ในนครพนมนั้นมีชาวไทยหลายเผ่า ที่สำคัญมี ๗ เผ่า คือ ไทยย้อ (ญ้อ) , ผู้ไทย , ไทยกะเลิง, ไทยแสก, ไทยโส้ หรือไทยกะโซ้ ,ไทยข่า และเผ่าไทย - ลาว
ชาวเรณูนครนั้นมีเผ่า ผู้ไทย หรือบางทีก็ไปเรียกว่า ภูไท มากที่สุด แทบจะทั้งอำเภอเลยทีเดียว ทั้งเรณูนครไม่มีชาวต่างด้าวอยู่เลย ได้แก่ ชาวจีน และชาวญวน เพราะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาแต่ดั้งเดิม ทำให้พวกเชื้อสายจีน และญวนอยู่ในเรณูนครไม่ได้
เมื่อทางราชการย้ายที่ตั้งอำเภอเรณูนคร ไปตั้งที่ตำบลธาตุพนม เพราะเห็นว่าติดแม่น้ำโขง และมีองค์พระธาตุพนมอยู่ที่ตำบลนี้ ชาวเรณูนครจึงน้อยใจ เพราะคิดว่าน่าจะมาจากชาวจีนอยู่ที่ธาตุพนมมาก จนค้าขายร่ำรวยจึงมีอิทธิให้ย้ายตัวอำเภอเรณูนครไปตั้งที่อำเภอธาตุพนม ชาวเรณูจึงไม่คบค้าสมาคมกับชาวจีน เมื่อเรณูย้ายกลับมาตั้งที่ตั้งในปัจจุบันนี้แล้ว ชาวจีนก็ไม่กล้าตามมาตั้งรกรากถิ้นฐานในเรณูนคร
<O:p
ส่วนชาวญวนนั้น สาเหตุมีมาตั้งแต่ชาวผู้ไทยยังอยู่ที่ถิ่นเดิม คือ เมือง น้ำน้อย อ้อยหนู หรือแถน ถูกพวกญวนรังแก ชาวผู้ไทยจึงไม่กล้าคบค้าสมาคมกับพวกญวน และไม่ค้าขายด้วย เมื่อชาวผู้ไทยมาอยู่ที่เรณูนครแล้ว
เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ มีคนญวนอพยพไปตั้งหลักแหล่งที่เรณูนคร คนญวนไปแย่งกิจการค้า การทำมาหากินของคนผู้ไทยในเรณูนคร จึงพากันขับไล่ พวกญวนทนไม่ได้ต้องอพยพไปอยู่ที่ตัวจังหวัดนครพนม
...................................................................................................................................................
พระคำข้าว มอบให้เพื่อบุญเข้าพรรษา ถวายสังฆทานเทียนพรรษา 92 วัด ทั้ง 4 ภาค
ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย มหาหินทร์, 5 มิถุนายน 2010.
