พระครูอมรสังวรกิจ (พระอาจารย์วิรุต ญาณสํวโร) วัดสันมะเหม้า จังหวัดเชียงราย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย teamteam01, 5 กันยายน 2020.

  1. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    จากคอลัมน์ ข่าวสดพระเครื่อง

    1b.jpg

    งานไหว้ครูบูรพาจารย์ หมายถึงการระลึกถึงคุณของผู้มีพระคุณ ได้แก่คุณของพระรัตนตรัย คือคุณพระพุทธ คุณพระธรรม และคุณพระอริยสงฆ์ รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงผู้ดูแลและรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองพระอาจารย์วิรุต ญาณสํวโร เป็นพระเกจิสักยันต์ เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์แห่งล้านนา

    พระครูอมรสังวรกิจ (พระครูบารุต ญาณสํวโร) ปัจจุบันอายุ 43 พรรษา 22 เกิดเมื่อวันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2520 ณ บ้านกลางเวียง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ครอบครัวมีอาชีพทำนา สมัยเป็นเด็กท่านเล่าว่า ตอนเป็นเด็กอายุ 8-9 ขวบ เลิกเรียนก็ไปวัดชอบไปหาหลวงปู่ที่วัด ก็ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน อยู่วัดแล้วมีความสุข เด็กๆ ชอบเรื่องคาถา ไปขอเรียนคาถากับหลวงปู่ หลวงปู่ก็จะยื่นหนังสือสวดมนต์ให้ บอกว่าคาถามีในนี้ อ่านเอาเรียนเอา แต่หลวงปู่บุญ ท่านไม่รู้หนังสือ แต่ด้วยความเป็นพระปฏิบัติกรรมฐาน ท่านสามารถสวดมนต์ได้หมด และการสวดมนต์ไหว้พระ ท่านทำเป็นกิจวัตรทุกวัน แม้จะเหนื่อยจะป่วย หลวงปู่ท่านไม่เคยขาด ดังนั้นเป็นเด็กจึงไปสวดมนต์ทำวัตรกับหลวงปู่เป็นประจำทุกวัน กลับไปถึงบ้านก็มืดค่ำ แม่ถามไปไหนมา ทำไมมาดึก บอกไปวัดไปหาหลวงปู่มา แม่ก็ดุ บางทีก็ตีบ้าง เพราะท่านเป็นห่วง

    พออายุได้ 10 ขวบบิดาของท่านคือ พ่อไสว นรรัตน์ ก็ได้เสียชีวิต ชีวิตก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มารดาต้องไปทำงานต่างจังหวัดเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เด็กชายวิรุต เลยต้องอยู่กับ ตายาย

    อายุได้ 13 ปี ด้วยความที่อยากเป็นสามเณรตั้งแต่เล็กๆ ความฝันนั้นก็เป็นจริง พอจบชั้นป.6 ตัดสินใจไปที่วัดเพื่อขออนุญาตบวชเป็นสามเณร บรรพชาเป็นสามเณร gเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2533 ณ วัดกลางเวียง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยมี พระอุดมปัญญาภรณ์ หรือปัจจุบันคือหลวงพ่อพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว (พระอารามหลวง) จ.เชียงราย เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาเสร็จก็จำพรรษาที่วัดราษฏร์เจริญ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเวียงชัย โดยฝากตัวเป็นลูกศิษย์พระครูสุวรรณถิรคุณ (ครูบาคำปัน ถิรญาโน) ท่านก็เมตตาสอนอักขระล้านนาโบราณ จนสามารถเรียนรู้ได้คล่องแคล่วอ่านออกเขียนได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาพวกวิชาอาคมต่างๆ และเรียนกรรมฐานฝึกนั่งสมาธิควบคู่กันไป

    จนถึง พ.ศ.2535 ได้กราบลาครูบาอาจารย์เพื่อมาศึกษาต่อที่วัดสันมะเหม้า ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงรายโดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์พระครูอินทวรรณวิวัฒน์(ครูบาจันทร์ตา สุวณฺโณ) ถือว่าเป็นพระมหาเถระที่มีอายุพรรษามากรูปหนึ่ง ท่านก็เมตตารับไว้เป็นศิษย์ และได้ศึกษาศิลปวิทยาต่างๆ จากท่านด้วยความเมตตา และได้เรียนหนังสือควบคู่กันไป ทั้งทางโลกและทางธรรม จนเรียนจบนักธรรมชั้นเอก และมัธยมศึกษาปีที่ 6

