เรื่องเด่น พระกาล(องค์ปัจจุบัน)

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 22 กันยายน 2021.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    temp_hash-78ec2b4211fd5bf8255dc15fa93ab851-jpg.jpg



    คุยเรื่องพระกาลและโพธิสัตว์ต่างๆกับหลวงตาม้า

    ในงานหล่อพญาครุฑองค์ใหญ่ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้สอบถามเรื่องต่างๆเกี่ยวกับพระกาลจากหลวงตาม้าเพิ่มเติม พบว่ามีหลายเรื่องที่น่าสนใจ และไม่ค่อยได้ยินจากที่ไหน ผมเลยขอนำเรื่องบางส่วนมาเล่าให้ฟังกันครับ (เขียนจากความทรงจำ จึงอาจมีข้อความบางส่วนที่สรุปใจความมา ไม่ได้เป็นคำพูดหลวงตาเป๊ะๆทั้งหมดนะครับ)

    ผม - ทำไมช่วงนี้หลวงตาสร้างครุฑ สร้างพระกาลบ่อยครับ

    หลวงตา - ต่อไปมันจะมีภัยพิบัติเยอะขึ้นเรื่อยๆ พระกาลท่านดูแลเรื่องนี้

    ผม - พระกาลคือผู้ดูแลกาลเวลา คือดูแลสิ่งที่จะเกิดในโลกตามกาลเวลาต่างๆ และดูแลเรื่องภัยพิบัติด้วยเหรอครับ

    หลวงตา - ท่านก็ดูแลโลกนี่ละ เป็นตำแหน่งของเทวดาที่มาดูแลโลก

    ผม - งั้นงานท่านก็คล้ายๆกับ ท้าวจตุโลกบาล พระอินทร์ พญายม ที่ดูแลโลกในส่วนต่างๆ

    หลวงตา - ใช่ ท่านเป็นทีมเดียวกัน ช่วยกันทำงาน

    ผม - รวมไปถึงพระสยามเทวาธิราชด้วย

    หลวงตา - ใช่ พระสยามฯ ท่านก็ดูแลประเทศไทย

    ผม - แล้วพระศรีสยามฯละครับ

    หลวงตา - อันนั้นหัวหน้าใหญ่เลย ก็คือพระศรีอาริย์ ท่านเป็นโพธิสัตว์ที่จะลงมาต่อจากพระโคดม ท่านก็ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าดูแลโลก ดูแลศาสนาในช่วงนี้ทั้งหมด

    ผม - แสดงว่าเป็นงานรับช่วงไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ อย่างสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้า พระโคดมตอนนั้น ก็ต้องทำหน้าที่พระศรีสยามฯ ดูแลโลกสมัยนั้น

    หลวงตา - ใช่ เป็นงานของโพธิสัตว์ ท่านจะต้องรับหน้าที่ดูแล ในช่วงต่อของแต่ละยุคไป

    ผม - งั้นพระกาลที่ดูแลโลก ก็อยู่ในทีมที่ช่วยพระศรีฯดูแลโลก ท่านก็เป็นโพธิสัตว์ด้วย

    หลวงตา - ใช่ ท่านเป็นโพธิสัตว์ เป็นครุฑโพธิสัตว์

    ผม - แต่อย่างยุคก่อนหน้านี้ ก็เคยได้ยินว่า พระกาล ท้าวเวสสุวรรณ พญายม หลายๆท่านก็เป็นอริยบุคคล ไม่ใช่โพธิสัตว์

    หลวงตา -ยุคนี้เป็นช่วงรอยต่อศาสนา ช่วงปรับโลก ช่วงจะมีภัยพิบัติมากขึ้น ต้องเป็นงานของโพธิสัตว์ ท่านก็มารับตำแหน่งแทน พวกนี้มันเป็นตำแหน่ง เปลี่ยนกันทำงานไปเรื่อยๆตามยุคสมัย

    ผม - แล้วพระกาลท่านดูแลภัยพิบัติยังไงครับ

    หลวงตา - ครุฑท่านเร่งไง เร่งภัยพิบัติ

    ผม - ท่านเร่งเรื่องภัยพิบัติ คนก็จะตายเยอะสิครับ จะไม่เป็นบาปเหรอ

    หลวงตา - ไม่บาปสิ ท่านไม่ได้ไปฆ่าใคร ท่านแค่เร่งกฏของกรรมให้มันไวขึ้น เค้าตายตามกรรมที่เขาทำเอง คนชั่วก็ตายเพราะกรรมชั่วของตัวเอง คนชั่วมันจะตายกันมาก