หน้า 2 ของ 26
-
ไฟล์ที่แนบมา:
-
-
ตามตำนานการอพยพได้กล่าวไว้ในพงศาวดารล้านช้าง เล่าไว้ว่า
ที่เมืองน้ำน้อย อ้อยหนู หรือเมืองแถน มีปู่เจ้าลางเชิง ขุนเค็ก ขุนคาน ปกครองชาวผู้ไทยเมื่อเกิดทุพภิกขภัย พญากา หัวหน้าผู้ไทยคนหนึ่งได้เกิดขัดแย้งกับเจ้าเมือง จึงชักชวนชาวผู้ไทยจำนวนหนึ่งมาอยู่ที่เมืองวังอ่านคำ ในแขวงสุวรรณเขต
ในปัจจุบัน ที่เมืองแห่งนี้มีชาวข่า อาศัยอยู่ก่อนแล้ว จึงเกิดพิพาทกันขึ้น ต่อมาชาวผู้ไทยถูกชาวข่า และชาวจีนฮ่อบุกรุกทำลายเผาบ้านเรือน และจับเอาพญาเตโช หัวหน้าชาวผู้ไทยไปเมืองจีน พญาเตโชได้สั่งลูกหลานว่า อย่าอยู่เมืองวังเลย ให้อพยพไปอยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงเสียเถิด ฝั่งขวาหมายถึง ฝั่งประเทศไทย
ชาวผู้ไทย โดยการนำของท้าวเพชร และท้าวสาย จึงพาชาวผู้ไทยอพยพมาจากเมืองวัง อพยพข้ามมาอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง โดยการต่อเรือ ต่อแพล่องแม่น้ำโขงลงมา จนมาถึงบ้านพระกลาง เขตอำเภอธาตุพนม พระภิกษุเจ้าสำนักธาตุพนม ในเวลานั้น ได้แนะนำให้ไปตั้งบ้านเรือนที่ "ดงทวายสายบ่อแก"
ชาวผู้ไทยจึงต้องอพยพกันต่อไป และตั้งบ้านเรือนขึ้นใหม่ให้ชื่อว่า "เมืองเว"
................................................................................................................................................................................. -
รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้า ฯ ให้ท้าวสาย เป็น "พระแก้วโกมล" เจ้าเมืองคนแรก และยกบ้านนี้ขึ้นเป็นเมืองเรณูนคร ขึ้นกับเมืองนครพนม ซึ่งปัจจุบันคือ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ชาวผู้ไทยนั้นมี ผู้ไทยดำ และผู้ไทยขาว ซึ่งผู้ไทยที่อยู่เมืองไทยนั้น น่าจะเป็นผู้ไทยดำ ทั้งนี้เพราะความแตกต่างทีสำคัญของชาวผู้ไทยดำ - ขาว คือ เครื่องแต่งกาย
ชาวผู้ไทยดำ ก็มีผิวขาวสวย ยิ่งสาว ๆ ยิ่งสวย แต่ทั้งชายและหญิง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ หรือสีคราม ในถิ่นเดิม คือแคว้นสิบสองจุไทย นั้นมี ๘ เมือง ได้แก่ เมืองควาย เมืองแถง หรือเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู เมืองดุง เมืองม่วย เมืองลา เมืองโมะ เมืองหวัด เมืองซาง
<O:p
กลุ่มผู้ไทยขาว ในแคว้นสิบสองจุไทย มี ๔ เมือง ได้แก่ เมืองไล เมืองเจียน เมืองมุม เมืองบาง ชาวผู้ไทยขาวเลยขาวทั้งตัว ผิวก็ขาว เสื้อผ้าก็สีขาว ชาวผู้ไทยเรณูนครนั้น น่าจะมาจากเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูมากกว่าเมืองอื่น จึงเชื่อกันว่าผู้ไทย ในเมืองไทย เป็น ชาวผู้ไทยดำ
<O:p
หากมายังเรณูนคร จะผ่านประตูเมืองของเขาเข้ามา ถนนสายนี้จะมุ่งไปยังองค์พระธาตุเรณู ที่วัดพระธาตุเรณู และสองข้างทางมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง ที่ขึ้นชื่อลือนามที่สุดคือ "อุ" ใส่ไห ผนึกปิดฝาเอาไว้ ซื้อใส่รถไปได้ จะกินกันเมื่อไรก็นั่ล้อมวงรอบไห แล้วเอาน้ำเทลงไปในไหก็จะกลายเป็นเหล้า ให้ดูดกินได้ กินอุไม่รินใส่แก้ว ต้องใช้หลอดดูดจากในไห และสาวเรณูยั่วหนุ่มต่างเมืองดีนัก เช่น ในการรับรอง เป็นต้น สาวเรณูผู้ไทยแสนสวยจะมาร่วมดื่มอุด้วย อย่าไปดื่มแข่งกับเธอ ก็แล้วกันจะเมานอนเสียก่อน ไม่ทันคุย
................................................................................................................................................................................. -
ในวัดธาตุเรณู มีโรงละครน่าจะเป็นของศูนย์วัฒนธรรม ชื่อโรงละครเมืองเวffice:eek:ffice" /><O:p></O:p>