    อายุ 21 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 โดยมีท่านพระครูชยาภิวัฒนคุณ เจ้าคณะอำเภอพาน เจ้าอาวาสวัดป่าซาง เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยได้ฉายาว่า ญาณสํวโรภิกขุ ก่อนวันอุปสมบทหนึ่งคืน คือวันที่ 5 พฤษภาคม ได้มีนิมิตฝันเห็น เทวดาท่านหนึ่ง ใส่ชุดเต็มยศสีขาว ระยิบระยับ มีหมวกแหลมๆ ท่านเหาะจากบนฟ้าลงมา ตรงเจดีย์ในวัด อยู่เบื้องหน้าสามเณรวิรุต ในความฝันนั้น เทวดาได้อุ้มพระพุทธรูปมามอบให้ นำมามอบให้ท่าน พร้อมบอกว่า ฝากไว้ด้วย พอตื่นขึ้นเกิดปีติอย่างแรงกล้า ตื่นเช้าขึ้นมาได้ไปไหว้หน้าเจดีย์ พร้อมดอกไม้ ไปอธิษฐานว่า “วันนี้ผมจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ขอสัจจะอธิษฐานว่า ข้าพเจ้าจะขอมอบกาย มอบใจ ถวายให้พระพุทธศาสนา"

    พระครูอมรสังวรกิจ (พระครูบารุต) ท่านมีความสนใจในเรื่องการสักยันต์ ได้กล่าวถึงตำนานการสักยันต์ ว่า เป็นความเชื่อมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวัฒนธรรมความเชื่อ และการสักยันต์ลงผิวหนังนั้น เป็นเรื่องความศรัทธาที่มีต่ออักขระเลขยันต์ ยังเชื่อมโยงความศรัทธาในครูบาอาจารย์ที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ และเชื่อมั่นในคุณความความดีตนต้องรักษาให้มั่นคง เช่น ความกตัญญู ความมีสัจจะ สองสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หลายคนเชื่อว่า สักลายไปแล้ว เราต้องขลังและศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป คนนั้นคิดผิดอย่างยิ่ง อักขระเลขยันต์ กับวิถีแห่งความดี ต้องดำเนินไปคู่กัน เมื่อเราเต็มใจ ตั้งใจน้อมกาย วาจา ใจ ฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์แล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะทำดีควบคู่ด้วยเช่นกัน เพราะวิชาใดๆ ในโลกนี้ หนีเคราะห์กรรมไปไม่พ้น สิ่งที่จะช่วยบรรเทาหนักเป็นเบาได้นั้น คือความดี บุญกรรมที่เราทำ เมื่อเรามีบุญบารมี ครูบาอาจารย์ก็หนุนนำช่วยเหลือได้ในยามคับขัน ดังนั้นใครคิดจะสักยันต์ ก็ต้องพร้อมที่จะเป็นคนดีด้วยเช่นกัน ..เพราะทุกศาสตร์มันมีเหตุและผล

    เมื่อเรานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง นับถือพระพุทธศาสนา ยันต์ทุกตัวส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น คาถาส่วนใหญ่ และตัวยันต์ มาจากภาษาบาลีสันสกฤตแทบทิ้งสิ้น เช่น นะโม พุทธายะ อะระหัง อิติปิโส ฯ เป็นต้น ดังนั้นทุกตัวอักษรเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา คาถาเหล่านี้จึงจัดเป็นของสูง เมื่อเรานำมาสักลงบนผิวหนังเราแล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะทำความดี และยึดมั่นในคุณธรรมด้วยเช่นกัน

    ดังนั้นใครอยากลงของสักยันต์ ขอให้ท่านและศรัทธาก่อนแล้วค่อยมาฝากตัวเป็นศิษย์ คนเราเมื่อมอบกาย วาจา ใจ เป็นศิษย์กันแล้วก็ต้องยอมรับนับถือกันไปจนตลอดชีวิต อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ดี อำนาจคุณงามความดีและอำนาจของครูบาอาจารย์ก็ดีย่อมปกปักรักษาผู้นั้น ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย หนักเป็นเบา เป็นต้น

