัชกาลที่ 4 เนื้อสัมฤทธิ์โชคหรือเนื้อทองเหลือง ก้นตัน ที่ก้นควรมีรอยช่อปรากฏให้เห็น ไม่ใช่เรียบแบนและควรมีรอยตะไบตามองค์พระ และที่ก้นด้วย ส่วนรอยจารยันต์ มะ อุ อะ ควรจะเส้นเล็กและลึก และรูปแบบรอยจารต้องคล้ายกันเหมือนลายเซ็นต์ครับ
    ?temp_hash=7114fd49e3b9c641a6fda14601dc8fa6.jpg
    ?temp_hash=7114fd49e3b9c641a6fda14601dc8fa6.jpg
    ?temp_hash=7114fd49e3b9c641a6fda14601dc8fa6.jpg
    dsc03645-jpg.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • DSC03802.JPG
      DSC03802.JPG
      ขนาดไฟล์:
      203 KB
      เปิดดู:
      158
    • DSC03620.JPG
      DSC03620.JPG
      ขนาดไฟล์:
      121.7 KB
      เปิดดู:
      123
    • DSC03635.JPG
      DSC03635.JPG
      ขนาดไฟล์:
      125.3 KB
      เปิดดู:
      143
    • DSC03645.JPG
      DSC03645.JPG
      ขนาดไฟล์:
      80 KB
      เปิดดู:
      142
    • DSC03649.JPG
      DSC03649.JPG
      ขนาดไฟล์:
      92.9 KB
      เปิดดู:
      132
    • DSC03647.JPG
      DSC03647.JPG
      ขนาดไฟล์:
      183.6 KB
      เปิดดู:
      283
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ตุลาคม 2017
  8. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
  9. จัวน้อย

    จัวน้อย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2020
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +8
  10. จัวน้อย

    จัวน้อย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2020
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +8
    ขออนุญาตน่ะครับ ขอเข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวน่ะครับ..
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕.โปรดฯให้สร้างพระชัยวัฒน์เนื้อทองคำนามว่า พระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ เพื่อพระราชทานให้แด่พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ฯ ที่จะเสด็จออกไปทรงศึกษาในต่างประเทศ ...
    โปรดฯให้สร้างขึ้นครั้งที่ ๑ ในปีพ.ศ ๒๔๒๒ และครั้งที่ ๒ ปีพ.ศ ๒๔๒๘ เป็นพระราชพิธีหลวง สร้างตามฤกษ์ยามกำลังวัน(มีรายละเอียดพระราชพิธีจัดสร้างในหนังสือตำนานพระชัยวัฒน์และพระแก้วประจำรัชกาลของ ส.พลายน้อย) รวมจำนวนการสร้างทั้งสองครั้งประมาณไม่เกิน ๖๐ องค์ มีกรมหมื่นวชิรญาณฯ เจ้าอาวาสวัดบวรฯ และกรมพระปวเรศฯ พระราชาคณะ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เมื่อพิธีสร้างพระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์เสร็จแล้ว สันนิษฐานว่า กรมพระปวเรศฯทรงเก็บก้านช่อฉนวนโลหะมวลสารไว้
    สันนิษฐานว่า ต่อมาระหว่างปีพ.ศ ๒๔๓๐--๓๒ กรมพระปวเรศฯทรงสร้างพระกริ่งเนื้อโลหะผสมตามตำราโลหะศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้ก้านช่อฉนวนของพระชัยวัฒน์มงคลวรภรณ์(เนื้อทองคำ)เป็นมวลสารหลัก ผสมกับโลหะมงคลตามตำราวัดป่าแก้ว ถอดหุ่นพิมพ์จากพระกริ่งจีน สร้างตามฤกษ์ยามกำลังวัน พระกริ่งสร้างครั้งแรกเนื้อจะแก่ทองคำเหมือนเนื้อพระกริ่งจีน ทรงประทานให้บุคคลใกล้ชิด เรียกว่าพระกริ่งพระปวเรศฯ เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง สร้างครั้งแรกไม่น่าเกิน ๑๐ องค์..
    สันนิษฐานว่า ถึงปีพ.ศ ๒๔๓๔ กรมพระปวเรศฯได้รับโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาพระปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘) สันนิฐานว่า ในวโรกาสนี้กรมพระยาพระปวเรศฯ ได้ทรงสร้างพระกริ่งโลหะผสมขึ้นอีกเป็นครั้งที่ ๒ โดยใช้ก้านช่อฉนวนมวลสารพระกริ่งที่สร้างครั้งที่ ๑ ผสมกับโลหะฐานพระพุทธชินสีห์ และมวลสารโลหะมงคลอื่นๆตามตำรา สร้างตามฤกษ์ยามกำลังวัน พระกริ่งชุดนี้เนื้อจะแตกต่างกับพระกริ่งสร้างขึ้นชุดแรก สันนิษฐานว่า ได้ทรงประทานให้เจ้าอาวาสพระอารามหลวง(ฝ่ายธรรมยุติ)เพื่อใช้แช่ในครอบบาตรน้ำมนต์ทำพิธีน้ำพระพุทธมนต์แจกชาวบ้าน จำนวนสร้างครั้งที่สองน่าจะไม่เกิน ๕๐ องค์...
    ข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อนต้องกราบขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ด้วยน่ะครับ...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 กุมภาพันธ์ 2020
  11. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลจากรูปขาวดำในหนังสือตำนานพระชัยวัฒน์และพระแก้วประจำรัชกาลของ ส.พลายน้อยที่ส่งมา ซึ่งน่าจะเป็นพระชัยวัฒน์องค์เล็ก ประจำรัชกาลที่ 6 พิมพ์นี้มีหนังสือพระเครื่องฯ และหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพระชัยวัฒน์สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามรูปด้านล่าง