ชื่อเว ก็มาจากชื่อของเมืองเรณูนคร ที่ตั้งครั้งแรกนั้นเอง แต่น่าเสียดาย ที่ชาวผู้ไทยมีศิลปวัฒนธรรมของตัวเอง น่าจะจัดการแสดงให้มีกำหนดเวลาแน่นอน เช่น ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ต้นเดือน หรือเดือนละ ๒ ครั้ง เป็นต้น หากประชาสัมพันธ์ให้ดี ๆ รับรองว่า จะมีผู้เที่ยวชมกันแน่นทีเดียว
<O:p
การฟ้อนที่สำคัญที่น่าชมอย่างยิ่งของชาวผู้ไทย ซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่ยังอยู่ในถิ่นเดิมคือ เมืองแถง หรือเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ในแคว้นสิบสองจุไท การฟ้อนผู้ไทยเรียกว่า "รำผู้ไทย" ดั้งเดิมนั้นจะมีการฟ้อนเน้นความสนุกสนานภายในกลุ่มที่ร่วมฟ้อนด้วยกัน เช่น ในงานทำบุญมหาชาติ งานนมัสการพระธาตุเรณู และงานเทศกาลอื่น ๆ ท่ารำของรำผู้ไทยได้ดัดแปลงมาจากการเดิน การบิน การเต้นของสัตว์
เพราะชาวผู้ไทยมีอาชีพทำนา ขณะไถนาจะมีการ หรือนกหลายประเภท ลงมาหากินตามทุ่งนา และมีการหยอกล้อกัน ฟ้อนผู้ไทยจึงได้ดัดแปลงมาเป็นท่ารำ ท่ารำนั้นมากมายหลายท่า แสดงถึงการเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ท่านกกะบาบิน ท่ากาเต้นก้อนขี้ไถ ท่ากาเต้นก้อนข้าวเย็น ท่าเสือออกท่า ท่าเสือชมหมอก ท่ามวยโบราณ ท่าจระเข้ฟาดหาง ท่ารำเกี้ยว เป็นต้น<O:p</O:p
...................................................................................................................................................... -
ร่วมบุญด้วยค่ะ รอโครงการดี ๆ แบบนี้มานานแล้วนะคะ สาธุคะ
-
เฝ้ารออยู่ นะครับ
-
รายชื่อวัดในภาคเหนือ จำนวนทั้งสิ้น 26 วัด/สำนักสงฆ์
(อาจจะถวายสังฆทาน พร้อมเทียนเจ้าพรรษา หรือ ถวายได้เฉพาะปัจจัย)
49. วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ ลำพูน (ครูบาพรรณฯ)
ทางคณะผู้ดำเนินงานจะได้ฝากถวายในส่วนที่เหลืออีก 25 วัด/สำนักสงฆ์ไว้ที่นี่
50. วัดนาเลี่ยง อำเภอลี้ ลำพูน (ครูบาเวศฯ)
51. วัดถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ ลำพูน (ตุ๊เจ้ามหาสิงห์ฯ)
52. วัดพระพุทธบาทผาหนาม อำเภอลี้ ลำพูน (ครูบาอุดรฯ)
53. วัดพระธาตุดอยกวางคำ อำเภอทุ่งหัวช้าง ลำพูน (ตุ๊เจ้าสง่าฯ)
54. วัดม่วงคำ อำเภอทุ่งหัวช้าง ลำพูน (ตุ๊เจ้าปั๋นฯ)
55. วัดพระธาตุห้าดวง อำเภอลี้ ลำพูน (พระมหาโจฯ)
56. วัดพระธาตุดวงเดียว อำเภอลี้ ลำพูน (พระอธิการบุญยืนฯ)
57. สำนักสงฆ์ ห้วยกระทิง ตาก (ตุ๊เจ้าอนุชาฯ)
58. วัดมณฑลวงศา อำเภอลี้ ลำพูน (ตุ๊เจ้าพงษ์เกษมฯ)
59. สำนักสงฆ์สามครูบา รอยต่ออำเภอเถิน – อำเภอลี้ ลำพูน (ตุ๊เจ้าหมูฯ)
60. สำนักสงฆ์ผานกกก(โท๊ะโกะเล) อำเภอท่าสองยาง ตาก (ตุ๊เจ้าศิริพอฯ)
61. สำนักสงฆ์อู่แจ๊ อำเภออมก๋อย เชียงใหม่ (ตุ๊เจ้าวิทยาฯ)
62. เจดีย์ปู่แก้วมาเมือง อำเภอลี้ ลำพูน (ตุ๊เจ้าตุดีฯ)
63. วัดโลกะวิทู (โคะพะโดะ) อำเภออมก๋อย เชียงใหม่(ตุ๊เจ้าเต๋ฯ)
64. วัดพระธาตุดอนไร่ อำเภอทุ่งหัวช้าง ลำพูน(ตุ๊เจ้าเต๋ฯ)
65. วัดพระพุทธบาทสามยอด(ตุ๊เจ้าแก้วฯ)
66. วัดแม่กองวะใต้ อำเภอลี้ ลำพูน(ตุ๊เจ้าแก้วฯ)
67. วัดพระพุทธบาทดอยถ้ำ อำเภอลี้ ลำพูน(ตุ๊เจ้านิกรฯ)
68. วัดพระธาตุแก่งสร้อย อำเภอสามเงา ตาก(ตุ๊เจ้านิกรฯ)
69. วัดศรีดอนชัย อ.ลี้ ลำพูน(พระคุณเจ้าวินัยฯ)
70. ถึง 74. (จำนวน 5 วัด) หลวงพี่โย พระปากญอ วัดภาคเหนือ ชายแดนพม่า แถบ อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
http://palungjit.org/threads/ถวายเท...ด่พระสงฆ์ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้-บนเขายอดดอย.242294/