    ที่มา: คอลัมน์ ข่าวสดพระเครื่อง : วัดสันมะเหม้า เชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ อ.พาน จ.เชียงราย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 กันยายน 2020
  2. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    ส่วนอันนี้จะเป็นของคอลัมน์ คมชัดลึกครับ

    2b.jpg

    พระอาจารย์วิรุต ญาณสํวโรที่๑แห่งอาจารย์สักยันต์ จ.เชียงราย

    วัดสันมะเหม้า ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย ไม่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยอาณาจักรภูกามยาว มีอายุ ๙๐๐ กว่าปี และได้รับการบูรณะขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ จนต่อมาสมัยนั้นเกิดศึกสงคราม วัดก็เสื่อมโทรมตามกาลเวลา จนมา พ.ศ.๒๔๗๐ ครูบากุย ยาวิชัย ได้จาริกธุดงค์มาจาก จ.ลำพูน และได้บูรณะวัดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และมีเจ้าอาวาสรูปต่อมา อดีตเจ้าอาวาสที่สำคัญที่สุด คือท่านพระครูอินทวรรณวิวัฒน์ (ครูบาจันทร์ตา สุวณฺโณ) ท่านได้บูรณะวัดให้เจริญรุ่งเรืองจนท่านมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ปัจจุบันมีพระอาจารย์วิรุต ญาณสํวโร (นรรัตน์) อายุ ๔๓ พรรษา ๒๒ เป็นเจ้าอาวาส

    พระอาจารย์วิรุต เกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่มีอาชีพเกษตรกรรม จำได้ว่าบางวันไม่มีอะไรกิน ก็กินข้าวกับเกลือเป็นต้น ขณะอายุ ๗-๘ ขวบ ตอนเย็นๆ หลังเลิกโรงเรียนก็จะไปที่วัด ขอเรียนคาถาอาคมกับหลวงปู่บุญ ธนปาโล เป็นพระสายปฏิบัติที่จาริกธรรมมาจากภาคอีสาน มาอยู่จำพรรษาที่วัดของท่าน พอไปขอเรียนคาถาหลวงปู่ ท่านก็บอกให้ว่าอยู่ในหนังสือสวดมนต์ทั้งหมด สำหรับคาถาดีๆ บางอย่างท่านก็สอนให้ และครอบครัวของท่านนั้น ปู่ก็เป็นคนมีคาถาอาคมประจำหมู่บ้าน เด็กชายวิรุต ก็ขอเรียนคาถากับปู่ แต่ท่านมีกุศโลบายว่าต้องเหยียบหลังให้ท่านก่อนแล้วจะสอนให้ ๑ บท ท่านก็สอนให้ เช่นคาถา กันผี คาถาเมตตา ฯลฯ ตามที่ท่านจะให้ได้สำหรับเด็กตัวเล็กๆ คนนี้

    อายุ ๑๓ ปี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ก็บอกกับญาติๆ ว่า “ผมจะไปบวชเป็นสามเณรนะ” ตายาย และญาติ ก็บอกว่าเอาเจตนาเราว่าก็แล้วกัน ก็เลยตัดสินใจไปสมัครบวชภาคฤดูร้อนและได้บรรพชาเป็นสามเณร ในวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๓ ณ วัดกลางเวียง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยมีพระอุดมปัญญาภรณ์ หรือปัจจุบันคือหลวงพ่อพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๖ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว (พระอารามหลวง) จ.เชียงราย เป็นพระอุปัชฌาย์

    ระหว่างบวชได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดราษฎร์เจริญ ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยมีหลวงพ่อพระครูสุวรรณถิรคุณ (ครูบาคำปัน ถิรญาโญ) พระผู้มีจริยาวัตรงดงาม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งของ จ.เชียงราย สามเณรวิรุต ได้อยู่จำพรรษาและได้ศึกษาเรียนรู้อักขระล้านนาและสามารถอ่านออกเขียนได้ภายในไม่ถึงเดือน และได้เรียนนักธรรมชั้นตรี จนสามารถสอบได้ในปีนั้นเอง ด้วยจริตนิสัยชอบเรียนรู้เรื่องคาถาอาคม ขณะเป็นสามเณรก็ได้ไปขอเรียนคาถา กับพ่อหนานปั๋น ถือได้ว่าท่านเป็นผู้ที่เคยบวชเรียนและมีวิชาอาคม จำได้ว่าไปขอเรียนกับท่าน ต้องเสียค่าครู ๒๙ บาท ท่านจึงยอมสอนคาถาให้ เช่น คาถาเป่ารักษาโรคภัยต่างๆ คาถาห้ามเลือด คาถาป้องกันภัย ฯลฯ