    ผม - งั้นคนดีก็ปลอดภัย

    หลวงตา - ปลอดภัย พระกาลเค้าเร่งได้หมด กรรมชั่วก็จะรับผลเร็วขึ้น กรรมดีก็

    เหมือนกัน อธิษฐานท่านให้ช่วยเร่งโชคลาภก็ได้ แต่เราต้องมีนะ ถ้าไม่เคยทำกรรมดีมา ท่านก็เร่งอะไรให้ไม่ได้

    ผม - เหมือนเราต้องมีเงินในธนาคาร เค้าถึงช่วยเร่งให้เบิกไวขึ้นได้ แต่ถ้าไม่มีเงิน ใครก็เร่งให้ไม่ได้

    หลวงตา - ใช่ อย่างนั้นละ

    ผม - แล้วทำไมถึงต้องเร่งตอนนี้ครับ

    หลวงตา - มันเป็นยุค ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้รอยต่อพระศาสนา ภัยพิบัติมันก็มาก คนไม่ดีมันก็มาก บางทีภัยที่มาก็เป็นการปรับตัวของโลก ช่วยปรับให้โลกมันสมดุลขึ้น

    ผม - งั้นถ้าในยุคพระศรีอาริย์มาตรัสรู้ สมัยนั่นคนมีแต่บุญ จะยังมีพระกาลไหมครับ

    หลวงตา - ก็มีนะ มันเป็นตำแหน่ง ก็มีคนวนมาเป็นเรื่อยๆ แต่ยุคนั้นก็นั่งรับตำแหน่งสบายๆไง ไม่มีงานมาก แต่ยุคนี้งานมันหนัก ก็ต้องเป็นโพธิสัตว์มาดำรงตำแหน่ง มาช่วยกัน

    ผม - แล้วพระราหูละครับ เวลาผมสวดมนต์นึกถึงพระกาล มักจะมีภาพพระราหูโผล่มาคู่กันอยู่เรื่อย

    หลวงตา - ราหูเค้าก็เป็นโพธิสัตว์ บารมีเต็มแล้ว เค้าก็มารับงานนี้ไง

    ผม - งั้นพระกาลยุคนี้ก็คือ พระอสุรินทราหูโพธิสัตว์ มาเสวยชาติเป็นหัวหน้าพญาครุฑ

    หลวงตา - เอ้อ ใครไปไหว้ราหู ไหว้กันอธิษฐานกันไม่ดีก็ระวังนะ องค์นี้เค้าดุนะ เอาเรื่องนะ

    ผม - ก็ว่าอยู่ครับว่าเห็นท่านมาคู่กันเสมอ จริงๆก็องค์เดียวกัน จริงๆราหูในทางโหราศาสตร์ก็หมายถึงโลกอยู่แล้ว ก็คือดูแลโลก แล้วทำไมครุฑต้องมีจักรมาด้วยบ่อยๆครับ

    หลวงตา -ท่านดูแลจักรให้จักรพรรดิไง นาคก็ดูแลแก้ว ดูแลเรื่องน้ำท่า เรื่องสมบัติ ครุฑก็ดูแลจักร

    ผม - งั้นท่านก็ใช้จักรได้

    หลวงตา - อันนั้นเป็นจักรของจักรพรรดิ ท่านไม่ได้ใช้หรอก ท่านเป็นเทวดา เป็นนาม ท่านใช้แค่นามธรรม

    ผม - อ้อ ครับ หมายถึงท่านน้อมรูปลักษณ์ของจักรมาเป็นนาม แล้วใช้จักรที่เป็นนามนั้นในการทำงานต่างๆ

    หลวงตา - ใช่ จักรนี้เป็นอาวุธพิเศษนะ ไม่ใช่มีทั่วไป อย่างพระขรรค์นี่เทวดาทั่วไปบางองค์ก็มีได้ แต่จักรนี่ต้องพวกทำงาน พวกมีตำแหน่งใหญ่ๆ เพราะมันแรงนะ แค่นึกส่งไป พวกภูตผีปีศาจ สิ่งไม่ดีมันเจ็บเลยนะ อยู่ไม่ได้เลย ขนาดเป็นคน ถ้าโดนเข้าไปก็ป่วยเลย