(ตาม กระทู้บุญของ คุณหมอน้อย)
…………………………………………………………………………………………………………...........…………….......................................<!-- google_ad_section_end --> -
ลำดับ 75 ถึง 83
วัดฯ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 9 วัด
(รอความคืบหน้า การประสานงาน กับ คณะศิษย์ขององค์หลวงพ่อฯ ที่หาดใหญ่)
คุณหลงฯ (อยู่ที่ หาดใหญ่ โทร.086-4111235)
ได้รับ Mail จากคุณหลงฯ นฤพนธ์ ยี่กฤษฎาวงศ์ <ooh-long@hotmail.com>
แจ้งรายชื่อวัด ดังนี้
75. วัดสระเกศ อ.เมือง จ.สงขลา
76. วัดแจ้ง อ.เมือง จ.สงขลา
77. วัดโรงวาด อ.เมือง จ.สงขลา
78. วัดกลาง อ.เมือง จ.สงขลา
79. วัดเลียบ อ.เมือง จ.สงขลา
80. วัดดอนแย้ อ.เมือง จ.สงขลา
81. วัดหัวป้อมใน อ.เมือง จ.สงขลา
82. วัดยายทอง อ.เมือง จ.สงขลา
83. วัดชัยมงคล อ.เมือง จ.สงขลา
ชื่อบัญชี คุณนฤพนธ์ ยี่กฤษฎาวงศ์
ธ. กรุงเทพ สาขาย่อยโรบินสันหาดใหญ่
เลขที่บัญชี 727-002358-8
................................................................................................................................................... -
ลำดับ 84 ถึง 93
วัดฯ ที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 10 วัด
(รอความคืบหน้า การประสานงาน กับ คณะศิษย์ขององค์หลวงพ่อฯ ที่ภูเก็ต)
คุณวีระชัย ภู่สีเขียว (อยู่ที่ ภูเก็ต) (โทร.086-951 7252)
ชื่อ บ/ช วีรชัย ภู่สีเขียว
ธนาคารกรุงไทย สาขาภูเก็ต (ออมทรัพย์)
เลขที่บัญชี 8051867343
...................................................................................................................................................84.วัดพิทักษณ์สมณกิจ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
85.วัดป่าอร่ามรัตนาราม ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
86.วัดนาคาราม ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
87.วัดเจริญสมณกิจ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
88.วัดหลวงปู่สุภา (วัดสีลสุภาราม ) ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
89.วัดไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
90.วัดท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
91.วัดลัฏฐิวนาราม ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภู<WBR>เก็ต
92.วัดมงคลนิมิต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
93.สำนักสงฆ์ยวนผึ้ง ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
................................................................................................................................................... -
ภาคตะวันออก (แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพื่อเหตุที่เหมาะสม)
94. วัดเขาภูดอน อำเภอบ้านฉาง ระยอง
95. วัดสมบูรณ์วราราม อำเภอบ้านฉาง ระยอง
96. วัดคลองทราย อำเภอบ้านฉาง ระยอง
97. วัดหนองโบสถ์ อำเภอบ้านฉาง ระยอง
(ตัวแทนดำเนินงานฯ คือ คุณณัชจิรกานต์ น้อมเศียร โทร.089-4042156)
ภาคกลาง
98. มูลนิธิส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง (ท่านแม่ชีปทุมฯ)
99. ศูนย์พุทธศรัทธา อำเภอท่าลาน สระบุรี
100. วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง สมุทรสาคร
101. วัดท่าซุง ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง อุทัยธานี
คุณพี่วิชัยฯ จัดรถบัส VIP ปรับอากาศ ค่ารถ 500 บาท (ส่วนที่เหลือ ทำบุญ)
(โทร.089-6860043)
เพื่อไปร่วมบุญ ถวายเทียน ที่วัดท่าซุง