    พ.ศ.๒๕๓๔ ได้ย้ายมาจำพรรษาเข้าสู่อำเภอพาน จำพรรษาอยู่วัดป่าซาง ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อมาเรียนหนังสือตามความต้องการของญาติเพื่อวันข้างหน้าจะได้มีความรู้และไม่ต้องลำบากเหมือนกับครอบครัวอย่างทุกวันนี้ จากนั้น พ.ศ.๒๕๓๕ ได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดสันมะเหม้า ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย โดยมีหลวงพ่อพระครูอินทวรรณวิวัฒน์ (ครูบาจันทร์ตา สุวณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น สามเณรวิรุต ชอบศึกษาเรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ คาถาอาคมต่างๆ จากปั๊มกระดาษสา หรือคัมภีร์ต่างๆ ที่จารึกอักษรเป็นภาษาล้านนา เช่น การเขียนยันต์ ตะกรุด หรือคาถาอาคมต่างๆ

    เมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยมีพระครูชยาภิวัฒนคุณ เจ้าคณะอำเภอพาน เจ้าอาวาสวัดป่าซาง เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยได้ฉายาว่า ญาณสํวโรภิกขุ ในขณะที่เป็นพระภิกษุก็ตั้งใจเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมและชอบปฏิบัติกรรมฐานอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ

    พ.ศ.๒๕๔๔ รู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตหลายๆ อย่าง เบื่อไปทุกอย่าง อยู่วัดก็ไม่มีความสุข รู้สึกมันวุ่นวายไปหมด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร โดยในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันได้ตัดสินใจไปกราบหลวงพ่อครูบาจันทร์ตา เจ้าอาวาส บอกท่านว่า อีกไม่กี่วันผมขออนุญาตไปอยู่แม่ฮ่องสอน ท่านก็ตกใจเหมือนกันไม่อยากให้ไป แต่ท่านก็ไม่ห้าม เพราะรู้ว่าถึงห้ามก็คงไปอยู่ดี เลยตัดสินใจเตรียมอัฐบริขาร บาตร กลด เดินทางไปอยู่จำพรรษา ณ อาศรมพระธรรมจาริก บ้านห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน

    ในปีนั้นเองได้ไปขอเรียนวิชาสักยันต์จากผู้เฒ่าชาวไทยใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านมอบเข็มสักและวิชาการปลุกเสกเลขยันต์ให้ ในช่วงจำพรรษานั้นเองตั้งใจฝึกฝนจิต นั่งกรรมฐานอย่างเอาเป็นเอาตาย เริ่มจากนั่งไม่นาน ค่อยๆ เพิ่มเวลา สูงสุดนั่งได้ ๔ ชั่วโมง ปวดขาเหมือนจะระเบิด มันร้อนไปทั้งตัว มีวันหนึ่งตัดสินใจว่า ตายเป็นตาย ลองสู้กับมัน ผลสุดท้ายความสงบก็เกิดขึ้น ความปวดหายไปหมด

    พระอาจารย์วิรุต จึงตั้งคำถามตัวเองว่า “ความปวด มันเกิดจากกาย หรือใจ ยิ่งเราสนใจมันยิ่งปวด แต่เมื่อเราปล่อยวาง ความปวดหายปลิดทิ้ง กลายเป็นความสงบมาแทน นั่งพิจารณาว่า การแสวงหาที่สงบนั้นมันอยู่ที่เรา คนเราแม้จะอยู่ในป่า ถ้าหากใจวุ่นวายก็ไม่สงบ อยู่ในเมือง ถ้าใจสงบ ชีวิตก็สงบ”

    ธรรมะจากพระสักยันต์

    พระอาจารย์วิรุต บอกว่า การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นบุญลาภอันยิ่งใหญ่ เราก็ต้องใช้ชีวิตที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าชีวิตมนุษย์เรามันน้อยนัก เกิดมาไม่ถึงร้อยปีก็ต้องตาย บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ถึงร้อยปีก็ตาย และชีวิตระหว่างร้อยปีนี้มีสภาวะธรรมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งดีทั้งร้าย ทั้งสุขทั้งทุกข์ บางทีเราก็ไม่เคยสนใจ และใส่ใจที่จะหาคำตอบให้กับชีวิตตน ว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่ออะไร คำตอบอยู่ในพระพุทธศาสนานั่นคือ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี..