    ผม - งั้นเราน่าจะสร้างเครื่องรางรูปจักรไว้ใช้ จะได้กันสิ่งไม่ดีต่างๆได้

    หลวงตา - ไม่ต้องสร้างหรอก แค่ที่เราสวดจักรพรรดิทุกวันนี่ก็มีแล้ว คนี่สวดจักรพรรดิเสมอนี่นะ มันเป็นกำลังจักรพรรดิในตัว เวลามีสิ่งไม่ดีเข้ามา จักรมันจะออกไปเองเลยนะ ออกไปจัดการเลย สิ่งไม่ดีมันถึงทำร้ายคนสวดจักรพรรดิไม่ได้ มันมีจักรอยู่ สะท้อนออกหมดเลย

    ผม - อ้อ ครับ งั้นแค่เราหมั่นสวดจักรพรรดิเสมอ ก็เหลือเฟือแล้ว

    หลวงตา -ใช่ หลวงตาถึงให้สวดกัน มันเป็นพลังงานนะ อย่าลืมว่าพระศรีอาริย์ ท่านเป็นหัวหน้าดูแลโลกและศาสนาทั้งหมดตอนนี้ สวดไปนี่ก็เป็นกำลังของท่าน

    ผม - ก็เป็นตามยุคใช่ไหมครับ ถ้าไม่ใช่ยุคที่เนรอยต่อ ที่จะมีพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป มันก็ใช้ไม่ได้

    หลวงตา - ใช่ ถ้าไม่มีต่อ ก็ปิดกัปป์แล้ว มันก็ไม่ต้องปรับอะไรแล้ว แต่ยุคนี้มันยังไม่จบ ยังมีต่อ ท่านก็ต้องลงมาช่วยกันปรับ ช่วยกันประคองให้ไปต่อยุคต่อไป อย่าลืมนะ ไม่ใช่ว่าหมด 5,000 ปีแล้วพระศรีฯจะลงมาเลย ต้องรอจนกว่าอายุมนุษย์ลด จนเพิ่มกลับมาเป็นแสนปีอีก นู่นเป็นอีกล้านๆปีเลย ต้องรอกันอีกนาน

    แต่ถ้าสำหรับเทวดาก็ไม่นาน ก็แปบเดียว ท่านถึงบอกว่าใครไปได้ไปก่อนเลย ไม่ต้องรอท่าน มันนานมาก สุดท้ายก็นิพพานเหมือนกัน จะนิพพานตอนนี้หรือยุคท่านก็อันเดียวกัน

    ผม - แต่มันทำมานานแล้วสิครับ ถอยไม่ได้แล้ว

    หลวงตา - เอ้อ ถอยไม่ได้ก็ทำต่อให้สำเร็จ อันนั้นหมายถึงคนปรารถนาสาวกภูมิ ก็ไม่ต้องรอกัน มันนาน
    ไปได้ไปเลย แต่ถ้าพุทธภูมิก็ต้องเดินหน้าต่อไป

    ผม - แล้วที่เขาว่า มีพระพุทธเจ้าบารมีพิเศษด้านต่างๆนี่จริงไหมครับ

    หลวงตา - ไม่มีหรอก พระพุทธเจ้าทุกองค์ท่านเป็นสัพพัญูญู รู้ทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ท่านไม่รู้ เพียงแต่ท่านรู้แล้วท่านจะทำอะไรตามความเหมาะสมของยุคนั้นๆเท่านั้น

    ผม - งั้นที่เค้าบอกว่ามีโพธิสัตว์ที่อธิษฐานขอสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้าย ก็ไม่มี

    หลวงตา - ไม่มีหรอก อันนันมันช่วงเริ่มๆ ช่วงไฟแรงก็อธิษฐานแบบนั้น พอเริ่มรู้เรื่องก็ไม่เอาละ พอบารมีมันเต็ม มันก็ต้องลงมาตรัสรู้ตามคิว ตามวาระ ไม่มีไปรอถึงองค์สุดท้ายหรอก

    อันนี้เป็นบทสนทนาคร่าวๆเท่าที่จำได้นะครับ เลยรีบพิมพ์เก็บไว้ศึกษา เดี๋ยวทิ้งไว้นานจะลืมไปหมดซะก่อน ลองศึกษาพิจารณากันดูครับ ศาสตร์ของโพธิสัตว์ ก็ต้องศึกษากับโพธิสัตว์


    ?temp_hash=213ca34af8efb21fbd877987feae9d44.jpg


    https://www.facebook.com/robtis
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...