    ?temp_hash=0eebb6582ac2792a6e9da4d0a884d43a.jpg

    ซึ่งได้กล่าวไว้ในบทความของดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล ตามลิงค์ด้านล่างครับ
    http://dr-natachai.blogspot.com/2011_03_01_archive.html?m=1
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1 (1).jpg
      1 (1).jpg
      ขนาดไฟล์:
      33.8 KB
      เปิดดู:
      46
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กุมภาพันธ์ 2020
  12. จัวน้อย

    จัวน้อย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2020
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +8
    ผมเอาตามข้อมูลในหนังสือตำนานพระชัยวัฒน์และพระแก้วประจำรัชกาล ของ ส.พลายน้อย ที่บันทึกไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานพระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ให้แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ(รัชกาล ๖) ลำดับที่ ๒๙ ได้พระราชทานวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ ๒๔๓๖....
    ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖.ทรงสร้างพระชัยประจำรัชกาลหนึ่งองค์ หน้าตักกว้าง ๑๙ ซม.สูงถึงยอดรัสมี ๓๐ ซม.สูงจากพื้นขาดยอดฉัตร ๘๗ ซม. แต่ไม่มีกล่าวถึงการสร้างพระชัยวัฒน์เนื้อทองคำองค์เล็กเลย..
    ผมยังเข้าใจว่าองค์ที่ท่านลงคือ พระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ ที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๕.ครับ..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กุมภาพันธ์ 2020
  13. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    ผมยึดตามข้อมูลที่บันทึกในราชกิจจานุเบกษา
    มีบันทึก เมื่อวันที่14มีนาคม ร.ศ.127หรือพ.ศ.2451 ว่ารัชกาลที่5 เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อในการสมโภชพระไชยเนาวโลหองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมาที่รัชกาลที่5ทรงพระราชทานให้ ซึ่งต้องเพลิงไหม้ไม่เป็นอันตราย ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ วังสวนดุสิต
    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2451/050/1459.PDF

    ?temp_hash=c72de1228e68c8dd499a9d2ceff5521a.jpg

    สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมาก็คือพลเรือเอก สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 72 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและเป็นพระอนุชาของรัชกาลที่6 เป็นพระเชษฐาของรัชกาลที่7และเป็นว่าที่รัชกาลถัดไปต่อจากรัชกาลที่6แต่ทรงสิ้นพระชนม์ก่อนรัชกาลที่6

    ดังนั้นพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่5 จึงไม่ใช่เนื้อทองคำตามที่หนังสือของส.พลายน้อยพิมพ์ไว้ แต่เป็นเนื้อนวะโลหะ และมีการหุ้มด้วยกะไหล่ทองคำเนื้อเก้าไว้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเนื้อทองคำ เมื่อเวลาผ่านไปผิวกะไหล่ทองที่หุ้มพระไว้น่าจะหลุดร่อนบ้างให้เห็นเป็นเนื้อเนาวะโลหะอยู่ภายใต้ผิวทองคำอีกทีครับ

    นอกจากนี้หนังสือบันทึกเรื่องเล่าชีวประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสีที่ได้จัดพิมพ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ตำรวจ คุณไชย เอี่ยมประเสริฐ เจ้าของสำนักพิมพ์อักษรประเสริฐ ผู้มีศรัทธาในสมเด็จเป็นอันมากได้รับจัดพิมพ์เกียรติประวัติ ของสมเด็จเสนอแด่ประชาชน
    โดย: “ฉันทิชัย”
    เล่ม๑ ปี ๒๔๙๕
    ได้บันทึกถึงการเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่5 ปีพ.ศ.2440 ได้อาราธนาพระเครื่องติดตัวไป2องค์ คือพระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ไกเซอร์ และพระชัยวัฒน์เนาวะโลหะน้อย ประจำรัชกาลที่5 ไปในครั้งนั้นด้วย

    ?temp_hash=7a172f62dcdd170b715162be8daa8f51.jpg

    คลิป you tube ด้านล่างถอดข้อความจากหนังสือของฉันทิชัยมา ลองฟังนาทีที่ 8:04 ครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 มีนาคม 2020
  14. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    70
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +95
    จากข้อมูลของคุณจัวน้อยอธิบายลำดับเหตุการณ์ตอนพระราชพิธีพุทธภิเษกพระไชยวัฒน์ประจำรัชกาลที่5 น่าจะไม่ถูกต้องเพราะเมื่อปีพ.ศ.๒๔๒๘ เจ้าอาวาสวัดบวรราชนิเวศไม่ใช่พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส แต่เจ้าอาวาสขณะนั้นเป็นพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ เจ้าอาวาสลำดับที่2 (พ.ศ.2394-2435) สามารถดูลำดับเจ้าอาวาสวัดบวรได้ที่นี่ครับ
    https://th.m.wikipedia.org/wiki/วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
    ?temp_hash=ad804f66d1b0aa79d2adf3ae56365aa7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 มีนาคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...