    เพราะอะไรที่ว่าต้องสร้างบารมี นั่นเพราะกายสังขารคนเราเกิดมาเหมือนกันหมด ไม่ต่างกัน อวัยวะทุกส่วนในร่างกายก็ไม่ต่างกัน ต่างกันก็เพียงรูปกายภายนอก พอตายไปก็ไม่ต่างกัน กลายเป็นธุลีดินไป แต่สิ่งที่เรามีแตกต่างกัน คือบุญวาสนา จิตใจดีหรือชั่ว นั้นเพราะอำนาจของบุญบาป หรือกรรมที่เราเคยกระทำมาเมื่ออดีตชาติ มันให้ผลในชาติปัจจุบัน สมบัติเราใช้ชาตินี้ก็หมด แต่บุญบาปติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ดังนั้นอย่างพึงประมาท สั่งสมบารมีกันไว้จะได้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา

    ทุกวันนี้ก็มีคนมาขอเป็นลูกศิษย์ทุกวัน พระอาจารย์วิรุต บอกว่าศาสตร์ทุกศาสตร์มันมีประโยชน์หมด มันอยู่ที่เราว่าจะนำไปประยุกต์และสอดแทรกหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาอย่างไร จริตและอุปนิสัยคนเรามีไม่เท่ากัน ถ้าคนเรามีบารมีเท่ากัน ก็คงสำเร็จเป็นพระอรหันต์หมด นั้นเพราะว่าการทำความดีของคนเรา ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยคนที่สักยันต์ก็ต้องมีความดีระดับหนึ่ง คือไม่ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ เคารพพ่อแม่ครูบาอาจารย์ และหมั่นรักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ

    กลับมาเพื่อสร้างวัดสันมะเหม้า

    เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะครบปีที่จำพรรษา ณ บ้านห้วยปูลิง ก็เลยตัดสินใจออกจากป่ากลับสู่วัดสันมะเหม้าอีกครั้ง ตอนจำพรรษาอยู่วัดสันมะเหม้า พระอาจารย์วิรุตก็ได้ศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่ตนชอบ และทำตะกรุดแจกชาวบ้าน หลายคนนำไปใช้มีประสบการณ์มากมายและติดต่อสอบถามมาขออยู่เรื่อยๆ แต่ต้องมาขอจองไว้ก่อน เพราะว่าไม่เคยทำไว้ ถ้าอยากทำก็ทำ ถ้าไม่อยากทำก็บางทีเป็นปีๆ ก็ไม่ทำ

    พ.ศ.๒๕๔๖ เริ่มรื้อฟื้นวิชาที่เรียนมาคือการสักยันต์ แต่ก็ไม่ได้ทำจริงๆ จังๆ ใครอยากให้ลงของก็ลงให้ บางปีก็ทำเฉพาะวันมหาสงกรานต์ ๑ ปี ทำ ๑ ครั้ง หลังจากนั้นก็เลิกทำไปหลายปี และกลับมาจับเข็มอีกครั้ง เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗ ก็มีลูกศิษย์ลูกหามาทั่วสารทิศ แต่ก็ไม่เคยติดป้ายโฆษณา อาศัยการบอกต่อของผู้สนใจมาหากันเอง

    ปัจจุบันพระอาจารย์วิรุตกำลังสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม สำหรับผู้ที่อยากร่วมสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม ติดต่อได้ที่วัดสันมะเหม้า หรือโทร.๐๘-๙๕๕๘-๓๒๙๙