ต่อเนื่อง อาทิตย์ต่อไป.. ด้วยครับ
................................................................................................................................................... -
ผมและคณะขอร่วมบุญกับพี่มหาหินด้วยครับ กับบุญเข้าพรรษา ถวายสังฆทานเทียนพรรษา 84 วัด ทั้ง 4 ภาค โอนเงินแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ผมและคณะอนุโมทนาบุญด้วย สาธุ สาธุ สาธุ ธรรมวิชิตและคณะ
-
แล้วครับ -
101. วัดท่าซุง ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง อุทัยธานี
คุณพี่วิชัยฯ จัดรถบัส VIP ปรับอากาศ
ไปร่วมบุญ ที่วัดท่าซุง เพื่อ ถวายเทียน
ต่อเนื่อง อาทิตย์ต่อไป.. ด้วยครับ
.................................................................................................................................................. -
วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8
http://www.dhammathai.org/day/kounpansa.php
"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน"
หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน
โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย
พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย
บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
โดยปกติ เครื่องใช้สอยของพระ ตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา
ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษ ในเข้าพรรษา นับเป็นเหตุ ให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้ สืบมา
................................................................................................................... -
จากนั้น ขึ้นมาถวายสังฆทานเทียนพรรษา แด่พระคุณเจ้าบุญมีฯ
..............................................................................................<!-- google_ad_section_end -->
<FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>
</FIELDSET>
ณ สำนักสงฆ์ รอยพระพุทธบาท ผาน้ำทิพย์ (พระพุทธบาท 7 รอย)
ภาพ จากการดำเนินงาน เมื่อ ปีที่ผ่านมา
................................................................................................<!-- google_ad_section_end --> -
ณ สำนักพุทธโมกข์
....................................................................................<!-- google_ad_section_end -->
<FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>
</FIELDSET>
ภาพ จากการดำเนินงาน เมื่อ ปีที่ผ่านมา
................................................................................................<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --> -
คืนวันเสาร์ พักโรงแรมหรู ห้องละ 2 คน
ภาพข่าว โป๊.. เมื่อ ปีที่ผ่านมา....
เหตุการณ์หลังจาก ถ่ายภาพ.. ผ้าสีเหลือง หลุด.. กระจาย....
................................................................................................................................................... -
-
<!-- google_ad_section_end -->
กำลังดำเนินงาน ก่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จองค์ปฐม
หน้าตัก 9 เมตร 99 ซ.ม.
ณ สำนักสงฆ์ รอยพระพุทธบาท ผาน้ำทิพย์ (พระพุทธบาท 7 รอย)
ภาพ จากการดำเนินงาน เมื่อ ปีที่ผ่านมา
................................................................................................
หน้า 2 ของ 26