พระธรรมเทศนา..พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อุตโล)

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย rinnn, 8 กันยายน 2006.

  1. rinnn

    rinnn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    7,666
    ค่าพลัง:
    +24,008
    วิมุตติ

    การเริ่มต้นปฏิบัติวิปัสสนาภาวนานั้น จะเริ่มด้วยวิธีไหนก็ได้
    เพราะผลมันเป็นอันเดียวกันอยู่แล้ว
    ที่ท่านสอนแนวปฏิบัติไว้หลายแนวนั้น เพราะจริตของคนไม่เหมือนกัน
    จึงต้องมีวัตถุ สี แสง และคำสำหรับบริกรรม เช่น พุทโธ - อรหัง เป็นต้น
    เพื่อหาจุดใดจุดหนึ่ง ให้จิตรวมอยู่ก่อน
    เมื่อจิตรวม สงบแล้ว คำบริกรรมนั้นก็หลุดหายไปเอง
    แล้วก็ถึงรอยเดียวกัน รสเดียวกัน
    มีวิมุตติ (ความหลุดพ้น) เป็นแก่น . . . มีปัญญา เป็นยิ่ง

    กาย

    เมื่อจิตไม่สงบ . . .ก็ไม่ควรให้มันออกไปไกล
    ใช้สติระลึกไปแต่ในกายนี้
    ดูให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อสุภสัญญา หาแก่นสารไม่ได้
    เมื่อจิตมองเห็นชัดแล้ว จิตก็เกิดความสลด สังเวช
    เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดรักใคร่ยินดีในสิ่งทั้งหลาย
    ย่อมตัดอุปาทานความยึดมั่นในขันธ์ เสียได้

    อริยสัจแห่งชีวิต


    จิตที่ส่งออกนอกเพื่อรับสนองอารมณ์ทั้งสิ้นเป็น สมุทัย
    ผลที่เกิดจากจิตที่ส่งออกนอกแล้วหวั่นไหวเป็น ทุกข์
    จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็น มรรค
    ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็น นิโรธ

    เรื่องธรรมดา

    มัวสนใจอะไรกับสิ่งเหล่านี้
    ธรรมดา . . . แสงย่อมสว่าง ธรรมดา . . . เสียงย่อมดัง
    หน้าที่ของมันเป็นเช่นนั้นเอง
    เราไม่ใส่ใจฟังเสียอย่างก็หมดเรื่อง
    จงทำตัวเราไม่ให้เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม
    เพราะมันมีอยู่อย่างนั้น เป็นอยู่อย่างนี้เอง
    เพียงแต่ทำความเข้าใจกับมันให้ถ่องแท้
    ด้วยปัญญาอันลึกซึ้งเท่านั้นเอง . . .

    วิปัสสนาญาณ

    การฟังจากคนอื่น การค้นคว้าจากตำรานั้น . . .ไม่อาจแก้ข้อสงสัยได้
    ต้องเพียรปฏิบัติ ทำวิปัสสนาญาณให้แจ้ง ความสงสัยก็หมดไปเองโดยสิ้นเชิง
    ที่จริงพระอรหันต์ทั้งหลาย. . . ท่านไม่ได้รู้อะไรมากมายเลย
    เพียงแต่เจริญจิตให้รู้แจ้งในขันธ์ห้า แทงตลอดในปฏิจจสมุปบาท
    หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกิริยาจิต มันก็จบแค่นี้
    เหลือแต่บริสุทธิ์ สะอาด สว่าง ว่าง . . .มหาสุญญตา ว่างมหาศาล

    โอกาส
    ทุกอย่างรวมอยู่ที่ความประพฤติคือฤกษ์ดี ฤกษ์ร้าย โชคดี โชคร้าย
    เรื่องเคราะห์กรรม บาป บุญ อะไรทั้งหมดนี้
    ล้วนออกไปจากความประพฤติของมนุษย์ทั้งนั้น
    เมื่อมีโอกาส. . .
    หากปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เราจะหมดโอกาสพ้นทุกข์ได้ทันในชาตินี้
    แล้วจะต้องหลงอยู่ในความเห็นผิดอีกนานแสนนาน. . .
    เพื่อจะพบธรรมอันเดียวกันนี้ !

    หลักธรรมที่แท้
    หลักธรรมที่แท้จริงนั้นคือ จิต
    ให้กำหนดดูจิต . . . ให้เข้าใจจิตตัวเองให้ลึกซึ้ง
    เมื่อเข้าใจจิตตัวเองได้ลึกซึ้งแล้ว นั่นแหละได้แล้วซึ่งหลักธรรม
    กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต . . .
    ให้เพ่งมองดูที่จิต อันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั้นก่อน
    ถ้ามีเวลาสำหรับหายใจ . . . ก็ต้องมีเวลาสำหรับภาวนา
    ความโกรธ ไม่มีใครตัดให้ขาดได้หรอก
    มีแต่รู้ทัน . . . เมื่อรู้ทัน . . . มันก็ดับไปเอง
     

แชร์หน้านี้

Loading...