    ที่มา : คมชัดลึก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 กันยายน 2020
  3. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    "เนื่องด้วยทางวัดสันมะเหม้า ต้องการหาทุนปัจจัยเพื่อนำไปสร้างสถานปฏิบัติธรรม(ยังไม่แล้วเสร็จดี)" ด้วยความที่ผมเดินทางไปวัดไปกราบพระอาจารย์วิรุตบ่อย ผมจึงถือโอกาสนำวัตถุมงคลจากวัด มาให้ทุกท่านร่วมทำบุญ ร่วมบูชา และได้ของดีไว้ติดตัว "ในราคาวัด" หมายเลขพระขออนุญาตสุ่มให้ไปนะครับ

    ทั้งนี้บางรายการก็หมดลงไปแล้ว และหลายรายการก็ใกล้จะหมดลง

    [โดยผมจะคิดแค่ค่าจัดส่งครั้งละ 60 บาทเท่านั้น]


    ช่องทางการโอนและการติดต่อ

    ชื่อบัญชี นาย พีรณัฐ ธรรมอินทร์
    ธ.กสิกรไทย 068-8-40788-5

    โทร. 087-3603374
    Line: pttntm

    หมายเหตุ: ดำเนินการส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องใดๆกับทางวัด

    aa.jpg bb.jpg cc.jpg dd.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กันยายน 2020
  4. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    ในอดีตกาล นายพรานป่าคนหนึ่งอาศัยการล่าสัตว์ในป่าใหญ่เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งขณะที่พรานกำลังเดินทางอยู่ในป่า พลันได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งเข้ามาในป่าเพื่อปลีกวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม เมื่อแรกเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พรานก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างจับจิตจับใจ แม้เป็นพรานนักล่า แต่เมื่อเห็นพระก็อยากเป็นนักบุญ ยิ่งได้รู้ว่า ท่านจะมาบำเพ็ญสมณธรรมในป่าแห่งนี้ ก็คิดที่จะสร้างที่พักอาศัยให้ท่านบำเพ็ญสมณธรรม เขาจึงรีบไปแสวงหาไม้มา ๔ ท่อน ทำเป็นปะรำมณฑปรูปสี่เหลี่ยม เก็บดอกปทุมเป็นจำนวนมากแล้วนำมามุงแทนหลังคากันแดดกันฝนให้ท่านเมื่อนายพรานถวายปะรำเรียบร้อยแล้ว ก็เกิดความปลื้มปีติในบุญ และมีศรัทธาอยากบวชอยู่กับท่าน เขาตัดสินใจเลิกอาชีพพรานป่าที่ทำมานาน แล้วตั้งใจบวชเป็นบรรพชิต ทำตามที่พระปัจเจกพุทธเจ้าแนะนำทุกอย่าง

    แต่น่าเสียดาย ท่านบวชได้ไม่นานก็ป่วยหนัก ถูกโรคาพาธเบียดเบียน ครั้นใกล้จะละโลก ท่านรำลึกถึงบุญที่สร้างปะรำมณฑปถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า จิตสุดท้ายของท่านจึงผ่องใสมาก เพราะผูกพันเกาะเกี่ยวในบุญนั้น ยามละโลกจึงได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสวยงามมากทิพยวิมานในรูปของปะรำโดยรอบร้อยโยชน์ก็มารองรับการบังเกิดในเทวโลกของท่านตลอดและระหว่างเวียนว่ายในสังสารวัฏ บุญนี้ยังปิดอบาย ทำให้ท่านไม่ตกไปในทุคติภูมิอีกเลยบุญสร้างที่ปฏิบัติธรรมนี้ ยังส่งผลไปถึงตอนที่ท่านไปบังเกิดในโลกมนุษย์อีกด้วย คือ หากท่านเจอสภาพอากาศร้อนมากเพราะแดดจัดแม้ร้อนขนาดที่ว่าเห็นพยับแดดพลิ้วไหวคล้ายคลื่นอยู่เบื้องหน้า แดดร้อนนั้นก็มิอาจมากล้ำ กรายแผดเผาท่านได้เลย หรือหากอาศัยใต้ปะรำมณฑปหรือโคนไม้ใด ตัวท่านก็จะไม่ต้องสัมผัสอากาศร้อนเลย และหากปรารถนาจะข้ามทะเล เพียงแค่อธิษฐานนึกในใจทำทะเลให้เป็นแผ่นดิน ก็สามารถข้ามไปได้อย่างสบาย

    ในชาติสุดท้ายท่านเกิดเป็นกุลบุตรในตระกูลของเศรษฐีในเมืองสาวัตถี มีชื่อว่า “นันทกะ” ต่อมา ท่านมีโอกาสอุปัฏฐากพระสัมมาสัพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมแล้วจึงเกิดศรัทธาออกบวช ท่านเจริญวิปัสสนาจนหมดสิ้นกิเลสอาสวะ พร้อมกันนี้ยังได้คุณวิเศษเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญาและแตกฉานในปฏิสัมภิทาญาณอีกด้วย


    อานิสงส์แห่งการสร้างสถานปฏิบัติธรรม ๙ ประการ

    อานิสงส์ในชาตินี้เพื่อตน
    ๑. ทำให้จิตใจเยือกเย็น ครอบครัวอบอุ่น ลูกหลานกตัญญู มีปีติสุขตลอดเวลา
    ๒. มีเพื่อนดี มีบริวารซื่อสัตย์ ธุรกิจก้าวหน้า ธุรกิจมั่นคง
    ๓. ชีวิตมีแต่ความเป็นสิริมงคล มีความอุดมร่มเย็นเป็นสุข
    ๔. พ้นทุกข์ ภัย โรค โศก ศัตรู ภัยพาลทั้งปวง

    อานิสงส์เพื่อคนอื่น
    ๕. ได้สร้างธรรมนาวา ขนสัตว์น้อยใหญ่ ข้ามทุกข์ในวัฏฏะสงสาร ก้าวถึงฝั่งคือพระนิพพาน
    ๖. ได้ให้ธรรมทาน และให้อโหสิกรรม

    อานิสงส์ในภพหน้า
    ๗. มีอริยทรัพย์ ไม่ทุกข์ยากลำบาก
    ๘. มีสุคติโลกสวรรค์ในเบื้องหน้าแน่นอน
    ๙. เลื่อนชั้นจิต ได้ภพภูมิที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป


    aa.jpg bb.jpg cc.jpg dd.jpg ee.jpg gg.jpg
     
  5. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    รายการที่ 1 ล็อกเกต รุ่นกันภัย จัดสร้างปี 2562 (ล็อกเกต รุ่นที่ 3)


    m3.jpg m2.jpg m1.jpg

    เนื้อเงิน 300 เหรียญ บูชาเหรียญละ 999 บาท (หมดไปจากวัดแล้ว)
    แบ่งเป็น
    ฉากน้ำเงิน 100 เหรียญ
    ฉากแดง 100 เหรียญ
    ฉากขาว 100 เหรีญ


    n1.jpg n2.jpg n3.jpg

    เนื้อตะกั่ว 300 เหรียญ บูชาเหรียญละ 499 บาท (ใกล้หมด)
    แบ่งเป็น
    ฉากน้ำเงิน 100 เหรียญ
    ฉากแดง 100 เหรียญ
    ฉากขาว 100 เหรีญ


    a1.jpg

    เนื้อทองเหลือง 500 เหรียญ บูชาเหรียญละ 299 บาท
    จัดสร้างแค่ฉากขาว 500 เหรียญ


    b1.jpg

    เนื้อทองแดง 500 เหรียญ บูชาเหรียญละ 299 บาท
    จัดสร้างแค่ฉากขาว 500 เหรียญ


    c1.jpg
    เนื้อรมดำ 500 เหรียญ บูชาเหรียญละ 299 บาท
    จัดสร้างแค่ฉากขาว 500 เหรียญ

    จำนวนจัดสร้างทั้งหมด 2,100 เหรียญ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กันยายน 2020
  6. teamteam01

    teamteam01 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    487
    ค่าพลัง:
    +182
    รายการที่ 2 เหรียญท้าวเวสสุวรรณ หลังพระพิฆเนศ จัดสร้างปี 2562
    (กฐิน ๖๒) ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒



    m1.jpg

    เนื้อเงินซาติน สร้าง 1,000 เหรียญ บูชาเหรียญละ 149 บาท


    m2.jpg

    เนื้อทองเหลืองซาติน สร้าง 1,000 เหรียญ บูชาเหรียญละ 149 บาท


    m3.jpg

    เนื้อทองแดงซาติน สร้าง 1,000 เหรียญ บูชาเหรียญละ 149 บาท
     

แชร์หน้านี้

Loading...